ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

“ข้าวเกรียบปลาสด” รสชาติจากทะเล

       “ข้าวเกรียบปลาสด” หรืออาจจะได้ยินกันในชื่อว่า “กือโป๊ะ” หรือ “กะโป๊ะ” เป็นอาหารกินเล่นที่ขึ้นชื่ออีกเมนูหนึ่งของชาวภาคใต้ เนื่องจากมีวัตถุดิบอันอุดมสมบูรณ์จากทะเล ซึ่งก็คือเนื้อปลาที่เป็นส่วนประกอบในเมนูนี้
      
       เมื่อ “กุ๊กเล็ก” ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนเพื่อนชาวใต้ จึงขอสูตรมาลองทำกินเองที่บ้าน ซึ่งส่วนประกอบและวิธีทำจะเป็นอย่างไรบ้างนั้นก็มาดูกันเลย
      
       ส่วนผสมข้าวเกรียบปลาสด
       ปลาทู 5 กิโลกรัม
       แป้งมันสำปะหลัง 1.5 กิโลกรัม
       เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ
       น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ
      
       ส่วนผสมน้ำจิ้ม
       พริกสด 1 ขีด
       น้ำตาลทราย 2 กิโลกรัม
       กระเทียม 2 หัว
       น้ำเปล่า 1 ขวดเล็ก
       ซอสมะเขือเทศ 1 ขวดเล็ก
       น้ำส้มสายชู 1 ขวดเล็ก
      
       วิธีทำเริ่มจากการแกะเอาแต่เนื้อปลาทู แล้วนำเนื้อปลาทูมาผสมกับแป้งมันสำปะหลัง เกลือ น้ำตาลทราย คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นนำเข้าเครื่องบด เมื่อได้เนื้อที่เนียนละเอียดแล้วก็นำมาแบ่งเป็นก้อนๆ แล้วกลึงให้เป็นเส้น ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5 เซนติเมตร ความยาวประมาณ 25 เซนติเมตร แล้วนำลงไปต้มในน้ำเดือดประมาณ 10 นาที ก็จะได้ตัวข้าวเกรียบปลาสด เมื่อจะกินก็หั่นเป็นแว่นๆ จิ้มกับน้ำจิ้มที่ทำได้โดยนำพริกสด น้ำตาลทราย กระเทียม และน้ำเปล่าเข้าเครื่องปั่นพอหยาบ เติมซอสมะเขือเทศ และน้ำส้มสายชูลงไป ชิมรสตามต้องการ

“ปีกไก่น้ำแดง” แผลงฤทธิ์ความอร่อย

       สมัยเด็กๆ เมนูหนึ่งที่เป็นที่โปรดปรานของ “กุ๊กเล็ก” ก็คือเมนู “ปีกไก่น้ำแดง” ที่กลมกล่อมหอมอร่อย กินได้กินดีไม่มีเบื่อ และบังเอิญวันนี้เปิดตู้เย็นสำรวจวัตถุดิบ เหลือบไปเห็นปีกกลางไก่ที่นอนแช่แข็งมาหลายวันแล้ว ก็เลยนึกถึงเมนูนี้ขึ้นมา เลยงัดปีกไก่ออกมาทำเมนูนี้กินเสียหน่อย
      
       ส่วมผสม
       ปีกกลางไก่ 600 กรัม
       พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
       ผักชีและรากผักชีสับละเอียด 1/4 ถ้วยตวง
       น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
       ตะไคร้ซอยละเอียด 1/4 ถ้วยตวง
       กระเทียมสับละเอียด 12 กลีบ
       ซิอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
       น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
       ซอสมะเขือเทศ 1/4 ถ้วยตวง
       น้ำมันสำหรับทอดไก่
      
       วิธีทำเริ่มจากนำปีกกลางไก่มาหมักกับน้ำปลา พริกไทย และตะไคร้ซอย ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง จากนั้นนำกระทะตั้งไฟปานกลาง ใส่น้ำมันเยอะพอประมาณ เมื่อน้ำมันร้อนได้ที่ก็นำไก่ที่หมักไว้ลงไปทอดจนสุกเหลือง ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
      
       ขั้นตอนต่อไปเป็นการทำน้ำแดง โดยเริ่มจากตั้งกระทะแล้วใส่น้ำมันลงไปเล็กน้อย ใส่กระเทียมสับลงไปผัดให้เหลืองหอม ใส่ซอสมะเขือเทศ ซีอิ้วขาว น้ำตาล และน้ำเปล่าอีกเล็กน้อย ผัดให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน ใส่ผักชีลงไป แล้วใส่ไก่ทอดที่เตรียมไว้ลงไปคลุกเคล้ากับซอสจนทั่ว เสร็จแล้วปิดไฟ ตักใส่จานแล้วยกไปเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ ได้เลย

