ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

“ยูซุปโภชนา” ราชาข้าวหมก เลิศรสหลากเมนู

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 สิงหาคม 2554 13:39 น.
บรรยากาศที่นั่งภายในร้าน
       จู่ๆ “ผ่านมาแวะกิน” ก็เกิดอยากจะไปลิ้มลองอาหารอิสลามขึ้นมา ก็เลยลองเสาะหาร้านอร่อยๆ ที่เดินทางไปกินกันได้ง่ายๆ มาสนองปากตัวเอง จนได้มาเจอกับร้าน “ยูซุปโภชนา” ซึ่ง ไปกันได้สะดวก เพราะอยู่เพียงแค่บนถนนเกษตร-นวมินทร์ นี่เอง แถมยังได้ขึ้นชื่อว่าเป็นราชาข้าวหมกอีกด้วย แบบนี้ก็ต้องตามไปลองชิมกันเสียหน่อย
      
       ร้าน “ยูซุปโภชนา” เปิดที่ถนนเกษตร-นวมินทร์ มาได้ 9 ปีแล้ว แต่ก่อนหน้านั้นก็เปิดขายตามงานต่างๆ เพียงอย่างเดียว โดยสูตรอาหารของทางร้านก็จะเป็นสูตรของอิสลามขนานแท้ ซึ่งจะเป็นสูตรเฉพาะที่ทางร้านคิดค้นขึ้นมาเอง ส่วนเครื่องเทศต่างๆ ส่วนใหญ่ก็จะนำเข้ามาจากประเทศอียิปต์ ทำให้ได้รสชาติและกลิ่นที่โดนใจ แต่หากว่าใครไม่สะดวกจะมาที่สาขานี้ ก็ยังมีอีกหนึ่งสาขาตั้งอยู่บนถนนกิ่งแก้ว-สุวรรณภูมิ ให้แวะเวียนกันไปได้
ข้าวหมกไก่
       เมื่อมาถึงที่ร้าน แน่นอนว่าก็ต้องลองชิมข้าวหมกที่เป็นจานเด่น ซึ่งเราขอเลือก ข้าวหมกไก่ (40 บาท) ที่จะเน้นหนักกันที่เครื่องเทศทั้งจากอียิปต์และไทย โดยใช้ข้าวหอมมะลิเก่ามาลวก ก่อนจะผสมกับส่วนผสมต่างๆ ให้ได้ข้าวออกมาเป็นสามสี คือ สีเหลือง สีส้ม และสีขาวของข้าว จากนั้นก็นำไปหุงรวมกับแครอท ถั่วลันเตาและถั่วดาล เนื้อไก่ก็จะนำไปผัดกับเครื่องเทศและตุ๋นจนไก่สุกและรสชาติเข้าเนื้อ ส่วนน้ำจิ้มก็จะใช้สมุนไพรต่างๆ หลายชนิด และปรุงให้ออกรสชาติเปรี้ยวหวาน ลองชิมจานนี้แล้วต้องบอกว่าอร่อยถูกปาก ข้าวเป็นเม็ดร่วนแต่ไม่แข็ง ไก่เนื้อนุ่มเปื่อย เข้ากับน้ำจิ้มเปรี้ยวๆ หวานๆ เป็นอย่างดี
ซุปหางวัว
       เมนูถัดมา ขอซดน้ำซุปให้คล่องคอกับ ซุปหางวัว (75 บาท) เมนูนี้ความเข้มข้นจะอยู่ที่น้ำซุป ซึ่งปรุงด้วยเครื่องเทศไทยๆ ผสมกับหอมใหญ่และมะเขือเทศ ทำให้ได้รสชาติมากยิ่งขึ้น ส่วนหางวัวก็เลือกสรรมาเป็นอย่างดี ล้างให้สะอาดและต้มกับสมุนไพรอยู่หลายรอบจนเปื่อยและไม่มีกลิ่น เวลายกมาเสิร์ฟนั้นทาร้านก็จะปรุงรสชาติมาให้ด้วยการโรยหอมเจียว พริกขี้หนูสวน และบีบมะนาว ลองชิมแล้วก็จัดจ้านเข้มข้นจริงๆ มีทั้งรสเปรี้ยวเค็มเผ็ด ถูกใจคนชอบรสจัด แต่หากใครกลัวรสจัดเกินไปก็บอกทางร้านได้เลย
มะตะบะไก่
       ต่อกันด้วย มะตะบะไก่ (35 บาท) ที่ทางร้านจะใช้แป้งที่ตีขึ้นเอง ส่วนไส้ในจะใช้เนื้อไก่มาสับแล้วผัดรวมกับหอมใหญ่ ต้นหอม ไข่ไก่ และเครื่องเทศต่างๆ จนสุก จากนั้นก็นำแป้งที่เตรียมไว้มาห่อและนำลงไปทอด เสิร์ฟพร้อมกับอาจาดที่กินแล้วเข้ากันดี รสชาติมะตะบะแป้งนุ่ม ไส้รสกลมกล่อมหอมเครื่องเทศ
      
