ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

แซบอีหลี ที่"ครัวอีสาน เด้อ บางกอก"

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 กรกฎาคม 2549 12:19 น.
บรรยากาศร้านชวนนั่งกินอาหารอีสานรสแซบ ที่ครัวอีสาน เด้อ บางกอก
       หากพูดถึงอาหารรสแซบ แน่นอนว่าอาหารอีสานมีรสแซบ ที่ไม่เป็นสองรองใคร โดยเฉพาะเมนูยอดฮิตอย่างพวกส้มตำ ลาบ น้ำตก ต้มแซบ ที่ร้านไหนปรุงได้ถึงรสถึงเครื่องแล้วละก้อ คออาหารอีสานติดกันตรึม
      
       สำหรับร้าน"ครัวอีสาน เด้อ บางกอก" ที่ตั้งอยู่ตรงสนามกอล์ฟปัญญารามอินทรา ก็ถือเป็นหนึ่งในร้านอาหารอีสานรสแซบ ที่มีทั้งเมนูอีสานแท้และเมนูอีสานประยุกต์ชวนติดปากติดใจให้เลือกกินอยู่ หลายอย่าง
       ว่าแล้วก็อย่ารอช้าให้ท้องร้องและน้ำลายสอปากกันอยู่เลย ตาม"ผู้จัดการตระเวนกิน"มาหม่ำกับเมนูเด็ดดวงของร้านนี้กันเลยดีกว่า
      
       เริ่มกันที่เมนูยอดฮิตอย่าง ส้มตำทรงเครื่อง (120 บาท) ที่ไม่เหมือนส้มตำร้านไหนๆ ก็ต้องที่นอกจากจะมีส้มตำรสเด็ด (เลือกได้ว่าจะเอาส้มตำแบบไหน ไทย ปู หรือว่าปูปลาร้า) แล้วยังเครื่องเคียงสารพัดอย่างเสิร์ฟมาพร้อมกันให้กินแกล้มเข้ากับส้มตำ อย่างกุ้งแม่น้ำตัวโต ไข่ไก่ต้มยางมะตูม แคบหมู หมี่ขาว ซึ่งรสชาติจะแปรเปลี่ยนไปตามเครื่องเคียงที่กินคู่เข้ากันได้กลมกล่อมลงตัว
      
       จากส้มตำมาต่อกันที่ ข้าวจี่ดอกอัญชัน+ไก่ย่าง+ส้มตำ (120 บาท) เมนูนี้ขอบอกว่าสั่งมากินแล้วอิ่มท้องไม่ใช่เล่น เพราะมีทั้งข้าวจี่ที่พิเศษตรงที่เป็นข้าวจี่ผสมน้ำดอกอัญชัน รสชาติออกเค็มๆ หวานๆ หอมกลิ่นไข่และดอกอัญชัน มีไก่ย่างที่หนังกรอบ เนื้อนุ่มถึงเครื่องพริกไทยดำ และก็มีส้มตำปูม้า ที่ตำมาแบบครบเครื่องส้มตำออกรสเปรี้ยว หวาน เผ็ดแซบปากดี
       ตามมาด้วยเมนูนี้ ลาบปลากรายห่อตอง (60 บาท) หน้าตาคล้ายกับห่อหมก เป็นเนื้อปลากรายขูดผสมกับเครื่องสมุนไพรอย่างพริกขี้หนู ข้าวคั่ว กระเทียม หอมแดง ใบมะกรูดซอย คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วจึงนำมาห่อใบตองปิ้งบนเตาถ่านจนสุก กินลาบปลากรายเคี้ยวนุ่มหนึบ รสชาติหวานหอมเครื่องสมุนไพร ไม่เผ็ดมากนักกินแกล้มกับเครื่องเคียง ต้นหอม มะนาวผ่าซีก หอมแดง กระเทียม พริกขี้หนูสวนเพิ่มรสชาติ
แกงเห็ดภูฐาน
       ต่อที่เมนูปลาเป็น ปลาเนื้ออ่อนนึ่งจิ้มแจ่ว(150 บาท) ทางร้านใช้ปลาเนื้ออ่อนสดๆ นำมาล้างรูดด้วยใบตะไคร้ ดับกลิ่นคาวด้วยเกลือ แล้วนำมานึ่งใส่ใบมะกรูด ใบตะไคร้ นึ่งจนปลาสุกทั่วตัว เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มแจ่วสูตรเด็ด และผักเคียงอย่างมะเขือพวง แครอท ข้าวโพดอ่อน ถั่วฝักยาว ลิ้มรสปลาเนื้ออ่อนเนื้อนุ่มหวาน จิ้มกินกับน้ำจิ้มแจ่วรสกลมกล่อมออกเปรี้ยวนิดๆ หอมกลิ่นเครื่องเทศ
      
