ข้อความข้างต้นคือ ความหมายของเมี่ยงจากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 | |||||
ซึ่งเมี่ยงนั้นนอกจากจะเป็นอาหารกินเล่นๆเพลินปากแล้ว(หรือใครจะกิน อย่างจริงจังก็ได้) เมี่ยงยังถือเป็นหนึ่งในอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะว่าเมี่ยงส่วนใหญ่มีส่วนประกอบของผักและผลไม้เป็นหลัก อย่ากระนั้นเลยมื้อนี้เราไปตระเวนกินเมนูเมี่ยงที่เด่นๆ ในเทศกาลเมี่ยงนานาชาติกันดีกว่า สำหรับเมี่ยงที่น่าลองลิ้มในงานนี้ก็มี เมี่ยงระแหง ชื่อแปลกดี เป็นเมี่ยงตำรับโบราณของหม่อมเจ้าจงจิตรถนอม ดิศกุล ที่หากินยาก(มาก) รสชาติกลมกล่อมออกเค็มนิดๆ ด้วยสารพัดเครื่องเมี่ยง ทั้ง กุ้งแห้งทอด กระเทียมดิบ ตะไคร้หั่นฝอย ขิงหั่นเป็นแว่น มะนาวหั่น และมะพร้าวแก้ว เมี่ยงระแหงมีให้เลือกกินกับใบชะพลูและข้าวตังทอด ถ้ากินกับใบชะพลูก็คล้ายๆ กับกินเมี่ยงคำ แต่ถ้ากินกับข้าวตัง เวลากินก็เอาเครื่องทุกอย่างวางบนข้าวตัง แล้วราดด้วยน้ำเมี่ยงซึ่งมีเต้าเจี้ยวเป็นส่วนประกอบด้วย เคี้ยวกร้วมกัดทั้งทั้งคำกรุบกรอบข้าวตังและเครื่องเมี่ยงออกรสชาติเค็มนิดๆ และหอมกลิ่นเต้าเจี้ยวหน่อยๆ | |||||
| |||||
เมี่ยงสามสี เมนูนี้ไม่ใช่สูตรของ ส.ส. สามสี “ไตรรงค์ สุวรรณคีรี” แต่อย่างใด แต่ว่าเป็นเมี่ยงที่ มีสามสีให้เลือก คือมีสีม่วง สีขาว สีเหลือง โดยหน้าตาของเมี่ยงนั้นลักษณะหน้าตาคล้ายๆกับขนมปากหม้อ ข้างในใส่หมูสับ มีน้ำราดคล้ายซีอิ้ว เมื่อส่งเข้าปากแป้งจะนุ่มและรสออกหวานนำจากน้ำจิ้มที่ราด | |||||
เท่าที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” เอ่ยมานั้นถือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของบุฟเฟ่ต์เมี่ยง 51 ชนิดในงาน “เทศกาลเมี่ยงนานาชาติ” ที่จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ ถึง 17 ก.ค. 2548 เวลา 11.30-14.00 น. ณ ธาราคอฟฟีชอป โรงแรมอิมพีเรียลธารา สุขุมวิท 26 โดยในแต่ละวันทางโรงแรมจะจัดเมี่ยง 15 ชนิดจาก 51 ชนิดหมุนเวียนกันไป พร้อมๆกับสเต็กและบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวัน ในสนนราคา 348 บาท/คน ซึ่งใครที่ชื่นชอบการกินเมี่ยงก็ตามไปชิมกันได้ตามสบาย สามารถสำรองที่นั่งได้ที่ โทร.0-2259-2900 ต่อ 602 * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * |
รีวิวอาหารจากร้านต่างๆ บุฟเฟ่ต์โรงแรม รีวิวร้านอาหาร เมนูอาหารน่าทาน รูปภาพอาหาร การทำอาหาร ส่วนผสม วัตถุดิบในการทำอาหาร เมนูอาหารคาว เมนูขนมหวาน เมนูเครื่องดื่ม ตามหาร้านอาหารอร่อย ร้านอาหารในดวงใจ เมนูวัตถุดิบพิเศษ credit www.manager.co.th, www.bloggang.com www.horapa.com,www.foodietaste.com,women.kapook.com
ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube
อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube
อ่านการ์ตูน Youtube
มังงะออนไลน์ Youtube
