AMERICAN BLACK PANTHER ARTWORK
Ghost in previous Alien Zoo reports and FT featurelength articles, I’ve documented several
fascinating examples of apparent cryptids depicted by famous artists. Here’s another such example, one that may not have attracted any cryptozoological publicity before. I am grateful to American correspondent David McAvoy for bringing to my attention a remarkable painting on display at the Memphis Brooks Museum of Art in Tennessee. Entitled ‘Story Told By My Mother’, it was produced in 1955 by highly acclaimed Arkansas-born artist Carroll Cloar (1913-1993), and depicts a snow scene in which a woman is stepping briskly away from a very large black panther-like cat standing at the edge of some trees. David informed me that it was inspired by tales that Cloar had heard from his mother concerning black panthers that had once roamed Arkansas.
Moreover, David himself hails from Arkansas, and he mentioned that he has heard such stories for as long as he can remember. Indeed, mysterious, unidentified big cats of black panther-like appearance (i.e. resembling melanistic leopards) have been reported all over North America for centuries. Leopards of course are not native to the New World, so if such beasts are indeed roaming the wilds here, they can only be escapee or released individuals from captivity. However, their eyewitnesses often claim that these cats are not black leopards anyway, but are instead black pumas. Yet no such cat form has ever been scientifically confirmed from North America, only two such specimens have been procured in tropical Latin America, and no captive individuals are currently known to exist anywhere. (I have documented elsewhere one possible example exhibited at London Zoo during the 19th century.)
In short, even if they do occur, black pumas are exceptionally rare as far as physical evidence for their reality is concerned. Countless normal-coloured (tawny or grey) pumas have been shot in North America, and there are numerous reports of black panther-like cats on file from this continent, so whatever this cat form is it does not appear to be especially rare; ผี so why have no specimens been found if it is indeed a melanistic version (morph) of the puma? This apparent paradox remains a major riddle for American cryptozoology – but at least we do now have an additional and most interesting, unexpected piece of evidence supporting the existence of black panther-like cats in North America, regardless of their identity. David McAvoy, pers. comm., 9 Aug 2015.
WHERE TO GO FOR WEREWOLVES
A three-day conference devoted to werewolves and the fascinating, albeit highly controversial, subject of lycanthropy took place on 3-5 September 2015 at the University of Hertfordshire in Hatfield. Entitled ‘The Company of Wolves’, its eclectic offerings included workshops, walks with real wolves, picnics alongside the Berkhamsted grave of Peter the Wild Boy from the 18th century [FT161:36], a keynote speaker, and an international array of papers featuring such memorable titles as ‘I’m Hairy on the Inside’, ‘Rabid Bitches and Fanged Whores’, and ‘Barebacking Werewolves in Rural America’. Interest in the UK’S only werewolf conference was considerable.
TEARING APART A PTEROSAUR
For decades, cryptozoologists, creationists and iconography researchers have been discussing the likely identity of the tantalisingly pterosaurlike creature, bright red in colour, depicted in ancient artwork decorating Black Dragon Canyon in Utah. True, there is indeed a resemblance to a pterodactyl with outstretched wings and even a possible crest on its head like some latter-day Pteranodon, which had led some ผี cryptozoologists to suggest that it offered proof of modern-day pterosaur survival in North America.
However, new research has effectively torn apart this visual testimony. Dating back to the agrarian Fremont culture (c. AD 1-1100) but remaining undiscovered in modern times until 1928, this ambiguous artwork has been revealed by researchers co-led by freelance archæologist Paul Bahn to be a composite pictograph, not a single one as previously
assumed. In fact, the ‘pterosaur’ is actually a combination of no less than five separate
pictographs, respectively depicting a sheep, a dog, a tall person with protruding eyes, a
smaller person, and a snake-like entity.
เรื่องผี In 1947, a certain John Simonson traced over what he believed to be the outline of the
one, single pictograph with red chalk, yielding the pseudo-pterodactyl image, but this artefact was recently exposed by Bahn and company using a portable X-ray fluorescence device and a special program/tool called DStretch. This enables researchers to photograph a
pictograph, upload it onto a computer, and then highlight its original pigments (even if invisible to the naked eye) while also distinguishing pigments that have been added later. So when DStretch removed the confusing effect caused by Simonson’s red chalk, the true, five-piece artwork was duly revealed, with the pterodactyl of Black Dragon Canyon unceremoniously jettisoned into the dustbin of historical howlers.
