ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

5 ร้านเด็ด“ปิ้ง-ย่าง” เคียงข้างความอร่อย

บรรยากาศร้านทามารูยะ ฮอนเท็น
       ถึงแม้ว่าอากาศในบ้านเราจะร้อนระอุ แต่ถึงกระนั้นก็อย่าได้ไปหวั่นไหวกับอากาศที่ร้อนแรงเลย “ตระเวนกิน” ว่าเราไปสรรหาของกินอร่อยๆ กันดีกว่า โดยชวนไปอร่อยกับเมนูอาหารสไตล์ปิ้งๆ ย่างๆ เพื่อให้ทุกคนได้ไปอิ่มอร่อยกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัว เรียกว่าเป็นการกินของร้อนๆ แบบปิ้ง-ย่าง ท้าลมร้อนที่กำลังร้อนระอุอยู่ในขณะนี้ โดยเราได้รวบรวม 5 ร้านอาหารปิ้ง-ย่างรสเด็ด มานำเสนอให้ได้เลือกไปอิ่มอร่อยกันตามใจชอบ
      
       ทามารูยะ ฮอนเท็น
      
       เริ่มที่ร้านแรกมีชื่อว่า “ทามารูยะ ฮอนเท็น” (Tamaruya Honten) เป็นร้านเนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีความโดดเด่นตรงที่ทางร้านจะเสิร์ฟวาซาบิสดจากไร่ที่ญี่ปุ่นมาให้ลอง ลิ้มกินคู่กับอาหารสไตล์ปิ้งย่างแบบญี่ปุ่นขนานแท้ ซึ่งอาหารปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นของที่นี่ เน้นคัดสรรเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบทั้งเนื้อสัตว์ และผักต่างๆ ที่มีคุณภาพที่ดี สำหรับเนื้อนั้นมีทั้งเนื้อนำเข้าจากญี่ปุ่น เนื้อออสเตรเลีย และเนื้อไทย-เฟรนช์ ที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน และเนื้อของที่นี่จะไม่มีการแช่แข็งมาก่อน จะใช้เนื้อสดๆ แล้วเชฟจะแล่เนื้อสไลด์เป็นชิ้นๆ ให้มีขนาดหนาพอประมาณ แล่เสิร์ฟแบบจานต่อจาน และเมนูผักเน้นใช้เฉพาะผักออร์แกนิกเท่านั้น
เนื้อปิ้งย่างและวาซาบิสดของร้านทามารูยะ ฮอนเท็น
       สำหรับเมนูเนื้อที่ชวนกินก็มี Premium Rosu (290 บาท++) เป็นเนื้อไทย-เฟรนช์ ส่วนของเนื้อสันในพิเศษ Premium Kalbi (290 บาท++)++) เป็นเนื้อสันนอกพิเศษนำเข้าจากออสเตรเลีย Samugyopusaru (150 บาท++) เป็นหมูสามชั้นสไลด์ Yukke เนื้อแดงคัดพิเศษ (160 บาท++) Liver Sashimi ตับสด (120 บาท++) Thick Cuts of Beef Tongue ลิ้นวัวหั่นหนา (400 บาท++) และยังมีอาหารญี่ปุ่นอีกมากมายที่ชวนลิ้มลอง
      
       ร้านทามารูยะ ฮอนเท็นตั้งอยู่ที่ ห้างอิเซตัน ชั้น 6 เซ็นทรัลเวิร์ด 4/1-4/2 ถ.ราชดำริ ปทุมวัน กทม. การเดินทางถ้านั่งรถไฟฟ้า BTS สามารถมาลงที่สถานีสยาม หรือสถานีชิดลม แล้วเดินมาที่เซ็นทรัลเวิร์ด เดินตรงมาที่ชั้น 6 ฝั่งห้างอิเซตันจะเห็นร้านทามารูยะ ฮอนเท็น ตั้งอยู่ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน ร้านเปิดทุกวัน เวลา 11.00-22.00 น. โทร. 0-2255-9713
อร่อยเต็มที่กับบุฟเฟต์เนื้อนอกจากร้านซูมิ ซูมิ
       ซูมิซูมิ
      
       ร้านที่สอง คือ "ซูมิซูมิ" (SumiSumi) เป็นร้านที่เด่นดังในเรื่องเนื้อวัวที่พิถีพิถันคัดสรรมาเป็นพิเศษ และให้เลือกอิ่มแบบสไตล์บุฟเฟต์ญี่ปุ่นที่น่าลองลิ้ม การกินบุฟเฟต์ของที่นี่จะให้ลูกค้าสามารถเลือกสั่งเมนูต่างๆ จากในรายการบุฟเฟต์ที่มีทั้งหมดได้ตามใจชอบ โดยสั่งกับพนักงานแล้วรอสักครู่ของที่สั่งไว้ก็จะถูกเสิร์ฟมา บุฟเฟต์เนื้อของที่นี่จะมีอยู่ 2 รูปแบบให้เลือกด้วยกันคือ มีบุฟเฟต์เนื้อ ราคา 399 บาท ซึ่งจะเป็นเนื้อไทยที่คัดเลือกมาอย่างดี มีทั้งเนื้อสันใน สันนอก และเนื้อลาย สไลด์มาเป็นชิ้นพอดีคำ ราดด้วยน้ำซอสสูตรเด็ดของทางร้าน แล้วยังมีหมูโทโร่ กุ้งแม่น้ำ ปลาแซลมอน ปลากะพง หมึกสดๆ
ชุดบุฟเฟต์เนื้อไทยของร้านซูมิ ซูมิ
       และบุฟเฟต์เนื้อ ราคา 699 บาท มีรายการเมนูต่างๆ เหมือนกับ 399 บาท แต่จะเพิ่มเนื้อนอกมาให้ 4 ตัว มีเนื้อวากิวนำเข้าจากออสเตรเลีย มีเนื้อออสเตรเลียนำเข้ามาจากออสเตรเลีย มีเนื้อแกะนิวซีแลนด์ มีซี่โครงเนื้อ นำเข้ามาจากนิวซีแลนด์ และยังมีเนื้อแบบแยกขายเป็นจานพิเศษด้วย แล้วการกินเนื้อย่างของที่นี่จะมีน้ำจิ้มมาให้เลือกถึง 3 แบบ คือ น้ำจิ้มญี่ปุ่น น้ำจิ้มแจ่ว และน้ำจิ้มซีฟู้ด
      
