ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

“ครัวเพชรดอยงาม” อร่อยแบบเจียงใหม่แต๊ๆ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 ธันวาคม 2552 15:24 น.

น้องโอ๋ เจ้าของร้านดูแลที่สาขากาดฝรั่ง
       ใครต่อใครที่ไปเที่ยวเชียงใหม่ มักจะต้องหาโอกาสแวะชิมอาหารเมืองเหนือสักหน่อย ถือเป็นไฟลท์บังคับว่าได้มาถึงเชียงใหม่แล้ว แต่ร้านอาหารเหนือที่แวะไปกินนั้น ส่วนใหญ่ก็เป็นร้านที่คนกรุงเทพฯ บอกต่อกันมา หมายถึงร้านเหล่านี้ทำอาหารสำหรับต้อนรับคนกรุงเทพฯ นั่นเอง
       แต่ถ้าอยากกินอาหารรสชาติ “เจียงใหม่แต๊ๆ” ลองไปถามคนเชียงใหม่ดูว่าเขาชอบไปกินร้านไหนกันบ้าง ส่วนใหญ่มักจะเอ่ยถึงร้าน “ครัวเพชรดอยงาม” กันทั้งนั้น เพราะรสชาติอาหารของร้านนี้ ยังคงความเป็นรสชาติทางเหนือของคนเชียงใหม่จริงๆ ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง และที่โดดเด่นคือการนำสมุนไพรพื้นบ้านที่หาได้ในท้องถิ่น มาปรุงเป็นเมนูจานเด็ดต่างๆ ซึ่งได้ทั้งความอร่อยและคุณค่าทางโภชนาการสูงอีกด้วย
       ความอร่อยของร้านนี้ การันตีได้จากรางวัลระดับชาติ 2 ปีทีเดียว คือ “ยำสมุนไพร” รับรางวัลชนะเลิศการประกวดอาหารในรายการภูมิปัญญาอาหารไทย ปี 2546 จากสมเด็จพระเทพฯ และปีต่อมาส่งเมนู “ป๋าปิ้งอบ” เข้าประกวด ก็ได้รับรางวัลแชมป์ภาคเหนือมาอีก

ยำสมุนไพร
       ด้วยรสชาติที่ขึ้นชื่อ จึงทำให้ร้านนี้มีลูกค้าแวะเวียนมาชิมจนร้านค่อนข้างแน่นอยู่ตลอดเวลา รวมถึงเป็นร้านที่คนเชียงใหม่เอาไว้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองไปจนถึงแขกผู้ หลักผู้ใหญ่ที่มาเยือน  
       จิตร-โศภิษฐ์ ทิพยานนท์ เจ้าของร้านจึงฝึกปรือลูกสาวคนสวย น้องโอ๋-กฤตยา ทิพยานนท์ จนฝีมือปลายจวักทัดเทียมคุณแม่แล้ว จึงเปิดสาขาอีกแห่งหนึ่งที่กาดฝรั่ง เพื่อแบ่งลูกค้าไปนั่งกินในบรรยากาศสบายๆบ้าง
       

ป๋าปิ้งอบ
       มาร้านนี้ต้องสั่ง “ยำสมุนไพร” (70,90 บาท) เป็นจานแรก หน้าตาสมชื่อจริงๆ เพราะมีสมุนไพร 10 กว่าชนิด หั่นซอยมาเต็มจาน มีทั้งใบโปร่งฟ้า ใบเล็บครุฑ ผักแปม แปะตำปึง มะแขว่นสด หอมแดง ผักชีฝรั่ง ทีเด็ดของจานนี้อยู่ที่ “ขมิ้นขาว” ซึ่งช่วยขับลมและแก้ท้องอืด ความจริงสมุนไพรชนิดนี้จะมีให้กินเฉพาะบางฤดูเท่านั้น แต่สำหรับร้านนี้จะมีขมิ้นขาวไว้บริการตลอดทั้งปีไม่มีขาด นอกจากนี้ ยังมีหมูสับนำไปรวนให้สุกพอนุ่ม ปรุงรสอมเปรี้ยวอมหวาน โรยหน้าด้วยงาขาว เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เวลาเคี้ยวแล้วกลิ่นสมุนไพรจะอวลอยู่ในปาก ถ้าชอบเผ็ดก็มีพริกแห้งทอดเคี้ยวแล้วหอมๆ เผ็ดๆ
       จานนี้เคี้ยวเพลินๆ อร่อยจนต้องสั่งมาเพิ่มอีกจานทีเดียว

