ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

“ข้าวแช่” เมนูอร่อยคลายร้อน จากวัฒนธรรมมอญสู่ไทย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 มีนาคม 2555 13:48 น.
ข้าวแช่เมนูอร่อยกินคลายร้อน
       “ฤดูร้อนก่อนเก่าทำข้าวแช่                      น่าชมแต่เครื่องกับสำรับฉัน
       ช่างทำเป็นดอกจอก และดอกจันทน์          งามจนชั้นกระชายทำเหมือนจำปา
       มะม่วงดิบหยิบดูจึ่งรู้จัก                           ช่างน่ารักทำเป็นเช่นมัจฉา”
      
       ความจาก “รำพันพิลาป” ของสุนทรภู่ รัตนกวีสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ได้กล่าวถึง “ข้าวแช่” ว่าเป็นของกินในฤดูร้อนที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์
      
       เมื่อหน้าร้อนมาถึงคราใด “ข้าวแช่” จึงเป็นหนึ่งใน เมนูของกินคู่หน้าร้อน ที่นิยมกินกันมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ จนถึงทุกวันนี้ข้าวแช่โรยดอกมะลิหอมๆ กินกับเครื่องเคียงสารพัดอย่าง ก็ยังเป็นของกินที่เป็นที่นิยมอยู่
ข้าวแช่ชาววังแบบครบเครื่อง
       การเดินทางของข้าวแช่จากชาวมอญสู่ชาวไทย
      
       หลายคนอาจจะเคยลิ้มรสข้าวแช่หอมอร่อยเย็นชื่นใจกันมาบ้าง แต่น้อยคนนักที่จะรู้ถึงความเป็นไปเป็นมาของข้าวแช่ว่ามีความน่าสนใจ เพราะข้าวแช่ไม่ได้มีเพียงรูปร่างหน้าตาและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เท่านั้น แต่ความเป็นมาของข้าวแช่บนเส้นทางสายประวัติศาสตร์ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน
      
       “ข้าวแช่” ไม่ใช่ตำรับอาหารไทยแท้ แต่เป็นอาหารพื้นบ้านที่ชาวมอญนิยมทำขึ้นสังเวยเทวดาในพิธีตรุษสงกรานต์ โดยประเพณีของคนมอญโบราณกล่าวไว้ว่า ในวันสงกรานต์จะต้องทำข้าวแช่ถวายพระสงฆ์ เพราะถือเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่ถวาย ซึ่งข้าวแช่ หรือข้าวสงกรานต์ คนมอญเรียกว่า “เปิงด้าจก์” แปลว่า “ข้าวน้ำ” (เปิง หมายถึงข้าว และ ด้าจก์ หมายถึงน้ำ) และด้วยเหตุที่คนมอญกับคนไทย มีการติดต่อแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมกันมาอย่างยาวนาน ทำให้ข้าวแช่ได้เข้ามาสู่สำรับอาหารไทยได้อย่างกลมกลืน
กะปิทอด
       สำหรับการเลื่อนชั้นเข้าวังของข้าวแช่มอญ ก็มาจากการที่สตรีมอญที่เข้ารับราชการฝ่ายใน (เป็นเจ้าจอมหม่อมห้ามของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน) และปรุงข้าวแช่ขึ้นถวายเป็นอาหารเสวย จึงกลายมาเป็น “ข้าวแช่ชาววัง” ซึ่งข้าวแช่ตำรับชาววังที่มีชื่อมาก เป็นของ ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์ ผู้เคยทำงานอยู่ในห้องเครื่องต้นสมัยรัชกาลที่ 5 ท่านถือเป็นคนแรกๆ ที่ทำข้าวแช่ออกสู่ตลาด และทำให้ข้าวแช่ชาววังมีชื่อเสียงโด่งดังจนถึงปัจจุบัน
      