อ่านมังงะออนไลน์ Youtube
การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube
การ์ตูนโรแมนติก Youtube
ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube
การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube
แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube
การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube
เกมรักพยาบาท Youtube
GOLD รักนี้สีทอง Youtube
เกาะนางพญาเงือก Youtube
หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube
วังวนปรารถนา Youtube
คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube
เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube
รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube
หัวใจไม่ร้างรัก Youtube
เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube
บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube
princessหมึกจีน Youtube
ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube
หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube
หน้ากากนักสืบ Youtube
ราศีมรณะ Youtube
THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube
เกียรติยศรัก Youtube
SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube
หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube
รักแรกแสนรัก Youtube
รอรักสาวซากุระ Youtube
รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube
หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube
รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube
ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube
บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube
อ้อมกอดทะเลทราย Youtube
การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube
การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube
อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube
การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube
การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube
การ์ตูนรักระแวง Youtube
การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube
การ์ตูนหนามชีวิต Youtube
ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube
การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube
การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube
การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube
การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube
อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube
การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube
การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube
การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube
การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube
ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube
เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube
การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube
การ์ตูนชะตารัก Youtube
แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube
รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube
รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube
รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube
Hot Love หมึกจีน Youtube
การ์ตูนผีกุกกัก Youtube
คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube
การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube
หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube
Extra Romance หมึกจีน Youtube
เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube
กินได้ กินดี ที่ธาราคอฟฟีชอป กับ “เมี่ยงนานาชาติ”
รายชื่อเมี่ยง 51 ชนิดในงาน “เทศกาลเมี่ยงนานาชาติ”
| ||
1.เมี่ยงระแหง 2.เมี่ยงเนย 3.เมี่ยงญี่ปุ่น 4.เมี่ยงสะท้อน 5.เมี่ยงหมู 6.เมี่ยงมะเขือ 7.เมี่ยงกุ้ง 8.เมี่ยงขนมเรไร 9.เมี่ยงลาว 10.เมี่ยงกระท้อน 11.เมี่ยงคำ 12.เมี่ยงส้ม 13.เมี่ยงข้าวตัง 14.เมี่ยงเนื้อ 15.เมี่ยงมะม่วงแบบยำ 16.เมี่ยงมะพร้าวอย่างโบราณ
เมี่ยงตำรับนานาชาติ และเมี่ยงที่คิดค้นขึ้นใหม่
17.เมี่ยงฮ่องกง(เป็ดย่าง) 18.เมี่ยงนอร์เวย์(ปลาแซลมอน) 19.เมี่ยงนิวซีแลนด์(หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์) 20.เมี่ยงอินโดนีเชีย 21.เมี่ยงสิงคโปร์ 22.เมี่ยงญวน 23.เมี่ยงขนมจีนแบบลาว 24.เมี่ยงขนมจีนแบบไทย 25.เมี่ยงเยอรมัน 26.เมี่ยงอินเดีย 27.เมี่ยงเกาหลี 28.เมี่ยงก๋วยเตี๋ยว 29.เมี่ยงก๋วยเตี๋ยวปลาทับทิม 30.เมี่ยงชูชก 31.เมี่ยงมังคุด 32.เมี่ยงมะม่วง 33.เมี่ยงเงาะ 34.เมี่ยงคำบัวบูชา 35.เมี่ยงว่านหางจระเข้ 36.เมี่ยงชนบท 37.เมี่ยงสาหร่าย 38.เมี่ยงปลาร้อนต้นฝน 39.เมี่ยงข่า 40.เมี่ยงปูเล่ 41.เมี่ยงมังสวิรัติ 42.เมี่ยงแฮม 43.เมี่ยงขาไพ่ 44.เมี่ยงไก่ 45.เมี่ยงไก่กระทงทอง 46.เมี่ยงสะเต๊ะ 47.เมี่ยงปลาริวกิว 48.เมี่ยงปลาทู 49.เมี่ยงกากหมู 50.เมี่ยงปากหม้อ 3 ไส้ 51.เมี่ยงไส้กรอกอีสาน
หม่ำอาหารจีน สไตล์ฝรั่งที่ "ไวท์โลตัส"
หมุน.. หมุน..หมุน จะต้องหมุนอีกซักกี่รอบ "ผู้จัดการตระเวนกิน" ถึง จะได้กินหมูหันแผ่นบางกรอบที่แค่เห็นน้ำลายก็พาลจะไหล หรือจะเป็นเป็ดย่างเนื้อนุ่มที่ทำท่าว่าใกล้จะหมด แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าโชคจะเข้าข้างเรา เพราะผู้ร่วมโต๊ะคนอื่นๆก็ยังตั้งหน้าตั้งตาคีบเอาๆ ทำเอาเรานั่งหน้าละห้อยมองตาปริบๆ เป็นอันว่าอาหารจีนมื้อนั้นจบลงด้วยความหิวโหย ทำเอา "ผู้จัดการตระเวนกิน" เข็ดกับการกินโต๊ะจีนไปอีกนาน | |||||
