ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

"เล แนม เฟียส์" ตับห่าน อร่อยที่สุดในเมืองไทย/ แม่ช้อยนางรำ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 มิถุนายน 2548 18:07 น.
 โดย...แม่ช้อย นางรำ
“ตับห่านซอสลูกพลัม” (PANFRIED FOIE GRAS WITH PLUMCHUTNEY)
       “ อีชั้นเป็น “นักบริโภคตับห่าน (เป็ด)”
       คู่กับพวก “ปีฟ อีสเตอร์” นักกินเนื้อ
       ขึ้นเหนือล่องใต้ไปยุโรป-อเมริกา
       เป็นต้องเสาะหามาบรรณาการลิ้น ”

      
       นักโภชนาโรมันสมัยนั้นถึงกับเขียนเล่าวิธีการเลี้ยงเป็ดห่าน สำหรับเอามาทำฟัวกราส์ไว้ว่า จะต้องเลี้ยงด้วยลูกมะเดื่อคัดพิเศษ เมื่อได้ตับมายังจะต้องแช่น้ำผึ้งป่าเอาไว้ก่อนที่จะรับประทาน เพื่อเพิ่มความหอมเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น
      
       อย่าแปลกใจนะเจ้าค่ะว่า ทำไมคนโรมันจึงเลี้ยงห่าน
      
       เรื่องนี้มีตำนานว่า คนโรมันเลี้ยงห่านเอาไว้เฝ้าบ้าน เพราะห่านคอรัปชั่นไม่เป็น ไม่เหมือนหมา ขโมยโยนก้อนเนื้อให้ก็ไม่เห่าแล้ว
      
       *****
“ซี่โครงแกะอบซอสมัสตาร์ด” (LAMBRACK UNDER MUSTARD CRUST)
       อีชั้น . . นะตระเวนกินฟัวกราส์มาแล้วหลายประเทศดังในโลก ของฝรั่งเศสเจ้านายไม่ต้องถาม ของอิสราเอลตอนนี้กำลังโด่งดัง แล้วเชื่อมั้ยเจ้าค่ะว่า
      
       ของเวียดนามกำลังตามมา เพราะมีอีตาฝรั่งคนหนึ่งไปตั้งฟาร์มเลี้ยงห่านอยู่ที่ฮานอย
      
       แต่ของอร่อยกลับอยู่ในเมืองไทย
      
       อยู่ที่ห้องอาหารฝรั่งเศสใน “โรงแรมควีนส์ปาร์ค” ที่ชื่อว่า “ เล แนมเฟียส์ ” เรามารู้จักร้านนี้ ชื่อนี้ก่อนดีมั้ยเจ้าค่ะ
เล แนมเฟียส์
       เล แนมเฟียส์ ( LES NYMPHEAS )
      
       ชื่อนี้เป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า “ดอกบัว” แต่ที่โรงแรม
       เอาชื่อนี้มาตั้งก็เพราะมีภายวาดบึงดอกบัว ที่โงดังของจีตรกรฝรั่งเศสชื่อ “โมเน่ต์”
      
       ภาพวาดบึงดอกบัวด้วยสีสรรย์ลีลาที่เรียกว่า “อิมเพราชั่นนิสต์”
       เป็นยุคสมัยที่คนรักศิลปะชอบมากเหมือนฟังเพลงคลาสสิคยุค
       โรแมนติก ภาพบึงดอกบัวที่ประดับประดาในห้องนี้มีถึง 4 รูป
       4 แบบแต่ให้อารมณ์เดียวคือความสงบนิ่งมีสมาธิ
      
       ก็แน่ล่ะเจ้านาย การกินอาหารให้อร่อยจำเป็นต้องมีสมาธิ

เชฟ “นิโคลัส เลคคัส”
       *****
      
       คืนวันนั้น . . ที่อีชั้นพาเพื่อนฝูงนักกินตับห่านทั้งหลาย ทุกท่านก็ลิ้นฉกาจฉกรรจ์ แต่ยังไม่เคยมาลองรับประทาน “ฟัวกราส์” ที่อีชั้นไปยืนยันการันตีว่า อร่อยที่สุดในเมืองไทย
      
       แต่พอไปถึง อีชั้นก็มีอันต๊กกะใจ!! โหมดเลย
      
       เชฟเยอรมันคนที่เคยทำฟัวกราส์ให้อีชั้นรับประทาน พวกเดินทางกลับไปสวิสเซอร์แลนด์เสียแล้ว แต่เรื่องอะไรอีชั้นจะบอกเพื่อนให้รู้ ก็เลนสั่งเจ้าตับห่าน อาหารดังของร้านนี้มาให้เพื่อนลอง กินแล้วอีชั้นอยกจะร้องไห้
      
       เปล่าไม่ได้เสียอกเสียใจผิดหวังแต่อย่างไรหรอกนะเจ้าค่ะเจ้านาย แต่น้ำตามันไหลเมื่อเพื่อนฝูงเขาปรบมือให้ทั้งโต๊ะ แล้วเปล่งเสียงว่า ...”เอ็กซ์ซาเรนเต้”!!
      
       อร่อยจริงๆ เจ้าค่ะ ฝีมือทำฟัวกราส์ของเชฟคนใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า “นิโคลัส เลคคัส” อีชั้นว่าทำอร่อยกว่าคนเก่าเสียด้วยซ้ำ ก็เลยอยากจะเลียนให้เจ้านายไปลองเปิบกันดูจะได้รู้ว่า
      
       คนกรีกนั้นเขาไม่ได้เก่งแค่เล่นฟุตบอล ฟุตบอลเป็นแชมป์ยุโรปเท่านั้นซะเมื่อไหร่ เรื่องอาหารเขาก็เป็นแชมป์เหมือนกัน ทดสอบได้กับนายนิโคลัส กับอาหารจานไหนๆ ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องฟัวกราส์ก็ยัง เอ็กซ์ซาเรนเต้ อร่อยที่สุดเจ้าค่ะ
      
       แม่ช้อยนางรำ
       

       
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ห้องอาหารฝรั่งเศส “เล แนมเฟียส์” โรงแรมควีนส์ปาร์ค สุขุมวิท 22 โทรศัพท์ 0-2261-9300 ต่อ 5938, 5940, 5951 และ 5945


แฮมชีสโครเก็ต



เครื่องปรุงซอสขาว
- ชีสคาร์ฟหั่นเป็นลูกเต๋า 1/3 ถ้วยตวง
- แฮมหั่นเป็นสี่เหลี่ยม 1 ถ้วยตวง
- ถั่วแขกหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าลวกพอสุก 1/3 ถ้วยตวง
- แครอทหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าต้มสุก 1/3 ถ้วยตวง
- มันฝรั่งหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าต้มสุก 1/3 ถ้วยตวง
- หอมใหญ่หั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าผัดพอสุก 1/3 ถ้วยตวง
- ขนมปังแผ่นหั่นหรือฉีก 1 แถว
- น้ำมันพืชสำหรับทอด
- เนย
- ซอสพริกทาบัสโก้
- แป้งสาลี
- เกลือ/พริกไทย
- นมสด
- ชีสขูด
วิธีทำ
1. ตั้งกระทะใส่เนยและแป้งสาลี ผัดแป้งให้สุกแต่ไม่เหลืองเรียกว่า Roux ใส่นมสดลงไปทีเดียว ทั้งหมด คนด้วยไม้ตีไข่จนกระทั่งซอสข้น ใส่ชีสลงไปคนให้เข้ากัน
2. ใส่แฮม ถั่วแขก แครอท มันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ และชีสเข้าด้วยกัน
3. ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย และซอสทาบัสโก้ ชิมรสชาติเค็ม ๆ มัน ๆ ยกลงจากเตาทิ้งไว้ให้เย็น
4. ตักส่วนผสมที่อยู่ในกระทะที่เย็นแล้ว 1 ช้อนโต๊ะพูน ๆ ลงไปใส่ในถาด ที่มีขนมปังที่ฉีก หรือ หั่น แล้วเอาขนมปังมาโปะและห่อหุ้มส่วนผสมของโครเก็ตใช้อุ้งมือประกบให้ส่วนผสม เป็น ก้อนกลม ๆ แน่นและไม่หลุดเมื่อเรียบร้อยแล้วนำไปพักไว้ในถาด ใส่ตู้เย็น
5. เมื่อจะรับประทาน นำกระทะใส่น้ำมันมาก ๆ ตั้งไฟร้อนปานกลาง แล้วนำโครเก็ตที่อยู่ในตู้เย็น มาทอดจนกระทั่งเหลืองและกรอบ ตักออกจากน้ำมันและวางลงบนกระดาษซับมัน เสิร์ฟร้อน ๆ รับประทานกับสลัด


ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube
มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube
Princesssหมึกจีน Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube การ์ตูนตาหวาน Youtube
การ์ตูนผู้หญิง Youtube การ์ตูนจบในตอน Youtube ซีรีย์โรแมนติก Youtube
โรแมนติกคลั่งรัก Youtube การ์ตูนนิยาย Youtube นิยายคลั่งรัก Youtube
ซีรี่ย์คลั่งรรักฟินๆ Youtube การ์ตูนแนวหวานโรแมนติก Youtube โรแมนติกดราม่า Youtube
โรแมนติกคอมมาดี้ Youtube โรแมนติกซีรี่ย์ Youtube พระเอกคลั่งรักฟินๆ Youtube
โรแมนติกฟินๆ Youtube การ์ตูนโรแมนติกคลั่งรัก Youtube สตอรี่คลั่งรักแฟน Youtube
นิยายรักหวาน Youtube นิยายพระเอกคลั่งรัก Youtube พระเอกนางเอกคลั่งรัก Youtube
การ์ตูนตกหลุมรัก Youtube โรแมนติกรักหวานซึ้ง Youtube ช่วงเวลาตกหลุมรัก Youtube

มันบดราดซอสขาวชีสอบ


เครื่องปรุง :-
- มันฝรั่งปอกเปลือกแล้วผ่า 4
6 หัว
- น้ำต้มมัน             พอประมาณ
- นมจืดหรือครีม            
1ถ้วยตวง
- เนย            
6ช้อนโต๊ะ
- ลูกจันทน์บด            
1/4ช้อนชา
- พริกไทยป่น             พอประมาณ
- เกลือ             พอประมาณ
- บร็อคโคลี่ลวก             พอประมาณ
- มอซซาเรลลาชีสชนิดแผ่น            
2แผ่น
- ซอสขาว        พอประมาณ      

วิธีทำ :-1 ต้มมันในน้ำผสมเกลือให้สุก แต่ยังไม่เละ
2
เทน้ำร้อนออกจากหม้อให้หมด แล้วนำมันที่อยู่ในหม้อตั้งไฟต่อ เพื่อทำให้มันแห้งสนิท
3 เมื่อมันไม่มีความชื้นแล้ว ยกออกจากเตา แล้วเอาที่บด บดให้ละเอียด ลักษณะของมัน
ควรจะแห้งคล้าย ๆ แป้ง
4 เมื่อมันละเอียดแล้ว อุ่นนมและเนยในอีกภาชนะหนึ่ง เมื่อเดือดค่อย ๆ เทส่วนผสมของนม
และเนยลงไปในมันบด คนให้เข้ากัน หรือตีให้เข้ากัน
5 จะใส่เนยและนมน้อยหรือมาก แล้วแต่ความต้องการของผู้รับประทาน และความต้องการของ
ลักษณะของมันบด คือว่าถ้าใส่นมน้อยก็จะอยู่ในลักษณะที่แข็ง ถ้าใส่มากก็จะเหลว
6 ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย และลูกจันทน์บด รสชาติของมันบดควรจะมันเหมือนเนยกับนม
และครีมที่มีรสเค็ม ๆ มัน ๆ
7 นำมันบดที่ได้มาปั้นเป็นก้อนกลม ๆ แล้วใส่ลงในภาชนะสำหรับอบ เรียงบร็อคโคลี่ลงไป
ข้าง ๆ มันบด วางชีสแผ่นทับลงไป ราดด้วยซอสขาว นำเข้าเตาอบ ๆ จนหน้าซอสขาวเหลือง
8 ยกออกจากเตาอบ ตักใส่จานเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยเบคอนทอดกรอบ ยกเสิร์ฟร้อน ๆ


ซอสขาว
เครื่องปรุง :-                    
- เนย             3 ช้อนโต๊ะ
- แป้งสาลี             3 ช้อนโต๊ะ
- นมจืด             2 ถ้วยตวง
- มอซซาเรลลาชีส             1 ถ้วยตวง
- เกลือ             พอประมาณ  
- พริกไทย             พอประมาณ  
                     
วิธีทำ :-                    
1 นำเนย และแป้งสาลีมาผัดให้สุก แต่ไม่เหลือง
2 เทนมจืดทีเดียวทั้งหมด ลงไปในส่วนผสมของแป้ง และเนย แล้วใช้ไม้ตีไข่ตีนมให้ผสมกับแป้ง และเนย เร่งไฟ
3 ใช้ไม้พายคนจนกระทั่งนมเริ่มข้น และเดือด ใส่ชีสลงไปรอจนชีสละลายคนให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย

ไทย-บาร์บีคิวซี่โครงหมูอ่อน


เครื่องปรุงสำหรับหมัก
  1. น้ำปลา 1/4 ถ้วย 
  2. น้ำมันถั่วเหลือง 2 ช้อนโต๊ะ 
  3. ซีอิ๋วขาว 2 ช้อนโต๊ะ 
  4. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ 
  5. กระเทียมสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ 
  6. ตะไคร้ ปลอกให้เหลือแต่แกนบาง ๆ ด้านใน 2 ก้าน
  7. ผักชีหั่นหยาบ ๆ 1/4 ถ้วย 
  8. ขิงสด สับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ 
  9. น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
  10. น้ำมันงา 2 ช้อนชา
  11. ซี่โครงหมู 3 ชิ้น หนักชิ้นละประมาณ 1/2 กิโลกรัม