       ส่งท้ายด้วยเมนูน้ำๆ แกงเห็ดภูฐาน (60 บาท) (ใช้ ฐ :ฐาน ตัวนี้เนื่องจากเห็ดชนิดนี้นำเข้ามาก่อนที่คนไทยจะหันมาเรียกประเทศภูฏาน แทน ภูฐาน) ความโดดเด่นของเมนูนี้อยู่ตรงที่เห็ด เป็นเห็ดตระกูลเดียวกับเห็ดนางฟ้ามีต้นกำเนิดอยู่ในประเทศภูฏาน เมื่อนำมาแกงรวมกับน้ำใบย่านาง ใบชะอมและเครื่องแกงต่างๆ จะได้แกงเห็ดที่มีรสชาติออกขมนิดๆ และเผ็ดที่ปลายลิ้น
ปลาเนื้ออ่อนนึ่งจิ้มแจ่ว
       แต่หากว่าใครยังมีพื้นที่ในกระเพาะเหลืออยู่อีก จะขอเมนูมาเปิดดูสั่งเมนูอย่างอื่นๆ ที่น่ากินก็มีอีกเพียบ อาทิ ไก่บ้านนึ่งตะไคร้หอม (250 บาท) แกงผักหวานไข่มดแดง (เล็ก 80 บาท ใหญ่ 150บาท) ปลาบึกลวกจิ้ม (120 บาท) ลาบเป็ด (80 บาท) ส้มตำหมูกรอบ (60 บาท) หมี่กะทิชาวกรุง (50 บาท) และอีกหลายเมนูรสแซบ รวมไปถึงยังมีอาหารไทย เวียดนาม และจีน ให้เลือกลิ้มลอง ที่รอให้คออาหาร โดยเฉพาะมิตรรักนักกินอาหารอีสานมาพิสูจน์รสชาติความแซบอีหลีหลายเด้อ ที่"ครัวอีสาน เด้อ บางกอก"แห่งนี้

ละเมียดลิ้น ละไมรส ที่ "A Cup of Trees"

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 กรกฎาคม 2549 10:39 น. 

มุมโซฟานุ่มๆ ชวนนั่งในบรรยากาศสบายๆ ที่ร้าน "A Cup of Trees"
       ในยุคที่กระแส"กาแฟสด" มาแรง เพราะเดี๋ยวนี้สามารถหากาแฟสดดื่มได้ทั่วทุกมุมเมือง แต่กระนั้น"ผู้จัดการตระเวนกิน"กลับ รู้สึกว่าการหากาแฟแท้ๆ รสกลมกล่อม ฟองนุ่มลิ้น ดื่มสักถ้วยนั้นมันไม่ง่ายเอาเสียเลย แต่ถึงยังไงก็ดูเหมือนโชคยังพอจะเข้าข้างอยู่บ้าง เพราะเราได้มาเจอะเจอกับร้าน"A Cup of Trees"เข้าที่บริเวณคลอง 6
โต๊ะนั่งเล็กๆ ในมุมสวนด้านหลังร้าน
       A Cup of Trees เป็นร้านกาแฟร้านเล็กๆของคุณพัชรี สุทธินันท์ หรือ คุณโกะ ที่ มีเสน่ห์ดึงดูดใจชวนให้คนอยากเข้าไปดื่มกาแฟกลิ่นหอมกรุ่นไม่น้อย โดยโทนของร้านจะออกสีขาว มุงหลังคาด้วยหญ้าคาสไตล์บาหลี ภายในมีเก้าอี้และโซฟาหนานุ่มวางอยู่หลายตัว ตกแต่งอย่างเรียบง่ายมีสไตล์เฉพาะตัว ส่วนลึกเข้าไปทางข้างหลังร้าน มีสวนขนาดย่อมแยกเป็นสัดส่วนเอาไว้ให้คอกาแฟนั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศสวนแห่ง นี้
      
       ทีนี้ก็มาถึงสิ่งสำคัญที่เป็นตัวดึงดูดให้เรามายังที่ร้านนี้ก็คือ กาแฟรสละมุน ชวนดื่มที่ทางร้านยังมีศิลปะลวยลายสวยงามอยู่บนฟองนมที่ใส่มาในกาแฟอีกด้วย
      
