ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

"คาเฟ่ บอนจอร์โน่" จุดลงตัวแห่งเมนูอิตาเลียน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 กรกฎาคม 2551 17:17 น.
บรรยากาศน่านั่งชวนกินภายในร้านคาเฟ่ บอนจอร์โน่
       ยูโร 2008 ปีนี้ แม้ทีมชาติอิตาลีจะโชว์ฟอร์มไม่สมราคาทีมเต็งอันดับต้นๆของทัวร์นาเม้นท์ แต่ว่าพลพรรคทีมอัซซูรีก็ยังครองใจกองเชียร์สาวไทยอยู่ดี เนื่องจากทีมนี้มีทั้งฝีเท้าและหน้าตาดีควบคู่กันไป
Snow Fish With Lemon and rosemary
       สำหรับ"ผู้จัดการตระเวนกิน"นั้นรู้สึกเฉยๆ เพราะไม่ชอบบอลตั้งรับและบอลตีหัวเข้าบ้าน ซึ่งหากเปรียบเทียบทีมอัซซูรีกับอาหารอิตาเลียนแล้ว เรานิยมชมชอบอย่างหลังมากกว่า และยิ่งเมื่อมากินอาหารอิตาเลียนที่ร้านคาเฟ่ บอนจอร์โน่ (Cafe' Buongiorno) มันก็ยิ่งเพิ่มดีกรีความพิสมัยในรสชาติเมนูอิตาเลียนไปอีกหลายเท่าตัว
      
       คาเฟ่ บอนจอร์โน่ ร้านนี้เป็นการนำบ้านเก่ามาดัดแปลงเป็นร้านอาหารท่ามกลางบรรยากาศสวนอันร่ม ครึ้ม มีมุมนั่งสบายๆรับลมเย็นๆดูอบอุ่นที่เฉลียงทางเข้าด้านหน้า ส่วนด้านในตกแต่งอย่างสวยงามมีสไตล์และหลากหลายไปด้วยรูปภาพเกี่ยวกับอีตาลี มากมายดูปานประหนึ่งแกลลอรีกลายๆยังไงยังงั้น
Braised Pork Ribs with Tomato Sauce
       คาเฟ่ บอนจอร์โน่ นอกจากจะโดดเด่นในเรื่องของเมนูอิตาเลียนรสชาติแท้ๆดั้งเดิมที่ทำสืบต่อกัน มาจากต้นตระกูลแล้ว ร้านนี้ยังมีเสน่ห์ตรงคอนเซ็ปต์ร้านที่คุณเพโรนี(Cav Enzo Peroni) เจ้าของร้านที่เดินทางไปชิมมาทั่วโลกวางไว้ให้เป็นจุดแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ในวัฒนธรรมอิตาเลียน
      
       โดยเฉพาะวัฒนธรรมด้านอาหารการกินที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งคุณเพโรนีถือว่าอาหารคือหนึ่งในตัวเชื่อมทางวัฒนธรรม ประเพณี จากอดีตถึงปัจจุบันไปสู่อนาคตข้างหน้า
คุณ เพโรนี กับ Anti Pasto Haliano
       เอาล่ะเมื่อทำความรู้จักเบื้องต้นกับคาเฟ่ บอนจอร์โน่แล้ว ทีนี้ก็ได้เวลาหม่ำอาหารอิตาเลียนดับความหิวกันแล้ว ซึ่งเราเลือกเปิดประเดิมมื้อด้วย Anti Pasto Haliano (620++) ที่เป็นผสมกันอย่างลงตัวระหว่างผักกับเนื้อ ไม่ว่าจะเป็น ผักสลัด แคนตาลูป มะเขือเทศ แตงกวา แซลมอน แฮม เบคอน ที่กินแล้วกลมกลืนเข้ากันดีนัก
Spaghetti Al Mare
       Spaghetti Al Mare (560++) อ่านชื่อแบบอิตาเลียนอาจไม่คุ้น แต่ถ้าเป็นชื่อแบบไทยๆก็คือ พาสต้ากุ้ง เมนูนี้ชวนกินตั้งแต่แรกเห็น เป็นพาสต้าโรยหน้ากุ้งสีสันจัดจ้านวางมาบนตัวกุ้งแม่น้ำที่ชูก้ามเด่นหรา ตักกินแล้วให้รสชาติเข้มข้นสมกันดีกับกุ้งเนื้อแน่นและเส้นพาสต้าอันนุ่ม เหนียว
เห็นบ้านหลังนี้ตรงเข้าไปข้างในได้เลยเพราะมาถึง คาเฟ่ บอนจอร์โน่ แล้ว
