ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

“อื๊อ เล่ง เฮง” ขนมไหว้พระจันทร์ รุ่นเดอะ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 16 กันยายน 2547 16:30 น.
ร้าน “ขนมเปี๊ยอื๊อเล่งเฮง” มีขนมนานาชนิดให้เลือกซื้อหา
       แล้ว “วันไหว้พระจันทร์” ประเพณีสำคัญของชาวจีนก็เวียนกลับมาบรรจบครบรอบปีอีกครั้งในวันที่ 28 กันยายนนี้
     
       และเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศวันไหว้พระจันทร์ มื้อนี้ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ขันอาสาพาไปตระเวนกินขนมไหว้พระจันทร์ที่ร้าน“ขนมเปี๊ยอื๊อเล่งเฮง”ย่านเยาวราช
ไส้ทุเรียนไข่เดี่ยว
       อื๊อเล่งเฮง ร้านนี้นับเป็นร้านเก่าแก่ ที่เปิดขายขนมมานานกว่า 80 ปีแล้ว มีขนมแบบจีนๆให้เลือกซื้อสารพัดอย่าง ทั้ง ขนมเปี๊ยะทุกชนิด ขนมเจอันลือชื่อ ขนมไหว้เจ้า และขนมทุกเทศกาล โดยขนมของร้านนี้มีความโดดเด่นอยู่ที่ วัตถุดิบที่ใช้ทำขนมทุกอย่างเน้นแต่ของดีมีคุณภาพ นอกจากนี้ยังเป็นขนมที่ไม่ใส่สารวัตถุกันเสียลง แถมขนมของที่นี่ยังทำกันแบบใหม่ๆ สดๆ จากเตาทุกวัน
     
       สำหรับช่วงเทศกาล “วันไหว้พระจันทร์” อย่างนี้ ที่ร้านอื๊อเล่งเฮงก็มีขนมไหว้พระจันทร์ที่ทำกันแบบสดๆ ใหม่ๆ อยู่ด้วยกันหลายไส้ เอาเป็นว่าตาม “ผู้จัดการตระเวนกิน” ไปกินกันดีกว่าว่ามีขนมไหว้พระจันทร์ไส้อะไรที่น่ากินกันบ้าง
ไส้โหงวยิ้งไข่คู่
       เริ่มกันที่ขนมไหว้พระจันทร์ชิ้นแรก เป็นไส้ทุเรียนไข่เดี่ยว (ชิ้นละ 60 บาท) รูปร่างภายนอกเป็นขนมก้อนกลมมีลวดลายปั้มนูนสวยงาม ส่วนข้างในผ่าออกมาจะเห็นไส้ทุเรียนที่กวนผสมกับเม็ดแตง ที่ส่งกลิ่นทุเรียนหอมอ่อนๆ ไม่ฉุนมาก และมีไข่แดงเค็มลูกโตอีก 1 ใบ รสชาติจะออกหวานนุ่มๆ กำลังดีไม่หวานมาก เคี้ยวรวมกันทั้งแป้งทั้งไส้ทุเรียน แป้งนั้นนุ่มเข้ากับไส้ทุเรียนที่นิ่มและตัดด้วยความมันจากไข่เค็ม
     
       ชิ้นต่อมามาแบบทรงสี่เหลี่ยมรูปงาม เป็นไส้โหงวยิ้งไข่คู่ (ชิ้นละ 64 บาท) โหงว (แปลว่า 5 ) ยิ้ง (แปลว่า ผลไม้)ดังนั้นจึงหมายถึงไส้ผลไม้ 5 อย่าง ที่มีทั้ง เม็ดอัลมอนด์ ก๊วยยิ้ง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เม็ดแตง ฟักเชื่อม และใส่หมูหวานเพื่อความหอมหวาน บวกไข่อีก 1 คู่ โหวงยิ้งไส้นี้เวลาเคี้ยวเต็มปากเต็มคำ สัมผัสได้ถึงความหวานมันของผลไม้ทุกอย่างที่ใส่มา
ไส้ชาเขียวเจ
       ไส้ชาเขียวเจ (ชิ้นละ 60 บาท) ไส้นี้ดูอินเทรนด์เข้าสมัย เพราะนำชาเขียวญี่ปุ่นมาเป็นส่วนผสมหลักในไส้และใส่เม็ดแตงด้วย แค่ส่งขนมเข้าปากก็ได้กลิ่นหอมของชาเขียวและเนื้อขนมนุ่มเข้ากับแป้ง รสชาติไม่หวานเลี่ยนกำลังดี
     
