ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

"ซี่โครงหมูเต้าหู้ยี้"



....กับข้าวที่ทานได้ทั้งข้าวสวย และข้าวต้ม "ซี่โครงหมูเต้าหู้ยี้" ค่ะ



.......วัตถุดิบ ซี่โครงหมู หรือจะดัดแปลงเป็นหมูสามชั้นก็ได้นะคะ....



.....เพื่อประหยัดเวลาในการเคี่ยวหมูให้เปื่อย นุ่ม เราใช้ "ซ้อสหมักหมูนุ่ม"...



....ส่วนผสมสำคัญค่ะ "เต้าหู้ยี้" ถ้าใครชอบแบบ เต้าหู้ยี้แดงๆ ก็ทำได้นะคะ..



....เพิ่ม สี และกลิ่น ด้วย "ผงหมักหมูแดง" ค่ะ ...



.....รสหวาน เราใช้น้ำตาลทรายสีรำค่ะ และ งาขาว ไว้โรยหน้า.....



....เริ่มด้วยการหมักหมูด้วยซ้อสหมักหมูนุ่มค่ะ....



....และเติมผงทำหมูแดง ลงไปคลุกเคล้า ค่ะ..



....หมักหมูไว้ประมาณ 1 ชม.ค่ะ



.... เริ่มต้นปรุงด้วยการนำหมูที่หมักได้ที่แล้วลงกระทะผัดให้หอมเลยค่ะ...



....แล้วเติมน้ำ จะเป็นน้ำเปล่า หรือน้ำซุปอะไรก็ได้ค่ะ .....



....เคี่ยวไปสักพัก ก็มาปรุงรสได้ค่ะ โดยใส่เกลือเล็กน้อย และน้ำตาลค่ะ...
ต้องระวังเรื่องความเค็ม เพราะเรามีจากผงหมูแดงแล้วค่ะ...



....ที่ให้ระวังเรื่องความเค็มก็เพราะว่า เราจะได้จาก "เต้าหู้ยี้" นี้ด้วยค่ะ....



....ชิมรสชาติ ออกเค็ม หวาน แล้วเคี่ยวโดยการปิดฝาต่อไปอีกแค่พอน้ำงวด ตามต้องการค่ะ...



...พร้อมเสริฟแล้วค่ะ อย่าลืมโรยงาขาวคั่วด้วยนะคะ ไม่มีก็ไม่ต้องค่ะ....ขอให้อร่อยกับ อาหารจานนี้นะคะ สวัสดีค่ะ....


“แกงป่ายายตุ่ม”








แกงป่าของร้านยายตุ่มมีเลือกกว่า 20 ชนิดต่อวัน





หน้าตาแกงป่าแบบเมืองกาญจน์แบบน้ำขลุกขลิก




แกง ป่า อาหารพื้นบ้านเพื่อคนรักสุขภาพ เนื่องจากส่วนผสมของแกงและเครื่องแกงที่ประกอบไปด้วย พืช ผัก สมุนไพร ที่มาจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ประกอบกับรสชาติจัดจ้านถูกใจคนที่ชื่นชอบกินอาหารไทยพื้นบ้าน ซึ่งสูตรแกงป่าอร่อยๆเป็นที่รู้จักของนักชิมทั้งหลาย ก็ต้องไปกินกันถึงจังหวัดกาญจนบุรี


นายเขต จันทร์เจริญ ทายาทรุ่นที่สอง ที่มารับหน้าที่ต่อจากแม่(นางพวงรัตน์ จันทร์เจริญ) และยาย เล่าว่า ที่มาของแกงป่ายายตุ่ม เกิดขึ้นมาจากครอบครัว ตั้งแต่รุ่นยาย มาจนถึงรุ่นแม่ ชอบทำกับข้าวและทำอร่อย ซึ่งสูตรต่างๆ ก็ได้รับการถ่ายมาเป็นรุ่นๆ

ซึ่งที่มาของร้านข้าวแกงยายตุ่ม มาจาก เมื่อครั้งหนึ่ง ครอบครัวของเราได้เปิดกิจการปั้มน้ำมัน แต่ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ เนื่องจากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นมาก ในขณะที่กำไรต่อหน่วยกับลดลง ทำให้ต้องปิดกิจการปั้มน้ำมัน

ซึ่งใน ขณะที่เราเปิดกิจการปั้มน้ำมันในช่วงนั้น ได้เปิดร้านแกงป่า ขายควบคู่ไปด้วยภายในปั้ม และเมื่อได้ปิดกิจการปั้มน้ำมันลง จึงได้หันมาทำร้านแกงป่าอย่างเต็มตัว โดยทำกันเองภายในครอบครัว

โดย สูตรแกงป่า มาจากการที่แม่ชอบทำอาหาร และชอบกินแกงป่า โดยได้เดินทางไปชิมแกงป่าของจังหวัดกาญจนบุรี และนำสูตรเครื่องแกง มาดัดแปลงผสมกับสูตรของแม่ ซึ่งใช้เวลาปรับสูตรอยู่นานถึง 2 ปี จนได้ออกมาเป็นสูตรแกงป่ายายตุ่ม

ในครั้งแรกใช้ชื่อแกงป่าเมืองกา ญจน์ แต่ระยะหลังมีคนใช้ชื่อแกงป่าเมืองกาญจน์กันเยอะมาก จึงได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อของยายแทน และที่ใช้ชื่อยายตุ่ม เพราะด้วยหน้าตาของยายที่ดูเป็นคนใจดี