       สำหรับกาแฟที่ "ผู้จัดการตระเวนดิน" ได้ลองสั่งมาดื่มจนติดใจปากก็ต้องถ้วยนี้เลย คาปูชิโน่ (50 บาท) กาแฟสีเข้มที่ส่งกลิ่นกาแฟหอมๆ ยั่วจมูก พร้อมกับมีลวดลายรูปใบไม้บนฟองนมหนา ๆ ยกกาแฟถ้วยร้อนดื่มสัมผัสได้ถึงความละเอียดของฟองนมนุ่ม และรสชาติกาแฟที่หอมกรุ่นเข้มกำลังดี
      
       ไม่เพียงแต่คาปูชิโน่เท่านั้นยังมี เอสเพรสโซ่ (40 บาท) แมคคีอาโต้ (45 บาท) และมอคค่า (50 บาท) แล้วยังมีโกโก้ร้อน เย็น และแบบปั่นที่ถูกอกถูกใจบรรดาเด็กเล็กเด็กใหญ่ด้วย
Middle Eastern Orange Cake with Marmalade Cream
       ส่วนผู้ที่ชื่นชอบการดื่มชาที่นี่ก็มีชาร้อนสูตร พิเศษ หรือ Uncle John’s Blend ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่าง English Breakfast Tea และ Earl Grey (กาละ 60 บาท) ไว้คอยเสิร์ฟเช่นกัน ถ้าใครดื่มถ้วยขนาดธรรมดาไม่สะใจ จะดื่มเป็น mug เลยก็มีเหมือนกัน
คาปูชิโน่ มีลายรูปใบไม้บนฟองนม
       และถ้าจะดื่มกาแฟให้ได้รสชาติมากยิ่งขึ้น ก็ต้องมีเค้กนุ่มๆ กินควบคู่กับกาแฟ ซึ่งที่นี่ก็มีเค้กโฮมเมดหลายอย่างที่น่ากิน ซึ่งถ้าสาวๆ คนไหนกลัวกินเค้กแล้วจะอ้วนไม่ต้องห่วง เพราะเค้กของที่นี่ไม่ใช่เค้กติดเนยแบบฝรั่ง แต่เป็นการคิดค้นปรับปรุงสูตรเค้กให้ถูกลิ้นคนไทย กินแล้วไม่อ้วนเท่าเค้กครีมหนา ๆ อย่างที่อยากแนะนำให้ลองชิมก็มี
      
       Middle Eastern Orange Cake with Marmalade Cream (90 บาท) เป็นเค้กส้มสไตล์ตะวันออกกลาง ทานกับมาร์มาเลคครีม เค้กส้มแท้ๆ เนื้อแน่นๆ แต่ฉ่ำนุ่มด้วยส้ม Sunkist ทั้งลูกที่ผสมผสานไปกับส่วนผสมที่มี ผงอัลมอนด์เป็นหลักแทนการใช้แป้ง กินเย็นๆ ราดมาร์มาเลดครีม ที่ทำจาก Mascarpone (ครีมชีสของอิตาลี)กินแล้วสดชื่น เหมาะกับกาแฟ หรือชาร้อนๆสักถ้วย
      
       และหากใครที่ชื่นชอบเค้กช็อคโกแลตขอบอกว่าต้องสั่งชิ้นนี้ Chocolate and Cherry Mud Cake (98 บาท) ตัวเค้กเป็นเชอรี่ช็อคโกแลตเค้ก เนื้อเค้กหนักด้วยช็อคโกแลตแท้ สอดไส้เชอรี่หมักเหล้ารัม ทานอุ่นๆ ราดด้วยซอสช็อคโกแลต หวานเข้มนุ่มเนื้อเค้กโดนใจปากดีแท้
Chocolate and Cherry Mud Cake
       นอกจากนี้ก็ยังมีเค้กอื่นๆ ที่น่ากินอีก อาทิ Carrot and Pineapple Cake (80 บาท) Truly , Deeply Chocolate Cake (95 บาท) Tropical Cheesecake (90 บาท) เรียกว่าหากมิตรรักนักกินท่านใดที่เป็นคอกาแฟ ลองหาโอกาสแวะมาดื่มกาแฟสักถ้วย กินเค้กสักชิ้นที่ร้าน "A Cup of Trees" แล้วอาจจะติดใจในรสชาติจนต้องแวะเวียนมาบ่อยๆ กลายเป็นลูกค้าประจำกันไป
      
