ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

ชวนชิม"อาหารมุสลิม"หลากรสชาติมากความอร่อย






หลาย เดือนมาแล้วนะครับที่ผมไปจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตอนนั้นผมไปงานฟู้ดแฟร์ครับ และได้มีโอกาสไปอีกเพราะเป็นวันเกิดคุณแม่สุดา เพื่อน ๆ ผมที่เป็นมุสลิมเคยบอกว่า จะชวนผมไปกินข้าวเช้าซึ่งเป็นร้านอาหารมุสลิมที่อยู่ใกล้กับจวนผู้ว่าฯ อยู่ติดกับแม่น้ำตาปีเลยครับ
   
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบกินอาหารมุสลิมครับ สำหรับเพื่อน ๆ ที่ไม่คุ้นเคยกับอาหารเช้าที่เป็นอาหารมุสลิมของภาคใต้นั้น ผมอยากจะบอกว่า ลักษณะอาหารก็เหมือนกับอาหารไทย โดยจะเป็นข้าวและก็มีกับข้าวต่าง ๆ ให้กิน แต่ข้าวแกงของเขาจะแตกต่างกับข้าวแกงของไทย เพราะว่าจะไม่มีอาหารใดเลยที่ใส่หมูครับ ส่วนความเผ็ดและความเข้มข้นก็ไม่เท่าไหร่ครับ
   
ข้าวแกงของเขาก็เหมือนกับข้าวราดแกงล่ะครับ จะกินแบบราดบนข้าวเลยหรือว่าจะสั่งกับข้าวเป็นจาน ๆ แล้วมีข้าวต่างหากก็ได้ ซึ่งเป็นอาหารเช้าที่คนมุสลิมเขากินกัน เท่าที่เห็นก็มีลักษณะคล้าย ๆ กับที่คนทั่วไปเขากินกันครับ แต่กับข้าวส่วนใหญ่แล้วจะมีไก่กับเนื้อครับ
    
ที่ผมเห็นคือ เขาเอาไก่มาทำแกงกะหรี่ไก่ หรือทำคล้าย ๆ มัสมั่นไก่ รสชาติก็ใช้ได้ครับ แต่ไม่ค่อยเข้มข้นเท่าไหร่นัก ส่วนไข่ เขาจะนำมาทำเป็น ไข่ลูกเขย และ ไข่พะโล้ไก่ อร่อยดี ทั้งสองอย่างครับ ยังมีไข่เค็มที่ยังไม่ได้ต้มแต่นำมาทอดเป็น ไข่ดาวไข่เค็ม ด้วยนะครับ ซึ่งผมชอบมากเลย
    
ที่ร้านยังมี แกงเหลืองไข่ปลา รสชาติอร่อยดีครับ ผมก้มหน้าก้มตากินไข่ปลาอย่างเดียวเลยครับ มี แกงเผ็ดเนื้อ ด้วยนะครับ ผมชิมแล้วก็พอใช้ได้ครับ เนื้อไม่เหนียวเกินไป มี แกงกะหรี่เนื้อ ด้วย เนื้อสัตว์ในอาหารของคนมุสลิมส่วนใหญ่ก็จะหนีไม่พ้นไก่กับเนื้อนะครับ
    
 เมื่อพูดถึงเนื้อไก่ พูดถึงเนื้อวัวกันแล้ว ก็ต้องพูดถึงการเอาเครื่องในมาทำอาหารกันบ้าง โดยถ้าเป็นเครื่องในไก่ก็ต้องเอาตับกับกึ๋นมาผัดกับพริก เป็นเครื่องในไก่ผัดพริก โดยผัดให้เผ็ด ๆ จะได้หอม ๆ ครับ ส่วนตับวัวก็เอามาผัดพริก หรือจะเอามาผัดกับดอกกุยช่ายก็ได้ ซึ่งอาหารที่พูดมานั้นผมกินมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วครับ
    
ยังมีของทอดด้วยนะครับ ผมมองไปมองมา มี ปลากระบอกทอดขมิ้น และยังมีปลาอื่น ๆ ตัวเล็ก ๆ เอามาหมักกับขมิ้นที่ทางใต้เขาเรียกว่า ขี้มิ่น แล้วก็เอามาหมักและทอด กินกับเครื่องเคียง ผมชอบมากเลยครับ
   
สำหรับสิ่งที่ต้องกินกับอาหารถ้าไปที่ร้านนี้ คือ น้ำชา หรือ กาแฟ โดยชาของเขาจะมีลักษณะแบบอินโดนะครับ คือ ชาจะใส่นมร้อน ๆ ไม่กินเย็นนะครับ
   
และที่ขาดไม่ได้เมื่อมาร้านนี้อีกอย่างหนึ่ง คือ โรตี ครับ เพราะผมสั่งแกงมาไม่ได้กินกับข้าวนะครับ แต่ผมกินกับโรตี โดยผมจะฉีกเป็นชิ้น ๆ แล้วจิ้มกินกับน้ำแกง โดยมากแล้วก็จะกินกับแกงเผ็ด เช่น แกงกะหรี่เนื้อ และแกงมัสมั่นไก่ อร่อยมากเลยครับ
   
ในส่วนของการทำโรตี ซึ่งทำจากแป้งสาลี นอกเหนือจากการทำโรตีแล้ว คุณตาก็จะนำมาทำ มะตะบะ ด้วยครับ คือจะใส่ไส้เข้าไป ซึ่งโดยมากจะ
เป็นไส้ไก่หรือไม่ก็ไส้เนื้อครับ คล้าย ๆ กับแพนเค้กที่ห่อ หรือไม่ก็เหมือนกับไข่ยัดไส้แต่ทำจากแป้ง เมื่อทอดได้ที่แล้ว
ก็ยกขึ้นนำมาหั่นเป็นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ เสิร์ฟกับอาจาด
   
ในส่วนของวิธีการกินนั้น คือจะต้องเอาอาจาดมากินกับมะตะบะ เพราะมะตะบะทำให้สุกโดยการทอดและยังมีแป้งเคลือบด้วยไข่อีกต่างหาก ซึ่งเป็นอาหารที่มันและเลี่ยนครับ เพราะฉะนั้นเราต้องกินอะไรที่มันเปรี้ยว ๆ เพื่อให้ปากเราสะอาดและช่วยในการย่อย เพราะฉะนั้น อาจาดซึ่งเป็นสิ่งที่มีทั้งความกรอบ ทั้งความเปรี้ยว และออกรสหวาน ๆ เล็กน้อย เวลากินเข้าไปจะช่วยสร้างความกลมกล่อมในปากของเราครับ
   
ไปกินข้าวที่ร้านนี้ ผมรู้สึกติดใจ ถ้าเป็นไปได้ผมอยากไปกินอีกเรื่อย ๆ เพราะอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมวังใต้ที่ผมพักมากเท่าไหร่นัก ทำให้บางทีเมื่อผมไปที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็จะไปกินที่ร้านนี้ เมื่อกินเสร็จก็ต้องเดินกลับ เพื่อเป็นการย่อยอาหารไปในตัวครับ แต่ถ้าใครจะขึ้นรถกลับก็ได้ แต่ผมคิดว่า เดินจะดีกว่านะครับ
   
ที่ร้านนี้ทุกสิ่งทุกอย่าง รสชาติจะไม่จัดจ้านจนเกินไปนัก แต่ว่าความอร่อยนั้นไม่ต้องพูดถึงครับ มีคนแวะเวียนเดินเข้ามาที่ร้านอย่างต่อเนื่อง การได้นั่งกินข้าวที่ร้านนี้ทำให้ผมมองว่าวัฒนธรรมการกินของพี่น้องชาวไทย ที่เป็นมุสลิมนั้นช่างทำให้ผมได้อารมณ์ในการกินเหลือเกินครับ ทำให้ผมอร่อยทุกครั้งที่ได้ไปกินอาหารมุสลิมร้านนี้
   
ถ้าใครมีโอกาสได้ไปจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็ลองมาชิมอาหารมุสลิมที่ร้านนี้ดูนะครับ ซึ่งนอกจากร้านนี้แล้ว ยังมีอีกหลายร้านนะครับ วันหน้าผมจะเขียนให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกันอีก แต่ลองแวะไปที่ร้านนี้กันก่อนนะครับ นั่งแถวริมถนนเลยครับแล้วนั่งชมแม่น้ำสะแกกรังซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับจวนผู้ว่าฯ ไปด้วย บรรยากาศดีมาก ๆ ครับ.

