และเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศวันไหว้พระจันทร์ มื้อนี้ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ขันอาสาพาไปตระเวนกินขนมไหว้พระจันทร์ที่ร้าน“ขนมเปี๊ยอื๊อเล่งเฮง”ย่านเยาวราช | |||||
สำหรับช่วงเทศกาล “วันไหว้พระจันทร์” อย่างนี้ ที่ร้านอื๊อเล่งเฮงก็มีขนมไหว้พระจันทร์ที่ทำกันแบบสดๆ ใหม่ๆ อยู่ด้วยกันหลายไส้ เอาเป็นว่าตาม “ผู้จัดการตระเวนกิน” ไปกินกันดีกว่าว่ามีขนมไหว้พระจันทร์ไส้อะไรที่น่ากินกันบ้าง | |||||
ชิ้นต่อมามาแบบทรงสี่เหลี่ยมรูปงาม เป็นไส้โหงวยิ้งไข่คู่ (ชิ้นละ 64 บาท) โหงว (แปลว่า 5 ) ยิ้ง (แปลว่า ผลไม้)ดังนั้นจึงหมายถึงไส้ผลไม้ 5 อย่าง ที่มีทั้ง เม็ดอัลมอนด์ ก๊วยยิ้ง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เม็ดแตง ฟักเชื่อม และใส่หมูหวานเพื่อความหอมหวาน บวกไข่อีก 1 คู่ โหวงยิ้งไส้นี้เวลาเคี้ยวเต็มปากเต็มคำ สัมผัสได้ถึงความหวานมันของผลไม้ทุกอย่างที่ใส่มา | |||||
อีกหนึ่งขนมไหว้พระจันทร์ที่กำลังมาแรงที่เรียกว่า บัวหิมะ (ฮวกไช้เปี๊ยะ) (ชิ้นละ 60 บาท) เป็นขนมที่ทำมาจากแป้งโก๋ จึงทำให้ขนมนั้นเนื้อนุ่มนิ่มกว่าและมีหลายสีตามแต่ชนิดของไส้ที่ใส่มา ซึ่งร้านนี้มีขายอยู่ด้วยกันหลายสีหลายไส้ อย่างสีแดงข้างในเป็นไส้ถั่วแดง สีเหลืองเป็นไส้ทุเรียน สีเขียวไส้ชาเขียวกับเม็ดแตง และสีขาวเป็นไส้ลูกบัวกับเม็ดแตง รสชาติของบัวหิมะแต่ละไส้นั้นเนื้อแป้งและไส้นุ่มนิ่มเข้ากันได้อย่างลงตัว เนื้อไส้มีความหวานชุ่มลิ้นกำลังดี | |||||
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * | |||||
รีวิวอาหารจากร้านต่างๆ บุฟเฟ่ต์โรงแรม รีวิวร้านอาหาร เมนูอาหารน่าทาน รูปภาพอาหาร การทำอาหาร ส่วนผสม วัตถุดิบในการทำอาหาร เมนูอาหารคาว เมนูขนมหวาน เมนูเครื่องดื่ม ตามหาร้านอาหารอร่อย ร้านอาหารในดวงใจ เมนูวัตถุดิบพิเศษ credit www.manager.co.th, www.bloggang.com www.horapa.com,www.foodietaste.com,women.kapook.com
“อื๊อ เล่ง เฮง” ขนมไหว้พระจันทร์ รุ่นเดอะ
เคลิ้มรสชาติ ในบรรยากาศบ้านเก่า ที่“บ้านผ่านฟ้า”
