ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

ฟักราดหน้าเห็ด อาหารมังสะวิรัติ

credit สมาชิก swin bloggang.com
ฟักลูกโต หั่นเป็นแว่นๆ นำไปต้มจนเปื่อย นำเห็ดสดมาผัดน้ำแดง ราดบนฟัก



หาฟักลูกโต จัดการหั่นมา 3 ชิ้น ปอกเปลือกให้เรียบร้อย ทำการตัดแต่งให้เป็นหยักๆ


นำฟักไปต้มในน้ำเดือด ประมาณ 10 นาที เนื้อฟักจะนิ่ม ตักขึ้นใส่จานไว้


ทำเห็ดน้ำแดงราด ใช้เห็ดชิเมจิและเห็ดเข็มทอง


ใส่ลูกแปะก๊วยด้วย


ตั้งกระทะ เอากระเทียมสับไปผัดกับน้ำมัน พอกระเทียมสุก ใส่เห็ดชิมเจิลงไปผัด ตามด้วยเห็ดเข็มทอง


ตามด้วยลูกแปะก๊วย


ผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วย ซีอิ้วขาว ซีอิ้วญี่ปุ่น(โชยุ) เหล้าจีน ใส่น้ำซุปลงไป พร้อมกับใส่แป้งมันฮ่องกง เพื่อให้น้ำซอสข้น


ตามด้วยต้นหอม


เห็ดน้ำแดง


จัดฟักที่ต้มเปื่อยไว้ใส่ในจาน


ตักน้ำซอสราดบนฟัก




ฟักราดหน้าหมูสับ เห็ดสด

 credit คลิก

ปลาทูเปรี้ยวหวาน

credit tee_tk14 bloggang.com

 ปลาทูเปรี้ยวหวาน
ส่วนผสม
ปลาทูสด 2 ตัว
พริกชี้ฟ้าแดง 4 เม็ด
กระเทียม 4 กลีบ
น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำ 1/2 ถ้วย
ผักชี 1 ต้น
น้ำมัน 5 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. ล้างปลาทูให้สะอาด ควักไส้ออก
2. ใส่น้ำมัน 3 ช้อนโต๊ะในกระทะ ตั้งไฟให้ร้อน นำปลาทูลงทอดให้เหลือง ใส่จานไว้
3. โขลกพริก กระเทียม ให้เข้ากัน
4. ใส่น้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะในกระทะ พอร้อน ใส่เครื่องที่โขลก ผัดให้หอม ใส่น้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาลทราย ผัดให้เข้ากัน
5. ใส่ปลาทูที่เตรียมไว้ ใส่น้ำ ต้มไปจนเครื่องเข้าเนื้อปลาทู (เติมน้ำร้อนๆ) ชิมรสตามชอบ ปิดไฟ
6. เวลาเสิร์ฟแต่งหน้าด้วยผัด
credit click

“ป้าพร” ก๋วยเตี๋ยวหมูสูตรโบราณ รสจัดจ้านถึงใจ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 มีนาคม 2555 17:19 น.
ป้าพรนั่งปรุงก๋วยเตี๋ยวต้อนรับอยู่หน้าร้าน
       หมู่นี้ “ผ่านมาแวะกิน” เดินสายมาเยี่ยมเพื่อนฝูงที่อยู่อยุธยาธานีแต่เก่าก่อนอยู่หลายครั้ง ก็เลยได้มาชิมของอร่อยๆ ของเมืองนี้หลากหลายร้าน แต่ที่อร่อยเด็ดจริงจัง ที่เมื่อไปครั้งใดก็จะถูกชักชวนให้ไปลองลิ้มทุกคราไป เมื่อถึงครั้งล่าสุดนี้ก็เลยไม่ยอมพลาด แวะเวียนเข้าไปที่ร้านในทันใด ไปลองชิมเสียทีว่าจะเด็ดถึงใจสักแค่ไหน
      
