ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

Mango Mousse Cake

credit Baked by PonG bloggang.com
มะม่วงน้ำดอกไม้ที่บ้านหลงฤุดูออกมา 3-4 ลูก กะว่าพอแก่ได้ทีจะสอยมาทำมูสมะม่วงซะหน่อย ช่วงที่ฝนตกหนักลมแรงกิ่งมะม่วงแกว่งไปมากลัวมะม่วงจะหล่น แต่ก็รอดมาได้ บ่มพอให้สุกไม่งอม ทำมูสมะม่วงจะหอมมาก ๆ รสเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ แช่ให้เย็น ๆ ทานอร่อยชื่นใจจริง ๆ ค่ะ
สูตรมูสมะม่วง เป็นสูตรที่คุณจุ๋มแนะนำ ส่วนเค้กสปันจ์ไร้สารเสริมสูตรของคุณแมงเม่า ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ










มูสมะม่วงน้ำดอกไม้
เต รียมสปันจ์เค้ก ใช้สูตรสปันจ์ไร้สารเสริมของคุณแมงเม่าค่ะ วิธีทำสปันจ์เค้ก เพื่อน ๆ เข้าไปดูได้ที่เคยทำไว้แล้วที่ห้องเค้กน่ะค่ะ หรือเพื่อนใช้สูตรไหนก็ได้ค่ะ อบในพิมพ์ถาด ตัดเค้กตามรูปทรงตามที่ต้องการจำนวน 2 แผ่น

ส่วนผสม
มะม่วงน้ำดอกไม้สุก (ไม่งอม จะหอม รสเปรี้ยว ๆ หวาน) 300 กรัม
น้ำตาลทราย 150 กรัม
Fresh Whpping Cream 400 กรัม
น้ำเปล่า 125 กรัม
เจลลาตินแผ่นสั้น 6 แผ่น
วิธีทำ
1.แช่เจลลาตินในน้ำให้นิ่ม
2.หั่น มะม่วงเป็นชิ้นเล็ก ปั่นกับน้ำให้ละเอียด เทใส่ชามสแตนเลส ใส่น้ำตาล คนให้เข้ากัน นำขึ้นตั้งไฟอ่อน ให้น้ำตาลละลาย ใส่เจลลาติน คนให้ละลายเข้ากัน ปิดเตา พักให้เย็น
3.ตีวิปปิ้งครีมความเร็วปานกลาง ให้ตั้งยอดอ่อน
4.เทส่วนผสมมะม่วงลงในวิปครีม ใช้พายยางตะล่อมให้ส่วนผสมเข้ากัน
วิธีประกอบเค้ก
-วางแผ่นเค้กในพิมพ์มูส เทวิปครีมมะม่วงเกลี่ยให้เรียบ
-วางแผ่นเค้กอีกแผ่นทับมูส
-เทมูสทับบนแผ่นเค้ก กะให้พอประมาณ นำแช่ช่องแข็งประมาณ 6 ชั่วโมง หรือข้ามคืน มูสมะม่วงที่เหลือเทลงพิมพ์ถ้วย



ส่วนผสมเจลลี่มูส
มะม่วงน้ำดอกไม้สุก (ไม่งอม จะหอม รสเปรี้ยว ๆ หวาน) 200 กรัม
น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 100 กรัม
เจลลาตินผง 4 ช้อนชา
วิธีทำ
1.แบ่งน้ำใส่ถ้วย เทเจลลาตินผง คนให้เข้ากัน พักให้เจลลาตินพองตัวอิ่มน้ำ
2.ปั่นมะม่วงกับน้ำที่เหลือให้ละเอียด เทลงในชามแสตนเลส ใส่น้ำตาล คนพอเข้ากัน นำขึ้นตั้งไฟอ่อน คนต่อให้น้ำตาลละลาย
3.ใส่เจลลาติน คนให้ละลายเข้ากันดี
4.กรองเจลลี่มูส พักให้เย็น นำไปราดบนมูส แล้วนำแช่ในตู้เย็นให้เจลลี่อยู่ตัว ตกแต่งมูสด้วยมะม่วงสดหรือผลไม้อื่นสามชอบค่ะ











credit Baked by PonG bloggang.com

How To Make Bacon Jam


Do not be scared with this recipe, I assure you that this bacon jam is delicious! I know it sounds weird to put jam and bacon together in the same sentence, but wow, the taste is incredible.

I served them on crostinis or toasted baguette appetizers with melted brie cheese and a teaspoon of this jam on top. The most. I served it to 10 people and they all loved the taste of the jam and the snack.

How To Make Bacon Jam

If you don't serve it like I did, it occurs to me that you can place the jam in the center on a plate and serve it with crackers, slices of different types of bread, cream cheese, another type of cheese, or squares of cheese and voila. That was the bacon I used for this recipe but you can use whatever you find or your favorite.

So your guests, family or friends can serve it as they please, either alone on a roll or cookie or accompanied by cheese. Either way it is delicious. We are going to prepare it for Christmas to enjoy a snack, yummy!

