สำหรับมื้อนี้เราขอพามาตระเวนกินอาหารเลิศรสอันหลากหลายที่ร้าน “เพลิน” (ploen) ตั้งอยู่ตรงถ.วิภาวดีรังสิต เป็นร้านอาหารเก่าแก่เปิดขายมานานกว่า 38 ปี มีการพัฒนาและปรับปรุงทั้งพื้นที่และอาหารอยู่เสมอ อย่างที่ตอนนี้ทางร้านก็ได้ปรับปรุงพื้นที่ร้านให้กว้างขวาง มีหลายโซนที่จัดเป็นโต๊ะให้เลือกนั่งตามใจชอบ ถ้าชอบสัมผัสลมเย็นธรรมชาติก็มีโซนโต๊ะนั่งด้านนอก หรือถ้าชอบนั่งแบบเย็นสบายก็มีโซนโต๊ะนั่งในห้องแอร์ให้เลือกนั่ง และยังมีห้องจัดเลี้ยงที่จุจำนวนคนได้หลากหลายให้เลือกใช้บริการ ซึ่งแต่ละห้องมีคาราโอเกะให้บริการด้วย | ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
ถึงแม้จะนำเสนอเมนูเด่นไปมากมาย แต่อย่างที่บอกที่นี่มีเมนูเยอะและยังมีเมนูอร่อยๆ ให้เลือกกินอีกเพียบ อาทิ ผัดไทยกุ้งสด (70 บาท) กระทงทอง (100 บาท) หอยเชลล์อบฃีส (220 บาท) หูหมูแก้ว (80 บาท) หน่อไม้ทะเลเจี๋ยน (220 บาท / 410 บาท) หม้อไฟทะเลชุดอ่าวไทย (290 บาท) และอีกหลากหลายเมนูเด็ด ที่ถ้าหากมิตรรักกินพากันมาที่ร้าน “เพลิน” รับรองว่ามีแต่อาหารอร่อยๆ ให้ได้เลือกกินแบบอิ่มท้องกันอย่างแน่นอน | ||||
| * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * ร้าน “เพลิน” (ploen) ตั้งอยู่ที่ 7/428 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวง/เขตจตุจักร กทม. การเดินทางถ้ามาจากปตท.สำนักงานใหญ่ ถ.วิภาวดีรังสิต ให้ตรงไปทางดอนเมือง ระหว่างทางจะเห็นร้านเพลินซีฟูด อยู่ทางซ้ายมือ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน (ตรงข้ามกับอาคารชินวัตร 3) ที่มีจอดรถด้านหน้าร้าน เปิดทุกวัน เวลา 10.30-23.00 น. (ครัวปิด 22.15 น.) ทางร้านมีแคร์เตอร์รี่บริการ รับจัดงานเลี้ยงทั้งในและนอกสถานที่ ถ้ามากินศุกร์-อาทิตย์ แนะนำว่าควรโทร.มาจองโต๊ะ โทร. 0-2537-8906-9 |
รีวิวอาหารจากร้านต่างๆ บุฟเฟ่ต์โรงแรม รีวิวร้านอาหาร เมนูอาหารน่าทาน รูปภาพอาหาร การทำอาหาร ส่วนผสม วัตถุดิบในการทำอาหาร เมนูอาหารคาว เมนูขนมหวาน เมนูเครื่องดื่ม ตามหาร้านอาหารอร่อย ร้านอาหารในดวงใจ เมนูวัตถุดิบพิเศษ credit www.manager.co.th, www.bloggang.com www.horapa.com,www.foodietaste.com,women.kapook.com
อาหารไทย-ซีฟูด เพลินรส เพลินลิ้น ที่ร้าน “เพลิน”
อิ่มหนำ 3 สไตล์ ที่ "The 55th Corner" หัวหิน
และเมื่อมาเที่ยวหัวหินก็ใช่ว่าจะมาผ่อนคลายอารมณ์กับชายทะเลเท่า นั้น เพราะหัวหินยังมีแหล่งเที่ยวแหล่งกินอีกมากมาย อย่างถ้ามาหัวหินก็ต้องไม่พลาดการกินอาหารทะเลสดๆ หรือไปเดินหาของกินที่ตลาดโต้รุ่งยามค่ำคืนที่มากมายไปด้วยของกินของขาย สารพัน | |||
| |||
| |||
| |||
| |||
| |||
| |||
| |||
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * "The 55th Corner" (เดอะฟิฟตี้ฟิฟ คอร์เนอร์) ตั้งอยู่ที่ 41,41/1-2 ถนน เพชรเกษม อ. หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ภายในมีร้านอาหาร "Ca phe sua da" เปิดบริการ 7.00- 22.00 น. ศุกร์-เสาร์ ถึง 23.00 น. "Red Mango" เปิดบริการ 10.00-22.00น. ศุกร์-เสาร์ ถึง 23.00 น. และ "Stonehead Tavern" เปิดบริการทุกวัน 18.00 -01.00น. โทร. 0-3251-2320, 0-3252-1319, |
"kakao cafe"หวานรักรสช็อคโกแลต
