ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

เสพติด(รส)อาหาร ที่ ร้าน"Lizm"

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 ตุลาคม 2551 11:38 น.
บรรยากาศน่านั่งแบบชิลล์ ชิลล์ ของร้าน Lizm
       มิตรรักนักกินเคยเกิดอาการเสพติดอะไรบางอย่างไหม เสพติดในที่นี้ไม่ใช่เสพติดยานะ เพราะนั้นเราย่อมรู้ว่ามันเป็นสิ่งไม่ดีไม่ควรติดมัน แต่อาการเสพติดที่กำลังจะพูดถึง คือ เสพติดกับใครบางคน เสพติดกับบรรยากาศของสถานที่ เสพติดหนังสือพิมพ์ ต้องอ่านทุกเช้าไม่เช่นนั้นชีวิตเหมือนขาดบางสิ่ง หรือบางคนตอนนี้ก็อาจจะกำลังเสพติด "ผู้จัดการตระเวนกิน"อยู่
      
       สำหรับ "ผู้จัดการตระเวนกิน" ตอนนี้ก็กำลังค้นพบสิ่งเสพติดอันน่าหลงใหลแห่งใหม่เข้าให้แล้ว นั้นก็คือ การมานั่งเสพติดกินอาหารในบรรยากาศชิลล์ ชิลล์ ที่ร้านน่านั่งอย่าง "Lizm"(ลิซึ่ม) ย่านประชานุกูล
กุ้งวาซาบิ
       ฟังดูอาจจะยังนึกภาพไม่ออกว่าอาการเสพติดอาหารที่ร้าน "Lizm"เป็นอย่างไร จะค่อยๆชี้แจ้งแถลงไขให้หายข้องใจ "Lizm" มีสไตล์การตกแต่ง ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว การออกแบบและตกแต่งภายใน ที่ถูกจัดวางได้อย่างลงตัว ด้วยเฟอร์นิเจอร์โต๊ะ เก้าอี้ โซฟา แบบย้อนยุค เส้นสายลายเหล็กดัดสีขาวให้อารมณ์ของยุค 60 - 70 เน้นความเรียบหรู แบบคลาสสิก แต่ไม่ล้าสมัย
เนื้อปลาช่อนผัดสมุนไพร
       ภายในร้านแบ่งเป็น 3 โซน มีโซนเล่นสด ดีเจโซน โซนซูซิบาร์ ร้านมีด้วยกัน 2 ชั้น จุคนได้เกือบ1,000คน มีโต๊ะสนุกเกอร์ตั้งอยู่ตามมุมเป็นการผ่อนคลาย มีบาร์ที่บริการเครื่องดื่มครบครัน
      
       สิ่งน่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งก็ คือ เรื่องของดนตรี ภายในร้านทุกๆวันจะมีวงดนตรีขึ้นเล่นสดหมุนเวียนกัน 3 วง ต่อวัน สลับกับการเปิดแผ่น เพลงของที่นี่มีทุกแนวอาทิ Hip hop & เพลงไทยทั้งใหม่และเก่า แนวสกา ที่กำลังนิยมเขาก็มีเล่นกัน ดนตรีจะเริ่มเล่นตั้งแต่เวลา 20.30-02.00น. ที่นี่มีมินิคอนเสิร์ตทุกเดือน
สปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาทะเล
       และถึงจะเป็นร้านอาหารสไตล์ Pub& Restaurant เขาก็ไม่ได้มีดีที่บรรยากาศเท่านั้น แน่นอนว่าอาหารก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าดึงดูดใจไม่แพ้บรรยากาศของร้านที่ เดียว ด้วยเมนูอาหารแบบไทยๆ มีเมนูให้เลือกสรรมากกว่า 100 เมนู
      
       ว่าแล้วก็ไม่รอช้าเลือกสั่งเมนูเด็ดมาลิ้มลองกันเลยดีกว่า เริ่มประเดิมด้วย กุ้งวาซาบิ (130 บาท)ดูเผินๆคล้ายกุ้งแช่น้ำปลา เป็นการนำกุ้งแชบ๊วยสดๆที่ผ่านการผ่าหลังเรียบร้อยแล้วมาปรุงรสด้วยการราด น้ำจิ้ม 3 รส สูตรพิเศษตรงที่มีการผสมผงวาซาบิลงไป ทำให้ได้รสชาติเผ็ดขึ้นจมูก เวลากินจะต้องตักกินทั้งตัว เพราะใต้ตัวกุ้งยังมีเครื่องเคียงอย่างผักกระถินรองมาด้วย รสชาติเปรี้ยว เผ็ด เข็ดฟันแบบนี้ แนะนำว่าจานนี้เหมาะสำหรับเป็นกับแกล้มถูกใจคอเบียร์ เป็นแน่
ปลาสำลียำมะม่วง
       อย่ารอช้าสั่งมาอีกเมนูเลยดีกว่า กับ เนื้อปลาช่อนผัดสมุนไพร (130 บาท)เมนูดีๆที่อุดมด้วยสมุนไพรนานาชนิด อย่าง หอมแดงเจียว ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด กระชาย ขิง พริกไทยอ่อน พริกแห้ง ที่ผ่านการทอดจนกรอบน่ากิน นำมาโรยลงบนเนื้อปลาช่อนที่แล่เอาแต่เนื้อ แล้วลงปะแป้งเล็กน้อย ก่อนทอดจนเหลืองกรอบน่ากิน จานรสกลมกล่อมเลยทีเดียวเนื้อปลาช่อนกรอบนอกนุ่มใน หอมกลิ่นสมุนไพรมาแต่ไกล
      