แกงป่าของร้านยายตุ่ม เปิดให้บริการกันตั้งแต่ 6 โมงเช้า ไปจนกว่าอาหารจะหมด โดยอาหารที่ขายภายในร้านมีให้เลือกกว่า 60 ชนิด ส่วนสูตรเด็ดแกงป่ามีให้เลือกเกือบ 30 ชนิด อาทิ แกงป่าทั่วไป อย่าง ไก่ เนื้อ หมู และแกงป่าสำหรับคนชอบกินเนื้อสัตว์พิเศษ

ได้แก่ แกงป่าเนื้อจระเข้ เก้ง กวาง นกกระจอกเทศ ปลากด ปลาดุก ปลาบึก ปลาคัง และปลาพื้นบ้านอื่นๆ ที่หาได้ ราคาข้าวราดแกงอย่างเดียว 30 บาท สำหรับเนื้อสัตว์ทั่วไป และถ้าเป็นเนื้อสัตว์ป่า พิเศษ อย่างจระเข้ เก้ง กวาง หรือปลาพื้นบ้านจานละ 40 บาทถึง 60 บาท

โทร.089-999-1555



ขอขอบคุณ ผู้จัดการออนไลน์

เนื้อวัวที่แพงที่สุดในโลก..เนื้อมัทสึซากะ (Mutsuzaka beef)



สำหรับคนที่ชอบทานเนื้อ น่าจะเคยได้ยินชื่อ "เนื้อโกเบ" หรือ Kobe Beef ที่ส่งตรงมาจากเมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น
เนื้อ โกเบเริ่มเป็นที่รู้จักของชาวโลกก็ตอนที่เมืองโกเบเริ่มเปิดท่าเรือพาณิชย์ เป็นครั้งแรกในเดือนธันวาคม ปี 1868 และร่ำลือกันว่าเป็นเนื้อชั้นดีที่นุ่มน่ารับประทานมากๆ ถึงขนาดได้ชื่อว่าเป็น Queen of Beef แต่สำหรับ "เนื้อมัตสึซากะ" หรือ Matsusaka Beef ได้ชื่อว่าเป็น King of Beef เลยเชียว

"เนื้อมัตสึ ซากะ" กับ "เนื้อโกเบ" มีรสชาติที่ใกล้เคียงกันมากผู้เชี่ยวชาญบอกว่านุ่ม เนียน ราวกับปุยนุ่น แทบไม่ต้องเคี้ยว เพราะมาจากวัวพันธุ์เดียวกัน แต่ที่ชื่อต่างกัน เพราะเลี้ยงต่างเมืองกัน เนื้อโกเบมาจากเมืองโกเบ บนเกาะฮอนชู เขตเคนไซ (Kansai Region) ใกล้โอซากา ขณะที่เนื้อมัตสึซากะมาจากเมืองมัตสึซากะอยู่ทางตะวันออกของเมืองโกเบ

"มัต ซึซากะ" เป็นวัวพันธุ์ที่มาจากหุบเขาทาจิมะ (Tajima) อยู่ห่างจากมัตสึซากะ 150 กม. เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดมาจากเทพเจ้าชื่ออาเมะ โนะ ฮิโมโกะ ในยุคก่อนประวัติศาสตร์กำเนิดญี่ปุ่นประมาณ 500 ปี เทพเจ้าอาเมะ ได้พันธุ์วัววากิว (Wagyu) มาจากแดนไกล แล้วนำมาเลี้ยง เป็นต้น

เนื้อ มัตสึซากะต้องมาจากวัวเพศเมียที่บริสุทธิ์สีดำสนิท เติบโตในบรรยากาศที่เงียบสงบ ในโรงเรือนที่อากาศเย็นและถ่ายเทสะดวกไม่ต้องออกกำลังกายมาก ให้อาหารที่มีเส้นใยมากๆ เช่น ข้าวสาลี ข้าวโพด หญ้าแห้ง และกากถั่วเหลือง ฯลฯ เพื่อให้ท้องวัวขยายให้มากที่สุดวัวจะได้อ้วนๆ ที่สำคัญต้องให้ดื่มเบียร์อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และจะเชือดเมื่ออายุได้ 3 ปี ขณะที่วัวเนื้อทั่วไป 2 ปี ก็ต้องเชือด เนื้อมัตสึซากะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะโอเมก้า-ทรี (Omega-3) และโอเมก้า-ซิก (Omega-6) และมีไขมันน้อย

‘ผัดกะเพราฟักทอง’แม่ลูกอ่อนกินดี



‘ผัด กะเพรา’ อาหารจานด่วน ทำไม่ยาก กินง่าย ที่ใครๆ มักเรียกว่าเป็นอาหารสิ้นคิด นึกอะไรไม่ออกก็สั่งผัดกะเพรามากินให้หายหิวก็แล้วกัน ทว่าเมนูเบสิกนี้ก็สามารถประยุกต์ให้เหมาะกับคุณแม่ลูกอ่อนได้ ‘มุมสุขภาพ-กินดี’ ขอแนะนำ ‘ผัดกะเพราฟักทอง’ สรรพคุณบำรุงกำลังและผิว แถมยังช่วยเพิ่มน้ำนมด้วย

‘ใบกะเพรา’ ทราบกันดีว่ามีสรรพคุณแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ลดจุกเสียด แน่นท้อง บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนแล้ว ก็ยังช่วยบำรุงน้ำนมให้คุณแม่ลูกอ่อนหลังคลอดได้ ส่วนวัตถุดิบอื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามา อย่าง ‘ฟักทอง’