จึงไม่แปลกที่ในโอกาสพิเศษต่างๆหลายครั้ง ช็อคโกแลต จะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นสิ่งพิเศษให้แก่คนสำคัญของเรา อย่าง"วันวาเลนไทน์"ปีนี้ นอกเหนือจากกุหลาบแดงแทนใจแล้ว "ผู้จัดการตระเวนกิน"แนะนำให้ลองพาคนที่คุณรักและห่วงใยมาเติมพลังรักแสนหวานแก่ชีวิตด้วยช็อคโกแลตกันที่ "kakao cafe"(คาเคา คาเฟ่) ในซอยสุขุมวิท 24 กันดู แล้วจะรู้ว่าความหวานของช็อคโกแลตช่วยคุณได้อย่างไร | |||
รสชาติของช็อคโกแลตที่ kakao จึงโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์อีกทั้งแหล่งที่มาของช็อคโกแลตที่นี่ ก็ล้วนแต่คัดมาจากแหล่งผลิตช็อคโกแลตชั้นเยี่ยมจากทุกมุมโลก อาทิ เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส เป็นต้น kakao cafe เป็นร้านที่ตกแต่งด้วยความร่วมสมัย สไตล์หลุยส์ประยุกต์ บรรยากาศตกแต่งโทนสีเย็นตา ที่ร้านมี 2 ชั้น ชั้นล่างจัดเป็นที่นั่งมีเก้าอี้รูปช็อคโกแลตแปลกตา มีตู้โชว์สินค้าคือช็อคโกแลต ที่ด้านในมีช็อคโกแลตชนิดพอดีคำมากมายหลายรสยั่วยวนอยู่ เมื่อขึ้นมาชั้นสองจึงจะพบโซนของคาเฟ่ ที่มีมุมนั่งสบายๆทั้งในห้องแอร์และส่วนให้นั่งรับลมที่ระเบียงด้านนอก | |||
แต่ทางร้านมักแนะนำให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อที่รสชาติจะได้กลมกลืนไปในทิศทางเดียวกัน Pure Kakao มีความน่าสนใจอยู่ที่ วิธีการกิน คือการนำช็อคโกแลตเม็ดกลมใส่ลงไปในนมสดที่ร้อนๆใช้ช้อนคนให้ช็อคโกแลตละลาย ง่ายๆเท่านี้ก็ได้ลิ้มรสอัน หอม หวาน ของช็อคโกแลตที่ละลายในนมสดได้แล้ว | |||
ความพิเศษของจานนี้อยู่ที่ เค้กลาวาเมลท์แสนนุ่ม ที่เมื่อตักผ่านเนื้อนอกเข้าไปชั้นใน จะเจอช็อคโกแลตเหลวที่ยังร้อนๆอยู่ กินคู่กับไอศกรีมวนิลาหวานเย็น ที่ราดท็อปปิ้งสตรอเบอรี่ และมีสตรอเบอรี่สดวางตกแต่งอยู่พร้อมกับใบสาระแหน่ ข้างๆมีวิปปิ้งครีมที่เป็นสูตรพิเศษคิดค้นมาเพื่อความลงตัวของช็อคโกแล ตเคียงคู่อยู่ | |||
| |||
| |||
แต่สำหรับวาเลนไทน์นี้ทางร้านมีช็อคโกแลตพิเศษเฉพาะช่วงวาเลนไทน์ให้ลิ้มลองอย่าง Sexy Champagne (40บาทต่อชิ้น) ช็อคโกแลตรูปหัวใจสีแดงที่มีส่วนผสมของแชมเปญเวลากัดเข้าไปแล้วจะรู้สึกถึงกลิ่นของแชมเปญได้ทันที นอกจากนี้ยังมี pink Champagne ช็อคโกแลตสีชมพูก้อนกลม คลุกเคล้าด้วยไอซิ่งสีชมพูรสหวาน (40บาทต่อชิ้น)เหมาะสำหรับเป็นของขวัญแด่คนรู้ใจเช่นกัน | |||
| |||
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * ร้าน “kakao cafe” ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 24 จากปากซอยเข้ามาประมาณ 500 เมตร จุดสังเกตร้านจะอยู่ตรงข้ามโรงแรม The Davis ร้านอยู่ขวามือในตึก President Park เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00-23.00น.ในวันจันทร์-พฤหัสบดี และวัน ศุกร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-24.00น.ยินดีรับเครดิตของวีซ่า มาสเตอร์การ์ด รับประทานเกิน 1,000 รับบัตรสมาชิก โทร.0-2661-1777,0-2661-1766-7 |
ขอต้อนรับสู่ "ทำเนียบขาว" (DINNER WITH HILLARY CLINTON) ดินเนอร์กับ "นางฮิลลารี่" / สันติ เศวตวิมล
| โดย : สันติ เศวตวิมล | ||||
สัปดาห์นี้..."ป้าช้อย" ไม่พาผมไปเปิบพิสดาร อาหารอร่อย...อร่อยเหมือนทุกสัปดาห์ ป้าถือหนังสือฝรั่งเล่มโต หนักเป็นกิโลฯ มาให้ผมอ่าน อธิบายให้ผมเข้าใจด้วยว่าทำไมจึงอยากให้ผมอ่าน | ||||