รีซอตโต


เครื่องปรุงนํ้าซุปเห็ด

-    นํ้ามันพืช    1    ช้อนโต๊ะ
-    หอมหัวใหญ่สับ    100     กรัม
-    แครอทสับ    50    กรัม
-    เซเลอรี่หรือตั้งโอ๋สับ    50    กรัม
-    หอยเชลล์แห้ง (แช่นํ้าแล้ว)    100    กรัม
-    เห็ดหอมแห้ง (แช่นํ้าแล้ว)    4    ดอก
-    นํ้าซุปไก่    1    ลิตร
วิธีทำ
   
1. นำหม้อตั้งไฟ ใส่น้ำมันพืชลงไปพอร้อน ใส่หอมหัวใหญ่สับ แครอทสับ เซเลอรี่หรือตั้งโอ๋สับ ผัดพอให้สลด
   
2. ใส่หอยเชลล์แห้ง และเห็ดหอมแห้งที่แช่น้ำแล้วลงไปทั้งหมดพร้อมน้ำแช่
   
3. เติมนํ้าซุปไก่ลงไป ต้มให้เดือด และลดไฟลง เคี่ยวให้งวด
   
4. กรองแยกระหว่างน้ำกับเนื้อออกจากกัน เก็บนํ้า และเนื้อหอยเชลล์กับเห็ดหอมพักไว้ (เนื้อหอยเชลล์และเห็ดหอมต้องแช่อยู่ในน้ำที่เคี่ยวไว้นิดหน่อย
เพื่อให้มีความชุ่มชื่น)
เครื่องปรุงรีซอตโต
-    เนยจืด    50    กรัม
-    หอยเชลล์สด    50    กรัม
-    หอมหัวใหญ่สับ    50    กรัม
-    ข้าวอาร์โบริโอ    397    กรัม
-    ไวน์ขาว    1    ถ้วยตวง
-    นํ้าซุปเห็ด    1    ลิตร
-    เกลือป่น                            พอประมาณ
-    พริกไทยป่น                            พอประมาณ
-    เห็ดหอมแห้งตุ๋น                          ตามต้องการ
-    หอยเชลล์แห้งตุ๋น                         ตามต้องการ
-    ทรัฟเฟิล ออยล์                           ตามต้องการ
วิธีทำ
   
1. นำกระทะใส่เนยจืดตั้งเตาให้ร้อน
   
2. นำหอยเชลล์สด ลงไปนาบให้พอเหลืองทั้งสองด้าน ตักออกใส่จานพักไว้
   
3. ใส่หอมหัวใหญ่สับ ผัดให้หอม ใส่ข้าวรีซอตโต ลงไป ผัดให้เป็นไต ใส่ไวน์ขาวลงไป ผัดให้เข้ากัน
   
4. ค่อย ๆ เติมนํ้าซุปเห็ดลงไป คนให้เข้ากัน ต้มให้เดือด แล้วลดไฟลง คนต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งน้ำซุปเกือบแห้ง จึงเติมน้ำซุปลงไปอีกจนหมด คนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งข้าวสุกเป็นไต
   
5. ปรุงรสด้วย เกลือป่น พริกไทยป่น คนให้เข้ากัน ข้าวจะเป็นลักษณะแฉะมาก ๆ
   
6. ใส่เห็ดหอมแห้ง และหอยเชลล์แห้งที่แช่ไว้ในนํ้า ลงไปผัดให้เข้ากัน และใส่หอยเชลล์สดที่นาบไว้ลงไปในส่วนผสมของข้าว คนให้ส่วนผสมพอเข้ากัน ปิดไฟ
   
7. ตักข้าวรีซอตโตใส่จาน แต่งหน้าด้วยหอยเชลล์สด ราดด้วยน้ำซอสหอยเชลล์และเห็ดหอมแห้งตุ๋นที่เตรียมไว้ ราดด้วยทรัฟเฟิล ออยล์ เสิร์ฟทันที
เครื่องปรุงหอยเชลล์และเห็ดหอมแห้งตุ๋น
-    นํ้าซุปเห็ดหอมและหอยเชลล์แห้ง    2   ถ้วยตวง
-    เกลือป่น                            พอประมาณ
-    พริกไทยดำบดสด                             พอประมาณ
วิธีทำ
    ในภาชนะสำหรับเข้าไมโครเวฟ ใส่นํ้าซุปเห็ดหอมและหอยเชลล์แห้ง เกลือป่น ปิดพลาสติกแรป นำเข้าอบในเตาไมโครเวฟ ประมาณ 10 นาที เพื่อให้ซอสข้นขึ้น.

การชิมอาหารมุสลิม

   
อาทิตย์นี้ผมจะขอพูดถึงการชิมอาหารมุสลิม ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการกินที่แตกต่างจากคนไทยในเชื้อสายอื่นโดยปริยาย เพราะว่าเป็นอาหารที่ปราศจากเนื้อหมู คือ จะไม่มีเนื้อหมูอยู่ในอาหารเลย และได้รับอิทธิพลของแขกเข้ามาผสมผสานด้วย ไม่ว่าจะเป็นทั้งแขกขาวและแขกอินเดีย
   
โดยคนมุสลิมหรือคนอิสลามนั้น เขาจะมีอาหารประจำศาสนาหรือประจำชาติ รวมทั้งคนที่เป็นเชื้อสายนี้ คือ อาหารจำพวกโรตีหรือมะตะบะ ซึ่งอาหารทั้งสองอย่างนี้ คือเสน่ห์ของอาหารมุสลิม โดยจะต้องกินให้เป็นด้วยนะครับ เพราะเท่าที่ผมเห็นนั้นในส่วนของโรตี คนไทยจะเอามาใส่น้ำตาล ใส่นมข้น แล้วเอาไปม้วน การทำในลักษณะเช่นนี้ก็เป็นการกินอีกแบบหนึ่งนะครับ ที่คนไทยนิยมกินกัน
   
สำหรับ โรตีที่ดีนั้น เมื่อทอดเสร็จแล้วจะต้องฟู โดยคนทอดจะต้องทอดให้เป็น และโรตีที่ดีนั้นจะต้องหอมเนยซึ่งสมัยนี้เนยมีราคาแพง เขาจึงใช้มาการีนแทนกัน ซึ่งรสชาติและกลิ่นอาจจะสู้เนยไม่ได้แต่ก็สามารถนำมาใช้แทนเนยได้ กินได้เหมือนกัน
   
การกินโรตีที่ถูกต้องและได้รสชาติที่อร่อย จะต้องกินให้เป็นนะครับ คือ เมื่อได้โรตีที่เพิ่งทอดมาสด ๆ ใหม่ ๆ แล้วจะต้องฉีกเป็นชิ้น ๆ แล้วใช้นิ้วมือหยิบเพื่อนำชิ้นโรตีไปจิ้มกับน้ำแกงกิน หรือไม่ก็เอาโรตีไปช่วยหยิบชิ้นเนื้อ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อไก่หรือเนื้อวัวที่นำมาทำเป็นกะหรี่ โดยจะกินโรตี
แทนข้าวครับ
   

ส่วนวัฒนธรรมการกินมะตะบะผมได้บรรยายไว้ด้านบนแล้วว่าทำไมต้องกินมะตะบะกับ อาจาด เพราะจะได้ช่วยล้างปากและช่วยเราย่อยด้วยครับ ซึ่งที่ผมกล่าวมานั้น คือ หัวใจการกินของอาหารอิสลามในบางอย่างครับ.