       ส่วนเมนูนี้ สลัดแขก (30 บาท) ก็มาเอาใจคนชอบกินผัก ซึ่งจะใช้ผักสดทั้งผักกาดหอม แตงกวา มะเขือเทศ หอมใหญ่ นอกจากนี้ก็ยังใส่เต้าหู้ ไข่ไก่ต้ม และมันทอด ราดด้วยน้ำสลัดที่ทำจากถั่วและนมสด ซึ่งชิมแล้วรสชาติจะออกเปรี้ยวๆ หวานๆ มันๆ หอมถั่ว
สลัดแขก
       อีกเมนูที่น่าลองชิมก็คือ มัสมั่นเนื้อโรตี (67 บาท) ที่ในส่วนของมัสมั่นนั้นจะนำเนื้อมาตุ๋นกับสมุนไพรให้เปื่อยแล้วค่อยนำมาแกง กับเครื่องแกงมัสมั่นที่ทางร้านทำขึ้นเอง จากนั้นก็เคี่ยวจนเข้าเนื้อ และยังใส่มันเทศลงไปด้วย เสิร์ฟมากับโรตีสูตรพิเศษของทางร้าน ที่เป็นโรตีนุ่ม ทอดกันใหม่ๆ ชิมแล้วมัสมั่นเนื้อนุ่มเปื่อยได้รสชาติเข้มข้น โรตีเนื้อนุ่ม ไม่มัน หอมอร่อย
มัสมั่นเนื้อโรตี
       ตบท้ายกันด้วย ก๋วยเตี๋ยวแกง (35 บาท) ที่มีให้เลือกทั้งไก่และเนื้อ มีทั้งเส้นเล็ก เส้นใหญ่ เส้นหมี่ บะหมี่ น้ำแกงได้มาจากกะทิปรุงกับเครื่องแกงและเคี่ยวจนได้ที่ ส่วนเครื่องต่างๆ ที่ใส่มาก็มีทั้งเต้าหู้ หอมเจียว หัวไชโป๊ว ถั่วป่น และไข่ต้ม รสชาติน้ำแกงจะออกหอมๆ มันๆ กินแล้วอร่อยเพลิน
      
       แต่ถ้าใครยังไม่อิ่มหนำ ทางร้านก็ยังมีเมนูให้เลือกอีกหลากหลาย อย่างเช่น ข้าวเนื้ออบ (40 บาท) ข้าวราดกุรุหม่าไก่ (55 บาท) ซุปเนื้อ (60 บาท) มะตะบะปลา (35 บาท) โรตีนมน้ำตาล (15 บาท) เป็นต้น ซึ่งเมนูอาหารอิสลามอร่อยๆ แบบนี้ก็มาชิมกันได้ที่ร้าน “ยูซุปโภชนา”
ก๋วยเตี๋ยวแกง
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “ยูซุปโภชนา” ตั้งอยู่ที่ 151 ถ.ประเสริฐมนูกิจ แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กทม. การเดินทางจากแยกเกษตร วิ่งตรงไปยัง ถ.เกษตร-นวมินทร์ (ถ.ประเสริฐมนูกิจ) สังเกตตอม่อทางขวามือจนถึงตอม่อที่ 97 ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือติดถนน สามารถจอดรถได้บริเวณริมถนน และมีที่จอดรถด้านหลังร้าน (เข้าทางซอยหมู่บ้านกลางเมือง) ร้านเปิดทุกวัน (หยุดวันจันทร์และอังคาร สัปดาห์ที่ 3 ของเดือน) เวลา 08.00-15.00 น. โทร. 08-1659-6588 ส่วนอีกสาขา ตั้งอยู่ที่ ถ.กิ่งแก้ว-สุวรรณภูมิ เยื้องปั๊มน้ำมันบางจาก โทร. 08-5136-2864

ชีสพายผลไม้


ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่)
 โฮลวีต แครกเกอร์                100 กรัม
 ครีมชีส สเปรด ชนิดไลท์       200 กรัม
 น้ำมะนาว                            1 ช้อนชา
 น้ำผึ้ง                                   2 ช้อนโต๊ะ
 กีวี, องุ่น, ข้าวโพด, แก้วมังกร หรือผลไม้อื่นตามชอบ
cheesepie.jpg
วิธีทำ
1. บดแครกเกอร์ ให้ละเอียด เติมน้ำผึ้งลงผสมกับแครกเกอร์คลุกเคล้าให้เข้ากัน อัดลงถ้วยฟอยล์ให้แน่น
2. ผสมครีมชีสกับน้ำมะนาวการ์ตูนโรแมนติก คนแรงๆจนเข้ากัน ตักใส่ถ้วยที่อัดแครกเกอร์ไว้แล้ว
3. หั่นผลไม้สดวางด้านบน รับประทานทันที หรือแช่เย็นก่อนก็ได้