เครื่องปรุงสำหรับน้ำจิ้ม แบบไทย ๆ
  1. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  2. น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ 
  3. ซีอิ๋วขาว 1 ช้อนโต๊ะ 
  4. ซอสศรีราชา 1 ช้อนโต๊ะ หรือ พริกป่น 1 ช้อนชา 
  5. น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ 
  6. กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนชา 
  7. น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา
  8. ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ ๆ 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
  1. เริ่มกันที่ขั้น ตอนการหมักซี่โครงหมูก่อนนะค่ะ นำส่วนผสมสำหรับหมักทั้งหมดผสมในชามคนให้เข้ากัน จากนั้นนำซี่โครงหมูมาเรียงบนจานตื้น ๆ แล้วเทส่วนผสมที่ได้ทำไว้ก่อนหน้านี้ลงไป คลุกเคล้าให้ทั่ว คลุมด้วยพลาสติก หรือใส่ถุงซิปล็อกก็ได้ค่ะ แช่ช่องแข็งค้างคืนไว้
  2. ขั้นตอนการอบซี่โครงหมู: นำซี่โครงหมูที่แช่แข็งออกมาวางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิปกติ 30 นาทีก่อนทำการอบ
  3. ทำให้เตาอบ และ กระทะสำหรับอบร้อนก่อนนะค่ะ โดยตั้งความร้อนของเตาอบไว้ประมาณ 300 อาศาฟาเรนต์ไฮต์
  4. จากนั้นนำ ซี่โครงหมูออกมาจากการหมัก เขย่าเล็กน้อยแล้วนำไปวางในกระทะสำหรับอบ อบทิ้งไว้ประมาณ 45 นาที ถึง 60 นาที ทาน้ำมันที่ซี่โครงหมูเป็นระยะ ๆ จนกว่าจะสุก ให้สังเกตว่าปลายของซี่โครงแต่ละด้านเปิดออกแสดงว่าสุกแล้ว นำออกมาพักไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วแล้วสับเป็นชิ้น สำหรับน้ำจิ้ม ในขณะที่รอการอบ นำส่วนผสมสำหรับทำน้ำจิ้ม เทรวมกันในถ้วย คนจนกว่าน้ำตาลจะละลาย

สปาเกตตี้ปลาเค็ม



ส่วนผสม เส้นสปาเกตตี้ 1/4 หรือ 1/5 ของถุง
น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมทุบ 2 ช้อนโต๊ะ
ผักคะน้า ปลอกเปลือกก้านออก 1/3 ถ้วย
น้ำปลา 2 ช้อนชา
ปลาอินทรีย์เค็มสับ 1ช้อนโต๊ะ
น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล 1/2 ช้อนโต๊ะ
ใบโหระพา 1/3 ถ้วย


วิธีทำ
1. ต้มเส้นสปาเกตตี้ลงจนเส้นอ่อน ยกลง และเทน้ำออก
2. คลุกเคล้าเส้นสปาเกตตี้ที่สุกแล้วกับน้ำพริกเผา ทิ้งไว้สักครู่
3. ผัดกระเทียมกับน้ำมันมะกอกจนเหลือง ใช้ไฟกลางๆ
4. นำปลาอินทรีย์ที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ตามลงไปผัด ประมาณ 1-2 นาที
5. นำเส้นสปาเกตตี้ที่พักไว้ลงผัด ตามด้วยก้านผักคะน้า ผัดจนก้านผักสุก ปรุงรสด้วยน้ำตาลและน้ำปลา
6. ผัดจนกระทั่งเส้นอ่อนนุ่ม แล้วใส่ใบโหระพา
7. ตักใส่จาน เสิร์ฟทันที

โหระพาดอทคอม

แซนด์วิชแฮมกับไส้กรอก



เครื่องปรุง
ขนมปัง 6 แผ่น
 เนยสำหรับทาขนมปัง 1 ช้อนโต๊ะ
ไส้กรอกหมู 3 แผ่น
แฮมหั่นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก 2 แผ่น
น้ำสลัดน้ำข้น 1/3 ถ้วย
ผักกาดหอม 2 ใบ
หอมใหญ่สับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ 
ถั่วแขกลวกสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ 
แครอทลวกสับละเอียดสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ 
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ
1. ตัดขอบขนมปังออกทุกด้าน ทาเนยด้านใดด้านหนึ่งของแต่ละแผ่น
2.
ผสมเครื่องปรุงทั้งหมดให้เข้ากันดี ทาลงบนขนมปังข้างที่ทาเนยไว้
3. ใส่ผักกาดหอม นำขนมปังอีก 1 แผ่นมาประกบ
4. ตัดแบ่งครึ่งตามด้านทแยง (หรือหั่นเป็นชิ้นพอดีคำสำหรับเสริฟในงานปาร์ตี้)
5. ห่อด้วยแผ่นฟิล์มใส
หรือใส่ถุงพลาสติค เพื่อป้องกันขนมปังแห้ง

ซุปแครอท



ครื่องปรุง แครอท 1 หัว
หอมหัวใหญ่สับละเอียดครึ่งถ้วย
เนย 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งสาลี 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำสต็อกผักหรือไก่ 1-1 ถ้วยครึ่ง
นมสดครึ่งถ้วย
น้ำส้มคั้นประมาณครึ่งถ้วย
เกลือ และพริกไทย

วิธีทำ
• นำแครอทมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ บางๆ เก็บไว้ก่อน จากนั้นนำหอมหัวใหญ่ไปผัดกับเนย ใช้ไฟอ่อนๆ ผัดจนหอมหัวใหญ่สุกสีจะใสขึ้น ให้โรยด้วยแป้งสาลีและผัดให้เร็วขึ้นระวังอย่าให้ไหม้ ต่อมาเติมน้ำสต็อกลงไปทีละน้อยผัดให้เข้ากัน ใส่แครอทที่เราหั่นไว้แล้วลงไปแล้วจึงเทน้ำสต็อกให้หมด ต้มทิ้งไว้ด้วยไฟอ่อนๆ จนแครอทนิ่ม วางพักไว้สักครู่
• นำแครอทไปปั่นจนละเอียด เทกลับใส่หม้อ ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย รอให้เดือด แล้วใส่นม ต้มต่อไปอีกสักครู่ยกลงพักให้เย็น ก่อนรับประทานกับน้ำส้มคั้น ตกแต่งด้วยเนื้อและเปลือกส้ม พาร์สลีย์ ให้สวยงาม
สำหรับคุณค่าทางโภชนาการนั้น แครอท ขึ้นชื่อว่าเป็น เจ้าแห่งเบต้าคาโรทีน 1 หัวมีสูงถึง 6,994 ไมโครกรัม ซึ่งงานวิจัยของดร.โรนัลด์ วัตสัน แห่งมหาวิทยาลัยอริโซน่า สหรัฐอเมริกา ได้ทำการวิจัยแล้วพบว่า การรับประทานเบต้าคาโรทีน ประมาณ 30-60 มิลลิกรัมต่อวัน สามารถพิสูจน์ได้ด้วยการทำงานของเม็ดเลือดขาวที่เพิ่มขึ้น โดยการรับประทานแครอทให้มีประสิทธิภาพต่อการกระตุ้นภูมิต้านทานควรรับประทาน วันละ 5-10 หัว นอกจากนี้ แครอท ยังให้สารอาหารอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินซี แคลเซียม และกรดอมิโนอีกหลายชนิด แล้วยังมากไปด้วยพลังงานถึง 337 กิโลแคลอรี่แต่ไม่มีไขมันให้กลุ้มใจ
เสริม อีกนิดถ้าจะให้มากด้วยคุณค่าอาหารถึงที่สุด แครอทที่ใช้ควรจะสด อย่าเก็บไว้นานเพราะจะไม่ทำให้หวาน ทราบอย่างนี้แล้วอย่ารอช้ารีบหามารับประทานโดยไว.