รีวิวอาหารจากร้านต่างๆ บุฟเฟ่ต์โรงแรม รีวิวร้านอาหาร เมนูอาหารน่าทาน รูปภาพอาหาร การทำอาหาร ส่วนผสม วัตถุดิบในการทำอาหาร เมนูอาหารคาว เมนูขนมหวาน เมนูเครื่องดื่ม ตามหาร้านอาหารอร่อย ร้านอาหารในดวงใจ เมนูวัตถุดิบพิเศษ credit www.manager.co.th, www.bloggang.com www.horapa.com,www.foodietaste.com,women.kapook.com
ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube
อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube
อ่านการ์ตูน Youtube
มังงะออนไลน์ Youtube
อ่านมังงะออนไลน์ Youtube
การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube
การ์ตูนโรแมนติก Youtube
ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube
การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube
แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube
การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube
เกมรักพยาบาท Youtube
GOLD รักนี้สีทอง Youtube
เกาะนางพญาเงือก Youtube
หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube
วังวนปรารถนา Youtube
คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube
เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube
รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube
หัวใจไม่ร้างรัก Youtube
เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube
บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube
princessหมึกจีน Youtube
ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube
หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube
หน้ากากนักสืบ Youtube
ราศีมรณะ Youtube
THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube
เกียรติยศรัก Youtube
SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube
หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube
รักแรกแสนรัก Youtube
รอรักสาวซากุระ Youtube
รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube
หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube
รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube
ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube
บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube
อ้อมกอดทะเลทราย Youtube
การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube
การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube
อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube
การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube
การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube
การ์ตูนรักระแวง Youtube
การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube
การ์ตูนหนามชีวิต Youtube
ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube
การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube
การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube
การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube
การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube
อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube
การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube
การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube
การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube
การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube
ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube
เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube
การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube
การ์ตูนชะตารัก Youtube
แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube
รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube
รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube
รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube
Hot Love หมึกจีน Youtube
การ์ตูนผีกุกกัก Youtube
คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube
การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube
หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube
Extra Romance หมึกจีน Youtube
เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube
สุขภาพดีในทุกทริป
ด้วย 10 เทคนิคระหว่างเดินทาง
การเดินทางไปสู่จุดหมายของแต่ละคนย่อมผ่านเรื่องราวต่างๆ มากมาย และการจะไปถึง
ปลายทางให้ได้อย่างราบรื่นนั้น ที่สุดแล้วย่อมต้องอาศัย “สุขภาพ” ซึ่งเป็นเรื่องหนึ่งที่ขาดไม่ได้
หนุ่มๆ นักเดินทางทั้งหลายอาจมีเทคนิคส่วนตัวที่จะทำให้การเดินทางของตัวเองราบรื่นและสะดวกที่สุด ซึ่งการ “เตรียมตัว” ก็เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นการเตรียมตัวที่ดีนอกจากเรื่องของรายละเอียด การเดินทางอย่างตั๋วเดินทาง การจองที่พัก และอาหารการกินระหว่างทางแล้ว 10 อันดับ การเตรียมรับมือกับอาการที่อาจเกิดขึ้นได้จากการเดินทางที่พบบ่อยก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยได้ อาการที่ทำให้นักเดินทางส่วนใหญ่รู้สึกไม่สะดวกสบายนักหรือถึงขั้นเป็นอุปสรรคได้มีอยู่ 3 อย่างด้วยกัน ดังนี้
- ง่วง
- เมื่อยล้า
- ไม่สบายท้อง
ทั้ง 3 เป็นเรื่องยอดนิยมที่อาจเกิดได้ในการเดินทางทุกรูปแบบไม่ว่าจะโดยรถยนต์ เรือ หรือเครื่องบิน นอกจากนั้นใครที่ต้องเดินทางไกลข้ามแผ่นดินต่างถิ่นข้ามทวีปอาจมีอาการแถมคือ “Jet Lag” ซึ่งเกิดจากการผิดเวลาข้ามไทม์โซนไปไกลของสมองซึ่งไม่ว่าจะเป็นอาการใดก็ล้วนกวนใจนักเดินทางได้ทั้งนั้น ที่สำคัญคืออาจทำให้เกิดอาการ “ขยาด” การเดินทางขึ้นได้ ยิ่งถ้าเกิดกับผู้ร่วมเดินทางที่เราหวังให้
ไปด้วยกันเป็นทริปแห่งความสุขก็อาจจะกลับกลายเป็น Sick Trip ต้องนั่งฟื้นวิชาปฐมพยาบาลกันยามเจ็บป่วยเป็นทริปที่จดจำไปนาน ซึ่งการจะทำให้การเดินทางแต่ละครั้งสนุกและเป็น Trip of a Lifetime ได้ก็อยู่ที่ “ฝีมือ” ในการป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้ เพียงแค่คุณมีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ บางประการ
จากความ “ใส่ใจ” และ “ไม่ประมาท” ก็สามารถทำให้ทุกทริปน่าประทับใจได้ครับ
ขอให้ท่านที่รักลองมาดูเทคนิคระหว่างการ เดินทางดังต่อไปนี้ครับ
10 หนทางสร้างสุขในทุกทริป
1 กาแฟ เครื่องดื่มทรงพลังที่ช่วยให้คนนั่งหลังพวงมาลัยหรือคนโดยสารเองสดชื่นตื่นตัวได้ดีเพราะในกาแฟมีคาเฟอีนที่ทรงฤทธิ์ในการกระตุ้นร่างกายดังที่ทราบกันดีแล้ว จากการศึกษาที่รายงานโดยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดชี้ว่าคาเฟอีนยังไปยับยั้งเคมีอะดีโนซีนจึงทำให้สมองของเราตื่นตัวมาก นอกจากนั้นยังมีสารต้านอนุมูลอิสระดีๆ อย่าง “กรดคลอโรจีนิก” ในกาแฟอีกด้วย แต่ขอให้ดื่มในปริมาณที่ไม่มากเกินไปนะครับ อย่าง 1-2 แก้วต่อวันก็ยังพอไหว เพราะถ้าเกินจากนั้นก็อาจทำให้คุณไม่สนุกได้