       ร้านที่ว่านี้ชื่อว่า “ป้าพร” เป็นร้านที่ขายก๋วยเตี๋ยวหมูสูตรโบราณ เมื่อเดินไปถึงหน้าร้านแล้ว ก็จะเห็นป้าพร หรือ คุณวลัยพร นาคกิจ นั่งปรุงก๋วยเตี๋ยวสูตรเด็ดอยู่หน้าร้าน คอยต้อนรับลูกค้าด้วยความยิ้มแย้ม
อาหารกินเล่น ทอดมันปลากราย (บน) ปลากรายลวกจิ้ม (ล่าง)
       ภายในร้านก็เป็นแบบเปิดโล่ง รับลมธรรมชาติกันอย่างสบายใจ เดินดูทำเลกันหน่อยก็ตัดสินใจนั่งกินอยู่ตรงหน้าร้าน ประจันหน้ากับป้าพร มองดูวิธีการทำ แล้วก็เลยคุยกันจึงได้ความว่า ก๋วยเตี๋ยวหมูตรงนี้เปิดมาเป็นสิบปีแล้ว แต่เดิมนั้นป้าพรขายก๋วยเตี๋ยวเรือ ก๋วยเตี๋ยวเนื้ออยู่ตรงท่าเรือบางปะหัน พอขึ้นบกมาก็หันมาขายก๋วยเตี๋ยวหมูแทน เพราะก๋วยเตี๋ยวเนื้อกินบ่อยๆ ก็น่าเบื่อ เลยดัดแปลงสูตรเล็กน้อย จัดแจงปรุงรสก๋วยเตี๋ยวให้จัดจ้านกลมกล่อม เท่านี้ก็อร่อยถูกใจคนชอบก๋วยเตี๋ยวแล้ว
      
       มาถึงร้านเห็นเครื่องเครามากมาย มองดูเมนูก็เลยรู้ว่ามีทั้งก๋วยเตี๋ยวต้มยำ น้ำใส เย็นตาโฟ ก๋วยเตี๋ยวแคะ ก๋วยเตี๋ยวปู แล้วก็ยังมีเส้นให้เลือกอีกถึง 9 อย่าง ไม่ว่าจะเป็น เส้นใหญ่ เส้นหมี่ วุ้นเส้น เซี่ยงไฮ้ เกี้ยมอี๋ บะหมี่เหลือง บะหมี่หยก เกี๊ยวหมู และเส้นกลาง ที่เป็นเส้นแบบโบราณ อยู่ระหว่างเส้นเล็กกับเส้นใหญ่ หากินกันไม่ได้ง่ายๆ ในสมัยนี้
เซี่ยงไฮ้ต้มยำ
       ดูไปดูมาก็ชักหิว เลยขอสั่งอะไรมารองท้องก่อนจะเริ่มจัดหนักเสียหน่อย มาลองของกินเล่นอย่าง ทอดมันปลากราย (50 บาท) ที่ใช้เนื้อปลากรายแท้ๆ ผสมกับเครื่องแกงแล้วนำไปทอด เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มหวานๆ ใส่ถั่วลิสงป่นและแตงกวา ลองชิมทอดมันเคี้ยวเด้ง จิ้มน้ำจิ้มแล้วอร่อยเพลิน หรือจะลอง ปลากรายลวกจิ้ม (30 บาท) จานนี้ก็ใช้เนื้อปลากรายลวกสุก เสิร์ฟกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด เข้ากันได้เข้ากันดี
เส้นกลางต้มยำ
       ทีนี้มาลองของหนักท้องกันเสียที เริ่มต้นด้วย เซี่ยงไฮ้ต้มยำ (20 บาท) เส้นเซี่ยงไฮ้สีเขียวเคี้ยวนุ่ม อยู่ในก๋วยเตี๋ยวต้มยำที่ปรุงรสมาเสร็จสรรพ ใส่ทั้งน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บเคี่ยว พริกป่น ถั่วป่น กระเทียมเจียว และกุ้งแห้ง ส่วนเครื่องเคราก็ใส่มาทั้งฮือก้วย และหมูแดงสูตรเด็ดของทางร้าน ที่ใช้เนื้อหมูส่วนสันลายนำมาต้ม ก่อนจะผัดกับเครื่องหมูแดงแล้วปรุงรส ลองชิมน้ำต้มยำแซ่บจัดจ้านถึงใจ ใครไม่กินเผ็ดก็ถึงกับน้ำตาไหลเลยทีเดียว ส่วนหมูแดงนั้นเคี้ยวนุ่ม รสออกหวานๆ อร่อยดี
      