โหระพาดอทคอม 

แซนวิชทอด




เครื่องปรุง
ขนมปังแซนวิชโฮลวีต 10 แผ่น
แฮม 10 แผ่น
ไข่ไก่ ตีพอเข้ากัน 1 ฟอง
มายองเนส 1/4 ถ้วย
ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
ชีส 10 แผ่น
น้ำมันพืช สำหรับทอด 3 ถ้วย
เกล็ดขนมปัง 1 ถ้วย
แป้งสาลี 1/2 ถ้วย

วิธีปรุง
1. ผึ่งขนมปังให้หมาดหรือแห้ง ตัดขอบขนมปังออก ทามายองเนสบนขนมปังให้ทั่วด้านหนึ่ง แล้ววางชีสหนึ่งแผ่นกับแฮมหนึ่งแผ่น
2. จากนั้นนำแผ่นแซนวิชที่ได้วางลงบนพลาสติกใส จับขอบพลาสติกให้เสมอขอบขนมปัง จึงค่อยๆม้วน
3. ม้วนให้กลมแล้วตั้งพักไว้ รอให้อยู่ทรง
4. เมื่อแซนวิชม้วนอยู่ทรง ให้เอาพลาสติกออก แล้วชุบไข่ให้ชุ่ม
5. คลุกเกล็ดขนมปังให้ทั่ว แล้วพักไว้
6. ทอดให้เหลืองทั่วด้วยไฟกลาง ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จาน
โหระพาดอทคอม

มันฝรั่งอบชีส



ส่วนผสม

เนยสด 2 ช้อนโต๊ะ
หอมใหญ่ 1/4 ถ้วยตวง
แป้งสาลี 2 ช้อนชา
นมข้นจืด 1/2 ถ้วยตวง
น้ำเปล่า 1/4 ถ้วยตวง
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
มันฝรั่งทั้งหัว 4 หัว
แฮมหั่นเส้น 1/2 ถ้วยตวง
ชีสขูดฝอย 1/3 ถ้วยตวง
ผักสลัด


วิธีทำ
1. ล้างมันฝรั่งให้สะอาดทั้งเปลือก ห่อด้วยกระดาษฟอยล์ นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 350 F ประมาณ 20 นาที จนมันฝรั่งสุก
2. บีบมันฝรั่งให้แตกออกขณะที่มันฝรั่งอุ่นๆ
3. ใส่เนยสดลงในกระทะพอละลาย ใส่หอมใหญ่ลงผัดให้มีสีเหลืองและมีกลิ่นหอม
4. ใส่แป้งสาลีคนให้เข้ากัน ใส่นมข้นจืด น้ำเปล่า คนให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือป่น พริกไทยป่น ผัดให้เป็นครีมข้น ยกลง
5. ใส่เนยสดเล็กน้อยลงในกระทะ ใส่แฮมลงผัดพอร้อนหรือจะใช้วิธีลวกก็ได้
6. จัดผักสลัดใส่จานให้สวยงาม จัดมันฝรั่งที่อบร้อนลงในจาน ราดหน้าด้วยส่วนผสมซอสขาว (ข้อที่ 4) บนมันฝรั่ง แต่งหน้าด้วยแฮมและชีสขูด จัดเสิร์ฟร้อนๆ

หมายเหตุ
ผักสลัดที่ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วจัดใส่กล่องนำเข้าตู้เย็นแช่ให้ผักเย็น เมื่อนำออกมารับประทานจะได้ผักที่กรอบอร่อย

โหระพาดอทคอม 

ยำเซลเลอรี


เครื่องปรุง
ปลากรอบ 3 ตัว
น้ำมันพืช 2 ถ้วย
ก้านเซลเลอรีหั่นบาง 1 ถ้วย
ข่าอ่อนซอย 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำยำ 2 ช้อนโต๊ะ
หอมแดงเจียว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำยำ(จำนวน1/4ถ้วย)

ถั่วลิสงคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
ข่าซอย 1/2 ช้อนชา
พริกชี้ฟ้าสีแดง 1 เม็ด
กระเทียมปอกเปลือก 7 กลีบ
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
กระเทียมดองซอย 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะครึ่ง
น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ

1. ทำน้ำยำโดยโขลกถั่วลิสง ข่า พริกชี้ฟ้า กระเทียม และเกลือ เข้าด้วยกันให้ละเอียด ตักใส่ถ้วย จากนั้นใส่กระเทียมดอง น้ำปลา น้ำตาล และน้ำมะนาว คนให้เข้ากันดี เตรียมไว้
2. ย่างปลากรอบพอมีกลิ่นหอม แกะเอาก้างออก ฉีกเป็นชิ้นพอคำ ใส่ลงทอดในกระทะน้ำมันร้อนด้วยไฟกลางจนกรอบ ตักขึ้นวางบนกระดาษซับน้ำมัน
3. ใส่เซลเลอรีลงในอ่างผสม ตามด้วยเนื้อปลากรอบ ข่าอ่อน ใส่น้ำยำ เคล้าเบาๆให้เข้ากันทั่ว
4. ตักใส่จาน โรยหอมแดงเจียว เสิร์ฟ

มันฝรั่งสอดไส้


ส่วนผสม
มันฝรั่ง        2 -3   หัว
เนื้อหมูบด        1/2   ถ้วย
แฮมสับ        1 - 2 แผ่น
เบคอนสับ         1   ช้อนโต๊ะ 
หอมหัวใหญ่สับ                   1/2   หัว 
กระเทียมสับ       3   กลีบ  
ซีอิ้วขาว          2   ช้อนโต๊ะ  
น้ำตาล         1/2  ช้อนชา          
เนย        2   ช้อนโต๊ะ
พริกไทย
ผักชีหั่นฝอย 
วิธีทำ 1. นำมันฝรั่งที่ล้างทำความสะอาดเปลือกแล้ว มาปาดด้านบน คว้านเอาเนื้อตรงกลางออก ให้เหลือความหนารอบๆ สัก 1 นิ้ว ส่วนเนื้อที่คว้านออกนั้น อย่าทิ้ง ให้นำไปหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ แล้วพักไว้

2. ตั้งกระทะใส่เนย เติมหอมหัวใหญ่ลงผัดในกระทะ จนมีกลิ่นหอม แล้วจึงใส่เบคอนสับลงไปผัดด้วยกัน จะช่วยเพิ่มความหอมให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น จากนั้น นำเนื้อหมูบด แฮมสับ และมันฝรั่งที่หั่นเป็นชิ้นไว้ ลงผัดรวมกันในกระทะ

3. ปรุงรสด้วย ซีอิ้วขาว น้ำตาลทราย พริกไทย ผัดจนเครื่องปรุงสุกได้ที่ แล้วยกขึ้นใส่ชามพักไว้ จากนั้นให้นำไปใส่ในมันฝรั่งที่เตรียมไว้ให้เต็ม และนำเนยมาทาบนผิวมันฝรั่งจนทั่ว จัดวางในภาชนะสำหรับเข้าเตาอบ ใช้ไฟกลาง เมื่อครบ 10 - 15 นาที ก็ยกออกจากเตา  ยกเสิร์ฟร้อนๆ รับประทานได้ทันทีค่ะ

เนื้อปูอบชีส



เครื่องปรุง
เนื้อปูก้อน 60 กรัม
หอมใหญ่ 1 หัวเล็ก
เห็ดฟางดอกใหญ่ตูม 4 ดอก
ไข่ไก่ 1 ฟอง
นมจืดระเหย 2 ถ้วย
แป้งสาลี 2 ช้อนโต๊ะ
เนยจืด
เกลือ
พริกไทย
เนยแข็ง
mozzarella ขูดครึ่งถ้วย

วิธีเตรียม : นำหอมใหญ่ เห็ดฟาง มาสับให้ละเอียด ไข่ไก่ต่อยใส่ชามแยกใช้เฉพาะไข่แดง ใส่ลงในชามนมแล้วตีจนเข้ากันเตรียมไว้

วิธีทำ:

