ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

เด็ดสะระตี่ 15 ร้านมีเส้น

ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์
บะหมี่เกี๊ยวหรูหราก้ามปูอันน่ากินของร้าน "โอเดียน"
วันเวลาผ่านพ้นไปรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวห้วงเวลาแห่งปีเก่าก็พ้นผ่านไปแล้ว ก้าวเข้าสู่ "ปีใหม่ 2009" ซึ่งพอปีใหม่มาถึงหลายๆ คนคงจะไปเฉลิมฉลองกันอย่างมีความสุขกันเต็มที่ แต่อย่างไรก็ตามในปีวัวที่มาถึงนี้ ถือว่าเป็นปีที่เราทุกคนต่างจะต้องช่วยกันทำดี ทำให้ประเทศชาติของเราสามัคคี และรู้จักประหยัดอดออม พอเพียงกับเรื่องของการใช้จ่ายกันมากขึ้นสักหน่อย เพราะเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว
นั่งกินก๋วยเตี๋ยวในบรรยากาศสบายๆ ที่ "บะหมี่มังกรคู่ (ซังเล้ง)"
ดังนั้นเรื่องของการใช้จ่ายทั้งอุปโภคและบริโภค หากช่วยกันประหยัดก็จะเป็นการดี ฉะนั้นในปีใหม่นี้เราจึงอยากจะชวนทุคนไปฉลองแบบอิ่มท้องและประหยัดเงินกัน โดยเรามีร้านอาหารจากคอลัมน์ "ผ่านมาแวะกิน" มานำเสนอ โดยขอคัดเลือกเอาร้านก๋วยเตี๋ยวรสเด็ด และอีกหลายร้านอาหารที่ขายเมนูจานเส้นมาแนะนำ ซึ่งล้วนแล้วแต่ชวนกินทั้งนั้น ซึ่งจะมีร้านไหนและเมนูอะไรบ้างนั้น เชิญทัศนากันได้ตามสบาย
บะหมี่เกี๊ยวหมูทอด(บน)เกี๊ยวกุ้งหมูรวม(ล่าง) จากร้าน "บะหมี่มังกรคู่ (ซังเล้ง)"
รวมเด็ดร้านก๋วยเตี๋ยว

"โอเดียน"
ร้านนี้โด่งดังในเรื่องบะหมี่เกี๊ยวปู ที่มีก้ามปูทะเลแท้ๆ ก้ามโตๆ ให้เลือกกินกันอย่างจุใจ ใส่มาแบบก้ามใหญ่ๆ ไม่ใช่เศษเนื้อปูหรือวิญญาณปูแบบบะหมี่ปูบางร้าน อีกทั้งบะหมี่ของที่นี่ก็ทำเองเส้นเล็กเหนียวนุ่มกินเข้ากันกับปูสดเนื้อ แน่นหวาน ส่วนเกี๊ยวนั้นก็เป็นเกี๊ยวกุ้งลูกโตรสกลมกล่อม และนอกจากบะหมี่เกี๊ยวปูแล้ว ก็ยังมีเมนูอื่นๆ ที่ชวนกินอีก ไม่ว่าจะเป็น บะหมี่เกี๊ยวกุ้งหมูแดง บะหมี่เกี๊ยวหน้าไก่ ข้าวผัดปู หอยจ้อปู ข้าวหน้าไก่ ขนมจีบกุ้งสด กระเพาะปลาน้ำแดง ร้านตั้งอยู่ตรงวงเวียนโอเดียน (ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ) เยื้องรพ.เทียนฟ้า ข้างประตูเล็กวัดไตรมิตร เปิดทุกวัน (หยุดทุกวันอังคารสุดท้ายของเดือน) เวลา 08.30-21.00 น. โทร. 08-6888-2341, 08-4703-4042
อิ่มกับบะหมี่ที่ร้าน "บะหมี่จับกัง" แถวตั้งฮั่วเส็ง
"บะหมี่มังกรคู่ (ซังเล้ง)" เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดที่ถ้าใครผ่านมาแถว ม.หอการค้าไทย ไม่ควรพลาดแวะมาฝากท้องอิ่มกับก๋วยเตี๋ยวรสเด็ด ที่มีให้เลือกกินอย่างหลากหลาย อย่างบะหมี่เกี๊ยวหมูทอด เมนูแปลกไม่เหมือนร้านไหน มีบะหมี่ที่ทางร้านทำเองเส้นเล็กเหนียวนุ่ม มาพร้อมกับหมูชุปแป้งทอดกรอบนอกนุ่มใน หรือจะลิ้มรส เมนูอื่นๆ ก็ชวนกินไม่แพ้กัน อาทิ บะหมี่หมูแดง บะหมี่เกี๊ยวต้มยำ เส้นเล็กต้มยำพริกเผา ข้าวหมูแดงหมูกรอบ ข้าวหมูทอด+ซุปกระดูกหมู ร้านตั้งอยู่ซ.วิภาวดีรังสิต 2 (ซ.หน้าม.หอการค้าไทย) ดินแดง กรุงเทพฯ ร้านบะหมี่มังกรคู่(ซังเล้ง)อยู่ทางขวามือติดกับร้าน 7/11 เปิดทุกวัน เว้นวันอาทิตย์ เวลา 07.00-19.00 น. โทร.08-1116-6886, 08-1777-6996