“ถุงทอง” กรุบกรอบ หอมกรุ่น / กุ๊กเล็ก

       ในมื้อนี้ “กุ๊กเล็ก” ขอนำเสนอเมนูอาหารที่มีชื่อเป็นมงคล อย่าง “ถุงทอง” ที่คล้ายกับจะอวยพรให้มีเงินมีทองใช้ตลอดไป และนอกชื่อของเมนูนี้ที่ “กุ๊กเล็ก” ชื่นชอบเสียเหลือเกินแล้ว ก็ยังเป็นของว่างที่ทำได้ไม่ยากอย่างที่คิด แถมหน้าตาน่ากิน กลิ่นก็หอมเย้ายวนใจชวนน้ำลายสออีกด้วย
      
       ส่วนผสม
       แผ่นแป้งปอเปี๊ยะ 300 กรัม
       กุ้งแชบ๊วยสับหยาบ 300 กรัม
       หมูบด 150 กรัม
       แครอทต้มหั่นชิ้นเล็ก 1/3 ถ้วย
       รากผักชี กระเทียม พริกไทย โขลกละเอียด 2 ช้อนชา
       น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
       ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
       แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
       ใบเตย 2 ใบ สำหรับมัดปากถุงทอง
       น้ำมันสำหรับทอด
      
       วิธีการทำเริ่มจากนำกุ้งแชบ๊วยที่สับแล้วมาผสมหมูบด รากผักชี กระเทียม พริกไทยที่โขลกแล้ว ใส่แครอท น้ำตาลทราย ซีอิ้วขาว แป้งมัน แล้วผสมให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้สักครู่ นำใบเตยไปลวกจนนิ่มแล้วฉีกเป็นเส้นเล็กๆ เตรียมไว้ ใช้แผ่นแป้งปอเปี๊ยะมาวาง จากนั้นตักไส้ที่หมักไว้มาวางตรงกลางแล้วจับจีบขึ้นไปให้มีลักษณะคล้ายถุง มัดด้วยใบเตยที่ฉีกเตรียมไว้ ระวังอย่าให้แผ่นแป้งแตก ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อนจัด ก่อนจะหรี่ไฟลงเป็นปานกลาง แล้วนำถุงทองลงทอดจนมีสีเหลืองทอง พอสุกแล้วตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน โดยเอาด้านปากถุงคว่ำลงเพื่อให้น้ำมันที่อยู่ภายในถุงออกมา เวลาเสิร์ฟ จะกินกับน้ำจิ้มบ๊วย น้ำจิ้มไก่ หรือกินเปล่าๆ ก็เอร็ดอร่อยได้เช่นเดียวกันกับ “ถุงทอง” ร้อนๆ จานนี้

กลมกล่อม อร่อยลงตัวกับ“ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าปลาเต้าซี่”/กุ๊กเล็ก

ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าปลาเต้าซี่ หอมอร่อยลงตัว
       เวลาที่คิดถึงเมนูอาหารจีน ก็มักจะนึกถึงอาหารจำพวกติ่มซำ หรือหมูหัน เป็ดปักกิ่ง แต่เมนูที่ “กุ๊กเล็ก” จะแนะนำกันในวันนี้ เป็นเมนูสไตล์จีนสมัยใหม่ ที่มีความพิเศษอยู่ตรงเนื้อปลาสดๆ จากทะเล ที่ให้ความหวานกลมกล่อม อร่อยลงตัว กับเมนู “ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าปลาเต้าซี่” ซึ่งเป็นสูตรเด็ดจาก ภัตตาคารสเตลล่าพาเลซ โรงแรมใบหยก สกาย
      
       ส่วนผสมมีดังนี้
       เส้นก๋วยเตี๋ยว 2 ขีด
       เนื้อปลาเก๋าสด 120 กรัม
       เม็ดเต้าซี่ 1 ช้อนชา
       เห็ดสดย่างซีอิ้ว 3 ดอก
       ต้นหอมหั่นท่อน 30 กรัม
       หอมใหญ่หั่น 40 กรัม
       กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
       น้ำสต็อกไก่ ½ ถ้วย
       แป้งทอดกรอบปรุงรส ½ ช้อนชา
       น้ำตาลทราย 1/3 ช้อนชา
       ซีอิ้วขาว 1 ช้อนชา
       น้ำมันหอย 1 ช้อนชา
       น้ำมันงา
       เหล้าจีน
       ซีอิ้วดำ
       แป้งมันฮ่องกง
      
       ได้ส่วนผสมครบแล้วก็เริ่มวิธีการทำด้วยการนำกระทะตั้งไฟให้ร้อน ใส่น้ำมันงาเพื่อผัดเส้นก๋วยเตี๋ยวให้เหลืองหอม พักไว้ในจาน นำเนื้อปลาเก๋าคลุกกับแป้งทอดกรอบปรุงรสแล้วลงทอดในน้ำมันจนพอสุก ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน วางพักไว้กับเส้นก๋วยเตี๋ยว
      