1. ตั้งกระทะแบนบนไฟกลาง รอจนกระทะร้อนแล้วใส่เนยจืดลงไปจนละลาย
2. ใส่หอมหัวใหญ่สับลงผัดจนสุกหอม ใส่เห็ดฟางสับตามลงไปผัดด้วยกันจนสุก ใส่เนื้อปูลงไปผัดคลุกเข้าด้วยกันจนหอม
3. นำนมผสมไข่แดงขึ้นตั้งไฟกลางๆ ใส่แป้งสาลีลงไปคนตลอดเวลาจนเริ่มนมเริ่มเดือดปุดๆ ใส่เนื้อปูที่ผัดพร้อมเครื่องลงไปคนเบา
4. ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย ชิมให้รสเค็มนิดๆเท่านั้น ผัดไปเรื่อยๆจนข้นได้ที่ ยกลงแล้วตักใส่ในถ้วยกระเบื้อง โรยหน้าด้วย เนยแข็ง mozzarella ขูด
5. นำไปอบที่ไฟอุณหภูมิ 250 องศาประมาณ 3 นาที ดูว่าหน้าชีสเริ่มเดือดปุดๆ มีสีน้ำตาลทอง หอมเนยสุก เป็นอันใช้ได้
      
TIPS: เวลาเลือกเนื้อปู ต้องเป็นเนื้อปูก้อนสีขาวใหม่เท่านั้น จึงจะหอมและเนื้อไม่ยุ่ย อย่าซื้อเนื้อปูค้างหลายวันที่มีกลิ่นแรง เพราะเมื่อนำไปผัดจะได้กลิ่นคาวแรงไม่น่ากิน อาหารจานนี้เหมาะกับเด็กๆที่กินยาก จะชอบมาก มีประโยชน์ทางโภชนาการมาก

กุ้งทอดราดครีมชีส




เครื่องปรุง
กุ้งนาง 1/2 กิโลกรัม
กุ้งขาวกลาง 150 กรัม
แป้งทอดกรอบ 100 กรัม
ไข่ไก่ 2 ฟอง
แป้งมัน 30 กรัม
น้ำมันสลัด 100 มิลลิลิตร
นมข้นหวาน 50 กรัม
พริกไทยและเกลือ
ผักสลัดตามชอบ เช่น ผักกาดแก้ว มะเขือเทศ พริกยักษ์เขียวและกะหล่ำปลีม่วง

วิธีทำ
1. นำกุ้งผ่าหลัง ปรุงรสชาติให้หอมด้วยพริกไทยและเกลือเล็กน้อย
2. นำไปเสียบไม้ให้ตัวยืดตรง
3. ผสมแป้งทอดกรอบกับน้ำตามสัดส่วน จากนั้นนำกุ้งที่เสียบไว้มาชุบแป้ง นำไปทอดในน้ำมันร้อนให้กุ้งเหลืองพองามแล้วตักขึ้น
4. เตรียมครีมชีสด้วยการตีไข่แดงกับน้ำมันสลัดให้ขึ้น แล้วใส่นมข้นหวานลงไปให้ได้รสชาติหวานมัน
5. เสิร์ฟด้วยการเรียงไว้ในตะกร้าหมดทุกอย่างทั้งผักสด กุ้งและครีมชีส

บราวน์สต๊อก


สำหรับสเต็กค่ะ

ส่วนผสม
กระดูกวัวสับท่อนสั้น 3 กิโลกรัม
น้ำมันมะกอก 1/4 ถ้วย
น้ำ (5 ลิตร) 20 ถ้วย
เนยสดชนิดจืด 2 ช้อนโต๊ะ
หอมใหญ่หั่นชิ้น 1 หัว
แครอทหั่นชิ้น 200 กรัม
เซเลอรี่หั่นชิ้น 100 กรัม
ซอสมะเขือเทศเข้มข้น (tomato paste) 2 ช้อนโต๊ะ
ก้านพาร์สเลย์ 3-4 ก้าน
ใบกระวาน 2-3 ใบ
พริกไทยดำ 2 ช้อนชา

วิธีทำ
1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส เตรียมไว้
2. ล้างกระดูกวัวให้สะอาด ซับน้ำให้แห้ง พักไว้
3. ใส่น้ำมันมะกอกลงในถาดสำหรัยอบ นำถาดเข้าเตาอบ อบจนร้อนจัด ใส่กระดูกวัว อบจนกระดูกมีสีน้ำตาล แล้วน้ำไปใส่ลงในหม้อ ใส่น้ำ ยกขึ้นตั้งไฟกลาง พอเดือดลดเป็นไฟอ่อน เคี่ยวนาน 1 -1 1/2 ชั่วโมง
4. พอครบเวลาเคี่ยวกระดูกให้ตั้งกระทะเนยบนไฟกลาง พอเนยละลายใส่หอมใหญ่ แครอท เซเลอรี และซอสมะเขือเทศเข้มข้น
5. ผัดจนเข้ากันทั่วและผักมีสีน้ำตาล ปิดไฟ ตักใส่หม้อกระดูกที่เคี่ยว ใส่ก้านพาร์สเลย์ ใบกระวาน และพริกไทยดำ เคี่ยวไฟอ่อนต่ออีก 1 - 1 1/2 ชั่วโมง หรือจนน้ำสต๊อกมีสีน้ำตาล ปิดไฟ กรองเอาแต่น้ำ

สเต็กเนื้อพริกไทยดำ




ส่วนผสม

เนื้อวัวส่วนสะโพก (top round) ชิ้นหนา 1 นิ้ว (ชิ้นละ 200 กรัม) 2 ชิ้น
น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยดำบดใหม่ๆ 1 ช้อนชา
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
เนยสดชนิดจืด 3 ช้อนโต๊ะ
หอมแดงสับละเอียด 1/3 ถ้วย
วิสกี้ 3 ถ้วย
บราวน์สต๊อก ดูวิธีทำ 1/4 ถ้วย
ครีมข้น 1/3ถ้วย
กระทะเหล็กแบบมีร่อง
เฟรนช์ฟรายทอดและผักปวยเล้งผัด
ออริกาโนสดสำหรับตกแต่ง

วิธีทำ
1. ล้างเนื้อ ซับน้ำให้แห้ง ทุบด้ยค้อนทุบเนื้อบนหน้าตัดของเนื้อพอนุ่ม หมักกับน้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ และพริกไทยดำ 1/2 ช้อนชา ในตู้เย็นช่องธรรมดา 30 นาที
2. ตั้งกระทะน้ำมันมะกอกที่เหลือบนไฟกลางจนร้อน (ทดสอบโดยหยดน้ำลงไป ถ้าน้ำเต้งขึ้นมานทีถือว่าใช้ได้) โรยเกลือ 1/4 ช้อนชา บนเนื้อที่หมักให้ทั่ว แล้วใส่แน้อทั้งชิ้นลงทอดด้านละประมาณ 1-2 นาที (เนื้อที่ได้จะมีลักษณะสุกด้านนอกแต่ข้างในยังแดงหรือมีรอยไหม้เล็กน้อย) ปิดไฟ ตักใส่จาน พักไว้
3. ทำซอสโดยตักน้ำมันที่เหลือในกระทะทอดเนื้อ แล้วใส่เนย 2 ช้อนโต๊ะ เปิดไฟกลาง พอเนยละลายใส่หอมแดงผัดจนสุกนุ่ม ใส่วิสกี้ คนพอทั่ว พอเดือดใส่
บราวน์สต๊อก ครีมข้น และเนยที่เหลือ เคี่ยวพอเนยละลายและมีกลิ่นหอม ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยที่เหลือ คนให้ทั่ว ปิดไฟ
4. วิธีจัดเสิร์ฟ วางเฟรนช์ฟรายทอดและผักปวยเล้งผัดที่หัวจสาน วางชิ้นสเต็กเนื้อ ตักซอสที่ทำใส่ ตกแต่งด้วยออริกาโนสด เสิร์ฟร้อนๆ

