ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

เปิบ...ลูกนกพิราบราดน้ำมัน ที่ “กวางโจว”/แม่ช้อย นางรำ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 2 พฤษภาคม 2548 14:59 น.
โดย...แม่ช้อยนางรำ
ลูกนกเนี่ยะ !! ตัวโตราวกับแม่ไก่
       “กินอาหารจีนให้อร่อย ต้องไปกินที่กวางโจว
       เดือนที่แล้ว อีชั้นโผล่ไปกินตามโผคนที่นั่น
       พบ “ลูกนกพิราบราดน้ำมัน” อร่อยกว่าฮ่องกง”

      
       มัน...ก็เหมือนคำพูดเก่าพันปี ที่คนจีนพูดกันว่า
       “เมืองสวยหางโจว สาวสวยซู่โจว อาหารอร่อย (ไม่ใช่สวยนะเจ้าคะ) กวางโจว และป่าสวยหลิวโจว”
      
       เมื่อเดือนที่แล้ว อีชั้นก็เลยไปกวางโจว
      
       นี่ไม่ใช่เป็นการไปครั้งแรกนะเจ้านาย เป็นครั้งที่ร้อยแล้วเห็นจะได้
      
       ไปตั้งแต่สมัย “เหมาเจ๋อตุง” ยังไม่ตาย ไปจนกระทั่ง “โป๊ป วาติกัน” ตายไปแล้ว
      
       เหตุผลกลไกที่จะต้องไปเมืองนี้ มีประการเดียวเจ้าค่ะ
      
       คือไปกิน ไปเปิบ ไปรับประทานเจ้าค่ะ
8.8 หยวน ที่ติดหน้าตู้โชว์ ราคานกใช่หรือไม่ เสียใจตอบไม่ได้...อีชั้นไม่ได้เป็นคนจ่ายตังค์
       เรื่องนี้มีอยู่ว่า
      
       อีชั้นไปได้โผมาจากเพื่อนกวางตุ้งอยู่ที่นั่นคุยว่า
      
       
“นกพิราบทอดที่คนไทยชอบกินกัน อร่อยที่สุดในเมืองจีน ไม่ใช่นกพิราบที่ร้านหลงหวาบนภูเขาที่เขตซาถิ่นเมืองฮ่องกง”
      
       “เฮ้ย !! เป็นไปได้ยังไง ก็อั๊วกินมาเกือบห้าสิบปี มันก็ยังอร่อยดีอยู่นี่หว่า” อีชั้นเถียงเจ้าเพื่อนจีนคอเป็นเอ็น
      
       “เป็นไปได้แล้วอาเจ๊ นักกินนกพิราบทั่วเมืองจีนเขาสรุปเหมือนกันว่า นกพิราบอร่อยต้องไปกินที่กวางโจว”
      
       “เอ้า !! โจวก็โจว อั๊วจะได้ไปเจี๊ยะ !!”
ที่นี่เสิร์ฟด้วยถาดไม้ ถาดละหนึ่งตัวชัวร์ปึ๊ก !!
       แล้วอีชั้นก็รวบรวมสมัครพรรคพวก ที่เป็น “นักเปิบพิสดาร” ระดับอัครฐาน (หมายถึงอัครฐานะ...คือล้วนแต่ผู้มีอันจะกินระดับร้อยล้าน...พันล้าน)
      
       ตอนช่วงอากาศร้อนๆ ที่
      
       กวางโจว...กวางเจา อยู่แค่นั่งเครื่องบินสองชั่วโมงกว่า เร็วกว่านั่งอยู่ในรถติดกันในซอยลาดพร้าว 64 หลังบ้านอีชั้นเสียอีก
      
       แล้วเราก็ถึงภัตตาคารขายนกพิราบยอดอร่อย ของเมืองทำอาหารอร่อยที่สุดของเมืองจีน ที่เราตั้งใจว่า...ถ้ามันอร่อยจริง อั๊วจะกินกันให้เกลี้ยงร้าน
      
       มันอร่อย อย่างที่เจ้าเพื่อนจีนมันว่า
      
       นกพิราบที่นี่ ไม่เหมือนนกพิราบร้าน “หลงหวา” บนภูเขาซาถิ่น ฮ่องกงที่อีชั้นกินมาตั้งแต่สมัยไปที่นั่นครั้งแรก เมื่อ 40 กว่าปีก่อน
      
       แต่ก็ไม่เหมือนนกพิราบเจ้าอร่อยในบ้านเรา อย่างที่เขาคุยกัน อย่าเอามาเปรียบเทียบให้คันรูหูเลยเจ้าค่ะ..เจ้านาย
      
       มันอร่อยแค่ไหน ลองอ่านเคล็ดอร่อยของเขา ที่อีชั้นเขียนบอกเอาไว้ก็แล้วกัน
       “นกพิราบ กวางโจว”
       

       1. ใช้ลูกนกขนาดเดือนสองเดือน แต่มันเป็นลูกนกพันธุ์ยักษ์ ตัวขนาดน้องๆ แม่ไก่
      
       2. ใช้ต้มด้วยเครื่องยาจีนกวางตุ้งที่ไม่ใช่เครื่องพะโล้แต้จิ๋วแบบที่ทำกัน
      
       3. ต้มแล้วผึ่งให้สะเด็ดน้ำมัน แบบเป็ดย่าง ห่านย่างในสไตล์ฮ่องกง
      
       4. เวลาจะเปิบถึงจะเอามาราดด้วยน้ำมันร้อนๆ ค่อยๆ ราดไปทีละนิด ซึ่งจะต้องใช้เวลา กว่าลูกนกจะสุกชนิดหนังกรอบกระดูกก็กรอบ แต่เนื้อกลับนุ่ม..ไม่รู้ทำได้ยังไง
      
       สรุป..หรือเจ้าคะ..เจ้านาย
      
       มันก็อร่อยที่ซู้ด !! นะซี สถิติที่คณะนักเปิบพิสดารผู้ไม่หวั่นไหวต่อการรับประทานและราคา ฟาดลูกนกพิราบไปนอนแอ้งแม้งอยู่ในกระเพาะดังนี้
      
       สถิติสูงสุด 5 ตัว!!
      
       สถิติต่ำสุด 2 ตัว (ไม่มีใครกินแค่ตัวเดียวจริง..จริ๊ง)
      
       
เจ้าลูกนกพิราบราดน้ำมัน อร่อยพิสดารสมกับที่เราเดินทางดั้นด้นกันมา
       

       ว่าถึงกลิ่นหอม รับรองว่าเครื่องยาจีนที่นี่ หอมไม่เหมือนที่ไหนเท่าที่เคยกินกันมา
      
       ว่าด้วยหนังมันกรอบ ว่าด้วยกระดูกกระเดี้ยวเคี้ยวกลืนลงท้องไม่ต้องกลัวมันจะตำคอ ทะลุกระเพาะ ก็มันเป็นลูกนก กระดูกมันยังอ่อน
      
       เหมือนที่ผู้ใหญ่เคยสอนว่า.. “อีหนู มึงมันกระดูกยังอ่อน”
      
       ก็กระดูกอ่อนจึงเหมาะสมที่จะรับประทานกันทั้งกระดูกได้ให้หมดเกลี้ยงซะเลย
       กินนกพิราบคราวนี้สะใจ!!
      