พอ "ผู้จัดการตระเวนกิน" ได้ฟังมาถึงตรงนี้ ก็ไม่รอช้ารีบออกเดินทางไปยังหัวหินทันที แต่มีข้อแม้ว่าเพื่อนตัวดีต้องขับรถให้ | |||||
มาต่ออารมณ์หวานๆมันๆกันด้วย ไก่เส้นผัดเปรี้ยวหวาน (150บาท) อกไก่เนื้อแน่นนำไปชุบแป้งแล้วทอดด้วยไฟแรง จากนั้นปรุงรสเปรี้ยวด้วยน้ำส้มสด ทำให้เวลาเคี้ยวได้กลิ่นหอมของส้ม จานนี้ทำให้ "ผู้จัดการตระเวนกิน" ต้องขอสารภาพว่าไม่เคยกินผัดเปรี้ยวหวานทีไหน รสชาติจัดจ้านถึงใจขนาดนี้มาก่อน | |||||
พออิ่มหนาสำราญกับอาหารคาวแล้ว ก็มาถึงคิวของหวานอย่างไอศกรีม+กล้วยหอมทอดราดซอสน้ำผึ้ง (140บาท) กันบ้าง ซึ่งไอศกรีมของไวท์ โลตัสนี้เป็นโฮมเมด สไตล์อิตาเลียน เพราะฉะนั้นรสชาติที่ได้จะเข้มข้น หวานมันถึงเครื่องไอศกรีม เสิร์ฟพร้อมกับเผือกทอดแถมตกแต่งด้วยเส้นหมี่ทอดดูสวยงามแปลกตา เวลากินให้ตักไอศกรีมเข้าปากพร้อมกับกล้วยหอมทอด เคี้ยวพร้อมกันรสชาติจะออกหอมๆมันๆ แถมได้กลิ่นหอมของน้ำผึ้งด้วย | |||||
|
อร่อยกับพิซซ่าเตาถ่านและแดนซ์มันๆ ที่ “สกูซี่” & “เด นอคเต้”
ถ้าสิ่งที่ทุกคนกำลังจะตอบคือคำว่า “ใช่” แล้วละก็ ตาม “ผู้จัดการตระเวนกิน” มาได้เลย เพราะว่ามื้อนี้เราจะพาไปตระเวนกินและแดนซ์กันให้หนำใจกันที่ร้านอาหารชื่อว่า “สกูซี่” (SCOOZI) (ที่เปิดเป็นร้านพิซซ่าและอีกร้านเปิดเป็นอาหารอิตาเลี่ยนแอนด์ซีฟู้ด) และ คลับหรู “เด นอคเต้”ซึ่งเจ้าของร้านไม่ใช่ใครที่ไหน คุณตุ๊ก ญาณี จงวิสุทธิ์ พิธีกรอารมณ์ดีชื่อดังกับสามี คุณแซมร่วมกันเปิดขึ้น | |||||
“สกูซี่ พิซเซอเรียฯ” เป็นร้านพิซซ่าสไตล์แบบอิตาเลี่ยนแท้ๆ คือพิซซ่าจะเป็นแบบแป้งบางกรอบ เน้นชีส และถึงกับมี เตา(ถ่าน)อบพิซซ่าที่สั่งทำเป็นพิเศษโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นเตาอบแบบนโปเลียนที่ใช้ความร้อนสูงในการอบจากไม้สนและไม้ยูคาลิปตัส ทำให้ได้พิซซ่าที่หอมหวนชวนกิน สำหรับพิซซ่าของที่นี่ก็มีหน้าให้เลือกสั่งมาหม่ำอยู่ด้วยกันกว่า 30 หน้า อย่างที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” สั่งมาลิ้มรชิมรสชาติก็คือ พิซซ่าซัลมอนกับพิซซ่าเซอร์จิโอ้ (ถาดละ330 บาท 8 ชิ้น) แต่ว่าเราเลือกสั่งมาแบบทูอินวัน 2 หน้าในถาดเดียว (ราคา 330 บาทเท่าเดิม) รสชาติของพิซซ่า 2 ตัวนี้มีความแตกต่างกันตรงเครื่องที่ใส่มา พิซซ่าซัลมอนใส่ซอสมะเขือเทศ ชีสMozzarella และซัลมอนรมควัน รสชาติเด่นตรงซัลมอนรมควันที่เนื้อหวานนุ่ม เข้ากับแป้งพิซซ่าที่บางกรอบ | |||||