       จานต่อมาเป็น Braised Pork Ribs with Tomato Sauce (520++) เป็นซี่โครงหมูราดหน้าซอสมะเขือเทศสีแดงสด แนมด้วยผักและเฟรนซ์ฟราย จุดเด่นของเมนูนี้อยู่ตรงเนื้อซี่โครงที่หมักตุ๋นจนเนื้อเปื่อยนุ่มแต่คง ความแน่นอยู่ในตัวแถมกระดูกอ่อนยังเคี้ยงได้กรุบกรับ ตักกินเคียงคู่กับซอสมะเขือเทศให้รสชาติเพลินปากนัก
ส่วนหนึ่งของบรรดาเค้กบุฟเฟ่ต์
       อีกเมนูหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ Snow Fish With Lemon and rosemary (640++)ปลาหิมะเนื้อขาวเนียน เสิร์ฟพร้อมผักโขมและมะนาว ราดครีมสูตรเฉพาะของทางร้าน เนื้อปลาให้รสหวาน นุ่มซุย กินแล้วเหมือนละลายหายไปในปาก แซมด้วยรสขมนิดๆของผักโขม ถือเป็นผสมของ 2 รสชาติที่ลงตัวไม่น้อยเลย
ด้านนอกร้านก็น่านั่งชิลล์ๆไม่แพ้กัน
       อาหารคาว 4 อย่างของคาเฟ่ บอนจอร์โน่หมดไปไวเหมือนโกหก ซึ่งหากใครยังไม่อิ่ม หรืออยากจะลิ้มลองเมนูนอกเหนือจากที่เรากล่าวมา ที่นี่ยังมีเมนูชวนกินอย่าง PARMA Ham With Melon (380++บาท),Minestrone (145++บาท),Alla Spinaci (245++บาท),Penne in Rosa (200++บาท)
โฉมหน้าของมาร์สเมโรเค้ก
       สำหรับ"ผู้จัดการตระเวนกิน" มื้อนี้ยังไม่จบลงง่ายๆ เพราะที่คาเฟ่ บอนจอร์โน่ ยังมีบุพเฟ่ต์เค้กเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่เปิดโอกาสให้คนไม่กลัวอ้วนเลือกกิน กันอย่างจุใจ ในขณะที่คนกลัวอ้วนนานๆกินทีก็ถือว่าดีเหมือนกัน(แต่"ผู้จัดการตระเวนกิน" กลัวว่าจะกินและติดใจ จนกลายเป็นผู้ติดบุพเฟต์เค้กของร้านนี้ไปนะสิ)
      
       บุพเฟ่ต์เค้กของร้านนี้ มีกว่า 15 ชนิด หมุนเวียนเปลี่ยนมาให้ลิ้มลองกันทุกวัน ในราคาหัวละ (129++บาท) ซึ่งที่เด่นๆก็มี ทีรามิสุเค้ก ที่มีเนื้อเค้กนุ่ม ชุ่มกาแฟ อวลกลิ่นเหล้านิดๆ, ออเร้นส์เค้ก เค้กส้มหนึ่งในความลงตัวของรสเปรี้ยวและความหวาน,
       โอรีโอเค้ก เค้กเนื้อนุ่มที่นี่ส่วนผสมขอขนมปังกรอบสีดำอย่างโอรีโอและช็อกโกแลต, มาร์สเมโรเค้ก เหนียวนุ่มหนึบๆกับเนื้อมาร์สเมโรที่ลงตัวกับเนื้อเค้กเป็นที่สุด,ราสเบอรี่ชีสเค้ก นุ่มละมุนด้วยเนื้อเค้กผสมชีสเรียงเป็นชั้นๆสลับกันกินกับหน้าเค้กที่เป็นราสเบอรี่เชื่อมให้รสเปรี้ยวอมหวาน เป็นต้น
เค้กสตอเบอรี่ชิ้นนี้ก็น่าหม่ำ
       และนั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของจุดเด่นแห่ง คาเฟ่ บอนจอร์โน่ ร้านอาหารอิตาเลียนรสดั้งเดิมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งใครเป็นผู้พิสมัยเมนูอิตาเลียนหากมีโอกาสก็สามารถแวะเวียนไปตระเวนกิน กันได้ตามใจชอบ
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       คาเฟ่ บอนจอร์โน่ ตั้งอยู่ที่ สุขุมวิท33 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม.10110 เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 น.- 23.00 น.ทุกวันอังคาร-อาทิตย์ หยุดวันจันทร์ ทางร้านยินดีรับบัตรเครดิตทุกชนิด สามารถจอดรถได้ภายในร้าน โทร. 0-2662-3471

"โอรส" โอชะ โอชา นานาอาหารไทย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 กรกฎาคม 2551 11:01 น.