       ข้าวแช่ชาววัง จะเป็นข้าวแช่ที่กับข้าวหลายอย่างด้วยกัน มีกะปิทอด ที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของกับข้าวแช่ชาววัง จะดูกันว่าข้าวแช่ของใครที่มีฝีมือก็ต้องพิจารณากันที่ลูกกะปิทอดนี้เอง ถัดมาก็มีพริกหยวกสอดไส้ ปลายี่สนผัดหวาน เนื้อเค็มฝอยผัดหวาน หัวหอมสอดไส้ ผักกาดเค็มผัดหวาน ปลาแห้งผัดหวาน หมูสับกับปลากุเลา กับข้าวเหล่านี้ถือว่าเป็นเครื่องเคียงที่นิยมรับประทานแกล้มกับข้าวแช่
หมูฝอย
       และสิ่งสำคัญของข้าวแช่ชาววังที่ลืมไม่ได้เลยคือ ผักสดแกะสลัก เมื่อกับข้าวแช่ส่วนใหญ่เป็นของทอด ก็ย่อมต้องมีผักที่ให้กลิ่นหอมและรสออกเปรี้ยวและขื่นนิดๆ ไว้ตัดรส แตงกวา กระชาย มะม่วงดิบ ต้นหอม กระชาย และพริกชี้ฟ้าสด จึงถูกนำมาจัดเป็นผักสดไว้กินแนมกับข้าวแช่
      
       อีกทั้งการกินข้าวแช่ก็ยังต้องมีวิธีการกิน เริ่มจากนำข้าวใส่ในน้ำลอยดอกไม้ให้ได้สัดส่วนน้ำมากกว่าข้าว ใส่น้ำแข็งเล็กน้อยพอให้เย็นชื่นใจ เวลาจะกินให้ตักกับข้าวใส่ปากก่อนแล้วตักข้าวตาม ก็จะได้รสชาติทั้งเย็นฉ่ำ และความอร่อยกลมกล่อมของกับข้าว
ปลายี่สนผัดหวาน
       จากข้าวแช่ชาววังสู่ข้าวแช่เพชรบุรี
      
       ข้าวแช่ตำรับเมืองเพชรบุรีนั้นเป็นที่รู้จักกันอย่างมาก สืบเนื่องมาจากการแปรพระราชฐานของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาล ที่ 4 ที่ทรงเสด็จมาประทับที่พระราชวังพระนครคีรี (เขาวัง) ในครั้งนั้นมีเจ้าจอมมารดากลิ่น (ซ่อนกลิ่น) เชื้อสายมอญทางเจ้าพระยามหาโยธา (เจ่ง คชเสนี) ที่หลบหนีพม่ามาครั้งกรุงธนบุรี เจ้าจอมมารดากลิ่นได้ติดตามพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวไปถวายราชการ ที่พระราชวังพระนครคีรีด้วย และคาดว่าในครั้งนั้นเองที่ข้าวแช่ของเจ้าจอมมารดากลิ่นได้รับการถ่ายทอดไป ยังห้องเครื่อง บ่าวไพร่สนมกำนัลได้เรียนรู้ และแพร่หลายไปยังสามัญชนย่านเมืองเพชรบุรีในที่สุด
พริกหยวกสอดไส้
       สำหรับข้าวแช่ตำรับเมืองเพชร นิยมใส่ดอกกระดังงาไทยในน้ำอบข้าวแช่ ซึ่งเป็นหม้อดินขนาดใหญ่ สามารถเก็บความหอมและความเย็นได้เป็นอย่างดี ซึ่งข้าวแช่ของที่อื่นอาจมีเพียงแค่ดอกมะลิกับกลีบกุหลาบโรยในน้ำที่อบควัน เทียนเท่านั้น ส่วนกับข้าวที่รับประทานกับข้าวแช่ของเมืองเพชรต้องมีรสหวานนำ และรสเค็มตามมีเพียง 3 อย่างเท่านั้น คือลูกกะปิ ปลากระเบนผัดหวาน และผักกาดเค็มผัดหวาน จึงแตกต่างไปจากตำรับข้าวแช่ชาววัง หรือข้าวแช่ที่อื่น ซึ่งมีเครื่องเคียงเพิ่มขึ้นอีกหลายอย่าง เช่น พริกหยวกสอดไส้ หอมแดงสอดไส้ หมูสับปลาเค็มทอด ฯลฯ
หัวไชโป๊วผัดหวาน
       คุณยายพันธ์ทิพ ศุภจิต อดีตสาวชาววังหลวง วัย 84 ปี ผู้ที่คุ้นเคยกับอาหารชาววัง และช้าวแช่ตำรับชาววังเป็นอย่างดี ได้บอกเล่าเรื่องราวของข้าวแช่ให้ได้รับรู้ว่า
      