       อีกหนึ่งขนมไหว้พระจันทร์ที่กำลังมาแรงที่เรียกว่า บัวหิมะ (ฮวกไช้เปี๊ยะ) (ชิ้นละ 60 บาท) เป็นขนมที่ทำมาจากแป้งโก๋ จึงทำให้ขนมนั้นเนื้อนุ่มนิ่มกว่าและมีหลายสีตามแต่ชนิดของไส้ที่ใส่มา ซึ่งร้านนี้มีขายอยู่ด้วยกันหลายสีหลายไส้ อย่างสีแดงข้างในเป็นไส้ถั่วแดง สีเหลืองเป็นไส้ทุเรียน สีเขียวไส้ชาเขียวกับเม็ดแตง และสีขาวเป็นไส้ลูกบัวกับเม็ดแตง รสชาติของบัวหิมะแต่ละไส้นั้นเนื้อแป้งและไส้นุ่มนิ่มเข้ากันได้อย่างลงตัว เนื้อไส้มีความหวานชุ่มลิ้นกำลังดี
บัวหิมะ
       นอกจากขนมไหว้พระจันทร์ไส้ต่างๆ แล้ว“อื๊อ เล่ง เฮง”ก็ยังมีขนมอีกหลายอย่าง ที่น่าสนใจ อาทิ ขนมหน้างา (ชิ้นละ 20,40,60 บาท) ขนมโก๋สารพัดมีทั้ง ไส้งาดำ ไส้ทุเรียน ไส้โหงวยิ้ง ไส้ถั่วดำ (ชิ้นละ 30 บาท) หรือขนมเปี๊ยะไส้ถั่วเหลืองล้วน ไส้ถั่วปนฟัก และไส้ถั่วดำ (ชิ้นละ 40,60,100,200 บาท) และขนมอีกสารพัดอย่าง ใครจะซื้อกลับไหว้พระจันทร์หรือซื้อกลับไปกินเล่นๆ ก็สามารถไปตระเวนกิน ตระเวนซื้อกันได้ที่ร้าน “ขนมเปี๊ยอื๊อเล็งเฮง” ซึ่งเมื่อไปแล้วก็จะรู้ว่าร้านนี้มีขนมให้เลือกมากจนตาลาย
     
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       ร้าน “ขนมเปี๊ยอื๊อเล่งเฮง” ตั้งอยู่ที่ 11-13 ถ.แปลงนาม เขตสัมพันธ์วงศ์ กทม. เปิดขายทุกวันเวลา 08.00-18.30 น. แต่ถ้าเป็นช่วงหน้าเทศกาลจะขยายเวลาเปิดขายออกไปอีก โทร.สอบถามได้ที่เบอร์ 0-2222-0369, 0-2623-1747-8

เคลิ้มรสชาติ ในบรรยากาศบ้านเก่า ที่“บ้านผ่านฟ้า”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 กันยายน 2547 18:20 น.

