ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

อร่อยหลากหลายกับบุฟเฟต์ซูชิ ที่ อนันตรา ริเวอร์ไซต์ฯ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 กุมภาพันธ์ 2555 12:33 น. 
       ซูชิเมนูอาหารญี่ปุ่นที่เราคุ้นเคย หากใครชื่นชอบซูชิ ห้องอาหารเบฮิฮานา ณ อนันตรา ริเวอร์ไซต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา กับโปรโมชั่นสุดคุ้มของผุ้ที่ชื่นชอบซูชิ เชิญพบกับซูชิและซาซึมิ สูตรพิเศษหลากหลายชนิด และเมนูแนะนำ เบนิฮานา เช่น ซามูไร เทมปุระกุ้งมังกร อโวคาโด หน่อไม้ฝรั่งที่โรยด้วยแอลมอนด์สไลด์ บุฟเฟ่ต์ซูชิทุกวันจันทร์ มื้อกลางวันเวลา 11.30-14.30น. มื้อเย็น เวลา 18.00-22.30น. ราคา 599 บาท++ พร้อมชาเขียวและไอศกรีมเติมได้ตลอด หรือราคา799 บาท++ พร้อมชาเขียว ไอศกรีม เบียร์อาซาฮีและสาเก ตลอดมื้ออาหาร โทร.0-2476-0022 ต่อ 1416
       มาต่อด้วยเมนูสำหรับผู้ที่ชอบอาหารจีน ห้องอาหารจีนหลินฟ้า โรงแรมสยามซิตี เชิญ ลิ้มลองสุดยอดอาหารจีน รสชาติจักรพรรดิ กับ 6เมนูจานเด่น อาทิ ปอเป็ยะซ่ากุ้งและแฮม กุ้งทอดราดซอสวาซาบิส เป็ดอบน้ำผึ้ง ปลาหิมะยำน้ำมันงา หอยแมลงภู่ผัดพริกเกลือและซุบเกาลัดเนื้อ เสิร์ฟพร้อมไวน์ Blue Nun Riesling มื้อกลางวันเวลา 11.30-14.30 น. มื้อเย็นเวลา 18.00-22.30น. ราคา 220 บาท++ ตั้งแต่ 1 ม.ค.-29 ก.พ.2555 โทร.0-2247-0123 ต่อ 1820
       ต่อด้วยเมนู ปลาทูหางแข็ง ห้องอาหารญี่ปุ่น โรงแรมวินเซอร์ สวีทส์ สุขุมวิท 20 จัดเทศกาลเมนูปลาทูหางแข็ง ตลอดเดือนก.พ. มีเมนูให้เลือกอร่อย อาทิ ยำปลาทูหางแข็ง ปลาทูหางแข็งย่างเกลือ ปลาทูหางแข็งต้มซีอิ้ว ราคา200 บาท/1เมนู นอกจากนี้ยังมีบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น มื้อค่ำ 18.00-22.30 น. ราคา 699 บาท++ เปิดบริการทุกวัน มื้อกลางวัน 11.30-14.30 น.โทร.0-2262-1234 ต่อ 1408
       และเมนูสุขภาพที่ ร้านอาหารฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จัด เมนูคนรักสุขภาพ “เกี๊ยวน้ำหูฉลาม” ด้วยวัตถุดิบนำเข้าชั้นดี ปรุงเป็นน้ำซุปเหนียวข้นรสกลมกล่อม เสริฟพร้อมเกี๊ยวหมูลูกโตยัดไส้ด้วยหุฉลามและเห็ดหูหนู อิ่มสบายท้องและได้รับทั้งยาบำรุง โทร.0-2833-5061 ต่อ 5073 , 5063
       สุดท้ายกับเมนู เนื้อวัวจากออสแตรเลีย ห้องอาหารอิตาเลียน ลา ทาโวล่า โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ ชวน ลิ้มลองเมนูเนื้อแกะและเนื้อวัว จากออสเตรเลีย นำมาปรุงเป็นเมนูพิเศษ อาทิ พาสต้าคาเนลโลนีสอดไส้เนื้อสะโพกวัว พามาซานชีสและผักร็อคเก็ต สเต็กวัวสากิวสันเสิร์ฟพร้อมราวิโอลีสอดไส้เห็ดพอชินีและเห็ดทรัฟเฟิลดำ เมนูเริ่มต้นในราคา 450 บาท++ ตั้งแต่ 13ม.ค.-29ก.พ.2555 พิเศษ มื้อค่ำ มีสิทธิลุ้นที่พัก 3วัน 2คืน พร้อมตั๋วเครื่องบินการบินไทยไป-กลับ ชมฟาร์มสัตว์ที่ออสเตรเลีย โทร.0-2215-5010,0-2215-5000 ต่อ 8200