       จึงต้องเขียนมารายงานให้เจ้านายรู้ว่า
      
       … “ถ้าจะกินก็รีบไปกินซะ ก่อนที่ตั๋วเครื่องบินจะขึ้นราคา แล้วอีชั้นจะเรียกค่าตัวขึ้นตามน้ำมันจ้า”…
      
       “แม่ช้อย นางรำ”
      
       ร้านนี้เขียนชื่อเป็นภาษาจีน อีชั้นอ่านไม่ออกเลยมีบอกแค่เบอร์โทร. คือ ถ้าสนใจก็ลองโทรไปที่ 8121-7168, 8121-7108 เท่านี้ก็แล้วกันเจ้าค่ะ

"หูฉลามห้าดาว"ที่ "พลาซ่า แอทธินี" / แม่ช้อยนางรำ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 พฤษภาคม 2548 17:34 น.
"เล่าลือกันในหมู่ "นักเปิบระดับ 5 ดาว"
       ว่าหูฉลามที่ห้องถนนสายไหม "ซิลด์โร้ด"
       โรงแรมพลาซ่า แอทธินี
       อร่อยที่สุดในเมืองไทย . ."

      
       เรื่องนี้ . . มีอยู่ว่า
      
       "คุณพรวุฒิ สารสิน" หรือ "คุณใหญ่" แห่งบริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด หรือ บริษัท โคคา-โคล่า เคยถามอีชั้นว่า
      
       "ป้าเคยไปกินหูฉลามที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินีหรือยังครับ"
      
       ตอนที่ถูกถามอีชั้นก็รูสึกเฉยๆ ทั้งที่รู้ดีว่า "คุณใหญ่" เป็นสมาชิก "ชมรมเปิบพิสดาร" ระดับห้าดาว จะแนะนำอะไรต้องล้ำเลิศกว่าธรรมดา
      
       "ยังเลยคุณใหญ่"
      
       "งั้นคุณป้าจะต้องไป รับรองว่าอร่อยที่สุดเลย"
      
       คุณใหญ่ว่าแล้วก็นัดหมายจะพาอีชั้นไป แต่เสียใจอีชั้นนะเป็นคนไม่เชื่ออะไรใครง่ายๆ แล้วอีกไม่กี่วันต่อมา ก็เจอคุณ "ปริญญา ธรรมวัฒนะ" แห่ง "ตลาดยิ่งใหญ่" คุณปินก็ถามอีชั้นอีกว่า
      
       "อาจารย์เคยไปกินหูฉลามที่โรงแรมแอทธินีมาแล้วหรือยัง"
      
       "ยัง" อีชั้นบอกเช่นนั้น คุณปินก็ว่างั้นต้องไป เพราะกินหูฉลามมาทั่วเมืองไทยแล้ว ยังไม่เห็นมีหูฉลามที่ไหนอร่อยเท่าที่นี่
      
       *****
       

เม่งเช็ก หรือ หูฉลามแผ่น เส้นขนาดเอ็นไม้ตีเทนนิส
       ลำพังที่คุณใหญ่บอก อีชั้นนะเชื่ออยู่แล้ว แต่ก็ฟอร์มไปอย่างนั้นล่ะ
      
       ยิ่งคุณ "ปริญญา" มาบอกซ้ำ อีชั้นละเชื่อหัวคะมำ ก็เพราะว่า
      
       คุณปินนี่เป็นนักกินหูฉลาม ก็เหมือน เสี่ยเจียง สหมงคลฟิล์ม
      
       ขานั้นกินหูฉลามได้ทุกวัน กินติดต่อกันมาเป็นสิบๆปี
      
       อีชั้นก็ตระเวนกินหูฉลามกับคุณปิน ร้านดังๆมาทั่วเมืองไทย เมื่อเดือนก่อนยังไปกินกันต่อที่เมืองจีน แต่ดันไปติดใจ "ลูกนกพิราบราดน้ำมัน"
       

       เรื่องนั้นอีชั้นเคยเขียนเล่าให้เจ้านายอ่านไปแล้วไง
      
       ก็เมื่อท่านผู้มีความเป็นเอกอุในเรื่องหูฉลาม บอกเหมือนๆกันเช่นนั้น อีชั้นเห็นจะทิฐิต่อไปไม่ไหว
      
       *****
ก่อนจะเปิบต้องผ่านการอธิบายรายละเอียดของดาวทั้งหลายว่าเป็นมาอย่างไร
       แล้ววันนั้นอีชั้นก็นวยนาดขึ้นไปชั้นสาม ของโรงแรมพลาซ่า แอทธินี ที่จะเรียกชื่อให้เต็มยศก็ต้องเรียกว่า"โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน"
       

       ที่ชั้นสามมีห้องอาหารที่ชื่อว่า "ซิลด์ โร้ด" อันหมายถึงถนนสายไหม
      
       วันนี้ . . มื้อนี้อีชั้นจะมาพิสูจน์ดันให้จะ . . จะกันไปข้างเลยว่า หูฉลามที่ห้องจีนถนนสายไหมที่ว่าอร่อยที่สุดบนถนนเมืองไทยอย่างนั้นนะหรือ
      
       *****
       

       อันว่าการกินหูฉลามที่นี่ เขาไม่ใช่มีหูฉลามน้ำแดง น้ำใสให้เลือกสองอย่างซะเมื่อไหร่ เมนูเฉพาะหูฉลามเขามีให้เลือกบานตะไท
      
       มีตั้งแต่หูฉลามธรรมดา คือ ใส่เนื้อปู กับหูฉลามแบบใส่เยื่อไผ่ . . . ธรรมดาเกินไปอีชั้นไม่สั่ง
      
       แล้วหูฉลามเห็ดหอม เห็ดเข็มทอง หูฉลามรังนกนางแอ่น หูฉลามเป๋าฮื้อกับกังป๋วย . . ฮ่วยกินซะเบื่อ งั้นจะสั่งหูฉลามอะไร
      
       ช้อยซะอย่าง มันตองสั่งหูฉลามหม้อพิเศษที่เรียกว่า "หูฉลามแผ่น" อย่างคนจีนเขาเรียกว่า "เม่งเช็ก" อย่างงั้น สี่ . . ห้าดาวอย่างไร แพงแค่ไหน ยกมาเลย
      
       *****
       ขั้นตอนการล้างการปรุง "หูฉลามห้าดาว"
      
       
การล้าง
       ใช้หูฉลามแห้งแพงพิเศษ ล้างด้วยวิธีโบราณ คือแช่น้ำแล้วใช้มีดบางๆขูดผิวให้สะอาด จากนั้นจึงตุ๋น 4 ชั่วโมง เปลี่ยนน้ำใหม่ แล้วตุ๋นต่อไปอีก 6 ชั่วโมง รวมเป็น 10 ชั่วโมง ถึงจะเป็นหูฉลามอร่อยธรรมชาติ
      
       
การปรุง
       ใช้การปรุงแบบโบราณ คือ ใช้กระเพาะปลาสดตุ๋นกับแฮมยูนาน ตุ๋นให้เนื้อกระเพาะปลากับเนื้อขาหมูยูนานเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน จะต้องใช้เวลาประมาณ 2 วัน แล้วจึงเอามาเป็นน้ำตุ๋นหูฉลาม โดยไม่ใส่น้ำมันหอย ซีอิ๋ว ผงชูรส เหล้า หรือแป้งมัน
      
       *****
      
       เจ้านายเอย . .
      