สเต็กหมูบราวน์ซอส




ส่วนผสม
เนื้อหมูติดกระดูก (พ็อคชอพ) 1 ชิ้น
น้ำมันมะกอก 1-2 ช้อนโต๊ะ
แครอท 1/2 หัว
บร็อกโคลี 3-4 ช่อ
ถั่วหวาน 5 ฝัก
พาร์สเล่สับ 1 ช้อนชา
พริกไทยป่น, เกลือป่น เล็กน้อย
ผักสลัดตามชอบ
บราวน์ซอส

วิธีทำ
1. ลวกแครอท บร็อกโคลี ถั่วหวาน พอสุกตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำแล้วนำลงผัดกับน้ำมันมะกอก ตักขึ้น
2. โรยเกลือป่น พริกไทยป่น พาร์สเลสับบนชิ้นหมู นำลงกริลล์ในกระทะที่มีน้ำมันมะกอกเล็กน้อย พอสุกตักขึ้น
3. จัดเสิร์ฟคู่กับผักลวกน้ำมันมะกอก ผักสลัด ราดด้วยบราวน์ซอส

ส่วนผสมบราวน์ซอส (Brown Sauce)
กระดูกวัว - เศษเนื้อวัว 1 กิโลกรัม
น้ำมันพืช 1/4 ถ้วยตวง
หอมใหญ่สับหยาบ 1/2 ถ้วยตวง
แครอทสับหยาย 1/2 ถ้วยตวง
ก้านขึ้นฉ่ายฝรั่งสับหยาบ 1/4 ถ้วยตวง
ก้านผักชีฝรั่งหั่นหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งสาลี 2-3 ช้อนโต๊ะ
เนื้อมะเขือเทศเข้มข้น (Tomato Paste) 2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยดำ 1 ช้อนโต๊ะ
โรสแมรี่ 1 ช้อนชา
ใบกระวาน 3-4 ใบ
ไทม์ 1/2 ช้อนชา
น้ำสต๊อกสีน้ำตาล 10 ถ้วยตวง
ครีมข้น 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น
พริกไทยป่น

วิธีทำ1. อบกระดูกวัวและเศษเนื้อวัวให้เหลืองเข้มเป็นสีน้ำตาล
2. ผัดหอมใหญ่ แครอท ก้านขึ้นฉ่ายและก้านผักชีฝรั่งกับน้ำมันพืช พอผักเริ่มนิ่มใส่แผ้งสาลีผัดด้วยไฟอ่อนให้แป้งเป็นสีน้ำตาล ใส่เนื้อมะเขือเทศเข้มข้นผัดต่อจนกระทั่งแห้งและมีสีน้ำตาลเข้มขึ้น ใส่พริกไทยดำ โรสแมรี่ ใบกระวาน ไทม์ กระดูกวัวและเศษเนื้อวัวที่อบไว้ ผัดให้เข้ากัน เติมน้ำสต๊อกเคี่ยวต่อจนกระทั่งงวดเหลือประมาณ 2 1/2 -3 ถ้วยตวง ยกลงกรองเอาเฉพาะน้ำซอส จะได้ซอสสีน้ำตาลข้นๆ
3. นำซอสที่ได้ขึ้นตั้งไฟอีกครั้ง ปรุงรสด้วยเกลือป่น พริกไทยป่นและครีมข้น
4. จัดเสิร์ฟกับสเต็กหมู

ที่มา :: นิตยสาร แม่บ้าน

ปล. ไม่มีวิธีทำสเต็กเลยอ่ะค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ เอาเป็นว่า เป็นวิธีทำน้ำซอสสำหรับสเต็กก็แล้วกันนะคะ

ผักโขมอบชีส




ส่วนผสม
ผักโขม 120 กรัม
มอสซาเรลลาชีส 30 กรัม
เกลือ  0.5 กรัม
พริกไทยดำบด  0.5 กรัม
กระเทียมสับ  1 กรัม
หอมใหญ่สับ  1 กรัม
น้ำมันมะกอก 1 ออนซ์
วิปปิ้งครีม 2 ออนซ์

วิธีเตรียมผักโขม
นำ ผักโขมไปต้มในน้ำเดือดจัด วิธีสังเกตว่าผักโขมได้ที่หรือไม่ก็คือ ลองบี้ก้าน ถ้าก้านเละแสดงว่าได้ที่แล้ว จากนั้นจึงนำไปแช่ในน้ำเย็นให้อยู่ตัวแล้วพักไว้
วิธีทำ 1. เทน้ำมันมะกอกลงในกระทะโดยตั้งไฟให้ร้อน จากนั้นนำหอมใหญ่สับและกระเทียมสับไปผัดให้เหลืองหอม ประมาณ 3 นาที
2. นำผักโขมที่พักไว้ลงไปผัดปรุงรสด้วยเกลือ, พริกไทย และวิปปิ้งครีมเล็กน้อย คนให้เข้ากัน
3. นำผักโขมที่ผัดเรียบร้อยอัดใส่พิมพ์ โรยหน้าด้วยมอสซาเรลลาชีส และพาเมซานชีส จากนั้นนำไปอบจนชีสเหลืองกรอบพร้อมเสิร์ฟร้อนๆ ได้ในทันที

สูตรลับ..น้ำสลัด




สลัด..อาหาร จานเบาๆที่คลุกเคล้ากับน้ำสลัดรสชาติกลมกล่อม เป็นเมนูโปรดสำหรับคนรักสุขภาพ ซึ่งเคล็ดลับในการรับประทานสลัดให้อร่อย อยู่ที่รสชาติของส่วนผสมที่นำมาปรุง
- น้ำมันมะกอก ( Olive Oil) ให้รสชาติที่นุ่มนวลกลมกล่อม มีกลิ่นหอม
- น้ำส้มสายชู ( Vinegars ) ให้รสเปรี้ยว ที่เหมาะกับการทำน้ำสลัดก็คือ White Wine Vinegars
- แคปเปอร์ ( Capers ) เป็นดอกตูมของไม้พื้นเมืองทางแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีรสชาติเข้ม
- มัสตาร์ด ( Mustard) ทำให้น้ำ น้ำมัน และน้ำส้ม ผสมเข้ากันเร็ว แต่ไม่เป็นที่นิยาใช้เท่าไรนัก
- ผลมะกอก ( Olives ) เป็นสิ่งสำคัญขาดไม่ได้เลยทีเดียว นิยมใช้ทั้งมะกอกดำและเขียว

ทราบกันไปแล้วกับสูตรลับ..น้ำสลัดรสเยี่ยม ถ้าหากคุณจะลงมือปรุงน้ำสลัดรสชาติกลมกล่อมรับประทานเอง ก็คงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว

น้ำสลัดผลไม้
เครื่องปรุง
น้ำส้มคั้น 2 ถ้วย
เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
น้ำมันพืช 2 ถ้วย

วิธีทำ
ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในขวด เขย่าให้เข้ากัน




น้ำสลัดเธาซั่นไอส์แลนด์
เครื่องปรุง
น้ำสลัดน้ำข้น 1 1/2 ถ้วย
ไข่ต้มสับ 1 ลูก
แตงกวาดองสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
หอมหัวใหญ่สับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสพริก 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา
พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา

วิธีทำผสมเครื่องปรุงทั้งหมดเข้าด้วยกัน ตักใส่ถ้วยน้ำจิ้ม

น้ำสลัดใสญี่ปุ่น
เครื่องปรุง
แครอทซอย 250 กรัม
หอมใหญ่ซอย 500 กรัม
กระเทียมกลีบใหญ่ซอย 50 กรัม
น้ำส้มสายชู 1 1/4 ถ้วย
น้ำตาลทราย 4 ถ้วย
ซอสมะเขือเทศ 1/2 ถ้วย
พริกไทยป่น 1 ช้อนโต๊ะ
มัสตาร์ดผง 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันสลัด 5 ถ้วย

วิธีทำ
ใส่เครื่องทุกอย่างลงในโถปั่น ปิดฝา ปั่นเข้าด้วยกันจนละเอียด หรือปั่นแครอทเป็นชิ้นเล็กๆก็ใช้ได้ เทใส่ขวด ปิดฝา เก็บเข้าตู้เย็น

เม็กซิกันมายองเนส
เครื่องปรุง
น้ำสลัดน้ำข้น 1 ถ้วย
ซอสพริกชนิดเผ็ดกลาง 3 ช้อนโต๊ะ
ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสเปรี้ยว 1 ช้อนชา
ใบยี่หร่าสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
หอมแดงสับละเอียด 1 ช้อนชา
เกลือป่น 1 ช้อนชา
พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
ผสมเครื่องปรุงทั้งหมดเข้าด้วยกัน คนเบาๆ ใส่ลงหม้อ ปิดฝาแช่ให้เย็นในตู้เย็น

บาร์บีคิวปลาดาบ


ส่วนผสมหลัก
ปลาดาบ 900 กรัม
เนยละลาย 1 ช้อนโต๊ะ


ส่วนผสมสำหรับหมัก
น้ำเลมอน 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำส้มคั้น 4 ช้อนโต๊ะ
ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนโต๊ะ
มะเขือเทศที่เคี่ยวแล้ว 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
ออริกาโน 1 ช้อนชา
ผักชีฝรั่งสด 2 ช้อนชา
พริกไทยดำ

วิธีหมัก
ผสมส่วนผสมสำหรับหมักทั้งหมดในถ้วยใบใหญ่ คนให้เข้ากัน แล้วนำปลามาหมักอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ให้กลับชิ้นปลาเมื่อครบชั่วโมง

เตรียม เตาสำหรับย่างบาร์บีคิว เมื่อถ่านเริ่มคุ ให้นำเนยมาทาตะแกรงให้ทั่วแล้ววางปลาลงไป ทาด้วยน้ำที่หมัก ย่างประมาณ 5 นาที จึงกลับด้านและทำเช่นเดิม

เมื่อปลาสุก ผิวจะเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆและเนื้อแน่น จัดเรียงปลาลงบนจานแล้วให้พรมน้ำหมักลงไปบนชิ้นปลา เสิร์ฟ

“แกงจืดหน่อไม้” ซดร้อนๆ หอมกรุ่นในหน้าฝน/กุ๊กเล็ก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 21 กรกฎาคม 2554 13:25 น.
 โดย : กุ๊กเล็ก


       เข้าหน้าฝนแบบนี้ ตามตลาดก็มักจะเห็นผักผลไม้ประจำฤดูถูกนำออกมาวางขาย ที่เห็นชัดๆ ก็คงจะเป็น “หน่อไม้” ที่จะเห็นกันได้เฉพาะหน้าฝนแบบนี้ และนอกจากวางขายกันตามตลาดแล้ว ตามร้านขายข้าวแกงก็ยังนำเอาหน่อไม้มาดัดแปลงเป็นเมนูต่างๆ อย่างหลากหลาย
      
       ส่วนเมนูง่ายๆ ที่ “กุ๊กเล็ก” จะทำจากหน่อไม้ก็คือเมนู “แกงจืดหน่อไม้” ที่มีส่วนผสมไม่มากนัก แถมยังทำได้ง่าย ใช้เวลาไม่นานก็ได้ซดน้ำซุปร้อนๆ พร้อมกับหน่อไม้อ่อนๆ หอมอร่อย
      
       ส่วนผสมมีดังนี้
       หน่อไม้สด 2 หน่อ (ขนาดกลางๆ)
       สะโพกไก่ 1/2 กิโลกรัม
       เห็ดหอมแห้ง 5 ดอก
       เกลือ 1/2 ช้อนชา
       ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
       พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
       ผักชีสำหรับโรยหน้า
       น้ำเปล่า
      
       วิธีทำ เริ่มจากนำเห็ดหอมแห้งมาแช่น้ำจนนิ่ม จากนั้นเอาขึ้นจากน้ำพักไว้ก่อน (ถ้าเห็ดหอมดอกใหญ่ให้หั่นครึ่ง) หน่อไม้สดปอกเปลือกนอกออก หั่นเป็นชิ้นบางๆ ขนาดพอคำ แล้วนำไปต้มในน้ำเดือด ทิ้งไว้สักครู่แล้วปิดไฟ ยกลงจากเตา เทน้ำที่ต้มทิ้งไปเพื่อไม่ให้แกงจืดมีรสขม นำน้ำใส่หม้อแล้วยกขึ้นตั้งไฟปานกลาง ใส่สะโพกไก่ ต้มจนสุก หมั่นช้อนฟองออก จากนั้นใส่หน่อไม้ เห็ดหอม ปรุงรสใส่เกลือและซีอิ้วขาว เคี่ยวต่อไปเรื่อยๆ โดยใช้ไฟอ่อน ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นปิดไฟ โรยพริกไทยป่นและผักชี ตักใส่ถ้วยแล้วยกเสิร์ฟได้เลย
 ผู้จัดการออนไลน์

“ยำมะเขือยาว” อร่อยเบาๆ แต่จัดจ้าน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 สิงหาคม 2554 16:01 น.โดย : กุ๊กเล็ก


       มื้อนี้ “กุ๊กเล็ก” อยากจะทำเมนูอร่อยจัดจ้านแต่อิ่มเบาๆ สบายท้องดูบ้าง แต่ตำรับของ “กุ๊กเล็ก” นั้นต้องทำง่ายอยู่แล้ว ก็เลยเลือกเมนู “ยำมะเขือยาว” มานำเสนอกันให้ลองชิม
      
       ส่วนผสมมีดังนี้
       มะเขือยาว 2-3 ลูก
       ไข่ไก่ต้ม 2 ฟอง
       หอมแดง 2 หัว
       หมูสับ 50 กรัม
       พริกขี้หนู 4 เม็ด
       น้ำปลา 1 ½ ช้อนโต๊ะ
       น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
       น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
      
       วิธีทำเริ่มจากนำมะเขือยาวมาตัดขั้วออก แล้วนำไปเผาจนสุก (ระวังอย่าให้ไหม้) แล้วลอกเปลือกออก หั่นมะเขือยาวเป็นท่อนๆ พักใส่จานไว้ นำหมูสับไปลวกจนสุก นำพริกขี้หนูมาซอย และนำหอมแดงมาซอยบางๆ ทำน้ำยำโดยผสมน้ำตาล น้ำปลา และน้ำมะนาวเข้าด้วยกัน (เพิ่มเติมรสชาติได้ตามชอบ) ใส่พริกขี้หนูและหอมแดงที่เตรียมไว้ ใส่หมูสับที่ลวกสุกแล้ว ตักใส่ถ้วยเล็กๆ เสิร์ฟพร้อมกับมะเขือยาวในจาน และไข่ต้มเพิ่มโปรตีนให้กับเมนูอร่อยในมื้อนี้
ผู้จัดการออนไลน์