ลิ้มรสชีสฟองดูว์ ที่ รร. แกรนด์แปซิฟิกฯ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 กุมภาพันธ์ 2555 11:54 น. 
       สำหรับใครที่ชื่นชอบกินชีสหนืดๆ นุ่มๆ หอมหวาน ให้ตามมาทางนี้ เพราะเราจะชวนไปกินฟองดูว์ชีสอร่อยลิ้น กันที่ห้องอาหารซีเลสติโน โรงแรมแกรนด์แปซิฟิก ซอฟเฟอริน รีสอร์ท แอนด์ สปา ชวนมากินอาหารสไตล์ฟองดูว์กับ คลาสสิกชีสฟองดูว์ ดื่มด่ำกับกลิ่นหอมยวนใจของชีสที่นำเข้าจากต่างประเทศพร้อมขนมปังอบใหม่ๆ เสิร์ฟท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก ฟ้าสวย ทะเลใส เสียงคลื่นซัดสาด ราคาชุดละ 950 บาทถ้วน โทร. 0-3270-9899
       แล้วก็ชวนมากินอาหารไทย 4 ภาคกันต่อที่ ห้องสุธารส โฮเทล มิวส์ เชิญ มาสัมผัสความหลากหลายทางวัฒนธรรมผ่านรสชาติความอร่อยและความงดงามวิจิตรของ อาหารไทยทั้ง 4 ภาค ทั้งสะเต๊ะ และอาหารประเภทแกงจากภาคเหนือ อาหารประเภทไก่และปลาจากภาคกลาง น้ำพริกอ่อมและน้ำพริกยอดนิยมจากภาคอีสาน และอาหารรสจัดจ้านจากภาคใต้ให้เลือกสรรเมนูจากภาคต่างๆ ได้ด้วยตัวของท่านเอง ตั้งแต่วันนี้ -28 ก.พ. นี้ ราคา 550 บาท/คน (สำหรับมื้อค่ำ) โทร. 0-2630-4000
       จากนั้นมาลิ้มรสเบคอนพันกุ้ง ที่ริมน้ำ เทอเรส โรงแรมรอยัลริเวอร์ ชวน มาดินเนอร์ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็น ท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ลิ้มลองความอร่อยของเมนูพิเศษกับเบคอนพันกุ้ง พร้อมอาหารไทย ยุโรป อีกมากมาย และเครื่องดื่มนานาชนิด ตลอดเดือนก.พ.นี้ เปิดบริการทุกวัน เวลา 18.00 - 22.00 น. โทร. 0-2422-9222 ต่อ 1310
       และมากินโรตีโฮมเมด ที่ 92 เบเกอรี่ โรงแรมโกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพ เชิญ มาลิ้มลองความอร่อยของโรตีโฮมเมด ด้วยความพิถีพิถันบรรจงนวดแป้งและใช้วัตถุดิบคุณภาพดีทำให้โรตีออกมาหอมหวน ชวนกิน มีให้เลือกหลากหลายรสชาติ อาทิ หน้าดั้งเดิมโรยด้วยเนย นม และ น้ำตาล / หน้าผลไม้รวมราดซอสช็อคโกแลต / หน้ากล้วยหอมเสิร์ฟพร้อมไอศกรีม / หน้าราสเบอรี่เสิร์ฟพร้อมไอศกรีม และ หน้าบลูเบอรี่เสิร์ฟพร้อมไอศกรีม โทร. 0-2641-4777 ต่อ 1462
       ปิดท้ายมาอร่อยกับ Yummyสตอเบอรรี่ ที่ห้องอาหาร อิลิเม้นท์ โรงแรม เชอราตัน พัทยา รีสอร์ท ชวน ลิ้มลองเค้กสตรอเบอร์รี่สีสดตัดกับสีขาวนวลของเค้กเนื้อนุ่มที่เชฟสเปนเซอร์ บรรจงคัดสรรวัตถุดิบอย่างดีและปรุงแต่งหวานพอเหมาะ อาทิ สตรอเบอร์รี่คลาฟูที สตรอเบอร์รี่พาร์เฟ่ต์ เซ็กซี่สตรอเบอร์รี่ค็อกเทล เลอเฟรซิเย่ ราคา 250 บาท (ราคาไม่รวมค่าภาษีและค่าบริการ) โทร. 0-3825-9888

เปรี้ยวหวานกลมกล่อม “ปลากะพงเปรี้ยวหวาน”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 กุมภาพันธ์ 2555 15:55 น.
โดย : กุ๊กเล็ก


       อาหารมื้อเย็นสำหรับคนไทยเรานั้นถือว่าเป็นมื้อที่จะมานั่งกินข้าว พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัว ได้พูดคุยกัน บ้างก็ดูโทรทัศน์ไปด้วยระหว่างกินข้าว บ้านไหนที่มีเด็กๆ ก็จะต้องทำเมนูแยกสำหรับเด็กต่างหาก เพราะต้องไม่เผ็ด และต้องมีสารอาหารครบถ้วน แต่สำหรับมื้อนี้ “กุ๊กเล็ก” มีเมนูอาหารอร่อยที่กินได้กินดีทั้งเด็กและผู้ใหญ่มาเสนอ กับเมนู “ปลากะพงเปรี้ยวหวาน”
     
       ส่วนผสม
       ปลากะพงแล่เอาแต่เนื้อ 300 กรัม
       สับปะรดหั่นพอคำ 1/2 ถ้วย
       แตงกวาหั่นพอคำ 1/4 ถ้วย
       หอมใหญ่หั่นสี่เหลี่ยมพอคำ 1/2 ถ้วย
       มะเขือเทศหั่นพอคำ 1/2 ถ้วย
       พริกหวานเขียว-แดงหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1/4 ถ้วย
       ผักชี-ต้นหอมเล็กน้อย (สำหรับโรยหน้า)
       ซอสมะเขือเทศ 1 ช้อนโต๊ะ
       น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
       ซีอิ้วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
       น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
       แป้งทอดกรอบ 3 ช้อนโต๊ะ
       น้ำมันพืชสำหรับทอด
     
       วิธีทำ เริ่มจากนำเนื้อปลาที่แล่ออกมาแล้ว มาหั่นเป็นชิ้นพอคำ จากนั้นนำไปคลุกกับแป้งทอดกรอบให้ทั่วชิ้น ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชลงไปพอประมาณ ใช้ไฟปานกลาง พอน้ำมันร้อนให้ใส่เนื้อปลาที่ชุบแป้งแล้วลงไปทอดจนเหลืองกรอบทั้งสองด้าน แล้วตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
     
       ใช้กระทะอีกใบตั้งไฟปานกลาง ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย พอกระทะร้อนใส่หอมใหญ่และมะเขือเทศลงไปผัด ใส่พริกหวานเขียวและแดง แตงกวา และสับปะรด ผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยซอสมะเขือเทศ น้ำตาล และซีอิ้วขาว ใส่น้ำเปล่าลงไปคนให้เข้ากัน พอเดือดอีกครั้งก็ปิดไฟยกลงจากเตา จัดเนื้อปลากะพงที่ทอดแล้วใส่จาน ราดข้างบนด้วยผัดเปรี้ยวหวานร้อนๆ โรยหน้าด้วยต้นหอมผักชีเล็กน้อย เท่านี้ก็หอมอร่อยเปรี้ยวหวานถูกใจกันทั้งครอบครัว