       วิธีล้างวิธีปรุงก็แสนจะลำบากอยู่แล้ว แต่วิธีเสริฟ์บนโต๊ะก็ยุ่งยากอีกเช่นกัน เพราะจะต้องเผาหม้อดินจากเมืองจีนให้ร้อนเป็นพิเศษ แล้วจึงจะเทหูฉลามใส่ลงไป
      
       หม้อดินที่ว่านี้ เจ้านายตักคำแรกไปจนคำสุดท้าย ความร้อนของหูฉลามในหม้อคงที่ไม่มีเปลี่ยนแปลง
      
       กินน้ำตุ๋นของคนจีนเคล็ดประการหนึ่งก็อยู่ที่น้ำตุ๋นต้องร้อน . . ร้อนตลอดเวลาอย่างนี้ล่ะ
      
       หากเจ้านายจะถามอีชั้นว่า มันอร่อยแค่ไหนกัน
      
       อีชั้นก็ตอบเจ้านายว่า
      
       ถ้าเป็นนักเลงเปิบหูฉลาม ซึ่งถือกันว่าเป็นจักรพรรดิของอาหารจีนแล้วไซร้ ถ้าไม่มาลองกินของเขา ก็อย่าบอกกันว่า เป็นนักเปิบพิสดารระดับห้าดาว เพราที่เจ้านายเคยกินมาอย่างเก่งก็แค่สาม . . สี่ดาว แต่สำหรับเจ้านี้
      
       . . . เปิบแล้วอยากจะยกดาวทั้งฟ้าเอาไปให้เขาหมดเลย . . .
       "แม่ช้อย นางรำ"
      
       ห้องอาหาร "ซิลด์ โร้ด" โรงแรมพลาซ่า แอทธินี
       สอบถามรายละเอียดที่ 0-2650-8800 ต่อ 4334

“มีสเตริล” เมนูใจ . . อาหารอร่อยที่สุดในเมืองไทย / แม่ช้อยนางรำ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 16 พฤษภาคม 2548 17:49 น.
 โดย...แม่ช้อยนางรำ
“ปลาฮามาชิ” จาก “ญี่ปุ่น”
       “เจ้านายคะ ...จงรู้ไว้เถิดว่า
       นี่คือร้านอาหารอร่อยระดับโลก
       มาตั้งอยู่เมืองไทยพลาดเปิบไม่ได้”
       

       เห็นภาพ ประกอบคอลัมน์ “เมนูผู้จัดการ” คราวนี้ เจ้านายคงจะแปลกใจ
      
       เพราะแต่ก่อนแต่ไรภาพที่เอามาลงจะเป็นภาพอาหารที่ปรุงสำเร็จวางไว้อย่างสวยงามอยู่ในจานหรือชาม
      
       แต่คราวนี้ไม่ใช่ !!
      
       ก็จะให้ใช่ได้อย่างไร เพราะนี้คือความแตกต่างที่เอร็ดอร่อยกว่า จนอีชั้นการันตีให้เจ้านายได้รู้ว่า
      
       นี่คือ . . . ร้านอาหารอร่อยที่สุดในประเทศไทย
      
       เป็นร้านอาหารที่ปรุงด้วยคำที่อีชั้นคิดค้นขึ้นมาใช้แทนคำว่าเมนูทั่วๆไปว่านี่คือ . . “เมนูใจ”
ร้านเดียวในประเทศไทย และร้านที่สองในโลก
       

       *****
เนื้อวัว “มัสซึซากะ” จาก “ญี่ปุ่น”
       ร้านนี้ชื่อเป็นฝรั่งมังค่าว่า “มีสเตริล” ( Mistral ) อยู่ที่ศูนย์การค้าเกษร ถนนราชปรารภ
      
       เป็นร้านที่เจ้านายไม่เคยพบเห็นที่ไหนเพราะเขามีบริการแปลกที่สุดในโลก
      
       เพราะร้านนี้เขาไม่มีเมนู
      
       แต่ร้านนี้เขามีผลิตภัณฑ์ประกอบอาหารดีที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์น้ำ สัตว์บก สัตว์บิน พืช ผัก ผลไม้ นม เนย เหล้า ไวน์ ขนมปังทั้งหมด หรือเครื่องปรุงอาหารทั้งหลาย ดีที่สุดในโลก ตระเตรียมเอาไว้
      
       
เมื่อคุณเข้ามานั่งในร้าน เจ้าหน้าที่จะถามคุณสั้นๆว่า . . “ชอบทานอะไร ชอบรสแบบไหน หรือแพ้อาหารอะไร”
      
       
ตอบเขาสั้นๆเช่นกัน แล้วเขาก็จะเข้าครัวไปทำอาหารแต่ละจานออกมาให้ อาหารที่ว่านี้ อีชั้นจึงเรียกว่า “เมนูใจ”
       

       พ่อครัวคิดค้นขึ้นมาเองทันใด ตามแรงบันดาลใจจากคำบอกเล่าที่คุณอยากจะรับประทาน
      
       อาหารเช่นนี้ ตรงกับคำหนึ่งที่วงการอาหารทั้งโลกใช้กันคือ
      
       “อาหารอร่อยที่สุดไม่มีในเมนู”
      
       เพราะปรุงอาหารที่แปลกพิสดาร ร้านอื่นที่ไหนๆในโลกเขาไม่ทำกัน ร้าน “มิสเตริล” ที่ว่าจึงจะต้องตระเตรียมของที่ดีที่สุดในโลกเอาไว้
      
       อีชั้นจะยกรายชื่อวัตถุดิบที่เขาใช้ในการปรุงอาหารแต่ละจาน ที่เขาสั่งมาจากประเทศต่างๆทั่วโลก
“ไก่พินเทรด” (Pintade) จาก “ฝรั่งเศส”
       “เนื้อวัวมัสซึซากะ” สุดยอดเนื้อวัวของโลกจากญี่ปุ่น
      
       “เนื้อแกะเลี้ยงธรรมชาติ” จากออสเตรเลีย
      
       “หอยสแกลลอป” หรือหอยเชลล์จากอลาสก้า
      
       “เป็ดไก่พันธุ์พิเศษ” จากฝรั่งเศส
      
       “เซราโนแฮม” ที่เลี้ยงด้วยลูกเกาลัดจากสเปน
      
       “ปลาทะเล” จากเขตน้ำเย็นของขั้วโลกเหนือ
      
       เห็ด ตับห่าน และชีสจากฝรั่งเศส และคาร์เวียร์จากรัสเซีย ฯลฯ
“สแกลลอป” (หอยเชลล์) จาก “อลาสก้า”
       ก็เพราะความเป็นสุดยอดของยอดสุดสำหรับอาหารที่แปลกอร่อยพิสดารอย่าง ที่ว่า อีชั้นจึงไม่ขอเอารูปอาหารที่พ่อครัวชุดนี้เขาปรุงตามใจ เอามาตีพิมพ์
      
       ทางที่ดีเจ้านายจะต้องไปลองดูเอาเอง แล้วไม่ต้องสั่งเมนูอะไร ให้พ่อครัวเขาทำเมนูใจออกมาให้รับประทาน เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นอย่างที่อีชั้นเขียนเหมือนโฆษณาไว้อย่างนั้นหรือเปล่า
      
       ไม่ต้องดูอื่นไกล เอาอีชั้นเป็นตัวอย่างก็ได้
      
       เจ้านายก็รู้ว่าอีชั้นเปิบมาสารพัดสารพันมากมาย เปิบในประเทศ เปิบนอกประเทศ มาเปิบร้าน “มีสเตริล” คืนนั้น อีชั้นยืนยันการันตีบอกกับเจ้านาย โดยไม่กลัวว่าจะถูกตัดเงินเดือน ในกรณีอร่อยไม่เหมือนที่เขียนไว้ว่า
      
       ร้านนี้อร่อยที่สุดในเมืองไทย
      
       อร่อยเป็นที่สองในโลก
      
       . . . ส่วนร้านอร่อยที่หนึ่งนั้นอยู่เมืองซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา แล้วร้านนั้นก็ใช่ร้านไกลอื่นเป็นร้านต้นแบบของร้านนี้ ที่บรรดาคนดังทั่วทุกมุมโลกจะต้องบินไปเปิบกัน
      
       . . . แต่ตอนนี้คนดัง เศรษฐีเก่าเศรษฐีใหม่ รวมทั้งนานๆจะเป็นเศรษฐีกับเขาอย่างอีชั้น ตอนนี้ไม่ต้องบินไปกินกันที่อเมริกา แค่เกสรพลาซ่านี่ก็อร่อยได้บันลือโลกแล้วเจ้าค่ะ . . . เจ้านาย
      
       “แม่ช้อย นางรำ”
      