หมึกแดง
www.mcdangguide.com

ลิ้มรส'สลัด'สดกรอบอร่อยหวานชื่นใจน้ำปั่นหลากสไตล์


เมื่อ สองเดือนที่แล้วผมขึ้นไปพักผ่อนและไปเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่มาครับ โดยมากแล้วเมื่อผมไปก็จะพักที่บ้านแสนดอยซึ่งเป็นโรงแรมของพี่สาวผม และเมื่อไปจังหวัดเชียงใหม่ทีไรพี่สาวของผมก็จะพาไปทานอาหารที่อร่อย ๆ หรือไม่ก็เป็นอาหารที่ดีและมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะตอนนี้ผมพยายามที่จะลดน้ำหนักครับ ผมลดลงมาได้ 7-8 กิโลกรัมแล้ว และผมก็มีความรู้สึกว่า เมื่อน้ำหนักลดลงแล้วผมมีความคล่องแคล่วขึ้นพี่สาวผมก็เลยพาผมไปกินอาหารที่ ร้านที่มีชื่อว่า เดอะ สลัด คอนเซปต์ เรสเตอรองต์ ที่ถนนนิมมานเหมินท์ครับ

ร้านนี้ตอนเปิดแรกๆเป็นร้านเล็กๆครับ แต่หลังจากที่มีผู้คนเข้ามากินกันเป็นจำนวนมาก ก็เลยขยายร้านออกไปเนื่องจากเป็นที่ของตัวเองอยู่แล้ว โดยมีบ้านที่พักอาศัยอยู่ด้านหลัง

ร้านอาหารร้านนี้ เป็นร้านสลัดโดยเฉพาะเลยนะครับ แต่ความจริงแล้วก็ยังมีของกินอย่างอื่นให้กินด้วย แต่ว่า สลัด และน้ำปั่นเพื่อสุขภาพ รวมทั้งสินค้าที่เป็นของบำรุงสุขภาพจะเป็นสินค้าหลักของที่ร้านนี้เลยครับ


ที่นี่มีเมนูให้เลือกหลายอย่างด้วยกันครับ เมื่อเข้าไปในร้านแล้วจะเห็น สลัดบาร์ ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสลัดบาร์ที่เอาผักทุกชนิดมาเตรียมไว้เพื่อรองรับความต้องการของ ลูกค้าว่าจะใส่อะไรบ้าง จะใส่ผักหรือใส่ถั่วก็สามารถเลือกได้ตามความชอบครับ

โดยผักสลัดส่วนมากจะมาจากโครงการหลวง และเป็นผักออร์แกนิกด้วยนะครับ ซึ่งความจริงแล้วผักสลัดไม่ใช่ของที่ถูกนะครับ ยิ่งหน้าฝนหรือหน้าร้อน ผักสลัดจะปลูกยากและราคาสูงพอสมควร แต่สำหรับร้านนี้ราคาไม่แพงอะไรมากนักนะครับ

ใครต้องการอะไรจะมีบอร์ดให้ดูเลยนะครับว่า เมนูที่ร้านมีอะไรบ้าง หรือจะอ่านเมนูที่โต๊ะก็ได้ สำหรับผมเดินไปอ่านเมนูในกระดานครับ เขียนไว้สวยงามเลยครับ ผมชอบบรรยากาศร้านนี้มาก เป็นร้านที่นั่งสบาย ๆ เป็นกันเองดีครับ


ที่ร้านมีหนุ่มๆสาวๆนักศึกษาที่รักสุขภาพมานั่งทานอาหารที่ร้านนี้กันหลาย โต๊ะครับ ที่ผมเห็น พวกเด็กๆ จะชอบสั่ง น้ำปั่น มากินกัน น้ำปั่นที่นี่มีอยู่หลายชนิดด้วยกันครับ มีน้ำปั่นที่ใส่พืชผักอะไรต่าง ๆ ด้วยนะครับ ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ครับ เช่น น้ำบีทรูทปั่น และยังมีน้ำปั่นอีกหลายอย่างครับ ผมคงพูดได้ไม่หมด ต้องลองไปชิมกันดูและไปถามเขาเองนะครับว่ามีอะไรให้ลองชิมบ้าง


มาพูดถึงอาหารกันบ้าง อาหารส่วนใหญ่จะเป็นสลัดครับ มีทั้ง สลัดไก่ และสลัดต่าง ๆ โดยสลัดของที่นี่จะเป็นอาหารจานหลักได้เลยนะครับ ที่ผมสั่งมาทานเป็นสลัดแต่ก็มีเนื้อสัตว์นิดหน่อย เป็นสลัดเนื้อย่าง เสิร์ฟแบบเย็นๆ มาเลยนะครับ ที่นี่เขาเลือกน้ำสลัดได้ด้วยนะครับ มีทั้งน้ำสลัดญี่ปุ่น หรือจะเป็นน้ำสลัดครีม ที่จริงผมไม่ชอบน้ำสลัดครีมเท่าไหร่ อย่าง น้ำสลัดเธาซันไอส์แลนด์ เพราะว่าทำจากไข่และตีให้เป็นครีมขึ้นมา ซึ่งมีทั้งไขมันและน้ำมันอยู่มาก แต่ที่ผมชอบ คือ น้ำสลัดญี่ปุ่น

อาหารที่ร้านนี้ ยังมีเมนูประจำวันด้วยนะครับ ซึ่งวันที่ผมไปนั้น เป็นปลาชุบแป้งทอดเสิร์ฟกับสลัดมัน และต้องบอกเพื่อนๆ ว่าราคาไม่แพงครับ และเป็นอาหารที่ไม่เป็นโทษต่อร่างกายของเราด้วยนะครับ เพราะมีผักเป็นส่วนประกอบของอาหารเกือบทั้งจานเลยก็ว่าได้ ผมก็เลยโผเข้าหาเลยครับ

ส่วนของหวาน ผมไม่รู้จะทำอย่างไรดี เพราะว่าเขามีขนมหลายชนิด แต่ขนมเขาไม่ได้ทำเองนะครับ รับมาจากที่อื่น มี แอปเปิ้ล  ครัมเบิ้ล เค้กช็อกโกแลต และอะไรต่างๆ อีกหลายอย่างครับ เมื่อผมเห็นแล้วต้องพยายามยับยั้งตัวเองให้ได้ครับ แต่ผมก็ได้ลองชิมเค้กช็อกโกแลต ไปนิดหนึ่ง อร่อยใช้ได้ครับ

การทานสลัดเพื่อรักษาสุขภาพเป็นเรื่องที่ดีนะครับ ร้านนี้จึงเป็นอีกร้านหนึ่ง ถ้าเพื่อนๆ ไปจังหวัดเชียงใหม่ ก็ลองแวะไปชิมกันดู อาหารเขาสดใหม่และสะอาดดีครับ ต้องลองไปชิมดู


ผมขอเล่าถึงร้านนี้ให้ฟังเล็กน้อยว่า แนวคิดที่เกิดขึ้นของร้านนี้ คือลูกๆ ของเจ้าของร้าน รวมทั้งตัวเจ้าของร้านเองด้วย ซึ่งท่านเป็นคนไม่ค่อยสบาย มีโรคประจำตัว เลยเปลี่ยนวิธีการกินหันมาบริโภคสลัดและอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ทำให้ร่างกายไม่มีสารพิษ ปรากฏว่าท่านก็หายจากโรคที่เป็น และตอนนี้สบายดี ร่างกายแข็งแรงขึ้น จึงทำให้ลูกๆ มีแนวคิดในการทำร้านอาหารขึ้น จึงเปิดร้านนี้ขึ้นมาและก็ประสบความสำเร็จพอสมควรครับ มีผู้คนให้ความสนใจเข้ามาทานกัน และราคาก็ไม่แพง ไม่ต้องเสียค่าเช่าที่ เพราะเป็นที่ของตัวเอง


เพราะฉะนั้นอย่าลืมแวะไปลองชิมกันดูนะครับ.


.............................................................................