2 อาหารแก้เมา อาการเมารถ เมาเรือ เมาเครื่องบิน อาจทำให้ทริปดีๆ หมดสนุกได้ น่าเห็นใจคนช่างเมา
ที่บางคนเซนซิทีฟขนาดขับรถวนขึ้นที่จอดก็ “มึน” แล้ว ในเรื่องนี้มีของกินที่พอช่วยได้ครับ ลองหา “ขิง” หรือ “น้ำขิง” มารับประทาน อาจเป็นโจ๊กใส่ขิงมื้อเช้า ก่อนออกเดินทางหรือหาลูกอมขิงมาอมไว้ก่อน ส่วนจะเป็นขิงแก่หรือขิงอ่อนก็ไม่ว่ากัน นอกจากนี้ยังมีการศึกษาว่า “วิตามินบี 6” ช่วยเรื่องอาการมึนและคลื่นไส้ด้วย
3 ระวังของเค็ม จัดอันดับ การกินเค็มระหว่างเดินทางนอกจากทำให้คุณหิวน้ำบ่อยและต้องหาห้องน้ำแล้ว ยังอาจทำให้รู้สึกเหนื่อยและอ่อนเพลียได้ด้วย มีการสำรวจพบว่าอาหารที่เสิร์ฟบนเครื่องบินมีทั้งดีต่อสุขภาพและต้องระวัง โดยเฉพาะอาหารที่ “เค็ม” และ “มัน” เช่น ถั่วอบเกลือที่เสิร์ฟบนเครื่องหรือขนมกรุบกรอบที่มีรสเค็ม ซึ่งสิ่งเหล่านี้นอกจากพาให้ความดันนักเดินทางขึ้นได้แล้ว โซเดียมยังทำให้ “บวม” ได้ง่ายตามที่ต่างๆ เช่น ขาทั้งสองข้างเวลาเดินทางด้วยครับ
4 ระวังอาหารที่ทำให้ท้องอืด ของทอดและของมันคือสีสันระหว่างเดินทางโดยเฉพาะคนที่ไปกับเพื่อนฝูงเพื่อเฮฮาทว่าของมันอาจไปปลุกอาการป่วยให้กำเริบในทริปได้ โดยโรคที่ควรจับตาคือกรดไหลย้อน ลำไส้แปรปรวน และโรคกระเพาะอาหาร นอกจากนั้นอาหารมันๆ ยังมีส่วนทำให้ใช้เวลานานในการย่อย จึงอาจทำให้ท้องอืดและรู้สึกไม่สบายท้องได้นานหลายชั่วโมง สำหรับอาหารชวนท้องอืดที่ควรเลี่ยง
ได้แก่ น้ำอัดลม พิซซ่า ถั่ว ดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี หอมใหญ่ หรือพูดง่ายๆ ก็คือเลี่ยงสลัดผักสดทั้งชามนั่นล่ะครับ
5 ลุกขึ้นขยับ ใครที่ต้องเดินทางในอิริยาบถเดียวติดต่อกันนานๆ ขอให้หาโอกาสลุกขึ้นขยับเขยื้อนตัวปรับท่าทางไม่ให้แช่อยู่ในท่าเดียวเกินไปนักอย่างน้อยสักทุกๆ 1 ชั่วโมง ควรมีการขยับ หากเดินทางคนเดียวแล้วเกรงใจผู้โดยสารข้างๆ ไม่กล้าลุกก็อาจใช้วิธียืดเหยียดเท้าหรือเกร็งกล้ามเนื้อตามตัวเป็นส่วนๆ ไปก็ยังได้ การขยับตัวอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ท้องไม่อืด ขาไม่บวม และที่สำคัญคือลดความเสี่ยงการเกิดลิ่มเลือดจากการนั่งนานไปอุดที่ปอด (Thromboembolism) ทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้
6 นอนหลับให้พอ การหลับได้เมื่อหัวถึงหมอนถือเป็นพรอันวิเศษและเป็นความสามารถที่น่าทึ่งของใครหลายคนที่ผมได้สัมผัสมา มีเทคนิคง่ายๆ คือเวลาเดินทางแล้วเขาให้หลับเมื่อไรก็พยายามหลับให้ได้ตามเวลา อาทิ ขึ้นเครื่องบินแล้วเขาปิดไฟให้นอนก็ควรจะนอน แทนที่จะตาสว่างดูหนังบ็อกซ์ออฟฟิศไม่เลิกรา หรือว่าถ้าเห็นตกกลางคืนแล้วเป็นเวลาที่ปกติอยู่บ้านจะเล่นเกมซ่อนลูกตาแล้วก็พึงนอนเถิดครับ เพราะต่อมใต้สมองจะปรับตัวได้ดีถ้าคุณนอนหลับตามเวลาและความมืด-สว่างของสิ่งแวดล้อม
7 ดื่มน้ำ ติด “น้ำเปล่า” ประจำตัวไว้เพราะน้ำธรรมดาคือเครื่องดื่มที่ดีที่สุด การได้ดื่มน้ำระหว่างการเดินทางนอกจากช่วยให้ดับกระหายแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยง “Heatstroke” ซึ่งเกิดจากการเดินทางที่ต้องประสบกับอากาศร้อนจัด รวมถึงอาการ “แฮงก์” หลังปาร์ตี้ที่เพิ่งเดินทางมาเหนื่อยๆ ได้ เพราะการขาดน้ำ (Dehydration) เป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้เกิดความไม่สบายดังที่กล่าวมาแล้ว แต่ถ้าไม่สะดวกหาน้ำเปล่าอาจใช้ “น้ำมะพร้าว” เป็น Drink of Choice ก็แทนกันได้ ชื่นใจดีครับ