อุดมด้วยวิตามินเอ และเบต้าแคโรทีน บำรุงผิวพรรณ ป้องกันมะเร็ง และชะลอความแก่

นอก จากนี้ในสูตรยังเพิ่ม ‘เห็ดฟาง’ ที่ช่วยบำรุงกำลัง แก้อ่อนเพลียและเบื่ออาหาร ป้องกันไข้หวัดใหญ่ ลดไขมันในเส้นเลือด ‘กุ้งชีแฮ้’ ช่วยเพิ่มน้ำนม ส่วน ‘พริกขี้หนู’ ที่เป็นเครื่องปรุงชูรสชาติและเพิ่มกลิ่นให้น่ารับประทาน มีสรรพคุณแก้หวัด คัดจมูก แต่ถ้าคุณแม่ที่ต้องให้นมลูก ไม่ขอแนะนำให้ทานรสเผ็ด หรือควรเลี่ยงไปก่อน เนื่องจากความเผ็ดร้อนจะส่งไปถึงน้ำนมด้วย

ส่วนผสมในสูตรมีดังต่อไปนี้...
• ใบกะเพรา 1 ถ้วย

• ฟักทอง 1 ซีก

• เห็ดฟาง ½ ถ้วย

• กุ้งชีแฮ้ตัวเล็ก 1 ถ้วย

• พริกขี้หนู พอประมาณ

• น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

• น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

• เกลือป่น 1 ช้อนชา

• น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ

  ขั้น ตอนในการทำ ฟักทองให้ปอกเปลือกก่อนล้างให้สะอาด นำไปหั่นเป็นชิ้นเล็กขนาดพอดีคำ เห็ดฟางล้างน้ำให้สะอาดแล้วผ่าครึ่ง ส่วนกุ้งให้แกะเปลือก ผ่าหลังพร้อมดึงเส้นดำออก จากนั้นตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืชลงไปรอจนร้อนจัดจึงใส่ฟักทองลงผัดพอสุก แล้วใส่กุ้งและเห็ดฟางตามลงไป ต่อด้วยพริกขี้หนูบุบ เคล้าให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย และเกลือป่น ผัดจนสุกแล้วใส่ใบกะเพรา ผัดต่อพอให้ใบกะเพราสะดุ้งไฟ แล้วรีบตักขึ้นใส่จาน รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ

ทำง่ายๆ ไม่ยุ่งยากมากขั้นตอนอย่างนี้ หวังว่าคุณแม่ลูกอ่อนทั้งหลายจะนำสูตรนี้ไปลองผัดกะเพรารับประทานกันดู.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
takecareDD@gmail.com


▼▲ http://www.dailynews.co.th/

ผัดเมืองทอง - ส้มตำไข่เค็ม - ผัดไทไร้เส้น - ยำปูม้า - ลาบเป็ด




ผัด เมืองทอง (120 บาท) เป็นอาหารซีฟู้ดที่นำเอากุ้งตัวโต หมึกชิ้นใหญ่ มาผัดกับเห็ดฟางชิ้นโต ผัดใส่ไข่ ต้มหอม ใส่เนื้อปูด้วยและปรุงรสชาติตามสูตรเฉพาะของทางร้าน ชิมแล้วเต็มปากเต็มคำกับกุ้งและหมึกเคี้ยวแน่นหนึบหนับปาก ออกรสชาติกลมกล่อม แถมยังมีน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซบที่ทางร้านโขลกเองมาให้กินคู่กันด้วย






ส้มตำ ไข่เค็ม (50 บาท) เป็นส้มตำตัวเด่นประจำร้าน ที่ทางร้านเลือกใช้มะละกอแขกดำจากดำเนิน มาตำเป็นแบบส้มตำไทยแต่ไม่ใส่ถั่ว ใส่ไข่เค็มที่สั่งมาเป็นพิเศษแทน เน้นความเค็มมันของไข่แดง ลิ้มรสส้มตำออก 3 รสกลมกล่อม เปรี้ยว หวาน เค็ม มันไข่เค็มดีแท้





ผัด ไทไร้เส้น (100 บาท) ที่ใครไม่ชอบกินเส้นแนะนำว่าให้สั่ง เป็นผัดไทแบบครบเครื่องใส่กุ้งแห้ง กุ้งสด และหมึกสด ผัดคลุกเคล้ากับเครื่องปรุงผัดไทที่ทางร้านปรุงเองตามสูตรเด็ด กินแล้วก็ถูกปากไปอีกแบบ รสชาติผัดไทเข้มข้นถึงเครื่องดี





ยำปูม้า (100 บาท) ทางร้านนำปูม้าที่คัดมาอย่างดีสดๆ นำมาดองเองกับน้ำปลาตามสูตรเด็ดและนำไปแช่เย็นให้แข็ง ก่อนที่จะนำมายำใส่มะม่วงและปลากะพงป่นซึ่งเป็นสูตรที่ทางร้านคิดขึ้นมาเอง ชิมแล้วโดนใจปากตรงที่ปูเนื้อหวานสด เข้ากับน้ำยำรสแซบ





ลาบ เป็ด (60 บาท) ที่ทางร้านนำเนื้อเป็ดส่วนอกและสะโพกที่ไม่มีมันมากมาสับเป็นชิ้นเล็กๆ และผัดกับน้ำมัน ใส่ข่า ใบมะกรูด และเครื่องเทศไทยอื่นๆ ก่อนจะนำมาปรุงรสแบบลาบครบเครื่อง กินแล้วก็ถูกปากเนื้อเป็ดนุ่มชุ่มรสลาบจัดจ้านหอมกลิ่นข้าวคั่ว