แฮงค์เอ้าท์ ชิลล์ ชิลล์ ที่ ”Wine I Love You”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 กุมภาพันธ์ 2555 15:55 น. 
บรรยากาศภายในร้าน Wine I Love You
       ความสุขหลังเลิกงานของคนกรุง “ตระเวนกิน” ว่าการที่ได้นัด เพื่อนสนิทมิตรสหายนักกินดื่ม ออกมาแฮงค์เอ้าท์กันแบบสบายๆ ยังร้านอาหารที่ชวนนั่ง ชวนดื่ม ชวนกิน บอกได้เลยว่ามันช่างเป็นห้วงเวลาแห่งการปลดปล่อย และผ่อนคลายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขสันต์เสียจริงเชียว
      
       ซึ่งถ้าหากมิตรรักนักกินดื่มที่มีความรู้สึกและชื่นชอบการออกมาแฮงค์เอ้าท์เหมือน “ตระเวนกิน” แล้วล่ะก็ ขอบอกว่ามื้อนี้ให้ตามเรามาได้เลย เพราะเราจะชวนมาแฮงค์เอ้าท์กันที่ร้าน “Wine I Love You” ที่ตั้งอยู่ภายในโครงการ CDC ถ.เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา
มุมโต๊ะนั่งสบายๆ
       “Wine I Love You” ถือว่าเป็นจุดนัดพบของการมากินดื่มที่มีความน่าสนใจ ภายในร้านตกแต่งได้บรรยากาศเหมือนอยู่ในไอริชผับ แฝงไว้ด้วยความอบอุ่นสบายๆ มีโต๊ะให้เลือกนั่งหลายสไตล์ และมีโต๊ะนั่งด้านนอกรับลมเย็นๆ ด้วย หากใครเป็นนักดื่มไวน์มาที่นี่เป็นต้องถูกอกถูกใจ เพราะแค่ชื่อร้านก็เป็นตัวบ่งบอกได้ว่าที่นี่นั้นมีไวน์หลายยี่ห้อชื่อดัง จากหลากหลายประเทศทั่วโลกให้คอไวน์ทั้งหลายได้เลือกสั่งมาดื่มกันแบบหนำใจ รวมถึงยังมีเครื่องดื่มพวกค็อกเทล ม็อกเทล และเบียร์ ให้เลือกดื่มตามใจชอบ
      