BACON JAM INGREDIENTS

454 g bacon 1 large package
1 large yellow or white onion thinly sliced
4 garlic cloves, minced
½ cup brown sugar
¼ cup liquid cold coffee
2 tablespoons maple syrup
2 tablespoons balsamic vinegar
1 teaspoon salt
¼ teaspoon black pepper optional

BACON JAM PREPARATION

1. Chop the bacon. Cook in a double bottom pot over medium heat.
2. Once browned remove the bacon and half of the fat that was left or leave only about 2 tablespoons in total (since the fat depends on the bacon you bought).
3. Add the onion and garlic, cook for 5 minutes over medium heat until soft.
4. Return the bacon, add the sugar, coffee, maple syrup, balsamic, salt and pepper and cook over medium heat for 25 to 30 minutes, stirring occasionally.
5. It should be thick but not so much since when it cools it will thicken more.
6. Store in a container. What is left over should be stored in the refrigerator, only before using it again you will have to heat it so that it softens a bit.

Pork Namtok Grilled with Air Fryer

13 Crazy Fruit You've Never Heard Of

12 Most Expensive Fruit

10 Genius Food Hacks

10 Easy Cooking Tip

Reheating Bread in the Microwave

Great American Cheeses

What is Aged Beef

Fiddlehead Ferns Cooking

How to Keep Your Knives Sharp

8 Cooking Tip

10 Bacon Ideas

Pork Namtok Grilled with Air Fryer


ขนมจีน 3 น้ำ ตำรับโบราณ

credit sirivinit bloggang.com

"ขนมจีน 3 น้ำ ตำรับโบราณ" สอนทำ น้ำยากะทิปลาช่อน แกงเขียวหวานปลากรายสอดไส้ไข่เค็ม พร้อมสาธิตเมนูพิเศษ น้ำพริกทรงเครื่อง แถมให้ดูอีก 1 เมนู


น้ำยากะทิปลาช่อน จะเป็นสูตรการทำน้ำยาแบบโบราณ ที่มีการใช้เครื่องแกงสมุนไพรไทยหลากชนิดมาเป็นตัวชูรส อาทิ ข่า ตะไคร้ กระชาย พริกแห้ง หอมแดง กระเทียม

นำมาโขลกจนละเอียด ก่อนจะนำไปปรุงกับเนื้อปลา น้ำกะทิ ตั้งไฟให้เดือด ก็จะได้น้ำยากะทิปลาช่อนสูตรโบราณ ทั้งกลมกล่อม หอม มัน ละมุนลิ้นจนวางช้อนไม่ลงเลยทีเดียว

น้ำปรุงที่นิยมรับประทานคู่กับขนมจีนอีกชนิดหนึ่งก็คือ แกงเขียวหวาน

แกงเขียวหวานปลากรายสอดไส้ไข่เค็ม ก็เป็นสูตรพิเศษที่ต้องมีการคั่วลูกผักชี ยีหร่าเพื่อให้เกิดความหอม สอนครอบคลุมไปถึงการทำส่วนผสมของน้ำพริกแกงเขียวหวาน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำอาหารประเภทแกง

ตำรับแถมที่เป็น น้ำพริกทรงเครื่อง ซึ่งอาจารย์จะสาธิตให้ดูอย่างเป็นขั้นตอน ถ่ายทอดเทคนิคเคล็ดลับแบบไม่มีหมกเม็ด

"เสน่ห์ของอาหารสูตรโบราณคือ การใส่ส่วนผสมที่ครบถ้วน แต่สิ่งสำคัญคือจะทำอย่างไรให้กรรมวิธีการปรุงไม่ทิ้งกลิ่นอายแบบโบราณ สามารถนำมาใช้ได้กับสมัยปัจจุบัน ซึ่งเทคนิคนี้ต้องได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น"

สิ่งสำคัญที่ต้องบอกย้ำกันสำหรับหลักสูตรครัวปฏิบัติการก็คือ ผู้เรียนได้ลงมือทำจริงทุกคน โดยการจับคู่กันปรุงอาหารในแต่ละเมนูหลังจากที่เรียนภาคทฤษฎี และดูการสาธิตของวิทยากรในแต่ละเมนู

เพราะเรายึดหลักว่า เรียนทำอาหารต้องได้ทำ!

อาจารย์พงษ์ศักดิ์ มักจะพูดติดปากเสมอว่า อาหารไทยนับเป็นอาหารที่มีเสน่ห์ มีวิธีการจัดสำรับที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เพื่อให้เกิดความอร่อยลิ้นเวลารับประทาน เช่น อาหารรสเปรี้ยวจะรับประทานร่วมกับอาหารรสหวาน อาหารรสเผ็ดนิยมรับประทานกับอาหารรสเค็มหรือจืด อาหารบางชนิดมีเครื่องแนมเสริมอยู่ในสำรับด้วย

"การรับประทานกับข้าวให้ผสมผสานกันนั้นถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ทั้งยังทำให้เจริญอาหาร พ่อครัวแม่ครัวไทยที่มีความสามารถจึงต้องคำนึงถึงความเสริมกันของรสชาติอาหารด้วย นี่เป็นลักษณะเด่นของสำรับไทย"