บรรยากาศสวนด้านหลัง มองเห็น “บ้านผ่านฟ้า” หลังงาม
       เดี๋ยวนี้ไม่รู้เป็นอะไร ใครๆ ก็นิยมของเก่า ของโบราณกันทั้งนั้น เอาแค่เรื่องใกล้ๆ ตัว อย่างแฟชั่นผู้คนก็หันเหมานิยมแฟชั่นย้อนยุค สมัยคุณแม่ยังสาว คุณพ่อยังหนุ่ม ซึ่งนับวันคนบ้านเราจะนิยมของเก่าแก่เก่าเก็บกันมากขึ้น
      
       เรื่องนี้พลอยลามมาถึงเรื่องอาหารการกินด้วย โดยเทรนด์การนำบ้านเก่ามามาเนรมิตใหม่ เปิดเป็นร้านอาหาร นับว่ากำลังเป็นที่นิยม เหมือนอย่างกับร้าน “บ้านผ่านฟ้า” ที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” เพิ่งจะไปหม่ำมา เมื่อไม่นานนี้
      
       “บ้านผ่านฟ้า” บ้านหลังนี้เป็นบ้านหลังใหญ่สร้างสไตล์ชิโนปอร์ตุกีส ตั้งแต่สมัย ร.5 ถ้านับอายุอานามก็ปาเข้าไป 100 กว่าปีเห็นจะได้ เมื่อเดินเข้ามาสัมผัสกับพื้นที่ด้านใน ก็รู้ว่าบ้านหลังนี้ใหญ่โตขนาดไหน พื้นที่ในตัวบ้านถูกจัดสรรปันส่วนเป็นห้องๆ ตกแต่งแบบร่วมสมัย และติดแอร์เย็นฉ่ำน่านั่ง แถมมีวงดนตรีดูโอแบนด์ เล่นเพลงขับกล่อมให้ฟังด้วย
บรรยากาศด้านใน ตกแต่งแบบร่วมสมัยชวนนั่ง
       ครั้นพอเดินไปด้านหลังตัวบ้าน ก็กลายเป็นสวนโล่งๆ โปร่งสบาย ให้นั่งกินอาหารท่ามกลางบรรยากาศริมน้ำรับลมเย็นสบาย และมีวงดนตรีเล่นเพลงแนวอะคูสติกให้ฟังกันสดๆ ช่วยเพิ่มอรรถรสให้กับการกินอาหารได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
บาร์บีคิวซี่โครงอ่อน
       นี่แค่บรรยากาศที่ชวนนั่ง ส่วนเรื่องอาหารของที่นี่ก็ชวนหม่ำไม่น้อยหน้ากัน มีทั้งอาหารไทย อาหารจีน และฝรั่ง ไว้คอยบริการให้ผู้ที่ชื่นชอบอาหารได้เลือกกินอย่างหลากหลาย
      
       สำหรับอาหารที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” เลือกสั่งมาหม่ำในมื้อนี้นั้นก็มีครบทั้งอาหารไทย-จีน- ฝรั่ง เอาแบบว่าคัดๆ มาแล้วว่ารสเด็ดโดนใจ ถูกปากจนต้องบอกต่อก็มี โรตีแกงเขียวหวานไก่ (100 บาท) เป็นเมนูไทยๆ คือแกงเขียวหวานไก่ ที่เน้นเครื่องแกงเขียวหวานครบเครื่อง แต่เด่นตรงที่กินกับสวยคงจะน่าเบื่อ ทางร้านจึงนำแป้งโรตีร้อนๆ นุ่มๆ มาให้กินคู่กัน รสชาติความเด็ดจึงอยู่ที่แป้งโรตีเนื้อเนียนนุ่ม เคี้ยวกร้วมรวมเข้ากับแกงเขียวหวานเผ็ดรสจัด เข้มข้น หอมมันน้ำกะทิ
ปลากะพงผัดแห้ง
       ตามด้วยอาหารฝรั่ง บาร์บีคิวซี่โครงอ่อน (180บาท) บอกเลยว่าถูกใจคนชอบกินซี่โครงอ่อนเป็นแน่ เพราะซี่โครงหมูอ่อนนี้นุ่มมาก ชนิดว่าเคี้ยวกระดูกอ่อนกรุบๆ เพลินปากกันเลยละ ที่กระดูกหมูนุ่มอ่อนได้ขนาดนี้เพราะทางร้านนำซี่โครงหมูอ่อน หมักด้วยเครื่องเทศ นำไปทอดแล้วตุ๋นแล้วอบแล้วตุ๋นแล้วทอดอีกครั้ง และราดด้วยน้ำซอสบาร์บีคิวสูตรพิเศษของทางร้าน ออกมาเป็นเมนูจานนี้ที่กินแล้วต้องยกนิ้วให้เขาเลย
      