       ร้านซูมิซูมิ ตั้งอยู่ที่ 2/17-19 อาคารเทอมินอล ชั้น 1F ห้อง16-19 สุขุมวิท 24 คลองตัน คลองเตย กทม. การเดินทางนั่งรถไฟฟ้าลงที่สถานีพร้อมพงษ์ แล้วลงมาทางซ.สุขุมวิท 24 เดินตรงเข้ามาในซอยจนถึงตึกเทอมินอลซึ่งอยู่ทางขวามือ แล้วเดินขึ้นไปที่ชั้น 1 ก็จะเห็นร้านซูมิซูมิตั้งอยู่ ร้านเปิดทุกวัน เวลา 11.00-23.00 น. ควรโทร.มาจองโต๊ะล่วงหน้า โทร. 0-2663-4436
บรรยากาศภายในร้านไดจัง
       ไดจัง
      
       มาอิ่มแบบไม่อั้นกันที่ร้าน “ไดจัง”(Dai Chan) กันบ้าง ร้านนี้เป็นบุฟเฟต์ปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นที่มีจุดเด่นอยู่ที่มีเนื้อสัตว์ให้ เลือกมาปิ้งย่างมากมาย บรรดาเนื้อชนิดต่างๆ ที่มีมาให้เลือกสรรมีทั้ง เนื้อติดมัน เนื้อสัน และ เนื้อลายมัน ที่สไลด์มาเป็นแผ่นบางๆ โดยเนื้อเหล่านี้ส่งตรงมาจากฟาร์มโคเนื้อคุณภาพดี แล้วยังมีหมูเบคอน และสันคอหมูให้ลองชิม มีสะโพกไก่ ปลาแซลมอนชิ้นโต ปลาหมึกสด และกุ้งแม่น้ำ และยังมีเห็ดออรินจิ ให้สั่งมาลองกินกันด้วย
อิ่มเต็มที่แบบไม่อั้นกับบุฟเฟต์ปิ้งย่างร้านไดจัง
       แล้วก็ยังมีเมนูปลาดิบมีให้เลือกทั้ง ปลาแซลมอน ปูอัด ปลาซาบะดอง และปลากะพง ที่แล่มาแบบสดๆ และมีทงคัตสึ สูตรพิเศษสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ที่เลือกได้ว่าอยากกินหมูสันในหรือสันนอก แถมมีข้าวสวยญี่ปุ่น ข้าวกระเทียม ของหวานและไอศกรีมด้วย สำหรับบุฟเฟต์ของร้านนี้อิ่มอร่อยกันได้ในราคา 450 บาทต่อคน (เด็ก 250 บาทต่อคน) ภายในระยะเวลา 2 ชั่วโมง ซึ่งรวมทั้งบุฟเฟต์ปิ้งย่าง เมนูปลาดิบ ทงคัตสึ เครื่องเคียงต่างๆ และเครื่องดื่ม (ยกเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) เอาไว้แล้ว
      
       ร้านไดจังตั้งอยู่เลขที่ 33 ซ.พหลโยธิน 5 (ราชครู) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ การเดินทางถ้ามาจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ให้ขับตรงมาทางถ.พหลโยธินขาออก จนถึง ซ.ราชครู ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยไปประมาณ 20 ม. จะเห็นร้านอยู่ทางซ้ายมือ หรือถ้ามาจากสถานีรถไฟฟ้าอารีย์ ให้เดินย้อนมาทางสนามเป้า แล้วเลี้ยวเข้า ซ.ราชครู เปิดทุกวัน เวลา 11.00-24.00 น. โทร. 0-2619-5570-1, 08-0093-0007
ปิ้งเนื้อร้อนๆ บนเตาถ่านที่ร้านเตาถ่าน Yakiniku Paradise
       เตาถ่าน Yakiniku Paradise
      