แกงผักหวานใส่ไข่มด
       อีกเมนูที่ต้องไม่พลาดเช่นกันคือ “ป๋าปิ้งอบ” (160,180 บาท) ออกเสียงแบบชาวเหนือ ความจริงคือปลาปิ้งที่ใช้ปลาช่อนสดคัดตัวใหญ่ประมาณ 7-8 ขีด นำสมุนไพรสดทั้ง ตะไคร้ ใบมะกรูด ข่า ฯลฯ ที่นำมาตำให้ละเอียดแล้วยัดลงไปในตัวปลาช่อนที่แล่ตามยาว ห่อด้วยใบตองทิ้งให้สมุนไพรซึมเข้าไปในเนื้อปลา จากนั้นนำไปปิ้งทั้งใบตองเพื่อให้หนังปลามีกลิ่นหอม แล้วค่อยนำมาทอดในน้ำมันให้สุกกรอบ จะได้ปลาช่อนหนังกรอบเกรียม เนื้อเหลืองกินตอนร้อนๆ จะได้กลิ่นของเครื่องสมุนไพรสดและใบตองหอมอบอวล แถมรสชาติของเนื้อปลาทั้งหวานทั้งหอมอร่อยสมกับที่กวาดรางวัล
บรรยากาศภายในร้าน
       แกงผักหวานใส่ไข่มด (80 บาท) อาหารพื้นบ้านจานนี้ไม่ค่อยมีโอกาสได้กินบ่อยนัก เพราะไข่มดแดงหายากขึ้นทุกวัน แต่ร้านนี้จะซื้อมาแช่แข็งไว้ถึง 200 กิโลกรัม เพื่อขายทั้งปี เครื่องปรุงมีทั้งวุ้นเส้น หอมแดง มะเขือเทศลูกเล็ก ปลาแห้ง ขึ้นชื่อว่าแกงแต่หน้าตาเหมือนแกงจืดมากกว่า รสชาติแปลกแต่อร่อยตามแบบฉบับอาหารเหนือ ที่มีกลิ่นหอมของสมุนไพร แล้วไข่มดแดงที่กัดก็จะออกรสเปรี้ยวๆ
       เมนูอาหารของร้านนี้มีให้เลือกกินอีกมากมายทั้ง ลาบ, แก๋งเมือง, น้ำพริก ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นอาหารของเมืองเหนือทั้งนั้น ส่วนคนกรุงเทพฯ ที่อยากจะกินอาหารไทยคุ้นลิ้น ก็มีให้เลือกเช่นกัน ซึ่งอาหารทุกจานนั้น น้องโอ๋จะเป็นคนลงมือปรุงเองเพื่อรักษาคุณภาพมาตรฐานของที่ร้านต้นตำรับ
       ใครที่ไปเที่ยวเชียงใหม่ก็อย่าลืมแวะไปลิ้มลองอาหารเชียงใหม่แท้ๆ ได้ ไปไม่ถูก โทร.ได้ที่ 053-430-406
       