บรรยากาศโต๊ะนั่งในห้องแอร์เย็นสบายๆ ดูโปร่งโล่ง
       มีเพื่อนคนหนึ่งเคยถาม "ผู้จัดการตระเวนกิน" ว่าทำไมถึงชอบออกมากินข้าวนอกบ้าน?? เราตอบเพื่อนคนนั้นกลับไปว่า ก็มันเป็นความสุขอย่างหนึ่งของคนชอบกิน เพราะว่าการได้ออกไปตระเวนกินข้าวนอกบ้านในแต่ละครั้ง เราจะได้สัมผัสกับสิ่งแปลกใหม่อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศของร้านอาหารสวยๆ และอาหารสารพัดอย่างที่มีรสชาติแตกต่างกันไปแบบไม่จำเจ ที่แต่ละร้านอาหารนำเสนอให้ได้ลิ้มลองรสชาติกัน
      
       ว่าแล้วในมื้อนี้นั้น เราก็ได้เดินทางมาตระเวนกินอาหารนอกบ้านกันอีกเช่นเคย โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะมาอิ่มเอมกับอาหารไทยกันที่ร้านที่มีชื่อเก๋ๆ ว่า "โอรส" ที่ดูจากชื่อร้านก็มีความน่าสนใจและชวนเชิญให้เข้าไปสัมผัสกับรสชาติอาหารของที่นี่ว่าจะมีรสชาติที่โอ (เค)หรือไม่??
มุมโต๊ะนั่งด้านในให้อารมณ์อบอุ่นสบายๆ ชวนนั่ง
       แต่ก่อนที่จะพูดถึงอาหาร ขอพูดถึงบรรยากาศของที่นี่ก่อนดีกว่า เพราะเพียงแค่ก้าวเข้ามาในร้านก็สัมผัสได้กับความร่มรื่นที่ชวนนั่ง เพราะร้านรายล้อมไปด้วยต้นไม้ มีที่นั่งด้านนอกร้านรับลมเย็นสบาย ส่วนด้านในมีโต๊ะให้เลือกนั่งในห้องแอร์เย็นสบาย ดูโล่ง โปร่งสบาย กรุกระจกใสรอบด้าน และยังมีมุมโต๊ะนั่งที่ตกแต่งดูอบอุ่นน่ารักๆ ชวนนั่ง และถ้าใครอยากจะโชว์เสียงเพราะๆ ที่นี่ก็มีห้องคาราโอเกะบริการด้วย
      
       มาถึงเรื่องอาหารอย่างที่เกริ่นไว้แล้วว่าจะมากินอาหารไทยกัน ซึ่งที่นี่เขานำเสนออาหารไทยที่ไม่ใช่ไทยจ๋าแบบโบราณ แต่เป็นอาหารไทยสไตล์ประยุกต์อันหลากหลาย ที่ยังคงรสชาติจัดจ้านแบบไทยๆ แถมยังเน้นไปที่อาหารไทยเพื่อสุขภาพ และปรุงอาหารทุกจานแบบไม่ใส่ผงชูรส เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพของคนกิน
ยำใบบัวบก
       เมนูอาหารของที่ร้านโอรสนี้มีมากมาย หากขอเมนูมาเลือกเปิดสั่งดูอาจจะสั่งกันไม่ถูกเหมือน "ผู้จัดการตระเวนกิน" ที่เห็นว่าเมนูไหนก็น่ากินไปหมด เราเลยให้ทางร้านช่วยแนะนำเมนูเด่นๆ ของที่นี่มาลิ้มลองกันจะดีกว่า และเมนูแรกที่ทางร้านนำเสนอเป็นอาหารออกแนวเพื่อสุขภาพอย่าง ยำใบบัวบก (75 บาท) ที่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อกหักก็สามารถกินได้ เพราะใบบัวบกมีประโยชน์ต่อร่างกายช่วยแก้ช้ำใน ร้อนใน บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลียได้ ยำใบบัวบกของที่นี่มีรสชาติจัดจ้านถูกปาก เคี้ยวใบบัวบกสดกรอบไม่ออกกลิ่นเหม็นเขียว มีกุ้งแห้งให้เคี้ยวมันปากเคล้ารสชาติน้ำยำรสเด็ดที่ออกเปรี้ยว เค็ม เผ็ด และมันปากเพราะว่ามีมะพร้าวคั่วใส่โรยมาด้วยในยำ
แซลมอนโอรส
       ถัดมาเป็นเมนูเด็ดประจำร้านที่ขายดี แซลมอนโอรส (220 บาท) เป็นปลาแซลมอนทอดแล้วมียำส้มโอสูตรเฉพาะของทางร้านราดมาบนชิ้นปลา และโรยหน้าด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ มาพร้อมกับผักสลัดข้างจาน เวลากินแนะนำว่าให้กินทั้งปลาแซลมอนและยำส้มโอส่งเข้าปากพร้อมกัน ได้รสชาติปลาแซลมอนสีส้มเนื้อนุ่มหอม รสชาติกลมกล่อมเข้ากันกับยำส้มโอรสดี
ก๋วยเตี๋ยวคำหวาน
       จานต่อมาทางร้านภูมิใจเสนอ ก๋วยเตี๋ยวคำหวาน (120 บาท) นึกว่าจะมาเป็นชาม มีเส้นก๋วยเตี่ยวมีน้ำซุปให้ซด แต่เปล่าเลยกลับกลายเป็นเมี่ยงที่จัดมาเป็นคำ ทางร้านนำเอาผักคะน้าและผักกาดหอมมาจัดเป็นคำๆ และภายในคำนั้นมีก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ กุ้ง ไข่ หมูสับ และกุ้งแห้ง เวลากินก็หยิบมาทั้งคำ แล้วราดด้วยน้ำจิ้มรสเด็ด ส่งเข้าปากเคี้ยวกร้วมคำโต คะน้ากรุบกรอบเคี้ยวมันปากเข้ากับเครื่องทุกอย่างได้รสชาติน้ำราดออกหวานๆ
สปาเก็ตตี้เขียวหวานกุ้ง
       หลังจากได้เคี้ยวมันปากกับก๋วยเตี๋ยวคำหวานแล้ว มาลิ้มรสชาติกับเมนูเส้นๆ อย่าง สปาเก็ตตี้เขียวหวานกุ้ง (165 บาท)กันบ้าง เมนูนี้เป็นการนำเอาแกงเขียวหวานที่มีรสชาติเข้มข้นแบบไทยๆ มาราดบนเส้นสปาเก็ตตี้เส้นเล็กๆ เหนียวนุ่ม ลองลิ้มแล้วรสโดนใจ ตรงที่เส้นสปาเก็ตตี้เส้นเล็กเหนียวนุ่ม กินเข้ากันดีกับแกงเขียวหวานกุ้งที่เข้มข้นถึงเครื่องแกงเขียวหวานรสเด็ด ออกเผ็ดปลายลิ้น
เค้กบานอฟฟี่ และน้ำรามูเน่
       นอกจากเมนูจานเด่นที่เราได้ลิ้มรสเหล่านี้แล้ว ทางร้านยังแนะนำว่ายังมีเมนูอื่นๆ ที่ชวนกินอีก อาทิ ข้าวคั่วป่ากุ้ง (120 บาท) ข้าวปั้นทอดส้มตำ (110 บาท) แกงคั่วเห็ดเผาะ (120 บาท) ปลากะพงทอดราดต้มยำแห้ง (350 บาท) และยังมีเค้กโฮมเมดนานาชนิดให้ได้ลิ้มลอง อย่างเค้กที่ขายดีมี เค้กบานอฟฟี่ (60 บาท) เชอรี่ชีสพาย (60 บาท) และยังมีเครื่องดื่มที่แนะนำให้สั่งมาดื่มคู่กับอาหารอย่าง น้ำรามูเน่ (85 บาท) เป็นน้ำดอกอัญชันที่มีส่วนผสมของน้ำมะนาว ที่ดื่มแล้วสดชื่นใจ เอาเป็นว่าหากนักกินคนไหนกำลังเล็งหาร้านอาหารนั่งกินข้าวนอกบ้าน เราขอแนะนำร้าน "โอรส" ร้านนี้ที่จะทำให้ทุกคนได้อิ่มเอมกับอาหารไทย ในบรรยากาศสบายๆ ชวนนั่ง