       ตามด้วยอีกหนึ่งเมนูเส้นอย่าง สปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาทะเล (120 บาท) จานนี้รสจัดจ้านแบบขี้เมาแท้ ด้วยเส้นสปาเก็ตตี้อันเหนียวนุ่ม เมื่อนำมาผัดรวมกับ กุ้ง ปลาหมึก แครอท พริกไทยอ่อน เหยาะซอสขี้เมาสูตรพิเศษลงไปโรยหน้าด้วยใบกระเพรากรอบ ก็กลายเป็นเมนูน่ากินแล้ว กุ้งก็สด ปลาหมึกก็เคี้ยวหนึบชิ้นโต ยากจะห้ามใจไม่ให้กิน
ลาบหมูทอด
       อีกหนึ่งเมนูชวนหม่ำ ปลาสำลียำมะม่วง (250 บาท) เป็นปลาสำลีไร้กาง นำมาชุบแป้งแล้วชุบเกล็ดขนมปัง กินคู่กับน้ำยำมะม่วง สูตรลับเฉพาะ รสชาติของเนื้อปลากรอบนอก นุ่มใน จะกินเนื้อปลาเปล่าๆก็หวาน เพราะปลาสด จะกินคู่กับน้ำยำก็เข้ากัน เพราะได้รสชาติความเปรี้ยวจากเนื้อมะม่วง
ชิคาโกฟรายด์
       เมนูนี้มาแล้วไม่สั่งไม่ได้ เพราะเป็นเมนูขึ้นชื่อของทางร้าน ลาบหมูทอด (90 บาท) เขาเอาหมูสับมาหมักเครื่องลาบแล้วตีจนเหนียว จากนั้นปั้นก้อน มีเคล็ดลับคือทอดในน้ำมันเดือด รอจนลาบลอยตัวเองก็ถือว่าสุกใช้ได้ แล้วเสิร์ฟพร้อมผักชีฝรั่ง ใบมะกรูดซอย สะระแหน่ รสชาติกลมกล่อม ไม่เผ็ดมาก หอมกลิ่นข้าวคั่ว
      
       ตบท้ายกันด้วย ชิคาโกฟรายด์ (100 บาท)เมนูอาหารว่างที่ใช้เฟรนฟรายด์ชุบแป้ง หมักเครื่องเทศ ทอดจนกรอบเหลือง กินคู่กับน้ำจิ้มมายองเนสสูตรเฉพาะของทางร้าน หอมกลิ่นเครื่องเทศ ด้วยรสเค็มนิดๆเหมาะสำหรับนักดื่มยิ่งนัก ระวังหยิบชิ้นเพลินหมดจานอย่างไว
อีกมุมหนึ่งของบรรยากาศภายในร้าน
       ใครมาแต่หัวค่ำกินหมดเร็ว จะสั่งเพิ่มก็ยังมีอีกหลากหลายเมนู ที่ขึ้นชื่อทั้ง เกี๊ยวห่อชีสทอด (90 บาท),ทาโร่อบเนย (70 บาท),เม็ดมะม่วงผัดขี้เมา (100 บาท),เนื้อสิงห์ย่าง(120 บาท) ที่เป็นเมนูพิเศษเป็นเนื้อวัวหมักเครื่องเทศ หมักเบียร์สิงห์, มีอาหารเซตคู่ราคา(170 บาท)อาทิ ปีกไก่ทอดน้ำปลาคู่กับยำก้านคะน้า,แหนมข้อไก่คู่กับยำรวมเห็ด,หมูมะนาวคู่กับไก่คั่วเกลือ เป็นต้น
      
       ประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็มีให้เลือกนานาชนิด แต่ถ้าใครชอบแบบเบาๆหน่อยประเภทค็อกเทลขอแนะนำ Sex on the beach (140 บาท),Pink lady (140 บาท) ด้วยสรรพคุณมากมายขนาดนี้เห็นหรือยังเล่าว่า"Lizm"มีดีที่น่าเสพติดตรงไหน
Pink lady
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน "Lizm" ตั้งอยู่ที่ 9/240 ซ. รัชดาภิเษก 74 บางซื่อ กทม. การเดินทางจากแยกประชานุกุลให้วิ่งตรงมายังเส้นที่จะไปวงศ์สว่าง แล้วกลับรถใต้สะพานที่จะข้ามไปยังสี่แยกวงศ์สว่าง ขับมาอีกเล็กน้อยจะพบป้ายร้านขนาดใหญ่และร้านตั้งอยู่ซ้ายมือ จุดสังเกตร้านตั้งอยู่ริมถนน ด้านหลัง ร.พ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18.00 - 02.00น. ส่วนดนตรีจะเล่นประมาณ 20.30-02.00 ทางร้านยินดีรับบัตรเครดิตทุกชนิด สามารถจอดรถได้ภายในร้าน ผู้สนใจสอบถามได้ที่โทร.โทร.0-2913-9880-1

“ไก่ย่างเสือใหญ่” ถึงใจ แซบหลาย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 กันยายน 2551 15:41 น.
บรรยากาศภายในร้านไก่ย่างเสือใหญ่
       “ไก่ย่าง” เมนูง่ายๆ ที่หากจะทำให้อร่อยนั้นไม่ง่ายเลย แต่ทว่าในเมืองไทยนั้นก็มีผู้เชี่ยวชาญด้านการทำไก่ย่างในระดับฝีมือเป็น เอกอุอยู่หลายร้าน ดังเช่นร้าน “ไก่ย่างเสือใหญ่” ที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ไปประสบพบเจอในมื้อนี้
      