เย็นตาโฟน้ำและเย็นตาโฟเส้นใหญ่แห้งจากร้าน "เย็นตาโฟปักกิ่ง"
"ก๋วยเตี๋ยวชาติหน้า" เห็นชื่อแล้วอย่าเพิ่งตกใจว่าจะชวนไปกินกันชาติหน้า ขอบอกว่ากินกันที่ชาตินี้แหละ เพราะที่จริงแล้วก๋วยเตี๋ยวชาติหน้าร้านนี้ ก็คือร้าน"ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ เย็นตาโฟ" รสเด็ดอันเลื่องชื่อแถวม.หอการค้าไทย ที่เหล่านักศึกษาและลูกค้าเขาตั้งให้ เพราะบ่อยครั้งเวลามากินก๋วยเตี๋ยวที่นี่ ต้องรอนานเพราะร้านมีลูกค้าเยอะ สำหรับก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดที่ชวนชิมของที่นี่มีมากมาย อาทิ เส้นเล็กต้มยำ เกี้ยมอี๋ต้มยำเย็นตาโฟ เซี่ยงไฮ้ไข่มุกหมูแดงต้มยำน้ำข้น บะหมี่เกี๊ยวหมูแดงต้มยำ ต้มยำลูกชิ้นทะเล หมี่หยกเกี๊ยวต้มยำ เย็นตาโฟน้ำ-แห้ง ต้มยำเครื่องเย็นตาโฟ และอีกสารพัดเมนูชวนกินซึ่งแต่ละเดือนทางร้านจะคิดค้นหาเมนูใหม่ๆมากำนัลแด่ ลูกค้า ร้านตั้งอยู่ที่ซอยวิภาวดีรังสิต 2 ดินแดง กรุงเทพฯ หรือซอย ม.หอการค้าไทย เปิดทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ (จะเปิดจันทร์เว้นจันทร์) เวลา 08.00-19.00 น.โทร.08-1570-4299
"ก๋วยเตี๋ยวชาติหน้า" ก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดขายอยู่ที่ข้างม.หอการค้าไทย
"บะหมี่จับกัง" ข้างตั้งฮั่วเส็ง ร้านนี้เหมาะมากสำหรับนักกินที่ชอบแบบอิ่มท้องคุ้มค่ากับเงินในกระเป๋าอัน น้อยนิด เพราะร้านบะหมี่จับกัง ที่ร้านนี้เขาจะขายก๋วยเตี๋ยวแบบให้ปริมาณเยอะเป็นพิเศษ คือให้เส้นเยอะกว่าปกติที่เขาขายกันแบบว่าสั่งมาชามเดียวก็เล่นเอาอิ่มแปล้ เลย และเมนูก๋วยเตี๋ยวอันชวนลิ้มรสของที่นี่ก็มี บะหมี่แห้ง ที่ให้บะหมี่ถึง 3 ก้อน คลุกเคล้าปรุงรสใส่แต่หมูแดงที่ทางร้านทำเอง และพิเศษตรงที่มีน้ำหมูแดงจากหมูที่อบราดมาในชามด้วย แล้วถ้าสั่งแบบแห้งทางร้านจะมีน้ำซุปกระดูกหมูเสิร์ฟมาให้ซดน้ำแก้ฝืดคอด้วย และเมนูอื่นก็มี บะหมี่น้ำ บะหมี่เกี๊ยวน้ำ เกี๊ยวแห้ง เกี๊ยวน้ำ ร้านตั้งอยู่ที่ 293 ถ.สิรินธร แขวงบางบำรุ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ ตั้งอยู่ด้านข้างห้างตั้งฮั่วเส็ง เปิดวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-18.00 น. โทร.08-7999-6533
บะหมี่เกี๊ยวหมูแดงต้มยำและเกี้ยมอี๋ต้มยำเย็นตาโฟจากร้าน "ก๋วยเตี๋ยวชาติหน้า"
"เย็นตาโฟปักกิ่ง" แค่ชื่อร้านก็บอกได้แล้วว่าถ้ามาที่ร้านนี้ก็จะได้ลิ้มรสกับก๋วยเตี๋ยว เย็นตาโฟรสเด็ด ที่ถือว่าเป็นสูตรมาจากปักกิ่งเลยทีเดียว ที่นี่ขายแต่เย็นตาโฟอย่างเดียว เย็นตาโฟของร้านนี้มีเครื่องมากมาย มีทั้งลูกชิ้นปลาที่ทางร้านทำเอง ฮือก๊วย ลูกชิ้นแบนที่มีเห็ดหอมด้วย ปลาหมึกกรอบ เลือด เต้าหู้ เกี๊ยวทอด มีเผือกทอดกรอบใส่มาด้วย และความพิเศษของเย็นตาโฟร้านนี้ก็อยู่ตรงที่ซอสเย็นตาโฟ ที่เน้นใช้เต้าหู้ยี้นำมาปรุงรสชาติและใส่พริกขี้หนูสวนบดลงไป เคี่ยวจนได้ที่เป็นซอสเย็นตาโฟที่มีความเข้มข้น สีสันสวยโดยไม่ได้ใส่สีผสมอาหาร มากินเย็นตาโฟที่ร้านนี้จะสั่งแบบน้ำหรือแบบแห้งก็สั่งได้ตามใจชอบ ร้านตั้งอยู่ที่ 25/47 ถ. บางขุนนนท์ แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กทม. จุดสังเกตอยู่ตรงข้ามกับวัดศรีสุดาราม เปิดทุกวัน เวลา 08.00-15.00 น. โทร. 0-2424-9489
ร้าน "ก๋วยเตี๋ยวหมูมะนาวเจ๊แอ๊ด" มีก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรมะนาวให้ชิมกัน
"ก๋วยเตี๋ยวหมูมะนาวเจ๊แอ๊ด" เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ อันร่มรื่นที่ซ่อนตัวลึก แต่ไม่ลับอยู่ภายในซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 ซึ่งที่นี่มีก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรมะนาวรสเด็ด เป็นเมนูของดีอันชวนให้มาลิ้มลองรสชาติ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรมะนาว ของที่นี่เป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำน้ำใส โดดเด่นตรงที่ทางร้านจะปรุงรสชาติต้มยำแบบจัดจ้าน ใช้มะนาวคั้นสดๆ พริกขี้หนูป่นทำเอง ใส่ถั่วลิสงที่คั่วใหม่ๆ ปรุงรสชาติแบบชามต่อชาม และเครื่องก็ใส่มาหลากหลาย มีทั้งหมูสับ หมูหมักลวกสุก ลูกชิ้นหมู และนอกจากก๋วยเตี๋ยวต้มยำรสเด็ดแล้วก็ยังมีเมนูอาหารจานเด็ดอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น ก๋วยเตี๋ยวซี่โครงหมูตุ๋น ซี่โครงหมูตุ๋นราดข้าว ยำหนังปลาแซลมอน ยำหมูมะนาว ร้านตั้งอยู่ภายในซอยวัดมะพร้าวเตี้ย บนถ.จรัญสนิทวงศ์ ซ. 13 เปิดทุกวัน เวลา 10.00-16.00 น. (หยุดทุกศุกร์สุดท้ายของสิ้นเดือน) โทร. 08-6786-4071

ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาอันชวนกินของร้าน "ลูกชิ้นปลานายเงี๊ยบ"
"ลูกชิ้นปลานายเงี๊ยบ" เป็นหนึ่งในร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าเก่าแก่ลือชื่อแห่งย่านบางขุนนนท์ ที่นี่ขายก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลารสดีและมีคุณภาพ เพราะทางร้านเลือกใช้เนื้อปลาล้วนๆ ถึง 3 ชนิดนำมาผสมรวมกัน คือมีปลาดาบยาว ปลาหางเหลือง และปลาอินทรี ทำเป็นลูกชิ้น และลูกชิ้นของที่นี่ใช้มื้อปั้นล้วนๆ และไม่ได้ใส่สารแต่อย่างใด ลูกชิ้นปลาของที่นี่มีหลายอย่าง มีลูกชิ้นกลม ลูกชิ้นรักบี้ ลูกชิ้นเหลี่ยมใส่เห็ดหอมกับกุ้งแห้ง ฮือก๊วย ลูกชิ้นกุ้ง เกี๊ยวปลา เส้นปลา และที่นี่ก็มีหลายเส้นให้เลือกสั่งมากิน มีทั้งเส้นใหญ่ เส้นเล็ก เส้นหมี่ขาว บะหมี่ เกี้ยมอี๊ ร้านตั้งอยู่ที่ 61/46 ถ.บางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กทม. เปิดทุกวัน (หยุดเฉพาะช่วงสงกรานต์) เวลา 9.00-18.00 น. โทร. 0-2433-2092, 0-2424-8767, 08-4676-5556 และมีอีก 1 สาขา ตั้งอยู่ที่ถ.พุทธมณฑลสาย 4 โทร. 0-2441-0655, 0-2888-9010
ร้านก๋วยเตี๋ยว "ลูกชิ้นปลานายเงี๊ยบ" ตั้งอยู่ที่ย่านบางขุนนท์
"ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูเจ๊หมวยฯ" หากใครผ่านไปแถววัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน เป็นต้องแวะไปฝากท้องอิ่มกับก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ที่มีลูกชิ้นหมูรสเด็ดให้กิน กัน ลูกชิ้นหมูของที่นี่เขาทำเอง ลูกโตเนื้อเนียนแน่นเด้งดึ๋ง โดยไม่ต้องพึ่งสารบอแรกซ์ มีให้เลือกกินทั้งแบบลูกชิ้นหมูธรรมดาและลูกชิ้นเอ็นหมู ซึ่งเมื่อนำมาใส่ในก๋วยเตี๋ยวช่างชวนกิน เพราะว่าเด็ดทั้งก๋วยเตี๋ยวแห้ง ถ้าเป็นและน้ำก็จะได้ซดน้ำซุปกระดูกหมูหอมกรุ่น รสกลมกล่อมโดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม และใช่ว่าจะมีแต่ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูเท่านั้น ที่นี่ยังมีเมนูอื่นๆ ให้สั่งมากินอีก อาทิ ลูกชิ้นปิ้ง พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด ยำลูกชิ้น เกี๊ยวทอด มีของหวาน อย่าง ซ่าหริ่ม ลอดช่อง ข้าวเม่า-ข้าวตอก ร้านตั้งอยู่ใกล้กับวัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน อยู่ริมถนนตรงหน้าปากซอยพหลโยธิน 55 เปิดจันทร์-เสาร์ (หยุดวันอาทิตย์) เวลา 08.30-20.00 น. โทร. 08-9920-5568
เมนูก๋วยเตี๋ยวของร้าน "ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูเจ๊หมวย ฯ"
"ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา ชินเขต2/8" ใครที่ชื่นชอบกินก๋วยเตี๋ยวร้านแบบรสชาติจัดจ้าน โดนใจ มาที่ร้านนี้ขอบอกว่าไม่ผิดหวัง เพราะก๋วยเตี๋ยวเรือของร้านนี้ปรุงได้ถึงรส ถึงเครื่อง โดยไม่ต้องปรุงเพิ่มเลย เมนูเด่นๆ ที่ชวนกินก็มี เส้นหมี่เนื้อแห้ง ที่เส้นหมี่ถูกลวกจนเหนียวนุ่มพอดี ใส่ทั้งลูกชิ้น เนื้อสดที่เหนียวนุ่ม เนื้อและเนื้อเปื่อยที่ใช้เวลาตุ๋นนานกว่า 3 ชม. หากใครไม่กินเนื้อ ที่นี่ก็ยังมี ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกหมูเป็นอีกตัวเลือก อย่างเส้นใหญ่หมูแห้ง
อิ่มท้องกับ "ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา ชินเขต2/8"
และถ้าใครกังวลว่าที่นี่จะปนหมูกับเนื้อ หายห่วงได้ เพราะก๋วยเตี๋ยวที่นี่จะแยกเป็นสองหม้อ คือหม้อเนื้อกับหม้อหมู เพื่อให้ลูกค้าเลือกกินได้ตามใจไม่ปะปนกัน ร้านตั้งอยู่ที่ 117/151 อยู่ตรงปากซอยชินเขต 2/8 ถ.งามวงศ์วาน แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. เปิดทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ หยุดทุกวันจันทร์ เวลา 08.30-15.00น. โทร.08-5845-5241, 08-1291-2340
ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ร้อนๆ จากร้าน "ชลธิชา"
"ชลธิชา" ร้านนี้มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักในเรื่องก๋วยเตี๋ยวคั่วอันหลากหลาย หากใครเป็นแฟนก๋วยเตี๋ยวคั่วร้อนๆ หอมๆ แล้วล่ะก็ต้องไม่พลาดที่จะมาที่ร้านนี้ เพราะว่ามีก๋วยเตี๋ยวคั่วให้เลือกสั่งมากินมากมาย อาทิ ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ คั่วหมู หรือว่าคั่วทะเล ก๋วยเตี๋ยวคั่วรวมมิตร ความเด่นของก๋วยเตี๋ยวคั่วที่ร้านนี้เห็นจะอยู่ตรงที่รสชาติอันลูกลิ้น เป็นก๋วยเตี๋ยวคั่วเส้นใหญ่ที่คั่วได้แห้งเหนียวนุ่ม ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ และพิเศษตรงที่ ก๋วยเตี๋ยวคั่วของที่นี่จะใส่ปาท่องโก๋ทอดกรุบกรอบมาให้กินแกล้มคู่กันด้วย และนอกจากก๋วยเตี๋ยวคั่วแล้วที่นี่ยังมี สุกี้ที่มีทั้งแห้งและน้ำเป็นอีกเมนูเด็ด มีกระเพาะปลา ผัดพริกหมูราดข้าว ผัดขี้เมาเส้นใหญ่ ราดหน้าเส้นใหญ่ และยังมีเต้าทึงร้อนและเย็น ให้กินกันอีกด้วย ร้านตั้งอยู่ที่ 63/8-9 ถ.อำนวยสงคราม ดุสิต บางกระบือ กทม. เปิดทุกวัน เวลา 10.00-21.00 น. โทร. 0-2244-8887, 0-2244-8777, 08-1372-2115
"กวยจั๊บอ้วนโภชนา" กวยจั๊บเจ้าดังย่านเยาวราช
รวมมิตรเมนูเส้น จากหลายร้านเด็ด