       “เราเห็นข้าวแช่มาแต่เล็กแต่น้อย พอโตมาเราก็สนใจอยากจะรู้อยากจะทำ ก็ได้ทำข้าวแช่มานานแล้ว เสน่ห์ของข้าวแช่ชาววังอยู่ที่การตบแต่ง รสชาติก็สำคัญ การตบแต่งผักที่รับประทานจะต้องแกะสลักสวยปราณีต” คุณยายพันธ์ทิพบอกเล่า พร้อมกับยังได้บอกถึงการทำข้าวแช่ให้ฟังอีกว่า
หอมทอด
       “ทุกวันนี้ข้าวแช่มีการประยุกต์ปรับเปลี่ยนไปบ้าง เมื่อสมัยก่อนใช้ข้าวสารธรรมดา คือข้าวสารธรรมดามันมีสองอย่าง คือ ข้าวขาวกับข้าวเหลือง อย่างข้าวเหลืองอ่อนมันออกจะนิ่มหุงลำบากมาทำข้าวแช่ลำบาก แล้วมีข้าวขาวเป็นข้าวที่กระด้าง ทำข้าวแช่ดี แต่ไม่อร่อย มันแข็ง บางทีบางเจ้าหุงแล้วสวยเกินไป แต่รู้สึกคนสมัยนี้จะติดข้าวหอมมะลิกัน ข้าวหอมมะลิทำง่าย คือ หุงให้สวยแล้วล้างนิดหน่อย ขออย่าให้น้ำข้าวแช่ขุ่น น้ำข้าวแช่ต้องใส พอข้าวสุกแล้วเราต้องล้างข้าวใส่ตะแกรง แล้วก็ใช้น้ำค่อยๆ เอามือลูบ ลูบแรงก็ไม่ได้ เดี๋ยวหักหมด ต้องค่อยๆ ลูบ คือข้าวแช่มันก็มีความปราณีตอยู่ในตัว การทำข้าวไม่ยุ่งยาก ถ้าเราหุงข้าวเป็นก็ใช้ได้ แต่ก็ต้องหุงให้สวย แข็งเกินไปจะไม่เป็นที่นิยม”
ผักสดตางๆ แกะสลักอย่างสวยงาม
       เมื่อถามถึงว่าข้าวแช่ชาววังกับข้าวแช่เพชรบุรีมีความแตกต่างกัน อย่างไร คุณยายพันธ์ทิพ อธิบายไว้ว่า ข้าวแช่ชาววังกับข้าวแช่เพชรบุรี มีความแตกต่างกันในเรื่องของความปราณีต และความสวยงาม ข้าวแช่เพชรบุรีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตรงที่กับข้าวของเพชรบุรีจะมีแค่ 3 อย่าง มีไชโป้ว มีปลาหวาน และกะปิ ซึ่งกะปิของเพชรบุรีจะต่างจากชาววังตรงที่กะปิของเพชรบุรีจะมีความแข็ง กรอบเพราะใส่ถั่วลิสง และสิ่งสำคัญที่แตกต่างกันของข้าวแช่ชาววังและข้าวแช่ของเพชรบุรีคือ ข้าวแช่เพชรบุรีจะไม่มีผักแบบตำรับชาววัง ซึ่งผักก็มีส่วนสำคัญ อย่างทานกะปิก็ต้องมีกระชายกินแนม
      