       **********************************************************************************
       

       
"A Cup of Trees" ตั้งอยู่ที่รังสิต-นครนายก คลอง 6 พอเห็นปั๊มน้ำมัน Jet ให้เตรียมชะลอเพื่อเลี้ยวซ้ายเข้าตลาดต้นไม้ธัญศิริ หากพลาดขับเลย จะมีทางเข้าที่ 2 ซึ่งเป็นทางเข้าหลังตลาดต้นไม้ธัญศิริ เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ (ปิดวันจันทร์) เวลา 9.00-21.00 น. ทางร้านรับสั่งทำเค้กด้วย โทรสอบถามเส้นทาง และเค้กอร่อยประจำวันได้ที่ 0-1854-9989

"คายากึม" หม้อไฟเกาหลีรสเด็ด

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 สิงหาคม 2549 15:40 น.

บรรยากาศภายในห้องอาหารเกาหลีคายากึมโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส
       เพิ่งดูหนังเกาหลีเสร็จ"ผู้จัดการตระเวนกิน"ก็นึกครึ้มอกครึ้มใจ อยากกินอาหารเกาหลีขึ้นมาตะหงิดๆ เลยชักชวนเพื่อนพ้องน้องพี่ มานั่งอิ่มเอมอาหารเกาหลีกันที่ห้องอาหาร "คายากึม" ในโรมแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส กันเสียหน่อยเพื่อเป็นการต่ออารมณ์ละครเกาหลีที่มาแรงเป็นพิเศษในช่วงนี้
      
       คายากึม เป็นห้องอาหารน้องใหม่ ชื่อหมายถึงพิณชนิดหนึ่งของเกาหลี เพิ่งเปิดให้บริการได้ไม่นาน แต่ก็มีอาหารสไตล์เกาหลีแท้ๆที่โดดเด่นหลายอย่างด้วยกันความหิวไม่เคยปรานี ใครเราจึงเริ่มสั่งกันทันที
ชุดเห็ดรวมหม้อไฟ
       ประเดิมด้วย ชุดเห็ดรวมหม้อไฟ (เล็ก 470 บาท ,ใหญ่ 600 บาท) เป็นชุดหม้อไฟที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกับสุกี้ แต่ต่างกันที่เครื่องปรุงและการปรุงรส ที่เน้นรสชาติแบบเกาหลีแท้ๆ โดยมีน้ำซุปให้เลือกกินถึง 4 ชนิด ทั้ง น้ำซุปซีฟู้ด น้ำซุปโสมไก่ น้ำซุปเต้าเจี้ยว และน้ำซุปพริกเผาเกาหลี ที่ "ผู้จัดการตระเวนกิน"เลือกสั่งมาลิ้มลองในครั้งนี้
หม้อไฟร้อนหน้าตาน่ากิน
       น้ำซุปจะเสิร์ฟมาในหม้อร้อนเกาหลี น้ำซุปมีสีแดงเกิดจากการนำพริกเผาเกาหลี มาเคี่ยวกับน้ำซุปไก่ใส่โสมเกาหลี เติมเต้าเจี้ยว กระเทียม เหล้าเกาหลี ในน้ำซุปก็จะมีหัวไชเท้า หอมใหญ่ ตั้งหม้อไฟให้เดือด ใส่ผักที่จะมีเป็นชุดให้ทั้งผักกาดขาว ต้นหอมยักษ์แตงกวาฝรั่ง ถั่วงอกและผักนานาชนิดมากมาย ที่ขาดไม่ได้ก็คือเห็ดรวมชนิดต่างๆ ทั้งเห็ดหอม เห็ดโชกุน เห็ดอีรางงี เห็ดเข็มทอง
      
       ส่วนเนื้อสัตว์ที่มีมากับชุดนี้ก็มีทั้งเนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อหมู ซี่โครงหมู เกี๊ยวเนื้อ เกี๊ยวหมู เกี๊ยวกิมจิ เกี๊ยวกุ้ง ที่เสิร์ฟมาในจานเดียวกัน วิธีกินที่ถูกต้องแบบเกาหลีก็แสนง่าย เพียงแค่เทรวมทุกอย่างที่อยากกินลงในหม้อปิดฝารอให้เดือดตักใส่ถ้วย กินกับน้ำจิ้มและเครื่องเคียงกิมจิหลากชนิด จะได้รสชาติที่กลมกล่อมครบทุกรส น้ำซุปซดร้อนๆคล่องคอดี
      