       ปลากะพงผัดแห้ง (180 บาท) เป็นเมนูอาหารจีน ที่ใช้ปลากะพงสดๆ แล่เอาเฉพาะเนื้อปลา (ตัดหัวตัดหาง เลาะเอาก้างออก ใส่เหล้าจีนลงไปในเนื้อปลา เพื่อดับคาว) และชุบแป้งข้าวโพดทอดกรอบ ก่อนนำไปผัดรวมกับเครื่องเทศ ใส่หอมใหญ่ ต้นหอม เห็ดหอม พริกชี้ฟ้าเหลืองแดง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ได้ครบรสชาติความกรุบกรอบของเนื้อปลา ถึงแม้จะออกแห้งๆ แต่กินกับข้าวร้อนๆ ก็เข้ากันดี
แกงเลียงกุ้งสดยอดมะพร้าวอ่อนผักหวาน
       ปิดท้ายด้วยเมนูไทยๆ อีกอย่างเป็น แกงเลียงกุ้งสดยอดมะพร้าวอ่อนผักหวาน (120 บาท) สั่งมาซดน้ำแก้ฝืดคอ แกงเลียงหม้อนี้ใส่กุ้งแม่น้ำสดๆ ใส่ผักหลายอย่างทั้งฟักทอง บวบ ข้าวโพดอ่อน เห็ดฟาง และเด่นตรงที่ใส่ยอดมะพร้าวอ่อน และผักหวานลงไปด้วย รสชาติเด็ดสะระตี่ถูกปากคนไทย ซดน้ำแกงเผ็ดร้อนเข้มข้นสะใจถึงเครื่องแกงเลียง
      
       นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นๆ ที่น่าลองอีกหลายอย่าง อาทิ ปลา กะพงผัดพริกไทยดำ (180 บาท) ผัดฉ่าทะเลเดือด (180 บาท) ปลาช่อนแช่น้ำปลาทอด (180 บาท) ปลาแซลมอนย่าง (200 บาท) ขาหมูผ่านฟ้า (220 บาท) หากถ้าใครอ่านจบแล้วรู้สึกหิวขึ้นมาตงิดๆ ในทันทีทันใด ก็รีบออกจากบ้านบึ่งรถตามไปตระเวนกินที่ร้าน “บ้านผ่านฟ้า” กันได้เลย อย่ามัวรอจนท้องร้องเสียงดังละ เพราะคนที่นั่งอยู่ข้างๆ อาจจะได้ยิน อายเขารู้ไหม!!
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       

       “บ้านผ่านฟ้า” ตั้งอยู่ที่ 591 ถ.พระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพ ใกล้แยกผ่านฟ้า ถ้ามาด้านถ.พระสุเมรุ ร้านจะอยู่ข้างธนาคารกรุงเทพ เปิดบริการทุกวันเวลา 17.00-24.00 น. โทรจองโต๊ะล่วงหน้าหรือสอบถามการเดินทางได้ที่ 0-2281-6237