หลังจากแนะนำร้านก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดกันไปหลายร้าน และหลายเมนูก๋วยเตี๋ยวที่ชวนกินมากมายแล้ว คราวนี้มากินเมนูจานเส้นอย่างอื่นที่ไม่ใช่ก๋วยเตี๋ยวกันบ้าง มาดูกันดีกว่าว่าจะมีเมนูเส้นๆ จากร้านไหนที่ชวนไปกินกันบ้าง

"กวยจั๊บอ้วนโภชนา"
เป็นร้านรถเข็นเล็กๆ ที่ตั้งอยู่หน้าโรงหนังไชน่าทาวน์ราม่า ตรงเยาวราช มีชื่อเสียงมานานในเรื่องของกวยจั๊บน้ำใส ที่ถ้าใครชื่นชอบกินกวยจั๊บร้อนๆ หอมกรุ่นพริกไทย มาที่นี่แล้วจะได้สมใจปาก เพราะที่นี่ขายกวยจั๊บน้ำใสอย่างเดียวที่ชวนกินแบบสุดๆ ซึ่งกวยจั๊บน้ำใสของที่นี่ใช้เส้นใหญ่อย่างดีทำให้เส้นเหนียวนุ่มไม่เกาะกัน ไม่เละแฉะ ในชามมีหมูกรอบที่หนังกรอบเนื้อนุ่ม มีเครื่องในสารพัดอย่างทั้งกระเพาะหมู ลิ้นหมู หัวใจหมู ตับหมู ปอดหมู กระดูกหมูอ่อน และโดดเด่นที่น้ำซุปซดร้อนๆ รสเข้มข้น เผ็ดร้อนพริกไทย และยังมีอีกหนึ่งความพิเศษ คือมีปาท่องโก๋กรอบตัวเล็กไว้ให้ใส่กินคู่กวยจั๊บด้วย การเดินทางมาที่ร้านตรงจากวงเวียนโอเดียนมาเรื่อยๆร้านจะอยู่ซ้ายมือ ตรงข้ามห้างขายทองเลี่ยงเซ่งเฮง ร้านอยู่หน้าโรงหนังไชน่าทาวน์รามา (นิวแหลมทอง) เปิดทุกวัน เวลา 18.00-03.00 น. วันหยุดไม่แน่นอน โทร.08-6508-9979
อิ่มกับกวยจั๊บญวนร้อนๆ ของร้าน "แดงก๋วยจั๊บญวน"
"แดงก๋วยจั๊บญวน" ร้านนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกินกวยจั๊บญวน หรือที่เรียกอีกชื่อว่า "ข้าวเปียก" เพราะว่าที่ร้านนี้มีกวยจั๊บญวนรสเด็ดให้ได้ลิ้มชิมรสชาติกัน ซึ่งกวยจั๊บญวนของที่นี่มีความพิเศษโดดเด่นกว่าร้านอื่นๆ ก็ตรงที่เครื่องที่ใส่มาในกวยจั๊บญวนนั้นมีมากมายหลายอย่าง จนเรียกได้ว่าเป็นกวยจั๊บญวนทรงเครื่องก็ว่าได้ ที่สำคัญกวยจั๊บญวนของที่นี่เขาให้เส้นกวยจั๊บญวนสดๆ ที่สั่งมาจากอุบลราชธานี ส่วนเครื่องที่ใส่มาก็มีให้เลือกมากมาย (สามารถเลือกได้ตามใจชอบ) มีหมูยอเนื้อพริกไทยดำจากอุบลราชธานี มีหมูตุ๋น หมูเด้ง ไข่นกกระทา เห็ดหอม หอมใหญ่ ผักชีฝรั่ง ต้มหอม และหอมเจียวหอมๆ ร้านตั้งอยู่ที่ 32 ถ.พระสุเมรุ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กทม. จุดสังเกตร้านอยู่เยื้องกับปั๊มปตท. เปิดทุกวันเวลา 11.00-22.00 น. โทร. 08-5246-0111
กวยจั๊บน้ำใสและเกาเหลาหมู ที่ร้าน"เฮียเล็ก เกาเหลาหมู 3 อย่าง"
"เฮียเล็ก เกาเหลาหมู 3 อย่าง" เห็นแค่ชื่อก็คงจะเดาได้ว่าที่ร้านนี้ต้องมีเกาเหลาหมูรสเยี่ยมให้ได้กินกัน แต่ว่าที่นี่ก็มีเมนูเส้นๆ อย่าง กวยจั๊บน้ำใส ที่มีรสชาติเด็ดที่ชวนกินไม่แพ้กัน เพราะเส้นกวยจั๊บของที่นี่เนื้อเนียนนุ่ม ใส่เครื่องมาสารพัดอย่างสั่งมากินแล้วอิ่มท้องกันไป และสำหรับเมนูเกาเหลาหมู 3 อย่างที่เป็นเมนูชูโรงของที่นี่ ก็มีความเด่นอยู่ตรงที่เครื่องทั้ง 3 อย่าง ที่มีหมูชิ้น หมูสับ และหมูกรอบ ที่ทางร้านทำเองทุกอย่าง และมีน้ำซุปใสๆ ร้อนๆ ที่ซดแล้วรสเผ็ดร้อนพริกไทย และส่งกลิ่นหอมพริกไทยอ่อนๆ ขึ้นจมูก และถ้าใครชอบกินเครื่องใน ที่ร้านนี้ก็มีเครื่องในให้กินกัน มีกระเพาะ เลือด ปอด ไส้ ตับ หัวใจ ลิ้น ม้าม และเซี่ยงจี๊ ร้านตั้งอยู่กลางตลาดพาหุรัด เข้าทางซ.การไฟฟ้า และเลี้ยวซ้ายเข้ามาในตลาด จากนั้นก็ถามทางไปร้านเฮียเล็กได้เลยเพราะคนส่วนใหญ่รู้จักหมด เปิดทุกวัน (หยุดเฉพาะวันพุธ) เวลา 07.30-17.00 น. โทร. 08-9663-7063