       จากนั้นมากันที่ร้าน “เตาถ่าน Yakiniku Paradise” เป็นร้านอาหารปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นผสมกับเกาหลีที่เน้นเนื้อย่างเป็นพิเศษ มีคอนเซ็ปของร้านว่า “สวรรค์ของคนรักเนื้อย่าง” ซึ่งทางร้านได้คัดสรรเนื้อวัวของไทยเกรดระดับพรีเมียม และใส่ใจเรื่องความสดเป็นอย่างมาก เพื่อให้คนรักเนื้อได้ลิ้มรสชาติเนื้อวัวที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพที่ดี หากมากินเนื้อย่างที่ร้านเตาถ่านนี้แล้วอยากจะกินแบบอิ่มจุใจ ขอแนะนำว่าให้เลือกกินเป็นแบบบุฟเฟต์ ราคาเพียง 389 บาทต่อคน (ไม่รวมเครื่องดื่ม) และสามารถกินได้นานถึง 2 ชม.
เมนูบุฟเฟต์เนื้อปิ้งย่างของร้านเตาถ่าน Yakiniku Paradise
       ในรายการบุฟเฟต์ของที่นี่จะมีเนื้อวัวถึง 4 แบบให้ได้เลือกลิ้มรสกัน มีเนื้อลาย เนื้อสัน เนื้อติดมัน เนื้อหนอก และใช่ว่าจะมีแต่เนื้อวัวเท่านั้น ยังมีหมูสันคอและหมูติดมัน เนื้อไก่ส่วนสะโพก ปลาโดริ หมึก และก็ยังมีเห็ดออรินจิ มีชุดผักสำหรับย่าง มีชุดผักสดที่มาพร้อมกับน้ำจิ้มซันซูมิโซะให้ห่อกินกับเนื้อย่างสไตล์แบบ เกาหลี ยังมี กิมจิ ซุปสาหร่าย ผักยำน้ำมันงา ไข่ตุ๋น ข้าวญี่ปุ่น ข้าวกระเทียม มาให้กินแบบอิ่มสุดๆ และยังมีเมนูเนื้อเด่นๆ อย่างอื่นที่มีให้เลือกสั่งมาเป็นจานๆ ที่ชวนกินอีก รวมถึงมีอาหารญี่ปุ่นและเกาหลีที่ชวนกินอีกมากมาย
      
       ร้านเตาถ่าน Yakiniku Paradise ตั้งอยู่ที่ 126/42 ถ.เอกมัย แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม.การเดินทางนั่งรถไฟฟ้าลงที่สถานีเอกมัย แล้วเข้ามาในซ.เอกมัย ระหว่างซ.เอกมัย 12 และ 14 ร้านเตาถ่าตั้งอยู่ในโครงการปาร์คอเวนิวโฮมออฟฟิศ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน จุดสังเกตอยู่ตรงข้ามกับร้านนั่งเล่น เปิดทุกวัน 16.00-24.00 น. ถ้ามากินแนะนำว่าควรโทร.มาจองโต๊ะก่อน โทร. 0-2714-4534, 08-6616-6195
อิ่มหนำกับเนื้อปิ้งย่างและจิ้มจุ่มร้านบอยโพนยางคำ
       บอยโพนยางคำ
      
       ร้านสุดท้ายที่ขอแนะนำ คือ “บอยโพนยางคำ” เป็นร้านปิ้งๆ ย่างๆ ที่โดดเด่นเรื่องของเนื้อวัว ที่ทางร้านได้คัดสรร และเลือกเฟ้นเนื้อโคขุนโพนยางคำที่มีคุณภาพดี ส่งตรงมาจากสหกรณ์โพนยางคำโดยเฉพาะ และก็มีเนื้อโคขุนโพนยางคำหลากหลายส่วนให้เลือกกินตามใจชอบ เมนูอาหารของร้านมีให้เลือกอยู่ 2 ประเภท คือ แบบแรกเป็นเมนูบุฟเฟต์เนื้อโคขุนโพนยางคำอิ่มอร่อยไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา กับโคขุนโพนยางคำชุดปิ้งเนยบนกระทะร้อนเตาถ่าน หรือชุดตะแกรงย่างสไตล์ญี่ปุ่น หรือาจะเลือกกินแบบจิ้มจุ่มทางร้านก็มีบริการ ในเมนูบุฟเฟต์สามารถขอชุดอุปกรณ์ทั้ง 3 อย่างได้เลยโดยทางร้านไม่คิดค่าเตา เมนูบุฟเฟต์มีราคา 189 บาทต่อคน และอีกแบบเป็นเมนูพรีเมี่ยม และอาหารตามสั่ง สามารถสั่งเพิ่มเติมได้นอกเหนือจากรายการบุฟเฟต์
เนื้อสัตว์ปิ้ง-ย่างร้อนๆ บนเตาถ่านของร้านบอยโพนยางคำ
       สำหรับเมนูบุฟเฟต์ที่อิ่มได้แบบไม่อั้นมีให้เลือกกินมากมาย ทางร้านจะมีเมนูเนื้อให้เลือกสั่งแบบจานๆ หลากหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น เนื้อเสือร้องไห้ เนื้อลูกมะพร้าว เนื้อหนอก เนื้อน่องลาย เนื้อตะพาบ เนื้อลูกเต๋า (จะหมักน้ำหมักสูตรพิเศษของทางร้าน) และยังมีเนื้อหมูส่วนสันคอ หมูสามชั้น หมูลูกเต๋าเป็นหมูส่วนสันนอกหมักน้ำปรุงสูตรเด็ดของทางร้าน และมีกุ้ง หอยเชลล์ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ หมึกสด และอาหารอื่นๆ ให้ได้เลือกอร่อยกันอีก อาทิ ซูชิ เนื้อแดดเดียว หมูแดดเดียว ส้มตำ ลาบก้อย น้ำตก ปีกไก่ทอด ต้มแซบ คอหมูย่าง ไส้ย่าง ข้าวผัดกระเทียม ไอศกรีม ขนมหวานลอดช่องเผือก ผลไม้ตามฤดูกาล
      