ตามหาเมนูอาหารไทยที่หายไปที่...ร้านนาจ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
30 มกราคม 2555 09:29 น.
ข้าวคลุกผัดน้ำพริกปลาดุกย่าง
       ขณะที่กระแสนิยมอาหารต่างประเทศ ถาโถมเข้ามาสู่เมืองไทยนั้น อาหารไทยโดยเฉพาะ ตำรับโบราณ กลับหากินได้ยากยิ่ง จนหลายๆ เมนูเกือบจะหายไปจากความทรงจำ หรือบางครั้งก็ทำผิดเพี้ยนไปจากสูตรดั้งเดิม จนกลายเป็นแนวฟิวชั่นไปเสียแล้ว
       ด้วยเหตุนี้ แคน-ธนพร มารควัฒน์ ทายาทรุ่นที่ 2 ของ ลักขณนาจ มารควัฒน์ เจ้า ของ ร้านอาหารนาจ จึงพยายามสืบสานวัฒนธรรมด้านอาหารโบราณของคนไทยให้สืบต่อมายังคนรุ่นใหม่ ให้ได้ภาคภูมิใจแข่งกับอาหารต่างชาติบ้าง
แกงไตปลา
       แคน เป็นคนรุ่นใหม่แต่กลับสนใจเรื่องอาหาร ซึ่งเป็นมรดกตกทอดของครอบครัว โดยเฉพาะ อาหารไทยโบราณ ที่แคนตั้งใจสืบค้นเสาะหาสูตรอาหารต้นตำรับที่มีบันทึกตามหนังสือเก่าๆ หรือแม้กระทั่ง เดินทางไปยังท้องถิ่นต่างจังหวัดเพื่อศึกษาเรื่องราวของอาหารและวัตถุดิบของ ท้องถิ่น เพื่อนำมาประกอบอาหารตามสูตรดั้งเดิม ส่วนสูตรต่างๆ ที่ได้มานั้น ก็จะถูกบรรจุเพิ่มในเมนูอาหารประจำของร้านนาจ
       ร้านอาหารนาจ เป็นร้านอาหารไทยประเภทไฟน์ไดนิ่ง ตกแต่งสวยหรูในสไตล์ไทยร่วมสมัย ภายในบ้านไม้สีขาว 3 ชั้นเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ซึ่งเจ้าของคือ เจ้าพระยายมราช หรือ “รัฐบุรุษ 4 รัชกาลของไทย” ด้วย ความงดงามของร้านที่ไม่เหมือนใคร จึงมักจะมีคนนำมาใช้เป็นสถานที่แต่งงานหลายคู่แล้ว ส่วนอาหารจะเน้นสไตล์ต้นตำรับชาววัง รสชาติของอาหารส่วนใหญ่จึงออกไปทางกลมกล่อมละมุนลิ้น อาหารทุกจานถูกตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม
ต้มกะทิชาวใต้
       ล่าสุด แคนได้สูตร “ข้าวคลุกผัดน้ำพริกปลาดุกย่าง” (150 บาท) มาบรรจุในเมนู ปกติ “ข้าวคลุก” นั้น เป็นวัฒนธรรมอาหารจากอินโดนีเซีย พอมาถึงเมืองไทยในสมัยโบราณ ก็ดัดแปลงโดยนำข้าวที่คลุกกับน้ำพริกมาผัด เพื่อไม่ให้ข้าวแฉะจนเกินไป สูตรที่นำเสนอนี้เป็นข้าวคลุกตำรับ เจ้าจอมสดับ ในรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นเจ้าของสูตรข้าวน้ำพริกลงเรืออันเลื่องชื่อนั่นเอง