ละเมียดละไม สไตล์ฝรั่งเศส ที่ “Café de France ”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 พฤษภาคม 2547 14:16 น. 
บรรยากาศภายในร้านที่สบายๆ แต่แฝงด้วยความคลาสสิก
       เดี๋ยวนี้อาหารฝรั่งเศสดูจะไม่ใช่ของแปลกใหม่สำหรับคนไทย เพียงถ้านึกอยากจะทานก็มุ่งตรงไปที่ห้องอาหารของโรงแรมใหญ่ๆ ก็เป็นได้ทานแล้ว แต่บางครั้งการทานอาหารก็ไม่ได้อยู่ที่ความอิ่มหรือสักแต่ว่าได้ทาน รสชาติและบรรยากาศดูจะเป็นความต้องการลำดับแรกๆที่จะต้องนึกถึงควบคู่กันไป ด้วย
แซลมอนพริกไทยดำ
       “ผู้จัดการตระเวนกิน” ยอมเสียเวลาตระเวนหาร้านอาหารที่เข้าถึงความเป็นฝรั่งเศส แบบว่าไม่ต้องบินไปไกลถึงฝรั่งเศสให้เปลืองค่าตั๋วเครื่องบิน แล้วก็ไปเจอะเจอกับร้าน “Café de France” (คาเฟ่เดอร์ ฟรองซ์ ) อยู่ที่เมืองทองธานีนี่เอง เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสและยุโรปแต่ราคาย่อมเยาแบบคนไทย เรื่องรสชาติอาหารก็ถูกลิ้นทั้งคนไทยและคนฝรั่งเศสได้อย่างลงตัว โดยมีคุณวงศ์กมลและคุณคริสทอป เป็นเจ้าของ
      
       ถึงแม้จะมีเชฟจากโรงแรมระดับ 5 ดาว มาโชว์ฝีมือทำอาหารแต่คุณคริสทอป ซึ่งเป็นชาวฝรั่งเศส ก็จะมาดูแลด้วยตัวเอง ทั้งสูตร วิธีทำ และการจัดวางอาหาร ที่เป็นตำรับฝรั่งเศสจริงๆ สิ่งที่ทำให้สะดุดใจอย่างหนึ่งเห็นจะเป็นบรรยากาศภายในร้านที่เน้นความสบายๆ แต่แฝงด้วยความคลาสสิก และดูมีความเป็นส่วนตัวเหมือนกับว่ากำลังอยู่ในห้องรับแขกของบ้านเราเองยัง ไงยังงั้น
เป็ดซอสส้ม
       ด้วยความชอบในงานศิลปะและเคยเรียนการออกแบบตกแต่งของเจ้าของร้าน เลยทำให้ทุกมุมของร้านดูน่านั่ง บนฝาผนังมีภาพวาดสวยๆ ทั้งจากฝีมือศิลปินไทยและเทศเรียกความสบายตา บวกกับเพลงสากลที่เปิดคลอเบาๆ เป็นความสบายหูที่ดูไม่ยัดเยียดความอึกทึกจนรบกวนอรรถรสการพูดคุย รวมกันเป็นความสบายใจที่เหมาะจะพาคนพิเศษ หรือครอบครัวมานั่งทาน นอกจากนี้บนชั้น 2 ของร้านยังถูกจัดให้เป็นเหมือนแกลอรีเล็กๆ ที่รวบรวมภาพสีน้ำฝีมือศิลปินไทยหลายคน ซึ่งถ้าใครสนใจภาพไหนก็ซื้อกลับบ้านกันได้
      
       แล้วก็ถึงเวลาทานอาหารเริ่มด้วยจานเบาๆ เรียกน้ำย่อยค่อยๆ ละเลียดคือ ซีซาร์สลัด (120 บาท) นอกจากผักคอสส์ และผักกาดแก้วจะสดกรอบน่าทานแล้วความพิเศษของจานนี้อยู่ที่ชีสเส้นบางๆ ที่คลุกเคล้ากับน้ำสลัดข้น แถมมีเบคอนสติ๊กสุดอร่อยที่มันกรอบกำลังดี ให้ได้ทานคู่กันด้วย
      