       ร้านบอยโพนยางคำตั้งอยู่ที่ซ.รัชดา 32 (อาภาภิรมย์/กรมส่งเสริมการส่งออก) หรือจะเข้าทางซ.รัชดา 36 (เสือใหญ่) ก็ได้ การเดินทางใช้ถ.รัชดาภิเษก เลี้ยวเข้าซ.รัชดา 36 (ซอยเสือใหญ่) ตรงไปทางซ.สันนิบาตเทศบาล (รัชดา 36 แยก 19) ตรงไปจนเกือบถึงสะพานเหล็กที่จะข้ามไปวังหิน ให้สังเกตทางด้านซ้ายมือจะเห็นร้านบอยโพนยางคำตั้งอยู่มีป้ายรูปวัวสีเหลือง เป็นจุดสังเกต ร้านเปิดทุกวัน เวลา 16.00-24.00 น. ควรโทร.มาจองโต๊ะก่อน โทร. 08-5666-6859
      
       และทั้งหมดนี้ก็คือร้านปิ้งๆ ย่างๆ ร้านเด็ดที่ “ตระเวนกิน” นำมาแนะนำให้บรรดามิตรรักนักกินทั้งหลายที่ชื่นชอบอาหารสไตล์ปิ้ง-ย่าง ได้เลือกไปอิ่มหนำกันให้สำราญท้องกันไปเลย
 

“ชาบูตง” ราเมนต้นตำรับ ทีวีแชมป์เปี้ยน

บรรยากาศภายในร้านชาบูตง
       “อิรัชชัยมาเสะ” ยินดีต้อนรับค่ะ / ครับ
      
       เสียงกล่าวต้อนรับแบบพร้อมเพียงของพนักงานชาย หญิง ดังพร้อมกันทันทีเมื่อ “ตระเวนกิน” ก้าวท้าวเข้าสู่ร้าน “ชาบูตง” (Chabuton) เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นขายราเมนที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาจากแดนอาทิตย์อุทัย และกำลังมาแรงเป็นที่นิยมชมชอบในหมู่นักกินราเมนชาวไทย ดังนั้นในมื้อนี้เราจึงตั้งใจที่จะมาอิ่มท้องกับราเมนรสเลิศของที่ร้านนี้ กันอย่างเต็มที่
      
       แต่ก่อนที่จะได้ลิ้มลองราเมนรสอร่อย มาทำความรู้จักและความเป็นมาของชาบูตง ที่มีความน่าสนใจกันก่อนดีกว่า “ชาบูตง” จัดว่าเป็นราเมนต้นตำรับขนานแท้ของญี่ปุ่น โดยมี มร.ยาสุจิ โมริซึมิ (Mr. Yasuji Morizumi) เป็นผู้ค้นคิดราเมนสูตรอร่อยจากวัตถุดิบชั้นเยี่ยมที่คัดสรรมา จนได้รับการขนานนามว่า “ผู้เป็นเลิศทางด้านการทำราเมน” จากงาน “8th Tokyo One Week Ramen Grand Prize” และยังได้รับรางวัลชนะเลิศราเมนต้นตำรับแท้จากญี่ปุ่น จากรายการ “ทีวี แชมป์เปี้ยน” รายการทีวีชื่อดังในหมู่นักชิมของญี่ปุ่น
มุมโต๊ะนั่งสบายๆ
       นอกจากนี้ชาบูตงยังเป็นราเมนเจ้าแรกและเจ้าเดียวที่ได้รับการโปรโมทและถูกแนะนำจากไกด์บุ๊คชื่อ “มิชลิน ไกด์ แอลเอ” (Michelin Guide LA.) นิตยสารแนะนำแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตยอดนิยมในอเมริกาอีกด้วย โดยเปิดสาขาแรกที่เมือง อะกิฮาบาระ กรุงโตเกียว ขยายสาขาเรื่อยมาจนมีสาขาถึง 18 แห่งในขณะนี้ที่ประเทศญี่ปุ่น และชาบูตงก็ได้มาเปิดให้บริการความอร่อยของราเมนตามแบบต้นต้นรับของเชฟทีวี แชมป์เปี้ยน ให้นักกินชาวไทยได้ลิ้มลองกันถึงที่ โดยไม่ต้องเสียเงินบินไปกินไกลถึงญี่ปุ่นกันแล้ว
      