ปลา กะพงทอดราดน้ำปลา (220 บาท) เป็นปลากะพงขนาด 6-7 ขีดนำมาทอดจนเหลืองกรอบ และมีน้ำปลาที่ทางร้านปรุงรสชาติตามสูตรเด็ดเฉพาะราดมาบนตัวปลา ชิมเนื้อปลากรอบนอกนุ่มในออกรสน้ำปลาเค็มๆ หวานๆ และหอม แถมยังมียำมะม่วงให้กินเข้าคู่กันด้วย





ปลาช่อนลุยสวน (220 บาท) เป็นอีกหนึ่งเมนูปลาขายดีที่ชวนลองลิ้ม ทางร้านเลือกนำปลาช่อนนาขนาด 6-7 ขีด มาทอดกรอบ แล้วมีน้ำราดที่ปรุงรสใส่น้ำพริกเผาและเต็มไปด้วยสารพัดเครื่องเทศอย่าง ตะไคร้ กระเทียม หัวปลี ราดมาบนตัวปลา โรยหน้าด้วยหอมเจียว พริกทอด และถั่วลิสงทอด มาพร้อมกับผักสดต่างๆ ให้กินคู่กับปลาที่เนื้อกรอบนอกนุ่มในชุ่มรสชาติน้ำราดที่เข้มข้นกลมกล่อม

แนะนำมาก็หลายเมนูหลายรสชาติแล้วแต่ว่าก็ยังมีเมนูอื่นๆ ที่ชวนลองลิ้มอีก อาทิ ลาบทอด (80 บาท) ต้มแซบ (60 บาท) กุ้งผัดซอสมะขาม (200 บาท) และอีกหลากหลายอาหารรสเด็ด ที่ชวนให้สั่งมากินคู่กับบรรยากาศแบบพาเพลิน จำเริญใจ เมื่อพากันมาที่ร้าน “ส้มตำเมืองทอง” แห่งนี้


“ส้มตำเมืองทอง” ตั้งอยู่ที่ 2847/1 ถ.พัฒนาการ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม. โทร. 0-2722-2322, 08-1565-5958, 08-6379-2345, 08-1625-4524, 08-5824-5824


ขอขอบคุณ ผู้จัดการออนไลน์

ไส้กรอกเยอรมัน ...น่ากินมั่ก ๆ ^^


credit 
a whispering star  bloggang.com
น้าเพิ่งไป trip ทำงาน ที่เยอรมัน เนื่องจากไปทำงานจึงไม่มีอะไรมาฝาก มีแต่ไส้กรอกเหล่านี้ จำนวน 1 ฝูง


อ่านไม่ออกเลย .... ^^"... ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร

แกะโลด !

โบโลน่า (มั้ง?) แทรกด้วยผักต่างๆ

อันนี้ชนิดชิ้นเล็กกว่าหน่อย ^^


ส่วนอันนี้ของไทย (เบทาโกร) เอามาเทียบให้เห็นกันชัด ๆ ว่าของใครอร่อยกว่า (... แต่เราแยกไม่ออกแฮะ .... ^^"... เราว่ามันก็อร่อยทั้งคู่อะ)....

ลงกะทะได้ !

หน่วยรอรับประทาน ^^"

เริ่มสุกแล้ว ....


โฉม หน้าผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทาน ! (หั่นแค่นี้ .... ที่เหลือก็กินเป็นชิ้นใหญ่ ๆ นั่นแหละ 555) ... - จ า ก ที่ เ ห็ น นี้ - เราคิดว่าไส้กรอกเนื้อลูกวัว (ที่เห็นขาว ๆ อยู่ริมสุด) อร่อยสุด เนื่องจากมีใบยี่หร่าแทรกอยู่ และกลิ่นออกแนวไส้กรอกสมุนไพร ๆ ดี ที่เหลือนับว่าไม่ต่างจากไส้กรอก TGM ที่สามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปมากนัก .... - แ ต่ - ไส้กรอกทั้งหมดนี้ (แม้ว่าจะซื้อที่สนามบิน) ราคาแพ็คละเพียง 1 Euro เท่านั้น !!! คุ้มค่า...คุ้มราคาจริง ๆ ...^^....

มัสมั่นกุ้ง

มัสมั่นกุ้ง  credit huihiln bloggang.com

จากคราวก่อนที่เสนอเมนูแกงกะหรี่ไก่อย่างง่าย ๆ ไปแล้ว คราวนี้ลองมาทำมัสมั่นอย่างง่าย ๆ กันบ้างคะ




การ ทำเมนูของเราไม่ยากลำบากอะไร ไม่ได้โขลกน้ำพริกเอง เราเอาที่สะดวกคะถามวิธีทำจากแม่บ้างไรบ้างแล้วก็มาออกแบบเป็นเมนูง่าย ๆ สำหรับแม่บ้านฝึกหัดอย่างเรา 5555 ลองดูนะคะ


วัตถุดิบเครื่องปรุง
- เครื่องแกงมัสมั่น 1 ห่อ
- มันฝรั่ง 2 หัว หั่นเป็นลูกเต๋าใหญ่
- หอมหัวใหญ่สำหรับทำซุป 3 หัว หั่นเป็นลูกเต๋าใหญ่
- แครอท 1 หัว หั่นเป็นลูกเต๋าใหญ่
- เนื้อกุ้ง 2 ขีด แกะเปลือกผ่าหลัง
- กะทิกล่ออง 1 ถ้วย
- น้ำเปล่า 1 ถ้วย
- น้ำลา น้ำมะขามเปียก น้ำตาล
(คือแบบว่าเราลืมยี่หร่ากับถั่วไป ไม่ใส่ก็แล้วกัน เอาเท่าที่มี 5555)