ซุปผักใส่มะกะโรนี


ที่ กำลังลดน้ำหนัก หรือชอบทานอาหารเพื่อสุขภาพ เมนูซุปอร่อยถ้วยนี้มีครบทั้งความอร่อยและคุณค่าทางอาหารที่เหมาะกับคุณเป็น อย่างยิ่ง เพราะเครื่องปรุงและส่วนผสมส่วนใหญ่จะเน้นเส้นใยและสมุนไพรล้วนๆ มิให้เนื้อสัตว์เข้ามามีส่วนร่วม ถ้าอยากให้มีเนื้อสัตว์บ้างก็เห็นจะเป็นเนื้อไก่ รสจะเข้ากันที่สุด

ส่วนผสมสำหรับ 3 - 4 ที่
ถั่ว 50 กรัม
เนย 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
พาร์สลีย์สด 3 ช่อ
แครอตหั่นเล็ก 50 กรัม
มะเขือเทศหั่นชิ้นเล็ก 100 กรัม
หอมหัวใหญ่หั่นเล็ก 100 กรัม
ถั่วแขกหั่นท่อน 50 กรัม
ขึ้นฉ่ายฝรั่งหั่นเล็ก 50 กรัม
มันฝรั่งหั่นเล็ก  100 กรัม
เนื้อออริการโนสดสับ 2 ช้อนชา
ใบโหระพาฝรั่งเด็ดใบ 80 กรัม
พริกไทย  2 ช้อนชา
เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันมะกอก  3 ช้อนโต๊ะ
น้ำสต๊อกผัก 1 ลิตร
น้ำตาลแดง 1/2 ช้อนชา
มะกะโรนีลวกสุก  250 กรัม
หาก ชอบถั่วก็ใส่ถั่ว เพื่อประหยัดเวลาในการต้ม แนะนำให้แช่เมล็ดถั่วในน้ำข้ามคืนก่อน แล้วจึงนำมาใฃ้ต้มซุป หรือใช้เมล็ดถั่วกระป๋องสำเร็จรูป ซึ่งค่อนข้างมีหลายชนิดให้เลือกใช้ตามใจชอบ 50 กรัม

วิธีทำ

๐ ผัดน้ำมันมะกอกเล็กน้อยกับกระเทียมสับ พอกลิ่นหอมใส่พาร์สลีย์สับ
๐ จากนั้นใส่ถั่ว และผักต่างๆที่เตรียมไว้
๐ ค่อยๆเติมน้ำสต๊อก
๐ ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย
๐ เคี่ยวจนผักนุ่ม
๐ จากนั้นใส่มะกะโรนีที่ลวกไว้
๐ เคี่ยวต่อให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ และพร้อมเสิร์ฟ

ลาซานญ่าเนื้อบด


ส่วนผสม
- พาร์มีซาน ชีส 50 กรัม
 -มอซซาเรลล่า ชีส 70 กรัม
 -ไวต์ซอสหรือครีมซอส 60 กรัม (มีแบ่งขายตามห้างสรรพสินค้า)
 -ซอสเนื้อหรือซอสหมู (ผัดเนื้อหรือหมูด้วยซอสเนื้อมะเขือเทศ
 -น้ำมันมะกอก
 -เนย
 -ใบกระวานฉีกและผงออริกาโนเล็กน้อย
 -เกลือและพริกไทย 250 กรัม
 -มะเขือยาว มะเขือม่วง หรือซูกินีทอดสุกแล่บางๆ 1 ลูก
 -แผ่นลาซานญ่า 4 แผ่น (มักวางขายบนชั้นเดียวกับสปาเกตต้กับมะกะโรนี)
วิธีทำ
1. เตรียมทาเนยให้ทั่วบนภาชนะทนไฟสำหรับอบ
2. นำแผ่นลาซานญ่าวางลงในภาชนะ
3. นำซอสเนื้อหรือซอสหมูที่ผัดแล้วราดลง ตามด้วยมะเขือยาวและไวต์ซอส 20 กรัม
4. เกลี่ยให้ทั่วๆ แล้วนำแผ่นลาซานญ่ามาวางซ้อนอีกแผ่นจากนั้นราดด้วยซอสเนื้อหรือซอสหมู
5. นำแผ่นมะเขือยาว และไวต์ซอสอีก 30 กรัมราดลงไปอีกครั้งแล้วเกลี่ยให้ทั่วแผ่นลาซานญ่าแผ่นสุดท้ายบนสุด
6. โรยด้วยพาร์มีซาน ชีส และมอซซาเรลล่า ชีส มากน้อยตามชอบ
7. นำเข้าอบด้วยความร้อน 180 องศา ประมาณ 25 - 30 นาที จนสุกเหลือง

ไข่กวน ( Scramble Eggs )


เครื่องปรุง

ไข่ 1 ฟอง
นม 2 ซีซี
เกลือป่น 2 กรัม
เนย 5 กรัม
พริกไทย 1 กรัม
ขนมปังแซนด์วิช 1 แผ่น
มะเขือเทศ 3 กรัม
วิธีทำ
1. ผสมไข่ นม เกลือ พริกไทย ตีให้เข้ากัน