       สำหรับราเมนของที่ร้านนี้ต้องบอกว่าทางร้านคัดสรรแต่วัตถุดิบชั้นดี เลือกแต่ของที่มีคุณภาพ คำนึงถึงเรื่องสุขภาพของนักกิน และพิถีพิถันใส่ใจในทุกขั้นตอนการปรุงราเมนเป็นอย่างมาก กว่าจะได้ออกมาเป็นเมนูราเมนรสเลิศที่มีให้เลือกสั่งมากินอยู่หลายเมนูด้วย กัน
Tonkotsu Chashumen
       เมนูราเมนชามเด่นที่อยากแนะนำให้ลิ้มลองกันก็มี Tonkotsu Chashumen (245 บาท) เป็นราเมนที่โดดเด่นด้วยน้ำซุปกระดูกหมู ที่ผ่านการเคี่ยวปรุงรสกับวัตถุดิบอันหลากหลายกว่า 40 ชนิดจนได้น้ำซุปกระดูกหมูที่มีความเข้มข้นมาก เส้นราเมนเป็นเส้นกลม แล้วในชามยังใส่หมูย่างสูตรต้นตำรับสไตล์ญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ใส่ต้นหอมญี่ปุ่น ต้นหอมไทย และหน่อไม้ญี่ปุ่น ชิมราเมนชามนี้แล้วถูกปาก โดนใจตรงที่น้ำซุปหอมกลมกล่อมรสเข้มข้น เส้นราเมนก็เหนียวนุ่มกำลังดี บวกกับได้รสชาติของหมูย่างที่เนื้อนุ่มรสดีเข้ากัน
Kara Kara Shio Tonkotsu Ramen
       ชามต่อมานำเสนอ Kara Kara Shio Tonkotsu Ramen (195 บาท) เป็นราเมนแบบเส้นกลม แต่ยังเป็นน้ำซุปกระดูกหมูเช่นกัน แต่มีความเข้มข้นน้อยกว่าชามแรก ใส่หมูย่าง ต้นหอมญี่ปุ่น ต้นหอมไทย และหน่อไม้ญี่ปุ่นเหมือนกัน แต่ที่ไม่เหมือนและโดดเด่นกว่าคือ จะมีหมูสับผัดเครื่องเทศรสจัดจ้านตามสูตรเด็ดของทางร้าน ใส่โรยหน้ามาด้วย ลิ้มรสแล้วถูกปากไปอีกแบบ นอกจากน้ำซุปจะหอมรสละมุนกลมกล่อมแล้ว ยังได้รสความเผ็ดนิดๆ จากหมูสับที่ปรุงรสกับเครื่องเทศเมื่อคลุกเคล้ารวมกับน้ำซุป
Shoyu Ramen
       จากนั้นมาชิม Shoyu Ramen (130 / 170 บาท) เป็นราเมนเส้นแบน ส่วนน้ำซุปเป็นซุปซีอิ้วญี่ปุ่นหอมกรุ่นตามสูตรต้นตำรับ ใส่หมูย่าง และถั่วงอกลวกสุก ซดน้ำซุปได้กลิ่นซีอิ้วญี่ปุ่นหอมๆ ออกรสเค็มกลมกล่อมกำลังดี
Shoyu Zaru Ramen
       อีกหนึ่งเมนูราเมนที่อยากให้ชิม คือ Shoyu Zaru Ramen (150 / 170 บาท) เป็นราเมนเย็นสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม ตัวเส้นราเมนลวกสุกผ่านน้ำเย็น และแช่น้ำแข็งให้มีความเย็นก่อนนำมาเสิร์ฟ กินคู่กับซอสซารุที่ปรุงจากซีอิ้วญี่ปุ่นอันเข้มข้น เวลากินก็คีบเส้นราเมนจุ่มลงไปในน้ำซอส รสชาติโดนใจทั้งเส้นราเมนที่เหนียวนุ่มเด้งและน้ำซอสออกรสเค็มเข้มข้น
Grilled Gyoza
       และใช่ว่าจะมีแต่ราเมน ที่นี่ยังมีเมนูกินเล่นอื่นๆ ที่น่าลองลิ้มกันอีก ไม่ว่าจะเป็น Grilled Gyoza (80 บาท) เป็นเกี๊ยวซ่าสูตรญี่ปุ่นที่แป้งบางกรอบ ไส้เนื้อในนุ่มรสชาติดี ส่วนอีกอย่างคือ Chicken Tatsuta Age (75 บาท) เป็นไก่หมักปรุงรสทอดกรอบสูตรญี่ปุ่นเช่นกัน เนื้อไก่กรอบนอกนุ่มในจริงๆ ส่วนของหวานก็มี Almond Jelly (60 บาท) เป็นเต้าฮวยเย็นสูตรญี่ปุ่นที่ผสมผงอัลมอนต์ลงไปในเนื้อเต้าฮวย กินแล้วเนื้อเนียนเด้งนุ่มเย็นสดชื่นปากดี
Chicken Tatsuta Age
       นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูราเมนแนะนำอื่นๆ ที่น่าลองลิ้มอีก อาทิ Tonkotsu Ramen (130 / 175 บาท) Kara Kara Tonkotsu Ramen (195 บาท) Shio Tonkotsu Ramen (130 / 175 บาท) Shio Tonkotsu Chashumen (245 บาท) Chashu Don (75 บาท) ฯลฯ เอาเป็นว่าหกใครที่ชื่นชอบกินราเมนแบบต้นตำรับญี่ปุ่นขนานแท้ มาที่ร้าน “ชาบูตง” เป็นได้สมใจปากกันแน่นอน
Almond Jelly
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “ชาบูตง” (Chabuton) ตั้งอยู่ที่เซ็นทรัลเวิร์ด ชั้น 6 เปิดจันทร์-ศุกร์ เวลา 11.00-22.00 น. เสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-22.00 น. ทางร้านรับบัตรเครดิต โทร. 0-2613-1038, 0-2613-1092 และยังมีอีก 2 สาขา ที่สยามสแควร์ ซ.3 (ติดกับโรงหนังลิโด้ สยามสแควร์) เปิดทุกวัน เวลา 11.00-22.00 น. โทร. 0-2252-9351, 0-2252-9353 และที่ เมเจอร์รัชโยธิน บริเวณซูซูกิ อเวนิว ชั้น 2 เปิดจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.30-22.00 น. เสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-22.00 น. โทร. 0-2939-4294-5

“โคลสลอว์” อาหารเครื่องเคียง ทำง่าย กินอร่อย

       ยามใดที่ “กุ๊กเล็ก” กินพวกหมูชุบแป้งทอด ไก่ชุบแป้งทอด ก็จะต้องหาอาหารเครื่องเคียงมากิบควบคู่ไปด้วยเพื่อแก้เลี่ยน และอาหารทอดเหล่านั้นก็มีแต่เนื้อสัตว์ จึงต้องหาเมนูผักไปช่วยย่อยเสียหน่อย ในมื้อนี้ก็เลยอยากชวนกันมาทำ “โคลสลอว์” เป็นเครื่องเคียงแสนอร่อย
      
       หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงเมนูนี้ว่าโคลสลอว์ คำว่า “โคลสลอว์” เป็นภาษาเยอรมันที่แปลว่ากะหล่ำปลีซอย หรือ กะหล่ำปลีหั่นฝอย ซึ่งก็ตรงกับวิธีการทำเมนูนี้พอดิบพอดี มาลองดูกันเลยดีกว่าว่าวิธีทำเป็นอย่างไร
      
       ส่วนผสม
       กะหล่ำปลีซอยละเอียด 8 ถ้วย
       แครอทซอยละเอียด 1 ถ้วย
       หอมใหญ่ซอยละเอียด 3 ช้อนโต๊ะ
       น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วยตวง
       เกลือ 1 ช้อนชา
       พริกไทย ½ ช้อนชา
       นมสด 1/8 ถ้วย
       โยเกิร์ตรสธรรมชาติ ¾ ถ้วย
       น้ำมะนาว 1 ½ ช้อนโต๊ะ
       มายองเนส ½ ถ้วย
      
       วิธีการทำเริ่มจากการซอยผักทั้งหมดให้เป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นนำส่วนผสมที่เหลือลงไปผสมกันในชาม เมื่อคนให้เข้ากันดีแล้ว ก็นำลงไปคลุกเคล้ากับผักที่หั่นเตรียมไว้ จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นให้เย็นจัด แล้วนำไปเสิร์ฟได้ แต่หากแช่ตู้เย็นทิ้งไว้ทั้งคืน จะยิ่งทำให้ความอร่อยเพิ่มขึ้น เพราะน้ำสลัดจะเข้าเนื้อเต็มที่ ซึ่งเมนูนี้กินคู่กับไก่ทอดก็อร่อย หรือจะกินเป็นอาหารว่างมื้อเล็กๆ ก็ย่อมได้

“บะหมี่ไก่ผัดน้ำพริกเผา” อร่อยร้อนๆ หอมยั่วน้ำลาย

       เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา “กุ๊กเล็ก” เพิ่งจะทำบะหมี่เกี๊ยว กินกับครอบครัว แต่ก็ยังเหลือเส้นบะหมี่เหลืองอยู่อีกหลายก้อน ถ้าปล่อยทิ้งไว้ก็คงจะบูดไปเสียก่อน ก็เลยจะใช้ทำอาหารให้หมดไปเสียเลย ด้วยเมนู “บะหมี่ไก่น้ำพริกเผา” ที่หวานกลมกล่อม ถูกปากเป็นที่สุด
      
       ส่วนผสม
       เส้นบะหมี่เหลือง 1-2 ก้อน
       อกไก่ 200 กรัม
       น้ำพริกเผา 2 ½ ช้อนชา
       น้ำมันพืช 2 ช้อนชา
       น้ำปลา ½ ช้อนชา
       น้ำตาลทราย ½ ช้อนชา
       ยอดคะน้า 3 ต้น
      
       วิธีทำเริ่มจากลวกเส้นบะหมี่ให้สุกกำลังดี แล้วพักไว้ นำยอดคะน้าล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นท่อนยาวๆ ลวกให้สุกกรอบ จากนั้นตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืช พอร้อนแล้วใส่อกไก่ที่หั่นเป็นชิ้นพอคำลงไปผัดพอสุก ใส่น้ำพริกเผา น้ำปลา น้ำตาลทราย ผัดต่อไปสักพักจนเข้าเนื้อ แล้วปิดไฟ จัดจานโดยวางเส้นบะหมี่ตรงกลาง ด้านข้างวางคะน้า และนำไก่ผัดน้ำพริกเผาราดลงไปอีกข้าง หรือจะนำเส้นบะหมี่ลงไปคลุกเคล้าในกระทะเพื่อให้รสชาติเข้าไปทั่วถึงทุกเส้น ก็ได้
      
       เสร็จแล้วยกไปเสิร์ฟร้อนๆ จะได้กลิ่นหอมหวนชวนหิว สีสันสวยสดชวนกิน ส่วนไก่ผัดน้ำพริกเผานั้นถ้าเหลือก็สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้ แล้วนำออกมาอุ่นกินในมื้ออื่น หรือจะกินกับข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อยกลมกล่อมเช่นกัน

“เนื้อผัดต้นกระเทียม” เมนูอร่อยลิ้น กรุ่นกลิ่นยวนใจ

       กลิ่นของกระเทียมนั้น หลายๆ คนก็ว่าฉุนจัดเกินไป แต่สำหรับ “กุ๊กเล็ก” กลับคิดว่ามันเป็นกลิ่นที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อาหารบางอย่างนั้นถ้าขาดกลิ่นและรสชาติของกระเทียมไปก็อาจจะทำให้ไม่อร่อยไป เลยก็ได้ แต่สำหรับคนที่ชอบกินกระเทียมแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเมนูไหนๆ ก็คงเป็นที่ถูกปากทั้งสิ้น วันนี้เลยอยากจะขอเอาใจคนรักกระเทียมด้วยเมนู “เนื้อผัดต้นกระเทียม”
      
       ส่วนผสม
       เนื้อวัวสันใน 200 กรัม
       กระเทียมสับละเอียด 4-5 กลีบ
       ต้นกระเทียมหั่นท่อน 100 กรัม
       น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
       ซีอิ้วขาว 3 ช้อนชา
       น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
       น้ำมันพืช 2 ช้อนชา
      