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "โอรส" ตั้งอยู่ที่ 317/9 ถ.ราชสีมา เขตดุสิต กทม. การเดินทางมาจาก 4 แยกสวนรื่น วิ่งตรงมาที่ถ.ราชสีมา จะเห็นร้านโอรสอยู่ทางซ้ายมือมีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน จุดสังเกตอยู่ตรงข้ามกับบัณฑิตวิทยาลัย จอดรถได้ภายในร้าน เปิดอังคาร-อาทิตย์ เวลา 11.00-23.00 น. โทร. 0-2669-7232, 0-2669-7574

"Lee Fun" รสลือลั่น เมนูจีน-สิงคโปร์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 31 กรกฎาคม 2551 11:35 น.
บรรยากาศร้าน "Lee Fun"
       ถ้าพูดถึงข้าวมันไก่ขึ้นมาเมื่อไหร่ "ผู้จัดการตระเวนกิน" เป็นต้องนึกถึงภาพของตู้กระจกที่ข้างในจะมีไก่ต้มตัวขาวๆ ถูกแขวนอยู่ในตู้ และก็มีพ่อค้าหรือว่าแม่ค้ากำลังถือปังตอสับไก่เป็นชิ้นๆ โปะลงบนบนข้าวมันหอมๆ และเสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มรสเด็ด แหม!! พูดมาถึงขนาดนี้แล้วอาการนึกอยากกินข้าวมันไก่มันก็ผุดขึ้นมาในหัวสมองทันที
      
       งานนี้เราเลยต้องขอออกไปตระเวนหาข้าวมันไก่อร่อยๆ มาสนองความอยากและกำนัลปากท้องกันสักหน่อย และเราก็จำได้ว่ามีพี่ที่รู้จักคนหนึ่งเคยแนะนำไว้ว่าถ้าอยากจะกินข้าวมัน ไก่อันเลิศรสแบบตำรับสิงคโปร์ให้ลองมากินได้ที่ร้าน"Lee Fun" ที่ตั้งอยู่ตรงอาคารซอฟต์แวร์ ปาร์ค
ไก่ซีอิ้วสิงคโปร์กินกับข้าวมันนุ่มๆ
       ที่ร้านนี้เขามีข้าวมันไก่สิงคโปร์ต้นตำรับขนาดแท้ให้ได้ลิ้มรสกัน เพราะว่าทางเจ้าของร้านเขาได้ซื้อแฟรนไชส์สูตรการทำข้าวมันไก่สิงคโปร์ มาจากร้านข้าวมันไก่ชื่อดังที่ประเทศสิงคโปร์กันเลย ซึ่งข้าวมันไก่สิงคโปร์นั้นได้ชื่อว่าเป็นข้าวมันไก่ที่มีรสชาติอันลือชา ไม่ว่าจะเป็นไก่ และข้าวมัน บวกกับน้ำจิ้มนั้นมีรสเด็ด ไม่เหมือนกับข้าวมันไก่แบบที่มีขายอยู่ทั่วไปตามบ้านเรา
      