       จานถัดมาเหมาะมากกับคนที่ชอบทานปลา เป็น แซลมอนพริกไทยดำ ( 190 บาท) ปลาแซลมอนชิ้นโตเนื้อนุ่มย่างกำลังดี ราดด้วยน้ำซอสพริกไทยดำ ทานกับข้าวผัดเนยหอมกรุ่น มีวิตามินเสริมจากมะเขือเทศและหน่อไม้ฝรั่งผัดเนยกรอบๆ
ไก่เหล้าแดง
       ส่วนเป็ดซอสส้ม (180 บาท) กลิ่นหอมน่าทาน สูตรต้นตำรับจากฝรั่งเศสแท้ๆ คัดเอาส่วนอกของเป็ดมาทำ น้ำซอสรสเปรี้ยวหวานที่มีส่วนผสมของบรั่นดีรสนุ่มอยู่ด้วย แต่งเติมด้วยด้วยส้มซันควิกเปรี้ยวจี๊ด มันฝรั่งทอดกรอบ และผักโขมผัดซอสขาว
ชอคโกแลตมูส
       จากอาหารจานเป็ดมาต่อที่อาหารจานไก่ เป็นไก่เหล้าแดง (180 บาท) น่องไก่ติดสะโพกหมักจนเข้าเนื้อ แล้วตุ๋นจนเนื้อไก่เปื่อยนุ่ม ราดด้วยซอสที่ทำมาจากไวน์แดง ใส่เห็ดแชมปิยอง และหอมแดง และไม่ต้องกลัวว่าทานจานนี้แล้วจะมึนเพราะใส่ไวน์แค่นิดเดียว แต่ถ้าอยากจิบไวน์คู่กันไปด้วย ก็มีบริการไวน์เป็นแก้ว แก้วละ 80 บาทเท่านั้น หรือถ้าอยากเปิดเป็นขวดก็ได้ เพราะที่ร้านนี้มีทั้งไวน์ขาว ชาร์โดเนต์ (540 บาท)ไวน์แดง คาเบเน่ เซอวีนองต์ (540 บาท) เลอตัน เมอรอตต์ (1,200 บาท) และอีกหลายชนิดให้เลือกดื่มแกล้มกับอาหาร
      
       ปิดท้ายมื้อด้วยของหวานที่มีอยู่หลายอย่างทั้ง เครปซูเซตกับไอศกรีมวนิลา (85 บาท) คัสตาร์ดคาราเมล (50 บาท) ไอศครีมรสต่างๆ (40 บาท) แต่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” เลือกทาน ครีมบูเล่ (85 บาท) รสชาติหอมมันเข้มข้น และชอคโกแลตมูส (90 บาท) รสอร่อย ค่อยๆทานไป ฟังเพลงเพราะๆไป แค่นี้ชีวิตก็มีความสุขเพิ่มขึ้นอีกหลายขีด เพราะบางครั้ง....การทานอาหารเราก็ต้องการมากกว่าความอิ่ม
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       
ผ่านไปเมืองทองธานี ก็สามารถแวะไปที่ร้าน “คาเฟเดอร์ฟรองซ์” ได้ ตั้งอยู่ที่ตึกเจนีวา ตรงถนนบอนด์สตรีท เลยโรงแรมอิสตินเลคไซด์ ไปทางติวานนท์ ประมาณ 300 เมตร มีที่จอดรถสะดวกสบาย ร้านเปิดเป็น 2 ช่วง คือ 11.30-14.00 น. (มี Set Lunch จัดไว้ให้ 3 อย่าง ในราคา เพียง 280 บาท) และ 17.30-22.00 น. หยุดทุกวันอังคาร โทร. 0-2961-0962, 0-9069-3805 www.thaifoodcorner.com/cafedefrance