ความรู้เกี่ยวกับอาหารไทย บางอย่างไม่ได้มีบอกแค่ในตำรา หากแต่เป็นการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น รุ่นแล้วรุ่นเล่า สั่งสมเป็นความรู้ที่กลายเป็นเทคนิคเฉพาะติดตัว

ที่มา : เส้นทางเศรษฐี


ขอบคุณ
มติชนออนไลน์
เส้นทางเศรษฐี

ผัดบรอคโคลี่ราดเนื้อปู


credit cookingwater bloggang.com

ส่วนผสม
บรอคโคลี 8 - 10 ดอก
เนื้อปูต้มแกะเนื้อแล้ว 200 กรัม
มันปู 1 ช้อนชา
ไข่ขาว 1/2 ฟอง
น้ำซุป 3 ถ้วย
แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น เล็กน้อย

วิธีทำ

1. นำบรอกโคลีลวกในน้ำร้อนพอประมาณเพื่อให้ผักกรอบ แล้วนำมาผัดปรุงรสด้วยเกลือ ตักขึ้นเรียงใส่จาน
2. ตั้งน้ำซุปให้ร้อน ใส่เนื้อปู ปรุงรสชาติ เมื่อน้ำซุปเดือดใส่ไข่ขาวและแป้งมันละลายน้ำลงไปนิดหน่อยพอข้น
3. ราดน้ำซุปลงบนผักบรอกโคลีที่ลวกแล้ว โรยหน้าด้วยมันปู พร้อมเสิร์ฟ

กุ้งอบเนยกระเทียม-มันบด

credit sweetibee bloggang.com
วันนี้เป็นวันหยุด โดยปกติวันหยุดสุดสัปดาห์ มาดามศรีจะทำเมนู
ตามใจปากคุณชาย โดยไม่ต้องเน้นหรือกังวลกับสุขภาพค่ะ เป็นวันปล่อยผี
 ปล่อยพุง คุณชายเอ่ยปากอยากกินมันบด
 เพราะมาดามศรีไม่ทำเมนูที่มีมันฝรั่งนานแล้ว
ตอนนั้นยังคุมคาร์โบไฮเดรต คุมแป้งกันอยู่ พอมาถึงวันปล่อยพุง
แล้วคุณชายเอ่ยปากแบบนี้ มีหรือศรีมาดามจะนิ่งดูดาย
วันก่อนคุณเนินน้ำเข้ามาเม้นให้กำลังใจทิ้งไว้
แถมใจดีเอ่ยปากว่าอยากได้สูตรไหน เอาได้เลย
วันนี้มาดามศรีเลยแวะไปที่บล็อกบ้านคุณเนินน้ำ
ไม่ผิดหวังจริงๆค่ะ เลยได้เมนูนี้มา กุ้งอบเนยกระเทียม –มันบด
ขอขอบคุณคุณเนินน้ำไว้ณที่นี้ สำหรับสูตรดีดีที่แบ่งปันค่ะ



ส่วนผสมค่ะ
ยืมคุณเนินน้ำมาทั้งหมดเลยค่ะ >//<
กุ้งทะเลผ่าหลัง 300 กรัม
เนยสดชนิดเค็ม 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
----------------
ส่วนผสมมันบด
มันฝรั่งต้มสุกบดละเอียด 1 + 1/2 ถ้วยตวง
นมสด 1/2 ถ้วยตวง
เนยสดชนิดเค็ม 2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยป่น และเกลือป่น เล็กน้อย
และผัดสลัดตามชอบค่ะ

ทำมันบดก่อนเนอะ มันฝรั่งต้มสุกบดละเอียดเตรียมไว้



ผสมนมสดและเนยสดนำขึ้นตั้งไฟปานกลาง พอเริ่มเดือดคนให้นมกับเนยเข้ากัน



แล้วก็เอามันที่เราบดไว้ใส่ลงไป
ปรุงรสด้วยเกลือป่น และพริกไทยป่น ผัดให้เข้ากัน



คุณเนินน้ำเจ้าของสูตร บอกว่าค่อย ๆ เทนมใส่ลงไปในมันฝรั่งบด
คนให้เข้ากัน มาดามศรี รีบอ่านสูตรไม่เคลียร์ซะงั้น
ไม่เป็นไรเนอะ หยวนๆยังได้เป็นมันบดเหมือนกันอยู่



ผสมเนยสด กระเทียมสับ และเกลือป่นเข้าด้วยกัน



แล้วนำไปทาตัวกุ้งให้ทั่วจัดเรียงใส่ถาด นำเข้าอบให้สุก
ไม่รู้แม่บ้านเอาถาดแบนสำหรับอบไปไว้ไหน
 แต่มีหรือจะยอมให้คุณชายอดของที่อยากกิน
 เลยเอาถาดอบขนมปังนี้แหละค่ะ ใช้ได้เหมือนกัน



จริงๆแล้วในรูปไม่ได้ใส่กุ้งของคุณชายค่ะ เพราะแกะกุ้งไว้แล้ว
เอาใส่รวมกันมันไม่สวย เลยถ่ายแต่รูปกุ้งของมาดามศรีค่ะ