       เอาเป็นว่าตาม "ผู้จัดการตระเวนกิน" มาลองลิ้มข้าวมันไก่สิงคโปร์ของร้านนี้กันดีกว่า ข้าวมันไก่สิงคโปร์ของที่นี่มีจุดเด่นและน่าสนใจตรงที่ปกติเราจะคุ้นตาและ เคยลิ้นกับข้าวมันไก่ที่เป็นไก่ต้มสีขาวๆ แต่ที่นี่กลับเป็นไก่สีน้ำตาล ซึ่งทางร้านเรียกว่า ข้าวมันไก่ซีอิ้ว (จานละ 50 บาท หรือจะสั่งเป็นไก่ซีอิ้วเป็นจานๆ ก็มีขาย 100/ซีก, 200/ครึ่งตัว, 360/ทั้งตัว) เป็นไก่ซีอิ้วสูตรเด็ดเฉพาะจากสิงคโปร์ ที่ถูกแล่เป็นชิ้นหนาพอดีคำ กลิ่นนั้นหอมชวนกินชิมแล้วหนังนิ่มเนื้อไก่เคี้ยวนุ่มฉ่ำปาก เพราะทางร้านเลือกไก่ตอนตัวเมียที่เนื้อนุ่มมาทำ และเนื้อไก่นั้นออกรสชาติหวานๆ จากน้ำซีอิ้วและเครื่องเทศต่างๆ ที่ซึมถึงเนื้อในไก่ แถมยังได้รสชาติหวานหอมกลมกล่อมจากน้ำซอสที่ราดมาบนเนื้อไก่ด้วย และกินเข้ากันดีกับข้าวมันหอมๆ ที่หุงมาได้แบบไม่แฉะ และไม่มันจนเกินไป ข้าวเป็นเม็ดเคี้ยวมันนุ่มปาก หอมกลิ่นหอมเจียวและกระเทียมเจียวอ่อนๆ ขึ้นจมูกเวลาเคี้ยวอยู่ในปาก ส่วนน้ำจิ้มข้าวมันไก่เป็นแบบสูตรสิงคโปร์แท้ๆ เป็นน้ำจิ้มสีส้มๆ ที่มีรสเปรี้ยวนิดๆ เผ็ดหน่อยๆ ออกรสขิงและได้กลิ่นขิงกินเข้ากันดีกับไก่ซีอิ้ว
ไก่ขาว
       แต่ถ้าใครติดปากกับข้าวมันไก่ขาวๆ ที่นี่ก็มี ข้าวมันไก่ขาว ให้เลือกกินเหมือนกัน (ราคาเหมือนกับข้าวมันไก่ซีอิ้ว) ไก่ขาวของที่นี่ทั้งเนื้อและหนังดูชวนกิน แค่ได้ลองลิ้มก็โดนใจถูกปาก เพราะเนื้อไก่หวานฉ่ำเคี้ยวนุ่มชุ่มปากและได้รสชาติน้ำซอสที่ออกเค็มนิดๆ ที่ราดมาบนเนื้อไก่ กินคู่กับข้าวมันร้อนๆ ถูกปากกันไป
เป็ดอบ
       และนอกจากที่นี่จะมีเมนูข้าวมันไก่สิงคโปร์อันเลิศรสเป็นเมนูเด่นชู โรงให้ได้ลิ้มรสแล้ว ก็ยังมีเมนูอาหารจีนสไตล์สิงคโปร์ให้เลือกลองลิ้มกันอีกด้วย อย่างถ้าใครชื่นชอบกินเป็ด แนะนำว่าให้สั่ง เป็ดอบ (ซีกละ 200 บาท ครึ่งตัว 400 บาท ทั้งตัว 700 บาท) มากินกัน เป็ดอบของที่นี่มีความโดดเด่นตรงที่หนังเป็ดบางกรอบ เนื้อเป็ดเคี้ยวนุ่มปาก ได้รสชาติเครื่องเทศที่หมักถึงเนื้อใน และออกรสเค็มๆ สักนิดจากน้ำซอสที่ราดมาบนเนื้อเป็ด
หมูแดง
       หลังจากได้ลิ้มรสเป็ดกันแล้วหันมากินเมนูหมูกันบ้าง มีเมนูหมูแดง (150 และ 200 บาท) ที่ชวนกิน เพราะหมูแดงของที่นี่เขาเลือกใช้หมูส่วนสันคอที่มีทั้งมันและเนื้อแทรกอยู่ ด้วยกัน นำมาปรุงด้วยน้ำซอสสูตรเด็ดแล้วจึงนำไปอบจนได้หมูแดงที่สุกหอม ลิ้มรสชาติหมูแดงเนื้อนุ่ม ออกรสหวานสักนิด และหอมกลิ่นของเหล้าจีนอ่อนๆ