       เริ่มจากการนำเนื้อวัวมาหั่นสไลด์เป็นชิ้นพอคำ แล้วหมักกับน้ำตาลทราย ½ ช้อนชา และซีอิ้วขาว 1 ช้อนชา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที จากนั้นนำกระทะตั้งไฟให้ร้อน ใส่น้ำมันพืชลงไป เมื่อน้ำมันร้อนพอประมาณแล้วให้ใส่กระเทียมสับลงไปผัดจนเหลืองหอม ใส่เนื้อวัวที่หมักทิ้งไว้ลงไปผัดจนเกือบสุก แล้วใส่น้ำตาลทราย ซีอิ้วขาว และน้ำมันหอย ผัดให้เข้ากัน จากนั้นใส่ต้นกระเทียมที่หั่นแล้วลงไปผัดจนพอสุก ก็ตักขึ้นเสิร์ฟร้อนๆ ได้เลย
      
       เมนูนี้ นอกจากจะหอมอร่อยแล้ว ก็ยังได้คุณค่ามากมายจากกระเทียมที่ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ ลดระดับคอเรสเตอรอล แถมยังทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายแข็งแรงอีกด้วย เห็นสรรพคุณเยอะขนาดนี้แล้ว ก็อย่าลืมลองทำเมนู “เนื้อผัดต้นกระเทียม” มาลิ้มรสบ้างก็แล้วกัน

“ซี่โครงหมูทอดสมุนไพรสไปซี่” เนื้อนุ่มรสดีแบบไทยๆ

       ในบรรดาสมุนไพรไทยที่เป็นที่รู้จักกันดีก็คงจะเป็นพวกข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ที่เอามาต้มยำทำแกงสารพัด นอกจากจะมีกลิ่นหอมหวนชวนกินแล้ว ก็ยังมีสรรพคุณทางยาหลากหลายอย่าง เป็นต้นว่า แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลม ช่วยบำรุงหัวใจ
      
       เห็นของดีมีอยู่ในตู้เย็นแบบนี้ “กุ๊กเล็ก” ก็เลยไม่พลาดที่จะนำมาประยุกต์เป็นเมนูอร่อยอีกหนึ่งเมนู ที่มีชื่อว่า “ซี่โครงหมูทอดสมุนไพรสไปซี่”
      
       ส่วนผสมมีดังนี้
       กระดูกซี่โครงหมู 500 กรัม
       ตะไคร้ซอย 6 ต้น
       ข่าซอย 4 ช้อนชา
       ใบมะกรูดซอย 8 ใบ
       หอมแดงซอย 3 หัว
       พริกขี้หนูเม็ดใหญ่ซอย 7 เม็ด
       น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
       น้ำตาล 1 ½ ช้อนชา
       น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
       น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
       น้ำมันพืชสำหรับทอด
      
       วิธีการทำเริ่มจากล้างกระดูกซี่โครงหมูให้สะอาด หั่นเป็นท่อนๆ แล้วพักให้สะเด็ดน้ำ นำตะไคร้ซอย ข่าซอย ใบมะกรูดซอย หอมแดงซอย และพริกขี้หนูเม็ดใหญ่ซอย ลงไปโขลกพร้อมกันจนแหลก แล้วตักขึ้นมาพักไว้ก่อน นำกระดูกหมูที่สะเด็ดน้ำเรียบร้อยแล้วใส่ในอ่างผสม ใส่น้ำปลา น้ำตาล มะนาว น้ำมันหอย และสมุนไพรที่โขลกไว้ลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากับกระดูกหมูจนทั่ว แล้วหมักทิ้งไว้ประมาณสองชั่วโมงหรือมากกว่านั้น ได้ที่แล้วก็นำกระทะตั้งไฟ ใส่น้ำมันพืชลงไปเยอะพอควร ตั้งไฟจนร้อนแล้วหรี่ไฟลงให้อยู่ปานกลาง นำกระดูกหมูลงทอดจนเหลืองสุกทั้งสองด้าน ระหว่างทอดให้คอยตักเศษตะกอนออกเพราะจะทำให้ไหม้ง่าย เรียบร้อยแล้วตักกระดูกซี่โครงหมูขึ้นมาสะเด็ดน้ำมัน แล้วใส่จานยกเสิร์ฟได้เลย
      
       เท่านี้ก็จะได้เมนูง่ายๆ ที่หอมกลิ่นสมุนไพรไทย ที่สามารถกินเล่นได้ กินกับข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน

ปิ้งๆ ย่างๆ ทั้งอร่อยทั้งสนุกกับ “บาร์บีคิวหมู”

       เวลาที่ทุกคนมารวมตัวกันปาร์ตี้ที่บ้าน ก็มักจะมีเมนูปิ้งๆ ย่างๆ มาร่วมแจมด้วยเสมอ เนื่องด้วยเป็นเมนูที่ทำได้ไม่ยาก สามารถเตรียมหมักไว้ก่อนล่วงหน้าได้ เวลาปิ้งก็มาช่วยกันคนละไม้คนละมือ ปิ้งไปกินไปคุยไป เป็นที่สนุกสนาน
      
       “กุ๊กเล็ก” เลยอยากจะเสนออีกหนึ่งเมนูแสนง่าย ที่ทั้งอร่อยและสนุก กับเมนู “บาร์บีคิวหมู”
      
       ส่วนผสมมีดังนี้
       สันคอหมู 2 กิโลกรัม
       ซอสมะเขือเทศ 2 ½ ถ้วย
       ซีอิ้วขาว 1 ¼ ถ้วย
       น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
       น้ำส้มสายชู 1/3 ถ้วย
       พริกไทยป่น 2 ช้อนโต๊ะ
       เนยสด 100 กรัม
       หอมใหญ่สับ 4 ถ้วย
       มะเขือเทศราชินี (ตามชอบ)
       สับปะรดศรีราชา (ตามชอบ)
       ไม้เสียบลูกชิ้น (สำหรับเสียบบาร์บีคิว)
      