2. ปิ้งขนมปังพอเหลือง ตัดเป็นวงกลม ใส่จานสำหรับเสิร์ฟ

3. ตั้งกระทะพอร้อน ใส่เนยลงไป แล้วใส่ไข่ที่ผสมไว้ คนพอไข่เริ่มสุก อย่าให้สุกมาก ไข่จะแข็งและแห้ง ยกลงจากเตา

4. ตักไข่วางบนขนมปังที่ปิ้งเตรียมไว้ แต่งหน้าด้วยมะเขือเทศหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า เสิร์ฟพร้อมไส้กรอกทอด เบคอน และกาแฟร้อนๆ

“ฮ่องกงชาชิว” หิวหรือไม่หิวก็ . . ./ แม่ช้อยนางรำ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 เมษายน 2548 18:25 น.
โดย...แม่ช้อยนางรำ
หน้าร้าน “ฮ่องกงชาชิว” เห็นแล้วก็หิว จัดร้านแบบฮ่องกงสไตล์
       “ชาชิว” หมายถึง หมูย่างแบบฮ่องกง
       ซึ่งก็ให้รวมทั้งเป็ดย่างหมูกรอบด้วย
       ของอร่อยที่เจ้านายชอบตอนนี้ไม่ต้องไปถึงฮ่องกง

       . . แค่ “สีลม” เท่านี้ก็อร่อยได้”
      
       *****************
      
       มองดูภาพที่อีชั้นนำมาลงวันนี้
      
       บางทีเจ้านายคงคิดว่าอีชั้น แนะนำร้านเป็ดย่าง – หมูแดงอร่อยที่เกาะฮ่องกง
“เชพเหวง” สั่งตรงจากฮ่องกงมาลงที่เมืองไทย
       ซอรี่เสียใจเจ้าค่ะ
      
       ไปกินที่ฮ่องกงไม่ไหว ตอนนี้ ข้าวของแพงบรรลัย
      
       ข้าวกับหมูแดงหรือเป็ดย่างขายได้อย่างไรจานละ 400 -500 บาท
      
       ราคาขนาดนั้น บ้านเราฟาดเป็ดได้เป็นตัว กินหมูแดงได้เป็นกิโล
       เพราะฉะนั้นขอยืนยันว่า
      
       ที่เจ้านายเห็นในภาพนั้นเป็นร้านเป็ดย่างหมูแดงในเมืองไทย แล้วก็อยู่ไม่ไกลแค่ถนนนราธิราชนครินทร์ หรือถิ่นสีลมแค่นี้เองเจ้าค่ะ
      
       *********************
      
       เรื่องนี้มีอยู่ว่า
      
       อีชั้นเป็นคนชอบกินอาหารกวางตุ้ง โดยเฉพาะข้าวหมูแดง เป็ดย่างแล้วก็ติ่มซำรวมทั้งอาหารกวางตุ้งง่ายๆแบบจานเดียวทั้งอร่อยทั้ง อิ่ม
      
       เพื่อนนักเปิบ . . นักกินโทรศัพท์มาบอกอีชั้นว่า
      
       “ไปกินมาแล้วหรือยัง ร้านฮ่องกงชาชิวที่สีลมน่ะ ของเขาอร่อยเหมือนกินอยู่ในร้านดังๆ เกาะฮ่องกงเชียวนะครับ ... คุณป้า”
      
       
เท่านั้นล่ะ อีชั้นก็รีบไปตามคำแนะนำของเขาทันที
       แล้วก็ไม่ผิดหวัง อร่อยด้วย ถูกกะตังค์อีกต่างหาก
      
       เพราะฉะนั้นอีชั้นจึงต้องรีบมารายงานเจ้านาย
บรรยากาศภายในร้าน แบบ “โรงน้ำชาโบราณ”
       ********************
      
       ร้านนี้ชื่อว่า “ฮ่องกงชาชิว” เห็นแค่หน้าร้านก็หิวแล้ว
      
       ตู้กระจกเขาแขวนเป็ดย่าง หมูแดง หมูกรอบ ของชอบอีชั้น แบบที่ร้านฮ่องกงเขาจัดทั้งนั้น พอเดินเข้าร้านก็รู้ทันทีว่า ... มาไม่ผิด
       บรรยากาศอร่อยแบบฮ่องกงไม่ผิดเพี้ยน
      
       แค่กลิ่นหมูแดง เป็ดย่าง ลอยมาแตะจมูกก็ถูกใจโครมเข้าให้ นี่ยังไม่ถูกลิ้นก็เป็นไปได้ถึงเพียงนี้แล้ว
      
       พอเห็นรายการอาหารก็รู้ว่า
      
       นี่เป็นร้านอาหารฮ่องกง อร่อยแบบชาวบ้าน ไม่ใช่ร้านภัตตาคาร ดูรายการของเขาแล้วก็รู้ว่าเขาขายแบบฝรั่งเรียกว่า “อะ ลา คลาส” หมายถึง ...“อร่อยจานเดียว” ไม่ยุ่งยากไม่เสียเวลา
      