       แต่ถ้าใครไม่ใช่นักดื่มตัวยงก็อย่าเพิ่งน้อยใจไป เพราะถ้าใครเป็นนักกินเน้นการกินอาหารอร่อยๆ ที่นี่ก็โดดเด่นเรื่องอาหารไม่แพ้กัน โดยอาหารของที่นี่จะเป็นอาหารสไตล์เวสเทิร์น ที่ทางร้านคิดค้นเมนูคิดมาใหม่เป็นสูตรเฉพาะของทางร้านที่มีการปรับแต่งรส ชาติให้ถูกปากคนไทย และมีกลิ่นอายของอาหารไทยมากขึ้น ทางร้านคัดสรรแต่วัตถุดิบเกรดเอจากหลายประเทศมาปรุงแต่งเป็นเมนูเลิศรส มีเมนูอาหารใหม่ๆ แนวฟิวชั่นที่เป็นสูตรพิเศษของทางร้าน แถมยังมีชื่อเมนูที่เก๋ไก๋ และมีเมนูอาหารหลากหลายกว่า 200 เมนูให้เลือกสั่งมาลองลิ้มกันมากมาย
ตับบดกลิ่นเห็ดทรัฟเฟิลหอมมาก
       “ตระเวนกิน” เป็นพวกเน้นชอบกินอาหารอร่อยๆ มื้อนี้เราเลยเลือกสั่งเมนูจานเด็ดของที่นี่มาลิ้มลองอยู่หลายเมนู และอยากนำเสนอให้ลองมาชิมกันก็มี ตับบดกลิ่นเห็ดทรัฟเฟิลหอมมาก (185 บาท) ใครชอบกินตับบดไม่ควรพลาด เพราะทางร้านนำตับเป็ดที่ทำสุกแล้วมาบดผสมกับเครื่องปรุง เครื่องเทศไทยผสมฝรั่ง ออกมาเป็นตับบดเนื้อละเอียดโรยหน้าด้วยโอลีฟออยกลิ่นทรัฟเฟิล ส่งกลิ่นหอมมากกลิ่นคู่กับขนมปังเฟรนช์เบรดและขนมปังเฟรนช์โทสต์ที่ทางร้าน ทำเอง นำตับบดทาบนขนมปังเคี้ยวกร้วมตับบดเนื้อเนียนละเมียดรสนุ่มกลมกล่อมเข้ากับ ขนมปังกรอบ
เบอร์เกอร์ฉันรักเธอ
       เบอร์เกอร์ฉันรักเธอ (275 บาท) เมนูนี้เหมาะกับคนที่ชอบกินเบอร์เกอร์ ทางร้านทำขนมปังเบอร์เกอร์เอง เป็นเบอร์เกอร์เนื้อบดปรุงรสตามสูตรเฉพาะ ใส่เชด้าชีสกับเบคอน กินเบอร์เกอร์ชิ้นใหญ่ได้รสชาติเนื้อบดรสดีเข้ากับชีสและเบคอนได้อย่างลงตัว แล้วยังมีเฟรนช์ฟราย ผักสลัด และโควสลอร์ มาให้กินเคียงกันด้วย
หอยเชลล์แบบงงๆ
       ตามมากินเมนูหอยที่มีชื่อแปลกๆ ว่า หอยเชลล์แบบงงๆ (385 บาท) เป็นหอยเชลล์ตัวใหญ่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เอามากริลล์จนสุกได้ที่ เสิร์ฟมากับซอสสีขาวที่ทำดอกกะหล่ำบดปรุงรส และซอสสีส้มทำจากแคร์รอทบดปรุงรส ลิ้มรสหอยเชลล์เนื้อแน่นนุ่มหวานปากผสานรสชาติเข้ากับซอสได้อย่างกลมกลืน
สปาเก็ตตี้ไข่กุ้ง
       จากนั้นมาชิม สปาเก็ตตี้ไข่กุ้ง (215 บาท) ทางร้านนำเส้นสปาเก็ตตี้มาผัดคลุกกับไข่กุ้ง โรยหน้าด้วยไข่กุ้งและเส้นสาหร่าย แล้วมีกุ้งชุบแป้งทอดใส่มาด้วย ม้วนเส้นสปาเก็ตตี้เข้าปากเคี้ยวเด้งนุ่มรสชาติละมุนกลมกล่อม เคี้ยวไข่กุ้งกรึบๆ ปากและกุ้งทอดกรอบนอกนุ่มใน
ผัดไทยลึกลับกับกุ้งลายเสือ
       ผัดไทยลึกลับกับกุ้งลายเสือ (225 บาท) เป็นผัดไทยที่โดดเด่นตรงที่ใช้เส้นหมึกดำจากอิตาลีที่ต้มสุกแล้วมาผัดกับ เครื่องผัดไทยแบบครบสูตร และผัดใส่น้ำซอสผัดไทยสูตรพิเศษของทางร้าน มาพร้อมกับกุ้งลายเสือตัวใหญ่ที่ราดมาด้วยน้ำซอสผัดไทย ลิ้มรสผัดไทยเส้นดำเนื้อนุ่มเด้งเข้ากับเครื่องผัดไทยรสเข้มข้นกลมกล่อมปาก เนื้อกุ้งก็หวานได้ใจ
สลัดปูนิ่มซอสส้ม
       แล้วก็ต้องไม่พลาดเมนูนี้ สลัดปูนิ่มซอสส้ม (270 บาท) เป็นปูนิ่มชุบแป้งทอดกรอบ มาพร้อมกับซอสส้มสูตรพิเศษที่ทางร้านปรุงมาโดยเฉพาะและซอสบัลซามิค แล้วแต่งหน้าด้วยไข่กุ้ง เสิร์ฟมากับผักสลัดไฮโดรโพนิกส์และน้ำสลัดงาขาวงาดำ กินปูนิ่มกรอบนอกนุ่มในเข้ากันดีกับน้ำซอสรสกลมกล่อมลิ้น
พอร์คชอปหมักเครื่องเทศเผ็ด
       ส่งท้ายแนะนำ พอร์คชอปหมักเครื่องเทศเผ็ด (265 บาท) มาแบบพอร์คชอปชิ้นใหญ่ที่ผ่านการหมักด้วยเครื่องเทศโตรอนโตผสมกับเครื่องเทศ ฝรั่ง แล้วนำมากริลล์จนเนื้อหมูสุกได้ที่ เสิร์ฟพร้อมกับซอสบาร์บีคิว มันบด ผักสลัดและน้ำสลัดงาดำงาขาว แล่เนื้อหมูกินแล้วเคี้ยวนุ่มปากได้รสชาติของซอสที่หมักซึมถึงเนื้อใน และเข้ากันกับซอสบาร์บีคิวรสเข้มข้น
อีกหนึ่งโซนโต๊ะนั่ง
       แต่ถ้าใครคิดว่าเมนูเหล่านี้ยังอาจจะไม่อิ่มท้องพอ ขอบอกว่าในเมนูยังมีอาหารจานเด็ดอื่นๆ ที่ชวนกินอีก อาทิ เนื้อบางๆ ทาแจ่ว (320 บาท) ข้าวมัสมั่นไก่อร่อยที่สุดในโลก (175 บาท) ปลาแซลมอนซอสขิงไม่รู้มาจากทวีปไหน (260 บาท) ไก่ย่างหมักนู่นนี่จนอร่อย (ครึ่งตัว 280 บาท ทั้งตัว 520 บาท) และอีกสารพัดเมนูชื่อเก๋ๆ ที่น่าลิ้มลองที่ชวนให้สั่งมากินคู่กับการดื่มเครื่องดื่มที่โดนใจ จะได้แฮงค์เอ้าท์กันอย่างอิ่มหนำสำราญเพียงแค่พากันมาที่ร้าน “Wine I Love You”
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “Wine I Love You” ตั้งอยู่ที่ CDC Crystal Design Center อาคาร โซน E ถ.เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. การเดินทางถ้ามาจากพระราม 9 (ขาออก) เลี้ยวซ้ายวิ่งเข้าถ.เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ตรงมาเรื่อยๆ ผ่านเทสโก้โลตัส และคริสตัลพาร์ท ให้กลับรถแล้ววิ่งชิดซ้ายไว้จะเจอ CDC อยู่ทางซ้ายมือ ตรงเข้ามาใน CDC จะเห็นร้าน Wine I Love You อยู่ด้านในอาคารโซน E มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน เปิดจันทร์-ศุกร์ เวลา 16.00-24.00 น. เสาร์-อาทิตย์ เวลา 12.00-24.00 น. ถ้ามากินอาหารแนะนำว่าควรโทร.มาจองโต๊ะก่อนจะดี โทร. 08-9141-7000 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.wineiloveyou.com
 

อาหารไทย กับการแข่งขันกอล์ฟ นัดประวัติศาสตร์โลก

จากหนังสือประชาชาติธุรกิจ โดยพิษณุ นิลกลัด 
เดือนเมษายนปี 2001 อาหารไทยเป็นข่าวใหญ่ในสื่อทุกประเภทของอเมริกาไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์รายวัน นิตยสาร และสื่ออิเล็กทรอนิกส์อยู่นานหลายวันเมื่อได้รับเลือกให้เสิร์ฟแบบเซต เมนูในงานเลี้ยงอาหารค่ำที่เรียก "แชมเปี้ยนส์ ดินเนอร์" ที่สนามออกัสต้า 2 วันก่อนการแข่งขันมาสเตอร์ส 2001