       “ข้าวแช่ยังเป็นอาหารที่นิยมอยู่ สมัยนี้เห็นมีขายกันมาก บางร้านมีขายทั้งปี ข้าวแช่ยังอยู่ในสังคมไทย ยังไม่หายไปไหน แต่ว่าก็ควรอนุรักษ์ไว้ เพราะว่าก็น่าเป็นห่วงเหมือนกัน ตราบใดที่ยังมีคนนิยมรับประทาน มันก็คงยังอยู่ต่อไป แต่ถ้าคนเลิกรับประทานก็ไม่รู้จะเอาอะไรไปอนุรักษ์ พ่อแม่ควรจะชวนลูกๆ รุ่นหลังไปกินข้าวแช่กัน บ้านเราเป็นเมืองร้อน มารับประทานข้าวแช่กันดีกว่าชื่นใจดี” คุณยายพันธ์ทิพ กล่าวแบบเชิญชวน
คุณยายพันธ์ทิพ ศุภจิต
       ด้านอัญญการ พุ่มพวง ประธานกรรมการโรงแรม เซรา รีสอร์ท ได้เชิญชวนให้ผู้ที่สนใจอยากจะลิ้มรสข้าวแช่ชาววังอันเลิศรส สามารถเดินทางมาลองลิ้มกันได้ที่ โรงแรมเซรา รีสอร์ท ชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งได้จัดให้มี “เทศกาลข้าวแช่” ขึ้น โดยจะมีข้าวแช่ชาววังจัดเป็นเซ็ทขาย ตั้งแต่มื้อกลางวันจนถึงมื้อเย็น ราคา 170 บาท ให้ได้ลิ้มรสกัน ตั้งแต่ 1 มี.ค. - 30 เม. ย. นี้
      
       “เราหวังแค่การสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมเก่าแก่ให้คงอยู่ ดังนั้นพอเข้าหน้าร้อน เราก็จัดเทศกาลข้าวแช่ เป็นการฟื้นฟูวัฒนธรรมข้าวแช่ในโรงแรมของจังหวัดเพชรบุรีขึ้นมาอีกครั้ง หนึ่ง หลังจากห่างหายไป 5 ปี” อัญญการ กล่าวทิ้งท้าย

“ตุ๊ก” อาหารไทยเลิศรสหลากเมนู

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 มีนาคม 2555 15:00 น. 
บรรยากาศภายในร้าน
       ข้าวแกงถือเป็นอาหารธรรมดาสามัญ แต่ก็มีความไม่ธรรมดาอยู่ที่สามารถกินกันได้ในทุกวัน เพราะมีหลากหลายเมนูให้เลือกสรรตามความชอบของแต่ละคน อย่างร้านข้าวแกงที่ “ผ่านมาแวะกิน” อยากจะแนะนำให้ไปลองลิ้มกันนั้น ก็มีเมนูที่หลากหลาย เอาใจคนทุกเพศทุกวัย นอกจากนั้นยังมีความเด็ดอยู่ที่มีข้าวแกงบุฟเฟ่ต์อยู่ในร้านด้วย
      
       ร้านนี้มีชื่อว่า “ตุ๊ก” ชื่อสั้นๆ จำง่าย และความอร่อยเด็ดก็ทำให้ติดใจเช่นกัน ร้านนี้จะเรียกว่าเป็นร้านอาหารไทยตามสั่งก็ได้ โดยเปิดกันมาได้ 20 ปีแล้ว และแม้ว่าร้านจะเปิดตั้งแต่เช้าจรดค่ำ แต่ก็มีการแยกช่วงกัน อย่างในช่วงเช้า เวลา 06.00-08.30 น. จะขายข้าวแกงต่างๆ ซึ่งแต่ละวันจะมีข้าวแกง 12 เมนูออกมาให้ลองชิมกัน และจะหมุนเวียนไปเรื่อยๆ ทุกวัน ซึ่งจะขายข้าวราดแกงในราคา 25-40 บาท
บุฟเฟ่ต์นานาเมนูอร่อย
       ส่วนช่วงกลางวัน (เฉพาะวันจันทร์-ศุกร์) เวลา 10.30-13.30 น. จะขายข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ ราคา 50 บาท/คน ซึ่งในบุฟเฟ่ต์นั้นก็จะมีทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน ประมาณ 7 อย่างในแต่ละวัน รวมทั้งมีขนมจีน ข้าวสวย และน้ำเปล่าบริการฟรี เมนูอร่อยที่มีในบุฟเฟ่ต์อย่างเช่นขนมจีนน้ำพริก,น้ำยา,น้ำเงี้ยว,ไตปลา และขนมจีนซาวน้ำ สลับสับเปลี่ยนกันไป ส่วนพวกที่เป็นกับข้าวก็อย่างเช่น ผัดผัก อาหารยำ ของทอด แกงเขียวหวาน แกงส้ม พะแนง แกงเลียง
      