“ซินยอร์ ปิโก้” เมนูเม็กซิกัน กินมันปาก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 มิถุนายน 2547 10:52 น. 
บรรยากาศสไตล์เม็กซิกัน ชวนนั่งหม่ำอาหาร ที่ “ซินยอร์ ปิโก้”
       ว่ากันว่าคนไทย เป็นคนไม่เรื่องมาก สบายๆ อยู่ง่ายกินง่าย โดยเฉพาะเรื่องกินนี่ เรียกว่ากินอาหารง่ายๆ กินได้ทุกอย่าง ขอแค่มีข้าวเปล่าแล้วก็น้ำปลาพริกเป็นอันพอ
      
       และด้วยความที่ลิ้นคนไทยมักจะติดอาหารรสชาติที่ออกจัดจ้านกันสัก หน่อย อาหารในแต่ละมื้อจึงต้องมีส่วนประกอบจำพวกพริกหรือเครื่องเทศชูรสชาติจัด จ้านรวมอยู่ด้วยเพื่อให้ได้รสชาติที่ถึงใจถูกใจปากกัน
Quesadillas
       มื้อนี้ของ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ขอพาบรรดามิตรรักนักกินทุกท่าน ไปลองลิ้มอาหารรสชาติใหม่ๆ กันบ้างกับอาหารสไตล์เม็กซิกัน ที่มีรสชาติเข้มข้น และเผ็ดร้อนด้วยเครื่องเทศ แต่กินแล้วมันปากคล้ายคลึงกับอาหารไทยบ้านเรา โดยไปตระเวนกินกันที่ ห้องอาหารเม็กซิกัน “ซินยอร์ ปิโก้” โรงแรม แรมแบรนดท์ (Rembrandt) ย่านถนนสุขุมวิท
      
       แค่ก้าวแรกที่เดินเข้าไปในห้องอาหารก็สัมผัสได้กับบรรยากาศที่อบอวล ไปด้วยกลิ่นอายความเป็นเม็กซิกันที่ดูเรียบง่าย เป็นกันเอง แต่เก๋ไก๋ลงตัวตามรูปแบบของห้องอาหารเม็กซิกันสมัยใหม่ เน้นสีสันโทนร้อนแรง แถมเพิ่มอรรถรสการกินด้วยเสียงเพลงจากวงดนตรี “ลอส เอลราโด” (Los Heraldos Band) ที่มาจากคิวบา เล่นบรรเลงเพลงสไตล์ลาตินสนุกสนาน
Fajitas De Camarones
       สำหรับอาหารของที่นี่เป็นสไตล์อาหารเม็กซิกันแท้ๆ ปรุงจากต้นตำรับดั้งเดิม ไม่ได้ปรับแต่งรสชาติ เรียกว่าเหมือนบินไปกินอาหารเม็กซิกันถึงประเทศเม็กซิโกกันทีเดียว
      
       อย่างที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ได้ลองลิ้มแล้วติดใจติดปากแล้วอยากจะแนะนำให้มาลองชิมรสชาติกันดูบ้าง ก็มีอยู่หลายตัว อย่างเมนูแรกเป็นออเดิร์ฟเบาๆ หรือของว่าง Quesadillas (130 บาท++) หน้าตาสวยงามจัดมาเป็นรูปดาวดวงโต แต่ที่จริงเป็นแป้งทอดรูปสามเหลี่ยมข้างในเป็นไส้ชีส ผสมกับหัวหอมใหญ่ผัดกับพริกเม็กซิกัน จะกินแป้งทอดเพียวๆ ก็ได้รสชาติที่แป้งกรอบนุ่มชีสหนืดกลมกล่อมเผ็ดนิดๆ จากพริกเม็กซิกัน หรือจะกินกับเครื่องที่เสิร์ฟมาจิ้มกินแกล้มกัน มีเรดซันซ่า ซอสซาวส์ครีม ซอสอะโวคาโด คัวกาโมเล่ เลือกจิ้มได้ตามใจปาก
Jaiba Relleno
       พอลิ้นเริ่มคุ้นกับรสชาติอาหารเม็กซิกัน ก็ต่อด้วยเมนูจานพิเศษกับ Fajitas De Camarones (410 บาท++) เป็นกุ้งหมักมะนาว ที่ผัดกับพริกหวาน หอมใหญ่ หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวโพด และปรุงรสด้วยเครื่องปรุง เสิร์ฟมาบนกระทะจานร้อน กลิ่นหอมฉุย แล้วก็มีสารพัดเครื่องเคียงอย่าง พริกดอง ถั่วผัด ชีส ซาวส์ครีม ข้าวผัดเม็กซิกัน และแผ่นแป้งโตตีย่ากินคู่กัน
      