       
ร้าน “ MISTRAL BANGKOK RESTAURANT ”
       ศูนย์การค้าเกษร ชั้นล๊อบบี้
       เปิดบริการ 11.00-23.00 น. ทุกวันเว้นวันจันทร์
       โทรศัพท์ 0-2656-1440 www.MISTRALBANGKOK.com

       ***************************
      
       ทีมอร่อยของ“มีสเตริล”
      
       
คำว่า “มีสเตริล” หมายถึงลมหนาวที่พัดมาจากทางตอนเหนือของทวีปยุโรป พัดลงมาสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนผ่านประเทศฝรั่งเศส
      
       
ทีม “มีสเตริล” ทั้งหมดเป็นคนตะวันตก ตั้งแต่คนอยู่ในครัวและคนนอกครัว ทีมของพวกเขาเคยได้รับรางวัลมากมาย
      
       
ในอเมริกาเขาคือทีมทำอาหาร “ท็อปเท็น” สำหรับ “สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น” ยกย่องว่า พวกเขาเป็นร้านอาหารอร่อยที่ที่สุดในอเมริกา

หมูอบ “อุมเบเรีย” อาหารอิตาเลียน ของดีที่มีมาให้ชิม / แม่ช้อยนางรำ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 เมษายน 2548 19:08 น.

โดย...แม่ช้อยนางรำ
       “นักกินอาหารอิตาเลียนทั้งหลายอ่านตรงนี้
       นี่คือหมูอบสูตรโด่งดังที่สุดของอิตาเลียน
       รสชาติเป็นอย่างไร ต้องลองหาโอกาสลิ้มชิมรสดูสักครั้ง”

      
       อีชั้น...ไม่นึกไม่ฝันว่า จะได้กิน หมูอบอุมเบเรีย อีกที เมื่อหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
      
       และยิ่งนึกไม่ถึงว่า จะได้มากินในเมืองไทย ไม่ใช่ไปกินที่แคว้นอุมเบเรีย เหมือนที่เคยไปกินที่อิตาลีเมื่อสมัยที่อยู่ที่ยุโรป
      
       แต่มันก็ได้แต่นึกได้แต่ฝัน เดินทางไปหลายประเทศมาหลายปี ไม่มีโอกาสได้แวะอิตาลีอย่างที่ตั้งใจเสียที
      
       แต่คราวนี้ไม่ผิดหวัง ได้กินหมูอบอุมเบเรียสมตั้งใจ กินในเมืองไทย กินในกรุงเทพมหานคร กินที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ ถนนสีลม นี่เลยเจ้าค่ะ เจ้านาย
      
       ****
       เรื่องมีอยู่ว่า หนู “สุกฤตา ชมธวัช” ลูกสาวเพื่อน ที่แม่ของเธอมีฝีมือทำอาหาร เป็นที่รู้จักมักจี่ของพวกเราดี “หนูเอ๋” เธอเป็นประชาสัมพันธ์อยู่ที่โรงแรมนี้
      
       เธอเชิญอีชั้นไปเป็นเกียรติเปิดงาน “เทศกาลอาหารอิตาเลียน” ร่วมกับท่านทูตวัฒนธรรมอิตาลี ประจำประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นที่ห้องวินโด ออน สีลม
      
       ไปเป็นเกียรติให้ลูกเพื่อน ก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้กินเจ้าหมูอบอุมเบเรียที่ว่าหรอกเจ้าค่ะ
      
       เพราะไปงานอิตาเลียนที่ไหน เป็นจำอาหารอิตาลีเขาได้ว่าจะต้องมีอะไรบ้าง เพราะคนบ้านเรา ชอบอาหารอิตาเลียนกันไม่กี่อย่าง
      
       แต่พอเดินเข้าไปในงาน อีชั้นก็ตาค้าง เพราะเห็นเจ้าหมูน้อยนอนแอ้งแม้งอยู่ถาดร้อนข้างหน้า
      
       ฮัดช่า !! .. อีนี่มันหมูอุมเบเรีย ที่ฉานอยากจะกินมาเป็นสิบๆ ปี ใช่มั๊ยจ๊ะนาย (ต้องบ่นเป็นสำเนียงแขก เพราะ “คุณจันทร์ ศรีชวาลา” เจ้าของโรงแรมนี้เป็นคนอินตะระเดีย นี่เจ้าค่ะ เจ้านาย)
       เทศกาลอาหารอิตาลี ของโรงแรมฮอลิเดย์อินน์ ที่ผ่านมาเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน ไม่ใช่จะมีแค่หมูอบอุมเบเรีย ที่อีชั้นเป็นปลื้มเท่านั้นซะเมื่อไหร่...เจ้านาย
      
       อีนี่...ฉานเดินสังเกตตลอดงานท่านทูตอิตาลีกับเชฟอิตาเลียนขนเอาของ ดีมาชุมนุมในงานนี้มากมาย เลือกเอาแต่ที่เดอะเบสต์จริงๆ เจ้าค่ะ
      
       อย่างข้าวริซอสโต...มาจาก “ลอมบาร์ดี้” เนื้ออบอิตาเลียน...จาก “ทัศคานี” พิซซ่า มอสซาเรลล่า...จาก “เนเปิลส์” ไส้กรอกอิตาเลี่ยน...จาก “โบโลญย่า” ฯลฯ เขาขนเอามาสารพัดกิน กินกันไม่หวัดไม่ไหว
      
       เสียดาย ที่งานนี้มีผ่านไปแล้วถ้าเจ้านายอยากกินก็ต้องรอปีหน้าฟ้าใหม่
      
       แต่ถึงอย่างไร...เจ้านายก็ไม่ต้องเสียใจไป
      
       เพราะถึงจะไม่มีเทศกาลอาหารอิตาเลียน ไม่มีบุฟเฟต์ ให้ตักกินสบายท้องในราคาสบายกระเป๋า แต่ที่โรงแรมฮอลิเดย์อินน์ เขาก็ยังมีอาหารนานาชาติไว้บริการอย่างหลากหลาย ทั้งอาหารญี่ปุ่น อินเดีย ยุโรป และรวมถึงมี พิซซ่า พาสต้า สปาเก็ตตี้ หนึ่งในอาหารอิตาเลียนไว้รอเจ้านายอย่างเต็มที่
      
       อีนี่...ฉานรับประกันจ้า…เจ้านาย
      
       
*******************************************
      
       ห้องอาหาร วินโด ออน สีลมโรงแรมฮอลิเดย์อินน์ สอบถามรายละเอียดที่ โทร. 0-2238-4300 ต่อ 4398
      
       เบื้องหลัง-ความอร่อย “หมูอบ-อุมเบเรีย”
       ในอิตาลี...มีหมูอร่อยให้กินมากมาย ถ้าเป็นหมูย่าง ต้องกินที่ “ซาร์ดิเนีย” ที่นั่นเขาจะขุดหลุมย่างหมูใต้ดิน

      
       แต่ถ้ากินหมูอบ ต้องกินที่ “อุมเบเรีย” ที่นี่ อบหมูได้อร่อยสุดๆ ใช้ลูกหมูขนาดสิบกว่าวัน ขนาดหมูหันแต้จิ๋ว หนังจะกรอบ เนื้อจะนิ่ม (หมูหันแต้จิ๋วกินแค่หนัง แต่ของ”อุมเบเรีย” กินทั้งตัว)
      
       และที่อร่อยมากก็เพราะเขาจะมีซอส “เห็ดดำทรัฟเฟิล” ให้ราดบนเนื้อหนังหมู
       เจ้าเห็ดดำทรัฟเฟิลแพงที่สุดในโลกนั้น ดีที่สุด ของอิตาลีอยู่ที่ “อุมเบเรีย”