       หรือหากอยากลองดูว่าเส้นกลางเป็นอย่างไร ก็ลองชิม เส้นกลางต้มยำ (20 บาท) ใส่เครื่องเคราและปรุงรสมาเหมือนจานแรก อร่อยเด็ดไม่แพ้กัน ส่วนเส้นกลางนั้นเหนียวนุ่มอร่อยถูกใจ
เส้นใหญ่น้ำใส
       ส่วนชามนี้ลองชิมรสชาติก๋วยเตี๋ยวแท้ๆ แบบไม่ปรุงอะไรเลยกับเมนู เส้นใหญ่น้ำใส (20 บาท) ในชามมีเส้นใหญ่ ใส่ฮือก้วย ถั่วงอก หมูสับ และหมูแดง ส่วนน้ำซุปก็เคี่ยวจากคาตั๊ง ใส่ปลาหมึกแห้ง กระเทียมสด ฟัก และปรุงรสเล็กน้อย ลองชิมแล้วกลมกล่อมหอมอร่อยมากๆ อร่อยแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม เนื้อฟักก็เปื่อยนุ่ม หมูแดง หมูสับนุ่มเข้ากับน้ำซุปพอดี
      
       แต่ถ้าใครที่อยากแก้เผ็ดด้วยของหวาน ก็ขอแนะนำเมนูหากินยากอย่าง ข้าวเม่า ข้าวตอก (10 บาท) ที่จะนำข้าวเม่าและข้าวตอกใส่ชาม ใส่น้ำแข็งไส และราดด้วยน้ำกะทิหอมกลิ่นอบควันเทียน ลองชิมแล้วหวานหอม กรอบๆ นุ่มๆ ชุ่มกะทิ
ข้าวเม่า ข้าวตอก
       ส่วนก๋วยเตี๋ยวที่อร่อยเด็ดของร้านก็ไม่ได้มีเพียงแค่นี้ ยังมีให้ลองชิมกันอีกหลายอย่าง อาทิ ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ (25 บาท) ก๋วยเตี๋ยวแคะ (25 บาท) หรือจะชิมขนมหวาน ลอดช่องน้ำกะทิ (10 บาท) ก็หวานอร่อยชื่นใจ และก็ยังมีเบเกอรี่โฮมเมดน่ากินให้มาลิ้มลองอีกด้วย
      
       ก๋วยเตี๋ยวหมูสูตรโบราณของร้าน “ป้าพร” อร่อยเด็ดโดนใจแบบนี้ ถ้าหากอยากลองลิ้มก็ต้องมาชิมที่อยุธยาแห่งนี้ที่เดียว
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “ป้าพร” ตั้งอยู่ที่ 121/2 หมู่ 8 ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา การเดินทาง เมื่อมาถึงตัวเมืองอยุธยา ให้วิ่งบนถนนอู่ทอง แล้วเลี้ยวเข้าสู่ถนนป่ามะพร้าว จากนั้นเลี้ยวเข้าซอยป่ามะพร้าว 10 ตรงไปอีกเล็กน้อย สังเกตทางขวามือจะมีป้ายร้านบอกชัดเจน สามารถจอดรถได้บริเวณหน้าร้าน ร้านเปิดทุกวัน เวลา 08.30-15.00 น. โทร. 0-3525-1676, 08-1853-7274

A’mour” อาหารอิตาเลียนที่รัก

ที่มา manager
บรรยากาศร้าน A’mour

ถึงแม้ว่า “ตระเวนกิน” จะ ไม่เคยมีโอกาสเดินทางไปลองลิ้มอาหารอิตาเลียนประจำชาติที่เลิศรสยังถิ่นต้น กำเนิด แต่ทว่าอยู่เมืองไทยก็สามารถที่จะได้ลิ้มรสชาติอาหารอิตาเลียนรสเลิศได้มาก มาย เพราะว่าในบ้านเรามีร้านอาหารประเภทนี้เปิดให้บริการอยู่มากมาย เพื่อให้เหล่านักกินชาวไทยที่ชื่นชอบอาหารอิตาเลียนได้ไปลิ้มรสกันแบบถูกปาก ถูกลิ้น