วิธีการทำ
เอาน้ำกะทิ 1/2 ถ้วย มาตั้งไฟอ่อน ๆ พอร้อนก็เอาเคื่องแกงใส่ คลุกเคล้าให้เข้ากันจนได้ที่ ใช้เวลาประมาณ 5 นาที(เราเลือกเป็นใส่กุ้งเลยยังไม่ใส่กุ้งลงไปก่อนถ้าเป็นเนื้อชนิดอื่น ๆ ต้องใส่ก่อนใส่ผักคะ มันจะได้ตุ๋นไปในตัวให้เปื่อย แต่กุ้งไม่กินเปื่อยคะ)จากนั้นเราก็นำผักที่เตรียมไว้มาใส่ลงไปทั้งหมดคะ เติมกะทิที่เหลือใส่ลงไป ตามด้วยน้ำเปล่าคะ คนให้เข้ากัน ปรับเป็นไฟกลางคะ ปิดฝาแล้วตั้งไฟสักประมาณ 10 นาทีพอเริ่มเดือด เราก็เปิดฝาปรุงรสคะ (เราใส่น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะขามเปียก 1 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 1 ช้อนชา)แล้วใส่กุ้งที่เตรียมไว้ลงไปคะ จากนั้นไม่ต้องปิดฝานะคะ ตั้งไฟกลับไปที่ไฟอ่อน เพื่อจะเคี่ยวทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีคะ เป็นอันเสร็จกินได้แล้วคะ


ปล.วันนี้เรานำมากินคู่กับปลาช่อนทอดเค็มก็อร่อยดีนะคะ เมนูนี้ทำแล้วได้แกงมัสมั่นอย่างที่เห็นนี่ประมาณ 4 ชามคะ




กรุบกรอบกับข้าวเกรียบ

กรุบกรอบกับข้าวเกรียบ
ของ กินเล่นและอาหารเรียกน้ำย่อย มีอยู่แทบทุกวัฒนธรรมอาหารทั่วโลก ส่วนใหญ่เป็นอาหารมันและเค็มเล็กน้อย เพราะช่วยกระตุ้นให้อยากกินอาหารเพิ่มมากขึ้น
"ข้าวเกรียบ" ก็ เป็นหนึ่งในของกินเล่นและอาหารเรียกน้ำย่อยที่มีรสมันเค็ม ชวนกระตุ้นน้ำลาย แป้งแผ่นบางกรอบนี้แปรรูปมาจากข้าวให้กลายมาเป็นของกินเล่นที่มีรสอร่อย เพิ่มรสชาติให้น่ากินด้วยพืชผักและเนื้อสัตว์ แล้วนำมาทอดหรือปิ้งให้กรอบอีกครั้ง เนื้อสัมผัสที่กรอบก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยให้อาหารมีรสอร่อยขึ้น ข้าวเกรียบไทย ทำ มาจากข้าวเจ้า โดยนำมาผ่านกรรมวิธีและปรุงรสให้อร่อยขึ้นด้วยพืชผัก เช่น ฟักทอง หรือเนื้อสัตว์บดละเอียด เช่น กุ้งและปลา เป็นข้าวเกรียบกุ้งและปลาใส่เครื่องเทศสมุนไพรไทยๆ อย่างกระเทียม พริกไทย เพื่อดับกลิ่นคาวและให้ได้รสอร่อย เมื่อผสมส่วนผสมเข้ากันดีแล้วจึงปั้นเป็นท่อนและนึ่งจนสุก หั่นเป็นแว่นบางๆ ตากให้แห้งสนิท 2-3 วัน เพื่อให้เก็บไว้ได้นาน เมื่อจะกินจึงนำมาทอด จิ้มกินกับน้ำพริกเผาได้รสอร่อย
ส่วนข้าวเกรียบพื้นเมืองล้านนาที่เรียกว่า "ข้าวแคบ" ทำ มาจากข้าวเจ้าหรือข้าวเหนียวที่หมักไว้ 2 คืนให้มีรสเปรี้ยว ปรุงรสด้วยเกลือเพิ่มความเค็ม และใส่งาดำเพื่อให้หอมและมัน จากนั้นละเลงแป้งบนปากหม้อที่กรุด้วยผ้าขาวบาง (แบบข้าวเกรียบปากหม้อ) แล้วแซะออก นำไปตากแดดจนแห้ง จากนั้นนำไปปิ้งหรือทอดตามชอบ
ตอร์ติญาชิป (Tortilla Chip) เป็นของกินเล่นเม็กซิกันที่ทำมาจาก "แป้งตอร์ติญา" แผ่น แป้งวงกลมเนื้อนุ่มที่ทำมาจากแป้งข้าวโพด นำมาตัดเป็นชิ้นสามเหลี่ยมและทอดจนกรอบ โดยทั่วไปที่เห็นเป็นแผ่นสีเหลืองนั้นทำมาจากข้าวโพดเหลือง แต่ก็ใช้ข้าวโพดสีอื่นได้เช่นกัน ตอร์ติญาชิปใช้เสิร์ฟคู่กับเครื่องจิ้ม (Dip) เช่น ซัลซามะเขือเทศ กัวกาโมเล อะโวคาโดบด หรือทำเมนูที่เรียกว่านาโช (Nachos) โดยนำตอร์ติญาชิปมาโรยหน้าด้วยชีสขูด เนื้อบด ซัลซา ถั่ว กัวกาโมเล ซาวร์ครีม หอมหัวใหญ่สับ และพริกจาลาเปโนดองเพื่อเพิ่มรสชาติ
ปาปาดัม (Papadum) แป้ง กรอบแผ่นบางจากอินเดีย เป็นแครกเกอร์หรือขนมปังแผ่นชนิดหนึ่งที่เสิร์ฟเป็นเครื่องเคียงเพื่อเรียก น้ำย่อยหรือกินเล่นคู่กับชัตเนย์ บางภูมิภาคของอินเดียก็นิยมกินปาปาดัมดิบโดยใส่ในแกง ปาปาดัมทำมาจากแป้ง ข้าวบด ถั่วบดชนิดต่างๆ เช่น เลนทิล ชิกพี และถั่วดำ เติมรสด้วยเกลือ และใส่น้ำมันถั่วลิสงเพื่อให้ปั้นเป็นแผ่นได้ง่าย ปรุงรสให้มีกลิ่นอายภารตะด้วยพริก ยี่หร่า กระเทียม และพริกไทยดำ จากนั้นทำเป็นแผ่นกลมแบนและตากแดดจนแห้ง เมื่อจะกินก็นำมาทอดหรือปิ้งอีกครั้งจนกรอบ