       สูตรดั้งเดิมของข้าวคลุกจานนี้ ใช้ข้าวสวยค้างคืนมาคลุกน้ำพริกกะปิผัดให้แห้ง ความพิเศษอยู่ที่เครื่องที่คลุกลงไปในข้าว มีทั้งหมูหวานหั่นเป็นเส้นเล็กๆ รวมทั้งผักกาดดองหั่นเป็นเส้นเล็กๆ ขนาดถ้าไม่สังเกตจะไม่เห็น เวลาเคี้ยวต้องตั้งใจหน่อยลิ้นจึงรับรู้ถึงหมูหวานและผักกาดดองที่คลุกอยู่ นอกจากนี้ ยังมีเครื่องเคียงครบสูตร อาทิ เนื้อปลาดุกทอด ไข่เค็ม ส่วนผักนั้นเป็นภูมิปัญญาของคนโบราณ ที่เกรงว่ากินข้าวคลุกแล้วอาจจะเลี่ยนและมัน เลยเลือกผักแนมที่ให้รสเปรี้ยว เช่น เนื้อมะดันซอย หรือ ตะลิงปลิงซอย ยอดมะกอก และยอดใบชะมวง ก็ได้
ยำตะไคร้
       รสชาติของข้าวคลุกจานนี้ เนื้อข้าวออกรสหวานปะแล่ม มีเนื้อปลาดุกทอดที่ให้กลิ่นหอม โดยมี หมูหวานและผักเปรี้ยว มาช่วยให้รสชาติทั้งหมดกลมกล่อนกินอร่อย
       แกงไตปลา เป็นเมนูดั้งเดิมของที่ร้านนี้ ซึ่งถ้าใครชอบรสเผ็ดจัดจ้าน ขอแนะนำให้สั่งมาลิ้มลองได้เลย ไม่ผิดหวัง แกงไตปลาถ้วยนี้อร่อยขนาดที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ชาวใต้แท้ๆ ยังแวะเวียนมากินบ่อยๆ รสชาติแกงไตปลาที่นี่ไม่เหมือนที่ไหนๆ เพราะไม่มีกลิ่นคาว ไม่เค็ม เนื่องจากใช้ไตปลาจากพุงปลาสีเสียด จึงไม่คาว รสชาติจะเผ็ดร้อนด้วยพริกไทย ตำเนื้อปลาแดงพอหยาบใส่ลงไปทำให้น้ำแกงข้นขลุกขลิก จานนี้ได้ข้าวสวยร้อนๆ และเครื่องแนมปลาสลิดจืดทอดสักตัว ต้องร้องว่า “หรอยจังฮู้”
       ต้มกะทิชาวใต้ (250 บาท) คล้าย ๆ ต้มข่าของภาคกลางเพื่อให้กินคู่กับน้ำพริกกะปิที่เผ็ดร้อนแรง ต้มกะทิหม้อนี้มีสารพัดผักทางใต้ที่ให้กลิ่นฉุน ไม่ว่าจะเป็น ชะอม สะตอ ยอดมะพร้าว หรือหน่อไม้ไผ่ตง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ผักเหลียง รสชาติเค็มๆ มันๆ ด้วยกะทิสด
       ยำตะไคร้ (120 บาท) ถือเป็นอาหารยำแบบโบราณ ที่ต้องกินคู่กับใบชะพลูตามตำรับดั้งเดิม ส่วนเครื่องยำก็มีปลาชิ้งชั้งตัวเล็กทอดกรอบ กุ้งเสียบ ตะไคร้เลือกเฉพาะไส้ในที่อ่อน นำมาซอยให้ละเอียด พริกขี้หนู หอมแดง และมะพร้าวคั่ว ปรุงให้ได้ 3 รส เวลากินนั้นขอแนะนำให้ใส่เครื่องทั้งหมดลงบนใบชะพลู ส่งเข้าปากเคี้ยวจะได้ความหอมมัน พร้อมรสชาติจี๊ดจ๊าด ทั้ง เปรี้ยวหวานมันเค็ม ครบรส ถือเป็นอาหารว่างเรียกน้ำย่อยได้แซบเหลือหลาย
       ร้านนาจตั้งอยู่ที่ ซ.คอนแวนต์ ถ.สีลม หรือถ้าเข้าทางถนนสาทร ให้สังเกตหน้าซอยเป็นโรงพยาบาลบีเอนเอ็ช ขับรถเข้าไปนิดเดียว ร้านจะอยู่ตรงข้ามกับโรงพยาบาล เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.30-14.30 น.(มีเซ็ตเมนูมื้อกลางวัน) และ 17.30-23.30 น. โทร. 0-2632-2811-3
      
