ภาพยนตร์อินเดีย ดูจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาชาติใดเหมือนได้ยาก แต่สิ่งหนึ่งที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์อีกอย่าง เห็นจะหนีไม่พ้น อาหารอินเดียที่ทั้งรสชาติและกลิ่นของเครื่องเทศบ่งบอกความเป็นอินเดียไว้ได้อย่างดีเยี่ยม | |||||
หลังจากซึมซับกับบรรยากาศได้พักหนึ่ง “ผู้จัดการตระเวนกิน”ก็ไม่รอช้า(เพราะกระเพาะเริ่มประท้วง)จึงรีบสั่ง Chicken Masala (แกงกระหรี่ไก่ 130 บาท) อาหารอินเดียที่คุ้นลิ้นคนไทยมาประเดิมมื้อนี้กันก่อน กลิ่นเครื่องเทศแตะจมูกมาแต่ไกล เพียงคำแรกที่เข้าปากก็รู้สึกได้ถึงสารพัดเครื่องเทศ ไม่ว่าจะเป็นผงยี่หร่า ผงขมิ้น พริกป่นแขก ผงผักชี นำไปเคี่ยวกับเนื้อไก่ให้ได้ที่แถมเพิ่มความหอมด้วยไม้หอม รสชาติที่ได้จึงทั้งกลมกล่อม หอมมัน เวลาทานสามารถเลือกทานกับแป้งแผ่นที่เรียกว่า Nan(แผ่นละ 25 บาท) หรือจะทานกับข้าวเหลือง( 70 บาท)ก็ได้ มีเคล็ดลับนิดนึงว่าถ้าจะทานให้ได้รสชาติอินเดียแท้ ต้องฉีกแผ่นแป้งด้วยมือแล้วจิ้มกับแกงกะหรี่ แล้วก็อ้ำเข้าปากไปเลย สำหรับคนที่ชื่นชอบกุ้ง ก็สามารถสั่ง Prawn Dopezia (แกงกระหรี่กุ้งผัดแห้ง 185 บาท)มาทานได้ | |||||
| |||||
| |||||
สำหรับใครที่ยังรู้สึกว่าเหลือที่ว่างในกระเพาะอยู่ ทางร้าน Himali Cha Cha ก็มีเมนูอาหารอีกหลายหลากไว้ให้เลือกทาน ไม่ว่าจะเป็น Bindi Masala (แกงกระเจี๊ยบ 85 บาท) Chicken Cuplet (ทอดมันไก่ 145 บาท) Fish Tikka (ปลาย่างแขก 165 บาท)แต่ตอนนี้ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ต้องขอตัวไปเดินย่อยอาหารก่อน เพราะอิ่มเหลือเกิน * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * ร้าน Himali Cha Cha ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท 35 (ตรงข้ามเอ็มโพเรี่ยม)เปิดช่วงกลางวันตั้งแต่เวลา 11.00-15.30 น. และช่วงเย็นเวลา 18.00-22.00 น.เปิดทุกวันโทร.0-2258-8846 |
รีวิวอาหารจากร้านต่างๆ บุฟเฟ่ต์โรงแรม รีวิวร้านอาหาร เมนูอาหารน่าทาน รูปภาพอาหาร การทำอาหาร ส่วนผสม วัตถุดิบในการทำอาหาร เมนูอาหารคาว เมนูขนมหวาน เมนูเครื่องดื่ม ตามหาร้านอาหารอร่อย ร้านอาหารในดวงใจ เมนูวัตถุดิบพิเศษ credit www.manager.co.th, www.bloggang.com www.horapa.com,www.foodietaste.com,women.kapook.com
ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube
อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube
อ่านการ์ตูน Youtube
มังงะออนไลน์ Youtube
อ่านมังงะออนไลน์ Youtube
การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube
การ์ตูนโรแมนติก Youtube
ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube
การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube
แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube
การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube
เกมรักพยาบาท Youtube
GOLD รักนี้สีทอง Youtube
เกาะนางพญาเงือก Youtube
หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube
วังวนปรารถนา Youtube
คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube
เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube
รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube
หัวใจไม่ร้างรัก Youtube
เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube
บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube
princessหมึกจีน Youtube
ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube
หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube
หน้ากากนักสืบ Youtube
ราศีมรณะ Youtube
THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube
เกียรติยศรัก Youtube
SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube
หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube
รักแรกแสนรัก Youtube
รอรักสาวซากุระ Youtube
รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube
หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube
รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube
ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube
บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube
อ้อมกอดทะเลทราย Youtube
การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube
การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube
อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube
การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube
การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube
การ์ตูนรักระแวง Youtube
การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube
การ์ตูนหนามชีวิต Youtube
ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube
การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube
การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube
การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube
การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube
อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube
การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube
การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube
การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube
การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube
ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube
เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube
การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube
การ์ตูนชะตารัก Youtube
แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube
รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube
รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube
รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube
Hot Love หมึกจีน Youtube
การ์ตูนผีกุกกัก Youtube
คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube
การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube
หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube
Extra Romance หมึกจีน Youtube
เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube
“Himali Cha Cha” อาหารอินตะระเดีย รสเด็ด
อาหารยุ่นถูกลิ้น ที่“ชิน เซน”
เหมือนเช่นการออกมาตระเวนกินของ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ในมื้อนี้ ก็ได้เกิดมิตรภาพที่ดีขึ้นมาในใจ เมื่อได้เดินทางมาตระเวนกินอาหารญี่ปุ่น ที่ห้องอาหาร “ชิน เซน” ตั้งอยู่ที่ชั้น 5 ของโรงแรมเดอะแกรนด์ กรุงเทพฯ ห้องอาหาร “ชิน เซน”แห่งนี้บริการอาหารญี่ปุ่นแบบชาวอาทิตย์ อุทัยแท้ๆ ที่ว่าด้วยรสชาติดั้งเดิม ด้านบรรยากาศดูกว้างขวาง ตกแต่งภายในเหมือนกับว่านั่งหม่ำอาหารท่ามกลางสวนญี่ปุ่นอันสวยงาม | |||||
ทีนี้มาว่าด้วยเรื่องอาหารที่เด่นดังของห้องอาหาร “ชิน เซน” ก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายเมนู เราเริ่มเมนูแรกที่เมื่อมากินอาหารญี่ปุ่นแล้วไม่สั่งเป็นไม่ได้กับ Sashimi Mori (1,000 บาท) เซ็ทปลาดิบรวมถาดใหญ่ที่ภายในมีสารพัดทั้ง ปลาโอ ปลาแซลมอน ปลากะพง ปลาฮามาจิ หอยปีกนก กุ้ง ปูอัด หนวดปลาหมึก ล้วนแล้วแต่ดิบสดๆ แต่ไม่คาวจัดกินกับน้ำซอสและวาซาบิ หม่ำเพลินกันไปเลย | |||||
เมนูถัดมาถือว่าพิเศษสุดในช่วงนี้ Kani Karage (300 บาท) ปูนิ่มสีส้มสดตัวโตๆ ชุบแป้งเทมปุระที่ปรุงรสเสร็จสรรพแล้วทอดให้เหลืองกรอบ เสิร์ฟมาแบบร้อนๆ ฉีกกล้ามปูเคี้ยวเข้าปากรสชาติปูนิ่มกรุบกรอบ เค็มๆ มันๆ ในตัว | |||||
Buri Kamayaki (400 บาท) เป็นแก้มปลาบุรีย่างเกลือหรือบ้านเราเรียกว่าปลาหางเหลือง โรยเกลือแล้วย่างด้วยไฟอ่อนๆ เอาแค่พอเหลืองสุกหอม เมนูปลานี้มีกลเม็ดเคล็ดไม่ลับในการการกินนิดหน่อย คือบีบมะนาวลงบนตัวปลา แล้วค่อยตักเนื้อปลาเข้าปาก จะได้รสชาติปลาที่เนื้อแน่นมันๆ เค็มๆ ตัดกับความเปรี้ยวนิดๆ จากมะนาว หรือจะจิ้มกินกับน้ำจิ้มโชยุที่ใส่หัวไชเท้าขูดฝอยก็เพิ่มรสชาติไปอีกแบบ | |||||
และแล้วมื้ออันแสนอิ่มของ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ก็จบลงด้วยความอิ่มเอิบ อิ่มกายแน่นกระเพาะกับอาหารญี่ปุ่นรสชาติยุ่นแท้ๆ ที่ถูกปาก และอิ่มใจกับมิตรภาพใหม่ๆ ที่ได้รับจากห้องอาหาร “ชิน เซน” แห่งนี้ มิตรภาพดีๆ ที่คอยจะหยิบยื่นให้กับทุกคนที่ได้มาเยือน * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * ห้องอาหารญี่ปุ่น “ชิน เซน” ตั้งอยู่ที่ ชั้น 5 โรงแรมเดอะ แกรนด์ ถ.รัชดาภิเษก ห้วยขวาง กรุงเทพฯ เปิดทุกวันช่วงมื้อกลางวัน11.30 – 14.30 น. และมื้อเย็น 18.00 – 22.30 น. โทร. 0-2274-1515 ต่อ 1262 |
อาหารไทยรสเด็ด ที่ร้านชื่อฝรั่ง “Cafe Terrace”
“เบื่อฝนตก เบื่อรถติด เบื่อจริงๆ” ประโยคชินหูที่ช่วงนี้ใครๆ ต่างก็บ่นกันให้ระงม อันว่าเรื่องฝนตกน่ะมันเป็นเรื่องธรรมชาติที่ต้องตกตามฤดูกาล ส่วนเรื่องรถติดก็เป็นเรื่องธรรมชาติที่คนกรุงอย่างเราเคยชินกับมันไปเสีย แล้ว แต่พอทั้งฝนตกและรถติดมาเจอกัน เป็นใครก็ต่างต้องร้องว่าเบื่อไปตามๆ กัน บางเรื่องเรามักเบื่อกับมันง่ายๆ ทว่าสักพักจากความเบื่อหน่ายก็จะกลายมาเป็นความเคยชิน แต่กับบางเรื่องอย่างเรื่องกินๆ ทำยังไง “ผู้จัดการตระเวนกิน” ก็ไม่มีวันเบื่อ โดยเฉพาะกินอาหารไทยๆ ที่ว่าด้วยรสชาติที่หลากหลาย ทั้งเปรี้ยว หวาน เผ็ด เค็ม มัน กินแล้วถูกปากถูกใจ กินบ่อยแค่ไหนก็ไม่เบื่อ อย่างมื้อนี้กับการมาตระเวนกินอาหารไทย ที่ร้านชื่อฝรั่ง “Cafe Terrace” ถึงชื่อจะออกแนวฝรั่ง แต่เน้นขายอาหารไทยๆ เป็นหลัก และมีอาหารจีนปนบ้างเล็กน้อย ด้านบรรยากาศของร้านนี้เขาก็จัดตกแต่งชวนนั่ง มีที่ให้เลือกนั่งได้ตามอารมณ์อยาก ถ้าใครชอบบรรยากาศแบบรับลมธรรมชาติเย็นๆ ก็ต้องโซนตรงเทอเรสระเบียงไม้ด้านนอก ส่วนถ้าใครชอบแบบนั่งรับลมแอร์เย็นฉ่ำก็ต้องด้านในร้าน ที่จัดตกแต่งแบบเน้นสีสัน ดูสดใสสบายตา แถมมีดนตรีเล่นเพลงเบาๆ ให้ฟังกัน และตั้งแต่เวลา 20.00-22.00 น. จะมีนักดนตรีเล่นเพลงแนวอะคูสติกเบาๆ ให้ฟังกันเพลินๆ | |||||
ส่วนเรื่องอาหารไทยๆ ที่ทางร้านเน้นว่ารสจัดจ้านถูกใจลิ้นคนไทยนั้น เอาเท่าที่ทางร้านแนะนำให้กับ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ได้ลองลิ้มชิมรสชาติด้วยตัวเองก็มีอยู่หลายเมนู อย่างเมนูแรกที่สั่งมา ลาบหมูทอด (90 บาท) จะทานเล่นๆ หรือกินกับข้าวก็เข้ากัน เป็นการนำเอาลาบหมูมาปั้นเป็นก้อนแล้วนำไปทอดให้สุกกรอบ เคี้ยวแบบกรอบนอกนุ่มใน ลาบหมูรสชาติจัดจ้านครบเครื่องลาบ | |||||
จากลาบมาต่อกันที่ยำ เป็นยำมะเขือยาว (80 บาท) หน้าตาน่ากิน มะเขือยาวเผานำมายำกับเครื่องน้ำยำรสแซบ ใส่ปลาหมึก กุ้ง พริกแห้ง หอมแดง พริกขี้หนู น้ำพริกเผา และหมูสับ คลุกเคล้ารวมกันเป็นยำหนึ่งจาน ตักมะเขือส่งเข้าปากได้ส่งกลิ่นหอมเตะจมูก มะเขือเนื้อนุ่มผสานกับน้ำยำรสแซบเปรี้ยว เผ็ด หวาน และมีไข่ต้มให้กินแกล้มเพิ่มความมัน หม่ำเพลินหมดจานไม่รู้ตัว | |||||
เลยต้องรีบสั่งเมนูถัดมา กุ้งนางหลน (180 บาท) กุ้งนางตัวใหญ่ นำมาหลน ใส่พริกหยวก ใบมะกรูด หอมแดง ตะไคร้ กะทิสดๆ ที่ทางร้านคั้นเองกับมือ และโรยหน้าด้วยพริกชี้ฟ้าแดง-ส้ม เพิ่มสีสัน รสชาติออกหวานนุ่ม มันๆ เข้มข้นน้ำกะทิ กินแกล้มกับผักเคียงที่เสิร์ฟมาคู่กัน อย่าง มะเขือเปราะ ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี ผักชี ต้นหอม ใบโหระพา และขมิ้น | |||||
ตัดความเลี่ยนกันสักนิดด้วย เนื้อปลาเก๋าลวกจิ้ม (180 บาท) เนื้อปลาเก๋าสดๆ แล่บางๆ นำไปลวกให้สุกแล้วปรุงรสด้วยเหล้าจีน โรยหน้าด้วยขึ้นฉ่าย ต้นหอม กระเทียมเจียว ดับกลิ่นคาว ด้านล่างเป็นผักกาดแก้วผัดปรุงรส ทานกับน้ำจิ้มเต้าเจี้ยว ส่งเนื้อปลาเข้าปาก เนื้อนุ่มหวานไม่คาว จิ้มน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวเพิ่มรสชาติเปรี้ยวๆ เค็มๆ แกล้มด้วยผักกาดแก้วผัด จิ้มกินเพลินหมดไปอีกหนึ่งจาน เมนูสุดท้ายเป็นเมนูปลาๆ เหมือนกันแต่เป็นปลาอยู่ในน้ำ ปลากะพงดิ้นน้ำข้น (200 บาท) ปลากะพงนึ่งสุกตัวโตอยู่ในน้ำซุปปรุงรสคล้ายๆ ต้มข่าไก่คือใส่กะทินิดหน่อยพอให้ได้น้ำข้นๆ แล้วราดลงบนตัวปลา เสิร์ฟมาในเตาหม้อไฟร้อนๆ ซดน้ำซุปร้อนๆ รสแซบเปรี้ยวข้นสะใจ เนื้อปลาก็หวานกลมกล่อมเข้ากัน นอกจากนี้แล้วก็ยังมีเมนูอื่นๆ ที่น่าลองอีกมาก อาทิ ปูนิ่มผัดพริกไทยดำกระทะร้อน (180 บาท) ปลากะพงหลายใจ (200 บาท) ต้มโคล้งปลากรอบ (150 บาท) ส้มตำผลไม้รวมกุ้งสด (100 บาท) เอาเป็นว่าถ้าใครเกิดเบื่อฝนตก เบื่อรถติด แต่ไม่เบื่ออาหารไทยๆ อย่าง “ผู้จัดการตระเวนกิน” ก็ลองแวะมาตระเวนกินอาหารไทยที่ร้านชื่อฝรั่ง “Cafe Terrace” นี้ดู ที่รสชาติดีไม่แพ้ร้านไหน ไม่แน่นะความเบื่อหน่ายที่เกิดขึ้นอาจจะหายไปในฉับพลันเมื่อได้ลิ้มรสของอร่อยๆ * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * “Cafe Terrace” ตั้งอยู่ที่ 10 / 8 ซ.