แชมเปี้ยนส์ ดินเนอร์ เป็นอาหารมื้อที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการกอล์ฟ เพราะผู้ที่จะได้รับเชิญจำกัดไว้เฉพาะผู้ที่เคยเป็นแชมป์กอล์ฟรายการ มาสเตอร์สซึ่งเป็นเมเจอร์แรกของทุกปีเท่านั้น ลูกเมียหรือคนอื่นไม่มีสิทธิ์เข้าไป ยกเว้นประธานสโมสรออกัสต้าและกรรมการอีกไม่กี่คน

เจ้าภาพของงานเลี้ยงมีคนเดียวคือแชมป์มาสเตอร์สเมื่อปีที่ผ่านมา อย่างงานปี 2001 เจ้าภาพคือ วีเจย์ ซิงห์ แชมป์มาสเตอร์ส 2001

หน้าที่ ของเจ้าภาพคือ เลือกอาหารสำหรับงานเลี้ยงรวมทั้งไวน์ เหล้า เบียร์ และที่สำคัญต้องเป็นผู้จ่ายเงินค่าอาหารทั้งหมด ซึ่งทุกคนพูดเหมือนแจ็ก นิคลอส เคยพูดว่า "ผมยินดีเป็นคนจ่ายค่าอาหารแชมเปี้ยน ดินเนอร์ทุกปี !"

ปี 2001 วีเจย์ ซิงห์ นักกอล์ฟชาวฟิจิชอบรับประทานอาหารไทยเป็นชีวิตจิตใจเพราะเขามีเชื้อสาย อินเดีย มีภรรยาเป็นชาวมาเลย์ และมีเพื่อนสนิทเป็นคนไทยที่ทำอาหารอร่อยมาก เลือกอาหารไทยเป็นอาหารของแชมเปี้ยนดินเนอร์ปีนั้น เขามอบหมายให้ คุณนันทา และคุณสุพิชัย นิยมกูล เจ้าของร้านแนน (Nan : Thai fine dining) ร้านอาหารไทยระดับจับตลาดบนซึ่งอยู่ในนครแอตแลนต้าเป็นคนจัดทั้งหมด

ปี นั้น ไบรอน เนลสัน แชมป์มาสเตอร์ส วัย 93 ปี ซึ่งอายุมากที่สุดในบรรดาแชมป์ที่ยังมีชีวิตอยู่ทานเสร็จแล้วลุกขึ้นกล่าว ต่อหน้าแชมป์ทุกคนว่า "ตั้งแต่ผมทานแชมเปี้ยน ดินเนอร์มา ปีนี้อร่อยที่สุดในชีวิต"

วันนั้นแชมป์มาสเตอร์สทั้ง 32 คนพร้อมใจกันมอบลายเซ็นบนเสื้อเชฟให้คุณแนนหรือนันทา ซึ่งเป็นแม่ครัวใหญ่

แจ็ก นิคลอส ตอนแรกจะสั่งอาหารอย่างอื่นของคลับเฮาส์เพราะไม่คุ้นกับอาหารไทย แต่ ไทเกอร์ วูดส์ ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ บอกว่าขอให้ลองเถอะแล้วคุณจะติดใจ ปรากฏว่าคืนนั้นแจ็กซัดปลากะพงสามรสซะเต็มเหนี่ยวคนเดียวเล่น 2 จาน

ปลา กะพงสามรสซึ่งใช้ปลากะพงน้ำลึกจากชิลีมีมันเยอะทำให้เนื้อนุ่มเป็นอาหารยอด ฮิตในคืนนั้น แชมป์หลายคนขอให้คุณนันทาทำใส่กล่องกลับไปฝากให้ภรรยาได้ชิม

ความ ดังของอาหารไทยในกอล์ฟมาสเตอร์สคราวนั้นทำให้คุณนันทาได้จัดแชมเปี้ยน ดินเนอร์ รายการพีจีเอ แชมเปี้ยนชิปปีรุ่งขึ้นทั้งๆ ที่ทุกปีกอล์ฟรายการนี้ไม่เคยจัดแชมเปี้ยน ดินเนอร์ งานนี้มีความเป็นไทยมากกว่าที่ออกัสต้าเพราะมีรำอวยพรในงานเลี้ยงด้วย

ผม เคยเสนอแนะว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยน่าจะซื้อเทปหรือบันทึกเทปงาน เลี้ยงทั้งสองงานนี้เพื่อนำมาใช้งานโฆษณาอาหารไทยและการท่องเที่ยวไทยเวลาไป โรดโชว์หรือไปออกบูทออกร้านในต่างประเทศ เอาอาหารไทยผูกติดไปกับนักกอล์ฟอย่าง แจ็ก นิคลอส ไทเกอร์ วูดส์ อาร์โนล พาลเมอร์ และ ฯลฯ รวมทั้งผูกติดรายการกอล์ฟที่คนเล่นกอล์ฟทั้งโลกรู้จักอย่างมาสเตอร์สโดยที่ เราเสียเงินอย่างมากที่สุดไม่เกิน 3 แสนบาทแต่สามารถใช้งานได้ตลอดไป

คนของ ททท.เคยโทรศัพท์มาขอเบอร์โทรศัพท์ของคุณนันทาและคุณสุพิชัยจากผม น่าเสียดายที่คุณ สุพิชัยและคุณนันทาไม่ได้รับการติดต่อกลับไป

ผมไม่ได้เขียนเรื่องนี้เพื่อตำหนิใคร แต่อยากจะเรียนว่าคืนวันพุธที่ 12 กันยายนนี้อาหารไทยจะดังระเบิดอีกแล้ว

อย่างที่เราทราบกันว่ากอล์ฟรายการเฟดเอ็กซ์ซึ่งเป็นรายการสุดท้ายของปี 2007 จะแข่งระหว่างวันที่ 13 ถึง 16 กันยายนที่นครแอตแลนต้า