ราดหน้ารสดีของร้าน "ราดหน้ายอดผักวัชรพล"
"ราดหน้ายอดผักวัชรพล" เป็นอีกหนึ่งร้านราดหน้าชื่อดังในกรุงเทพฯ ที่ผู้คนที่อยู่อาศัยแถววัชรพล ต่างรู้จักกันดีว่าที่นี่มีราดหน้า รสกลมกล่อมที่ชวนกิน ราดหน้าของที่นี่จะทำแบบจานต่อจานไม่ได้ทำแบบหม้อใหญ่ๆ และมีให้เลือกกินทั้งเส้นใหญ่ เส้นหมี่ หรือว่าหมี่กรอบ ทางร้านจะผัดเส้นก๋วยเตี๋ยวคั่วด้วยไฟแรงๆ จนได้ที่สุกหอมและเหนียวนุ่ม แล้วก็มีน้ำราดหน้ารสกลมกล่อมเหนียวหนืดกำลังดีราดมา สำหรับราดหน้าที่น่าลองลิ้มรสก็มี ราดหน้าทะเล ราดหน้าใส่ไข่ ราดหน้าหมู ราดหน้ารวมมิตร แล้วก็ยังมีเมนูอื่นนอกจากราดหน้าที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอให้ชิมกันอีก อาทิ ผัดซีอิ้ว หมูแดง-หมูหรอบ เปาะเปี๊ยะสด ร้านตั้งอยู่ที่ 126/82-83 ถ.รามอินทรา ซ.วัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. จุดสังเกตอยู่ตรงข้ามกับเสถียรธรรมสถาน เปิดทุกวัน เวลา 08.30-21.00 น. โทร. 0-2945-5144
บ๊วยเกี้ยเย็นๆ กินแล้วชื่นใจ ที่ร้าน "บ๊วยเกี้ยสูตรไหหลำ เจ๊น้อย"
"บ๊วยเกี้ยสูตรไหหลำ เจ๊น้อย" เห็นชื่อร้านอาจจะงงหรือสงสัยว่าร้านนี้ขายอะไร ที่จริงแล้วร้านนี้เขาขาย "โบ๊กเกี้ย" "โบ๊ะเกี๊ย" หรือ"บ๊วยเกี้ย" เป็นขนมหวานชนิดหนึ่งของคนจีนไหหลำ ที่ค่อนข้างจะหากินได้ยากแล้วในบ้านเรา แต่ว่าถ้ามาที่ร้านนี้รับรองว่าจะได้กินบ๊วยเกี๊ย ขนมหวานที่มีลักษณะเป็นแป้งปั้นเป็นตัวเส้นสั้นๆ คล้ายลอดช่องแต่ว่ามีสีขาว ซึ่งที่นี่ทำแป้งบ๊วยเกี้ยเอง และปั้นเองด้วยมือแบบสดใหม่ทุกวัน และบ๊วยเกี๊ยนั้นก็ยังมีเครื่องอย่างอื่นใส่มาด้วย ไม่ว่าจะเป็นมันเชื่อม ถั่วแดงต้มเม็ดเล็ก แปะก๊วย เฉาก๊วย ลูกชิด ถั่วลิสงคั่ว แล้วก็ราดด้วยน้ำเชื่อมที่มีให้เลือก 2 แบบคือ น้ำเชื่อมที่ทำจากน้ำตาลทรายแดง หรือที่เรียกว่าโอทึ้งเคี่ยวใส่ใบเตย และน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายขาว แล้วก็ใส่น้ำแข็งป่น ได้ลิ้มรสบ๊วยเกี้ยหอมหวานเย็นชื่นใจ ร้านตั้งอยู่ที่ 267/3 ถ.เจริญกรุง 67 (หรือตลาดแสงจันทร์) แขวงยานนาวา เขตสาทร กทม. เปิดทุกวัน เวลา 12.00-22.00 น. โทร.0-2211-4812, 08-7823-1884

และทั้งหมดนี้ก็ถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่จากใจ ที่เราอยากมอบให้มิตรรักกินนักกินทั้งหลาย ได้เลือกไปอิ่มอร่อยกับนานาเมนูอาหารจานเส้นที่ชวนกินมากมาย ขอให้อิ่มหนำสำราญปากกันเต็มที่ ต้อนรับปีวัว
ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์

หอมชวนชิม “เนื้อผัดอบมันบด” อร่อยน่าทานขนมหวานหลากชนิด

หมึกแดง


http://www.mcdangguide.com
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญให้ไปกินข้าวกลางวันกับฝรั่งที่อยากจะได้ความรู้และคำปรึกษาจาก ผม เกี่ยวกับการที่เขาจะไปเรียนหนังสือเพื่อเปิดร้านอาหาร ซึ่งฝรั่งคนนี้เขาอายุเกือบจะ 40 ปีแล้วครับ แต่ว่าชีวิตเขาหันเห คือ มีรีสอร์ทในเมืองไทยที่ จังหวัดภูเก็ต แต่กำลังจะขายรีสอร์ท เพราะใจจริงแล้วสิ่งที่เขารักคือการทำอาหารและอยากทำธุรกิจเกี่ยวกับร้าน อาหาร


เขา ถามผมว่าควรจะเรียนที่ไหน ควรจะทำอะไรต่าง ๆ อย่างไร ผมสงสารเขาและอยากจะให้คำปรึกษาเขา ก็เลยนัดกินข้าวกันที่ร้านอาหาร คาเฟ่ตาติน อยู่ต้น ๆ ซอยร่วมฤดี ถ้าเลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยร่วมฤดี จากถนนเพลินจิตจะอยู่ขวามือครับ

ที่ร้านคาเฟ่ตาตินนี้มีอาหารคล้าย ๆ ร้านอาหารบิสโตร โดยอาหารจะเป็นลักษณะที่คนฝรั่งเศสเขาทำกินกันในบ้าน เป็นร้านที่ทำอะไรง่าย ๆ ลักษณะคล้าย ๆ อาหารตามสั่ง แต่ไม่ใช่ร้านอาหารตามสั่งอย่างเมืองไทยนะครับ แต่จะมีอาหารที่คนฝรั่งเศสเขากินบ่อย ๆ แล้วก็ง่าย ๆ รวมทั้ง มีขนมหวานอะไรต่าง ๆ

ร้าน นี้ไม่หรูหรานะครับ แต่ว่าน่ารักดี หันไปมองรอบ ๆ ข้าง ไม่มีคนไทยเลยสักคนเดียว มีผมกับคนไทยอีก 2–3 คนที่มากับฝรั่ง โดยมากแล้วจะเป็นคนฮ่องกง คนสิงคโปร์ ผมไปนั่งกินที่นั่นโดดเดี่ยวเดียวดายครับ เพราะหาคนไทยด้วยกันยากเหลือเกิน

บรรยากาศ ร้านนี้โปร่งสบาย และสะอาด การกินอาหารฝรั่งเศสทุกครั้งจะต้องมีขนมปังฝรั่งเศส มีเนยมาให้เรากินครับ แต่ว่าขนมปังฝรั่งเศสที่เขาให้เรามาแทนที่จะอยู่ในตะกร้า กลับอยู่ในกระชอนที่ทำจากสเตนเลส แปลกดีนะครับ ขนมปังก็อร่อยดีครับ