อบแป๊ปเดียวก็ได้กลิ่นเนยกระเทียมลอยมาแล้วค่ะ





อบสุกแล้วก็จัดสลัดใส่จาน เอากุ้งอบมาวาง พร้อมมันบด
ได้มาประมาณนี้แหละค่ะ จานบนนี้ของมาดาม
ไม่เช็ดขอบจานเลย คนรอกินกระวนกระวายมาก ถามว่า
มันจำเป็นจริงๆเหรอที่ต้องถ่ายรูป มาดามศรีเลยรีปกดกล้องแชะๆ
ไปสองสามที่ แล้วรีบยกไปเสริฟ์ กลัวกลองข้าวตัวไม่น้อยจะกินตับซะก่อน



ส่วนจานนี้ของคุณชายที่บ้าน คุณเธอไม่กินอาหารที่ต้องใช้
มือหยิบ จับ แกะ แคะ ทุกชนิดค่ะ เคยทำซี่โครงหมูอบน้ำผึ้ง
คุณเธอใช้ส่อมกับมีดขูดๆซีโครงอยู่แป๊ปหนึ่งก็วางมือ
ไม่ยอมใช้มือจับเรางี้เสียดาย เก็บมาแทะหมด
คุณเธอก็มองเราแทะ แล้วทำหน้าแหยงๆ
วันนี้ก็เลยแกะกุ้งให้ก่อนที่จะอบค่ะ แต่ไม่อร่อยเหมือนของเราหรอกเนอะ
ได้รสชาติการกินกว่ากันเยอะเลย 
credit sweetibee bloggang.com

น้ำว่านหางจระเข้เย็น

credit horapa.com
ส่วนผสม
1. เนื้อว่านหางจระเข้ประมาณ 1 ถ้วยตวง (250 กรัม)
2. น้ำสะอาด 3 ถ้วยตวง
3. ใบเตยสด 2-3 ใบ
4. น้ำเชื่อมหรือน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ1. ให้เลือกใบขนาดใหญ่ที่อยู่ส่วนล่าง ๆ ของกอว่านสัก 1 ใบมาใช้ก่อน เพราะจะให้วุ้นมากกว่าใบเล็ก ปอกเปลือกสีเขียวออก ล้างให้หมดยาง แล้วนำลงภาชนะเคลือบหรือแก้วทนไฟ

2. เติมน้ำสะอาดประมาณ 3 ถ้วยตวง นำขึ้นต้มด้วยความร้อนปานกลาง

3. ระหว่างรอวุ้นสุก นำใบเตยสดประมาณ 2-3 ใบ มาซอยละเอียดแล้วคั้นด้วยน้ำอุ่นจัด ๆ ให้ได้น้ำใบเตยสดประมาณครึ่งถ้วยตวง

4. เมื่อวุ้นว่านหางจระเข้สุกแล้ว ยกลงตักเฉพาะวุ้นมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำลงเครื่องปั่นพร้อมน้ำใบเตยสด น้ำสุกครึ่งถ้วยตวง และน้ำแข็งเกล็ดประมาณครึ่งถ้วยตวง อาจเติมน้ำเชื่อมสัก 1 ช้อนโต๊ะ

5. ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน เสิร์ฟทันที

ว่านหางจระเข้มีน้ำยางที่ทำให้สตรีมีครรภ์ สตรีที่อยู่ระหว่างมีรอบเดือน ผู้ที่เป็นริดสีดวง เกิดอาการแพ้ได้




ขอบคุณบทความจาก โหระพา

มิโซะซุป(Miso soup)

credit  Le Canne bloggang.com
มิโซะซุป
วัตถุดิบ
1. เต้าหู้ขาวแบบนิ่ม
2. เต้าเจี้ยวบดสำเร็จรูป
3. สาหร่าย
4. แครอทหั่นบาง
วิธีทำ
1. ตั้งน้ำจนเดือด  แล้วจึงใส่เต้าหู้ลงไป  
2. รอจนเต้าหู้ลอยขึ้นมาอีกครั้ง  จึงใส่เต้าเจี้ยวบด  คนจนเต้าเจี้ยวบดละลาย
3. ใส่แครอทหั่นบาง  แล้วตามด้วยสาหร่าย   รอจนน้ำเดือดอีกครั้งจึงยกลง
                                      

ข้าวผัดไก่เทอริยากิ

credit zulander bloggang.com
อาหารเด็ก - ข้าวผัด

ข้าวผัดไก่เทอริยากิ

ส่วนผสม

ข้าวสวย 1 ถ้วย

เนื้อไก่เทอริยากิสำเร็จรูปหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ½ ถ้วย

สับปะรดหั่น ¼ ถ้วย

ถั่วลันเตา ¼ ถ้วย

แครอต ¼ ถ้วย

มะเขือเทศ ¼ ถ้วย

ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนชา

น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

ตั้ง กระทะ เทน้ำมันพืชลงไปจนร้อนใส่เนื้อไก่ แครอต ถั่วลันเตา ผัดให้พอสุก เทข้าวสวย สับปะรดลงไป ผัดให้เข้ากัน จากนั้นใส่มะเขือเทศ ปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลือง ตักใส่จานให้ลูกกินได้เลยค่ะ