       ต่อกันด้วย ยำสาหร่าย (280 บาท) ที่มีรสชาติเผ็ดที่ปลายลิ้น ปนรสเปรี้ยวอมหวาน บวกกับรสนุ่มของสาหร่าย น้ำยำชุ่มเข้ากับเนื้อสาหร่าย เป็นการนำเอาพริกเกาหลีที่บดละเอียดแล้ว มาคลุกเคล้ากับสาหร่ายทะเล โดยมีเครื่องปรุงอย่างแครอท กระเทียมซอย น้ำมันงา งา น้ำส้มสายชู แตงกวาซอยบาง น้ำตาล หอมใหญ่ซอย มายำรวมกันเป็นอาหารเพื่อคนรักสุขภาพ
ข้าวผัดกิมจิและข้าวผัดชาเขียว
       จากนั้นมาลิ้มรส ข้าวผัดชาเขียว(50 บาท)ข้าวผัดสูตรนี้กลิ่นหอมฉุย ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เห็นหน้า เสิร์ฟมาในหม้อหินเกาหลี ที่มีลักษณะคล้ายๆครกบ้านเรา ถ้ากินแบบเกาหลีแท้จะนิยมจับหม้อกินตอนร้อน เป็นการนำข้าวหอมมะลิมาผัดกับน้ำชาเขียวแท้เนื้อข้าวจะออกเป็นสีเขียวอ่อนๆ เพิ่มความหลากหลายด้วย แครอท ผักชีฝรั่ง เมล็ดถั่วลันเตา ต้นหอม หอมหัวใหญ่ ปรุงรสด้วยเคล็ดลับพิเศษแบบเกาหลี จะได้ข้าวผัดร้อนๆรสชาติออกหวานเล็กน้อยกลมกล่อม
      
       ส่วนอีกอย่างหนึ่งนั้นคือ ข้าวผัดกิมจิ(50 บาท) เป็นการนำสูตรอาหารมาประยุกต์ ด้วยการนำเอากิมจิซึ่งเป็นเครื่องเคียงกินเล่น ที่ครัวเกาหลีจะขาดไม่ได้ มาผัดรวมกับข้าวหอมมะลิ ปรุงรสให้กลมกล่อม เสิร์ฟมาในหม้อหินแบบเกาหลีเช่นกัน กิมจิที่นำมาผัดเป็นกิมจิผัดกาดขาว รสชาติจะแตกต่างจากข้าวผัดชาเขียวโดยสิ้นเชิง จานนี้มีรสที่โดดเด่นคือ จะออกเผ็ดเล็กน้อยหวานปนเค็มสามรส สีของข้าวที่เป็นสีแดง เพิ่มความน่ากินให้อาหารจานนี้มากขึ้น
ยำสาหร่าย
       ยังมีอีกหลายอย่างทั้งของหวานสไตล์เกาหลีอย่าง น้ำอบเชย(90 บาท) ไก่โสมหม้อไฟ(เล็ก 470 บาท ใหญ่ 600 บาท) หม้อไฟเจ(เล็ก 440 บาท ใหญ่ 550 บาท) สำหรับมื้อกลางวันยังมี สตีมโบ้ท บุฟเฟต์ บริการทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ (550 บาทสำหรับมื้อกลางวัน)และ( 590 บาทสำหรับมื้อเย็น)บอกกล่าวมิตรรักนักกินแล้ว ก็ขอตัวไปหม่ำให้อิ่มหนำสำราญท้องก่อนที่เพื่อนพ้องจะแย่งกินหมดซะก่อน
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "ห้องอาหารเกาหลี คายากึม" ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส (ติดกับเอ็มบีเค เซ็นเตอร์) 444 ถ. พญาไท วังใหม่ ปทุมวัน กทม. เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.30-22.30 น. โทร. 0-2216-3700 ต่อ 20230

คลายร้อนกับข้าวแช่ ที่ "ห้องอาหารชามไทย"

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 เมษายน 2549 14:40 น. 

บรรยากาศภายในห้องอาหารชามไทย รร. ฮอลิเดย์ อินน์ กรุงเทพฯ
       เข้าสู่หน้าร้อนอย่างนี้ บรรดาของกินที่ช่วยคลายร้อนต่างพากันขายดิบขายดีกันเป็นแถว ไม่ว่าจะเป็นไอศกรีม หรือบรรดาน้ำแข็งใสเย็นๆ ที่ถือว่าเป็นของกินคู่หน้าร้อนในสมัยนี้
ข้าวแช่ เมนูคู่หน้าร้อน
       ทว่าหากมองย้อนกลับไปสมัยก่อน ที่ยังไม่มีไอศกรีมหรือน้ำแข็งใสขายกัน ของกินคู่หน้าร้อนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเห็นจะเป็น “ข้าวแช่” เมนูแห่งภูมิปัญญาไทยที่นำเอาข้าวมาแช่ในน้ำเย็น ลอยดอกไม้หอมๆ กินกับเครื่องเคียงสารพัดอย่าง ให้อิ่มกายสบายใจกันไป
      