เมื่อผมพลิกดูก็สงสัย เพราะชื่อหนังสือไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับเปิบพิสดาร หนังสือชื่อ "AN INVITATION TO THE WHITEHOUSE" หรือเป็นแปลไทยก็ได้ความว่า "ขอต้อนรับสู่ทำเนียบขาว" หน้าปกก็มีรูป "นางคลินตัน" หรือเรียกกันให้เต็มยศก็ต้องว่า "ฮิลลารี่ คลินตัน" ยืนยิ้มเห็นฟันขาว คงจะถ่ายที่ห้องรับแขกในทำเนียบขาว เหมือนกำลังคอยต้อนรับแขกที่จะเข้ามาเยือน | ||||
ณ บ้านที่เป็นประวัติศาสตร์ (AN INVITATION TO THE WHITEHOUSE AT HOME HISTORY) หนังสือเล่มนี้เขียนถึงเรื่องราวของนางคลินตันในระหว่างพักอยู่ "ทำเนียบขาว" ในฐานะเป็นภรรยาของประธานาธิบดีบิล คลินตัน เรื่องเล่าถึงภายในตัวทำเนียบที่มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจ รวมทั้งเรื่องราวของแขกที่ได้รับเชิญเข้ามาสู่สถานที่ประวัติศาสตร์ชาติ อเมริกัน ซึ่งประกอบด้วยผู้นำและบุคคลสำคัญของประเทศต่างๆ ในโลก ผู้สร้างคุณงามความดีให้กับประเทศอเมริกา ทหารกล้าผู้ผ่านศึกสงคราม ศิลปินและผู้ประสบความสำเร็จในอาชีพต่างๆ รวมทั้งผู้ยากไร้และผู้พิกลพิการทุกคนที่ได้รับเชิญมามีหลักการพิจารณา ว่า...จะต้องเป็นผู้ที่มีเกียรติ เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีคุณค่าเป็นที่ยอมรับของสังคม | ||||
...หนังสือเล่มนี้เขียนทำให้ทำเนียบขาวมีชีวิตประการหนึ่งที่ทำให้ชีวิตมีชีวาก็เพราะรสอาหารและดนตรีกวีนิพนธ์... อย่างที่ผมเขียนเรียนว่า หนังสือเล่มนี้ใหญ่โตขนาดตัดพิเศษ 24 หน้ายก มีจำนวนถึง 300 กว่าหน้า กระดาษที่พิมพ์เป็นกระดาษอาร์ตมัน พิมพ์สี่สี มีรูปภาพมากมายเป็นพันรูป รูปเหล่านี้ถ่ายในทำเนียบขาวตามเหตุการณ์วาระต่างกัน ทำให้เห็นว่าการเป็นประธานาธิบดี หรือเป็นภรรยาของประธานาธิบดีเป็นงานที่หนักหนาสาหัส | ||||
คนที่จะมาบริหารบ้านเมือง ประการแรกจะต้องมีความเสียสละ และประการต่อมาจะต้องมีการศึกษา มีความรอยรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวมากมาย...และที่สำคัญแม้แต่ความรู้หรืออาหารคาวหวานหรือศิลปสาขาต่างๆ ก็ต้องมีความเข้าใจ ในหนังสือเล่มนี้ คุณก็จะได้เห็นความเป็นผู้หญิงที่มีความสามารถรอบด้านของ "นางฮิลลารี่" เมื่อครั้งเธอเป็น "สตรีหมายเลข 1" ของอเมริกา จนกระทั่งปัจจุบันเธอก็ยังเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ตำแหน่งที่ถือว่าเป็นหน้าตาของประเทศ เมื่อเร็วๆ นี้เธอก็เดินทางมาเมืองไทยพร้อมกับกลับด้วยข่าวที่เธอเขียนบันทึกเตือนความจำไว้ว่า เธอไม่เข้าใจถึง 21 ครั้งในการพูดคุยกับผู้นำของประเทศไทยที่ใช้ภาษาอังกฤษสนทนา | ||||
นางฮิลลารี่ถึงจะมีความรอบรู้เก่งกาจอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่บางทีเธออาจจะไม่รู้ว่า...ในประเทศไทยประเทศนี้ ภาษาอังกฤษไม่ได้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ นักการเมืองที่พูดอังกฤษชนิดฟุต...ฟิต ฟอ...ไฟ ไอ...ไอ ยู...ยูจึงสามารถเป็นใหญ่เป็นโตได้ในประเทศนี้ครับ "สันติ เศวตวิมล" (ดูรายละเอียดเรื่องเมนูอาหารใน "ทำเนียบขาว" กับนาง "ฮิลลารี่ คลินตัน" ได้ที่ www.simonsays.com) |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
































