หลัง จากนั้น พนักงานเสิร์ฟเข้ามาถามเราว่า อยากจะกินอะไรบ้าง ผมเองอดไม่ได้ที่จะต้องสั่งมาหลาย ๆ อย่าง ผมเลยสั่งอาหารจานหนึ่ง ซึ่งอาหารทุกจานจะมาพร้อมกับสลัด มี เนื้อผัดอบมันบด คือ เนื้อบดเอาไปผัดเสียก่อนกับเครื่องเทศกับหอมและอะไรต่าง ๆ แล้วก็มีมันบดอยู่ข้างบน เสร็จแล้วเอาไปเข้าเตาอบให้มันเหลือง จานนี้สั่งมากิน อร่อยดีครับ

ตามมาด้วย มงสิเยอร์ ซึ่งก็คือ แซนด์วิชแฮมกับชีส ครับ โดยเอาขนมปัง แฮม ไปนาบกับกระทะ แล้วมีซอสที่เป็นชีสรสชาติดีครับ เพราะว่าผมเป็นคนชอบกินแฮมอยู่แล้ว แต่ว่าที่นี่มีทั้งชีส ทั้งเนย ทั้งครีม ทั้งไข่ ทั้งนม ไม่ค่อยดีครับ ถึงแม้จะเป็นอาหารที่ไม่ค่อยหนัก แต่มีไขมันสูงมาก ฉะนั้นจะต้องระมัดระวังการกินด้วยนะครับ ไม่เช่นนั้นน้ำหนักจะขึ้นไปเรื่อย ๆ อย่างแน่นอน ถ้ากินแบบนี้เป็นประจำ

ส่วนเพื่อน ๆ ผมที่ไปกินข้าวด้วย สั่งแปลกครับ แต่ว่าน่ากินมากคือสั่งสลัดผักธรรมดา ๆ แต่ว่าเสิร์ฟกับชีสที่ทำจากนมแพะนะครับ เป็น สลัดชีสทำจากนมแพะ โดยเอาชีสมาทาขนมปังแล้วใส่มาบนผักสลัด น่ากินมากครับ ผมเกือบเอื้อมไปขอเขากินเลยครับ เพราะอดไม่ไหวอยากรู้ว่าอร่อยแค่ไหน ปรากฏว่า อร่อยดีครับ

ส่วนเพื่อนผมอีกคนหนึ่งกิน สลัดปลาแซลมอนรมควัน มีปลาแซลมอนรมควัน ซึ่งมีไข่บดเข้าไปด้วย มีมะนาว ลูกเคเปอร์ หอมหัวใหญ่สีม่วงหั่นบาง ๆ กินกับผักสลัด ส่วนน้ำสลัดนั้นต้องเป็นน้ำสลัดแบบฝรั่งเศส ซึ่งน้ำสลัดน้ำใสของฝรั่งเศสนั้นเขาเรียกว่า วินิเกรต ความจริงแล้วจะใช้เป็นน้ำส้มสายชูธรรมดาก็ได้ หรือน้ำส้มบัลซามิกก็ได้ครับ แล้วใส่มัสตาร์ดเข้าไปเล็กน้อย อาจจะใส่หอมสับเข้าไปด้วย ตามด้วยเกลือ พริกไทย แล้วก็เอาไปตีกับน้ำมันมะกอก เสร็จแล้วเอาไปราดบนสลัด จานนี้ ผมชิมแล้วอร่อยมาก รสชาติดีมากเลยครับ

แต่ที่ผมชอบมาก ๆ ก็คือ ของหวาน เราไปกัน 3 คน สั่งของหวานมา 3 อย่าง ความจริงแล้วอยากกินอีกหลาย ๆ อย่างนะครับ แต่เผอิญว่าของเขาหมดพอดีเลย เพราะเรามาสาย อย่างแรกคือ เครม บรูเล ซึ่งจะคล้าย ๆ คัสตาร์ด แต่ว่าข้างหน้าจะมีน้ำตาลโรย แล้วเอาไฟมาพ่นให้ละลายจนกลายเป็นน้ำตาลกรอบ ๆ เป็นแผ่น ๆ อยู่ข้างบน เครม บรูเลทำมาจากไข่ นม ครีม มีกลิ่นวานิลลาด้วยครับ แล้วก็น้ำตาล ถึงจะอร่อยแต่ก็ต้องระวังอ้วนด้วยนะครับ

จากนั้นสั่ง ช็อกโกแลตมูส มากิน ซึ่งช็อกโกแลตของที่นี่เข้มข้นจริง ๆ ทำจากช็อกโกแลตที่ละลายแล้ว มีไข่แดง มีน้ำตาล บางแห่งก็มีเนย มีครีมใส่เข้าไปด้วยครับแล้วเอาไปปั่นจนกระทั่งเหนียว ข้น แล้วเอาไปแช่เย็น ใส่วิปปิ้งครีมไว้ข้างบน เวลากินใช้ช้อนยาวตักลงไป รสชาติมันหวาน เข้มข้น อร่อยมากครับ

จานสุดท้ายที่ผมชอบมาก คือ เขาเอาขนมที่ทำจากสตรอเบอรี่สด ๆ ใส่วิปปิ้งครีม และ
แยม มาให้เรากิน ใส่ในภาชนะที่เป็นขวดโหลมีฝาปิดที่มียาง และแต่งหน้าด้วยใบสะระแหน่ด้านบน สวยงามมากครับ เขาจะแช่ไว้ในตู้เย็น แล้วเขาก็เอามาให้เรากิน ถ้าอาหารจานนี้หวานน้อยกว่านี้จะอร่อยมาก สำหรับผมคิดว่าหวานมากเกินไป แต่ว่าคนที่ไปกับผมกินหมดเลยครับ ที่ร้านยังให้ผมชิม พายมะนาว รสชาติดีเช่นกัน นุ่มอร่อยดีมากเลยครับ

ร้าน นี้ยังมีอาหารฝรั่งเศสที่ทำง่าย ๆ ที่ผมเรียกว่าง่าย ๆ ก็เพราะเด็กฝรั่งเศสหรือที่ปารีสกินกันอย่างนี้ครับ เหมือนเวลาเราไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยว แล้วอาหารของเขาก็ไม่หนักจนเกินไปนัก อร่อย ราคาก็ไม่แพง ฉะนั้นจึงอยากให้เพื่อน ๆ ลองไปชิมอาหารที่ร้านนี้กันดู พนักงานเสิร์ฟเป็นคนไทยครับ แต่ว่าเมนูนี้รู้สึกจะเป็นภาษาอังกฤษหมดเลยไม่มีภาษาไทย แต่ก็สามารถถามน้อง ๆ เขาได้ครับเวลาจะสั่งอะไรมากิน ผมอยากจะให้ลองไปชิมดู แล้วจะติดใจอย่างผมครับ.

..........................................

ชิมให้เป็น : น้ำสลัด

อาทิตย์ นี้ชิมให้เป็นจะขอพูดถึง น้ำสลัด ครับ ผมต้องเรียนให้ทราบนะครับว่า น้ำสลัดที่ร้านนี้เขาทำหลายชนิด แต่ความจริงแล้ว น้ำสลัดทำได้มี 2 ชนิดเท่านั้นครับ เป็นน้ำสลัดน้ำใสที่ภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า วินิเกรต ซึ่งจะเป็นแบบใสๆ ไม่ข้น กับสลัดน้ำข้น ซึ่งภาษาฝรั่งหรือภาษาเทคนิคทางวิทยาศาสตร์การอาหารเรียกว่า อิมัลชั่น ครับ

ซึ่ง อิมัลชั่น หรือสลัดน้ำข้น เวลาเราตีฟองอากาศเข้าไปบวกไฮโดรเจนจะทำให้มีลักษณะข้นได้ เพราะฉะนั้นถ้าเราจะกินน้ำสลัดเกี่ยวกับสุขภาพ ให้กินวินีเกรต เพราะว่าสลัดน้ำข้น วัตถุดิบหลักๆ จะทำจากไข่แดงครับ

เวลาเราใส่น้ำ สลัดเข้าไป ถ้าเป็นร้านที่ฝรั่งเศสเขาจะคลุกมาให้เสร็จเรียบร้อยเลย แล้วเขาจะไม่ใส่น้ำสลัดมากๆ เพราะไม่ได้กินซุปที่มีผักสลัดด้วย แต่แค่ให้น้ำสลัดไปเคลือบใบของผักให้มีรสชาติ และมีความมัน มีความหอมเท่านั้นเอง

เพราะฉะนั้นเวลาเรากินสลัดอย่าเทน้ำสลัดลงไป เยอะๆ เพราะไม่ใช่น้ำซุปนะครับ มันเป็นน้ำสลัดเพื่อไปเคลือบใบผักเท่านั้นเอง อย่าใช้มากเพราะว่าจะอ้วน แล้วเปลืองด้วยนะครับ



.........................................................