เข้าครัวกับหมึกแดง:สตูหมูเปรี้ยวหวานกะหล่ำมะม่วง


เครื่องปรุง


-นํ้ามันมะกอก                    1/4      ถ้วยตวง

-ไหล่หมูหั่นเต๋าใหญ่          300    กรัม


-เบคอนซอย                      100    กรัม


-หอมหัวใหญ่สับ                    2    ช้อนโต๊ะ


-กะหล่ำม่วงซอย                200    กรัม


-นํ้าส้มจากไวน์แดง             1/4    ถ้วยตวง


-แยมผิวส้ม                          1/4    ถ้วยตวง


-นํ้าตาลทรายแดง                   2    ช้อนโต๊ะ


-เกลือป่น                           พอประมาณ


-พริกไทยดำบดสด             พอประมาณ


-ใบกระวาน                          2–3    ใบ


-มันฝรั่งสไลซ์บาง ๆ                  3    หัว


-เกลือป่น                            พอประมาณ


-เนยละลายแล้ว                   1/4    ถ้วยตวง


-เกล็ดขนมปังป่น                     1    ถ้วยตวง


วิธีทำ


1. นำกระทะตั้งเตาให้ร้อน ใส่น้ำมันมะกอกลงไปพอร้อน


2. ใส่ไหล่หมูหั่นเต๋าใหญ่ลงไปนาบให้ข้างนอกเหลือง ตักออกพักไว้


3. ในกระทะเดียวกัน ใส่เบคอนซอยลงไปผัดพอหอม ใส่หอมหัวใหญ่สับ ผัดให้เข้ากัน


4. ใส่กะหลํ่าม่วงซอยลงไปครึ่งหนึ่ง (กะหล่ำม่วงที่คลุกในชามผสมกับน้ำส้มจากไวน์แดงจะได้ไม่ดำ) ผัดพอผักสลด แล้วเติมกะหล่ำม่วงส่วนที่เหลือลงไป ผัดให้เข้ากัน


5. ปรุงรสด้วย แยมผิวส้ม นํ้าส้มจากไวน์แดง น้ำตาลทรายแดง เกลือป่น พริกไทยดำบดสด ผัดให้เข้ากัน


6. เทหมูที่นาบกระทะไว้ลงไป ผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่ใบกระวาน ตั้งไฟให้เดือด


7. เทส่วนผสมที่ได้ลงในถาดอบ แล้วเรียงมันฝรั่งสไลซ์บางๆ ไว้ลงบนหน้า  สตู โรยหน้าด้วยเกลือป่น พริกไทย ให้ทั่วและทาด้วยเนย


8. อุ่นเตาอบไว้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส


9. ปิดหน้าด้วยกระดาษฟอยล์ นำเข้าเตาอบ ใช้เวลาอบประมาณ 45 นาที จึงเปิดฟอยล์ออก แล้วโรยหน้าอีกครั้งด้วยเกล็ดขนมปังป่น และเนยละลายแล้ว


10. นำถาดอบเข้าอบอีกครั้งให้หน้าเหลือง ใช้เวลาประมาณ 20 นาที หรือจนกระทั่งสุก


11. ตักสตูหมูเปรี้ยวหวานใส่จานเสิร์ฟร้อน ๆ หรือให้เสิร์ฟกันเองจากถาด.

............................................................................................


ชิมให้เป็น:วัฒนธรรมการชิมสลัด


วัฒนธรรมการชิมสลัดนั้น เป็นวัฒนธรรมการกินของฝรั่งเขานะครับ คนไทย เรียกสลัดว่า ยำ ซึ่งโดยมากแล้ว ยำของเรานั้นจะเสิร์ฟในอุณหภูมิของห้อง หรืออาจจะเป็นอาหารที่ทำให้เกิดความร้อนขึ้นมาบ้าง อย่าง ลาบ จะต้องเสิร์ฟร้อนเล็กน้อย


ในส่วนของความแตกต่างระหว่างสลัดฝรั่งกับยำของไทยก็คือ ผักสลัดต้องเย็นและวัตถุดิบต้องกรอบ ในขณะที่น้ำสลัดของเขานั้นมี 2 แบบ คือ น้ำสลัด ที่เป็นครีม กับแบบน้ำสลัดใสแต่จะเห็นได้ว่าแตกต่างกับน้ำสลัดของไทยโดยปริยายเลยครับ เพราะว่าน้ำสลัดของไทยไม่มีน้ำมัน แต่น้ำสลัดของฝรั่งจะมีน้ำมันทุกชนิดเลยครับ


ซึ่งตรงนี้ เป็นหลักการและกฎเกณฑ์ของการทำน้ำสลัดของฝรั่งเขาครับ และวิธีการกินก็เช่นเดียวกันนะครับ จะเสิร์ฟแบบเย็นๆ ทุกอย่างเย็นหมดเลยครับ น้ำสลัดก็เย็น และที่ประหลาดที่สุด คือ ถ้าเราจะกินเราต้องใส่น้ำสลัดไม่อย่างนั้นผักสลัดจะเซ็ง ไม่กรอบ และไม่อร่อยครับเช่นเดียวกับอาหารไทยครับ เวลายำแล้ว ปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องกินเดี๋ยวนั้นเลย ไม่อย่างนั้น ไม่อร่อยครับ ฉะนั้นเราต้องเข้าใจวิธีการกินของฝรั่งและน้ำสลัดของฝรั่งด้วยว่า น้ำสลัดของฝรั่งจะไม่หวาน แต่จะมีเปรี้ยว มีรสเค็ม  ตามหลักแล้วรสชาติสลัดของฝรั่งจะต้องมีรสเปรี้ยวนำมาก่อนเลยครับ ตามด้วยรสเค็ม ส่วนความหอมนั้น แล้วแต่คนทำครับ เพราะฉะนั้นชิมให้เป็นต้องรู้ว่าสลัดและน้ำสลัดต้องเย็นเสมอไป ถึงจะอร่อยและกรอบในปากครับ.

หมึกแดง
www.mcdangguide.com

http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=486&contentID=149563

'ปูผัดผงกะหรี่' รสกลมกล่อมหอมชื่นใจหม้อไฟปลาเก๋า


สัดาห์ ที่แล้วผมกำลังเตรียมตัวจะออกเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกา ปลายอาทิตย์ผมก็เลยเรียนเชิญคุณพ่อไปรับประทานอาหารที่ร้านของเพื่อนสนิท ซึ่งอยู่หลังพาราไดซ์พาร์ค ถนนศรีนครินทร์ แต่ต้องเข้าไปในซอยนะครับ ชื่อว่าร้าน บ้านรับรอง เขาเปิดร้านนี้ขึ้นมา เพื่อรับรองลูกค้าหลากหลาย ทั้งเพื่อน ๆ และลูกค้าทั่วไป ให้ได้ไปกินอาหารอร่อย ๆ กัน
    
ร้านนี้เป็นร้านที่ทำอาหารได้อย่างประณีตและอร่อยครับ อาหารที่ร้านนี้ไม่ได้จัดจ้านหรือเป็นอาหารคนขี้เมาอย่างที่ผมชอบนะครับ ผมจึงได้พาคุณพ่อมารับประทาน ร้านนี้เป็นร้านที่เหมาะสำหรับพาครอบครัวและญาติมิตร รวมทั้งแขกบ้านแขกเมืองไปกินกัน เพราะอาหารที่เขาทำนั้น รสชาติไม่เผ็ดจนเกินไป
    
คุณพ่อและผมไปถึงที่ร้านตั้งแต่ห้าโมงเย็นและอยู่ที่นั่นจนกระทั่งถึงสาม ทุ่ม นั่งคุยกันไป ชิมกันไป อร่อยมากครับ ที่นี่มีทั้งครัวไทย ครัวจีนและครัวทะเลครับ ซึ่งเป็นครัวที่ใหญ่เหลือเกิน และเขาก็สามารถทำอาหารได้ดีนะครับ สถานที่ก็น่านั่งสมกับชื่อร้าน เหมาะที่จะเป็นสถานที่รับรองแขก แถมยังมีห้องส่วนตัวที่สามารถรับรองคนจำนวนมากได้ด้วยนะครับ
   