       สำหรับร้าน“ไก่ย่างเสือใหญ่” ร้านนี้หลายคนๆ ที่เป็นคออาหาร โดยเฉพาะอาหารอีสานสุดแซบคงจะพอได้ยินชื่อเสียงกันมาบ้าง เพราะที่จริงแล้วร้านไก่ย่างเสือใหญ่นั้นมีสาขาแรกอยู่ตรงซอยเสือใหญ่อุทิศ (ซ.รัชดาภิเษก 36) ซึ่งเปิดขายมานานกว่า 20 ปีแล้ว ส่วนร้านที่พวกเรามากินกันในมื้อนี้เป็นสาขา 2 ที่ขยับขยายกิจการมาเปิดอยู่ที่นี่ก็นานกว่า 10 ปี โดยที่นี่เน้นขายอาหารอีสานแบบรสชาติดั้งเดิมสุดแซบ และก็ยังมีอาหารไทย อาหารจีนให้ได้เลือกลิ้มรสกันด้วย ซึ่งอาหารของที่นี่นอกจากจะมีรสชาติอันดีที่ชวนกินแล้ว เรื่องของวัตถุดิบที่นำมาปรุงอาหารทางร้านเขาก็ใส่ใจคัดสรรแต่ของที่มี คุณภาพมาทำ แถมทั้งอาหารของที่ยังปรุงแบบไม่ใส่ผงชูรส กินได้อย่างสบายใจ
ส้มตำไทย
       ในมื้อนี้พวกเราด้วยความที่มากันหลายคน และแต่ละคนก็ชื่นชอบอาหารที่แตกต่างกันไป พวกเราก็เลยเลือกที่จะสั่งเมนูอาหารมากินแบบหลากหลาย แบบว่าเลือกสั่งเมนูเด่นๆ ของที่นี่มากินกันจนเต็มโต๊ะ เมนูแรกที่ถูกเสิร์ฟมาคือ ส้มตำไทย (50 บาท) ที่ตำมาได้แบบครบเครื่องส้มตำ ชิมรสชาติส้มตำไทยมะละกอเคี้ยวกรุบกรอบเพราะทางร้านเลือกใช้มะละกออย่างดี จากดำเนินสะดวก (ราชบุรี) และปรุงรสชาติเปรี้ยวได้ใจเพราะใช้มะนาวคั้นสดๆ เผ็ดนิดๆ จากพริกขี้หนูสวน และเคี้ยวมันปากกับถั่วลิสงหอมๆ ที่ทางร้านคั่วเองแบบสดใหม่
แหนมหม้อทอด
       จากนั้นตามมาด้วยเมนู แหนมหม้อทอด (90 บาท) เป็นแหนมหม้อที่ทางร้านสั่งตรงมาจากเชียงใหม่โดยเฉพาะ นำมาหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าแล้วนำไปคลุกกับไข่และเกร็ดขนมปังทอดจน เหลืองกรอบ กินแหนมทอดร้อนๆ เคี้ยวกรอบนอกเนื้อในนุ่มได้รสชาติแหนมรสดีไม่เปรี้ยวหวาน กินแกล้มกับถั่วลิสงทอด ขิงอ่อน ผักชีฝรั่ง ผักกาดหอม และกะหล่ำปลี
ไก่ย่าง
       เมนูต่อมาถือว่าเป็นเมนูเด่นชูโรงของที่นี่ ถ้ามาแล้วไม่สั่งมากินไม่ได้ นั่นคือไก่ย่าง (ตัวละ 160 บาท ครึ่งตัว 80 บาท) เป็นไก่ย่างที่ตัวไม่ใหญ่มากนัก ทางร้านเลือกใช้ไก่บ้านสีทองจากโคราชที่คัดมาอย่างดี นำมาหมักกับเครื่องสมุนไพรไทยค้างคืนไว้ ก่อนจะนำมาย่างด้วยเตาไร้ควันจนไก่สุก แล้วพอลูกค้าสั่งก็จะนำมาย่างด้วยเตาถ่านอีกทีเพื่อให้หนังกรอบ ทำให้ไก่ย่างของที่นี่มีรสชาติโดดเด่นตรงที่ไก่หนังบางกรอบ เนื้อแห้งเคี้ยวนุ่มได้รสชาติเครื่องหมักที่ซึมลึกถึงเนื้อในไก่ และยังมีน้ำจิ้มหวาน กับน้ำจิ้มแจ่วที่ทางร้านทำเองมาให้จิ้มเพิ่มรสชาติ
ต้มโคล้งปลากรอบ
       กินแต่เมนูแห้งๆ มาหลายจาน ชักเริ่มฝืดคอเลยสั่ง ต้มโคล้งปลากรอบ (120 บาท) มากินซดน้ำร้อนๆ ให้คล่องกันหน่อย ต้มโคล้งปลากรอบของที่นี่รสดีตรงที่ปลากรอบเป็นปลาเนื้ออ่อนที่นำมาทอดจน กรอบอีกที กินแล้วได้ทั้งความหอมและรสชาติปลากรอบรสดี ที่เข้ากันกับน้ำซุปต้มโคล้งเปรี้ยวแซบได้ใจ
หมี่กรอบชาววัง
       และเรายังไม่อิ่ม ยังสั่งหมี่กรอบชาววัง (90 บาท) มากินกันต่อ เป็นเส้นหมี่ขาวนำมาทอดจนฟูกรอบและผัดปรุงรสชาติเคล้ากับเครื่องต่างๆ ตามสูตรเด็ดของทางร้านได้หมี่กรอบที่กินแล้วเคี้ยวกรอบนุ่มซึมรสชาติเครื่อง ปรุงที่เข้มข้นกลมกล่อมถูกปาก และหอมกลิ่นผิวส้มซ่าที่โรยมาบนหมี่กรอบ
โรตีเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย
       สุดท้ายพวกเราเลือกที่จะขอปิดมื้ออิ่มกันด้วย โรตีเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย (120 บาท) เป็นเมนูแกงจานเด็ด ที่ทางร้านโขลกเครื่องแกงเขียวหวานเองนำมาแกงใส่ลูกชิ้นปลากรายที่ทำเองแบบ ใช้เนื้อปลากรายล้วนๆ ลิ้มรสแล้วโดนใจปากมากๆ ตรงที่ลุกชิ้นปลากรายเคี้ยวนุ่มหนึบหนับปาก น้ำแกงเขียวหวานเข้มข้นถึงเครื่องแกงออกเผ็ดนิดๆ กินคู่กับโรตีทอดกรอบสุดยอดนักเชียว
บรรยากาศโต๊ะนั่งด้านนอกรับลมเย็นๆ
       และนอกจากเมนูจานเด็ดเหล่านี้ที่พวกเราได้สั่งมากินกันจนอิ่มแน่น ท้องแล้ว ก็ยังแอบชำเลืองเห็นว่าในเมนูอาหารยังมีอาหารจานเด็ดอื่นๆ ที่ชวนชิมอีกมาก อาทิ แกงคั่วหอยขม (100 บาท) ทอดมันปลา (100 บาท) ส้มตำปูม้าสด (90 บาท) แกงเผ็ดเป็ดย่าง (120 บาท) เต้าหู้ทรงเครื่อง (120 บาท) และยังมีของหวานอย่าง ไอศกรีมมะพร้าวน้ำหอม (ถ้วยละ 25 บาท) และน้ำสมุนไพรชวนดื่มที่ทางร้านทำเอง อาทิ น้ำกระเจี๊ยบ ตะไคร้ ลำไย (แก้วละ 30 บาท) แต่เห็นทีว่ามื้อนี้คงจะกินไม่ไหวแล้วจริงๆ เอาเป็นว่าขอติดเอาไว้ก่อน แล้วคราวหน้าจะขอกลับมาอิ่มแซบสบายท้องกันที่ร้าน "ไก่ย่างเสือใหญ่" กันอีก
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “ไก่ย่างเสือใหญ่” ตั้งอยู่ที่ 150/1 ถ.กรุงเทพกรีฑา แขวงและเขตสะพานสูง กทม. การเดินทางถ้ามาจากเส้นศรีนครินทร์ วิ่งตรงมายังสี่แยกกรุงเทพกรีฑา จากนั้นให้เลี้ยวขวาเข้าถนนกรุงเทพกรีฑา วิ่งตรงเข้าไปประมาณ 1-2 กม.จะเห็นร้านไก่ย่างเสือใหญ่ตั้งอยู่ริมถนนทางซ้ายมือ มีป้านร้านให้เห็น จุดสังเกตร้านจะตั้งอยู่ตรงข้ามกับสนามกอล์ฟยูนิโก้ เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. ถ้ามากินแนะนำว่าควรโทร.มาจองโต๊ะล่วงหน้าก่อนที่เบอร์ 0-2736-2200