พาสต้าแพนซอตติไส้เนื้อลูกวัวและเห็ดทรัฟเฟิล .. สตูแก้มวัวกับซอสถั่วเขียว

พาสต้าแพนซอตติไส้เนื้อลูกวัวและเห็ดทรัฟเฟิล .. สตูแก้มวัวกับซอสถั่วเขียว






พาสต้าแพนซอตติไส้เนื้อลูกวัวและเห็ดทรัฟเฟิล


เมื่อ “จิออร์จิโอส์” (Giorgio’s) ร้านอาหารอิตาเลียนวิวแม่น้ำเจ้าพระยาของโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ได้พ่อครัวเอกคนใหม่ "เชฟแกตาโน ปาลัมโบ" ชาวอิตาเลียนแท้จากแคว้นซิซิลี่ ที่มีประสบการณ์ทำงานด้านอาหารมากว่า 20 ปี ทางร้านจึงได้มีการปรับเปลี่ยนเมนูใหม่เป็นอิตาเลียนสไตล์โฮมเมดในแบบทัน สมัยสไตล์เฉพาะตัว






สตูแก้มวัวกับซอสถั่วเขียว



โดยเมนูอิตาเลียนยอดนิยมแต่ดั้งเดิมของทางร้าน อาทิ พิซซ่า พาสต้า ริซอตโต้ ก็ยังคงมีบริการเช่นเดิม แต่จะเพิ่มลูกเล่นความแปลกใหม่ด้วยการนำอาหารอิตาเลี่ยนโฮมเมดที่มีชื่อ เสียง มาประยุกต์ดัดแปลงการนำเสนอใหม่

โดยไม่ทิ้งรสชาติแห่งความ ดั้งเดิม และหัวใจหลักของความเป็นอาหารอิตาเลียนอย่างการใช้วัสดุที่ใหม่สด ตามธรรมชาติ การพิถีพิถันในการปรุง และการใส่ความรักและความอบอุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวอิตาเลียนลงไปในอาหาร ทุกจาน






ซอสมอสซาเรลลากับเห็ดพอร์โทเบลโล่ย่างและหน่อไม้ฝรั่ง






Antipasti & Carpaccio อาหารทานเล่นสไตล์อิตาเลียน






ทิรามิสุ



เมนูเด็ดทีเชฟแกตาโนบอกว่าไม่ควรพลาดได้แก่ ‘Funghi Portobello E Asparagi Grigliati in Salsa Di Mozzarella’ เมนูที่ดัดแปลงมาจากสลัดมอสซาเรลลาสด ที่นิยมรับประทานในอิตาลี มาเป็นมอสซาเรลลา

ที่ได้รับการละลายจนอุ่นนุ่มลิ้นเสิร์ฟ ในรูปแบบซอสพร้อมเห็ดพอร์โทเบลโล่ย่างและหน่อไม้ฝรั่ง ‘Risotto Con Gamberi E Nduja’ ริซอตโต้ที่นุ่มลิ้นรสชาติเผ็ดร้อน ‘Pansotti Di Carne Alla Crema Di Tartufo’ พาสต้าแพนซอตติปั้นสดสอดไส้เนื้อลูกวัวและเห็ดทรัฟเฟิล เข้ากับซอสครีมชีสแสนอร่อย

‘Tiramisu Classico Al Caffe’ ทีรามิซุสูตรต้นตำรับ โดยการใช้มาสคาร์โพเน่ครีมชีสแท้จากอิตาลีเสริ์ฟมาในรูปแบบกระปุกเล็กๆ พร้อมกับบิสกิตกรอบนุ่มจากเตา



ขอขอบคุณ ผู้จัดการออนไลน์

สัปรดเนยน้ำผึ้ง

สัปรดเนยน้ำผึ้ง








หอมกลิ่นสับปะรดผสมกับน้ำผึ้งหอมหวานสุดแสนเข้ากัน มาพร้อมกับไอศกรีมกะทิ สุดแสนหน้ารับประทาน


ส่วนผสมสำหรับ 2-3 ที่
สับปะรด 1/2 ผล
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
น้ำผึ้ง 1/2 ถ้วย
เนย 1/2 ก้อน
วิสกี้/เหล้าไทย 1/2 ถ้วย
เกลือนิดหน่อย


วิธีทำ
1 เลือกสับปะรดไม่สุกหรือดิบเกินไปนำมาสไลด์เป็นชิ้นๆ ไม่ต้องให้บางหรือหนามากนักนำไปผัดกับเนยในกระทะพอให้สุกนิ่ม เติมเหล้า น้ำผึ้ง น้ำตาลทรายและเกลือ

2 ผัดเคี่ยวไปเรื่อยจนน้ำเชื่อมข้นตักขึ้นจัดใส่จานให้สวยงามเสิร์ฟพร้อมไอศกรีมกะทิ หรือรสชาติอื่นๆ ตามชอบ