กุ้งผัดเนย


ส่วนประกอบ

- หา ซื้อกุ้งกุลาดำอวบๆ ขนาดใหญ่หน่อยน่าจะอร่อยกว่าสัก 8 - 9 ตัว บางคนบอกว่า เนื้อของกุ้งตัวโตไม่อร่อย แข็งกระด้าง หารู้ไม่ว่าหากนำมาปรุงด้วยสูตรอย่างของฝรั่งนั้น จะอร่อยนัก ตักเข้าปากเคี้ยวเต็มคำถึงรสดี

- ต้องมีเลมอนมะนาวฝรั่งหั่นเป็น แว่นๆ สัก 1 ลูก เดี๋ยวนี้มะนาวเลมอนนิยมปลูกกันมานานแล้วทางภาคเหนือของเมืองไทย เลมอนเป็นมะนาวที่มีกลิ่นหอมมาก จะใช้เป็นเครื่องปรุงได้ทั้งลูกพร้อมผิวที่มีสีเหลืองสดสวย และใช้แต่งจานอาหารต่างๆได้อีกด้วย

- ใช้โรสแมรี่สด 2 ช่อ ก็พอจะกลบกลิ่นคาวได้แล้ว สามารถหาซื้อแบบสดๆได้เช่นกัน นำมาเด็ดหยาบๆเพื่อให้น้ำมันหอมระเหยออกมาได้ เมื่อโดนความร้อน

- นอกจากนี้ยังมีน้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ

- เนยเหลวชนิดเค็ม 2 ช้อนโต๊ะ

- กระเทียมกลีบใหญ่หรือเล็กก็ได้ตามชอบ ซอยหยาบๆ

- พริกสดซอย ชอบเผ็ดมากก็ใส่มาก ไม่ชอบเผ็ดก็ใส่แต่น้อยๆ เอาแค่พอได้รส ได้กลิ่นก็พอ

วิธีปรุง

- ตั้ง กระทะใส่เนยพร้อม ใส่กุ้งที่ทำความสะอาดแล้ว ผ่าหลังดึงสิ่งสกปรกออก ผัดเนยเคล้ากับกุ้ง ใส่ชิ้นเลมอนผัดพอให้กุ้งสุก ตักขั้นพักไว้ก่อน

- จากนั้นตั้งกระทะใส่น้ำมันมะกอกก่อน ร้อนดีแล้วใส่กระเทียม พริกซอย โรสแมรี่ ผัดจนหอมดีแล้ว ใส่กุ้งผัดที่พักไว้

- ผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยป่น อย่าให้กุ้งสุกจนเนื้อแข็งเกินไปจะอร่อยกว่า ตักขึ้นพร้อมเสริฟ

- จะทานกับข้าวสวยร้อนๆแนมกับน้ำปลาพริกหรือจะทานกับผักสลัดสด หรือจะทานกับเส้นก๋วยเตี๋ยวแป้งอื่นๆก็อร่อยดี
ซุปแอปเปิล
เครื่องปรุง

๐ เนย 30 กรัม
๐ แครอต 200 กรัม
๐ ขึ้นฉ่ายฝรั่ง 200 กรัม
๐ หอมหัวใหญ่ 200 กรัม
๐ กระเทียมสับ 1 ถ้วย
๐ ซุปไก่ 2 ถ้วย
๐ นมข้นจืด 1 ถ้วย
๐ ใบโหระพาสับ 1 ช้อนโต๊ะ
๐ พริกไทยดำ 1/2 ช้อนโต๊ะ
๐ แอปเปิล 1 ผล
๐ แป้งมันผสมน้ำแล้ว 1/2 ถ้วย
๐ เกลือเล็กน้อย

วิธีทำ

1. หั่นแอปเปิล แครอต หอมหัวใหญ่ ขึ้นฉ่ายเป็นชิ้นๆแล้วนำไปผัดกับเนย และกระเทียม จากนั้นนำไปปั่นให้ละเอียดก่อนนำไปใส่ลงในหม้อซุป พร้อมเครื่องปรุงที่เหลือ เคี่ยวจนข้น

2. ตักใส่ถ้วยซุป แต่งด้วยชิ้นแอปเปิลสดให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟ
KFC Style Coleslaw
ใครๆที่ไปทาน KFC ต่างต้องเคยลิ้มลองโคลสลอว์กันมาแล้วใช่มั้ยค่ะ ลองมาทำทานเองกันดูบ้างไหมคะ
coleslaw.jpg
กะหล่ำปลี (ซอยเล็ก) 8 ถ้วย
แครอท (หั่นเล็กๆ) 1/4 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วย
เกลือ 1/2 ช้อนชา
พริกไทย 1/8 ช้อนชา
นมสด 1/4 ถ้วย
มายองเนส 1/2 ถ้วย
น้ำส้มสายชู 1 1/2 ช้อนชา
น้ำมะนาว 2 1/2 ช้อนชา
เนยจืด 1/4 ถ้วย

วิธีทำ
1. ซอยกะหล่ำปลีและแครอทให้เป็นชิ้นเล้กๆ
2. ผสมน้ำตาล เกลือ พริกไทย นม มายองเนส เนยจืด น้ำส้มสายชูและน้ำมะนาวให้เข้ากัน
3. นำกะหล่ำปลีและแครอทที่ซอยแล้วมาคลุกเคล้าจนเข้ากันดี
4. นำส่วนผสมที่เข้ากันดีแล้วใส่ตู้เย็นไว้อย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนเสิร์ฟ
สเต็กตับวัว
เครื่องปรุง
ตับวัว(ชิ้นละ150กรัม) 2 ชิ้น
น้ำมันพืช ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยดำโขลกหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมไทยกลีบเล็กสับ ¼ ถ้วย
ดอกกะเพราสับ ¼ ถ้วย
ใบยี่หร่าซอย ¼ ถ้วย
เม็ดพริกไทยอ่อนบุบพอแตก 2 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูแห้งคั่วป่น 1 ช้อนชา
น้ำมันพืชสำหรับทอด ถ้วย
ผักกินแนมมีผักปลังลวก,

ผักไผ่,มะเขือกรอบสีม่วง,

มันเทศชุบแป้งทอด




น้ำเกรวี

น้ำหรือน้ำสต๊อกหมู ½ ถ้วย
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูแห้งคั่วป่น 1 ช้อนชา
เม็ดไทยสดบุบพอแตก 2 ช้อนโต๊ะ



มันเทศชุบแป้งทอด

มันเทศ(150กรัม) 1 หัว
แป้งสาลีอเนกประสงค์ร่อน 1 ถ้วย
แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วย
เกลือป่น ½ ช้อนชา
น้ำตาลทราย ½ ช้อนชา
น้ำ ถ้วย



steak_1.jpgวิธีทำ
1.ล้าง ตับ พักในตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ จึงใส่ลงในอ่างผสม เติมน้ำมันพืช ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย พริกไทยดำ กระเทียม ดอกกะเพรา ใบยี่หร่า เม็ดพริกไทยอ่อน พริกขี้หนูแห้งคั่วป่น คลุกเคล้าให้ทั่ว นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 30 นาที  
     
2.ทำมันเทศชุบแป้งทอดโดยล้างมันเทศให้สะอาด หั่นมันเทศตามยาวเป็นชิ้นหนาขนาด 0.5 ซม.แล้วหั่นมันเทศอีกครั้งให้เป็นเป็นแท่งยาว ใส่ถาดเตรียมไว้ จากนั้นร่อนแป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า เกลือ และน้ำตาล ใส่ในอ่างผสม ค่อยๆใส่น้ำลงผสมจนเข้ากันดี จึงใส่มันเทศที่หั่นลงชุบให้แป้งติดทั่ว ใส่ลงทอดในกระทะน้ำมันร้อนด้วยไฟกลางจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นวางบนกระดาษซับน้ำมัน พักไว้