ครบรสสไตล์คันทรี่ ที่ ร้าน“เลยฝัน”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 มิถุนายน 2551 11:31 น.
บรรยากาศน่านั่งที่ร้านเลยฝัน
       คนเราทุกคนย่อมมีความฝันเป็นของตัวเอง บ้างฝันอยากเป็นนักบิน นักร้อง บ้างฝันอยากร่ำรวยมีกิจการเป็นของตัวเอง แต่จะมีสักกี่คนที่ทำความฝันนั้นให้สำเร็จเป็นจริงขึ้นมาได้ ร้านอาหารที่มีชื่อว่า “เลยฝัน” ย่านถนนราชพฤกษ์ ซึ่ง “ผู้จัดการตระเวนกิน”พามาเยือนในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจของคนมีไฟฝัน แถมยังเป็นฝันที่เกินฝันเสียด้วย
อีกหนึ่งมุมบรรยากาศภายในร้านเลยฝัน
       ร้านเลยฝันเกิดขึ้นจากความฝันของเจ้าของร้าน ที่ครั้งแรกฝันไว้ว่าอยากทำเป็นร้านอาหารเล็กๆ แต่พอสร้างไปสร้างมากลับใหญ่โตเกินคาดเกินกว่าที่ฝันไว้ ก็เลยเป็นที่มาของชื่อร้านว่า “เลยฝัน” เป็นร้านอาหารสไตล์คันทรี่โฮม ที่เน้นความเป็นธรรมชาติ เป็นบรรยากาศของเรือนไม้ซุง ภายในค่อนข้างเปิดโล่ง มีในเลือกทั้งแบบ open air รับลมเย็นสบายๆและแบบ in door ที่ร่มรื่นสามารถนั่งกินข้าวไปเคล้าคลอกับเสียงเพลง ที่มีดนตรีในแนวคันทรี่และสากลร่วมสมัยคอยขับกล่อมเป็นการเพิ่มอรรถรส
ปูนิ่มผัดพริกไทยดำ
       โดยเฉพาะคืนวันศุกร์ที่สามของเดือน ทางร้านเลยฝันแห่งนี้จะกลายเป็น “จุดนัดพบคาวบอย” ที่มีเหล่าคนรักฝันอยากเป็นคาวบอยมารวมกัน เสริมสร้างบรรยากาศครื้นเครงให้กับร้านเป็นสีสันได้เป็นอย่างดี ด้านเรื่องของอาหารที่นี่เน้นหนักไปทางอาหารไทย รสชาติจัดจ้านมีเมนูให้เลือกสรรกว่า100 เมนู ที่ขึ้นชื่อก็มีด้วยกันหลากหลาย ทั้ง
      