เวลาในการปรุง 15 นาที
ส่วนผสมราคาประมาณ 160 บาท


Lisa Guru

“กุ้งกระเบื้อง” เคี้ยวกรุบกรอบนอกนุ่มใน / กุ๊กเล็ก

โดย : กุ๊กเล็ก


       เวลาเพื่อนฝูงมาปาร์ตี้ที่บ้าน “กุ๊กเล็ก” มักจะชอบทำเมนูกินง่ายๆ และทำง่ายๆ มารองรับเพื่อน อย่างในมื้อนี้เราก็มีเมนูของกินเล่นๆ มานำเสนอ มีชื่อว่า “กุ้งกระเบื้อง” ที่มีวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยาก ก็จะได้อร่อยกับกุ้งกระเบื้องร้อนๆ ที่เคี้ยวกรุบกรอบนอกนุ่มใน
      
       เครื่องปรุงที่ต้องเตรียมมีดังนี้ (สำหรับ 6- 7 คน)
      
       กุ้งสด 1 1/2 ถ้วย
       ไข่แดง 2 ฟอง
       กระเทียม 1 ช้อนชา
       พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
       เกลือป่น 1 ช้อนชา
       แป้งปอเปี๊ยะ 12-14 แผ่น
      
       เอาล่ะเมื่อเตรียมเครื่องปรุงพร้อมแล้ว ก็เดินหน้าเข้าครัวลงมือทำกันเลย เริ่มจากให้นำกุ้งมาแกะเปลือกออก ผ่าหลังกุ้ง ดึงเส้นดำออก ล้างให้สะอาดและสับให้ละเอียด แล้วนำมาโขลกรวมกับ กระเทียม พริกไทยป่น เกลือป่นให้เหนียว และตักใส่ชามผสม พร้อมกับใส่ไข่แดงลงไปนวดให้เข้ากัน
      
       จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มาทาบนแผ่นแป้งปอเปี๊ยะ ด้านเดียวจำนวน 2 แผ่น แล้วนำมาประกบเข้ากัน และนำไปทอด ในกระทะที่ใส่น้ำมันให้เยอะสักหน่อย ทอดไปเรื่อยๆ จนเหลืองกรอบ ก็ตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำมัน และหั่นเป็นชิ้น เสิร์ฟร้อน ๆ กินคู่กับน้ำจิ้มบ๊วย (หรือจะใส่พริกลงไปนิดหน่อยในน้ำจิ้ม เพื่อเพิ่มความเผ็ดตามใจชอบ)

“ส้มตำเมืองทอง” อร่อยหลากหลาย อิ่มสบายริมน้ำ

บรรยากาศภายในร้าน “ส้มตำเมืองทอง”
       การได้พักผ่อนหย่อนใจ แบบที่ถูกอกถูกใจ ตามสไตล์ที่โปรดปราณของ “ตระเวนกิน” เป็นอย่างมาก เห็นจะหนีไม่พ้นการที่ได้เดินทางไปยังร้านอาหารที่มีบรรยากาศของร้านที่ชวน นั่งสบายๆ และมีอาหารเลิศรสมากมายได้ให้กินแบบอิ่มหนำสำราญใจ
โต๊ะนั่งสบายๆ ริมน้ำท่ามกลางธรรมชาติ
       เหมือนที่ในครั้งนี้ เมื่อเราเลือกที่จะขอมาผ่อนคลายและมาสลายความหิว กันยังร้านอาหารที่มีชื่อว่า "ส้มตำเมืองทอง" ที่ตั้งอยู่ตรงซ.พัฒนาการ 53 ที่นี่เป็นร้านอาหารที่โดดเด่นด้วยเรื่องของบรรยากาศร้านที่แลสบายๆ ชวนให้มานั่งกินข้าวท่ามกลางบรรยากาศของร้านที่อยู่ริมน้ำ แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติแมกไม้ มีโต๊ะเก้าอี้ให้เลือกนั่งแบบหลากหลาย ในมุมสบายๆ ตามใจชอบ พร้อมกับมีอาหารเลิศรสให้เลือกสั่งมากินมากมายกว่า 100 เมนู มีทั้งอาหารไทย อีสาน อาหารจีน และมีซีฟู้ดด้วย เรียกว่ามาที่ร้านนี้เป็นได้อิ่มกับบรรยากาศและอาหาร ตามคอนเซ็ปต์ของร้านที่ว่า “อร่อยริมน้ำ ราคาบ้านๆ รสชาติขั้นเทพ”
      