3.ตั้งกระทะน้ำมันด้วยไฟกลางจนร้อน ใส่ตับวัวที่หมักลงทอดจนเหลืองทั่วทั้งสองด้าน ตักขึ้นใส่จาน ทอดตับวัวอีกชิ้นเช่นเดียวกัน

4.ทำ น้ำเกรวีโดยตักน้ำมันในกระทะที่ทอดตับวัวออกให้เหลือประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ใส่เครื่องที่หมักทั้งหมด ตามด้วยน้ำหรือน้ำสต๊อกหมู ผัดพอทั่ว ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย พริกขี้หนูแห้งคั่วป่น และเม็ดพริกไทยสด ผัดพอข้น ปิดไฟ

5.ตักตับวัวทอดใส่จาน ตักน้ำเกรวีราด จัดผักสดใส่จาน เสิร์ฟพร้อมมันเทศชุบแป้งทอด

น้ำสลัด sour cream


ซาวร์ ครีม (Sour cream) คือครีมเปรี้ยวคล้ายกับโยเกิร์ตและนมเปรี้ยว เป็นการใส่เชื้อแบคทีเรียลงในหางครีม เพื่อเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นกรดเปรี้ยว ทำให้ครีมเกาะตัวข้นมากขึ้น ซาวร์ครีมนั้นจะมีรสเปรี้ยวอ่อนๆ ใช้ปรุงแต่งรสชาติอาหารและขนมได้ (สูตรโดย Benny B)
ส่วนผสม :
sour_cream.jpgข่แดง 6 ฟอง
น้ำตาลทรายป่น 40 กรัม
เกลือทะเล (แบบหยาบ) 3 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยขาวเม็ดบดละเอียด 3 ช้อนโต๊ะ
มัสตาร์ดครีมดิจอง 50 กรัม
น้ำส้มสายชูกลั่น 5% 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
นมข้นหวาน 110 กรัม
คอตเตจชีส 150 กรัม
ซาวร์ครีม 450 กรัม
น้ำมันสลัด 320 กรัม
เครื่องปรุงรสไก่ 1 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ :
1. ผสมเกลือทะเล เครื่องปรุงรสไก่ พริกไทยขาวบด มัสตาร์ด น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว คนให้ละลายเข้ากัน พักไว้
2. ผสมนมข้นหวาน คอตเตจชีส ซาวร์ครีม คนให้เข้ากัน พักไว้
3. ผสมไข่แดง น้ำตาลทรายป่น ลงในเครื่องปั่นน้ำผลไม้ใช้ความเร็วสูง ปั่นให้เข้ากันและเนียนดี
4. ค่อยๆ ใส่ส่วนผสมที่พักไว้ลงไปสลับกันจนหมด ปั่นให้เข้ากันดี ค่อยๆ ใส่น้ำมันสลัดลงไปจนหมด ปั่นให้เข้ากันดีแล้วลดความเร็วกลาง 1 นาที เพื่อไล่อากาศให้น้ำสลัดเนียนเข้ากัน หยุดเครื่องคนให้เข้ากันเบาๆ
5. เทใส่ภาชนะปิดสนิทแช่เย็น 1 คืน เวลาจะรับประทาน คนหรือเขย่าให้เข้ากันก่อน

มะกะโรนีอบซอสเนื้อสับ


เครื่องปรุง
- มะกะโรนีรูปข้องอ 225 กรัม
- เนยสดเค็ม 4 ช้อนโต๊ะ
- พาร์มีซานชีสขูด 60 กรัม
- ลูกจันทน์คั่วป่น 1/3 ช้อนชา
- ไข่ไก่ตีให้เข้ากัน 2 ฟอง
- หอมใหญ่สับละเอียด 1 หัว
- กระเทียมบุบพอแตก 3 กลีบ
- เนื้อวัวสับ 460 กรัม
- ซอสมะเขือเทศเข้มข้น 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำสต็อกเนื้อ 6 ช้นโต๊ะ
- ไวน์แดง 2 ช้อนโต๊ะ
- พาร์เลย์สับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ช้อนโต๊ะ
- นมสดจืด 1/2 ถ้วย
- เกลือและพริกไทยปรุงรสตามชอบ
- ยอดโหระพาสำหรับตกแต่ง
- ชามอบ
วิธีทำ1. ต้มมะกะโรนีให้สุกพอดี
2. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส 5-10 นาที
3. ตั้งกระทะด้วยไฟอ่อน จากนั้นใส่เนย 1 ช้อนโต๊ะลงไป พอเนยละลายจึงใสมะกะโรนี ตามด้วยพาร์มีซานชีสครึ่งหนึ่ง ลูกจันทน์ ปรุงรสดวยเกลือ พริกไทย ผัดจนทั่ว ผิดไฟ ตักใส่อ่างผสม จากนั้นใส่ไข่ที่ตีครึ่งหนึ่ง คนให้เข้ากัน พักไว้
4. ทำซอสเนื้อโดยตั้งกระทะด้วยไฟอ่อน ใสเนย 1 ช้อนโต๊ะ พอเนยละลาย ใส่หอมใหญ่และกระเทียมลงผัดจนหอม เร่งไฟเป็นไฟกลาง ใส่เนื้อวัวสับลงไปผัดจนสุก ตามด้วยซอสมะเขือเทศเข้มข้น น้ำสต็อกเนื้อ ไวน์แดง และพาร์สเลย์ ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย ลดไฟเป้นไฟอ่อน เคี่ยวต่อ 15-20 นาที
5. ทำซอสขาวดดยตั้งกระทะด้วยไฟอ่อน ใส่เนยที่เลหือลงไป พอเนยละลายจึงใส่แป้งสาลีผัดด้วยตะกร้อให้เข้ากันและข้น จึงใส่ไข่ที่เหลือ คนให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย
6. ตักมะกะโรนีที่ผสมไข่ครึ่งหนึ่งลงในชามอบ ราดด้วยซอสเนื้อแล้วตักมะกะโรนีที่ผสมไข่ลงอีกชั้น ราดด้วยซอสขาว โรยพาร์มีซายชีสที่เหลือ นำเข้าเตาอบที่อุ่นไว้ อบ 30 นาที หรือจนหน้าเหลือง ยกอกจากเตา ตกแต่งด้วยยอดโหระพา