เรื่องนี้พลอยลามมาถึงเรื่องอาหารการกินด้วย โดยเทรนด์การนำบ้านเก่ามามาเนรมิตใหม่ เปิดเป็นร้านอาหาร นับว่ากำลังเป็นที่นิยม เหมือนอย่างกับร้าน “บ้านผ่านฟ้า” ที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” เพิ่งจะไปหม่ำมา เมื่อไม่นานนี้ “บ้านผ่านฟ้า” บ้านหลังนี้เป็นบ้านหลังใหญ่สร้างสไตล์ชิโนปอร์ตุกีส ตั้งแต่สมัย ร.5 ถ้านับอายุอานามก็ปาเข้าไป 100 กว่าปีเห็นจะได้ เมื่อเดินเข้ามาสัมผัสกับพื้นที่ด้านใน ก็รู้ว่าบ้านหลังนี้ใหญ่โตขนาดไหน พื้นที่ในตัวบ้านถูกจัดสรรปันส่วนเป็นห้องๆ ตกแต่งแบบร่วมสมัย และติดแอร์เย็นฉ่ำน่านั่ง แถมมีวงดนตรีดูโอแบนด์ เล่นเพลงขับกล่อมให้ฟังด้วย | |||||
| |||||
สำหรับอาหารที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” เลือกสั่งมาหม่ำในมื้อนี้นั้นก็มีครบทั้งอาหารไทย-จีน- ฝรั่ง เอาแบบว่าคัดๆ มาแล้วว่ารสเด็ดโดนใจ ถูกปากจนต้องบอกต่อก็มี โรตีแกงเขียวหวานไก่ (100 บาท) เป็นเมนูไทยๆ คือแกงเขียวหวานไก่ ที่เน้นเครื่องแกงเขียวหวานครบเครื่อง แต่เด่นตรงที่กินกับสวยคงจะน่าเบื่อ ทางร้านจึงนำแป้งโรตีร้อนๆ นุ่มๆ มาให้กินคู่กัน รสชาติความเด็ดจึงอยู่ที่แป้งโรตีเนื้อเนียนนุ่ม เคี้ยวกร้วมรวมเข้ากับแกงเขียวหวานเผ็ดรสจัด เข้มข้น หอมมันน้ำกะทิ | |||||
ปลากะพงผัดแห้ง (180 บาท) เป็นเมนูอาหารจีน ที่ใช้ปลากะพงสดๆ แล่เอาเฉพาะเนื้อปลา (ตัดหัวตัดหาง เลาะเอาก้างออก ใส่เหล้าจีนลงไปในเนื้อปลา เพื่อดับคาว) และชุบแป้งข้าวโพดทอดกรอบ ก่อนนำไปผัดรวมกับเครื่องเทศ ใส่หอมใหญ่ ต้นหอม เห็ดหอม พริกชี้ฟ้าเหลืองแดง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ได้ครบรสชาติความกรุบกรอบของเนื้อปลา ถึงแม้จะออกแห้งๆ แต่กินกับข้าวร้อนๆ ก็เข้ากันดี | |||||
นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นๆ ที่น่าลองอีกหลายอย่าง อาทิ ปลา กะพงผัดพริกไทยดำ (180 บาท) ผัดฉ่าทะเลเดือด (180 บาท) ปลาช่อนแช่น้ำปลาทอด (180 บาท) ปลาแซลมอนย่าง (200 บาท) ขาหมูผ่านฟ้า (220 บาท) หากถ้าใครอ่านจบแล้วรู้สึกหิวขึ้นมาตงิดๆ ในทันทีทันใด ก็รีบออกจากบ้านบึ่งรถตามไปตระเวนกินที่ร้าน “บ้านผ่านฟ้า” กันได้เลย อย่ามัวรอจนท้องร้องเสียงดังละ เพราะคนที่นั่งอยู่ข้างๆ อาจจะได้ยิน อายเขารู้ไหม!! * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * | |||||
|
ละเมียดละไม สไตล์ฝรั่งเศส ที่ “Café de France ”
| |||||
ถึงแม้จะมีเชฟจากโรงแรมระดับ 5 ดาว มาโชว์ฝีมือทำอาหารแต่คุณคริสทอป ซึ่งเป็นชาวฝรั่งเศส ก็จะมาดูแลด้วยตัวเอง ทั้งสูตร วิธีทำ และการจัดวางอาหาร ที่เป็นตำรับฝรั่งเศสจริงๆ สิ่งที่ทำให้สะดุดใจอย่างหนึ่งเห็นจะเป็นบรรยากาศภายในร้านที่เน้นความสบายๆ แต่แฝงด้วยความคลาสสิก และดูมีความเป็นส่วนตัวเหมือนกับว่ากำลังอยู่ในห้องรับแขกของบ้านเราเองยัง ไงยังงั้น | |||||