       ด้วยเหตุนี้ในมื้อนี้ที่อากาศรอบตัวร้อนระยับ "ผู้จัดการตระเวนกิน" จึงออกไปตระเวนหา "ข้าวแช่" กินแก้ร้อนให้สมใจอยากที่ "ห้องอาหารชามไทย" โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ กรุงเทพฯ ที่ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษนำเมนูข้าวแช่ตำรับโบราณมาให้ได้ลองลิ้มรสชาติกัน
      
       สำหรับเมนูข้าวแช่ของที่นี่เสิร์ฟมาแบบเป็นชุด (ชุดละ 250 บาท) ภายในชุดประกอบไปด้วย ข้าวแช่ในน้ำลอยดอกไม้หอมๆ ที่ผ่านกระบวนการทำอย่างพิถีพิถัน โดยใช้ข้าวเก่านำมาแช่ค้างคืนในหม้อดิน1คืนและหุงพอสุก และก็มีน้ำลอยดอกไม้อย่าง มะลิหรือชมนาด พร้อมกับอบด้วยควันเทียนให้มีกลิ่นหอม และก็ใส่น้ำแข็งช่วยเพิ่มความเย็นมาด้วยอีกต่างหาก
ข้าวเม็ดสวยในน้ำลอยดอกไม้
       ส่วนเครื่องเคียงที่กินคู่กับข้าวแช่ ก็มี พริกหยวกยัดไส้ เป็นพริกหยวกที่ยัดไส้กุ้งไว้ข้างในนึ่งจนสุก และห่อด้วยไข่ชุบแป้งทอดอีกที หอมแดงยัดไส้ เป็นหอมแดงที่ข้างในยัดไส้หมูหยอง (ซึ่งมีการประยุกต์นิดหน่อย) และชุบแป้งทอดกรอบ หัวไชโป้หวานผัด เป็นการนำเอาหัวไชโป้มาหั่นเป็นเส้นฝอยๆ คุลกเคล้ากับเครื่องปรุงและผัดจนได้ที่ เนื้อหรือหมูหวานหั่นฝอย เป็นเนื้อวัวหรือเนื้อหมูที่หั่นเป็นชิ้นฝอยๆ และนำมาผัดกับเครื่อง และสุดท้ายเป็นลูกกะปิผัด ที่นำเอากะปิอย่างดีมาผสมกับเครื่องเทศอย่างตะไคร้ กระชาย และนำมาย่างจนหอมเพื่อดับกลิ่น แล้วจึงนำมาชุบแป้งทอดอีกที
สารพัดเครื่องเคียงกินกับข้าวแช่
       นอกจากเครื่องเคียงที่กินคู่กับข้าวแช่เหล่านี้แล้ว ก็ยังมีสารพัดผักที่เอาไว้กินแกล้มกับข้าวแช่ อย่าง กระชาย พริกชี้ฟ้าแดง แตงกวา ต้นหอม และผลไม้อย่างมะม่วงเขียวเสวยแบบดิบ
      
       สำหรับการกินข้าวแช่ให้อร่อยนั้น มีเคล็ด (ไม่) ลับอยู่ตรงที่ว่า อย่าตักกับเครื่องเคียงใส่ลงไปในข้าวแช่เด็ดขาด เพราะจะทำให้ไขมันจากเครื่องเคียงนั้นลอยเป็นฝ้าอยู่ในข้าวแช่ ทำให้ดูไม่น่ากิน ฉะนั้นการกินข้าวแช่ให้ถูกวิธีและเอร็ดอร่อยต้องกินแบบตักเครื่องเคียง เคี้ยวอยู่ในปาก แล้วจึงค่อยตักข้าวแช่พร้อมกับน้ำลอยดอกไม้ส่งเข้าปากตามไป แล้วจะสัมผัสได้ถึงความหอมของน้ำลอยดอกไม้ที่เตะอยู่ปลายจมูก และความกลมกล่อมลงตัวของข้าวแช่เย็นๆ เคี้ยวกร้วมรวมกับเครื่องเคียงแต่ละชนิดที่ออกรสหวานๆ ส่งให้ได้รสชาติที่ หวาน หอม เย็นชุ่มชื่นใจ กินแล้วคลายร้อนได้ดีนักเชียว
      