       นำกระทะตั้งไฟ ใส่น้ำมันเล็กน้อย พอน้ำมันร้อนใส่กระเทียมลงผัดให้หอม ใส่หอมใหญ่ เห็ดสด เม็ดเต้าซี่ แล้วตามด้วยน้ำสต็อก ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงต่างๆ เดือดแล้วใส่แป้งมันฮ่องกงที่ละลายน้ำแล้ว คนให้เข้ากันกะให้เหนียวเล็กน้อย ใส่ต้นหอมโรยหน้า เสร็จแล้วตักราดเส้นก๋วยเตี๋ยวและปลาที่พักไว้ในจาน ยกเสิร์ฟร้อนๆ ลิ้มรสความกลมกล่อมอร่อยเด็ดได้เลย

อร่อยเจจุใจ ที่ "ภัตตาคารเจจื้อเซิ่นหาง"

บรรยากาศภายในร้านภัตตาคารเจจื้อเซิ่นหาง
       เข้าสู่ช่วง "เทศกาลกินเจ" กันแล้ว ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 29 ก.ย. – 7 ต.ค. "ผ่านมาแวะกิน" เห็นบรรดาร้านขายอาหารแถวบ้านที่ขายอาหารเจหลายๆ ร้านพากันตกแต่งร้านด้วยธงเจสีเหลืองเต็มไปหมด ทำให้บรรยากาศของการกินเจดูมีสีสันและดูคึกคักไม่น้อยเลย
      
       จะว่าไปแล้วพอถึงช่วงเทศกาลกินเจทีไร สำหรับชาวเจทั้งหลายต่างก็คงจะต้องเมียงมองหาร้านอาหารเจไปลิ้มรสกัน ฉะนั้นในมื้อนี้ "ผ่านมาแวะกิน" เลยมีร้านอาหารเจรสดีที่ชวนกินมาแนะนำ ร้านที่ว่านั้นก็คือ "ภัตตาคารเจจื้อเซิ่นหาง" ร้านนี้เปิดขายอาหารเจมานานแล้วกว่า 10 ปี และเปิดขายอาหารเจตลอดทั้งปี เพื่อให้ชาวเจได้มาลิ้มรสชาติกันได้แบบเต็มที่
สะเต๊ะไก่และสะเต๊ะโปรตีน
       อาหารเจของที่นี่มีความหลากหลายทางรสชาติให้เลือก คือมีทั้งอาหารเจสไตล์จีน ไทย และฝรั่ง พวกวัตถุดิบที่นำมาปรุงอาหารเจของที่นี่เน้นใช้พวกฟองเต้าหู้ เห็ดหอม โปรตีนเกษตร และผักสดต่างๆ นำมาปรุงแต่งรสชาติเป็นอาหารเจที่มีหน้าตาอาหารและรสชาติที่ชวนกิน
      
       สำหรับเมนูเจจานเด่นๆ ที่อยากแนะนำให้สั่งมาลองลิ้มก็มีอยู่หลายจาน อย่างเมนูกินเล่นเบาๆ ท้องกับ สะเต๊ะไก่ (70 /140 บาท) ตัวสะเต๊ะไก่ทำมาจากขาเห็ด เห็ดหอม และฟองเต้าหู้นำมาป่นให้ละเอียด ปรุงรสชาติด้วยเครื่องหมักและผงกะหรี่ แล้วปั้นเป็นก้อนนำมาเสียบไม้แล้วเอาไปทอด (แทนการย่าง) จนเหลืองกรอบ มาพร้อมกับน้ำจิ้มสะเต๊ะ และอาจาด กินสะเต๊ะไก่กรอบนอกเนื้อในเคี้ยวนุ่มได้รสชาติเครื่องหมักหอมกลิ่นผงกะหรี่ อ่อนๆ จิ้มกับน้ำจิ้มสะเต๊ะรสเด็ดหอมหวานถั่ว และยังมีสะเต๊ะโปรตีน (70 /140 บาท) เหมือนกับสะเต๊ะไก่แต่ต่างกันตรงที่นำเอาโปรตีนเกษตรมาทำ
ฉู่ฉี่ปลา
       เมนูต่อมาเป็นเจแบบไทย คือ ฉู่ฉี่ปลา (80 /120 บาท) ตัวปลาเจเป็นฟองเต้าหู้ที่นำมาหมักเครื่องและห่อด้วยสาหร่ายแผ่นแล้วเอาไป นึ่ง จากนั้นนำมาทอดแล้วก็ทำฉู่ฉี่ครบเครื่องแบบไทยๆ มาราด ลิ้มรสชาติตัวปลาเจเคี้ยวกรอบผสานรสชาติฉู่ฉี่เข้มข้นเครื่องแกง
ต้มโคล้งขาเห็ด
       ต้มโคล้งขาเห็ด (80 / 120 บาท) เป็นอีกหนึ่งเมนูเจที่น่าลิ้มรส ทางร้านทำต้มโคล้งแบบไทยๆ และใส่ขาเห็ดลงไป ได้ซดน้ำต้มโคล้งร้อนๆ เปรี้ยว แซบจัดจ้านโดนใจ และเคี้ยวมันปากกับขาเห็ดกรุบๆ นี่คือแค่เศษเสี้ยวเมนูเจจานเด็ด แต่ถ้าหากมาที่ร้านแล้วได้มาเปิดดูเมนูอาหารจะรู้ว่ายังมีอีกหลายเมนูที่ชวน กิน อาทิ สลัดบัวหิมะ (120 บาท) แกงกะหรี่ขาเห็ด (90 / 150 บาท) ข้าวผัดสาหร่าย (65 บาท) แฮมเบอเกอร์เจ (35 บาท) ฯลฯ และถ้าใครอยากจะซื้อวัตถุดิบอาหารเจไปปรุงกินเองที่บ้าน ที่ร้านนี้ก็มีวัตถุดิบเจทั้งของแห้งและของแช่แข็งหลายอย่างให้เลือกซื้อกัน อีกด้วย เรียกว่าได้อิ่มบุญกับอาหารเจกันเต็มที่เมื่อได้ลองแวะมาที่ "ภัตตาคารเจจื้อเซิ่นหาง"
       