แล้วก็ถึงเวลาทานอาหารเริ่มด้วยจานเบาๆ เรียกน้ำย่อยค่อยๆ ละเลียดคือ ซีซาร์สลัด (120 บาท) นอกจากผักคอสส์ และผักกาดแก้วจะสดกรอบน่าทานแล้วความพิเศษของจานนี้อยู่ที่ชีสเส้นบางๆ ที่คลุกเคล้ากับน้ำสลัดข้น แถมมีเบคอนสติ๊กสุดอร่อยที่มันกรอบกำลังดี ให้ได้ทานคู่กันด้วย จานถัดมาเหมาะมากกับคนที่ชอบทานปลา เป็น แซลมอนพริกไทยดำ ( 190 บาท) ปลาแซลมอนชิ้นโตเนื้อนุ่มย่างกำลังดี ราดด้วยน้ำซอสพริกไทยดำ ทานกับข้าวผัดเนยหอมกรุ่น มีวิตามินเสริมจากมะเขือเทศและหน่อไม้ฝรั่งผัดเนยกรอบๆ | |||||
| |||||
ปิดท้ายมื้อด้วยของหวานที่มีอยู่หลายอย่างทั้ง เครปซูเซตกับไอศกรีมวนิลา (85 บาท) คัสตาร์ดคาราเมล (50 บาท) ไอศครีมรสต่างๆ (40 บาท) แต่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” เลือกทาน ครีมบูเล่ (85 บาท) รสชาติหอมมันเข้มข้น และชอคโกแลตมูส (90 บาท) รสอร่อย ค่อยๆทานไป ฟังเพลงเพราะๆไป แค่นี้ชีวิตก็มีความสุขเพิ่มขึ้นอีกหลายขีด เพราะบางครั้ง....การทานอาหารเราก็ต้องการมากกว่าความอิ่ม * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * ผ่านไปเมืองทองธานี ก็สามารถแวะไปที่ร้าน “คาเฟเดอร์ฟรองซ์” ได้ ตั้งอยู่ที่ตึกเจนีวา ตรงถนนบอนด์สตรีท เลยโรงแรมอิสตินเลคไซด์ ไปทางติวานนท์ ประมาณ 300 เมตร มีที่จอดรถสะดวกสบาย ร้านเปิดเป็น 2 ช่วง คือ 11.30-14.00 น. (มี Set Lunch จัดไว้ให้ 3 อย่าง ในราคา เพียง 280 บาท) และ 17.30-22.00 น. หยุดทุกวันอังคาร โทร. 0-2961-0962, 0-9069-3805 www.thaifoodcorner.com/cafedefrance |
“ซินยอร์ ปิโก้” เมนูเม็กซิกัน กินมันปาก
และด้วยความที่ลิ้นคนไทยมักจะติดอาหารรสชาติที่ออกจัดจ้านกันสัก หน่อย อาหารในแต่ละมื้อจึงต้องมีส่วนประกอบจำพวกพริกหรือเครื่องเทศชูรสชาติจัด จ้านรวมอยู่ด้วยเพื่อให้ได้รสชาติที่ถึงใจถูกใจปากกัน | |||||
แค่ก้าวแรกที่เดินเข้าไปในห้องอาหารก็สัมผัสได้กับบรรยากาศที่อบอวล ไปด้วยกลิ่นอายความเป็นเม็กซิกันที่ดูเรียบง่าย เป็นกันเอง แต่เก๋ไก๋ลงตัวตามรูปแบบของห้องอาหารเม็กซิกันสมัยใหม่ เน้นสีสันโทนร้อนแรง แถมเพิ่มอรรถรสการกินด้วยเสียงเพลงจากวงดนตรี “ลอส เอลราโด” (Los Heraldos Band) ที่มาจากคิวบา เล่นบรรเลงเพลงสไตล์ลาตินสนุกสนาน | |||||