       ว่าแล้วก็อย่ารอช้า หลังจากที่เลือกโต๊ะนั่งมุมริมน้ำรับลมเย็นๆ ได้แล้ว ก็ขอเมนูมาสั่งอาหารจานเด็ดของที่นี่มากินกันดีกว่า อาหารมากมายจริงๆ ทำเอาเลือกแทบไม่ถูก เลยให้ทางร้านช่วยแนะนำเมนูเด่นขายดีมาให้ชิมกันดีกว่า
ผัดเมืองทอง
       สำหรับเมนูแรกที่ทางร้านนำเสนอก็คือ ผัดเมืองทอง (120 บาท) เป็นอาหารซีฟู้ดที่นำเอากุ้งตัวโต หมึกชิ้นใหญ่ มาผัดกับเห็ดฟางชิ้นโต ผัดใส่ไข่ ต้มหอม ใส่เนื้อปูด้วยและปรุงรสชาติตามสูตรเฉพาะของทางร้าน ชิมแล้วเต็มปากเต็มคำกับกุ้งและหมึกเคี้ยวแน่นหนึบหนับปาก ออกรสชาติกลมกล่อม แถมยังมีน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซบที่ทางร้านโขลกเองมาให้กินคู่กันด้วย
ผัดไทไร้เส้น
       จานถัดมาเป็น ผัดไทไร้เส้น (100 บาท) ที่ใครไม่ชอบกินเส้นแนะนำว่าให้สั่ง เป็นผัดไทแบบครบเครื่องใส่กุ้งแห้ง กุ้งสด และหมึกสด ผัดคลุกเคล้ากับเครื่องปรุงผัดไทที่ทางร้านปรุงเองตามสูตรเด็ด กินแล้วก็ถูกปากไปอีกแบบ รสชาติผัดไทเข้มข้นถึงเครื่องดี
ส้มตำไข่เค็ม
       แล้วก็ต้องไม่พลาดที่จะลิ้มรส ส้มตำไข่เค็ม (50 บาท) เป็นส้มตำตัวเด่นประจำร้าน ที่ทางร้านเลือกใช้มะละกอแขกดำจากดำเนิน มาตำเป็นแบบส้มตำไทยแต่ไม่ใส่ถั่ว ใส่ไข่เค็มที่สั่งมาเป็นพิเศษแทน เน้นความเค็มมันของไข่แดง ลิ้มรสส้มตำออก 3 รสกลมกล่อม เปรี้ยว หวาน เค็ม มันไข่เค็มดีแท้
ยำปูม้า
       จากนั้นมาแซบกับ ยำปูม้า (100 บาท) ทางร้านนำปูม้าที่คัดมาอย่างดีสดๆ นำมาดองเองกับน้ำปลาตามสูตรเด็ดและนำไปแช่เย็นให้แข็ง ก่อนที่จะนำมายำใส่มะม่วงและปลากะพงป่นซึ่งเป็นสูตรที่ทางร้านคิดขึ้นมาเอง ชิมแล้วโดนใจปากตรงที่ปูเนื้อหวานสด เข้ากับน้ำยำรสแซบ
ลาบเป็ด
       ต่อด้วยอาหารอีสานอย่าง ลาบเป็ด (60 บาท) ที่ทางร้านนำเนื้อเป็ดส่วนอกและสะโพกที่ไม่มีมันมากมาสับเป็นชิ้นเล็กๆ และผัดกับน้ำมัน ใส่ข่า ใบมะกรูด และเครื่องเทศไทยอื่นๆ ก่อนจะนำมาปรุงรสแบบลาบครบเครื่อง กินแล้วก็ถูกปากเนื้อเป็ดนุ่มชุ่มรสลาบจัดจ้านหอมกลิ่นข้าวคั่ว
ปลากะพงทอดราดน้ำปลา
       และมาลิ้มรสเมนู ปลากะพงทอดราดน้ำปลา (220 บาท) เป็นปลากะพงขนาด 6-7 ขีดนำมาทอดจนเหลืองกรอบ และมีน้ำปลาที่ทางร้านปรุงรสชาติตามสูตรเด็ดเฉพาะราดมาบนตัวปลา ชิมเนื้อปลากรอบนอกนุ่มในออกรสน้ำปลาเค็มๆ หวานๆ และหอม แถมยังมียำมะม่วงให้กินเข้าคู่กันด้วย
ปลาช่อนลุยสวน
       ปลาช่อนลุยสวน (220 บาท) เป็นอีกหนึ่งเมนูปลาขายดีที่ชวนลองลิ้ม ทางร้านเลือกนำปลาช่อนนาขนาด 6-7 ขีด มาทอดกรอบ แล้วมีน้ำราดที่ปรุงรสใส่น้ำพริกเผาและเต็มไปด้วยสารพัดเครื่องเทศอย่าง ตะไคร้ กระเทียม หัวปลี ราดมาบนตัวปลา โรยหน้าด้วยหอมเจียว พริกทอด และถั่วลิสงทอด มาพร้อมกับผักสดต่างๆ ให้กินคู่กับปลาที่เนื้อกรอบนอกนุ่มในชุ่มรสชาติน้ำราดที่เข้มข้นกลมกล่อม
      
       แนะนำมาก็หลายเมนูหลายรสชาติแล้วแต่ว่าก็ยังมีเมนูอื่นๆ ที่ชวนลองลิ้มอีก อาทิ ลาบทอด (80 บาท) ต้มแซบ (60 บาท) กุ้งผัดซอสมะขาม (200 บาท) และอีกหลากหลายอาหารรสเด็ด ที่ชวนให้สั่งมากินคู่กับบรรยากาศแบบพาเพลิน จำเริญใจ เมื่อพากันมาที่ร้าน “ส้มตำเมืองทอง” แห่งนี้
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “ส้มตำเมืองทอง” ตั้ง อยู่ที่ 2847/1 ถ.พัฒนาการ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม. การเดินทางจากถ.ศรีนครินทร์ เลี้ยวขวาเข้าสู่ถ.พัฒนาการ ตรงไปเรื่อยๆ ผ่านซ.พัฒนาการ 53 จะเห็นร้านส้มตำเมืองทองอยู่ด้านซ้ายมือ หน้าหมู่บ้านเมืองทอง 2 โครงการ 3 (อยู่ภายใน สน.ประเวศเก่า ) มีที่จอดรถด้านในร้าน เปิดทุกวัน เวลา 11.00 - 24.00 น. ทางร้านรับจัดงานเลี้ยงในทั้งและนอกสถานที่ โทร. 0-2722-2322, 08-1565-5958, 08-6379-2345, 08-1625-4524, 08-5824-5824