กอล์ฟ รายการนี้ได้รับการกล่าวขวัญมาตั้งแต่ปีกลายตอนที่ ทิม ฟินเช่ม ประธานของพีจีเอ ทัวร์ประกาศเปลี่ยนปฏิทินการแข่งขันของพีจีเอ ทัวร์ใหม่เพื่อให้ฤดูแข่งขันจบเร็วขึ้น นักกอล์ฟจะได้มีเวลาพักหลังปิดฤดูยาวขึ้น

นอกจากเปลี่ยนปฎิทินแล้ว ทิมยังเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขัน 4 ทัวร์นาเมนต์สุดท้ายของปีให้เป็นระบบ เพลย์ออฟ 4 สัปดาห์ติดกัน เริ่มจากรายการแรกคัดผู้เล่นที่ทำคะแนนสะสมทั้งปีดีที่สุด 144 คนมาแข่งสโตรกเพลย์ 72 หลุม จบแล้วคัดเหลือ 120 คน และ 70 คนในสัปดาห์ต่อๆ มา

พอถึงสัปดาห์สุดท้ายจะเหลือเพียง 30 คนเท่านั้น

ความยิ่ง ใหญ่ของสัปดาห์สุดท้ายนอกจาก 30 คนจะมีแต่โปรระดับที่สุดของโลกเท่านั้นแล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่ฮือฮากันลั่นโลกคือแชมป์ในรอบ 30 คนสุดท้ายจะได้เงินรางวัล 10 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นเงินรางวัลการแข่งขันกีฬาที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์โลก

ทิม ฟินเช่ม จัดการแข่งขันระบบนี้ก็เพื่อ "บีบ" ให้นักกอล์ฟระดับซูเปอร์ สตาร์ลงแข่งขันในรายการพีจีเอ ทัวร์ที่เขาบริหารอยู่ให้มากรายการที่สุดตลอดฤดูแข่งขันเพื่อเรตติ้งผู้ชม ทางทีวีและจำนวนผู้ชมในสนามจะได้สูงทุกสัปดาห์ เพราะเท่าที่ผ่านมารายการที่ไม่มีดาราอย่าง ไทเกอร์ วูดส์ หรือ ฟิล มิเคลสัน ลงแข่งเรตติ้งจะตก ยิ่ง 3 ปีล่าสุดไทเกอร์กับฟิลผลัดกันไม่ลงแข่งขันรายการสุดท้ายของปียิ่งทำให้พีจี เอ ทัวร์ เสียภาพลักษณ์ในเรื่องคนดู ปีต่อๆ ไปทิมซึ่งมีหน้าที่ขายสปอนเซอร์ย่อมทำงานลำบาก

นี่คือที่มาของการ แข่งขันแบบเพลย์ออฟใน 4 รายการสุดท้ายของปี ใครอยากได้เงิน 10 ล้านดอลลาร์ต้องขยันแข่งเพื่อทำแต้มสะสมให้ติดอยู่ในทำเนียบ 144 คนแรกก่อน

แล้วการแข่งขันเพลย์ออฟรอบสุดท้ายที่เหลืออยู่เพียง 30 คนจะมีขึ้นในวันที่ 13 -16 กันยายนนี้

คืน วันพุธที่ 12 กันยายนนี้ ทางพีจีเอ ทัวร์จะจัดงานเลี้ยงนักกอล์ฟ 30 คนสุดท้ายและภรรยาแบบหรูหราที่ ร้าน Nan และขอให้คุณนันทาจัดอาหารไทยล้วนๆ ให้เป็นกรณีพิเศษแบบปิดร้านเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

ผมได้รับกำหนดการและ เมนูอาหารงานนี้แล้วตื่นเต้นมาก เพราะงานนี้ทุกอย่างเป็นไทยหมด ตั้งแต่ของทานเล่น อาหารหลัก ของหวาน เบียร์ รวมแม้กระทั่งคนเสิร์ฟก็คนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์

งานเริ่มเวลา 17.00 น. ทิม ฟินเช่ม ประธานพีจีเอ ทัวร์ ซึ่งชอบอาหารไทยและชอบทำอาหารจะเข้าครัวเรียนวิธีทำผัดพริกขิงไก่กับคุณนันทา

18.00 น. - 19.30 น. นักกอล์ฟ ภรรยา และ สปอนเซอร์ รวม 100 คน มาถึงร้าน ทานของทานเล่นแบบค็อกเทลยืนจิบเบียร์สิงห์ธรรมดา และเบียร์สิงห์ไลท์แกล้มอาหารว่างแบบไทยๆ ที่พนักงานแบกถาดเดินเสิร์ฟประกอบด้วยสะเต๊ะไก่-เนื้อ-แกะ ลูกชิ้นปิ้งสามรส เปาะเปี๊ยะทอด และกุ้งโสร่ง

1 ทุ่มครึ่งเป็นต้นไปได้เวลาบุฟเฟต์ คุณนันทาจัดซุ้มทำข้าวเกรียบปากหม้อและขนมครกแบบสดๆ ให้นักกอล์ฟและภรรยานักกอล์ฟทาน ใครอยากละเลงแป้งข้าวเกรียบหรือหยอดขนมครกก็จะสอนให้

สำหรับเมนู บุฟเฟต์ประกอบด้วย ปลากะพงสามรส (ฟิล มิเคลสัน ขอมา) ซี่โครงวัวมัสมั่น (นำซี่โครงวัวไปตุ๋นให้เปื่อยก่อน เมนูนี้อดัม สก็อตต์ กับ เจฟฟ์ โอกิลวี่ สั่งว่าต้องมี) แพนงไก่ (อาหารในดวงใจของวีเจย์ ซิงห์) แกงเขียวหวานปลากะพง ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ต้มโคล้งเนื้อเปื่อย ข้าวผัดกุ้ง และข้าวสวยหอมมะลิ

ของหวานเป็นขนมไทยทั้งหมด มีตะโก้ ขนมตาล ขนมใส่ไส้ ทองหยิบ ฝอยทอง สังขยาฟักทอง และข้าวเหนียวมะม่วงในหลอดแก้ว (หน้าตาเป็นอย่างไรจะเล่าให้อ่านวันหลัง เรื่องมันยาว)