เมื่อไปถึง เราก็สั่งอาหารกินเล่นมากินกันก่อน ซึ่งเป็นอาหารกินเล่นของคนไทยสมัยโบราณแท้ ๆ เลยครับ ก็คือ ข้าวตังหน้าตั้ง ผมดีใจที่ข้าวตังของร้านนี้ไม่ได้เป็นแผ่นกลม ๆ เพราะสมัยนี้เขาจะทำกันเป็นแผ่นกลม ๆ กันหมด ทำให้ข้าวตังแบบดั้งเดิมจริง ๆ หากินยากครับ แต่ที่นี่เขาทำเป็นข้าวตังพิเศษ โดยเขาจะทอดให้กรอบ และส่วนของ หน้าตั้งนั้น รสชาติกลมกล่อมครับ อาจจะเค็มน้อยไปนิดหนึ่งสำหรับคุณพ่อและผม เพราะเรา 2 พ่อลูกเป็นคนกินเค็มและรสจัด แต่ก็นั่งกินกันไปเรื่อย ๆ นะครับ
   
หลังจากนั้น มี ไส้กรอกอีสาน ที่เขาทำเอง ไม่เปรี้ยวจนเกินไปครับ หอมฟุ้งเลยตอนที่เขาเดินมาเสิร์ฟให้พวกผมกิน พอกินไส้กรอกอีสานเสร็จ ยังมีของกินเล่นอีกครับ เป็น กระทงทอง  สำหรับอาหารประเภทนี้เขาทำแบบสมัยใหม่ครับ คือ ใส่ถั่วลันเตา ใส่แครอทหั่นเป็นลูกเต๋าและใส่เนื้อไก่หรือเนื้อหมูบดเข้าไปด้วย ความจริงแล้ว ผมอยากให้เขาทำกระทงทองแล้วใส่ไส้ลาบปลาทูน่า หรือยำปลาทูน่าเข้าไปในกระทงทองด้วยจะอร่อยมาก
   
พอถึงเวลาที่จะกินอาหารหลักกันแล้ว เขาเอาซุปมาให้คุณพ่อผมกินก่อน จากนั้นคุณพ่ออยากรับประทานอะไรที่นุ่ม ๆ ก็เลยมี ต้มข่าไก่ มาให้กิน รสชาติดี ไม่เข้มข้นจนเกินไปนัก แต่ขาดไปอย่างเดียว ก็คือ พริกบุบ ครับ ผมก็เรียนกับคุณพ่อไปว่า ถ้าเป็นฝรั่งมากิน เขาคงไม่อยากได้พริกบุบ แต่ถ้าเป็นคนไทยคงอยากได้พริกบุบใส่เข้าไปเพื่อจะได้รสชาติที่จัดจ้านขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้ผมก็บอกเขาไป รู้สึกว่าคนทำกับข้าวจะไม่เข้าใจว่าพริกบุบคืออะไร ความจริงแล้ว ก็คือ เอาพริกขี้หนูมาบุบด้วยมีดอีโต้และก็ใส่เข้าไปในน้ำแกงนั่นเองครับ
   
จากนั้น เขาก็มีปูสด ๆ มาให้กิน เป็น ปูผัดผงกะหรี่ ซอสผงกะหรี่ของเขาไม่จัดจ้านมากครับ อร่อยมาก หวานกำลังพอดี เค็มพอดี รสชาติกลมกล่อมดีครับ แต่สำหรับผมแล้วต้องให้จัดจ้านกว่านี้ เพราะผมเป็นคนชอบกินอาหารรสจัด
   
ตามมาด้วย กุ้งผัดสะตอ สำหรับอาหารจานนี้ที่ร้านนี้เขามีพริกกระเทียมแล้วปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ แล้วก็น้ำส้มมะขามเปียก น้ำปลา ซึ่งถ้าเป็นผม ผมคงจะผัดกับกะปิ แต่ที่นี่มีแขกบ้านแขกเมืองมากินด้วยทำให้ที่ร้านต้องทำแบบนี้ เพราะลูกค้าบางคนไม่ชอบกลิ่นกะปิ หรือบางคนไม่ชอบกินกะปิ แต่ผมคิดว่า ควรผัดกับกะปิจะทำให้อร่อยกว่านี้ แต่ผัดแบบที่ร้านนี้ก็อร่อยไปอีกแบบหนึ่งนะครับ
   
ส่วน กุ้งย่าง เขาย่างได้ดีมากเลยครับ ยังมีสีชมพูอยู่ตรงกลาง และยังมีความกรอบอยู่ กินกับน้ำจิ้ม อร่อยมากเลยครับ ตรงมันกุ้งที่หัวของกุ้งนั้น เอามาคลุกกับข้าวอร่อยมากครับ ใส่น้ำจิ้มลงไปนิดหนึ่ง ได้รสชาติที่ดีเลยครับ
   
มี ขนมจีนกับแกงไตปลา มาให้กินด้วย ซึ่งเป็นแกงไตปลาของทางกรุงเทพฯ ไม่ใช่แกงไตปลาของทางใต้ ซึ่งที่ปักษ์ใต้เขาจะเรียกว่า แกงขี้ปลา โดยจะไม่มีผักอยู่ในนั้นเลย รสชาติจะเผ็ดและมีความเข้มข้นมากครับ แต่ว่าที่นี่ทำตามแบบไทยภาคกลาง ก็ดีครับ
   
มี ไก่ห่อใบเตย จัดมาสวยงาม ผมอยากให้เขาใส่รากผักชี กระเทียม พริกไทย ตอนที่เขาหมักมากกว่านี้ จะได้มีความฉุนและความหอมมากขึ้น ส่วนซี่โครงหมูรมควันย่าง เป็นของโปรดของผม ผมอยากให้เขาเสิร์ฟกับแจ่ว จิ้มกินจะอร่อยมากครับ เพราะ ซี่โครงหมูรมควันย่างของเขารสชาติหวาน ๆ เค็ม ๆถ้าได้จิ้มแจ่วจะช่วยเพิ่มรสชาติให้อร่อยมากยิ่งขึ้น มี ยำขมิ้นขาว มาให้ด้วยครับ ซึ่งมีรสชาติช่วยตัดความเลี่ยนของตัวซี่โครงหมูได้ดีครับ
   
หลังจากนั้น ก็หาอะไรที่เป็นน้ำ ๆ มากิน ที่นี่เขามีหม้อไฟด้วยครับ และวันนั้นผมก็ได้กิน หม้อไฟปลาเก๋า ซึ่งมีพริกไทยดำลอยอยู่ในหม้อด้วย รสชาติหอมหวลชวนกินดีครับ ส่วนปลาเก๋าของเขาใส่เกลือมาอยู่บนน้ำแข็ง และมีผักและเห็ด รสชาติดี แต่ผมอยากให้เขาใช้พริกไทยบดมากกว่าแทนที่จะเป็นพริกไทยเม็ด เพราะว่าจะไม่มีความฉุนและไม่มีความร้อน
   
จากนั้น เป็นของหวาน มีหลายอย่างครับ มี รวมมิตรน้ำแข็งไส และรวมมิตรไอศกรีม คุณพ่อของผมกินรวมมิตรน้ำแข็งไสและรวมมิตรไอศกรีมและจ้ำบ๊ะ ทุกคนก็ไม่เข้าใจว่าจ้ำบ๊ะ คือ อะไร ซึ่งก็คือ ขนมปังราดด้วยน้ำแดง อาจจะใส่ลูกชิดหรืออะไรต่าง ๆ แล้วเอาน้ำแข็งบดใส่แล้วราดด้วยนมข้นครับ
   
ผมขอเชิญเพื่อน ๆ แวะไปลองชิมที่นี่กันดูนะครับ นี่ก็ใกล้จะถึงวันแม่แล้ว พาเพื่อน พาญาติและพาครอบครัวไปรับประทานอาหารที่นุ่มนวลและก็ไม่ค่อยเผ็ด เด็ก ๆ คงกินร้านนี้ได้ดี ถ้าเด็กกินกับผมก็คงจะบอกว่า เผ็ดเหลือเกิน รสจัดเหลือเกิน แต่ที่นี่เขาทำอาหารได้รสชาติที่นุ่มนวลครับ.