       และไม่ใช่แต่ข้าวแช่ที่เป็นเมนูพิเศษนี้เท่านั้น ที่ห้องอาหารชามไทย ยังมีเมนูอาหารไทยอีกหลายเมนูให้เลือกลิ้มชิมรส อาทิ ก๋วยเตี๋ยวท่านผู้หญิง (100บาท) ทอดมันกุ้ง (220บาท) ต้มยำกุ้ง (210บาท) ปอเปี๊ยะญวน (210บาท) ไก่ห่อใบเตย (180บาท) และอีกสารพัดเมนู
       หากว่ามิตรรักนักกินท่านใดเกิดอยากนึกกินอาหารคลายร้อนอย่าง "ผู้จัดการตระเวนกิน" ขึ้นมาบ้าง ก็ลองแวะมาลองลิ้มเมนูข้าวแช่ที่ห้องอาหารชามไทยแห่งนี้ดูก็เข้าท่าเข้าทีดีไม่น้อย เพราะนานๆ ทีจะมีให้ลองลิ้มกันสักครั้ง

ยกพลซีฟู้ดสดๆ มาขึ้นบกที่ "สึนามิ"

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 เมษายน 2549 12:30 น.
บรรยากาศภายในร้านสึนามิ นั่งกินอาหารแบบสบายๆ
       พูดถึง"อาหารทะเล"สดๆ ก็ต้องนึกถึงพวกปูก้ามโต กุ้งตัวยักษ์ ปลาสดๆเนื้อแน่นหวาน โอ้ย!! นึกถึงแล้วน้ำลายพาลจะไหลเสียให้ได้ และก็ทำเอาต่อมความอยากของ "ผู้จัดการตระเวนกิน" ปะทุขึ้นมาทันที
      
       และเดี๋ยวนี้ถ้านึกอยากกินอาหารทะเลสดๆ ขึ้นมาแล้วล่ะก็ ไม่จำเป็นต้องถ่อสังขารหิ้วท้องไปกินไกลถึงตามร้านอาหารชายทะเลแล้ว เพราะในกรุงเทพฯ ก็มีร้านขายอาหารทะเลสดๆ มากมายให้เลือกไปกินกันได้เต็มที่
ตำแครอทปูไข่ดอง
       อย่างที่ในมื้อนี้ "ผู้จัดการตระเวนกิน" เลือกที่จะมาสนองความอยากกันที่ร้าน "สึนามิ" ที่แค่เห็นชื่อร้านอันเก๋ไก๋ก็บ่งบอกได้เลยว่า ที่นี่เขาต้องยกอาหารทะเลสดๆ จากท้องทะเลมาให้เลือกอิ่มกันอย่างจุใจเป็นแน่
      
       ซึ่งอาหารทะเลของที่นี่เขารับประกันความสดจริงๆ ขนาดที่ว่ามีแพปลาเป็นของตัวเองที่จังหวัดระนอง แล้วส่งมาขายที่ร้าน และบางส่วนก็สั่งตรงมาจากมหาชัย เรียกว่าเน้นคัดสรรคุณภาพความสดกันอย่างดี ก่อนจะนำมาปรุงเป็นเมนูซีฟู้ดเลิศรสหลากหลายรูปแบบทั้งไทย จีน(ที่เน้นเป็นพิเศษ) และอาหารปักษ์ใต้สูตรต้นตำรับ เรียกว่าหากใครได้มาลองลิ้มแล้วเป็นต้องติดใจ
ก๋วยเตี๋ยวหัวปลาน้ำแดง
       อย่างเมนูเด็ดจานแรกที่อยากแนะนำ ถ้ามาแล้วไม่ควรพลาดสั่งด้วยประการทั้งปวง เป็นก๋วยเตี๋ยวหัวปลาน้ำแดง (250 บาท) ที่หากินได้ยาก เป็นหัวปลาหัวกะพงหัวโตๆ ปรุงรสด้วยน้ำอบเต้าซี่ เห็ดหอม และส่วนผสมพิเศษสำหรับปรุงเมนูปลาน้ำแดง เสิร์ฟมาบนกระทะร้อนๆ กินคู่กับก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ที่อัดเป็นแผ่นทอดกรอบคล้ายพิซซ่า เวลากินแนะนำว่าให้ตักหัวปลาน้ำแดงราดลงบนเส้นก๋วยเตี๋ยวที่หั่นเป็นชิ้น ๆ ส่งเข้าปากเคี้ยวกร้วมรวมกันรสเลิศล้ำเกินคำบรรยาย สัมผัสได้ถึงรสชาติที่กรอบ นุ่ม หอม กลมกล่อมของแผ่นก๋วยเตี๋ยว ที่ผสมผสานกลมกลึงเข้ากันกับหัวปลาน้ำแดงรสนุ่ม เนื้อปลาเนื้อสดหวาน
      