       
       Text by : ปราณ ชีวิน
       Photo by : ธนากร เสนสอน
       
       >> อัพเดตข่าวในแวดวงสังคม ก็อซซิป แฟชั่น ความงาม และเที่ยว กิน ดื่ม เพิ่มเติมได้ที่  http://www.celeb-online.net

อร่อยไม่สิ้นสุดกับซันเดย์ บรั๊นช์ ที่…ริบรูมฯ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
12 มีนาคม 2555 16:28 น.
       เมื่อเอ่ยถึง ร้านอาหารที่มีชื่อด้านเนื้อสเต็กยอดเยี่ยมขึ้นทำเนียบของเมืองไทยแล้ว ห้องอาหารริบรูม แอนด์ บาร์ (RR&B) โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ ต้องติดหนึ่งในรสชาติอร่อยล้ำด้วย แต่วันนี้ เชฟฟิลิปป์ โกดัล เอ็กเซกซ์คลูทีฟเชฟชาวฝรั่งเศส เกิดปิ๊งไอเดียทำบุฟเฟ่ต์ซันเดย์ บรั๊นช์ มาเอาใจคนตื่นสายวันอาทิตย์
       “บุฟเฟ่ต์” หรือนิยามคือการเลือกอาหารกินแบบไม่อั้นในราคาเหมาจ่าย ซึ่งกำลังฮอตฮิตอยู่ในตอนนี้ โดยเฉพาะ มื้อ “ซันเดย์ บรั๊นช์” หรือ บุฟเฟ่ต์มื้อสายๆ ของวันอาทิตย์ เพราะคนไทยถือว่าวันอาทิตย์เป็นวันสบายๆ ที่สามารถตื่นสายแล้วก็พาครอบครัวมากินซันเดย์ บรั๊นช์ ตามโรงแรม ซึ่งจะรวบมื้อเช้าและมื้อกลางวันเป็นมื้อเดียวกัน แต่ปริมาณบุฟเฟ่ต์จะหลากหลายในบรรยากาศสบายๆ เพื่อให้ลูกค้าได้มีเวลากินอาหารได้อย่างไม่ต้องรีบร้อน
       ข้อดีของบุฟเฟ่ต์คือ มีอาหารหลากหลายให้เลือก ยิ่งถ้าเป็นคนกินจุแล้ว ถือว่าคุ้มค่ามากๆ เพราะคอนเซ็ปต์กินไม่อั้นนั้น บางคนกินเกินราคาเสียอีก แต่ข้อเสียคือ อาหารประเภทบุฟเฟ่ต์เป็นการนำเสนออาหารแบบปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้ว และใส่หม้ออุ่นให้ร้อนเท่านั้น
       ต้องรู้ว่าอาหารบางอย่างควรกินแบบทำ เสร็จใหม่ๆ กินร้อนๆ จึงจะอร่อย แต่ถ้าอุ่นนานเกินไป รสชาติอาหารอาจจะสุกเกินคำว่าอร่อยไปแล้วก็ได้
       ด้วยเหตุนี้ เชฟฟิลิปป์จึง ทำซันเดย์ บรั๊นช์ ของห้องริบรูม เป็นแบบเข้อเสนอพิเศษให้ลูกค้าเลือกสั่งตามเมนู แล้วเชฟจะทำใหม่สดร้อนๆ ทีละจานมาเสิร์ฟให้ ชอบจานไหนก็สั่งจานนั้น หรือจะเลือกกินทุกจานก็ได้ไม่ผิดกติกา
       ดังนั้น อาหารประเภท “ จานเย็น” ที่ อยู่ในบุฟเฟ่ต์ไลน์ อาจจะไม่หวือหวานัก เพราะดูโหรงเหรงไปหน่อย แต่ถ้าเอาคุณภาพแล้ว ต้องบอกว่าราคาคนละ 1,400 บาท++ ต้องถือว่าคุ้มมาก เฉพาะแค่มุมซีฟู้ดก็ตื่นเต้นกับปูอลาสก้าตัวใหญ่ยักษ์สีส้มสด ก้ามปูขนาดเท่าฝ่ามือเข้าไปแล้ว ยังมีกุ้งเมนล็อปสเตอร์ขนาดน้องๆ ปูอลาสก้า แต่ผู้เขียนชอบกุ้งสแกมบี้ตัวเล็กลงมาหน่อยเพราะเนื้อหวานเจี๊ยบอร่อยน่าดู นอกจากนี้ ยังมีหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ หอยนางรมสดๆ จากฝรั่งเศส มุมซีฟู้ดนี้ลูกค้าสามารถเลือกหยิบตัวที่ชอบชิ้นที่ใช่ ให้ทางครัวนำไปย่างหรือนึ่งแล้วเลือกน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ หรือน้ำจิ้มแบบฝรั่งมานั่งรอกินบนโต๊ะได้เลย