อย่างที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ได้ลองลิ้มแล้วติดใจติดปากแล้วอยากจะแนะนำให้มาลองชิมรสชาติกันดูบ้าง ก็มีอยู่หลายตัว อย่างเมนูแรกเป็นออเดิร์ฟเบาๆ หรือของว่าง Quesadillas (130 บาท++) หน้าตาสวยงามจัดมาเป็นรูปดาวดวงโต แต่ที่จริงเป็นแป้งทอดรูปสามเหลี่ยมข้างในเป็นไส้ชีส ผสมกับหัวหอมใหญ่ผัดกับพริกเม็กซิกัน จะกินแป้งทอดเพียวๆ ก็ได้รสชาติที่แป้งกรอบนุ่มชีสหนืดกลมกล่อมเผ็ดนิดๆ จากพริกเม็กซิกัน หรือจะกินกับเครื่องที่เสิร์ฟมาจิ้มกินแกล้มกัน มีเรดซันซ่า ซอสซาวส์ครีม ซอสอะโวคาโด คัวกาโมเล่ เลือกจิ้มได้ตามใจปาก | |||||
เมนูนี้มีเทคนิคการกินนิดหน่อยคือ นำแผ่นแป้งโตติย่าร้อนๆ มาทากับถั่วผัดให้ทั่วแผ่น ตักกุ้งและผักใส่ลงไป โรยชีสตาม และราดด้วยซาวส์ครีม จากนั้นก็ม้วนแผ่นแป้งแล้วกัดกินทั้งคำ ได้รสชาติกลมกล่อมเข้ากันของแป้งที่เนื้อนุ่มกับกุ้งเนื้อแน่นกรอบ ออกเปรี้ยวนิดๆ จากซาวส์ครีม และตักข้าวผัดเม็กซิกันตามเข้าปากอีกคำ ได้รสชาติมันๆ เข้ากันไปอีกหนึ่งรสชาติ Jaiba Relleno (320 บาท++) อีกหนึ่งเมนูน่าลิ้มลอง เป็นเนื้อปูทะเลนำไปผัดกับกระเทียม หอมใหญ่ วิปปิ้งครีม และเพิ่มรสชาติบวกความหอมด้วยไวท์ขาว จากนั้นนำไปใส่ในกระดองปูให้สวยงาม โรยด้วยเกล็ดขนมปัง แล้วนำไปอบอีกครั้ง เสร็จสรรพเสิร์ฟพร้อมแป้งโตติย่าอบร้อนๆ เวลากินตักเนื้อปูลงบนแผ่นแป้ง บีบมะนาวนิดหน่อยแล้วห่อให้พอดีคำ อ้ำคำแรกได้รสชาติแป้งนุ่มเนื้อปูหวานมัน เข้ากันนักและออกเปรี้ยวนิดๆ จากมะนาวที่บีบลงไปตัดความเลี่ยนได้ดีนัก | |||||
ยังไม่หมดเพียงเท่านี้สำหรับเมนูที่น่าลิ้มลองยังมี Carnitas เป็นหมูอบซอสสไตล์เม็กซิกัน(320 บาท++) Enchiladas แพนเค้ก เนื้อ, ไก่ หรือแซลมอนราดด้วยซอสมะเขือเทศรสเผ็ด (340 บาท++) และอีกหลากเมนูเด็ด ทั้งซุป สลัด อาหารทะเล เนื้อ ไก่ และเมนูพิเศษอีกหลายรายการ ล้วนแล้วแต่เป็นอาหารสไตล์เม็กซิกันแท้ๆ และเป็นรสชาติใหม่ๆ ที่น่าลิ้มลอง * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * ห้องอาหารเม็กซิกัน “ซินยอร์ ปิโก้” ตั้งอยู่ที่โรงแรม แรมแบรนดท์ ถ.สุขุมวิท ซอย18 คลองเตย กทม. เปิดบริการทุกวัน เวลา 17.00-01.00 น. โทร.0-2261-7100 ต่อ 7550, 7443 |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
































