8 ติดหนังสือไว้ เรื่องนี้ขาดไม่ได้เลยทีเดียว ผู้ใหญ่ในวงการสื่อท่านหนึ่งได้เคยให้เทคนิคนี้กับผมไว้ครับ ท่านคือคุณดำรง พุฒตาล 10 อันดับ ซึ่งผมเห็นว่าใช้ได้ผลดีทีเดียวสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อยและแต่ละครั้งกินเวลานาน การมีหนังสือไว้อ่านจะช่วยให้ท่านอยู่ในโลกส่วนตัวได้ง่ายๆ เป็นโลกขนาดพกพาแถมเผลอๆ ยังเป็นทูตสันถวไมตรีเรียกเพื่อนที่ชื่นชอบหนังสือให้เข้ามาทักทายกันไม่เหงาได้อีก ขอให้ติดพ็อกเก็ตบุ๊คไว้หรือหา Men’s Health จากแผงใกล้ๆ ติดไว้ก็ได้ครับ
9 ที่ปิดตา เตรียมตัวช่วยง่ายๆ อย่างที่ปิดตาไว้ด้วยจะช่วยคุณได้ยามที่ต้องการโลกส่วนตัว (อย่างจริงจัง) แบบเข้าภวังค์ครับ การมีอายมาสก์ดีๆ สักอันติดตัวไว้ยามเดินทางจะช่วยให้คุณสบายได้ถึงต่อมในสมองทีเดียวครับเพราะความมืดสนิทนั้นช่วยให้ “ต่อมไพนีล” ในสมองหลั่ง “เมลาโทนิน” ออกมาได้ดี มีส่วนช่วยให้ร่างกายคุณสดชื่นดีและมีภูมิคุ้มกันที่คอยปกป้องโรคภัยไข้เจ็บได้ไหนๆ ก็อุตส่าห์เตรียมของสำหรับเดินทางแล้ว พกที่ปิดตาเบาๆ ไว้สักอันก็ไม่ได้กินที่มากมายอะไรครับ
10 อย่าดูนาฬิกาบ่อย จัดอันดับ นิสัยก้มดูจอหรือฆ่าเวลาด้วยการดูนาฬิกาบ่อยอาจเป็นเรื่องที่ดูเหมือน “ใครๆ ก็ทำ” แต่อาจเป็นกิจกรรมที่ทำให้คุณ “เครียด” โดยไม่รู้ตัวครับเพราะแสงสีฟ้าจากหน้าจอแกดเจ็ตทั้งหลายกับจำนวนโมงยามนาทีที่ผ่านไปจะทำให้รู้สึกว่าเวลาเดินทางมันช่างแสนนานกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้นการปรับตัวง่ายๆ ก็คืออาจใช้เวลาคุยกับเพื่อนร่วมทาง หรือใช้เทคนิคคลาสสิกอย่างเล่นเกมปริศนาอักษรไขว้ฝึกสมองแทนก็ยังได้ พยายามให้เวลาผ่านไปอย่างเป็นธรรมชาติที่สุดจะช่วยคุณได้ครับ
ทั้ง 10 ข้อนี้ถือเป็นบัญญัติสำหรับนักเดินทางเผื่อคุณจำเป็นต้องเดินทางในรูปแบบต่างๆ ก็สามารถเลือก
ข้อเหมาะๆ นำไปใช้ได้ โดยไม่ว่าจะไปที่ไหนขอให้ท่องไว้เสมอว่า ถ้าสุขภาพดีเสียอย่างแล้วอุปสรรคใดๆ ก็จะเป็นเรื่องเล็กน้อยได้หมดแล้วคุณจะถึงที่หมายได้อย่างงดงามครับ
การเดินทางไปสู่จุดหมายของแต่ละคนย่อมผ่านเรื่องราวต่างๆ มากมาย และการจะไปถึง
ปลายทางให้ได้อย่างราบรื่นนั้น ที่สุดแล้วย่อมต้องอาศัย “สุขภาพ” ซึ่งเป็นเรื่องหนึ่งที่ขาดไม่ได้
หนุ่มๆ นักเดินทางทั้งหลายอาจมีเทคนิคส่วนตัวที่จะทำให้การเดินทางของตัวเองราบรื่นและสะดวกที่สุด ซึ่งการ “เตรียมตัว” ก็เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นการเตรียมตัวที่ดีนอกจากเรื่องของรายละเอียด การเดินทางอย่างตั๋วเดินทาง การจองที่พัก และอาหารการกินระหว่างทางแล้ว 10 อันดับ การเตรียมรับมือกับอาการที่อาจเกิดขึ้นได้จากการเดินทางที่พบบ่อยก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยได้ อาการที่ทำให้นักเดินทางส่วนใหญ่รู้สึกไม่สะดวกสบายนักหรือถึงขั้นเป็นอุปสรรคได้มีอยู่ 3 อย่างด้วยกัน ดังนี้
- ง่วง
- เมื่อยล้า
- ไม่สบายท้อง
ทั้ง 3 เป็นเรื่องยอดนิยมที่อาจเกิดได้ในการเดินทางทุกรูปแบบไม่ว่าจะโดยรถยนต์ เรือ หรือเครื่องบิน นอกจากนั้นใครที่ต้องเดินทางไกลข้ามแผ่นดินต่างถิ่นข้ามทวีปอาจมีอาการแถมคือ “Jet Lag” ซึ่งเกิดจากการผิดเวลาข้ามไทม์โซนไปไกลของสมองซึ่งไม่ว่าจะเป็นอาการใดก็ล้วนกวนใจนักเดินทางได้ทั้งนั้น ที่สำคัญคืออาจทำให้เกิดอาการ “ขยาด” การเดินทางขึ้นได้ ยิ่งถ้าเกิดกับผู้ร่วมเดินทางที่เราหวังให้