       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "ภัตตาคารเจจื้อเซิ่นหาง" ตั้งอยู่ที่ 188/85-87 ถ.จรัญสนิทวงศ์ ซ.สายใต้เก่า แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กทม. การเดินทางถ้ามาจากสะพานพระปิ่นเกล้า วิ่งตรงมายังแยกบรมราชชนนี (แยก 35 โบวล์) แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถ.จรัญฯ วิ่งตรงมาจนมาถึงสามแยกไฟฉาย วิ่งเลยแยกมานิดเดียวให้ชิดซ้ายไว้จะเห็นป้ายซอยสายใต้เก่า ก็ให้เลี้ยวเข้าซอยนั้นไปประมาณ 200 ม. จะเห็นภัตตาคารเจจื้อเซิ่นหางตั้งอยู่ขวามือ จอดรถได้หน้าร้าน เปิดอังคาร-อาทิตย์ 08.00-20.00 น. แต่วันพฤหัสบดีเปิดถึง 18.00 น. หยุดทุกวันจันทร์ ทางร้านรับจัดโต๊ะจีนใน-นอกสานที่ โทร. 0-2866-0541-2

"มิ้งโภชนา" โอชาหมูสะเต๊ะซีอิ้วดำ

บรรยากาศในร้านมิ้งโภชนา
       "ผ่านมาแวะกิน" จำได้ว่าสมัยเด็กๆ แม่ชอบซื้อหมูสะเต๊ะจากหน้าปากซอยบ้าน ที่มีน้ำจิ้มหวานๆ มาให้กินเป็นประจำ ถึงทุกวันนี้หมูสะเต๊ะหน้าปากซอยบ้านจะเลิกขายไปนานมากแล้ว แต่เราก็ยังไม่เลิกชอบกินหมูสะเต๊ะอยู่ดี ถ้ารู้ว่ามีหมูสะเต๊ะเจ้าไหนที่ว่าเด็ด เป็นต้องรีบจรรีไปลิ้มรส
      
       อย่างในมื้อนี้เราก็ได้พาท้องมากินหมูสะเต๊ะรสดีกันที่ร้าน "มิ้งโภชนา" เป็นร้านหมูสะเต๊ะเจ้าเด็ด เจ้าดังแห่งกรุงเทพฯ ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนร้านไหน ตรงที่มีน้ำจิ้มซีอิ้วดำให้กินคู่กับหมูสะเต๊ะอันชวนให้ต้องมาลองลิ้ม
หมู-ไก่-ตับสะเต๊ะ น้ำจิ้มซีอิ้วดำ น้ำจิ้มพริกแกง อาจาด ขนมปังปิ้ง
       เมื่อมาถึงร้านมิ้งโภชนาเราก็ได้กลิ่นหอมๆ ของหมูสะเต๊ะที่ย่างอยู่บนเตาร้อนๆ โชยเข้าจมูก มีคุณมิ้ง หรืออนุศิษฐ์ เตียรถ์นานนท์ เจ้าของร้านยืนปิ้งหมูสะเต๊ะอยู่ เรามีโอกาสได้คุยกับคุณมิ้ง เขาบอกว่าขายหมูสะเต๊ะมานานถึง 2 ชั่วอายุคนแล้ว ตั้งแต่รุ่นพ่อจนถึงรุ่นลูกอย่างเขาก็มีอายุได้ 60 ปี ที่ยังคงสืบทอดสูตรกรรมวิธีการทำหมูสะเต๊ะมาอย่างดี โดยเฉพาะสูตรน้ำจิ้มซีอิ้วดำที่คุณมิ้งคิดค้นปรุงขึ้นมาเอง
      