       นอกจากนี้ก็ยังมีก๋วยเตี๋ยวน้ำ เกี๊ยวน้ำ กวยจั๊บ ต้มเลือดหมู แกงจืด ต้มยำ และยังมีขนมหวานไทยๆ อีก 3-5 อย่างให้ลองชิม โดยมีลอดช่องนมสดที่อร่อยเด็ดเป็นของยืนพื้น ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ก็รวมอยู่ในบุฟเฟ่ต์ โดยในแต่ละวันก็จะหมุนเวียนเปลี่ยนเมนูกันไป เรียกว่ามาเมื่อไหร่ก็จะได้ชิมเมนูใหม่ๆ ตลอด
ข้าวผัดป่า
       ส่วนนอกเหนือจากช่วงที่ขายข้าวแกงและบุฟเฟ่ต์แล้ว ทางร้านก็ยังมีอาหารตามสั่งให้เลือกอีกกว่า 100 เมนู โดยเมนูเด็ดๆ ที่คัดมาแล้วว่าเป็นที่ถูกอกถูกใจของลูกค้าอย่างเช่น ข้าวผัดป่า (50 บาท) เป็นข้าวผัดที่เมื่อได้เห็นแล้วต้องบอกว่าไม่เคยลองชิมที่ไหน เพราะใส่ทั้งชะอม ข้าวโพดอ่อน มะเขือเปาะ ถั่วฝักยาว กุ้งแห้ง กุ้งสด พริกสด ผัดกับข้าวสวยแล้วปรุงรสเล็กน้อย ชิมแล้วกลมกล่อม ออกเผ็ดเล็กน้อย หอมกลิ่นชะอม
      
       แกงเขียวหวาน (ถ้วยละ 70-130 บาท) เมนูนี้เน้นที่เนื้อปลากรายที่ทางร้านโขลกเอง กับเครื่องแกงสูงเด็ดที่เน้นความหอมเครื่องเทศ แล้วก็ใช้กะทิสด ใส่มะเขือเปาะ หรือยอดมะพร้าว หรือฟัก ตามแต่จะสั่ง จากนั้นก็ใส่พริกขี้หนูบุบโรยหน้าเพิ่มความหอม แกงเขียวหวานถ้วยนี้รสชาติเข้มข้นหอมมัน เคี้ยวปลากรายเนื้อเด้งหนึบ กินคู่กับขนมจีน (จานละ 20 บาท) ก็ยิ่งอร่อยถูกใจ
แกงเขียวหวาน
       ส่วน ปลาส้มตำ (ครึ่งตัว 130 บาท ทั้งตัว 230 บาท) เมนูนี้ก็แปลกไม่น้อย เพราะใช้เนื้อปลาช่อน ปลาดอรี่ หรือปลาทับทิมแล้วแต่เลือกมาคลุกแป้งแล้วทอดให้เหลืองกรอบ โรยเกลือเพิ่มรสชาติอีกนิด ส่วนส้มตำก็คือส้มตำไทยรสจัดแต่ไม่เผ็ด ตักเสิร์ฟคู่กับเนื้อปลา แล้วโรยหน้าด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ลองชิมเมนูนี้แล้วเนื้อปลากรอบนอกนุ่มในไม่มีกลิ่นคาว เข้ากันดีกับส้มตำที่รสชาติเข้มข้นแต่ไม่เผ็ด
      