       มุมแอนตี้พาสต้า จะมีทั้งบีฟคาร์พาชิโอ้ชิ้นเล็กๆ พอคำ หอยแมลงภู่จากแคว้นทัสมาเนียอบกระเทียมและไวน์ขาว โคล์ดคัทหรือพามาแฮมหลากหลายและสารพัดชีส รวมถึงขนมหวาน ผลไม้ ไอศกรีม ฯลฯ
       ไฮไลต์คงเป็นเมนคอร์สที่เชฟใช้คำว่า A La Minute Preparation ซึ่ง จะสลับสับเปลี่ยนไปทุกอาทิตย์ โดยจะมีซุป 1 เมนู และเมนคอร์สอีก 5 เมนูให้เลือกสั่ง แถมด้วยขนมหวานอีก 1 อย่าง ทั้งหมดนี้ เชฟจะทำทีละจานตามออร์เดอร์ของลูกค้า แล้วเสิร์ฟแบบร้อนๆ โดยแต่ละเมนูจะทำพอร์ชันเล็กๆ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกลิ้มลองได้หลายๆ จาน
       อย่าง ซุปLobster Bisque เสิร์ฟร้อนๆ ในโถแก้วใส เนื้อซุปข้นกำลังดี กลิ่นหอมของเปลือกกุ้งที่เคี่ยวมาอย่างดีกับเครื่องสมุนไพร ซดลงไปแล้วทำให้น้ำย่อยเริ่มทำงานทันที รสชาติของซุปหอมอร่อยมีเนื้อกุ้งชิ้นให้เคี้ยวด้วย
       มาห้องนี้แล้วต้องสั่งสเต็กเนื้อ ซึ่งเป็นเมนูเด็ด ผู้เขียนเลือก Steak Au Poivre เป็นสเต็กเนื้อที่เลือกใช้วัวจากออสเตรเลียที่เลี้ยงด้วยธัญพืช ใช้ส่วนเทนเดอร์ลอย เป็นเนื้อชิ้นเล็กประมาณ 100 กรัมเท่านั้น เนื้อนุ่มมากเมื่อนำมาย่างจะให้กลิ่นหอมอวลอยู่ในปาก สมกับที่ห้องอาหารนี้ติดอยู่ในทำเนียบจริงๆ
       ถ้าใครไม่กินเนื้อวัว ก็เลือกกินแซลมอนที่ สั่งตรงจากนอร์เวย์ เชฟนำมาย่างบนกระทะให้สุกกำลังดี ความจริงเนื้อปลาที่สดจากแหล่งผลิตคุณภาพเช่นนี้ ก็อร่อยอยู่แล้ว ยิ่งได้เสิร์ฟแบบร้อนๆ ทำให้เนื้อปลาไม่ชืดยิ่งอร่อยไปกันใหญ่
       อีกจานเป็นเนื้อแกะสับ หยาบๆ ผัดมากับเครื่องเทศ เห็ดทรัฟเฟิลและชีส เสิร์ฟมากับพาสต้าเส้นเกลียว จานนี้ก็อร่อยอีกแล้ว เพราะใครกลัวว่าเนื้อแกะจะสาบนั้น ด้วยฝีมือเชฟแล้วการใส่เครื่องเทศต่างๆ ช่วยดับกลิ่นสาบของเนื้อแกะแถมสับเนื้อหยาบๆ ทำให้เคี้ยวได้กลิ่นหอมอร่อยที่แท้จริงของเนื้อแกะได้อย่างสมใจจริงๆ
       อีกจานเป็นDuck Leg Confit เป็น อาหารฝรั่งเศส ที่เลือกน่องสะโพกของเป็ดมาทอดให้หนังพองกรอบสีเหลืองน้ำตาล ส่วนเนื้อในยังนุ่มหอมหวาน รองด้านล่างด้วยมันฝรั่งหัวหอมผัดกับเหล้า
       บรรยากาศซันเดย์ บรั๊นช์ของห้องนี้ ไม่ค่อยจะพลุกพล่านเหมือนที่อื่นๆ จึงทำให้การกินอาหารมื้อสบายๆ เช่นนี้ ได้พักผ่อนอย่างแท้จริง ใครสนใจแวะมาลิ้มลองได้ตั้งแต่เวลา 12.00-14.30 น. ในราคาคนละ 1,400 บาท++ ( รวมซอฟต์ดริ๊งก์) หรือถ้าเพิ่มอีกคนละ 550 บาท++ สามารถดื่มสปาร์คลิ่งไวน์ ไวน์ขาวและไวน์แดงแบบไม่จำกัด
       ห้องอาหารริบรูม แอนด์ บาร์ ตั้งอยู่ชั้นที่ 31 โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ สำรองที่นั่งได้ที่ 0-2254-0404 ต่อ 7777
      