       ปูนิ่มผัดพริกไทยดำ(200บาท) ร้านเขานำปูนิ่มมาลวกน้ำร้อนก่อนที่จะนำไปชุบแป้งทอด แล้วผัดใส่ซอสพริกไทยดำสูตรพิเศษของทางร้าน ผัดรวมกับแครอท พริกหยวกสามสี พริกไทยอ่อน หอมใหญ่ รากผักชีสับ กระเทียมสับ คลุกเคล้าน้ำมันหอย ซอสปรุงรส และซีอิ้วขาว เท่านี้ก็จะได้ปูนิ่มผัดพริกไทยดำจานเด็ดพร้อมเสิร์ฟด้วยรสชาติหอมและเผ็ด ร้อนพริกไทยดำปูนิ่มถึงเครื่องเคี้ยวได้ทั้งตัว
ออส่วนกรอบ
       อีกหนึ่งจานที่ทางร้านเขาแนะนำคือ ออส่วนกรอบ (120บาท)ทางร้านเขารับประกันว่าออส่วนที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น เพราะเป็นออส่วนกรอบที่นำเอาหอยนางรมลวกน้ำร้อน แล้วลงผสมกับแป้งสูตรลับเฉพาะอีกสามชนิดใส่ไข่ไก่เพื่อช่วยเพิ่มสีสัน ใส่กระเทียมเจียว แครอทสับ ปรุงรสด้วยเหล้าจีน น้ำมันหอย ผงปรุงรส น้ำตาล ลงทอดจนเหลืองกรอบน่ากิน ก่อนเสิร์ฟตบท้ายด้วยการโรยหน้าถั่วงอกและผักชี ก็จะได้ออส่วนกรอบกรอบนอกนุ่มในรสกลมกล่อม
ต้มโคล้งปลากระทิง
       เมนูที่ไม่ควรพลาดอีกหนึ่งเมนูก็คือ ต้มโคล้งปลากระทิง(180บาท) เนื่องจากปลากระทิงเป็นปลาที่หายากมีเฉพาะฤดูกาลเท่านั้น ใครมาแล้วได้กินจึงถือว่าโชคดี ต้มโคล้งของที่นี่เขาจะนำปลากระทิงมาย่างรมควันให้หอม จากนั้นใส่เครื่องต้มโคล้ง อย่าง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด เห็ดฟาง มะเขือเทศสีดา หอมแดง ที่นำไปเผาให้หอมแล้วค่อยนำมาคั่วอีกที ก่อนใส่น้ำซุปแล้วปรุงรสด้วย พริกขี้หนู น้ำมะขาม ต้มโคล้งรสกลมกล่อมแซบดีแท้
ผัดฉ่าปลากระทิง
       ยังไม่หมดกับเมนูปลากระทิงขออีกสักหนึ่งเมนูกับ ผัดฉ่าปลากระทิง(180บาท) ที่นำปลากระทิงกับใบยี่หร่าสดหั่น เพิ่มความเผ็ดหอมด้วยน้ำพริกสูตรของทางร้านที่นำมาปั่นรวมกัน แล้วผัดใส่ผงปรุงรสผัดพอสุก ก่อนนำเครื่องผัดฉ่า ที่มีกระชายหั่นฝอย พริกชี้ฟ้าเหลือง หั่นแฉลบ พริกไทยอ่อน พริกขี้หนู มาผัดฉ่าจนหอมฟุ้ง จานนี้จัดจ้านไม่เบาทีเดียว
ปลากะพงสมุนไพร
       ปิดท้ายขบวนกันด้วย ปลากะพงสมุนไพร(250บาท) ปลากะพงสดล้างแล้วบั้งจากนั้นนำลงทอด กินคู่กับเเครื่องสมุนไพรที่ต้องผ่านกรรมวิธีการทอดเช่นกันอย่าง กระชาย ตะไคร้ซอย ขิง ข่า ใบมะกรูด พริกไทยอ่อน กระเทียม หั่นแว่น ชุบแป้งเล็กน้อยทอดกรอบ แล้วราดเครื่องยำ อย่างขิง ตะไคร้ซอย ถั่วลิสง หอมแดง พริกขี้หนู น้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาล เนย ที่เคี่ยวรวมกัน จะได้ปลากะพงเนื้อนุ่มรสดีอีกหนึ่งจาน
      
       และหากใครยังไม่อิ่มหนำกับเมนูอาหารที่แนะนำมาทางร้านก็ยังมีเมนูดีๆรอคอยพร้อมนำเสนออีกมากมายอาทิ ลาบหมูทอด(100บาท),ปลากะพง2รส (250บาท),ปอเปี้ยะสาหร่าย (120บาท), หมูพันคะน้า (90 บาท ),ปลารากกล้วย 5รส( 90 บาท) ใครที่มีความฝันหรือกำลังคิดฝันอยู่ล่ะก็ลองแวะกินอาหารที่ร้าน “เลยฝัน” ดูบางทีรสชาติอาหารที่นี่อาจจะทำให้ความคิดฝันของคุณเป็นจริง
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       การเดินทางมายังร้าน “เลยฝัน” จากทางด่วนงามวงศ์วานถนนรัตนาธิเบศน์ข้ามแยกแครายข้ามสะพานพระนั่งเกล้า เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนราชพฤกษ์กลับรถใต้สะพานเข้าช่องซ้ายใกล้โรงแรมเอริค กลับรถ 500 เมตรจะเจอป้ายร้านเลยฝัน ร้านเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00-01.00 น. มีดนตรีเล่นทุกวัน รับบัตรเครดิตของวีซ่า มาสเตอร์การ์ด โทร.02-9222-537,08-1843-5487,08-4136-4689