ไปด้วยกันเป็นทริปแห่งความสุขก็อาจจะกลับกลายเป็น Sick Trip ต้องนั่งฟื้นวิชาปฐมพยาบาลกันยามเจ็บป่วยเป็นทริปที่จดจำไปนาน ซึ่งการจะทำให้การเดินทางแต่ละครั้งสนุกและเป็น Trip of a Lifetime ได้ก็อยู่ที่ “ฝีมือ” ในการป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้ เพียงแค่คุณมีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ บางประการ
จากความ “ใส่ใจ” และ “ไม่ประมาท” ก็สามารถทำให้ทุกทริปน่าประทับใจได้ครับ
ขอให้ท่านที่รักลองมาดูเทคนิคระหว่างการ เดินทางดังต่อไปนี้ครับ
10 หนทางสร้างสุขในทุกทริป
1 กาแฟ เครื่องดื่มทรงพลังที่ช่วยให้คนนั่งหลังพวงมาลัยหรือคนโดยสารเองสดชื่นตื่นตัวได้ดีเพราะในกาแฟมีคาเฟอีนที่ทรงฤทธิ์ในการกระตุ้นร่างกายดังที่ทราบกันดีแล้ว จากการศึกษาที่รายงานโดยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดชี้ว่าคาเฟอีนยังไปยับยั้งเคมีอะดีโนซีนจึงทำให้สมองของเราตื่นตัวมาก นอกจากนั้นยังมีสารต้านอนุมูลอิสระดีๆ อย่าง “กรดคลอโรจีนิก” ในกาแฟอีกด้วย แต่ขอให้ดื่มในปริมาณที่ไม่มากเกินไปนะครับ อย่าง 1-2 แก้วต่อวันก็ยังพอไหว เพราะถ้าเกินจากนั้นก็อาจทำให้คุณไม่สนุกได้
2 อาหารแก้เมา อาการเมารถ เมาเรือ เมาเครื่องบิน อาจทำให้ทริปดีๆ หมดสนุกได้ น่าเห็นใจคนช่างเมา
ที่บางคนเซนซิทีฟขนาดขับรถวนขึ้นที่จอดก็ “มึน” แล้ว ในเรื่องนี้มีของกินที่พอช่วยได้ครับ ลองหา “ขิง” หรือ “น้ำขิง” มารับประทาน อาจเป็นโจ๊กใส่ขิงมื้อเช้า ก่อนออกเดินทางหรือหาลูกอมขิงมาอมไว้ก่อน ส่วนจะเป็นขิงแก่หรือขิงอ่อนก็ไม่ว่ากัน นอกจากนี้ยังมีการศึกษาว่า “วิตามินบี 6” ช่วยเรื่องอาการมึนและคลื่นไส้ด้วย
3 ระวังของเค็ม จัดอันดับ การกินเค็มระหว่างเดินทางนอกจากทำให้คุณหิวน้ำบ่อยและต้องหาห้องน้ำแล้ว ยังอาจทำให้รู้สึกเหนื่อยและอ่อนเพลียได้ด้วย มีการสำรวจพบว่าอาหารที่เสิร์ฟบนเครื่องบินมีทั้งดีต่อสุขภาพและต้องระวัง โดยเฉพาะอาหารที่ “เค็ม” และ “มัน” เช่น ถั่วอบเกลือที่เสิร์ฟบนเครื่องหรือขนมกรุบกรอบที่มีรสเค็ม ซึ่งสิ่งเหล่านี้นอกจากพาให้ความดันนักเดินทางขึ้นได้แล้ว โซเดียมยังทำให้ “บวม” ได้ง่ายตามที่ต่างๆ เช่น ขาทั้งสองข้างเวลาเดินทางด้วยครับ
4 ระวังอาหารที่ทำให้ท้องอืด ของทอดและของมันคือสีสันระหว่างเดินทางโดยเฉพาะคนที่ไปกับเพื่อนฝูงเพื่อเฮฮาทว่าของมันอาจไปปลุกอาการป่วยให้กำเริบในทริปได้ โดยโรคที่ควรจับตาคือกรดไหลย้อน ลำไส้แปรปรวน และโรคกระเพาะอาหาร นอกจากนั้นอาหารมันๆ ยังมีส่วนทำให้ใช้เวลานานในการย่อย จึงอาจทำให้ท้องอืดและรู้สึกไม่สบายท้องได้นานหลายชั่วโมง สำหรับอาหารชวนท้องอืดที่ควรเลี่ยง
ได้แก่ น้ำอัดลม พิซซ่า ถั่ว ดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี หอมใหญ่ หรือพูดง่ายๆ ก็คือเลี่ยงสลัดผักสดทั้งชามนั่นล่ะครับ
5 ลุกขึ้นขยับ ใครที่ต้องเดินทางในอิริยาบถเดียวติดต่อกันนานๆ ขอให้หาโอกาสลุกขึ้นขยับเขยื้อนตัวปรับท่าทางไม่ให้แช่อยู่ในท่าเดียวเกินไปนักอย่างน้อยสักทุกๆ 1 ชั่วโมง ควรมีการขยับ หากเดินทางคนเดียวแล้วเกรงใจผู้โดยสารข้างๆ ไม่กล้าลุกก็อาจใช้วิธียืดเหยียดเท้าหรือเกร็งกล้ามเนื้อตามตัวเป็นส่วนๆ ไปก็ยังได้ การขยับตัวอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ท้องไม่อืด ขาไม่บวม และที่สำคัญคือลดความเสี่ยงการเกิดลิ่มเลือดจากการนั่งนานไปอุดที่ปอด (Thromboembolism) ทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้