ซอสต่างๆ


ซอสสเปน
ส่วนผสม
เนยหรือน้ำมันที่ได้จากการอบเนื้อ 3 ช้อนโต๊ะ
หอมใหญ่สับ 1 ช้อนโต๊ะ
แคร์รอตสับ 1 ช้อนโต๊ะ
เบคอนหั่นละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
ผักชีฝรั่งสับ 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งสาลี 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำสต๊อค 6 ถ้วย
มะเขือเทศบดเข้มข้น 1 ช้อนชา
ไวน์ขาว 1/2 ถ้วย
ใบกระวาน 1 ใบ
เหล้าเชอรี่ 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ พริกไทย เล็กน้อย
วิธีทำ
1. เอาเนยใส่หม้อตั้งไฟ พอเนยละลายใส่หอมใหญ่ แคร์รอต เบคอน ผักชีฝรั่ง ผัดจนผักสุก นุ่มใส่แป้งสาลีลงไป ลดไฟลง ค่อยๆ คนด้วยไม้พายตลอดเวลา จนเป็นสีน้ำตาลแก่ (ต้องระวังอย่าให้ไหม้นะครับ)
2. ค่อยๆ เติมน้ำสต๊อค คนตลอดเวลา อย่าให้แป้งเป็นลูก ใส่มะเขือเทศบด และไวน์ ใส่ใบกระวาน เคี่ยวต่อไป ไม่ต้องปิดฝา
3. นานๆ ก็เปิดคนเสียที กันติดก้นหม้อ จนซอสงวดเหลือครึ่งเดียว ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงเติมเกลือ พริกไทย ปรุงรสตามชอบ
4. ซอสนี้ ต้องกรองด้วยกระชอน เอาแต่น้ำ แล้วทิ้งไว้ให้เย็น ใส่ภาชนะปิดฝา เก็บไว้ในตู้เย็น เมื่อซอสเย็น ก็ช้อนไขมันทิ้งเก็บเอาไว้ปรุงเป็นซอสอื่นๆ ได้อีกหลายอย่าง
5. ถ้าจะใช้ซอสสเปน ก็ไม่ยาก นำมาตั้งไฟให้เดือดอีกครั้ง คนตลอดเวลา ยกลงใส่เหล้าเชอรี่ ก็เป็นซอสสเปนเรียบร้อย
ซอสมาเดียร่า (ซอสเหล้าแดง)
ส่วนผสม
เหล้ามาเดียร่า หรือไวน์แดง 1/2 ถ้วย
ซอสสเปน 3/4 ถ้วย
วิธีทำ
ต้มไวน์ให้เดือด และเคี่ยวจนเหลือครึ่งหนึ่ง ใส่ซอสสเปน คนให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย เป็นอันเรียบร้อย โรงเรียนฝรั่ง
ซอสโบเดอแลล์
ส่วนผสมเนย 1 ช้อนโต๊ะ
หอมแดงสับ 1 ช้อนโต๊ะ
เหล้าแดง 1/2 ถ้วย
พริกไทย 10 เม็ด
ซอสสเปน 1 ถ้วย
ไขกระดูกวัวหั่นชิ้นเล็กๆ 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำละลาย เนยผัดหอมแดงให้นุ่ม ไวน์ พริกไทยเม็ด เคี่ยวจนไวน์เหลือครึ่งเดียว ใส่ซอสสเปนเคี่ยวไฟอ่อนๆ ต่อไปอีก 15 นาที ยกลงจากเตา ช้อนไขมันออกกรองด้วยกระชอน เทซอสใส่หม้อตุ๋น ไขกระดูกวัวตุ๋นจนไขละลาย

ซอสทั้งสามอย่างนี้(ซอสสเปน, ซอสมาเดียร่า, ซอสโบเดอแลล์) ใช้กินกับเนื้ออบ ย่าง หรือทอด และลิ้นวัวทอด
ซอสเบชาเมล
ส่วนผสม
นมสด 1 ถ้วย
ใบกระวาน 1 ใบ
หอมแดงซอย 1 ช้อนชา
เนย 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งสาลี 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ พริกไทย
วิธีทำ
1. ต้มนมกับใบกระวาน หอมแดง ประมาณ 5 นาที ใช้ไฟอ่อน อย่าให้นมเดือด ยกลงกรองด้วยกระชอน
2. ละลายเนยในกระทะ นำแป้งลงผัด พอแป้งสุก ยกลงจากเตา ค่อยเติมนมที่กรองไว้ทีละน้อย คนให้เข้ากัน อย่าให้เป็นลูก ยกขึ้นตั้งไฟอ่อน คนต่อไปจนซอสเดือดปรุงด้วยเกลือ พริกไทยเล็กน้อย
ซอสเห็ด

ส่วนผสม
เอาเนย 2 ช้อนโต๊ะ เห็ดกระดุมหั่นบางๆ 1/4 ถ้วย เกลือ พริกไทย และซอสเบชาเมล 1 ส่วน ครีมหรือนมชนิดเคี่ยวข้น 3 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
ก็ เอาเนยละลายใส่กระทะ ใส่เห็ดลงผัด 2-3 นาที เติมเกลือ พริกไทย ใส่เห็ดผัดในซอสเบชาเมลที่อุ่นร้อน ใส่ครีม คนให้เข้ากัน จะอร่อยมาก ใช้ราดพอร์คช็อพก็อร่อยหรือราดสเต๊กปลา

สปาเกตตี้ไก่


ส่วนประกอบ
chicken_spaghetti.jpg- เส้นสปาเก็ตตี้ 200 กรัม
- เนื้ออกไก่ 200 กรัม
- เกลือป่น 1 ช้อนชา
- มะเขือเทศ 4 ผล
- พริกหวาน 1 ลูก
- เนยสด 4 ช้อนโต๊ะ
- หอมหัวใหญ่สับหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
- ซอสมะเขือเทศ 4 ช้อนโต๊ะ
- ซอสปรุงรส 1ช้อนโต๊ะ
- ไวน์แดง 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทย 1 ช้อนชา
- ออริกาโน 1/2 ช้อนชา

  วิธีทำ
- นำเนื้อไก่มาบดหยาบ ใส่ซอสปรุงรส และพริกไทยเล็กน้อย หมักพักไว้
- ต้มเส้นสปาเก็ตตี้จนนุ่ม คลุกน้ำมันพืชเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ติดกัน
- หั่นมะเขือเทศ พริกหวาน และหอมหัวใหญ่เป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ
- ตั้งกะทะไฟกลางใส่เนย พอเนยละลาย นำหอมหัวใหญ่ลงผัดให้หอม ใส่เนื้อไก่
ซอส ปรุงรส ไวน์แดง ซอสมะเขือเทศ พริกไทย เกลือป่น ออริกาโน คลุกเคล้าให้เข้ากัน พอเดือดใส่ มะเขือเทศ พริกหวานลงไป ตักขึ้น ราดบนเส้นสปาเก็ตตี้ที่เตรียมไว้
- จัดเสิร์ฟ

ราสเบอร์รี่ฟรีซ..ราสเบอร์รี่ปั่น


raspberryfreeze.jpgส่วนประกอบ - น้ำต้มสุก1/2 ลิตร
- ราสเบอร์รี่กวน 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเชื่อม 1/4 ถ้วย
- น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำแดง 1 ถ้วย

วิธีทำ 
- นำราสเบอร์รี่ น้ำต้มสุก น้ำเชื่อม น้ำมะนาว น้ำแดง ปั่นจนส่วนผสมเข้ากัน
- เติมน้ำแข็งบด 4 ถ้วยตวง
- ปั่นต่อจนน้ำผลไม้และน้ำแข็งเข้ากันคล้ายหวานการ์ตูนโรแมนติกเย็น พร้อมเสิร์ฟ 

บรูสเกต้า (Bruschetta)

บรูสเกต้า (Bruschetta)
ส่วนประกอบ
bruchetta_1.jpg- มะเขือเทศลูกใหญ่สีแดง 6 ขีด
- น้ำตาลทรายแดง 5 ช้อนโต๊ะ
- เกลือ 3 ช้อนชา
- น้ำส้มสายชู 4 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมซอยบางๆ 1/2 ถ้วย
- ใบโหระพา 1 ถ้วย
- ขนมปังฝรั่งเศส 2 แท่ง
- ออริกาโน 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. นำมะเขือเทศไปต้มจนเปลือกแตก (ไม่ต้องเละมาก) นำขึ้นมาลอกปอกเปลือกออก สับให้ละเอียด ใส่ชามพักไว้
2. ผสมเครื่องปรุงทั้งหมดในมะเขือเทศการ์ตูนโรแมนติกที่สับแล้ว ยกเว้นกระเทียม แบ่งใส่ลงไปเพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งเหลือไว้โรยหน้า คนให้เข้ากันจนน้ำตาลและเกลือละลาย
3. โรยหน้าด้วยกระเทียมที่เหลือพร้อมกับใบโหระพา ตกแต่งให้สวยน่ารับประทาน
4. ขนมปังหั่นแฉลบเป็นชิ้นหนาประมาณ 1 เซนติเมตร อบไฟปานกลาง (350 องศาฟาเรนไฮต์) พอให้กรอบนอกนุ่มใน ยกออกไปเสิร์ฟ
5. ก่อนรับประทานนำบรูสเกต้าไปแช่ในช่องฟรีสหนึ่งชั่วโมงหรือช่องธรรมดา 2-3 ชั่วโมงให้เย็น

วิธีรับประทาน

- ตักบรูสเกต้าบนขนมปังแต่ละคำที่จะรับประทาน ควรมีกระเทียมอย่างน้อย 1-2 ชิ้น โหระพา 1 ใบ จึงจะได้รสชาติอิตาลีแท้
- ถ้าใช้ขนมปังฝรั่งเศส (bugette) ต้องหั่นให้บางกว่าในรูปประมาณครึ่งเซนติเมตร และอบให้กรอบ หรือใช้ขนมปังแครกเกอร์ก็อร่อยและสะดวกดี

ญามา (YAMA) “อาหารโฮมเมด” ... ถูกและอร่อย / แม่ช้อยนางรำ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 พฤษภาคม 2548 15:49 น.