Tip : ผัดข้าวอย่างไร ไม่ให้แฉะ...ตั้งกระทะให้ร้อนใช้ข้าวสวยร่วน ๆ หรือนำข้าวสวยไปแช่ตู้เย็นให้เกาะกันเป็นก้อน แล้วค่อยเอาออกมายีเบา ๆ ให้หายเกาะกัน

ยำผลไม้หมูย่าง

credit manager.co.th
“กุ๊กเล็ก” ได้ยินเพื่อนสาวหลายๆ คนโอดครวญว่าน้ำหนักขึ้นเอาขึ้นเอาตอนช่วงฤดูข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวทุเรียนแบบนี้ เพราะหักห้ามใจไม่เคยไหวจากกลิ่นหอมยวนยั่ว และรสชาติหวานอร่อย ก็เลยอยากจะได้เมนูที่กินแล้วไม่อ้วนแถมยังได้สารอาหารที่ดีต่อร่างกายด้วย “กุ๊กเล็ก” เลยขอแนะนำเมนูอร่อย “ยำผลไม้หมูย่าง” ให้ไปลองทำกินกันได้แบบง่ายๆ
ส่วนผสมมีดังนี้
เนื้อหมู 300 กรัม
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
ส่วนผสมยำผลไม้
แอปเปิ้ลแดงหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม 1 ถ้วยตวง
ฝรั่งหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม 1 ถ้วยตวง
ชมพู่ หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม 1 ถ้วยตวง
แครอทซอย ½ ถ้วยตวง
พริกขี้หนูบุบ 1 ช้อนโต๊ะ
ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา ½ ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
วิธี ทำเริ่มจากหมักเนื้อหมูกับน้ำตาลทราย น้ำปลา และซีอิ้วขาว ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นก็นำไปย่างจนสุก แล้วหั่นเป็นชิ้นพอคำ จัดวางใส่จานพักไว้ก่อน ส่วนยำผลไม้ให้นำผลไม้แต่ละอย่างมาหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมพอคำ จำนั้นปรุงรสโดยการใส่พริกขี้หนู น้ำตาลทราย น้ำปลา และน้ำมะนาว คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วใส่ถั่วลิสงคั่ว คลุกให้เข้ากันอีกครั้ง แล้วตักใส่จาน กินคู่กับหมูย่างให้อร่อยกันในมื้อนี้