       เมนูสุดท้าย ถือว่าเป็นของเด็ดที่ต้องมาลองชิม หมี่กรอบ (50-100 บาท) เมนูนี้ใช้เส้นหมี่มาทอดกรอบแล้วคลุกกับเครื่องปรุงสูตรของทางร้าน โดยจะคลุกกันจานต่อจาน แล้วเสิร์ฟพร้อมกระเทียมดอง ใบกุยฉ่าย ผักชี ถั่วงอก และกุ้งชุบแป้งทอด ลองชิมหมี่กรอบรสชาติกลมกล่อม อร่อยพร้อมกับเครื่องเคียงที่ครบครัน
ปลาส้มตำ
       ร้าน “ตุ๊ก” ยังมีเมนูอร่อยให้มาลองชิมกันอีกมากมาย อาทิ ข้าวกะเพราปลาทู (40 บาท) ราดหน้าทะเล (50 บาท) ปลาดุกกะเพราะกรอบ (70 บาท) ผัดไทย (50 บาท) เป็นต้น แล้วก็ยังมี ซาลาเปา (ลูกละ 12 บาท) ที่มีทั้งไส้หมูสับ หมูแดง ฟักทอง ครีม และถั่วดำ และในช่วงเจก็มีซาลาเปาเจด้วย
      
       หากใครอยากมาชิมของอร่อยก็มากันได้ที่ร้านเลยทันที แต่ถ้าต้องการให้ไปส่งทางร้านก็มีบริการเดลิเวอรี่ในละแวกใกล้ๆ ร้าน แต่ถ้าอยู่ไกลออกไปทางร้านขอคิดค่าบริการเพิ่มเติม ส่วนคนที่จะจัดงานเลี้ยงบุฟเฟ่ต์ ทางร้านก็รับจัดเลี้ยงนอกสถานที่คิดคนละ 170 บาท ตั้งแต่ 30 คนขึ้นไป ซึ่งก็มีเมนูและรายการอาหารให้เลือกอีกหลากหลาย
หมี่กรอบ
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “ตุ๊ก” ตั้งอยู่ที่ 465-467 ถ.พระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กทม. การเดินทางจากแยกบางลำพูมุ่งหน้ามายังวัดบวรนิเวศฯ ตรงมาถึงแยกสะพานวันชาติแล้วตรงมาอีกเล็กน้อย สังเกตทางซ้ายมีจะเห็นป้ายรถเมล์ป้ายแรก (นับจากแยกสะพานวันชาติมา) ร้านจะอยู่บริเวณป้ายรถเมล์เป็นห้องแถวติดริมถนน สามารถจอดรถได้บริเวณหน้าร้าน ร้านเปิดวันจันทร์-เสาร์ (หยุดวันอาทิตย์) เวลา 06.00-19.00 น. โทร.0-2281-0652, 0-2629-2220 ทางร้านรับจัดเลี้ยงภายนอก และมีบริการเดลิเวอรี่ในละแวกร้าน (ถ้าอยู่ไกลก็บริการส่งแต่เสียค่าบริการเพิ่ม)