       เมนูนี้มีเทคนิคการกินนิดหน่อยคือ นำแผ่นแป้งโตติย่าร้อนๆ มาทากับถั่วผัดให้ทั่วแผ่น ตักกุ้งและผักใส่ลงไป โรยชีสตาม และราดด้วยซาวส์ครีม จากนั้นก็ม้วนแผ่นแป้งแล้วกัดกินทั้งคำ ได้รสชาติกลมกล่อมเข้ากันของแป้งที่เนื้อนุ่มกับกุ้งเนื้อแน่นกรอบ ออกเปรี้ยวนิดๆ จากซาวส์ครีม และตักข้าวผัดเม็กซิกันตามเข้าปากอีกคำ ได้รสชาติมันๆ เข้ากันไปอีกหนึ่งรสชาติ
      
       Jaiba Relleno (320 บาท++) อีกหนึ่งเมนูน่าลิ้มลอง เป็นเนื้อปูทะเลนำไปผัดกับกระเทียม หอมใหญ่ วิปปิ้งครีม และเพิ่มรสชาติบวกความหอมด้วยไวท์ขาว จากนั้นนำไปใส่ในกระดองปูให้สวยงาม โรยด้วยเกล็ดขนมปัง แล้วนำไปอบอีกครั้ง เสร็จสรรพเสิร์ฟพร้อมแป้งโตติย่าอบร้อนๆ เวลากินตักเนื้อปูลงบนแผ่นแป้ง บีบมะนาวนิดหน่อยแล้วห่อให้พอดีคำ อ้ำคำแรกได้รสชาติแป้งนุ่มเนื้อปูหวานมัน เข้ากันนักและออกเปรี้ยวนิดๆ จากมะนาวที่บีบลงไปตัดความเลี่ยนได้ดีนัก
The Best of All In One
       นอกจากของคาวแล้วก็มีของหวานที่น่าหม่ำอย่าง The Best of All In One (150 บาท++) เป็นไอศกรีมรสรัมเลซิน และมีช็อกโกแลตมูส ราดด้วยซอสราสเบอร์รี่ และซาวส์ครีม ไอศกรีมหวานเย็นชุ่มคอ ช็อกโกแลตมูสรสนุ่ม กินตบท้ายมื้อล้างปากดีนักเชียว
      
       ยังไม่หมดเพียงเท่านี้สำหรับเมนูที่น่าลิ้มลองยังมี Carnitas เป็นหมูอบซอสสไตล์เม็กซิกัน(320 บาท++) Enchiladas แพนเค้ก เนื้อ, ไก่ หรือแซลมอนราดด้วยซอสมะเขือเทศรสเผ็ด (340 บาท++) และอีกหลากเมนูเด็ด ทั้งซุป สลัด อาหารทะเล เนื้อ ไก่ และเมนูพิเศษอีกหลายรายการ ล้วนแล้วแต่เป็นอาหารสไตล์เม็กซิกันแท้ๆ และเป็นรสชาติใหม่ๆ ที่น่าลิ้มลอง
       
*    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    * 
       
ห้องอาหารเม็กซิกัน ซินยอร์ ปิโก้ ตั้งอยู่ที่โรงแรม แรมแบรนดท์ ถ.สุขุมวิท ซอย18 คลองเตย กทม.  เปิดบริการทุกวัน เวลา 17.00-01.00 น. โทร.0-2261-7100 ต่อ 7550, 7443