6 นอนหลับให้พอ การหลับได้เมื่อหัวถึงหมอนถือเป็นพรอันวิเศษและเป็นความสามารถที่น่าทึ่งของใครหลายคนที่ผมได้สัมผัสมา มีเทคนิคง่ายๆ คือเวลาเดินทางแล้วเขาให้หลับเมื่อไรก็พยายามหลับให้ได้ตามเวลา อาทิ ขึ้นเครื่องบินแล้วเขาปิดไฟให้นอนก็ควรจะนอน แทนที่จะตาสว่างดูหนังบ็อกซ์ออฟฟิศไม่เลิกรา หรือว่าถ้าเห็นตกกลางคืนแล้วเป็นเวลาที่ปกติอยู่บ้านจะเล่นเกมซ่อนลูกตาแล้วก็พึงนอนเถิดครับ เพราะต่อมใต้สมองจะปรับตัวได้ดีถ้าคุณนอนหลับตามเวลาและความมืด-สว่างของสิ่งแวดล้อม
7 ดื่มน้ำ ติด “น้ำเปล่า” ประจำตัวไว้เพราะน้ำธรรมดาคือเครื่องดื่มที่ดีที่สุด การได้ดื่มน้ำระหว่างการเดินทางนอกจากช่วยให้ดับกระหายแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยง “Heatstroke” ซึ่งเกิดจากการเดินทางที่ต้องประสบกับอากาศร้อนจัด รวมถึงอาการ “แฮงก์” หลังปาร์ตี้ที่เพิ่งเดินทางมาเหนื่อยๆ ได้ เพราะการขาดน้ำ (Dehydration) เป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้เกิดความไม่สบายดังที่กล่าวมาแล้ว แต่ถ้าไม่สะดวกหาน้ำเปล่าอาจใช้ “น้ำมะพร้าว” เป็น Drink of Choice ก็แทนกันได้ ชื่นใจดีครับ
8 ติดหนังสือไว้ เรื่องนี้ขาดไม่ได้เลยทีเดียว ผู้ใหญ่ในวงการสื่อท่านหนึ่งได้เคยให้เทคนิคนี้กับผมไว้ครับ ท่านคือคุณดำรง พุฒตาล 10 อันดับ ซึ่งผมเห็นว่าใช้ได้ผลดีทีเดียวสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อยและแต่ละครั้งกินเวลานาน การมีหนังสือไว้อ่านจะช่วยให้ท่านอยู่ในโลกส่วนตัวได้ง่ายๆ เป็นโลกขนาดพกพาแถมเผลอๆ ยังเป็นทูตสันถวไมตรีเรียกเพื่อนที่ชื่นชอบหนังสือให้เข้ามาทักทายกันไม่เหงาได้อีก ขอให้ติดพ็อกเก็ตบุ๊คไว้หรือหา Men’s Health จากแผงใกล้ๆ ติดไว้ก็ได้ครับ
9 ที่ปิดตา เตรียมตัวช่วยง่ายๆ อย่างที่ปิดตาไว้ด้วยจะช่วยคุณได้ยามที่ต้องการโลกส่วนตัว (อย่างจริงจัง) แบบเข้าภวังค์ครับ การมีอายมาสก์ดีๆ สักอันติดตัวไว้ยามเดินทางจะช่วยให้คุณสบายได้ถึงต่อมในสมองทีเดียวครับเพราะความมืดสนิทนั้นช่วยให้ “ต่อมไพนีล” ในสมองหลั่ง “เมลาโทนิน” ออกมาได้ดี มีส่วนช่วยให้ร่างกายคุณสดชื่นดีและมีภูมิคุ้มกันที่คอยปกป้องโรคภัยไข้เจ็บได้ไหนๆ ก็อุตส่าห์เตรียมของสำหรับเดินทางแล้ว พกที่ปิดตาเบาๆ ไว้สักอันก็ไม่ได้กินที่มากมายอะไรครับ
10 อย่าดูนาฬิกาบ่อย จัดอันดับ นิสัยก้มดูจอหรือฆ่าเวลาด้วยการดูนาฬิกาบ่อยอาจเป็นเรื่องที่ดูเหมือน “ใครๆ ก็ทำ” แต่อาจเป็นกิจกรรมที่ทำให้คุณ “เครียด” โดยไม่รู้ตัวครับเพราะแสงสีฟ้าจากหน้าจอแกดเจ็ตทั้งหลายกับจำนวนโมงยามนาทีที่ผ่านไปจะทำให้รู้สึกว่าเวลาเดินทางมันช่างแสนนานกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้นการปรับตัวง่ายๆ ก็คืออาจใช้เวลาคุยกับเพื่อนร่วมทาง หรือใช้เทคนิคคลาสสิกอย่างเล่นเกมปริศนาอักษรไขว้ฝึกสมองแทนก็ยังได้ พยายามให้เวลาผ่านไปอย่างเป็นธรรมชาติที่สุดจะช่วยคุณได้ครับ
ทั้ง 10 ข้อนี้ถือเป็นบัญญัติสำหรับนักเดินทางเผื่อคุณจำเป็นต้องเดินทางในรูปแบบต่างๆ ก็สามารถเลือก
ข้อเหมาะๆ นำไปใช้ได้ โดยไม่ว่าจะไปที่ไหนขอให้ท่องไว้เสมอว่า ถ้าสุขภาพดีเสียอย่างแล้วอุปสรรคใดๆ ก็จะเป็นเรื่องเล็กน้อยได้หมดแล้วคุณจะถึงที่หมายได้อย่างงดงามครับ
Heal your heart
Herbs play a powerful role in managing heart disease risk factors within your control, namely hypertension, anxiety, and high cholesterol.