       *********************
      
       มา ...มาสั่งกัน เจ้านายต้องสั่งตามที่อีชั้นไปเปิบมาแล้วนะเจ้าคะ เริ่มด้วยของกินเล่นๆ ก่อน
      
       ยอดที่สุดประจำร้านคือ “ฮ่องกงป๊อหล่อเป๊า” (อยากรู้รายละเอียดเจ้านายต้องอ่านข้อความที่อีชั้นล้อมกรอบเอาไว้อีกที) จานนี้ต้องสั่งอย่าให้ขาดโต๊ะ
      
       “กุ้งทอดราดครีม” นี่ก็ขาดไม่ได้เช่นกัน
      
       จากนั้นก็ให้สั่งมาเถอะ เป็ดย่าง หมูแดง หมูกรอบ รสกำซาบซ่านรสชาติแบบกวางตุ้งขนานแท้ไม่ผิดเพี้ยนอย่างที่ไปกินฮ่องกง
      
       ส่วนอาหารเสริมก็ต้องมี “มะเขือผัดปลาเค็ม” แล้วก็ เกี๊ยวกุ้ง ...เกี๊ยวน้ำ มาซดให้คล่องคอ อ้อ ...อย่าลืมสั่งข้าวมาด้วยนะเจ้าคะ กินกับเปล่า ๆ มันเปลือง
       ว่าด้วยขนม “ป๋อเหลาเปา”
      
       ขนมเปี๊ยะแบบฮ่องกง แต่เป็นไส้หมูแดงบ้าง ไส้เป็ดย่างบ้าง บ้านเราภัตตาคารกวางตุ้งทั้งหลายไม่ค่อยจะทำกัน เพราะสูตรผสมแป้งให้นุ่มให้ละเอียดชนิดใส่ปากแล้วไม่ต้องเคี้ยว แป้งจะค่อยๆละลายไปในปากชั่วพริบตา วิธีทำยุ่งยากมากเจ้าค่ะ เจ้านายซื้อกินดีกว่า ง่ายดี บ้านเราก็มีร้านนี้ร้านเดียวที่ขาย
       ร้าน “ฮ่องกงชาชิว”...นี่อีชั้นรับรองว่าจะต้องถูกใจเจ้านาย เพราะอร่อยแบบฮ่องกง แต่ขายราคาคนไทย
      
       นี่เป็นความฝันของเจ้านายนักหนาก็คือ...ถูกแล้วอร่อย
      
       ร้านนี้ไปมาหาง่าย ขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอส จากที่ไหนก็ได้แต่ต้องไปลงป้ายสถานีช่องนนทรีย์ ทางลงหมายเลข 4 ร้านนี้อยู่ตรงบันไดลงพอดี๊ . . พอดี
      
       . . . ถ้ายุ่งยากลำบากนักก็ดูแผนที่ก็ได้ หรือไม่ก็มาหาอีชั้นก็ไม่เป็นไร . . . แล้วชั้นจะพาไป

เปิบ...ลูกนกพิราบราดน้ำมัน ที่ “กวางโจว”/แม่ช้อย นางรำ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 2 พฤษภาคม 2548 14:59 น.
โดย...แม่ช้อยนางรำ
ลูกนกเนี่ยะ !! ตัวโตราวกับแม่ไก่
       “กินอาหารจีนให้อร่อย ต้องไปกินที่กวางโจว
       เดือนที่แล้ว อีชั้นโผล่ไปกินตามโผคนที่นั่น
       พบ “ลูกนกพิราบราดน้ำมัน” อร่อยกว่าฮ่องกง”

      
       มัน...ก็เหมือนคำพูดเก่าพันปี ที่คนจีนพูดกันว่า
       “เมืองสวยหางโจว สาวสวยซู่โจว อาหารอร่อย (ไม่ใช่สวยนะเจ้าคะ) กวางโจว และป่าสวยหลิวโจว”
      
       เมื่อเดือนที่แล้ว อีชั้นก็เลยไปกวางโจว
      
       นี่ไม่ใช่เป็นการไปครั้งแรกนะเจ้านาย เป็นครั้งที่ร้อยแล้วเห็นจะได้
      
       ไปตั้งแต่สมัย “เหมาเจ๋อตุง” ยังไม่ตาย ไปจนกระทั่ง “โป๊ป วาติกัน” ตายไปแล้ว
      
       เหตุผลกลไกที่จะต้องไปเมืองนี้ มีประการเดียวเจ้าค่ะ
      
       คือไปกิน ไปเปิบ ไปรับประทานเจ้าค่ะ
8.8 หยวน ที่ติดหน้าตู้โชว์ ราคานกใช่หรือไม่ เสียใจตอบไม่ได้...อีชั้นไม่ได้เป็นคนจ่ายตังค์
       เรื่องนี้มีอยู่ว่า
      