งานนี้ทีวีช่อง NBC และ Golf Channel บันทึกภาพไปออกอากาศ

ดูจากเมนู ดูจากความยิ่งใหญ่ของงานดูจากคนที่มาร่วมงาน เรียนตามตรงว่าผมอยากให้ ททท.ไปขอซื้อภาพจากทีวีของอเมริกามาใช้งาน

โอกาส ที่อาหารไทยจะได้ไปผูกติดกับนักกอล์ฟที่เก่งที่สุดของโลก 30 คน ผูกติดกับการแข่งขันกอล์ฟนัดประวัติศาสตร์นัดแรกของโลกมีครั้งนี้ครั้งเดียว ไม่คว้าคราวนี้ไม่ทราบว่าจะมีโอกาสอีกเมื่อไหร่


จากหนังสือประชาชาติธุรกิจ  โดยพิษณุ นิลกลัด

รสเด็ด โดนใจ “เจ๊ใหญ่ไหมซีน” ก๋วยเตี๋ยวเสฉวน เส้นเหนียวนุ่ม

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 กุมภาพันธ์ 2555 14:49 น.
บรรยากาศที่นั่งภายในร้าน
       พูดถึงฮ่องกง ก็มักจะนึกถึงการไปเดินช้อปปิ้ง ตระเวนเที่ยวไหว้พระ และการไปลองลิ้มของอร่อย ซึ่งก็มีหลากหลายเมนูถูกปาก โดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยว ทั้งบะหมี่เกี๊ยว และก๋วยเตี๋ยวชนิดอื่นๆ อย่างในมื้อนี้ “ผ่านมาแวะกิน” ก็อยากจะพาไปลองลิ้มก๋วยเตี๋ยวที่อิมพอร์ตสูตรเด็ดมาจากฮ่องกง ซึ่งไม่ต้องบินไปไกล เพราะร้านอยู่แค่ ถ.เสนานิคม 1 เท่านั้นเอง
      
       ร้านมีชื่อว่า “เจ๊ใหญ่ไหมซีน” ซึ่งมีเมนูเด็ดคือก๋วยเตี๋ยวสไตล์เสฉวนที่นำสูตรมาจากฮ่องกงอีกที ซึ่งมีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครคือเส้นก๋วยเตี๋ยวที่เรียกว่า “ไหมซีน” ลักษณะ เป็นเส้นกลมๆ เล็กๆ สีขาว ทางร้านจะสั่งนำเข้าโดยตรงมาจากฮ่องกง ส่วนน้ำซุปที่เป็นสไตล์เสฉวนนั้นต้มมาจากกระดูกหมู เคี่ยวเป็นวันเพื่อให้ได้ความหวานหอม แล้วนำมาปรุงกับพริกแห้งปรุงรส นำไปผัด แล้วนำมาต้มรวมกับน้ำซุป ทำให้คล้ายกับน้ำข้น
ก๋วยเตี๋ยวไหมซีนน้ำเสฉวน
       ระดับความเผ็ดเข้มข้นของน้ำซุปนั้นจะมีอยู่ 4 ระดับ สำหรับคนที่ชอบกินเผ็ดนั้นแนะนำให้สั่งว่าเผ็ดมาก ซึ่งรับรองเลยว่าจะต้องเผ็ดจี๊ดโดนใจแน่ๆ แล้วก็มีความเผ็ดระดับกลาง เผ็ดน้อย และไม่เผ็ด ซึ่งก็คือก๋วยเตี๋ยวน้ำใสนั่นเอง
      
       ส่วนเครื่องเคราที่ใส่แบบดั้งเดิมนั้นจะกินกับเครื่องในต่างๆ แต่สำหรับที่ร้านนี้ นอกจากจะมีเครื่องในใส่ลงไปให้ อาทิ กระเพาะ ตับ เซี่ยงจี้ หัวใจ ไส้อ่อน หัวใจ เป็นต้น แล้วก็ยังมีเนื้อหมูหมัก หมูสับ ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง และลูกชิ้นหมู ให้เลือกใส่ลงไปได้ด้วย ซึ่งหากว่าใครชอบอะไรไม่ชอบอะไรก็สามารถบอกได้
ก๋วยเตี๋ยวไหมซีนน้ำใส
       อย่างเมนูแรกที่ได้ลองชิม คือ ก๋วยเตี๋ยวไหมซีนน้ำเสฉวน (40 บาท) ที่จะเป็นน้ำซุปสไตล์เสฉวนแบบเผ็ดร้อน ส่วนเส้นเป็นเส้นไหมซีน ใส่ทั้งเครื่องใน และหมูสับ นอกจากนี้ยังมีเครื่องเคียงที่กินคู่กันคือ ผักกาดดอง ถั่วงอก และกุ้ยฉ่าย ใส่ลงมาในชามด้วย ลองชิมดูเส้นไหมซีนเหนียวนุ่มเข้ากับน้ำซุปเข้มข้นเผ็ดร้อน เครื่องในก็อร่อยถูกปากไม่คาว
      
       ส่วน ก๋วยเตี๋ยวไหมซีนน้ำใส (40 บาท) ซึ่งก็ใส่เครื่องทุกอย่างเหมือนกับน้ำเสฉวน เพียงแต่เปลี่ยนน้ำซุปเป็นน้ำใส ที่ลองชิมแล้วหอมหวานน้ำต้มกระดู ซดได้คล่องคอ
เกี๊ยวน้ำ หรือ ก๋าวจี๋
       อีกเมนูที่ไม่ควรพลาดก็คือ เกี๊ยวน้ำ (40 บาท) หรือที่เรียกว่า ก๋าวจี๋ เป็นเกี๊ยวสูตรเซี่ยงไฮ้ หน้าตาเหมือนเกี๊ยวหมูของบ้านเรา เพียงแต่ไส้ในนั้นจะประกอบไปด้วยหมูสับ กุ้ยฉ่าย ผสมกับน้ำขิง กินได้กับทั้งน้ำใสและน้ำเสฉวน ซึ่งเมื่อลองชิมแล้วนั้นตัวไส้นุ่มหอมกลิ่นขิง ส่วนแป้งก็นุ่มอร่อยดีทีเดียว
      