Motherwort (Leonurus cardiaca)
จัดอันดับ This herb’s Latin name translates as “lionhearted”, providing a strong clue as to its applications. A nervine and heart tonic, it was traditionally given to pregnant women suffering from anxiety, hence “mother’s wort”, meaning “mother’s herb”. Modern research confirms that motherwort has a blood-thinning effect, promotes circulation, and lowers levels of fat in the blood; it also slows a too-rapid heartbeat and has a mild diuretic effect, which eases high blood pressure.
Olive leaf (Olea europaea)
Although probably best known as a natural immune-booster, olive leaf extract (OLE)’s active
ingredient, oleuropein, is a strong hypotensive, helping to relax and dilate blood vessels and so lowering blood pressure. In จัดอันดับ one European study, identical twins with hypertension were given either a daily dose of OLE or a placebo; at the end of the test, the twins taking OLE demonstrated significant reductions in blood pressure and total cholesterol. Other studies show that OLE limits formation of arterial plaque, slows oxidation of LDL (‘bad’) cholesterol, and eases heart arrhythmia.
Garlic (Allium sativum)
Eating just one clove per day can mean an 80 percent reduction in the risk of developing lifethreatening blood clots. Garlic also normalises blood pressure, boosts elimination of fat deposits that otherwise ‘fur up’ arterial walls via the bile, and makes arterial walls more flexible.
Hawthorn
(Crataegus oxyacantha)
This herb counters one of the most common causes of death in industrialised countries – heart attack due to lack of blood flow. Hawthorn works in four ways: it improves the heart’s pumping action; reduces the heart’s workload; steadies an irregular heartbeat; and increases the heart’s tolerance to oxygen deficiency, which is particularly beneficial if arteries are partially blocked. Interestingly, hawthorn also ensures an even distribution of vitamin C reserves throughout cells, which helps strengthen and improve function in smaller capillaries and blood vessels.
Ginkgo (Ginkgo biloba)
Widely known for enhancing and preserving memory by improving micro-circulation and
blood flow, this has important applications for heart health because improved circulation equals a reduced stroke risk. Ginkgo has a relaxing effect on the lungs, which improves blood flow to the heart and reduces the heart’s demands for oxygen. By increasing circulation to the extremities, ginkgo eases intermittent claudication (leg pain caused by poor circulation), and is the herb of choice for anyone with Raynaud’s syndrome (severe discomfort in response to cold). Caution: Do not take ginkgo without professional advice if
you are on anti-coagulant สิบอันดับ medication.
Motherwort (Leonurus cardiaca)
จัดอันดับ This herb’s Latin name translates as “lionhearted”, providing a strong clue as to its applications. A nervine and heart tonic, it was traditionally given to pregnant women suffering from anxiety, hence “mother’s wort”, meaning “mother’s herb”. Modern research confirms that motherwort has a blood-thinning effect, promotes circulation, and lowers levels of fat in the blood; it also slows a too-rapid heartbeat and has a mild diuretic effect, which eases high blood pressure.
Olive leaf (Olea europaea)
Although probably best known as a natural immune-booster, olive leaf extract (OLE)’s active
ingredient, oleuropein, is a strong hypotensive, helping to relax and dilate blood vessels and so lowering blood pressure. In จัดอันดับ one European study, identical twins with hypertension were given either a daily dose of OLE or a placebo; at the end of the test, the twins taking OLE demonstrated significant reductions in blood pressure and total cholesterol. Other studies show that OLE limits formation of arterial plaque, slows oxidation of LDL (‘bad’) cholesterol, and eases heart arrhythmia.
Garlic (Allium sativum)
Eating just one clove per day can mean an 80 percent reduction in the risk of developing lifethreatening blood clots. Garlic also normalises blood pressure, boosts elimination of fat deposits that otherwise ‘fur up’ arterial walls via the bile, and makes arterial walls more flexible.
Hawthorn
(Crataegus oxyacantha)
This herb counters one of the most common causes of death in industrialised countries – heart attack due to lack of blood flow. Hawthorn works in four ways: it improves the heart’s pumping action; reduces the heart’s workload; steadies an irregular heartbeat; and increases the heart’s tolerance to oxygen deficiency, which is particularly beneficial if arteries are partially blocked. Interestingly, hawthorn also ensures an even distribution of vitamin C reserves throughout cells, which helps strengthen and improve function in smaller capillaries and blood vessels.
Ginkgo (Ginkgo biloba)
Widely known for enhancing and preserving memory by improving micro-circulation and
blood flow, this has important applications for heart health because improved circulation equals a reduced stroke risk. Ginkgo has a relaxing effect on the lungs, which improves blood flow to the heart and reduces the heart’s demands for oxygen. By increasing circulation to the extremities, ginkgo eases intermittent claudication (leg pain caused by poor circulation), and is the herb of choice for anyone with Raynaud’s syndrome (severe discomfort in response to cold). Caution: Do not take ginkgo without professional advice if
you are on anti-coagulant สิบอันดับ medication.
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)



