       อีชั้นไปได้โผมาจากเพื่อนกวางตุ้งอยู่ที่นั่นคุยว่า
      
       
“นกพิราบทอดที่คนไทยชอบกินกัน อร่อยที่สุดในเมืองจีน ไม่ใช่นกพิราบที่ร้านหลงหวาบนภูเขาที่เขตซาถิ่นเมืองฮ่องกง”
      
       “เฮ้ย !! เป็นไปได้ยังไง ก็อั๊วกินมาเกือบห้าสิบปี มันก็ยังอร่อยดีอยู่นี่หว่า” อีชั้นเถียงเจ้าเพื่อนจีนคอเป็นเอ็น
      
       “เป็นไปได้แล้วอาเจ๊ นักกินนกพิราบทั่วเมืองจีนเขาสรุปเหมือนกันว่า นกพิราบอร่อยต้องไปกินที่กวางโจว”
      
       “เอ้า !! โจวก็โจว อั๊วจะได้ไปเจี๊ยะ !!”
ที่นี่เสิร์ฟด้วยถาดไม้ ถาดละหนึ่งตัวชัวร์ปึ๊ก !!
       แล้วอีชั้นก็รวบรวมสมัครพรรคพวก ที่เป็น “นักเปิบพิสดาร” ระดับอัครฐาน (หมายถึงอัครฐานะ...คือล้วนแต่ผู้มีอันจะกินระดับร้อยล้าน...พันล้าน)
      
       ตอนช่วงอากาศร้อนๆ ที่
      
       กวางโจว...กวางเจา อยู่แค่นั่งเครื่องบินสองชั่วโมงกว่า เร็วกว่านั่งอยู่ในรถติดกันในซอยลาดพร้าว 64 หลังบ้านอีชั้นเสียอีก
      
       แล้วเราก็ถึงภัตตาคารขายนกพิราบยอดอร่อย ของเมืองทำอาหารอร่อยที่สุดของเมืองจีน ที่เราตั้งใจว่า...ถ้ามันอร่อยจริง อั๊วจะกินกันให้เกลี้ยงร้าน
      
       มันอร่อย อย่างที่เจ้าเพื่อนจีนมันว่า
      
       นกพิราบที่นี่ ไม่เหมือนนกพิราบร้าน “หลงหวา” บนภูเขาซาถิ่น ฮ่องกงที่อีชั้นกินมาตั้งแต่สมัยไปที่นั่นครั้งแรก เมื่อ 40 กว่าปีก่อน
      
       แต่ก็ไม่เหมือนนกพิราบเจ้าอร่อยในบ้านเรา อย่างที่เขาคุยกัน อย่าเอามาเปรียบเทียบให้คันรูหูเลยเจ้าค่ะ..เจ้านาย
      
       มันอร่อยแค่ไหน ลองอ่านเคล็ดอร่อยของเขา ที่อีชั้นเขียนบอกเอาไว้ก็แล้วกัน
       “นกพิราบ กวางโจว”
       

       1. ใช้ลูกนกขนาดเดือนสองเดือน แต่มันเป็นลูกนกพันธุ์ยักษ์ ตัวขนาดน้องๆ แม่ไก่
      
       2. ใช้ต้มด้วยเครื่องยาจีนกวางตุ้งที่ไม่ใช่เครื่องพะโล้แต้จิ๋วแบบที่ทำกัน
      
       3. ต้มแล้วผึ่งให้สะเด็ดน้ำมัน แบบเป็ดย่าง ห่านย่างในสไตล์ฮ่องกง
      
       4. เวลาจะเปิบถึงจะเอามาราดด้วยน้ำมันร้อนๆ ค่อยๆ ราดไปทีละนิด ซึ่งจะต้องใช้เวลา กว่าลูกนกจะสุกชนิดหนังกรอบกระดูกก็กรอบ แต่เนื้อกลับนุ่ม..ไม่รู้ทำได้ยังไง
      
       สรุป..หรือเจ้าคะ..เจ้านาย
      
       มันก็อร่อยที่ซู้ด !! นะซี สถิติที่คณะนักเปิบพิสดารผู้ไม่หวั่นไหวต่อการรับประทานและราคา ฟาดลูกนกพิราบไปนอนแอ้งแม้งอยู่ในกระเพาะดังนี้
      
       สถิติสูงสุด 5 ตัว!!
      