ต้นตำรับ “ไก่ทอดเดชา” หาดใหญ่ รับรองความอร่อยมากว่า 30 ปี

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 ธันวาคม 2554 17:24 น.
ศูนย์ข่าว หาดใหญ่ -“ไก่ทอดเดชา” อีกหนึ่งเมนูติดอันดับความอร่อยของเมืองหาดใหญ่ และมีให้เลือกสรรความอร่อยได้อีกหลายเมนู ทั้งอาหารทะเล อีสาน ที่สำคัญเป็นร้านอาหารฮาล้าล ไทยทานได้มุสลิมทานดี รับรองความอร่อยยาวนานกว่า 30 ปี ลองแวะมาชิมกันได้ ทั้ง 3 สาขา เปิดให้ลิ้มความอร่อยทุกวัน ตั้งแต่ 11.00-22.00 น.
       ร้านไก่ทอดเดชา เชื่อว่า หลายๆ คนคงรู้จัก เพราะเป็นอาหารขึ้นชื่อที่หาดใหญ่อีกเมนูหนึ่ง รับประกันความอร่อยมายาวนานกว่า 30 ปี ตั้งอยู่ที่ บนถนนชีอุทิศ (ริมคลองเตย) นี่คือสาขาแรก ด้วยความอร่อยจึงต้องขยายสาขาเพิ่มทั่วเมืองหาดใหญ่ คือถนนสายช่องเขา และ ถ.รัตนอุทิศ หรือ เขต 8 หาดใหญ่ใน ร้านนี้ไม่ได้ขายเพียงแค่ข้าวเหนียวไก่ทอดที่เป็นเมนูหลัก ยังมีอาหารทะเล และอาหารอีสานอย่างลาบ ส้มตำ พร้อมเสิร์ฟให้กับลูกค้าทั้งไทย-เทศ และรับลูกทัวร์จากประเทศเพื่อนบ้าน คือ มาเลเซีย และ สิงคโปร์ ไปดูเมนูแรกกันเลย
       เมนูหลัก ไก่ทอดเดชา เมนูนี้ยกให้เป็นพระเอกประจำร้าน เพราะนำมาตั้งเป็นชื่อร้านกันเลยทีเดียว เคล็ดลับอยู่ที่ความสดของไก่ ตัวไก่ทอดไม่อมน้ำมัน ชอบทานช่วงไหนของไก่สั่งมาทานกับข้าวเหนียวอุ่นๆ โรยด้วยหอมเจียวกรอบๆ รับรองเคี้ยวเพลินและอิ่มท้อง
       ส้มตำปูม้า รสไม่จัด 3 รส เปรี้ยว หวาน เค็ม ความเผ็ดสามารถสั่งได้ ปูม้าจะนำไปนึ่งให้สุกก่อน เนื้อปูหวานอร่อย
       ข้าวหมกไก่ทอด ข้าวหุงได้นิ่มและไม่มัน มีกลิ่นหอมเครื่องเทศอ่อนๆ ไก่ทอดหนังกรอบเนื้อนุ่มอร่อย
       ยำปลาหมึกสด รสชาติกลมกล่อม เปรี้ยวนำตามสเต็ปแบบยำยำ หอมมะนาว เนื้อปลาหมึกสดกรอบ
       ต้มแซ่บทะเล น้ำต้มแซ่บหอมพริกแห้ง ต้องทานตอนร้อนๆ ถึงจะได้รับรสแซ่บ รสจัดนิดหน่อย สำหรับคนที่ชอบทานรสจัดเล็กๆ เมนูนี้ขอให้ลองสั่ง
       ชวนชิมลาบเนื้อ เชื่อว่า รสชาติถูกปากคนไทย เป็นรสกลมกล่อมพอดิบพอดีลงตัวไม่ขาดไม่เกินทานคู่กับโหระพา แตงกวา ถั่วฝักยาวกรอบๆ หมดจานไม่รู้ตัว
       นอกจากนี้ ยังมีอาหารซีฟูด ที่อยากแนะนำ คือ ปลากะพงทอดราดซอสน้ำปลา เนื้อปลาสด หวานอร่อย ทอดลงในน้ำมันที่ร้อนจัดทำให้ปลากะพงกรอบน่ารับประทานยิ่งขึ้น ก่อนที่จะนำซอสน้ำปลาที่เคี้ยวจนกลมกล่อม ราดลงบนตัวปลา รสชาติเข้ากันได้อย่างลงตัวปลากะพงกรอบนอกนุ่มใน
      
       อีกเมนู คือ กุ้งแม่น้ำราดซอสมะขาม รสชาติเปรี้ยวอมหวาน ตัวกุ้งผ่าซีกก่อนลงนำไปทอด แล้วราดด้วยซอสมะขาม โรยด้วยกระเทียมเจียว
คุณยุทธนา และตี เจ้าของร้านไก่ทอดเดชา
       จะเป็นอาหารมื้อเที่ยง หรือมือเย็น ก็สามารถอร่อยกันได้ทั้งครอบครัว ถ้าอยากลิ้มลองกันแล้วก็ออกเดินทางกันเลย เส้นทางไปง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ใกล้กับโรงเรียนศรีนครหาดใหญ่ ถนนชีอุทิศ ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หรือโทรศัพท์ 081-098-3751, 087-2895008 คุณยุทธนา และ ตี เปิดบริการทุกวัน จันทร์-อาทิตย์ 11.00-22.00 น.
      
       บทความโดย ธำรงลักษณ์ มานะการ