ลาซานญ่า โบโลเนส

credit สมาชิก Tinotony bloggang.com
ลาซานญ่า โบโลเนส
ส่วนผสม
  1. เนื้อหมูบด 500 กรัม 
  2. แครอทสับ, คื่นช่ายสับ, หัวหอมสับ
  3. ซอสมะเขือเทศบด 800 กรัม
  4. น้ำมันมะกอก
  5. เกลือป่น, พริกไทยป่น, ผงลูกจันทน์เทศป่น
  6. แผ่นแป้งลาซานญ่า
  7. ไข่ต้ม 2 ลูก
  8. แป้งสาลี+นม+เนย: ส่วนผสมหลักสำหรับทำซอสครีมข้น(Sauce Besciamella) ไว้ราดบนลาซานญ่า
  9. ครีมกล่อง(Panna) 2กล่อง
  10. ชีส: มอสซาเรลล่า (Mozzarrela), พาร์มิจานโน่ เรจจานโน(Parmigiano reggiano) และ ชีสเอมเมนทอล(Emmental )
ขั้นตอน
  • ผัดหอมใหญ่สับกับน้ำมันมะกอกจนเหลืองแล้วจึงใส่หมูสับลงผัด คลุกเคล้าให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือป่นและผงลูกจันทน์เทศป่นโดยประมาณ
  • ใส่แครอทสับพร้อมคื่นช่ายสับลงผัดกับหมูคลุกเคล้าให้เข้าเนื้อกัน
  • พอเนื้อหมูกึ่งๆสุกแล้ว, ใส่ซอสมะเขือเทศบดลงในหม้อ ลดไฟลงเคี่ยวจนกว่าจะได้ซอสที่ข้นขึ้น ประมาณชั่วโมงกว่า
  • ระหว่าง รอซอสโบโลเนสได้ที่ ก็จัดการต้มไข่ ใช้เวลา 15นาที จึงได้ไข่ต้มเนื้อแน่นๆ, ปอกเปลือกไข่แล้วสับไข่ต้มเป็นชิ้นเล็กๆเตรียมรอไว้
  • ขูดชีสพาร์มิจานโน่รอไว้, ฉีกชีสมอสซาเรลล่าเป็นเส้นๆเตรียมไว้โรยหน้าซอสลาซานญ่า พร้อมๆกับชีสเอมเมนทอล
  • เตรียมทำซอสครีมข้น(Besciamella Sauce)ราดบนแผ่นแป้งลาซานญ่า  : แป้งสาลี+นม+เนย+เกลือป่น+พริกไทยป่น+ผงลูกจันทน์เทศป่น (ใช้เวลาพอสมควรในการยืนเคี่ยวซอสครีม) หรือ จะใช้ครีมกล่องสำเร็จรูปก็ได้ (ในกรณีไม่อยากเสียเวลายืนเคี่ยว)
  • ขั้นตอนทำซอสครีมข้น: นำเนยละลายในหม้อประมาณ 5ช้อนโต๊ะ, ใส่แป้งสาลี 4ช้อนโต๊ะผสมลงไปในหม้อเคี่ยวจนละลายเป็นเนื้อเดียวกันและเป็นสีเหลืองเข้ม, ขณะเดียวกันนั้นเทนมครึ่งลิตรตั้งไฟให้เดือดรอไว้อีกหม้อ, เทนมที่เดือดได้ที่ผสมลงในหม้อซอสผสมเนยกับแป้งสาลี, เคี่ยวผสมกันให้ข้นได้ที่ด้วยไฟอ่อน, พอซอสครีมข้นได้ที่ยกลงจากเตา, ใส่เกลือป่นสักช้อนชา, พริกไทยป่น และผงลูกจันทร์เทศป่น, คนให้ละลายเข้าเนื้อครีมเป็นอันเสร็จสิ้นการทำซอสครีมข้น (Besciamella Sauce)
  • เตรียมถาดอบโดยทาน้ำมันมะกอกรอไว้, เรียงแผ่นแป้งลาซานญ่าลงในถาดที่จะใช้อบ
  • ตักซอสโบโลเนสที่เคี่ยวเสร็จได้ที่แล้วราดลงบนแผ่นแป้งลาซานญ่าชั้นแรก, เกลี่ยซอสให้ทั่วถาดอบ
  • โรยไข่สับ, ใส่ชีสต่างๆ ผสมตามลงไป และราดด้วยซอสครีมข้นตบท้าย ก่อนจะเรียงปิดด้วยแผ่นแป้งลาซานญ่าอีกชั้น
  • ชั้น ที่สองทำตามขั้นตอนเดิมเหมือนชั้นแรก และปิดด้วยแผ่นแป้งลาซานญ่าชั้นสุดท้าย, ก่อนราดซอสครีมข้นลงบนหน้าลาซานญ่าเกลี่ยให้ทั่วถาดอบ
  • ก่อนนำถาดลาซานญ่าเข้าเตาอบ, ให้วอร์มเตาอบไฟบนล่าง 200องศา ทิ้งไว้ก่อนสัก 15นาที
  • หลังอบลาซานญ่าได้ที่, ทิ้งไว้ในเตาอบประมาณ 10นาที ให้ลาซานญ่าคลายตัวลง จึงนำออกจากเตาอบ

  • นำออกจากเตาอบ พร้อมเสิร์ฟร้อนๆแล้ว ลาซานญ่านุ่มๆเนื้อแน่นๆชุ่มฉ่ำชีส
    และแล้วก็หายไปในพริบตา..ลาซานญ่า..คำสุดท้ายแล้ว สำหรับมื้อกลางวันนี้
 credit  สมาชิก Tinotony bloggang.com

Ham cheese and caviar

creedit ALDI bloggang.com




ส่วนผสม

- แฮมสด
- ชีส Camembert (หรือชีสแข็งตามชอบ)
- ไข่ปลาคราเวียร์
- Dill (ผักชีลาว)
- Balsamic
- น้ำเชื่อมเมเปิ้ล (หรือน้ำผึ้ง)



หน้าตาชีสที่ใช้ มีเมล็ดพริกไทยอยู่ข้างในด้วยค่ะ



วิธีทำ

- ผสม Balsamic และน้ำเชื่อมเมเปิ้ลหรือน้ำผึ้ง ให้เข้ากัน
- นำไปตั้งไฟ และพักให้เย็น