โต๊ะนั่งสบายๆ กว้างขวาง

และ ในมื้อนี้เราก็มีร้านอาหารอิตาเลียนน้องใหม่ ที่เพิ่งเปิดบริการมาได้ไม่นาน แต่ขอบอกว่ามาแรงชวนให้มาลองสัมผัสกัน ทั้งด้วยรสชาติของอาหารและบรรยากาศของร้านที่หรูหรา ไฮโซชวนนั่ง และร้านที่ว่านี้ก็คือ A’mour แปลว่า ที่รัก ในภาษาฝรั่งเศส ที่เพียงแค่เดินเข้ามายังตัวร้านด้านในก็จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศร้านที่ ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นผสมผสานกับความหรูหรา ดูโอ่อ่ากว้างขวาง มีโต๊ะเก้าอี้ให้เลือกนั่งตามใจ มีโซนเคาเตอร์บาร์ให้นั่งดื่มเครื่องดื่มอันหลากหลาย และยังมีโซนด้านหลังให้เลือกนั่งในมุมสบายๆ อีกด้วย และในบริเวณเดียวกันของร้านก็ยังมีส่วนของโชว์รูมรถนำเข้า และคาร์แคร์ ซึ่งคนที่มาชมรถ หรือมาล้างรถก็สามารถมานั่งกินอาหารที่ร้านอามัวร์ได้เช่นกัน







Mozzarella Avocado Sea Crab Salad

พอ พูดถึงอาหารแล้วก็ต้องบอกว่าที่นี่เน้นขายอาหารอิตาเลียนสไตล์ฟิวชั่น ที่ทางเชฟของร้านเป็นผู้คิดค้นสูตรอาหารขึ้นมาเอง เพื่อเป็นอาหารจานใหม่ที่มีความอร่อยที่แตกต่างจากร้านอื่นๆ เรียกว่าอาหารแต่ละจานล้วนแล้วแต่แปลกใหม่และน่าลองลิ้มทั้งนั้น

อย่างเมนูแรกที่อยากแนะนำให้ชิมกัน คือ Mozzarella Avocado Sea Crab Salad (550 บาท++) เป็นเมนูเรียกน้ำย่อยสูตรพิเศษของเชฟ ที่มีทั้งหอยเชลล์จากฮอกไกโดมากริลล์ เสิร์ฟพร้อมกับอโวคาโด มอสซาเรลลาชีส มะเขือเทศสด ส่วนด้านในเป็นเนื้อปูทะเล กินคู่กับซอสบัลซามิกและเพสโต้ซอสที่มีกลิ่นหอม ลิ้มรสชาติหอยเชลล์รสหวานนุ่มเข้ากับอโวคาโดเนื้อนิ่ม มอสซาเรลลาชีสชุ่มปาก และมะเขือเทศหวานสด







Taglierini Truffle Cream Sauce

จานถัดมาเอาใจคนชอบเส้นด้วย Taglierini Truffle Cream Sauce (360 บาท++) เป็นเส้นพาสต้าสดนำมาผัดกับครีมซอส เห็ดทรัฟเฟิล และเห็ดพอร์ชินี เสิร์ฟกับหน่อไม้ฝรั่ง ม้วนเส้นพาสต้ากินแล้วเหนียวนุ่ม เคล้ารสชาติครีมซอสรสละมุนเนียนถูกปาก







Risotto Ham

เมนูต่อมาเป็นเมนูข้าว Risotto Ham (550 บาท++) เป็นข้าวสไตล์อิตาเลียนที่นำมาผัดกับเห็ดพอร์ชินีและแฮม ด้านบนแต่งด้วยแฮมและผักร็อคเก็ตสลัด ราดด้วยเรดไวน์ซอส กินแล้วข้าวไม่นิ่มเกินไป ได้รสนุ่มนวล แถมรสชาติแฮมออกเค็มๆ เล็กน้อยเข้ากันดีกับข้าว







Grill Snowfish Prosecco Sauce

Grill Snowfish Prosecco Sauce (550 บาท++) เมนูนี้ถือว่าเป็นเมนูเพื่อสุขภาพก็ว่าได้ เพราะมีปลาหิมะย่าง เสิร์ฟพร้อมกับมูสผักโขม มอสซาเรลล่าชีสชุบแป้งทอด ซอสล็อบสเตอร์ โปรเซคโคซอส และอาราเบียตาซอส เนื้อปลาสดหวาน กรอบนอกนุ่มใน เข้าคู่กับซอสล็อบสเตอร์รสกลมกล่อม ส่วนมอสซาเรลล่าชีสกินคู่กับอาราเบียตาซอสที่ออกเผ็ดเล็กน้อยก็เข้ากันดี