เข้าครัวกับหมึกแดง : ราดหน้าหอยเชลล์

เครื่องปรุง

- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

- ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ยีแล้ว 200 กรัม

- กระเทียมสับหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ

- เห็ดโคนญี่ปุ่น 100 กรัม

- น้ำซุป 2 ถ้วยตวง

- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ

- น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ

- พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา

- แป้งมันฮ่องกง 2 ช้อนโต๊ะ

- น้ำเปล่า พอประมาณ

- หอยเชลล์หั่นเป็นแว่น 5 ตัว

- น้ำมันงา 1 ช้อนชา

- คะน้าฮ่องกงหั่นเป็นชิ้นลวกพอสุก 150 กรัม

วิธีทำ

1. นำกระทะใส่น้ำมันตั้งไฟพอร้อน นำก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ที่ยีแล้วลงไปผัดให้หอมและเส้นสุก ตักใส่จานพักไว้

2. ในกระทะอีกใบ ใส่น้ำมันพืชลงไปพอร้อน ใส่กระเทียมสับหยาบลงไปผัดพอหอม ใส่เห็ดโคนญี่ปุ่นลงไปผัดพอสลด แล้วเติมน้ำซุป ต้มให้เดือด

3. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย พริกไทยป่น ลงไปในกระทะ ชิมรส เค็มหวาน

4. ผสมแป้งมันกับน้ำเปล่าให้แป้งละลายแล้วเทลงไปในกระทะ แล้วคนปล่อยให้เดือด และแป้งสุก จากนั้นใส่หอยเชลล์หั่นแว่นลงไป พอเดือดใส่น้ำมันงา ปิดไฟยกลง

5. จัดเส้นลงบนจาน วางคะน้าฮ่องกงที่ลวกแล้วข้างเส้น แล้วตักน้ำราดหน้าหอยเชลล์ ราดบนเส้นใหญ่ที่ผัดไว้แล้ว โรยด้วยพริกไทยป่นเสิร์ฟร้อน ๆ



หมึกแดง

http://www.mcdangguide.com

ก๋วยเตี๋ยวที่อิมพอร์ตสูตรเด็ดมาจากฮ่องกง .. ก๋วยเตี๋ยวไหมซีนน้ำเสฉวน

ขอบคุณ
ผู้จัดการออนไลน์
"ผ่านมาแวะกิน"
"ผ่านมาแวะกิน"


“เจ๊ใหญ่ไหมซีน” ซึ่งมีเมนูเด็ดคือก๋วยเตี๋ยวสไตล์เสฉวนที่นำสูตรมาจากฮ่องกงอีกที ซึ่งมีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครคือเส้นก๋วยเตี๋ยวที่เรียกว่า “ไหมซีน” ลักษณะเป็นเส้นกลมๆ เล็กๆ สีขาว

ทางร้านจะสั่งนำเข้าโดยตรงมาจาก ฮ่องกง ส่วนน้ำซุปที่เป็นสไตล์เสฉวนนั้นต้มมาจากกระดูกหมู เคี่ยวเป็นวันเพื่อให้ได้ความหวานหอม แล้วนำมาปรุงกับพริกแห้งปรุงรส นำไปผัด แล้วนำมาต้มรวมกับน้ำซุป ทำให้คล้ายกับน้ำข้น




ก๋วยเตี๋ยวไหมซีนน้ำเสฉวน




ระดับ ความเผ็ดเข้มข้นของน้ำซุปนั้นจะมีอยู่ 4 ระดับ สำหรับคนที่ชอบกินเผ็ดนั้นแนะนำให้สั่งว่าเผ็ดมาก ซึ่งรับรองเลยว่าจะต้องเผ็ดจี๊ดโดนใจแน่ๆ แล้วก็มีความเผ็ดระดับกลาง เผ็ดน้อย และไม่เผ็ด ซึ่งก็คือก๋วยเตี๋ยวน้ำใสนั่นเอง

ส่วนเครื่องเคราที่ใส่แบบดั้งเดิมนั้นจะกินกับเครื่องในต่างๆ แต่สำหรับที่ร้านนี้ นอกจากจะมีเครื่องในใส่ลงไปให้ อาทิ กระเพาะ ตับ เซี่ยงจี้ หัวใจ ไส้อ่อน หัวใจ เป็นต้น แล้วก็ยังมีเนื้อหมูหมัก หมูสับ ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง และลูกชิ้นหมู ให้เลือกใส่ลงไปได้ด้วย ซึ่งหากว่าใครชอบอะไรไม่ชอบอะไรก็สามารถบอกได้




ก๋วยเตี๋ยวไหมซีนน้ำใส



อย่างเมนูแรกที่ได้ลองชิม คือ ก๋วยเตี๋ยวไหมซีนน้ำเสฉวน (40 บาท) ที่จะเป็นน้ำซุปสไตล์เสฉวนแบบเผ็ดร้อน ส่วนเส้นเป็นเส้นไหมซีน ใส่ทั้งเครื่องใน และหมูสับ นอกจากนี้ยังมีเครื่องเคียงที่กินคู่กันคือ ผักกาดดอง ถั่วงอก และกุ้ยฉ่าย ใส่ลงมาในชามด้วย ลองชิมดูเส้นไหมซีนเหนียวนุ่มเข้ากับน้ำซุปเข้มข้นเผ็ดร้อน เครื่องในก็อร่อยถูกปากไม่คาว

ส่วน ก๋วยเตี๋ยวไหมซีนน้ำใส (40 บาท) ซึ่งก็ใส่เครื่องทุกอย่างเหมือนกับน้ำเสฉวน เพียงแต่เปลี่ยนน้ำซุปเป็นน้ำใส ที่ลองชิมแล้วหอมหวานน้ำต้มกระดู ซดได้คล่องคอ




เกี๊ยวน้ำ หรือ ก๋าวจี๋



อีกเมนูที่ไม่ควรพลาดก็คือ เกี๊ยวน้ำ (40 บาท) หรือที่เรียกว่า ก๋าวจี๋ เป็นเกี๊ยวสูตรเซี่ยงไฮ้ หน้าตาเหมือนเกี๊ยวหมูของบ้านเรา เพียงแต่ไส้ในนั้นจะประกอบไปด้วยหมูสับ กุ้ยฉ่าย ผสมกับน้ำขิง กินได้กับทั้งน้ำใสและน้ำเสฉวน ซึ่งเมื่อลองชิมแล้วนั้นตัวไส้นุ่มหอมกลิ่นขิง ส่วนแป้งก็นุ่มอร่อยดีทีเดียว

นอกจากจะมีก๋วยเตี๋ยวแบบฮ่องกงแล้ว ก็ยังมีก๋วยเตี๋ยวแบบไทยๆ ด้วย เช่น ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ (30-40 บาท) ซึ่งเป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำน้ำใสแบบไทยๆ ที่ปรุงรสมาด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตาล ใส่ถั่วลิสงคั่วบด และพริกป่น เครื่องที่ใส่ก็เลือกสั่งได้ตามชอบ อย่างในชามนี้มีทั้งลูกชิ้นปลาและหมูสับ อร่อยแบบเต็มคำ รสชาติเข้มข้นครบรส ลูกชิ้นก็เคี้ยวเด้งไม่คาว





ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ



ส่วนเมนู ข้าวเหนียวทรงเครื่อง (25 บาท) ก็น่าลิ้มลองไม่เบา ที่จะนำข้าวเหนียวมานึ่งสุก แล้วผัดกับเครื่องเคียงและซอสปรุงรสต่างๆ ให้ได้รสชาติเข้าที่ ส่วนตัวเครื่องเคียงนั้นก็มีทั้งกุ้งแห้ง เห็ดหอม และกุนเชียง โรยหน้าด้วยถั่วลิสงทอด และต้นหอมซอย ลองชิมแล้วข้าวเหนียวได้รสชาติเค็มนิดๆ เข้ากับความหวานจากกุนเชียง และยังได้ความหอมมันจากถั่วลิสงเพิ่มความอร่อย

เมนูเด็ดของร้านไม่ได้มีแค่นี้ ยังมีความอร่อยที่น่ามาลองชิมอีกหลากหลาย อาทิ ไหมซีนทงคัตสึ (50 บาท) ก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำใส (30 บาท) ขนมปังปิ้งหน้าต่างๆ (12 บาท) เป็นต้น ซึ่งหากว่าจะลองชิมก๋วยเตี๋ยวฮ่องกงอร่อยๆ ก็ไม่ต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไป แวะเวียนมาได้ทีร้าน “เจ๊ใหญ่ไหมซีน” แห่งนี้ก็อร่อยได้เช่นกัน




ข้าวเหนียวทรงเครื่อง


ร้าน “เจ๊ใหญ่ไหมซีน” อยู่ที่ 100/375-376 เสนานิคม 1 ซอย 40 แยก 6 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม. ร้านเปิดทุกวัน เวลา 07.00-17.00 น. โทร. 08-6995-2310


ขอบคุณ
ผู้จัดการออนไลน์
"ผ่านมาแวะกิน"

HKN บะหมี่เกี๊ยวขึ้นห้าง เจ้าดังเยาวราช

ขอบคุณ ผู้จัดการออนไลน์


บะหมี่เกี๊ยวของร้าน“HKN” (Hong Kong Noodle)

















บะหมี่เกี๊ยวของร้าน“HKN” (Hong Kong Noodle)
เมนูเป็ดย่าง
ประเภทติ่มซำ


ร้าน“Hong Kong Noodle” มีสาขารวม 8 แห่ง
กระจายอยู่ในพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ
และห้างสรรพสินค้าชื่อดังต่างๆ เช่น
สยามสแควร์ ซ.10 ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต
เมเจอร์รัชโยธิน และเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ


ขอบคุณ ผู้จัดการออนไลน์

"PALAZZO"ร้านหรู เมนูอาหารอิตาเลียน

ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์
บรรยากาศร้าน “PALAZZO” โอ่โถง นั่งสบายๆ
ซอยทองหล่อ ถือเป็นหนึ่งในแหล่งอาหารการกินขึ้นชื่อและหลากหลายในกทม. โดยหลังจากที่ "ผู้จัดการตระเวนกิน" ห่างหายจากซอยนี้ไปนาน มื้อนี้เมื่อสบโอกาสเหมาะเลยชักชวนเพื่อนฝูงมาหาของอร่อยๆกินในซอยนี้ ซึ่งเพื่อนคนหนึ่งแนะนำว่าที่ ซอยทองหล่อแห่งนี้ มีร้านอาหารอิตาเลียนที่เพิ่งเปิดได้ไม่นานอยู่ร้านหนึ่ง ร้านนี้มีความน่าสนใจและน่าลิ้มลองอยู่ไม่น้อย พวกเราจึงลงมติกันว่า มื้อนี้จะมุ่งหน้าไปหาความอิ่มอร่อยกันที่ร้าน"PALAZZO" ร้านอาหารอิตาเลียนมาแรงในซอยทองหล่อ 17

"PALAZZO" เป็นร้านอาหารอิตาเลียนที่มีพื้นที่ใหญ่โตพอสมควร เข้ากับชื่อร้าน "PALAZZO" ที่เป็นภาษาอิตาลี แปลว่า พระราชวัง พระราชวังแห่งนี้มีความหรูหราอยู่ภายในบ้านหลังใหญ่ ซึ่งเป็นบ้านเก่าที่นำมาปรับเปลี่ยนตกแต่งให้มีบรรยากาศของการนั่งกินอาหาร ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นสบายๆ เหมือนกับว่าเรามานั่งกินข้าวอยู่ที่บ้าน
บรรยากาศโต๊ะนั่งด้านบนดูอบอุ่นชวนนั่ง
ด้วยพื้นที่ภายในร้านมีหลายส่วนให้เลือกนั่งด้วยกัน ชั้นล่างแบ่งเป็นหลายโซน ฝาผนังทาสีเหลืองดูอบอุ่น มีโต๊ะให้เลือกนั่งในมุมสบายตามใจชอบ มีเคาน์เตอร์บาร์บริการเครื่องดื่มแบบครบครัน มีห้องเก็บไวน์ที่ด้านในมีไวน์จากหลากหลายประเทศให้บริการแก่คนดื่มไวน์ทั้ง หลาย มีห้องไพรเวทให้บริการอยู่ด้านหลัง และยังมีโซนด้านหน้าที่ตกแต่งห้องสไตล์ชิวๆ ชวนนั่งสบายๆ ส่วนชั้นสองบรรยากาศคล้ายด้านล่าง แต่จะมีส่วนที่เป็นพื้นที่เปิดโล่งอยู่ด้านหน้าให้นั่งกินอาหารแบบรับลม เย็นๆ
เชฟชาวอิตาเลียน Giuseppe Gigantino ผู้รังสรรค์เมนูอิตาเลียน
แค่บรรยากาศก็ชวนให้น่าหลงใหลแล้ว มาถึงเรื่องอาหารอิตาเลียนที่พวกเราตั้งหน้าตั้งตามากินนั้น ขอบอกว่าก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะที่นี่บริการอาหารอิตาเลียนแบบครบครัน อีกทั้งยังเป็นสไตล์อิตาเลียนขนานแท้ ที่วัตถุดิบส่วนใหญ่นำเข้ามาจากอิตาลี รวมถึงมีเชฟเจ้าของต้นตำรับที่เป็นชาวอิตาเลียน ชื่อGiuseppe Gigantino มาเป็นพ่อครัวปรุงอาหารอิตาเลียนรสชาติดีที่ชวนกินทั้งนั้น
Zucchini and shrimp wrapped in Parmiggiano cheese
มื้อนี้พวกเรามากันหลายคนเลยเลือกสั่งมากินกันหลายอย่าง เริ่มจากกินเมนูเรียกน้ำย่อยอย่าง Zucchini and shrimp wrapped in Parmiggiano cheese (350 บาท++) เมนูนี้มีซูกินี่ที่นำมาผัดปรุงรสชาติกับซอสสูตรเด็ดของทางร้าน และใส่มาในกระทงกรอบที่ทำมาจากชีส และมีกุ้งทอดวางมาด้วย พร้อมกับราดด้วยซอสสูตรเด็ดอีกที ชิมรสชาติซูกินี่นิ่มๆ ฉ่ำซอสที่ออกรสหวานหอม เคี้ยวกระทงที่ทำจากชีสออกเค็มๆ มันๆ ปาก กินคู่กับกุ้งทอดที่โดนน้ำซอสออกรสหวานๆ
Fettuccine with rock lobster
จานต่อมาขาดไม่ได้สำหรับคนชอบกินเส้นอย่างพวกเราคือต้องสั่ง Fettuccine with rock lobster (450 บาท++) เป็นเส้นเฟตตูชินี่ที่ทางทำเองนำมาผัดกับร็อคล็อบสเตอร์ ใส่มะเขือเทศเชอร์รี่ และใส่ไวท์ไวน์ซอส ชิมรสชาติเส้นเฟตตูชินี่เหนียวนุ่มเคล้ารสชาติซอสที่มีรสกลมกล่อมละเมียด ลิ้น กินเข้ากับร็อคล็อบสเตอร์เนื้อหวาน
Sliced rare beef Aus. tenderloin
เมนูถัดมาเป็นอะไรที่ถูกปากคนชอบกินเนื้อ Sliced rare beef Aus. tenderloin (850 บาท++) เป็นเนื้อเทนเดอร์ลอย จากออสเตรเลียนำมากริลล์แบบมีเดียมแรร์ ปรุงรสชาติด้วยสูตรเด็ดเฉพาะ และมีซอสพริกไทยสดปรุงรสโรยหน้ามาบนชิ้นเนื้อที่สไลด์มาเป็นชิ้นๆ มีสลัดร็อคเก็ตมาให้กินแกล้มด้วย หั่นชิ้นเนื้อส่งเข้าปากเคี้ยวเนื้อนุ่มหนึบหนับปากได้รสชาติความสดของ เนื้อที่หวานฉ่ำ และได้รสซอสพริกไทยที่เคี้ยวมันเผ็ดปากนิดๆ จากตัวพริกไทย
Palazzo Pizza
และอีกหนึ่งเมนูที่พลาดไม่ได้ถ้ามากินอาหารอิตาเลียนนั่นคือ พิซซ่า ที่นี่มีพิซซ่ากว่า 200 หน้า ให้เลือกกิน แถมยังมีเตาทำพิซซ่าโดยเฉพาะที่ใช้ฟืนในการอบพิซซ่า และพิซซ่าที่สั่งมาลิ้มลองนั้นคือ Palazzo Pizza (380 บาท++) ที่เสิร์ฟมาร้อนๆ หอมๆ แบบสไตล์อิตาเลียนแท้ๆ คือบางกรอบ และมีหน้าเป็นผักร็อคเก็ต มะเขือเทศเชอร์รี่ พาร์มาแฮม และใส่ชีสbuffalo mozzarella พิซซ่าของที่นี่รสชาติหน้าที่ใส่มากลมกลืนเข้ากับแป้งพิซซ่าที่เคี้ยวกรอบ บางเบานุ่มปาก
Pannacotta
พวกเราจัดการกินเมนูของคาวไปหลายอย่าง แต่ก็ไม่ลืมที่จะสั่งของหวานมากินปิดท้ายมือล้างปากด้วย เลือกสั่ง Pannacotta (150 บาท++) เย็นๆ ที่เนื้อเนียนนุ่มละเมียดลิ้น ราดด้วยซอสสตรอเบอร์รี่ผสมราสเบอร์รี่หวานหอม อีกหนึ่งเป็น Tiramisu (200 บาท++) ที่กินแล้วรู้สึกสดชื่นหอมหวานกาแฟ
Tiramisu
เพียงแค่นี้ก็เล่นเอาพวกเราอิ่มท้องกันมากแล้ว แต่ว่าที่นี่ยังมีเมนูอิตาเลียนรสดีอีกมากมายที่ชวนกิน และยังมีบุฟเฟต์บริการ ด้วยในช่วงมื้อกลางวันทุกวัน ถ้าเป็นสลัด+ซุป ( 250 บาท++ ) และถ้าเพิ่มเมนคอร์ส ชา,กาแฟ และขนมหวานด้วยจะราคา (310 บาท++) ต้องบอกเลยว่า “PALAZZO” เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารอิตาเลียนรสดีที่ "ผู้จัดการตระเวนกิน" ขอแนะนำให้มาลองมาสัมผัสรสชาติกัน