อิ่มอร่อยยกครัวกับเมนู “ข้าวมันไก่”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 สิงหาคม 2554 14:35 น.
โดย : กุ๊กเล็ก


       อาหารจานเดียว เป็นอาหารประเภทที่เลือกกินกันบ่อยๆ เพราะสะดวก รวดเร็ว โดยเฉพาะมื้อกลางวนที่ต้องรีบเร่งกลับไปทำงานต่อ แต่ถึงเป็นในวันหยุดสบายๆ แบบนี้ “กุ๊กเล็ก” ก็ยังอยากกินอาหารจานเดียวอยู่ดี อย่างเมนู “ข้าวมันไก่” ซึ่งเป็นอีกเมนูหนึ่งที่ไม่ได้ทำยากมากนัก แต่ก็อร่อยกันได้ทั้งบ้าน
      
       ส่วนผสมมีดังนี้
       เนื้อไก่ 800 กรัม (จะใช้เนื้ออก หรือสะโพกก็ได้ตามชอบ)
       ข้าวสาร 3 กระป๋อง
       เกลือป่น 2 1/2 ช้อนชา
       ขิงฝานเป็นแว่น 6 แว่น
       รากผักชี 4 ราก
       กระเทียมสับ 3 ช้อนโต๊ะ
       ฟัก 1/2 ลูก (ขนาดกลาง)
       น้ำเปล่า
       น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
      
       ส่วนผสมน้ำจิ้ม
       ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
       เต้าเจี้ยว 2 ช้อนโต๊ะ
       ซีอิ้วดำ 1 ช้อนชา
       น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
       น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ
       ขิงสับ 3 ช้อนโต๊ะ
       กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
       พริกสด 2 เม็ด
      
       เริ่มต้นที่การนำเนื้อไก่มาล้างให้สะอาด จากนั้นนำลงไปต้มกับน้ำเปล่าจนสุก โดยใช้ไฟอ่อนเพื่อไม่ให้น้ำซุปขุ่น นำข้าวสารมาซาวน้ำจนสะอาด แล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นนำกระทะขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำมันพืชลงไป รอจนร้อน แล้วใส่กระเทียมลงไปเจียวให้หอม ใส่ข้าวสารที่ซาวแล้วลงไปผัดให้เข้ากัน จากนั้นปิดไฟ เทใส่หม้อหุงข้าว ใส่ขิงฝานเป็นแว่นลงไป ใส่เกลือป่นประมาณ ½ ช้อนชา แล้วใส่น้ำซุปที่ได้จากการต้มเนื้อไก่ลงไปกะให้ปริมาณพอเหมาะ ให้หุงข้าวออกมาแล้วไม่นิ่มหรือร่วนจนเกินไป หุงข้าวจนสุก ส่วนน้ำซุป ให้ตักไก่ออกพักไว้ น้ำซุปที่เหลือใส่รากผักชีลงไป ใส่ฟักที่ปอกเปลือกและหั่นเป็นชิ้นแล้วลงไป ปรุงรสด้วยเกลือประมาณ 2 ช้อนชา ต้มต่อไปจนฟักนุ่มดี จึงปิดไฟ
      
       ส่วนน้ำจิ้ม นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมกัน แล้วคนจนน้ำตาลละลายดี เวลาเสิร์ฟ ตักข้าวมันใส่จาน นำเนื้อไก่มาสับเป็นชิ้น โดยหน้าด้วยผักชี เคียงด้วยแตงกวา เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มข้าวมันไก่ และน้ำซุปร้อนๆ ก็อิ่มอร่อยกันไปได้อีกหนึ่งมื้อ
ผู้จัดการออนไลน์

“ซุปหางวัว” ครบรสฉบับฮาลาล

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 2 กันยายน 2554 08:31 น.
 โดย : กุ๊กเล็ก


       สำหรับความอร่อยในมื้อนี้ “กุ๊กเล็ก” ขอเอาใจคนที่ชอบลิ้มรสความอร่อยในแบบฉบับอาหารฮาลาล ในเมนูที่มีชื่อว่า “ซุปหางวัว” ซึ่งได้สูตรความอร่อยมาจาก โรงแรมใบหยกสกาย
      
       การที่จะทำซุปหางวัวชามนี้ให้อร่อยนั้นต้องเริ่มจากการเลือกหางวัว ที่ติดมันและเนื้อนุ่ม ซึ่งจะทำให้รสชาติแทรกซึมเข้าไปได้ง่าย ปรุงน้ำซุปให้เข้มข้น และใส่เครื่องเทศกลิ่นหอม เพื่อให้ได้รสชาติครบถ้วนกลมกล่อม
      
       ส่วนผสมมีดังนี้
       หางวัว 1 กิโลกรัม
       เนยอินเดีย 150 กรัม
       ลูกกระวาน 4 เม็ด
       กานพลู 3 ดอก
       อบเชย 3 ชิ้น
       หอมใหญ่สับ 150 กรัม
       กระเทียมสับ 100 กรัม
       ขิงแก่หั่นแว่น 8-10 แว่น
       หอมเจียว 1 ถ้วย
       น้ำซุป 10 ถ้วย
       เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
       ลูกผักชีป่น ½ ช้อนโต๊ะ
       ยี่หร่าป่น ½ ช้อนชา
       ผงขมิ้น ½ ช้อนชา
       มันฝรั่งหั่นแว่นหนา 2 หัว
       มะเขือเทศสีดา 3 ลูก
       หอมใหญ่หั่นชิ้นใหญ่ 3 ลูก
       น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
       พริกขี้หนูแดง 1 ช้อนโต๊ะ
       ต้นหอมตัดท่อน ½ ถ้วย
       ขึ้นฉ่ายตัดท่อน ½ ถ้วย
       รากผักชี 5 ราก
      
       วิธีทำเริ่มต้นจากล้างหางวัวให้สะอาดแล้วสับเป็นชิ้นตามข้อ ใส่ลงในหม้อเติมน้ำให้ท่วม เปิดไฟกลาง ต้มจนน้ำเดือดแล้วปิดไฟ เทน้ำทิ้ง จากนั้นก็ให้เติมน้ำอีกครั้ง เปิดไฟกลางค่อนข้างอ่อน เคี่ยวต่อไปเรื่อยๆ จนสุกนุ่ม
      
       ตั้งหม้ออีกใบใช้ไฟกลาง ใส่เนยอินเดีย ลูกกระวาน กานพลู อบเชย หอมใหญ่ กระเทียม ขิง แล้วผัดให้หอม จากนั้นใส่หางวัวที่เคี่ยวเปื่อยนุ่มแล้วลงไป ใส่หอมเจียว เติมน้ำซุปลงไปแล้วเคี่ยวอีกสักครู่ จากนั้นใส่รากผักชี มันฝรั่ง หอมใหญ่ และมะเขือเทศ เคี่ยวจนมันฝรั่งสุกดี ใส่ขึ้นฉ่าย ต้นหอมแล้วปิดไฟ ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว เกลือ และพริกขี้หนูบุบ โรยหน้าด้วยหอมเจียว ตักใส่ถ้วยแล้วยกไปเสิร์ฟร้อนๆ ได้ทันที
 ผู้จัดการ Online