White Chocolate Soufflés

เมนูส่งท้ายล้างปากด้วยของหวานที่มีชื่อว่า White Chocolate Soufflés (200 บาท++) ที่น่ากินมากๆ ลักษณะเป็นเนื้อแป้งด้านนอกที่อบแบบกรอบนิดๆ ส่วนด้านในเป็นลาวาไวท์ช็อกโกแลตที่เสิร์ฟมาแบบอุ่นๆ กินคู่กับวานิลาซอสและผลไม้สด ลิ้มรสแล้วโดนใจปากมากๆ ตรงที่แป้งด้านนอกออกกรอบเนื้อนุ่มเนียน ไม่หวานมาก ลาวาด้านในอุ่นๆ หอมๆ รสหวานกำลังดี







มุมโต๊ะนั่งเคาเตอร์บาร์

แต่หากใครคิดว่าเมนูเหล่านี้อาจกินแล้วยังไม่อิ่มพอ ก็ยังมีเมนูแนะนำอื่นๆ ที่น่าลองลิ้มอีกหลายอย่าง อาทิ Imported Doversole (1,400 บาท++) Canadian Lobster (คิดตามน้ำหนัก กรัมละ 220 บาท++) Grill Imported Angus Tenderloin (700 บาท++) Port Wine Foie Gras (560 บาท++) รวมถึงหากใครเป็นนักดื่มไวน์ก็มีไวน์รสเยี่ยมหลากหลายจากยุโรปให้เลือกดื่ม คู่กับอาหาร และในทุกวันจันทร์-พฤหัส จะมีดนตรีเล่นสดเวลา 19.00-21.30 น. และวันเสาร์ เล่นเวลา 19.00-24.00 น. เน้นดนตรีแนวแจ๊ส ป๊อป ฟังสบายๆ จะได้เพลิดเพลินไปกับการอิ่มเอมในมื้ออาหารเมื่อที่ร้าน A’mour







โต๊ะนั่งโซนด้านหลัง

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ร้าน A’mour (อามัวร์) ตั้งอยู่ที่ 436/11 ถ.พหลโยธิน ซ.พหลโยธิน 12 สามเสนใน พญาไท กทม. การเดินทางถ้านั่งรถไฟฟ้า BTS ลงที่สถานีอารีย์ แล้วเดินมาที่ซ.พหลโยธิน 12 จะเห็นร้านอามัวร์ตั้งอยู่ริมถนนอยู่ด้านในโชว์รูมรถ V Speed แต่ถ้าขับรถมาจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ให้ขับตรงมาที่ถ.พหลโยธิน แล้วไปกลับรถตรงสะพานควาย จากนั้นขับตรงมาที่ ซ.พหลโยธิน 12 ก็จะเจอร้านอามัวร์อยู่ริมถนน เปิดทุกวัน เวลา 11.30-01.00 น. ทางร้านรับจัดเลี้ยงภายใน และรับจัดงานอีเว้นท์

“ครัวไทเดิม” เลิศรสอาหารไทย จุดเติมเต็มความอร่อยบนถนนข้าวสาร

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 มีนาคม 2555 14:54 น.
บรรยากาศด้านในร้านครัวไทเดิม ชวนนั่งสบายๆ
       เอ่ยชื่อ “ถนนข้าวสาร” ไม่ว่าคนไทยหรือต่างชาติ ต่างก็รู้จักกันดีว่าถนนสายนี้มีชื่อเสียงอันโด่งดังไปทั่วโลก
      
       ถนนข้าวสารนอกจากจะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งฝรั่ง ต่างชาติ และคนไทยแล้ว ยังมากไปด้วยที่พัก บาร์เบียร์ ร้านรวงต่างๆ รวมไปถึงร้านอาหาร ซึ่งถนนสายนี้ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งกิน-เที่ยว ที่โดดเด่นแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
      
       สำหรับผู้ที่ไปเที่ยวถนนข้าวสารไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน หากอยากลิ้มรสอาหารไทยรสเด็ดในดงต่างชาติ ที่นี่มีร้าน“ครัวไทเดิม”เป็นอีกหนึ่งจุดอร่อยให้มิตรรักนักกินได้ไปเติมเต็มความหิวในกระเพราะกัน
โต๊ะนั่งด้านนอกรับลมธรรมชาติ
       “ครัวไทเดิม” แม้ว่าจะเป็นร้านอาหารไทยน้องใหม่บน ถนนข้าวสาร แต่ร้านนี้ได้สั่งสมฝีมือรสชาติความอร่อยมาอย่างยาวนานกับร้านเดิมที่อยู่ แถวเดอะมอลล์ท่าพระ ในชื่อร้าน“ครัวส้มตำปูไข่” ที่เปิดขายมานานกว่า 10 ปีแล้ว กระทั่งได้ย้ายร้านมาเปิดใหม่บนถนนข้าวสารแห่งนี้
      