"โหว โหว คาเฟ่" มนต์เสน่ห์แห่งอาหารจีน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 มิถุนายน 2551 08:47 น.
บรรยากาศภายในร้าน"โหว โหว คาเฟ่"
       "อาหารจีน" เป็นหนึ่งในอาหารที่คุ้นลิ้นคุ้นปากคนไทยมาช้านาน ในบ้านเรามีอาหารจีนเจ้าเด็ด รสเด่น อยู่มากมาย อย่างกับร้าน "โหว โหว คาเฟ่" (HOHO Caf’e) ที่ "ผู้จัดการตระเวนกิน" ไปตระเวนกินในครั้งนี้
หากมากินกันหลายคนก็มีโต๊ะจีนให้เลือกนั่ง
       ร้านโหว โหว คาเฟ่ ร้านนี้ไม่ใช่ร้านอาหารจีนน้องใหม่ในบรรณพิภพร้านอาหารจีนบ้านเรา หากแต่ว่านี่คืออดีตของ ร้าน โหว โหว ฮ่องกงคิทเช่น หนึ่งในร้านอาหารจีนชื่อดังย่านสีลม ซึ่งวันนี้โหว โหว ฮ่องกงคิทเช่น ได้ย้ายร้านมาอยู่ที่ใหม่ในคลับเฮ้าส์ แร็กเก็ตคลับ ซ. สุขุมวิท 49/9 พร้อมกับเปลี่ยนชื่อร้านใหม่เป็น "โหว โหว คาฟ่"
       