......................


เข้าครัวกับหมึกแดง : ปลาย่างซอสเทอริยากิ


เครื่องปรุงหมักปลา


-    ขิงสับ    1    ช้อนโต๊ะ


-    ตะไคร้ซอย    1    ต้น


-    ซอสเทอริยากิ    140    กรัม


-    นํ้าเปล่า    1    ถ้วยตวง


-    ซีอิ๊วญี่ปุ่น    1/4    ถ้วยตวง   


-    นํ้าตาลทราย    1    ช้อนโต๊ะ


-    เนยละลายแล้ว    1/4    ถ้วยตวง


-    ปลาแซลมอนทั้งชิ้น    300    กรัม


-    ตะไคร้หั่นฝอยทอดกรอบ    สำหรับโรยหน้า


-    ตะไคร้ทั้งต้น        สำหรับเสิร์ฟ


-    มะนาวหั่นเสี้ยว    1    ลูก


-    ข้าวญี่ปุ่นหุงสุกแล้ว    สำหรับเสิร์ฟ


วิธีทำ

   
1. โขลกขิงสับ และตะไคร้ซอยให้ละเอียด
   
2. ใส่ซอสเทอริยากิลงไป โขลกให้เข้ากัน
   
3. เทซอสลงในหม้อ แล้วเติมน้ำเปล่า ซีอิ๊วญี่ปุ่น นํ้าตาลทราย และเนยละลายแล้วลงไป คนให้เข้ากัน
   
4. นำหม้อตั้งเตาให้ร้อนและเดือด ลดไฟลงเคี่ยวพองวด
   
5. ยกออกจากเตาพักไว้ พักไว้ให้เย็น
   
6. ในชามผสม ใส่น้ำหมัก และปลาแซลมอนลงไปผสมให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ค้างคืน
   
7. เปิดกระทะย่างให้ร้อน นำปลาแซลมอนหมักลงไปย่างให้ข้างนอกเหลือง แต่ด้านในยังเป็นสีชมพูอยู่
   
8. ตักปลาย่างที่สุกแล้ววางลงในจาน เสียบด้วยต้นตะไคร้ ราดด้วยซอสเทอริยากิ โรยหน้าด้วยตะไคร้ซอยทอดกรอบ เสิร์ฟกับมะนาวหั่นเสี้ยว และข้าวญี่ปุ่น.

......................


ชิมให้เป็น : การย่างกุ้ง


ชิมให้เป็นวันนี้จะพูดถึงเรื่องการเผากุ้ง สำหรับกุ้งย่างนี้ความอร่อยอยู่ที่ตรงไหน เพื่อน ๆ ทราบกันหรือเปล่าครับ ถ้าใครไม่ทราบผมจะบอกให้ว่า ความอร่อยอยู่ที่กุ้งนั้นจะต้องสด ที่เมืองนอก กุ้งพวกนี้หรือล็อบสเตอร์จะไม่ขายกันถ้าตายแล้ว เขาจะขายกันเป็น ๆ เท่านั้น เพราะจะมีความหวาน และจะกรอบ อร่อย เมื่อนำมาย่าง

    
อีกเรื่องหนึ่ง เวลาเอาไปย่างจะย่างไฟแรง ๆ ก็ได้นะครับ ไม่เป็นไร แต่ว่าสิ่งที่ควรจะทำเป็นอย่างยิ่ง คือ ต้องย่างให้กุ้งพอสุกเท่านั้น อย่าย่างไฟอ่อน ๆ จนกระทั่งกุ้งสุกไปหมด เพราะจะทำให้เนื้อที่ขาว ๆ กลายเป็นเนื้อที่แข็งกระด้างและก็เหนียว เวลาเรากินเข้าไป
    
 เพราะฉะนั้น เวลาย่างต้องย่างให้เป็นนะครับ ถ้าย่างเป็นแล้ว โดยที่กุ้งไม่สุกจนเกินไปนัก ก็จะได้กินกุ้งที่กรอบ และยิ่งถ้าได้กุ้งที่สด เนื้อกุ้งที่ย่างเสร็จแล้วก็จะหวานเวลาเราเคี้ยวก็จะได้รสชาติที่อร่อยและ ไม่เหนียว เวลากินกุ้งย่างก็ต้องกินให้เป็นนะครับ จะได้รู้ว่าร้านที่เราไปกินนั้น ย่างกุ้งเป็นจริงหรือเปล่าอย่างไรล่ะครับ.

หมึกแดง

www.mcdangguide.com

http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=486&contentID=153661 

หอมชวนชิม 'แกงส้มชะอมไข่' อร่อยเด็ดปลาทับทิมทอดสมุนไพร

วันศุกร์ ที่ 05 สิงหาคม 2554 เวลา 0:00 น

เดือน ที่แล้วผมได้ไปถ่ายทำรายการโทรทัศน์ที่จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนี้มีอะไรดี ๆ เยอะมากครับ แล้วก็ได้ไปพักที่รีสอร์ทที่มีเจ้าของเดียวกันถึงสองรีสอร์ท ที่แรก เรียกว่า สตาร์เวล บาหลี รีสอร์ท ซึ่งอยู่ชานเมืองของตัวเมืองโคราชและเป็นบังกะโล ไม่หรูหราจนเกินไป น่ารักดีครับ ส่วนอาหารการกินไม่ต้องพูดถึง เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่า ผมกินอะไรไปบ้าง
   
ส่วนอีกที่หนึ่ง คือ สตาร์เวล การ์เด้น โฮม รีสอร์ท เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของรีสอร์ท เพราะว่าที่นี่มีบังกะโล มีแบบเป็นตึก และก็มีสถานที่ที่ใช้ประชุมและสัมมนาได้ด้วย รีสอร์ทแห่งนี้อยู่ที่วังน้ำเขียวครับ บรรยากาศดีมาก จนผมคิดว่าตัวผมอยู่ที่เมืองนอก ส่วนอาหารยิ่งอร่อยใหญ่เลยครับ
   
เอาเป็นว่า ผมขอคุยเรื่องอาหารทั้งสองแห่งให้ฟังเลยนะครับ สิ่งแรกที่ผมได้กินที่ สตาร์เวล บาหลี รีสอร์ท ซึ่งผมได้ไปพักที่นั่นขณะไปถ่ายทำรายการ ผมฝากท้องกับที่นี่ทั้งข้าวกลางวันและข้าวมื้อค่ำเลยครับ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ท่านให้เกียรติร่วมรับประทานอาหารและร่วมถ่ายทำกับผมด้วยครับ
   
ในวันนั้นสนุกกันมากพอสมควร สำหรับอาหารมื้อค่ำมีทั้งอาหารไทยและอาหารจีน เช่น กุ้งแก้วครีมสลัด ก็คือ เอากุ้งไปชุบแป้งทอดนะครับแล้วนำมาผสมกับน้ำสลัด ซึ่งน้ำสลัดนั้น ก็คล้าย ๆ กับมายองเนส เป็นแบบจีนและก็จะมีผลไม้ที่หั่นเป็น  ชิ้น ๆ ผสมเข้าไปด้วย
   
เมื่อกินเข้าไปแล้วรู้สึกชุ่มคอและชื่นใจจริง ๆ ครับ เขาทำได้ดีจริง ๆ เลยครับ ตัวกุ้งทอดได้ไม่แข็งจนเกินไป แสดงว่าเขาทอดไม่นานจนเกินไปครับ เพราะยังกรอบและยังมีความหวานของกุ้งอยู่ แล้วเพิ่มความหวานด้วยสลัดครีมเข้าไปอีก ยิ่งทำให้อาหารจานนี้หวาน ๆ กรอบ ๆ อร่อยดีครับ
   
จานต่อมาเป็น 8 นางฟ้ากับ 1 มังกร ครับ ความจริงแล้วก็คือ ยำผลไม้นั่นเองครับ นางฟ้าก็คือ ผลไม้กับผักทั้งหลายครับ ส่วนมังกรก็คือ เนื้อสัตว์ครับ เขาทำได้ดีมากเลยครับ ทั้งผลไม้และผัก สด กรอบอร่อย
   