       ร้านครัวไทเดิม มีบรรยากาศของร้านที่ชวนนั่งไม่น้อย เมื่อ“ตระเวนกิน”มา ถึงร้านก็จะได้เจอกับบ้านไม้หลังเก่าที่ถูกดัดแปลงตกแต่งใหม่ให้กลายมาเป็น ร้านอาหารที่ชวนนั่งแบบสบายๆ ราวกับมากินข้าวที่บ้านตัวเองหรือบ้านเพื่อน ด้านนอกบ้านจัดเป็นลานโล่งๆ มีโต๊ะเก้าอี้ไม้ให้นั่งกินข้าวแบบรับลมธรรมชาติดูร่มรื่นสบายตา ภายในตัวบ้านด้านล่างจัดให้มีโต๊ะนั่งกินข้าวภายในห้องแอร์เย็นๆ ส่วนบนบ้านเปิดให้บริการเป็นเกตส์เฮ้าส์
      
       สำหรับอาหารไทยของที่ร้านครัวไทเดิม ต้องบอกว่าเป็นอาหารไทยแบบประยุกต์ที่ทางร้านคิดค้นสูตรและเมนูขึ้นมาเองโดย เฉพาะ และเน้นคัดสรรการเลือกวัตถุดิบที่นำมาปรุงแบบสดใหม่ และมีคุณภาพ เพื่อนำมาปรุงเป็นอาหารไทยจานเด็ดที่มีให้เลือกลิ้มรสมากมายตามใจชอบ
ส้มตำปูไข่
       เมนูอาหารไทยจานเด็ดของที่นี่มีมากมาย เริ่มจากเมนูชูโรงประจำร้าน ส้มตำปูไข่ (80 บาท) ที่มีความโดดเด่นอยู่ที่ปูไข่ที่ทางร้านนำเอาปูไข่ ซึ่งเป็นปูทะเลสดๆ นำมาดองกับน้ำปรุงสูตรเด็ดเฉพาะของทางร้าน ดองนาน 1-2 วัน จนได้ปูไข่ดองแล้วนำไปแช่เย็นก่อนที่จะนำมาคลุกเคล้าให้เข้ากับส้มตำไทยแบบ ครบเครื่อง ซึ่งทางร้านได้เลือกสรรมะละกอมาอย่างดี กินส้มตำปูไข่เส้นมะละกอเคี้ยวกรอบกรุบรสชาติแซบเด็ดเผ็ดจัดจ้านถึงใจ ปูไข่ดองได้ที่รสชาติดีเนื้อปูหวาน ไข่ปูมันถูกลิ้น แถมยังมีเส้นหมี่ขาวลวกและไข่ต้ม มาให้กินคู่กับส้มตำอร่อยถูกปากโดนใจมาก
ทอดมันกุ้ง
       เมนูต่อมาเป็น ทอดมันกุ้ง (120 บาท) ที่ทางร้านเน้นเอาแต่เนื้อกุ้งล้วนๆ มาผสมคลุกเคล้ากับเครื่องปรุงสูตรเฉพาะ แล้วปั้นเป็นก้อน คลุกกับเกล็ดขนมปังแล้วทอดในน้ำมันร้อนๆ จนทอดมันกุ้งเหลืองกรอบ ส่งกลิ่นหอมน่ากิน ชิมแล้วช่างถูกปากในความกรอบนอกนุ่มในของทอดมันกุ้ง และสัมผัสได้ถึงเนื้อกุ้งล้วนๆ รสชาติดีกลมกล่อม และมีน้ำจิ้มบ๊วยมาให้จิ้มกินเพิ่มรสชาติ
ปีกไก่รมควัน
       ตามมาด้วยเมนูนี้ ปีกไก่รมควัน (90 บาท) สีสันของปีกไก่และกลิ่นหอมยั่วน้ำลายมากๆ เป็นปีกไก่ส่วนกลางและส่วนล่างที่ทางร้านคัดมาเป็นอย่างดี แล้วนำมารมควันตามสูตรเด็ดเฉพาะ ก่อนที่จะนำมาทอดอีกครั้ง ปีกไก่ถูกเสิร์ฟมาร้อนๆ พร้อมกับน้ำจิ้มไก่ กินปีกไก่หนังบางกรอบหอมกลิ่นรมควันอ่อนๆ เนื้อในไก่นุ่มได้รสชาติอร่อยโดนใจปาก
กุ้งคลุกฝุ่น
       กุ้งคลุกฝุ่น (150 บาท) เมนูนี้ใครชอบกินกุ้งแนะนำว่าไม่ควรพลาด ทางร้านนำกุ้งแชบ๊วยตัวไม่ใหญ่มากนัก นำไปทอดในน้ำมันร้อนๆ แล้วนำกุ้งที่ทอดจนสุกกรอบทั้งตัวมาคลุกเคล้ากับส่วนผสมที่ปรุงไว้เป็นพิเศษ ส่งกุ้งเข้าปากเคี้ยวกร้วมกุ้งกรอบกินได้ทั้งตัว เนื้อกุ้งหวานและออกรสเค็มๆ มันๆ ของเครื่องปรุง กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซบจัดจ้านที่ทางร้านทำเองช่างเข้ากันดีจริง แถมยังมีคะน้าซอยทอดกรอบมาให้กินเคียงกันอีกด้วย
ผัดไทกุ้งสด
       แล้วก็ต้องชิมเมนูนี้ด้วย ผัดไทกุ้งสด (90 บาท) เป็นผัดไทแบบครบเครื่อง ที่ทางร้านเลือกใช้เส้นจันท์มาผัดกับน้ำปรุงสูตรเด็ดที่ปรุงขึ้นมาโดยเฉพาะ และมีกุ้งที่ทอดไว้แล้วนำมาผัดใส่กับผัดไทอีกที ลิ้มรสผัดไทเส้นเหนียวนุ่มได้รสชาติน้ำปรุงที่เข้มข้นกลมกล่อมถูกปากดีแท้ กินเข้ากันกับกุ้งดีจริง
ต้มยำกุ้งมะพร้าวอ่อน
       ส่งท้ายแนะนำเมนูซดน้ำร้อนๆ ต้มยำกุ้งมะพร้าวอ่อน (180 บาท) เสิร์ฟมาแบบหม้อไฟร้อนๆ เป็นต้มยำน้ำข้นแบบครบเครื่องต้มยำไทย ใส่กุ้ง ใส่เห็ดฟาง และใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนและน้ำมะพร้าวด้วย ทำให้เวลาซดน้ำต้มยำร้อนๆ รสแซบเข้มข้น จัดจ้านถึงใจ กินกุ้งอร่อยปาก แถมยังได้เคี้ยวเนื้อมะพร้าวหอมนุ่ม
      