- หั่นชีสขนาดพอประมาณ



- นำแฮมสดมาม้วนกับชีส



ตักส่วนผสมซอสใส่จาน วางแฮมชีสและไข่ปลาคราเวียร์
ตกแต่งด้วย Dill











creedit สมาชิก ALDI bloggang.com

พล่าเต้าหู้ อิ่มนานลดอ้วน บำรุงสมอง

credit หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

สำหรับ ผู้ที่กำลังตั้งใจลดน้ำหนัก เพื่อให้ได้สุขภาพที่ดีและมีรูปร่างสมส่วน คงต้องใส่ใจเลือกอาหารที่กินแล้วไม่อ้วน ไม่ทำน้ำหนักเพิ่ม ซึ่งส่วนใหญ่มักเลือกวิธีลดเนื้อสัตว์ แม้ตอบโจทย์ แต่กลับไม่ค่อยจะอยู่ท้อง เมื่อหิวบ่อยๆ แล้วกินไม่ได้ ช่างทรมานใจมิใช่น้อย
อย่างนี้ต้องกินเมนูที่มี ‘เต้าหู้’ เป็นส่วนประกอบ เพราะเต้าหู้ กินแล้วอิ่มอยู่ท้องนาน แถมยังมีประโยชน์มากมาย มีแคลเซียมเสริมสร้างกระดูกและฟัน ให้โปรตีนได้พอๆ กับเนื้อสัตว์ ต่างกันที่ ไขมันในเต้าหู้เป็นไขมันที่ดี
อีก ทั้งยังมีสารเลซิทิน ที่สามารถลดไขมันและเสริมการทำงานของระบบประสาทที่เกี่ยวกับความจำ มีฮอร์โมนจากพืช อย่าง ไฟโตเอสโทรเจน ซึ่งมีผลวิจัยชี้ว่า ป้องกันมะเร็ง ดีต่อสตรีวัยทอง ช่วยชะลอภาวะหมดประจำเดือน และลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านม
สำหรับเมนูน่าลองใส่เต้าหู้แทนเนื้อสัตว์ เพื่อให้ร่างกายได้ประโยชน์อย่างสรรพคุณข้างต้น คือ พล่าเต้าหู้ โดยส่วนผสมอื่นๆ ยังช่วยขับลมได้ดี ในการทำพล่าเต้าหู้ ควรเลือกเต้าหู้ชนิดแข็ง หั่นเป็นเส้นแล้วลวกให้สุก
จาก นั้นนำไปคลุกเคล้ากับมะเขือเทศราชินี ใบมะกรูดหั่นฝอย หอมแดง ใบสะระแหน่ และตะไคร้ซอย ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว น้ำมะนาว น้ำตาลทรายแดง และน้ำพริกเผา เพียงเท่านี้ก็จะได้พล่าเต้าหู้ 1 จาน  จะกินเป็นอาหารจานหลัก หรือกินเป็นกับข้าว ก็อิ่มนาน ได้สุขภาพ.



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ทอดมันปลากราย

credit dvdevd bloggang.com

เครื่องปรุง
เนื้อปลากราย 500 กรัม
ถั่วพูอ่อนๆ 200 กรัม
น้ำพริกแกงคั่ว 2-3 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืชสำหรับทอด

เครื่องปรุงน้ำจิ้ม
พริกชี้ฟ้าแดงโขลก 2 เม็ด
แตงกวาผ่าสี่ หั่นบางตามขวาง 3 ลูก
ผักชีเด็ดเป็นใบ 1 ต้น
ถั่วลิสงคั่วโขลกหยาบ 1/4 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
เกลือป่น 2 ช้อนชา
น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วย

ละลายน้ำส้มสายชู น้ำตาล เกลือ เข้าด้วยกันพอเหนียวเล็กน้อย ยกลง ใส่พริกชี้ฟ้าแดง คนพอทั่ว เมื่อเย็นใส่ถั่วลิสง แตงกวา ผักชี

วิธีทำ

1. โขลกเนื้อปลากรายให้เหนียว โดยขณะที่โขลกให้เอาสากจุ่มด้วยน้ำเกลือเป็นระยะๆ เมื่อเนื้อปลาเหนียวดี ใส่น้ำพริกแกงคั่ว โขลกเข้าด้วยกันอีกครั้งจนเหนียวดี ใส่น้ำปลา โขลกให้เข้ากัน
2. ล้างถั่วพู ตัดหัว ตัดท้ายออก ซอยบางๆ ใส่ลงในเนื้อปลาในข้อ 1 ผสมให้เข้ากัน
3. ปั้นทอดมันปลากรายเป็นก้อนแบน หนาประมาณ 1 ซม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 2 นิ้ว ทอดในน้ำมันร้อน ทอดให้สุกเป็นสีเหลืองทั่ว ตักขึ้น รับประทานกับน้ำจิ้ม

แฮมชีสโครเก็ต

credit daraceo8 bloggang.com
 
ส่วนผสม
- ชีสคาร์ฟหั่นเป็นลูกเต๋า 1/3 ถ้วยตวง
- แฮมหั่นเป็นสี่เหลี่ยม 1 ถ้วยตวง
- ถั่วแขกหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าลวกพอสุก 1/3 ถ้วยตวง
- แครอทหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าต้มสุก 1/3 ถ้วยตวง
- มันฝรั่งหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าต้มสุก 1/3 ถ้วยตวง
- หอมใหญ่หั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าผัดพอสุก 1/3 ถ้วยตวง
- ขนมปังแผ่นหั่นหรือฉีก 1 แถว
- น้ำมันพืชสำหรับทอด
- เนย
- ซอสพริกทาบัสโก้
- แป้งสาลี
- เกลือ/พริกไทย
- นมสด
- ชีสขูด