       สถิติต่ำสุด 2 ตัว (ไม่มีใครกินแค่ตัวเดียวจริง..จริ๊ง)
      
       
เจ้าลูกนกพิราบราดน้ำมัน อร่อยพิสดารสมกับที่เราเดินทางดั้นด้นกันมา
       

       ว่าถึงกลิ่นหอม รับรองว่าเครื่องยาจีนที่นี่ หอมไม่เหมือนที่ไหนเท่าที่เคยกินกันมา
      
       ว่าด้วยหนังมันกรอบ ว่าด้วยกระดูกกระเดี้ยวเคี้ยวกลืนลงท้องไม่ต้องกลัวมันจะตำคอ ทะลุกระเพาะ ก็มันเป็นลูกนก กระดูกมันยังอ่อน
      
       เหมือนที่ผู้ใหญ่เคยสอนว่า.. “อีหนู มึงมันกระดูกยังอ่อน”
      
       ก็กระดูกอ่อนจึงเหมาะสมที่จะรับประทานกันทั้งกระดูกได้ให้หมดเกลี้ยงซะเลย
       กินนกพิราบคราวนี้สะใจ!!
      
       จึงต้องเขียนมารายงานให้เจ้านายรู้ว่า
      
       … “ถ้าจะกินก็รีบไปกินซะ ก่อนที่ตั๋วเครื่องบินจะขึ้นราคา แล้วอีชั้นจะเรียกค่าตัวขึ้นตามน้ำมันจ้า”…
      
       “แม่ช้อย นางรำ”
      
       ร้านนี้เขียนชื่อเป็นภาษาจีน อีชั้นอ่านไม่ออกเลยมีบอกแค่เบอร์โทร. คือ ถ้าสนใจก็ลองโทรไปที่ 8121-7168, 8121-7108 เท่านี้ก็แล้วกันเจ้าค่ะ

"หูฉลามห้าดาว"ที่ "พลาซ่า แอทธินี" / แม่ช้อยนางรำ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 พฤษภาคม 2548 17:34 น.
"เล่าลือกันในหมู่ "นักเปิบระดับ 5 ดาว"
       ว่าหูฉลามที่ห้องถนนสายไหม "ซิลด์โร้ด"
       โรงแรมพลาซ่า แอทธินี
       อร่อยที่สุดในเมืองไทย . ."

      
       เรื่องนี้ . . มีอยู่ว่า
      
       "คุณพรวุฒิ สารสิน" หรือ "คุณใหญ่" แห่งบริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด หรือ บริษัท โคคา-โคล่า เคยถามอีชั้นว่า
      
       "ป้าเคยไปกินหูฉลามที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินีหรือยังครับ"
      
       ตอนที่ถูกถามอีชั้นก็รูสึกเฉยๆ ทั้งที่รู้ดีว่า "คุณใหญ่" เป็นสมาชิก "ชมรมเปิบพิสดาร" ระดับห้าดาว จะแนะนำอะไรต้องล้ำเลิศกว่าธรรมดา
      
       "ยังเลยคุณใหญ่"
      
       "งั้นคุณป้าจะต้องไป รับรองว่าอร่อยที่สุดเลย"
      
       คุณใหญ่ว่าแล้วก็นัดหมายจะพาอีชั้นไป แต่เสียใจอีชั้นนะเป็นคนไม่เชื่ออะไรใครง่ายๆ แล้วอีกไม่กี่วันต่อมา ก็เจอคุณ "ปริญญา ธรรมวัฒนะ" แห่ง "ตลาดยิ่งใหญ่" คุณปินก็ถามอีชั้นอีกว่า
      
       "อาจารย์เคยไปกินหูฉลามที่โรงแรมแอทธินีมาแล้วหรือยัง"
      
       "ยัง" อีชั้นบอกเช่นนั้น คุณปินก็ว่างั้นต้องไป เพราะกินหูฉลามมาทั่วเมืองไทยแล้ว ยังไม่เห็นมีหูฉลามที่ไหนอร่อยเท่าที่นี่
      
       *****
       

เม่งเช็ก หรือ หูฉลามแผ่น เส้นขนาดเอ็นไม้ตีเทนนิส
       ลำพังที่คุณใหญ่บอก อีชั้นนะเชื่ออยู่แล้ว แต่ก็ฟอร์มไปอย่างนั้นล่ะ
      
       ยิ่งคุณ "ปริญญา" มาบอกซ้ำ อีชั้นละเชื่อหัวคะมำ ก็เพราะว่า
      
       คุณปินนี่เป็นนักกินหูฉลาม ก็เหมือน เสี่ยเจียง สหมงคลฟิล์ม
      
       ขานั้นกินหูฉลามได้ทุกวัน กินติดต่อกันมาเป็นสิบๆปี
      
       อีชั้นก็ตระเวนกินหูฉลามกับคุณปิน ร้านดังๆมาทั่วเมืองไทย เมื่อเดือนก่อนยังไปกินกันต่อที่เมืองจีน แต่ดันไปติดใจ "ลูกนกพิราบราดน้ำมัน"
       

       เรื่องนั้นอีชั้นเคยเขียนเล่าให้เจ้านายอ่านไปแล้วไง
      
       ก็เมื่อท่านผู้มีความเป็นเอกอุในเรื่องหูฉลาม บอกเหมือนๆกันเช่นนั้น อีชั้นเห็นจะทิฐิต่อไปไม่ไหว
      