       หมูสะเต๊ะของที่นี่เขาเลือกใช้แต่เนื้อหมูส่วนสัน นอกที่ติดมันนิดหน่อย นำมาแล่เป็นชิ้นหมักกับผงกะหรี่และเครื่องเทศยาจีนหลายอย่างจนเข้าถึงเนื้อ ในหมู แล้วเสียบไม้ย่างบนเตาถ่านพร้อมกับพรมน้ำกะทิด้วยเวลาย่างเพื่อให้เนื้อหมู นุ่ม พอหมูสุกก็เสิร์ฟมาร้อนๆ มีให้เลือกทั้งแบบเอาแต่เนื้อๆ หรือเอาแบบติดมัน แต่ขอบอกว่าสั่งแบบติดมันจะเลิศลิ้นมาก เพราะเนื้อหมูเคี้ยวนุ่มเต็มปากเต็มคำ ออกรสชาติเครื่องหมักกลมกล่อมปากโดยยังไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้ม
คุณอนุศิษฐ์ เตียรถ์นานนท์ ยืนปิ้งหมูสะเต๊ะร้อนๆ
       แต่อย่างที่บอกว่าหมูสะเต๊ะของที่นี่มีเอกลักษณ์ไม่มีร้านไหนเหมือนและถือว่ามีที่นี่ทีเดียวก็ว่าได้นั่นก็คือ น้ำจิ้มซีอิ้วดำรส เด็ด ที่ทางร้านนำซีอิ้วดำมาปรุงรส และใส่พริกขี้หนูกับหอมแดง ลิ้มรสน้ำจิ้มซีอิ้วดำครบรสเค็มๆ หวานๆ เจือเผ็ดนิดหน่อย จิ้มกินกับหมูสะเต๊ะร้อนๆ เข้ากันดี กินเพลินปาก แบบไม่เลี่ยน
      
       และใช่ว่าจะมีแต่หมูสะเต๊ะเท่านั้น ยังมีไก่สะเต๊ะ ที่เลือกใช้แต่เนื้อไก่ส่วนอกมาทำ ไก่สะเต๊ะจึงเนื้อนิ่มนุ่มปาก แถมยังมีตับสะเต๊ะ ที่เนื้อนุ่มหวานไม่ขม กินคู่กับน้ำจิ้มซีอิ้วดำ หรือน้ำจิ้มพริกแกงที่นี่ก็มี มีอาจาดมาให้ด้วย แล้วก็ยังมีขนมปังปิ้ง (แผ่นละ 5 บาท) สำหรับราคาหมู–ไก่–ตับสะเต๊ะของร้านนี้ขายไม้ละ 6.50 บาท อาจจะดูราคาสูงแต่ว่าไม้เขาใหญ่สมราคา และยังขายแบบนับไม้ คือกินกี่ไม้ก็คิดราคาตามนั้น และนอกจากหมูสะเต๊ะแล้วที่นี่ก็ยังมีเมนูข้าวหมูแดง-หมูกรอบ (30 บาท) เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ชวนกินอิ่มท้อง ถึงตรงนี้หากใครนึกอยากกินหมูสะเต๊ะ กับน้ำจิ้มซีอิ้วดำขึ้นมาแล้วก็ให้มากันได้เลยที่ร้าน "มิ้งโภชนา"
ข้าวหมูแดง-หมูกรอบ
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "มิ้งโภชนา" ตั้งอยู่ที่ 1763 ปากซอยจุฬา 30 ถ.พระราม 6 (บรรทัดทอง) ปทุมวัน กทม. การเดินทางถ้ามาจากหัวลำโพง ให้วิ่งมาตามถ.พระราม 4 จนมาถึงแยกสะพานเหลือง ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถ.บรรทัดทอง วิ่งตรงมาเรื่อยๆ จนมาถึงปากซอยจุฬา 30 ร้านมิ้งโภชนาจะตั้งอยู่ขวามือริมถนน เปิดอังคาร-อาทิตย์ 09.00-19.00 น. ทางร้านมีบริการส่งภายในกทม. (คิดค่าส่งตามระยะทาง) และรับออกงานนอกสถานที่ด้วย โทร. 0-2611-7921, 0-2214-1750, 08-4499-9515, 08-1144-3663 และยังมีอีก 1 สาขาอยู่ที่สยามเซ็นเตอร์ ชั้น 4

“เจ๊เล็ก”สวนผึ้ง อร่อยถึงเครื่องถึงรส

ด้านหน้าร้านเจ๊เล็ก
       อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ถือเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่กำลังมาแรงเนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มีธรรมชาติสวยงามทั้งขุนเขา สายน้ำ มีอากาศดี มีที่พักมากมาย นั่นจึงทำให้สวนผึ้งวันนี้เป็นที่สนใจหมายปองของใครหลายคน
      
       สำหรับ“ผ่านมาแวะกิน”ก็เช่นกัน ได้ยินกิตติศัพท์ของสวนผึ้งมานาน ครั้นเมื่อไปเยือนก็ไม่ผิดหวังด้วยประการทั้งปวง แถมเรายังโชคดีไปพบกับร้านรสเด็ดนามว่า“เจ๊เล็ก”เข้าอีกด้วย
ไข่เจียวเห็ด
       ร้านเจ๊เล็ก(อาหารตามสั่ง) เป็นร้านอาหารบรรยากาศร่มรื่นโดยเฉพาะทางเข้าร้านที่มีต้นไม้ปกคลุมเขียว ครึ้ม ภายในร้านเป็นที่นั่งโปร่งโล่ง สบาย
      