       Text by : ปราณ ชีวิน
       Photo by : วรงค์กร ดินไทย
       
       >> อัปเดตข่าวในแวดวงสังคม กอสซิป แฟชั่น ความงาม และเที่ยว กิน ดื่ม เพิ่มเติมได้ที่  http://www.celeb-online.net หรือ App Store ได้แล้วที่ celeb online ipad edition

“ข้าวมันไก่กวนอู” ชูรสเด็ด ไก่หนังกรอบเนื้อนุ่ม

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 มกราคม 2555 11:13 น.
บรรยากาศภายในร้านข้าวมันไก่กวนอู
       ปีใหม่ของคนจีนและคนไทยเชื่อสายจีน หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ตรุษจีน” ใกล้จะมาถึงในวันที่ 23 ม.ค. นี้แล้ว บรรดาคนจีนและคนไทยเชื้อสายจีนต่างจะต้องพากันไปไหว้เจ้าขอพรเพื่อเสริมสิริ มงคลกัน และเยาวราชบ้านเราก็มีศาลเจ้าจีนหลายที่ให้ได้เลือกไปไหว้เจ้าเพื่อความเป็น มงคลของชีวิตกันเป็นจำนวนมาก
      
       “ผ่านมาแวะกิน” ก็ไม่พลาดที่จะขอแวะเวียนไปไหว้เจ้าทำบุญที่เยาวราชกับเขาด้วย และทุกครั้งที่หลังจากไหว้เจ้าเสร็จก็ เหมือนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่จะต้องขอหาของกินอร่อยๆ ที่มีขายอยู่มากมายที่เยาวราชใส่กระเพาะให้อิ่มท้องกันด้วย
ข้าวมันไก่รสเด็ด
       โดยในมื้อนี้เราขอมาอิ่มอร่อยกับข้าวมันไก่เจ้าเด็ดกันที่ร้าน “ข้าวมันไก่กวนอู” เป็นร้านเก่าแก่ที่เปิดขายมานานกว่า 35 ปีแล้ว มาถึงร้านก็ไม่พูดพล่ามทำเพลง สั่งเมนู ข้าวมันไก่ (ไก่สับจานละ 30-80 บาท ข้าวมันไก่ธรรมดาจานละ 30 บาท พิเศษ 40 บาท ) มากินทันที ข้าวมันไก่ของที่นี่เป็นสูตรสิงคโปร์แต่ทางร้านนำมาปรับสูตรและปรุงรสชาติ ใหม่ให้ถูกปากนักกินคนไทย ทางร้านเลือกใช้ไก่ลายคัดแต่ตัวเมียน้ำหนักประมาณ 3-4 กก. นำมาล้างทำความสะอาดอย่างดี แล้วนำมาต้มกับน้ำเปล่าใส่เกลือและขิง ต้มตามสูตรเด็ดเฉพาะของทางร้าน จนได้ไก่ที่สุกได้ที่ สับไก่เป็นชิ้นๆ เสิร์ฟมาชิมแล้วเนื้อไก่นุ่มฉ่ำ เนื้อไม่ยุ่ยเละ ส่วนหนังบางกรอบแห้งกำลังดี และยังมีเครื่องในไก่อย่าง กึ๋น ตับ และไข่ให้เลือกกินด้วย
      