“คุณญามา” กับตู้โชว์เค้กนานาชนิด ที่เธอประดิษฐ์ประดอย
       “เจ้าของร้านเป็นศิลปินจากศิลปากร
       สำเร็จมัณฑนศิลป์แต่มาหากินกับอาหาร
       เหตุผลเพราะเป็นคนชอบรับประทาน
       ใครทำให้ทานหรือจะอร่อยเท่าเราทำให้คนอื่น”

      
       ขนมเค้ก . . ทั้งเค้กธรรมดาและเค้กหน้าที่เจ้านายเคยชมว่าอร่อยนักอร่อยหนา
      
       เป็นเค้กที่อีชั้นซื้อมาจากร้าน “ญามา” นี่ล่ะเจ้าค่ะ
      
       แต่ก่อนเขาขายอยู่ที่ห้องแถวโบราณ ทางโค้งถนนตรงกันข้ามกับป้อมพระสุเมรุ แล้วจู่...จู่ก็หายไป
      
       อีชั้นก็เลยไม่ได้ซื้อไปฝากเจ้านาย สาเหตุอย่างหนึ่งก็เพราะเจ้านายไม่จ่ายสตางค์
      
       แต่ตอนนี้หวังว่า (ถ้าเจ้านายจ่ายค่าเค้กมาให้บ้าง) เจ้านายคงจะได้กินกันอร่อยอีกแล้ว เพราะร้าน “ญามา” เขาย้ายไปอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่เก่า
“ร้านญามา” อยู่ถนนสามเสน ใกล้เขตพระนคร หรือตรงข้ามซอยวรพงษ์
       “ญามา” ชื่อที่เก๋ไก๋ แถมสะกดด้วยตัวไม่เหมือนใคร เจ้าของร้านเป็นคนอยู่ในแวดวงอาหารหวาน-คาว โดยเฉพาะอาหารฝรั่งกับอาหารมังสวิรัติมาหลายสิบปี
      
       ทั้งๆ ที่เธอเล่าเรียนวิชามัณฑศิลป์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร
      
       แต่พอจบปั๊บ . . เธอก็เปิดร้านขายขนมปัง ขนมเค้ก อาหารฝรั่งประเภทอะลาคลาสจานเดียวเรื่อยมา เอาวิชาฝากครูบาอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยไว้
      
       ส่วนตัวเองก็ลุยไปหัวเห็ดเจ็ดย่านน้ำ ไปประเทศต่างๆ ทั้งยุโรป อเมริกา ที่เขาเล่าลือกันว่าทำอาหารอร่อย “ญามา” ไปกิน ไปเรียนเขามาเรียบ
      
       เก็บวิชาเขามาแล้วจึงเปิดร้าน “ญามา” อยู่ที่โค้งป้อมพระสุเมรุที่ว่ามาหลายสิบปี แล้วก็ย้ายมาอยู่ที่นี่ . . . นัยว่าทนค่าเช่าไม่ไหว
      
       **********************
      
       เหตุผลที่อีชั้นเป็นลูกค้าประจำกันมาหลายปีดีดัก ก็เพราะว่าขนมเค้ก หรือไม่เค้กร้านนี้เขาใช้เครื่องปรุงผสมอย่างดี
       ประเภทโรงแรมสี่ห้าดาวเขาใช้กันทั้งนั้น
      
       แต่ว่าถึงสนนราคาแล้วถูกกว่าเป็นเท่า . . สองเท่าตัว
      
       ที่ทำเช่นนั้นได้ก็เพราะ “ญามา” เธอทำเองทุกอย่างสารพัด ไม่มีลูกกวนตัวไม่มีผัวกวนใจ อยู่คนเดียวแสนสบาย ทำขนมขายได้ลูกค้าได้อบอุ่นกว่า
อาหารจานเดียว มีทั้งเส้น . . ผัก . . และข้าว แบบตะวันตกพบตะวันออก
       **************************
       

       
เมนูแนะนำ “ร้านญามา”
       

       อาหารจานเดียว (อะลาคลาส)
       -ข้าวหมูอบ 40 บาท
       -สลัดผักทอสคาน่าแบบอิตาเลียน 60 บาท
       -สปาเกตตี้โบโลเนส 60 บาท
      
       ขนมเค้กราคาตั้งแต่ 35-55 บาท มีมากมายหลายชนิดเชิญเลือกกันเอง
       

       ***************************
       

       ก็แบบฉบับร้าน “โฮมเมด” คือทำด้วยมือ อาหารทุกจานสั่งแล้ว “ญามา” ถึงจะลงมือปรุงเอง ไม่ใช่ทำทิ้งไว้จนรสชาติ เซ็ง . .
      
       ส่วนขนมนมเนยเค้กมีหน้าหรือไม่มีหน้าทั้งหลาย ทำขายวันต่อวัน ไม่มีค้างคืนเด็ดขาด ของร้านนี้ถึงสด สะอาดแล้วก็อร่อย
       ใครที่จะสั่งเค้กไปกินที่บ้านเป็นปอนด์ สำหรับวันสำคัญ “ญามา” ก็ทำเค้กแปลกๆ อย่าง “เค้กอินทผาลัม” . . . “เค้กส้ม” . . “เค้กมะตูม” รสชาติจะไม่เหมือนเค้กร้านไหน จะเอาไปเปรียบเทียบกับเค้กโรงงานทั้งหลายไม่ได้ . . ที่นี่ทำใหม่สดด้วยมือทุกวัน
      
       **************************
      
       ความจริงอาหารจานเดียวของ “ญามา” เมนูที่เอามาเขียนนั้นเป็นเมนูประจำวัน แต่ถ้าเมนูพิเศษละก็ไม่มีในเมนูอยากจะกินอะไรก็บอกมา ถ้าถูกใจ ถูกหู ก็จะลงมือทำโชว์ฝีมือทันที
      
       ใครอยากจะดูก็เข้าไปในครัวได้ เพราะสะอาด มีอุปกรณ์แบบโรงแรมใช้ เห็นแล้วยิ่งจะเพิ่มรสชาติความอร่อยขึ้นอีกโข
      
       มีสิ่งเดียวเท่านั้นที่จะต้องระวังกันก็คือ . . ถ้าถูกใจก็ทำให้กิน ถ้าไม่ถูกใจ “ศิลปินญามา” ก็พูดจาไม่รู้เรื่องเหมือนกัน ! !
      
       . . . ไม่ยักกะเหมือนอีชั้นนะเจ้านาย ถ้าจ่ายสตางค์ให้มาเป็นต้องได้กิน แต่ขืนไม่จ่าย ไม่มีวันจะได้กินอะไรทั้งนั้น
      
       เชื่ออีชั้นมั้ยละเจ้าค่ะ . . . .
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “แม่ช้อย นางรำ”
       

       ร้านญามา (YAMA) ถนนสามเสน บางลำพู ใกล้เขตพระนคร ฝั่งตรงข้ามซอยวรพงษ์ เปิดขาย 10.00-19.30 น. ทุกวัน โทรศัพท์ 0-2629-9843, 0-1409-4252