       ร้านเจ๊เล็กเขานอกจากจะเน้นขายอาหารพื้นบ้านรสชาติจัดจ้าน ถึงรสถึงเครื่อง ผสมความเผ็ดแต่อร่อยแล้ว ร้านนี้ยังมีความพิเศษตรงที่แต่ละวันจะมีเมนูพิเศษ“ตามใจฉัน” ขึ้นอยู่กับว่าวันนั้นทางร้านจะไปได้เนื้อสัตว์ ปลาสดๆจากพม่า และพืชผักพื้นบ้านหายากอะไรมา เจ๊เล็กก็จะมานำเสนอต่อลูกค้าอย่างเต็มที่
      
       ว่าแล้วเราก็น้ำลายสอ อย่ากระนั้นเลย “ผ่านมาแวะกิน” ขอประเดิมเมนูแรกกันด้วย ไข่เจียวเห็ด(40 บาท) เมนูธรรมดาๆที่เจ๊เล็กทำออกมาได้ไม่ธรรมดา เพราะแกใช้วิธีเจียวไข่สูตรพิเศษ เจียวออกมาสุกเกรียม หอมเตะจมูก ให้รสกลมกล่อม กรอบนอกนุ่มใน เข้ากันดีกับเห็ดหอมสดเคี้ยวกรุบกรับ
ไก่ตะไคร้
       ไก่ตะไคร้(90 บาท) เป็นไก่บ้านเนื้อแน่น ทอดจนสุกกรอบนอกนุ่มใน แถมด้วยทีเด็ดอย่างตะไคร้ที่เจ๊เล็กแกใช้วิธีตำจนแหลกละเอียดเป็นฝอยก่อนนำ ไปทอดจนกรอบ ชนิดเคี้ยวกินแกล้มเล่นได้อย่างสนุกปาก
ผัดเผ็ดหมูป่า
       ตามด้วยผัดเผ็ดหมูป่า(100 บาท) ที่ผัดกันมาแบบถึงรสถึงเครื่อง เนื้อหมูแน่นแต่ไม่เหนียวแข็ง เผ็ดแบบซู๊ดปากแต่ก็อร่อยสะใจนัก
ต้มยำปลาคัง
       อีกเมนูที่รสจัดจ้านไม่น้อยหน้ากันก็คือ ต้มยำปลาคัง(100 บาท) เป็นปลาคังสดๆจากพม่า ไม่มีกลิ่นคาว เนื้อแน่น หนึบ ส่วนน้ำต้มยำนั้นแซ่บเหลือหลาย จะตักซดหรือคลุกข้าวกินก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน
บรรยากาศในร้านเจ๊เล็ก
       นอกจากเมนูที่กล่าวมาแล้ว ร้านเจ๊เล็กยังมีเมนูรสเด็ดอีกหลากหลายให้เลือกกิน ยำเห็ดโคนญี่ปุ่น ผัดหรือยำผักกูดกับเห็ดโคนญี่ปุ่นสดๆใหม่ๆจากฟาร์มแถวนั้น ต้มยำปลากด ปลาแข้-ปลาคังผัดฉ่า แกงส้มกุ้งผักกูด และเมนูพิเศษหากินยาก อย่าง กบ(ภูเขา)ทอดกระเทียมพริกไทย ผัดเผ็ดกวางและเนื้อกวางแดดเดียว(จากพม่า) ซึ่งหากใครมีโอกาสไปเที่ยวสวนผึ้ง ร้านเจ๊เล็กนับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนรักอาหารพื้นบ้านแบบถึงรสถึง เครื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
       *****************************************
      
       ร้าน“เจ๊เล็ก”(อาหารตามสั่ง)ตั้งอยู่ที่ บ้านตะโกล่าง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เลยแยกผาปกไปประมาณ 9 กม. จะอยู่หน้าปากซอยบ้านตะโก 3 ไปราวๆ 100 เมตร เปิดทุกวัน เวลา 6.00-22.00 น. โทร. 0-3271-1063, 08-9013-9571

"Caffe Turin" หอมกรุ่นกลิ่นกาแฟอิตาเลียน

บรรยากาศน่านั่งภายในร้าน Caffe Turin
       สำหรับผู้พิสมัยในรสกาแฟ การได้ดื่มด่ำกาแฟรสละมุนหอมกรุ่นกลิ่น ก็สามารถเรียกความ กระชุ่มกระชวยให้ร่างกายคึกคักขึ้นมาได้อักโข ยิ่งได้นั่งละเลียดรสกาแฟในร้านบรรยากาศชวนดื่ม ยิ่งช่วยเพิ่มบรรยากาศการดื่มกาแฟให้สุนทรีมากขึ้น
       เพราะฉะนั้นในครั้งนี้ "ผ่านมาแวะกิน" ขอเอาใจคอกาแฟด้วยการชวนคอกาแฟไปนั่งละเมียดละไมดื่มด่ำกาแฟรสชาติเยี่ยมสไตล์อิตาเลียนแท้ๆกันที่ร้าน "Caffe Turin"แถวศาลาแดง
สารพัดกาแฟอิตาเลียนหอมๆ ชวนดื่ม
       ร้าน "Caffe Turin" เป็นร้านกาแฟเล็กๆแต่แฝงไว้ด้วยความคลาสสิคและน่ารื่นรมย์ชวนนั่ง เพราะเพียงแค่เปิดประตูเข้าไปในร้านก็จะได้กลิ่นกาแฟหอมๆ และสัมผัสได้กับบรรยากาศร้านที่จัดตกแต่งสไตล์เก่าๆ แบบร้านกาแฟที่ประเทศอิตาลี มีโต๊ะหินอ่อนสีขาว เก้าอี้ไม้ที่ชวนให้เลือกนั่งในมุมสบายๆ ที่แฝงไว้ด้วยความอบอุ่นอยู่ในตัว เหมาะอย่างยิ่งแก่การสั่งกาแฟมานั่งดื่มกัน
      