หมูกรอบ
       อีกหนึ่งเมนูหมูที่ไม่ควรพลาดสั่งมากิน คือหมูกรอบ (150 และ 300 บาท) ที่ขอบอกว่าสาวๆ ที่กลัวอ้วนไม่ต้องกลัว เพราะว่าหมูกรอบที่นี่เขาเลือกหมูสามชั้นที่มีมันน้อยที่สุดมาทำ และไม่ได้นำหมูไปทอดแต่นำหมูกรอบไปอบแทน ทำให้ได้หมูกรอบออกแห้งๆ กินแล้วหมูกรอบนั้นหนังกรอบกรุบได้ใจ ส่วนเนื้อและมันเคี้ยวนุ่มเนียนเข้ากันอย่าบอกใคร
เกี๊ยวน้ำ
       และครั้นกินแต่เมนูแห้งๆ ก็เกรงว่าจะฝืดคอ ที่นี่มีเมนูน้ำที่ชวนกินอย่าง เกี๊ยวน้ำ (40 บาท) ที่ดูธรรมดาๆ แต่ถ้าได้ลองชิมแล้วจะติดใจ เพราะว่าเกี๊ยวน้ำของที่นี่เป็นเกี๊ยวกุ้งลูกใหญ่ ที่กินแล้วเนื้อเกี๊ยวบางนุ่มเคี้ยวไส้เกี๊ยวกุ้งกรุบกรอบออกรสชาติเข้มข้น ได้ใจ แถมยังได้ซดน้ำซุปร้อนๆ ที่หอมหวานกลมกล่อม
น้ำลูกเดือย
       ส่วนอีกหนึ่งเมนูน้ำเป็นเมนูประเภทเครื่องดื่ม ที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอมากๆ ว่าควรสั่งมาดื่มควบคู่ไปกับอาหาร นั่นคือ น้ำลูกเดือย (แก้วละ 20 บาท) เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เพราะในลูกเดือยมีวิตามินและแร่ธาตุอยู่เยอะ น้ำลูกเดือยของที่นี่ดื่มแล้วสดชื่นชุ่มคอ ไม่หวานมาก หอมกลิ่นใบเตยอ่อนๆ และมีลูกเดือยให้เคี้ยวนุ่มมันปากด้วย
      
       ยังไม่หมดสำหรับเมนูที่ชวนกินของ "Lee Fun" นั้นยังมีเมนูอื่นๆ ที่ชวนลองลิ้มอีกไม่ว่าจะเป็น ปอเปี๊ยะทอด (50 บาท) ถั่วงอกราดซีอิ้ว (35 บาท) คะน้าน้ำมันหอย (55 บาท) ซี่โครงหมูอบ (150 และ 300 บาท) และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย ที่ถ้าหากใครเป็นแฟนข้าวมันไก่ ก็ลองหาโอกาสแวะมาตระเวนกินข้าวมันไก่สิงคโปร์ และเมนูอาหารจีนสไตล์สิงคโปร์ที่ชวนกินของร้าน "Lee Fun" กันได้ตามสะดวก
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "Lee Fun" ตั้งอยู่ที่ ชั้น 1 อาคารซอฟต์แวร์ ปาร์ค ถ.แจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี การเดินทางถ้ามาจากแยกปากเกร็ด ให้วิ่งตรงมาที่ถ.แจ้งวัฒนะ วิ่งตรงมาเรื่อยๆ จะเห็นตึกซอฟต์แวร์ปาร์คสูงๆอยู่ทางซ้ายมือ เข้าไปจอดรถได้ในอาคาร แล้วเดินมาที่ชั้น 1 ด้านหน้าอาคารก็จะเห็นร้าน Lee Fun ตั้งอยู่ เปิดจันทร์-เสาร์ 08.00-21.00 น. โทร. 0-2502-6008