       วิธีทำเริ่มจากนำซอสมะเขือเทศ ซีอิ้วขาว น้ำตาลทราย น้ำส้มสายชู และพริกไทยป่นผสมรวมกันไว้ก่อน จากนั้นนำเนยใส่หม้อ แล้วนำไปตั้งไฟจนเนยละลาย ใส่หอมใหญ่สับลงไปผัดให้เหลืองหอม นำซอสที่ผสมไว้แล้วใส่ลงไปเคี่ยวประมาณ 5-10 นาที แล้วยกลงจากเตา ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำไปปั่นจนละเอียดจะได้ซอสหมักบาร์บีคิว โดยแบ่งซอสเก็บไว้ทาตอนย่างบาร์บีคิวเล็กน้อย
      
       สับปะรดศรีราชาปอกเปลือกออก แล้วหั่นเป็นชิ้นพอคำ ส่วนมะเขือเทศราชินีล้างน้ำให้สะอาดแล้วทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ ในส่วนของสันคอหมู ล้างให้สะอาด ทิ้งไว้จนสะเด็ดน้ำ แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นยาวพอประมาณ แต่ไม่ต้องหนามากเพราะจะสุกยาก เสร็จแล้วนำซอสที่แบ่งไว้แล้วมาคลุกกับเนื้อหมูให้ทั่ว หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง หรือถ้าหมักค้างคืนก็จะยิ่งเข้าเนื้อ เมื่อได้ที่แล้วนำมาเสียบในไม้เสียบลูกชิ้น โดยเสียบสับปะรดลงไปก่อน ตามด้วยมะเขือเทศ และเนื้อหมูที่หมักเตรียมไว้ จากนั้นนำลงไปย่างในเตา (ถ้าใช้เตาถ่านจะยิ่งเพิ่มกลิ่นหอม) ย่างจนเกือบสุกแล้วนำซอสบาร์บีคิวที่เหลือมาทาลงบนเนื้อหมูทั้งสองด้านแล้ว ย่างต่ออีกสักครู่ พอสุกแล้วก็มาล้อมวงกินกันได้เลย

อร่อย เคี้ยวเพลินกับ “คุกกี้เนยช็อคโกแลตชิพ”

       “คุกกี้” เป็นอีกหนึ่งเมนูอร่อยที่กินกันได้ทั้งเช้าสายบ่ายเย็น จะกินคู่กับชา กาแฟ น้ำหวาน หรือจะนำไปเป็นของฝากของกำนัล ก็น่ารักน่ากินเป็นที่ถูกใจของผู้รับเหมือนกัน “กุ๊กเล็ก” เลยมีสูตรคุกกี้อร่อยๆ มาให้ลองทำกินกันเอง กับเมนู “คุกกี้เนยช็อคโกแลตชิพ”
      
       ส่วนผสม
       แป้งอเนกประสงค์ 240 กรัม
       เนยสดชนิดจืด 200 กรัม
       น้ำตาลทราย ½ ถ้วย
       น้ำตาลทรายป่น ¼ ถ้วย
       เกลือป่น ½ ช้อนชา
       ผงฟู 1 ช้อนชา
       กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา
       ช็อคโกแลตชิพ 150 กรัม
      
       วิธีทำ เริ่มจากนำแป้งอเนกประสงค์ไปร่อนในตะแกรง แล้วผสมกับผงฟูและเกลือป่น เสร็จแล้วพักไว้ก่อน นำเนยสดออกมาวางทิ้งไว้จนนุ่ม จากนั้นนำไปใส่ในเครื่องตีแป้ง ตีเนยด้วยความเร็วปานกลางจนเนยนุ่ม จากนั้นนำน้ำตาลทรายและน้ำตาลทรายป่นผสมกัน แล้วใส่ลงในเครื่องตีแป้ง พร้อมกับใส่กลิ่นวนิลาลงไปด้วย ตีผสมกับเนยจนขึ้นฟูขาว แล้วนำแป้งที่พักไว้ใส่ลงไป ใช้ไม้พายค่อยๆ ตะล่อมคนให้เข้ากันดี เรียบร้อยแล้วใสช็อคโกแลตชิพลงไปผสม คนให้ทั่ว
      
       เตรียมถาดสำหรับนำเข้าอบ โดยใช้แปรงทาเนยลงบนถาดบางๆ ใช้ช้อนกาแฟตักคุกกี้ให้ได้ขนาดประมาณ 1 ช้อนพูนๆ แล้ววางลงบนถาดเรียงกันเป็นแถว เว้นระยะห่างระหว่างชิ้นไว้พอควร เวลาคุกกี้ขยายตัวจะได้ไม่ติดกัน เสร็จแล้วก็ยกถาดเข้าเตาอบ ตั้งไฟประมาณ 175 องศาเซลเซียส ใช้ไฟบนล่าง อบประมาณ 15 นาที หรือจนกว่าคุกกี้จะสุก (ให้คอยสังเกตดูว่าคุกกี้สีออกเหลืองนวล เพราะเตาอบแต่ละบ้านอาจจะแตกต่างกัน) เมื่อคุกกี้สุกดีแล้ว ให้วางผึ่งลมไว้จนเย็นสนิท ก่อนจะเก็บใส่กล่องหรือขวดโหล เก็บในที่แห้งและลมไม่เข้า เท่านี้ก็จะได้คุกกี้อร่อยๆ ไว้กินเล่น หรือจะใส่กล่องสวยๆ นำไปเป็นของฝากก็ได้