       จากเมนูแรกเดินเครื่องเต็มกำลังต้องสั่ง ตำแครอทปูไข่ดอง (250 บาท) หน้าตาคล้ายๆส้มตำ แต่ใช้แครอทสดๆ หั่นฝอยเป็นชิ้นๆ แทนมะละกอ ปรุงรสชาติแบบครบเครื่องส้มตำ แต่ที่เด็ดอยู่ตรงที่มีปูไข่สดๆ สีแดงอมส้มดองเค็มใส่มาด้วย ส่งให้ตำแครอทที่ออกรสจัดจ้านหวาน เปรี้ยว เผ็ดติดปลายลิ้น กินแกล้มกับปูไข่ดองรสเค็ม ๆ มัน ๆ เด็ดสะระตี่ถูกใจปากเป็นที่สุด
      
       ต่อที่ ก้ามปูนึ่งซีอิ้ว (ราคาตามน้ำหนัก ขีดละ 90บาท) อีกหนึ่งเมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาด ก้ามปูทะเลโตๆ ถึงเครื่องซีอิ้ว เสริฟ์โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว และเห็ดหอม การทำจะนึ่งก้ามปูแยกต่างหาก แล้วจะปรุงน้ำซีอิ้วผสมกับส่วนผสมอื่น ๆ รวมทั้งเห็ดหอมสด ผัดเครื่อง และเติมน้ำเข้าด้วยกันราดบนก้ามปูที่นึ่งสุกเรียบร้อยแล้วการนึ่งเนื้อปูจะ ต้องนึ่งไม่เกิน 15 นาทีเป็นเคล็ดลับ รสชาติ เนื้อปูทั้งหวาน ทั้งแน่น หอมและหวานน้ำซีอิ้ว
ก้ามปูนึ่งซีอิ้ว
       ส่งท้ายด้วย กุ้งกะทิจานร้อนยอดมะพร้าว (ราคาตามน้ำหนัก ขีดละ 95บาท) เมนูเด็ดออกแนวไทยๆ ถูกปากคนชอบอาหารรสจัดเป็นแน่ เพราะเป็นกุ้งแช่บ๊วยตัวโตๆ นำมานึ่งปรุงรสเหมือนต้มข่าผสมกับต้มยำ เข้มข้นด้วยน้ำกะทิและเครื่องเทศสมุนไพร แถมใส่ยอดมะพร้าวด้วย เสิร์ฟมาบนกระทะร้อนมีน้ำขลุกขลิก เมนูนี้กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ สุดยอดขอบอก กุ้งตัวโตเนื้อแน่นหวานได้รสชาติของน้ำปรุงที่รสชาติจัดจ้าน เปรี้ยว หวานมันกะทิ เผ็ดลิ้นกำลังดี หอมกลิ่นเครื่องเทศด้วยเวลาซดน้ำ
กุ้งกะทิจานร้อนยอดมะพร้าว
       และนอกจากนี้ก็ยังมีเมนูเด็ดอื่นๆ ที่น่าลิ้มลองอีกมากมาย อาทิ แกงส้มปลากระบอกยอดมะพร้าวหรือแกงเหลือง (ราคาตามน้ำหนัก ขีดละ50บาท) เมี่ยงปลากะพง (250บาท) ปลากระบอกทอดขมิ้น (ราคาตามน้ำหนัก ขีดละ50บาท) ยำสึนามิ(120บาท) ปลาเต๋าเต้ยหม้อไฟ (ราคาตามน้ำหนัก ขีดละ120บาท) ไก่เบตง (150บาท) และของหวานชวนกินอย่าง แปะก๊วยนมสด (30บาท)
      
       หากมิตรรักนักกินท่านใดที่พิสมัยอาหารทะเลสดๆ รสชาติโดนใจปากแล้วล่ะก็ ลองแวะมาสัมผัสกับหลายหลากเมนูเด็ดที่ชวนลิ้มลองของร้าน "สึนามิ" นี้กันดู แล้วจะรู้ว่าอาหารทะเลของที่นี่สดจริงๆ