อารีย์ 4 (เหนือ) ถ. พหลโยธิน7 สามเสนใน พญาไท กทม. เข้ามาในซอยพหลโยธินซอย 7(ซอยอารีย์) ตรงเข้ามาประมาณ 500 เมตร เลี้ยวขวาเข้าซอยอารีย์ 4 (เหนือ) จากปากซอยประมาณ 100 เมตร ก็จะถึงร้าน สังเกตง่ายมีป้ายร้านเห็นอย่างชัดเจน เปิดทุกวันเวลา 10.30 – 14.00 น. และ 17.00 – 24.00 น. โทร. 0-2619-5357-8 | |||||
|
“พาสต้า ชาลี” ชื่อนี้มีดีที่อาหารอิตาเลี่ยน
เหมือนกับ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ที่พอมีวันหยุดกับเขาสักทีเป็นต้องหาโอกาสดีๆ ทำในสิ่งที่ปรารถนา อย่างคราวนี้มีโอกาสมาเดินตากแอร์ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เพื่อมาเดิน (เหล่สาว) อ๊ะไม่ใช่เดินดูของใช้เข้าบ้านต่างหาก หลังจากที่เดินวนเวียนดูของหลายชั้นจนตาลาย เจ้าอาการน้ำย่อยในท้องก็กระหายอาหารขึ้นมาทันที | |||||
ภายในร้านจัดตกแต่งอย่างน่ารัก เหมือนห้องอาหารเล็กๆ กลางบ้านเรา โต๊ะเก้าอี้ถูกจัดวางเป็นสัดส่วน ดูสบายตาชวนนั่ง ว่าแล้วก็หย่อนก้นลงนั่งพร้อมกับขอเมนูมาสั่งอาหารกัน มื้อนี้ขอเดินเครื่องแบบเต็มกำลังกับอาหารเมนูหลักกันเลยเริ่มด้วย Fettuccine Salmon (120 บาท) เส้นเฟตตูชินี่ ใส่เห็ดฟาง แซลมอนรมควัน ราดด้วยครีมซอส ซาวส์ครีม และชีส โรยด้วยผักชีฝรั่ง และพริกปาปริก้า ตักเส้นเฟตตูชินี่เข้าปากได้กลิ่นหอมนุ่มๆ ของครีมซอส สัมผัสเส้นได้ถึงความเหนียวนุ่ม ได้รสชาติเค็มๆ จากปลาแซลมอนรมควันตัดความมันของครีมซอสและเผ็ดนิดๆ จากพริกปาปริก้า | |||||
Pork Chop (180 บาท) เป็นสเต็กหมูส่วนซี่โครงเนื้อติดมันนิดๆ หมักเครื่องเทศ ย่างสุกกำลังดี หั่นเนื้อสเต็กส่งเข้าปาก ได้รสชาติหมูเนื้อนุ่มเคี้ยวหนึบๆ รสกลมกล่อมกำลังดี หรือจะเพิ่มรสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ อีกนิด ก็ราดด้วยน้ำซอสสับปะรดสูตรเด็ดของทางร้าน ส่งเข้าปากอีกคำ อืม...เคี้ยวมันเนื้อนุ่มหวาน แถมมีกะหล่ำปลี บร็อคโคลี่ แครอท มันบด ให้กินแก้เลี่ยนอีกต่างหาก | |||||
| |||||
มื้อนี้เล่นเอาที่หิวจนตาลาย กลายเป็นอิ่มจนพุงกาง ต้องจำใจอุ้มพุงกางๆ กลับบ้านไปโดยปริยาย ซึ่งถ้าใครไม่เชื่อ ก็ลองแวะมาเติมน้ำหนักให้พุงน้อยๆ ที่ พาสต้า ชาลี (Pasta Charlie)ดูบ้าง ก็จะรู้ว่าเดินพุงกางเป็นยังไง * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * “Pasta Charlie” ตั้งอยู่ที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ชั้น 5 ฝั่งโบว์ลิ่ง เปิดบริการทุกวันเวลา 10.30 – 21.30 น. โทร. 0-2882-6000 นอกจากนี้ยังมีอีก 2 สาขา คือ เซ็นทรัล พระราม 2 ชั้น 4 โทร. 0-2673-6479, เซ็นทรัลพระราม 3 ชั้น 5 โทร. 0-2673-6479 |
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)