       กาแฟของที่นี่เป็นกาแฟสายพันธุ์อราบริก้าที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี สั่งตรงมาจากประเทศอิตาลีโดยเฉพาะ และชงผ่านเครื่องชงกาแฟที่ทันสมัย ออกมาเป็นกาแฟสไตล์อิตาเลียนที่ชวนดื่มมากมาย ซึ่งถ้าคอกาแฟมาแล้วก็ไม่ควรพลาดสั่งกาแฟเด่นๆ ของที่นี่มาดื่มกันอย่างถ้วยแรกคือ
      
       Caffe Latte (90 บาท) เหมาะแก่คอกาแฟที่ชอบความหอมหวานไม่เข้มข้นมาก ตัวกาแฟลาเต้มีส่วนผสมของกาแฟและใส่นมสดในปริมาณที่มากหน่อย และมีฟองนมนุ่มที่ตกแต่งเป็นลวดลายที่สวยงามชวนดื่ม ดื่มแล้วรสชาตินุ่มละมุนหอมหวานกาแฟผสมนม
Milano (บน) Caprese (ล่าง)
       แล้วถ้าใครอยากได้ความเข้มข้นของกาแฟขึ้นมาอีกนิด แนะนำว่าเป็นถ้วยนี้ Cappuccino (90 บาท) ที่มีฟองนมนุ่มๆ อยู่ด้านบนโรยด้วยผงโกโก้หอมๆ คาปูชิโน่ถ้วยนี้จะมีส่วนผสมของกาแฟมากกว่าลาเต้ ทำให้ดื่มแล้วได้รสชาติความข้นเข้มของกาแฟ และมีฟองนมนุ่มๆ ละเมียดเนียนปาก
      
       แต่ถ้าชอบดื่มกาแฟเพียวๆ แบบไม่ใส่นมก็ต้องถ้วยนี้เลย Espresso (70 บาท) มาในถ้วยเล็กๆ ที่อัดแน่นไปด้วยกาแฟอิตาลีคุณภาพ ดื่มแล้วได้ชุ่มชื่นคอกับรสชาติกาแฟที่หอมเข้มข้นโดนใจ
นานาเมนูเบเกอรี่
       และเดี๋ยวจะหาว่ามีแต่กาแฟให้ดื่มหรืออย่างไรกันที่ร้านนี้ ต้องบอกว่าไม่ใช่ เพราะว่ายังมีอาหารสไตล์อิตาเลียนให้สั่งมากินคู่กับกาแฟได้ด้วย อาทิ Caprese (160 บาท) เป็นสลัดมะเขือเทศ มอซซาเรล่าชีส ราดด้วยน้ำสลัดใสๆ หรือจะเป็น Milano (140 บาท) แซนวิชหมูรสเด็ดของทางร้าน แล้วก็ยังมีเบเกอรี่ที่ทำแบบสดใหม่ทุกวันให้เลือกสั่งมากินอีก อาทิ บราวนี่ (90 บาท) อัลมอนต์ (90 บาท) ทีรามิสุ (120 บาท) ขนมปังอื่นๆ อีกมากมาย และยังมีอาหารเช้า กับเซ็ทอาหารกลางวันบริการด้วย เรียกว่า "Caffe Turin" เป็นอีกหนึ่งร้านกาแฟอิตาเลียนที่อยากชวนคอกาแฟมาลองสัมผัสกัน
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "Caffe Turin" ตั้งอยู่ที่ 21/81 อาคารชุดศาลาแดงโคโลเนด ถ.ศาลาแดง แขวงสีลม เขตบางรัก กทม. การเดินทางนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีศาลาแดง แล้วเดินมาที่ถ.ศาลาแดง ตรงเข้ามาประมาณ 300 ม. แล้วจะเห็นป้ายซ.ยมราชให้เดินเข้าไปในซอยนั้นนิดเดียวจะเห็นร้านCaffe Turin อยู่ซ้ายมือ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน เปิดจันทร์-เสาร์ เวลา 06.00-17.00 น. โทร. 0-2233-4509