นอกจากนี้ยังมีพิซซ่าหน้าอื่นๆ ที่น่าหม่ำอีก อย่างพิซซ่าปาร์ม่าแฮม (330 บาท) พิซซ่า 4 ชีส (330 บาท) พิซซ่าสกูซี่ (330 บาท) และก็อาหารอิตาเลี่ยนอย่างอื่น อาทิ ไส้กรอกอิตาเลี่ยน (150 บาท) ไส้กรอกหมูมี 2 รสชาติคือ แบบเผ็ดกับไม่เผ็ด รสชาติเด็ดตรงที่เป็นไส้กรอกหมูผสมเครื่องเทศเคี้ยวแล้วเนื้อหมูแน่น เคี้ยวหนึบ รสชาติกลมกล่อมถูกลิ้น ส่วนถ้าใครชอบสลัดแนะนำ คาปรีเซ่สลัด (250 บาท) สลัดสไตล์อิตาเลี่ยนแท้ๆ รวมไปถึงยังมีเบเกอรี่โฮมเมดอีกหลายเมนูให้ลิ้มลอง แต่อย่าเพิ่งอิ่มกับพิซซ่าจนเกินไป เพราะว่ายังมีอาหารอิตาเลี่ยนแอนด์ซีฟู้ดให้ไปเลือกกินกันอีก ที่ร้าน “สกูซี่ อิตาเลี่ยน แอนด์ ซีฟู้ด เรสเตอรองท์” เพียงแค่เดินออกจากร้าน “สกูซี่ พิซเซอเรียฯ” ไม่กี่ก้าวก็ถึงร้านแล้ว | |||||
| |||||
สำหรับใครที่ไม่เคยมาที่ “สกูซี่” และ “เด นอคเต้” ขอบอกว่าถ้ามาแล้วจะต้องติดใจ เพราะว่ามาที่นี่แล้วได้ครบรสชาติความอิ่มอร่อยแบบอิตาเลี่ยน และได้ความสนุกสนานกลับบ้านไป มาเมื่อไหร่คุ้มค่าจริงๆ |
อิ่มเอมเคล้าเสียงเพลง ที่ “หลังคาแดง”
อย่างมื้อนี้ที่นึกอยากจะหาร้านอาหารนั่ง ที่มีบรรยากาศสบายๆ นั่งรับลมเย็นๆ มีเพลงเพราะๆ ให้ฟังและที่สำคัญมีอาหารรสชาติเด็ดๆ ให้หม่ำ จึงทำให้เราดั้นด้นมาที่โชคชัย 4 มาเสาะหาร้านอาหารอย่างที่ว่ากัน | |||||
เราเลือกที่นั่งมุมเหมาะที่ฟังเพลงได้ชัดๆ และเห็นหน้านักร้องด้วย เพราะว่านักร้องที่นี่ร้องเพลงเพราะจนอยากจะเห็นหน้า ครั้นพอได้เห็นหน้าเท่านั้นล่ะ ถึงกับตาโต เพราะว่าเป็นสุเมธ (ที่เป็นนักร้องดูโอชื่อดังกับปั๋งนั่นเอง) และเราก็ได้พูดคุยกับสุเมธว่าเหตุใดจึงมาร้องเพลงที่นี่ได้ หลังจากพูดคุยกันก็ได้รับคำตอบที่ว่า เป็นร้านที่สุเมธร่วมหุ้นกับเพื่อนๆ เปิดเป็นร้านอาหารสไตล์ผับแอนด์เรสเทอรองต์ ขายอาหารที่เน้นเป็นอาหารไทยๆ มากมายหลากหลายรสชาติ รวมทั้งมีนักดนตรีเล่นเพลงสไตล์โฟค์ซองเล่นให้ฟังสดๆ ทุกวัน วันละ 2 ช่วงเวลา คือ 20.00-22.00 น. และ 22.30-24.00 น. (แต่ว่าสุเมธไม่ได้เข้ามาร้องทุกวัน แล้วแต่บางโอกาสเท่านั้น) | |||||
| |||||
สันคอหมูพริกไทยดำ (80 บาท) เป็นสันคอหมูที่ติดมันนิดหน่อยหั่นสไลด์ หมักกับเครื่องปรุงทิ้งไว้กว่า 1 ชม. ก่อนจะนำมาผัดกับเครื่องพริกไทยดำ ใส่พริกชี้ฟ้าแดง หอมใหญ่ ก้านต้นหอม และใส่เหล้าจีนกับน้ำมันงาเพิ่มความหอม ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมถึงเครื่องพริกไทยดำ หมูนิ่มเคี้ยวนุ่ม แถมหอมกลิ่นเหล้าจีนและน้ำมันงาอ่อนๆ ด้วย ส่งท้ายด้วย ปลากะพงโบราณ (180 บาท) ปลากะพงขาวสดๆ ที่ทอดจนกรอบ แล้วราดด้วยเครื่องน้ำยำสูตรเด็ดของทางร้าน เต็มไปด้วยเครื่องสมุนไพร ทั้งตะไคร้ หอมแดง ขิงสด พริกขี้หนู มะนาวหั่น ปรุงรสชาติใส่น้ำพริกเผาด้วย รสชาติเด็ดตรงที่ปลากะพงสดทอดกรอบเนื้อจะหวาน และเครื่องน้ำยำออกรสจัดจ้าน เผ็ดลิ้นกำลังดี | |||||
“ผู้จัดการตระเวนกิน” บอกได้เลยว่า การมาตระเวนกินที่ร้าน “หลังคาแดง” ในมื้อนี้ ช่างเป็นมื้อแห่งความอิ่มเอมเสียจริงๆ อิ่มทั้งอาหารที่รสชาติถูกปากและอิ่มเอิบกับเสียงเพลงเพราะๆ โดนใจ เห็นทีว่าคงจะต้องแวะเวียนมาที่ “หลังคาแดง” นี้บ่อยๆ เสียแล้วสิเรา |
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)