       นอกจากจะมีก๋วยเตี๋ยวแบบฮ่องกงแล้ว ก็ยังมีก๋วยเตี๋ยวแบบไทยๆ ด้วย เช่น ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ (30-40 บาท) ซึ่งเป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำน้ำใสแบบไทยๆ ที่ปรุงรสมาด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตาล ใส่ถั่วลิสงคั่วบด และพริกป่น เครื่องที่ใส่ก็เลือกสั่งได้ตามชอบ อย่างในชามนี้มีทั้งลูกชิ้นปลาและหมูสับ อร่อยแบบเต็มคำ รสชาติเข้มข้นครบรส ลูกชิ้นก็เคี้ยวเด้งไม่คาว
ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ
       ส่วนเมนู ข้าวเหนียวทรงเครื่อง (25 บาท) ก็น่าลิ้มลองไม่เบา ที่จะนำข้าวเหนียวมานึ่งสุก แล้วผัดกับเครื่องเคียงและซอสปรุงรสต่างๆ ให้ได้รสชาติเข้าที่ ส่วนตัวเครื่องเคียงนั้นก็มีทั้งกุ้งแห้ง เห็ดหอม และกุนเชียง โรยหน้าด้วยถั่วลิสงทอด และต้นหอมซอย ลองชิมแล้วข้าวเหนียวได้รสชาติเค็มนิดๆ เข้ากับความหวานจากกุนเชียง และยังได้ความหอมมันจากถั่วลิสงเพิ่มความอร่อย
      
       เมนูเด็ดของร้านไม่ได้มีแค่นี้ ยังมีความอร่อยที่น่ามาลองชิมอีกหลากหลาย อาทิ ไหมซีนทงคัตสึ (50 บาท) ก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำใส (30 บาท) ขนมปังปิ้งหน้าต่างๆ (12 บาท) เป็นต้น ซึ่งหากว่าจะลองชิมก๋วยเตี๋ยวฮ่องกงอร่อยๆ ก็ไม่ต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไป แวะเวียนมาได้ทีร้าน “เจ๊ใหญ่ไหมซีน” แห่งนี้ก็อร่อยได้เช่นกัน
ข้าวเหนียวทรงเครื่อง
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “เจ๊ใหญ่ไหมซีน” ตั้ง อยู่ที่ 100/375-376 เสนานิคม 1 ซอย 40 แยก 6 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม. การเดินทางจากสี่แยกวังหินตรงเข้ามาในถนนเสนานิคม 1 เลี้ยวเข้าซอยเสนาฯ 40 ปากซอยมีเซเว่น เข้าซอยประมาณ 200 เมตร จนถึง ซ.40 แยก 6 จะเห็นร้านอยู่ขวามือ สามารถจอดรถได้บริเวณหน้าร้านและภายในซอย ร้านเปิดทุกวัน เวลา 07.00-17.00 น. โทร. 08-6995-2310

“ไข่แมงดาทะเล” กินผิด มีพิษต่อร่างกาย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 16 กุมภาพันธ์ 2555 14:48 น.
       สำหรับผู้ที่พิสมัยการกินอาหารทะเล หนึ่งในเมนูเด็ดที่ต้องลิ้มลองก็คือ “ไข่แมงดาทะเล” ซึ่ง ก็มีมีตามฤดูกาล โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนกันยายน จะเป็นช่วงที่แมงดาทะเลจะวางไข่ ซึ่งความมันของไข่ ก็เป็นที่ติดอกติดใจของนักชิมหลายๆ คน แต่ที่ “108 เคล็ดกิน” อยากจะตักเตือนกันเสียหน่อย ก็เพราะว่าหากกินไข่แมงดาทะเลผิดชนิด ก็อาจเกิดอันตรายต่อร่างกายได้
      
       โดยแมงดาทะเลนั้นจะมีอยู่ 2 ชนิด คือ แมงดาถ้วย และแมงดาจาน สำหรับที่เราๆ ท่านๆ กินกันนั้นก็คือไข่ของแมงดาจาน แต่ไข่ของแมงดาถ้วยนั้นจะมีพิษ ซึ่งอาจเกิดจาก 2 สาเหตุ คือ ตัวแมงดาถ้วยเกิดไปกินแพลงตอนที่มีพิษเข้าไป ทำให้สารพิษสะสมอยู่ในเนื้อและไข่ของแมงดาถ้วย และอีกสาเหตุคือ ตัวแมงดาถ้วยมีพิษซึ่งเกิดจากแบคทีเรียในลำไส้สร้างพิษขึ้นมาเอง
      
       สารที่ก่อให้เกิดพิษในแมงดาทะเลมีอยู่ 2 ชนิด คือเตโตรโดทอกซินและแอนไฮโดรเตโตรโดทอกซิน เป็นสารพิษที่มีผลต่อระบบประสาทและเป็นสารพิษชนิดเดียวกับที่พบในปลาปักเป้า สารพิษนี้ทนทานความร้อนสูงมากถึง 170 องศาเซลเซียสการหุงต้มก็ไม่สามารถทำลายพิษได้
      
       อาการที่เกิดขึ้นจากการกินไข่แมงดาที่มีพิษนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณที่ กินเข้าไปมากหรือน้อย โดยจะมีอาการชาที่ริมฝีปาก มือและเท้า เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน เดินเซ แขนขาไม่มีแรง พูดไม่ออก กลืนลำบาก หายใจไม่ออก กล้ามเนื้อเกี่ยวกับการหายใจเป็นอัมพาต เนื่องจากพิษของ แมงดาทะเลเป็นพิษต่อระบบประสาทที่ควบคุมการหายใจ ซึ่งหากว่าเกิดอาการที่คาดว่าได้รับพิษจากไข่แมงดา ให้รีบไปพบแพทย์ทันที