อิ่มแปล้ชามเดียวที่ “บะหมี่จับกัง” ข้างตั้งฮั่วเส็ง

บรรยากาศร้านบะหมี่จับกัง
       ยุคนี้ข้าวของแพง จะเสียเงินทั้งทีต้องคิดแล้วคิดอีก ยังไม่ทันหมดเดือนเงินในกระเป๋าก็เหมือนจะละลายหายไปได้เองจนกระเป๋าแบนแฟบ มื้อนี้ “ผ่านมาแวะกิน” จึงได้เลือกที่จะพาไปกินบะหมี่จับกังที่ดูจะอิ่มท้องคุ้มค่ากับเงินใน กระเป๋าอันน้อยนิด แม้ครั้งนี้จะไม่ได้ไปกินบะหมี่จับกังแบบต้นตำรับที่เยาวราช แต่ร้านบะหมี่จับกังร้านนี้ก็ไม่น้อยหน้ากัน
      
       เมื่อมาถึงร้านได้เจอะเจอกับ พัชรี จันทรุไทย หรือ คุณโย ก็ได้เล่าให้ “ผ่านมาแวะกิน” ฟังว่า คุณพ่อเป็นผู้เริ่มทำโดยคิดสูตรบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงขึ้นมาเอง ซึ่งสาขาแรกที่เปิดอยู่ที่บางบอน สาขาที่2 อยู่ที่พระราม 2 และสาขาที่ 3 คือที่ถนนสิรินธรนี้เอง ส่วนชื่อ “ร้านบะหมี่จับกัง” เพราะให้ปริมาณเยอะ ให้เส้นเยอะกว่าปกติที่เขาขายกัน
บะหมี่จับกังแห้ง
       ส่วนเส้นบะหมี่ก็เป็นเส้นบะหมี่ที่ทำเอง โดยเครือญาติทำเป็นโรงงาน เป็นบะหมี่ไข่พิเศษ คือเป็นบะหมี่ไข่ล้วน แป้งน้อย ไม่ใส่สีผสมอาหารแต่เป็นสีจากไข่ เส้นกลมเหนียวนุ่ม โอ้..ฟังไปฟังมาน้ำย่อยในกระเพาะชักจะไม่ยอมสงบอยู่นิ่ง ทำให้ต้องรีบสั่งบะหมี่มาสังเวยกระเพาะกันสักชามสองชาม
      
       โดยเริ่มประเดิมชามแรกที่ บะหมี่แห้ง (25 บาท พิเศษ 30 บาท)ซึ่งใช้บะหมี่ถึง 3 ก้อน คลุกเคล้าปรุงรสใส่แต่หมูแดงที่ทำเองเช่นกัน โดยเลือกใช้หมูสันในที่มีความนุ่ม เอามาหมักกับซอสและเครื่องเทศจีนสูตรของทางร้าน แล้วจึงเอาไปอบจนสุก และพิเศษตรงที่มีน้ำหมูแดงจากหมูที่อบราดมาในชามด้วย และถ้าสั่งแบบแห้งๆ นี้ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะฝืดคอ ทางร้านจะเสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำซุปกระดูกหมูที่ต้มเคี้ยวปรุงรสไว้ แล้วอย่างกลมกล่อม แถมมีกระดูกหมูให้ได้ดูดแทะกันเพลินๆด้วย
เกี๊ยวแห้ง และ บะหมี่เกี๊ยวน้ำ
       นอกจากนี้ ที่ร้านบะหมี่จับกังยังมีเกี๊ยวรสดีให้ลิ้มลอง อย่างเช่น เกี๊ยวน้ำ เกี๊ยวแห้ง (25 บาท พิเศษ 30 บาท) ที่ใช้แผ่นเกี๊ยวแป้งไข่ ทำเองเช่นกัน นำมาห่อหมูบดละเอียดปรุงรส ส่วนใครถ้าต้องการแบบมิกซ์รวมในชามเดียวก็ต้องนี่ บะหมี่เกี๊ยวน้ำ (30 บาท) ซึ่งใครที่ผ่านมาแถวเส้นถนนสิรินธรหากหิวๆล่ะก็แวะมาฝากท้องที่ “ร้านบะหมี่จับกัง” กันได้ รับรองว่ามาแบบหิวกลับไปแบบอิ่มหนำแน่นอน
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้านบะหมี่จับกัง ตั้งอยู่ที่ 293 ถ.สิรินธร แขวงบางบำรุ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ การเดินทางจากสะพานกรุงธน (ซังฮี้) วิ่งตรงข้ามสะพานข้ามแยกบางพลัด แล้วตรงมาเรื่อยๆผ่านห้างตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี แล้วสังเกตทางด้านซ้ายมือจะเห็นร้านบะหมี่จับกังตั้งอยู่เลยห้างตั้งฮั่ว เส็งไปประมาณ 20 เมตร เปิดวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-18.00 น. สามารถจอดรถได้ริมถนนหน้าร้านจนถึง 15.00 น. หลังจากนั้นจอดได้ที่ห้างตั้งฮั่วเส็ง สอบถาม โทร.08-7999-6533