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์

ปลาตาเดียวทอดซอสโชยุ

ขอบคุณบทความ healthandcuisine

ปลาตาเดียวทอดซอสโชยุ
ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่)
  • ปลาตาเดียว 1 ตัว
  • เกลือ พริกไทยเล็กน้อย
  • แป้งสาลีเอนกประสงค์เล็กน้อย
  • เลมอน 1 ซีก
  • น้ำมันสำหรับทอด
ส่วนผสมซอสโชยุ
  • โชยุ 1/4 ถ้วย
  • มิริน 1/4 ถ้วย
  • สาเก 2 ช้อนโต๊ะ
  • คอมบุ 2*2 นิ้ว
  • ปลาแห้งญี่ปุ่น 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย
วิธีทำ
  1. ทำซอสโชยุโดยใส่คอมบุในกระทะตั้งไฟสักครู่เมื่อคอมบุหอมใส่สาเกและมิรินเร่งไฟ
    แรงให้แอลกอฮอล์ระเหย ใส่ส่วนผสมที่เหลือเคี่ยวจนซอสข้น กรองเก็บไว้ใช้
  2. แล่เนื้อปลาออกเก็บกระดูกไว้ หั่นเนื้อปลาเป็นชิ้นเต๋าโรยเกลือ
    พริกไทยให้ทั่วทั้งเนื้อปลาและกระดูก ตบแป้งบางๆ
    ทอดในน้ำมันร้อนจนสุกเหลือง กินคู่กับซอสโชยุและเลมอน
ขอบคุณบทความ healthandcuisine

เมนูไอติม อร่อยถูกใจสาวไดเอท

ที่มา .... Spicy 


       อากาศบ้านเราคงจะยากที่จะอดใจลิ้มรสไอติมรสชาติเย็นๆ แต่สำหรับสาวที่กำลังไดเอท
ไอติมธรรมดาๆ คงจะเพิ่มน้ำหนักได้ไม่น้อย มาดูไอติมรสชาติของสาวๆ ไดเอทกัน
     1. Frozen Yogurt        
สาวๆ หลายคนรู้จักเจ้า Frozen yogurt นี้เป็นอย่างดี
เพราะมีขายกันเยอะแยะมากมาย
ไอติมชนิดนี้เป็นไอติมที่มีส่วนผสมของโยเกิร์ตที่มีจุลินทรีย์และส่วนใหญ่
ไขมันจะต่ำสุดๆ เลย เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ไดเอท รสชาติอร่อย ชื่นใจ

     2. Sherbet        
ไอติมผลไม้ที่มีส่วนผสมของน้ำผลไม้ น้ำตาล และไข่ขาว และไม่ใส่นมหรือครีม
แต่บางทีเราก็จะพบไอติมเชอร์เบทที่มีส่วนผสมของนมหรือครีมบ้าง
เพื่อให้เนื้อของไอติมแน่นและเข้มข้นขึ้น เวลาที่สาวๆ
กินก็นิยมกินพร้อมผลไม้สด ซึ่งเลือกได้หลายชนิด
ไม่ว่าจะเป็นผลไม้รสเปรี้ยวหรือรสหวาน

     3. Soft - Serve      
ไอติมนมเนื้อเนียนนุ่ม ส่วนผสมจะต่างจากไอติมธรรมดา
ความเก๋ของไอติมชนิดนี้อยู่ที่ปริมาณไขมันที่ต่ำกว่าไอติมทั่วไป
ไม่ต้องแช่เย็นก่อนเสิร์ฟ
แต่จะนำส่วนผสมใส่เครื่องแล้วบีบใส่โคนหรือถ้วยเสิร์ฟได้เลย
ความเก๋อีกอย่างคือเนื้อของไอติมชนิดนี้จะบางและเบา
เพราะผ่านการตีในเครื่องจนเนื้อไอติมฟูและมีอากาศอยู่ในเนื้อไอติมอยู่มาก
เวลาที่เรากินไอติมซอฟท์เสิร์ฟ 1 ถ้วย ปริมาณเนื้อไอติมจริงๆ
จึงน้อยกว่าไอติมทั่วไป จึงจัดเป็นไอติมที่เหมาะกับสาวๆ ที่กำลังไดเอทค่ะ

     4. Sorbet       
Sorbet นี่เรียกได้ว่าเป็นพี่น้องกับ Sherbet แค่ชื่อก็คล้ายกันมากๆ แล้ว
ยังเป็นไอติมที่กินได้ในช่วงลดน้ำหนักเหมือนกันอีกด้วย
โดยชอร์เบทเป็นไอติมที่มีส่วนผสมของน้ำผลไม้ น้ำตาล
อาจมีส่วนผสมของเหล้าหรือกาแฟด้วยก็ได้
แต่ไม่มีส่วนผสมของนมและไข่ขาวเหมือน Sherbet
แต่รสชาติอร่อยแถมไม่มีไขมันหรือแคลอรีสูงๆ

       
แต่..อย่าเพิ่งดีใจไป แม้ว่าไอติมเหล่านี้จะกินได้สบายๆ ในช่วงลดน้ำหนัก
แต่ก็ควรคุมให้กินแต่พอดี ไม่ใช่เห็นว่ากินได้เลยซัดโฮกซะเต็มที่
ต่อให้เป็นไอติมที่ไขมันต่ำยังไง ถ้ากินเยอะๆ ก็อาจจะอ้วนได้เหมือนกัน...