       *****
ก่อนจะเปิบต้องผ่านการอธิบายรายละเอียดของดาวทั้งหลายว่าเป็นมาอย่างไร
       แล้ววันนั้นอีชั้นก็นวยนาดขึ้นไปชั้นสาม ของโรงแรมพลาซ่า แอทธินี ที่จะเรียกชื่อให้เต็มยศก็ต้องเรียกว่า"โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน"
       

       ที่ชั้นสามมีห้องอาหารที่ชื่อว่า "ซิลด์ โร้ด" อันหมายถึงถนนสายไหม
      
       วันนี้ . . มื้อนี้อีชั้นจะมาพิสูจน์ดันให้จะ . . จะกันไปข้างเลยว่า หูฉลามที่ห้องจีนถนนสายไหมที่ว่าอร่อยที่สุดบนถนนเมืองไทยอย่างนั้นนะหรือ
      
       *****
       

       อันว่าการกินหูฉลามที่นี่ เขาไม่ใช่มีหูฉลามน้ำแดง น้ำใสให้เลือกสองอย่างซะเมื่อไหร่ เมนูเฉพาะหูฉลามเขามีให้เลือกบานตะไท
      
       มีตั้งแต่หูฉลามธรรมดา คือ ใส่เนื้อปู กับหูฉลามแบบใส่เยื่อไผ่ . . . ธรรมดาเกินไปอีชั้นไม่สั่ง
      
       แล้วหูฉลามเห็ดหอม เห็ดเข็มทอง หูฉลามรังนกนางแอ่น หูฉลามเป๋าฮื้อกับกังป๋วย . . ฮ่วยกินซะเบื่อ งั้นจะสั่งหูฉลามอะไร
      
       ช้อยซะอย่าง มันตองสั่งหูฉลามหม้อพิเศษที่เรียกว่า "หูฉลามแผ่น" อย่างคนจีนเขาเรียกว่า "เม่งเช็ก" อย่างงั้น สี่ . . ห้าดาวอย่างไร แพงแค่ไหน ยกมาเลย
      
       *****
       ขั้นตอนการล้างการปรุง "หูฉลามห้าดาว"
      
       
การล้าง
       ใช้หูฉลามแห้งแพงพิเศษ ล้างด้วยวิธีโบราณ คือแช่น้ำแล้วใช้มีดบางๆขูดผิวให้สะอาด จากนั้นจึงตุ๋น 4 ชั่วโมง เปลี่ยนน้ำใหม่ แล้วตุ๋นต่อไปอีก 6 ชั่วโมง รวมเป็น 10 ชั่วโมง ถึงจะเป็นหูฉลามอร่อยธรรมชาติ
      
       
การปรุง
       ใช้การปรุงแบบโบราณ คือ ใช้กระเพาะปลาสดตุ๋นกับแฮมยูนาน ตุ๋นให้เนื้อกระเพาะปลากับเนื้อขาหมูยูนานเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน จะต้องใช้เวลาประมาณ 2 วัน แล้วจึงเอามาเป็นน้ำตุ๋นหูฉลาม โดยไม่ใส่น้ำมันหอย ซีอิ๋ว ผงชูรส เหล้า หรือแป้งมัน
      
       *****
      
       เจ้านายเอย . .
      
       วิธีล้างวิธีปรุงก็แสนจะลำบากอยู่แล้ว แต่วิธีเสริฟ์บนโต๊ะก็ยุ่งยากอีกเช่นกัน เพราะจะต้องเผาหม้อดินจากเมืองจีนให้ร้อนเป็นพิเศษ แล้วจึงจะเทหูฉลามใส่ลงไป
      
       หม้อดินที่ว่านี้ เจ้านายตักคำแรกไปจนคำสุดท้าย ความร้อนของหูฉลามในหม้อคงที่ไม่มีเปลี่ยนแปลง
      
       กินน้ำตุ๋นของคนจีนเคล็ดประการหนึ่งก็อยู่ที่น้ำตุ๋นต้องร้อน . . ร้อนตลอดเวลาอย่างนี้ล่ะ
      
       หากเจ้านายจะถามอีชั้นว่า มันอร่อยแค่ไหนกัน
      
       อีชั้นก็ตอบเจ้านายว่า
      
       ถ้าเป็นนักเลงเปิบหูฉลาม ซึ่งถือกันว่าเป็นจักรพรรดิของอาหารจีนแล้วไซร้ ถ้าไม่มาลองกินของเขา ก็อย่าบอกกันว่า เป็นนักเปิบพิสดารระดับห้าดาว เพราที่เจ้านายเคยกินมาอย่างเก่งก็แค่สาม . . สี่ดาว แต่สำหรับเจ้านี้
      
       . . . เปิบแล้วอยากจะยกดาวทั้งฟ้าเอาไปให้เขาหมดเลย . . .
       "แม่ช้อย นางรำ"
      
       ห้องอาหาร "ซิลด์ โร้ด" โรงแรมพลาซ่า แอทธินี
       สอบถามรายละเอียดที่ 0-2650-8800 ต่อ 4334