       แต่ขอบอกว่าเมนูอาหารไทยจานเด็ดของที่นี่ ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ หากขอเมนูมากางเปิดดู จะเห็นว่ายังมีเมนูอื่นๆ ที่ชวนกินอีก อาทิ ไก่ผัดเม็ดมะม่วง (120 บาท) ปูไข่ดอง (180 บาท) หมึกไข่นึ่งมะนาว (180 บาท) ห่อหมกมะพร้าว (120 บาท) ลาบหมูทอด (90 บาท) และอีกสารพัดเมนูอาหารไทยรสเลิศ ที่อยากจะชวนให้แฟนๆ คออาหารไทย ได้ตามมาลองลิ้มกันด้วยตัวเองจะดีกว่า ที่ร้าน “ครัวไทเดิม” แห่งนี้ เขายินดีต้อนรับทุกคนอยู่
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “ครัวไทเดิม” ตั้ง อยู่ที่ 138 ถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กทม. การเดินทางร้านครัวไทเดิมจะอยู่ในซอยเล็กๆ บนถนนข้าวสารใกล้ฝั่งถนนตะนาว (ร้านเบอร์เกอร์คิง) โดยมีจุดสังเกตคือซอยจะอยู่ใกล้กับร้านเคเอฟซี ให้เดินเข้าไปในซอยนี้ประมาณ 30 ม. ก็จะเห็นร้านครัวไทเดิมอยู่ทางซ้ายมือ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน ถ้าขับรถมาสามารถไปจอดได้ที่โรงแรมเวียงใต้หรือที่ตึกจอดรถของกทม. ร้านเปิดทุกวัน เวลา 12.00-24.00 น. ทางร้านรับจัดงานเลี้ยงในสถานที่ด้วย โทร. 0-2629-2252 หรือเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/TaiDerm