แต่ที่ผมชอบมากเลย อย่าว่ากันนะครับ เพราะผมเห็นเมื่อไร ผมจะต้องกระโดดเข้าหาทันที นั่นก็คือ ทอดมันหัวปลี เขาจะเอาหัวปลีมาแช่ในน้ำปูนใสหรือจะแช่ในน้ำเกลือก็ได้นะครับ เพื่อให้หัวปลีไม่มีสีดำ แล้วเอามาชุบแป้งทอดเป็นแพมาเลยนะครับ กินกับน้ำยำที่เขาทำมาให้ แต่ความจริงแล้วผมคิดว่าน้ำยำที่เขาทำมากินกับทอดมันหัวปลีน่าจะกินกับ 8 นางฟ้ากับ 1 มังกรมากกว่า โดยราดหรือทำเป็นน้ำส้มตำราดเข้าไปในนั้นเลย แต่ว่าแบบนี้ก็อร่อยดีครับ ผมชอบมากเลย
   
นอกจากนั้น ยังมี แกงส้มชะอมไข่ เมื่อชิมแล้ว ดีใจที่ไม่หวาน เพราะแกงส้มโดยมากแล้วมักจะหวาน ผมไม่ชอบเลย แกงส้มที่อร่อยรสชาติ         จะต้องออกหวานนิด ๆ ได้ แต่ว่าไม่หวานมากครับ
   
ยังมี ปลากะพงทอดน้ำปลากับยำมะม่วง แล้วก็มีอยู่อีกจานที่ผมชอบมาก ก็คือ แพทะเล คือ เอาอาหารทะเลมาลวกอยู่ในกระทะร้อนแล้วก็เอาน้ำยำราดเข้าไปรสชาติอร่อย เผ็ด แซบใช้ได้เลยครับ ยังมีอาหาร อีกจานหนึ่งที่ผมชอบ คือ เมี่ยงบาหลี เอาหอยแครงมาลวก ซึ่งผมอยากให้ลวกแล้วเอาขึ้นเร็วกว่านี้ ให้เลือดหอยแครงมีมากกว่านี้ครับ แล้วให้กินกับผัก มีเส้นหมี่เอามาลวกทำเป็นจับพอคำใส่เข้าไปด้วย แล้วก็เอาน้ำยำที่มีถั่วบดใส่เข้าไปด้วย คล้ายน้ำที่กินกับเมี่ยงราดด้านบน รสชาติอร่อยดีครับ
   
สำหรับวันรุ่งขึ้น อาหารมื้อกลางวัน ผมได้กินอาหารที่ผมชอบพอสมควรครับ มี ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นอาหารจีนครับ ยังมี ต้มยำไก่น้ำข้น ซึ่งอร่อยมากเลย และ ปลาช่อนลุยสวน ซึ่งเขาเอาปลาช่อนมาทอดให้กรอบนอกและนุ่มใน แล้วก็เอาน้ำยำมาราด กินกับผัก อร่อยครับ นอกเหนือจากนั้นก็ยังได้กิน ทอดมันกลางสวน  ก็คือทอดมันนะครับ ส่วนกลางสวน หมายถึงสมุนไพร เขาให้กินทอดมันกับสมุนไพร น้ำจิ้มเหนียว อร่อยดี ผมชอบมากครับ
   
เมื่อได้ชิมหมดทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว เราก็ย้ายไปพักที่วังน้ำเขียวซึ่งไม่ไกลเท่าไหร่นัก ราว ๆ 1 ชั่วโมงก็ถึงที่ สตาร์เวล การ์เด้น โฮม รีสอร์ท ที่นี่อากาศดี บรรยากาศก็ดีครับ ผมได้มีโอกาสชิมอาหารของที่นี่ด้วย ซึ่งมีอาหารคล้าย ๆ กันกับที่แรก แต่ที่ทำไม่เหมือนกันเลย ก็คือ ต้มยำไก่น้ำข้น
ที่นี่รสชาติเข้มข้นดีครับ อีกจานหนึ่ง คือ ปลาทับทิมทอดสมุนไพร ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมชอบมาก ซึ่งเขาเอาปลาทับทิมไปทอดแล้วเอาสมุนไพรไปผัดนำมาราดด้านบนของปลา อร่อยดีครับ ปลาทอดได้ดีมาก กรอบนอก นุ่มในดีจริง ๆ ครับ
   
แต่อาหารที่ผมชอบของที่นี่มาก ก็คือ น้ำปลาพริก อร่อยมาก รสชาติดีจริง ๆ ส่วนอาหารจานนี้ผมก็ชอบเหมือนกันนะครับ นั่นก็คือ ยำปีกไก่พะโล้ จานนี้สำหรับผมกินได้ทั้งวันเลยครับ เป็นกับแกล้มก็ยังได้นะครับ หรือจะกินกับข้าวก็ยิ่งดีใหญ่เลย
   
ที่นี่มี ลูกชิ้นกุ้งผัดกับดอกกะหล่ำ ซึ่งเป็นอาหารจีนที่อร่อยอีกจานหนึ่ง ซึ่งเขาต้องทำเองอยู่แล้ว ไม่มีขายในท้องตลาดครับ ยังมี ยำสามกรอบ ที่ทำให้ผมเปรี้ยวปากแล้วก็ได้กินเยอะเสียด้วยนะครับ
   
นอกจากอาหารที่อร่อยแล้ว ยังมีที่พักผ่อน ที่ที่สามารถใช้เป็นที่ประชุมและสัมมนาได้ด้วย บรรยากาศก็ดีครับ ผมมาถ่ายทำรายการที่นี่จนผมไม่อยากกลับบ้านเลย ถ้าเพื่อน ๆ มีเวลาก็แวะไปชิมอาหารของทั้ง 2 แห่งดูนะครับ แล้วจะรู้ว่านอกจากความอร่อยของอาหารแล้ว ยังสนุกสนาน ได้พักผ่อนหย่อนใจและได้สูดอากาศดี ๆ อีกด้วยครับ.

เข้าครัวกับหมึกแดง : คอนซูมเม่ ซุป


เครื่องปรุง


-    หอมหัวใหญ่สับ    1/2    ถ้วยตวง


-    เซเลอรี่สับ          1/2    ถ้วยตวง


-    แครอทสับ          1/2    ถ้วยตวง


-    ต้นกระเทียมสับ      1    ถ้วยตวง


-    มะเขือเทศ             1    ถ้วยตวง เอาเม็ดออกสับหยาบ

-    เนื้อไก่สับไม่มีมัน    250    กรัม

-    กึ๋นสับละเอียด        250    กรัม


-    เปลือกไข่              4    ฟอง


-    เกลือ                    1    ช้อนชา


-    พริกไทยขาว        1/2    ช้อนชา


-    ใบกระวาน              2    ใบ


-    ใบไธม์                   1    ช้อนชา


-    ไข่ขาวของไข่ไก่      3    ฟอง


-    นํ้าซุปไก่ไม่มีมันเย็นแล้ว       1,500     มิลลิกรัม   

-    เนื้อหอยเชลล์หมักนึ่งพอสุก    100  กรัม       แล้วสไลด์เป็นชิ้นบาง ๆ
-    มะเขือเทศปอกเปลือกหั่นเต๋าเล็ก         พอประมาณ   
-    ต้นหอมซอย                 พอประมาณ

วิธีทำ

               
1. ในชามผสม ใส่หอมหัวใหญ่สับ เซเลอรี่สับ แครอทสับ ต้นกระเทียมสับ มะเขือเทศสับหยาบ ผสมให้เข้ากัน

2. ใส่เนื้อไก่สับไม่มีมัน กึ๋นสับละเอียด เปลือกไข่ ผสมพอเข้ากัน               

3. ปรุงรสด้วย เกลือ พริกไทยขาว ใส่ใบกระวาน ใบไธม์ คลุกให้เข้ากัน       

   
4. ตีไข่ขาวให้พอแตก แล้วเทลงไปผสมกับส่วนผสมของผักและเนื้อไก่ ผสมให้เข้ากันด้วยมือ   
   