       แม้จะเปลี่ยนที่ เปลี่ยนชื่อ แต่ว่าในเรื่องรสชาตินั้นยังยอดเยี่ยมไม่เปลี่ยน โดยร้านนี้นำเสนอในเมนูอาหารจีนอันเลิศรสสไตล์ฮ่องกงรสเลิศ กับเมนูอาหารจีนประยุกต์ที่ชวนกินไม่น้อย
ปูนิ่มผัดพริกเกลือ
       ว่าแล้วเราก็ขอเลือกที่จะสั่งเมนูจานเด่นๆของที่นี่มาลิ้มลองกัน เริ่มจากสั่งเมนูกินเล่นเบาๆ ท้องกันก่อน อย่างปูนิ่มผัดพริกเกลือ (200 บาท+) เป็นปูนิ่มที่ทางร้านนำมาหมักกับซอสและปรุงรสชาติ ก่อนจะนำไปชุปแป้งทอดจนเหลืองกรอบ แล้วนำมาผัดคลุกเคล้ากับเครื่องพริกเกลือ ที่มีพริกชี้ฟ้าแดง พริกเซี่ยงไฮ้ กระเทียมสับ กระเทียมเจียว ผัดให้เครื่องทุกอย่างเข้ากับปูนิ่ม จะออกแห้งๆ ชิมปูนิ่มกรอบนอกนุ่มใน ได้รสชาติพริกเกลือออกเค็มๆ เคี้ยวมันปากกับกระเทียม
ปลาดอรี่นึ่งซีฟู้ด
       เมนูต่อมาเรารู้ว่ากินปลาแล้วดีต่อร่างกาย จึงเลือกสั่งมาเป็น ปลาดอรี่นึ่งซีฟู้ด (180 บาท+) ที่มีความพิเศษตรงที่ ทางร้านนำปลาดอรี่ ซึ่งเป็นปลาน้ำจืดที่ต้องสั่งมาเป็นพิเศษจากเวียดนาม นำมาหมักด้วยสูตรเด็ด ก่อนจะนำไปนึ่งจนปลาสุกได้ที่ โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว แล้วมาพร้อมกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดที่ทางร้านทำเอง คีบปลาเนื้อขาวๆ ส่งเข้าปากเคี้ยวแล้วนุ่มนิ่มปาก ไม่มีกลิ่นคาว แถมยังหวานเนื้อปลาสดๆ และยิ่งจิ้มกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดแซบปาก กินไปกินมาเผลอแป๊บเดียวปลาหมดจานแบบไม่รู้ตัว
สลัดกุ้งตะกร้า
       เราจึงรีบสั่งเมนู สลัดกุ้งตะกร้า (400 บาท+) ซึ่งทางร้านบอกว่าเป็นเมนูจานเด็ดที่ขายดีมากๆ มากินกันต่อทันที เป็นกุ้งแชบ๊วยตัวโตๆ หมักปรุงรสชาติชุปแป้งทอดกรอบ และก็มีน้ำสลัดครีมข้นๆ สูตรเด็ดของทางร้านราดมาบนกุ้ง แล้วโรยด้วยงาขาว ที่สำคัญกุ้งนั้นใส่มาตะกร้าที่กินได้ เพราะทำมาจากเผือกทอดกรอบ ลิ้มรสชาติกุ้งตัวโตเนื้อแน่นหวานกรอบ ซึมรสชาติน้ำสลัดข้นๆ หวานมันปาก แกล้มด้วยการกินตะกร้าเผือกทอดเคี้ยวกรุบกรอบ
ก๋วยเตี๋ยวราดหน้ากุ้งไข่
       ก๋วยเตี๋ยวราดหน้ากุ้งไข่ (130 บาท+) เป็นอีกหนึ่งเมนูเด็ดที่ทางร้านแนะนำ เป็นราดหน้าสูตรเด็ดที่จะนำเส้นใหญ่ไปทอดจนกรอบ แล้วก็ทำน้ำราดหน้าสูตรเด็ดที่จะใส่ไข่ตีลงไปในน้ำราดหน้าด้วย และก็ใส่กุ้งตัวโตๆ ลงไป กินราดหน้าจานนี้แล้วรสโดนใจ เส้นใหญ่กรอบนอกแต่นุ่มใน กลมกลึงเข้ากับน้ำราดหน้ารสละมุนลิ้น กลมกล่อมปากชนิดที่ว่าไม่ต้องปรุงรสอะไรเพิ่มเลย
ปลาทับทิมทอดราดต้มยำ
       พอจัดการกับราดหน้าจนเกลี้ยงจานไปแล้ว เราเลือกที่จะปิดมื้ออิ่มด้วยเมนูปลามากินกันอีกหนึ่งอย่าง คือ ปลาทับทิมทอดราดต้มยำ (300 บาท+) ที่ถึงแม้จะไม่ใช่อาหารจีนสักเท่าไหร่ ถือว่าเป็นเมนูจีนดัดแปลงจานเด็ด ที่มาช่วยตัดรสชาติความเลี่ยนได้เป็นอย่างดี เมนูนี้เป็นปลาทับทิมที่นำไปทอดจนกรอบ และมีต้มยำจัดจ้านแบบไทยๆ ราดมาจนท่วมตัวปลา แล้วโรยหน้าด้วยเครื่องต้มยำที่นำไปทอดกรอบอีกที กินเมนูนี้แล้วต้องบอกว่าดีต่อสุขภาพจริงๆ เพราะได้กินปลาทับทิมเนื้อนุ่มหวาน และได้ซดน้ำต้มยำรสแซบปาก ชุ่มคอที่มีส่วนผสมของสมุนไพรทั้งนั้น
ติ่มซำนึ่งร้อนๆ
       มื้อนี้เราสั่งมากินกันเต็มโต๊ะถึง 5 เมนูจานเด็ด แต่ถ้าใครยกโขยงมากินกันเยอะๆ คิดว่าเมนูเหล่านี้คงจะยังไม่พอ ซึ่งเราก็อยากจะบอกว่าในเมนูอาหารนั้นยังมีอาหารอีกหลายอย่างที่ชวนสั่งมา กินกัน อาทิ ติ่มซำ (เข่งละ 39 บาท) ที่นึ่งมาร้อนๆ มีให้เลือกกว่า 8 อย่าง เนื้อสันฮ่องกง (200 บาท+) บาร์บีคิวเป็ดย่าง-หมูแดง (170 บาท+) ผักโขมผัดกระเทียม (100 บาท+) และอีกนานาอาหารจีนจานเด็ด ที่ร้าน "โหว โหว คาเฟ่" นำมากำนัลปากแก่นักกินที่ชื่นชอบอาหารจีน
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "โหว โหว คาเฟ่" (HOHO Caf’e) ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 คลับเฮ้าส์ แร็กเก็ตคลับ ซ. สุขุมวิท 49/9 ถ.สุขุมวิท คลองตันเหนือ วัฒนา กทม. การเดินทางถ้ามาจากถ.สุขุมวิท ให้วิ่งตรงมาเรื่อยๆ จนมาถึงซ.สุขุมวิท 49 ให้เลี้ยวเข้ามาในซอยนี้ และขับตามทางมาเรื่อยๆ จนมาถึงรพ. สมิติเวช ให้สังเกตป้าย ซ.สุขุมวิท 49/9 ก็ให้วิ่งตรงเข้ามาในซอยนั้น ก็จะเห็นคลับเฮ้าส์ แร็กเก็ตคลับอยู่ด้านใน และร้านโหว โหวฯ ก็จะตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของคลับเฮ้าส์ฯ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน เปิดอังคาร-อาทิตย์ 10.00-21.30 น. ทางร้านมีบริการส่งอาหารภายในเขตสุขุมวิทด้วย โทร. 0-2714-7277