       ส่วนข้าวมันทางร้านเลือกใช้ข้าวหอมมะลิเก่าคัดพิเศษมาหุงกับน้ำต้ม ไก่ ได้ข้าวมันเป็นเม็ดเคี้ยวนุ่มปาก ไม่แฉะและไม่อมน้ำมันมาก และน้ำจิ้มมีส่วนผสมของเต้าเจี้ยว กระเทียม พริกและขิง ออกเผ็ดลิ้นถูกปากดี แถมมีน้ำจิ้มซีอิ้วแดงหอมหวานให้กินคู่กับไก่ด้วย พร้อมกับมีน้ำซุปร้อนๆ ต้มจากกระดูกไก่ให้ได้ซดคล่องคอ
ข้าวผัดปู
       และนอกจากข้าวมันไก่ที่ร้านยังมีอาหารตามสั่งหลายเมนูที่ชวนกิน ไม่ว่าจะเป็น ข้าวผัดปู (50 บาท) เป็นข้าวผัดปูสไตล์จีน ใช้ข้าวหอมมะลิผัดกับเนื้อปูสดส่วนเฉพาะก้ามปู เนื้อแน่นๆ ก้อนโตๆ ผัดใส่ไข่ด้วย ชิมข้าวผัดข้าวอร่อยถูกปาก ข้าวเป็นเม็ดร่วนไม่แฉะ เนื้อปูเต็มปากเต็มคำ
ข้าวหมูกรอบกระเพรา+ไข่ดาว
       ข้าวหมูกรอบกระเพรา+ไข่ดาว (40 บาท) อาจจะดูธรรมดา แต่ว่ามีความพิเศษอยู่ที่หมูกรอบชิ้นหนาซึ่งทางร้านทำหมูกรอบเอง นำมาผัดกับกระเพราครบเครื่อง ราดมาบนข้าวหอมมะลิ กินแล้วหมูกรอบเคี้ยวกรอบกรุบเนื้อนุ่มรสชาติเข้มข้นถึงเครื่องกระเพรา และใส่ไข่ดาวมาด้วย
ปลากะพงผัดขึ้นฉ่ายราดข้าว
       ปลากะพงผัดขึ้นฉ่ายราดข้าว (50 บาท) เมนูนี้ทางร้านนำเนื้อปลากะพงขาวชิ้นหนาใหญ่มาคลุกแป้ง ผัดกับขึ้นฉ่ายและขิง ลองลิ้มเนื้อปลาเนื้อนิ่มหวาน ไม่คาวเลย ได้รสชาติขึ้นฉ่ายและขิงหอมๆ และยังมีเมนูอื่นๆ ที่สั่งเป็นกับข้าว (50 บาท) ได้อีก อาทิ ต้มยำทะเล บล็อกโคลี่กุ้ง คะน้าหมูกรอบ ฯลฯ
       หากใครได้แวะเวียนมาที่เยาวราช แล้วหิวๆ ก็ลองแวะมาเติมข้าวอิ่มกับข้ามันไก่รสดี และเมนูตามสั่งชวนกินกันได้ที่ร้าน “ข้าวมันไก่กวนอู”
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “ข้าวมันไก่กวนอู” ตั้ง อยู่ที่ 57 ตรอกชัยภูมิ ถ.ทรงวาด แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กทม. การเดินทางจากถ.เยาวราชให้ตรงมาที่ตลาดเก่า เดินเข้ามาในตลาดจนเจอศาลเจ้ากวนอู จากศาลเจ้ากวนอูให้เดินตรงไป เจอแยกแล้วเลี้ยวซ้าย และเดินตรงไปจะเห็นป้ายร้านข้าวมันไก่กวนอู ให้เลี้ยวขวาซอยแรก ตรงเข้ามาในซอยก็จะเจอร้านข้าวมันไก่กวนอู มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน เปิดจันทร์-เสาร์ (หยุดวันอาทิตย์) เวลา 06.00-15.00 น. ทางร้านรับออกงานนอกสถานที่ด้วย โทร. 0-2221-5012, 08-1855-9354