5. เทนํ้าซุปไก่ที่เย็นแล้วลงไปในส่วนผสม คนให้เข้ากัน แล้วเทลงในหม้อ       
   
6. นำขึ้นตั้งไฟให้เดือด แพจะลอยขึ้น แล้วหรี่ไฟลง เลื่อนหม้อให้ถูกไฟแค่ข้างเดียว แล้วจะเดือดแค่ข้างเดียว เคี่ยวพอนํ้าใสให้ลดลงประมาณ 1/3 ของหม้อ ปิดไฟ               

7. กรองด้วยผ้าขาวบาง แล้วเทใส่หม้อ           


8. ตักคอนซูมเม่ใส่ถ้วย แล้ววางหอยเชลล์สไลด์ที่นึ่งสุกแล้วลงตรงกลางถ้วย โรยหน้าด้วยมะเขือเทศปอกเปลือกหั่นเต๋า และต้นหอมซอย           

ความรู้คู่ครัว           
-    ทำไมต้องใส่ไข่ขาวลงไปในคอนซูมเม่ ?           
คำตอบ เพื่อให้เป็นตัวประสานให้ส่วนผสมเกาะกันเป็นแพ แล้วลอยขึ้นเป็นแพ น้ำซุปก็ใสขึ้นด้วย

ชิมให้เป็น : ความอร่อยของกุ้งแก้วครีมสลัด


อาทิตย์นี้ผมจะขอพูดถึงความอร่อยของกุ้งแก้วครีมสลัด  ถ้าจะชิมให้เป็นจะต้องรู้ว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้เมื่อเอามารวมกันแล้ว เคี้ยวในปากแล้วทำให้เกิดความอร่อย ซึ่งปัจจัยที่ผมกำลังพูดถึง ก็คือ อย่างแรกเลย ตัวกุ้งที่นำมาใช้ จะต้องเป็นกุ้งที่เมื่อทอดแล้วไม่แข็งจนเกินไปนัก เมื่อเอาไปชุบแป้งทอดแล้วจะต้องให้แป้งยังกรอบอยู่  เมื่อนำมาเสิร์ฟ

   
ปัจจัยต่อมา ก็คือ ผลไม้ที่ให้ความเปรี้ยวและความหวานในตัวของผลไม้เอง ซึ่งเป็นรสธรรมชาติ โดยเลือกผลไม้ที่สุก สด ตามธรรมชาติ ที่ให้ความเปรี้ยวและความหวานของตัวผลไม้อย่างแท้จริง
    
สุดท้าย คือ ตัวน้ำสลัดครีมก็คือ มายองเนส นี่เองซึ่งเราต้องตีเองและไม่ควรหวานจนเกินไป ควรมีทั้งเปรี้ยวหวานและมัน ถ้ามันเกินไป และหวานเกินไปไม่มีความเปรี้ยวมาตัดความเลี่ยนเลย ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะไม่กลมกล่อม เพราะฉะนั้นผลไม้ที่ใส่เข้าไปก็ได้แก่ เมลอน พวกสับปะรดอะไรที่เปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ใส่ได้ทั้งนั้น จะใส่องุ่นก็ได้แต่ว่าต้องไม่มีเม็ดจะได้กินได้ทั้งลูก
    
เพราะฉะนั้นที่นี่ทำได้ดีมาก ทุกสิ่งทุกอย่างที่เอาไปเคี้ยวแล้วมันสมส่วนกันดี ไม่เปรี้ยวจนเกินไป ไม่หวานจนเกินไป ไม่เลี่ยนเกินไป และสำหรับกุ้งที่ทอดได้ดีก็ยิ่งกรอบอยู่ พอกินทั้งหมดแล้วเอาไปเคี้ยวในปากก็ได้ความกลมกล่อมและอร่อย.
 สตาร์เวล บาหลี รีสอร์ท

ที่อยู่  : 999 หมู่ 6 ต.หนองกระทุ่ม อ.เมือง

นครราชสีมา 30000
โทรศัพท์ : 044-307-222, 044-307-223 และ 08-7246-9119
แฟกซ์ : 044-307-223
เว็บไซต์ : www.starwellbali.com
เวลาเปิด : 10.00-22.00 น.

สตาร์เวล การ์เด้น โฮม รีสอร์ท


ที่อยู่  : 151 หมู่ 6 ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว

นครราชสีมา 30370
โทรศัพท์ : 08-9846-7721, 08-1967-9456
และ 04-4371-8613 ต่อ 51
เว็บไซต์ : www.stargardenhome.com
เวลาเปิด : 10.00-22.00 น.

หมึกแดง

www.mcdangguide.com

http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=486&contentID=155071

ลูกชิ้นอนามัย (อาร์ซีเอ) เด็ดโดนทุกคำ

ลูกชิ้นอนามัย ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นอันโด่งดังแห่งนี้เปิดบริการมายาวนานหลายปี มีร้านต้นตำรับอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 62 ปัจจุบันมีหลายสาขาให้เลือกอร่อยกัน วันนี้เราพามาชิมกันที่สาขา RCA ค่ะ ร้านนี้ขึ้นชื่ออย่างมากในเรื่องลูกชิ้นเนื้อที่เนียนนุ่มซะจนคนไม่กินเนื้อ อาจจะเผลอเปลี่ยนใจได้
เมนูของที่นี่จะเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำใส เลือกสั่งได้ตามชอบทั้ง ลูกชิ้นล้วน ลูกชิ้นเอ็น เนื้อสด หรือเนื้อตุ๋น ที่นำเนื้อส่วนน่อง และสามชั้นมาตุ๋นเคี่ยวในหม้อไฟอ่อนๆ พร้อมน้ำซุปหวานกลมกล่อมจากน้ำต้มกระดูก บอกไว้ก่อนเขามีเฉพาะเส้นหมี่ขาวกับเส้นใหญ่เท่านั้น แนะนำว่ามาถึงให้สั่ง ลูกชิ้นปิ้ง (ไม้ละ 7 บาท) มารองท้องก่อน ลูกชิ้นเนื้อนุ่มเด้งปิ้ง กับน้ำจิ้มรสเด็ดบนเตาถ่านร้อนๆ อร่อยโดนใจอย่างแรง
จากนั้นตามด้วย เส้นหมี่ขาวแห้งรวม (40 บาท) จุใจกับชิ้นเนื้อสด เนื้อตุ๋น ลูกชิ้นเนื้อล้วน และลูกชิ้นเอ็น หอมซีอิ้วอย่างดี, เส้นใหญ่น้ำลูกชิ้นเนื้อล้วน (40 บาท) เส้นนุ่มในน้ำซุปใสรสกลมกล่อม, เส้นใหญ่แห้งลูกชิ้นเนื้อ (40 บาท) เคี้ยวลูกชิ้นนุ่มเด้งให้เพลินปาก เอาเป็นว่าใครชอบเส้นแบบไหนจะแห้งหรือน้ำ ก็ใส่เครื่องได้ตามชอบ ปิดท้ายด้วย น้ำกระเจี๊ยบ (12 บาท) หวานเย็นฉ่ำซักแก้ว เท่านี้ก็อิ่มสบายท้องแล้ว
นับเป็นเมนูง่ายๆ ที่ทานได้บ่อยไม่มีเบื่อ แถมอร่อยถูกใจ เห็นทีว่าคนรักเนื้อไม่ควรพลาดนะคะ

Recommended Dishes

ลูกชิ้นปิ้ง
เส้นหมี่ขาวแห้งรวม
เส้นใหญ่น้ำ ลูกชิ้นเนื้อล้วน
เส้นใหญ่แห้งลูกชิ้นเนื้อ

ที่ตั้ง: เยื้อง บริษัท กรุงเทพ ประกันภัย ซอยศูนย์วิจัย ถนนพระราม 9 บางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
โทร.02-318-1606
เวลาเปิดบริการ: ทุกวันเวลา 09.00-18.00 น.
ที่จอดรถ: ลานจอดรถในบริเวณร้าน, ริมถนน
credit  www.sanook.com
           www.bkkmenu.com