วิธีทำ
1. ตั้งกระทะใส่เนยและแป้งสาลี ผัดแป้งให้สุกแต่ไม่เหลืองเรียกว่า Roux ใส่นมสดลงไปทีเดียว ทั้งหมด คนด้วยไม้ตีไข่จนกระทั่งซอสข้น ใส่ชีสลงไปคนให้เข้ากัน
2. ใส่แฮม ถั่วแขก แครอท มันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ และชีสเข้าด้วยกัน
3. ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย และซอสทาบัสโก้ ชิมรสชาติเค็ม ๆ มัน ๆ ยกลงจากเตาทิ้งไว้ให้เย็น
4. ตักส่วนผสมที่อยู่ในกระทะที่เย็นแล้ว 1 ช้อนโต๊ะพูน ๆ ลงไปใส่ในถาด ที่มีขนมปังที่ฉีก หรือ หั่น แล้วเอาขนมปังมาโปะและห่อหุ้มส่วนผสมของโครเก็ตใช้อุ้งมือประกบให้ส่วนผสม เป็น ก้อนกลม ๆ แน่นและไม่หลุดเมื่อเรียบร้อยแล้วนำไปพักไว้ในถาด ใส่ตู้เย็น
5. เมื่อจะรับประทาน นำกระทะใส่น้ำมันมาก ๆ ตั้งไฟร้อนปานกลาง แล้วนำโครเก็ตที่อยู่ในตู้เย็น มาทอดจนกระทั่งเหลืองและกรอบ ตักออกจากน้ำมันและวางลงบนกระดาษซับมัน เสิร์ฟร้อน ๆ รับประทานกับสลัด

เต้าหู้สอดไส้น้ำแดง

credit takecareyou bloggang.com

ส่วนผสม
ฟองเต้าหู้แผ่น 500 กรัม
หน่อไม้ 300 กรัม
แครอท 300 กรัม
พริกหยวก 300 กรัม
เห็ดหอม 300 กรัม
มันแกว 300 กรัม
น้ำมัน 20 กรัม
ผักกาด 300 กรัม
เกลือ พริกไทยขาว
ซีอิ๋วขาว
ส่วนผสมซอส
น้ำมันหอย 50 กรัม
ซีอิ๊วขาว 50 กรัม
ผงปรุงรส 10 กรัม
ต้นหอม 20 กรัม
เหล้าจีน 50 กรัม
วิธีทำ
1. ตั้งกระทะกับน้ำมันพอร้อน ใส่หน่อไม้ เห็ดหอม แครอท พริกหยวก มันแกว
2. ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย และซีอิ๋วขาว แล้วผัดให้เข้ากัน พักไว้
3. นำเครื่องที่ผัดมาม้วนในฟองเต้าหู้แผ่นให้แน่น
4. นำไปนึ่งกับผักกาด พักไว้

วิธีทำซอส
1. ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่ส่วนผสมของซอส แล้วเคี่ยวจนได้ที่
2. ยกเสิร์ฟพร้อมเต้าหู้สอดไส้

กุ้งนึ่งกระเทียมโทน

credit Newspaperman bloggang

ส่วนผสม
กุ้งแชบ๊วย 10-12 ตัว
กระเทียมโทน (กระเทียมกลีบใหญ่ๆ) 5 เม็ด
รากผักชีสับ 3 ราก
กระเทียมโทนหั่นแผ่นบาง 10 หัว
น้ำซีอิ๊วปรุงรสสำหรับนึ่ง 1 ถ้วย
กระเทียมโทนดอง 10-15 หัว
ต้นหอมซอยเล็กๆและแครอทสลักดอกไม้ที่มีเกสรเป็นดอกกุยช่าย (สำหรับตกแต่ง) หรือจะหั่นแครอทบางๆก็ได้ค่ะ
น้ำจิ้มซีฟูด
น้ำซีอิ๊วปรุงรสสำหรับนึ่ง
น้ำซุปกระดูกหมู 1 ถ้วย
น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนชา
ซีอิ๊วฮ่องกง (หรือใช้เป็นซีอิ๊วขาว) 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
เหล้าจีน 1 ช้อนชา
ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนโต๊ะ
ให้ใส่เครื่องปรุงทุกอย่างลงในหม้อ ยกตั้งไฟกลางจนน้ำตาลละลาย ยกลง (ปรุงรสเพิ่มได้ตามต้องการ)

น้ำจิ้มซีฟู้ด
พริกขี้หนูเขียว 1 ถ้วย
กระเทียมแกะเปลือก 1 ถ้วย
รากผักชี 3 ราก
น้ำปลา 1 ถ้วย
น้ำมะนาว 1 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำกระเทียมดอง 1/2 ถ้วย
ปั่นเครื่องปรุงทั้งหมดเข้าด้วยกันจนละเอียด ตักใส่ถ้วยพักไว
วิธีทำ
1. ล้างกุ้งและแกะเปลือกไว้หัวและหาง ผ่าหลังจนขาด ดึงเอาเส้นดำออก
2. จากนั้นม้วนหางกุ้งกลับมาตรงกลางตัวกุ้ง (สังเกตจากรูป) ทำจนครบทุกตัว เรียงใส่จานสำหรับนึ่ง
3. สับกระเทียมโทนกับรากผักชีเข้าด้วยกันให้ละเอียด ตักใส่ตรงกลางตัวกุ้งที่ทำไว้จนครบ โรยด้วยกระเทียมโทนหั่นบาง
4. ราดด้วยน้ำซีอิ๊วปรุงรสให้ทั่ว
5. นำไปนึ่งในน้ำเดือดไฟแรงประมาณ 5-8 นาที จนสุก จึงปิดไฟ
6. ยกจานกุ้งนึ่งออก แล้วโรยด้วยน้ำกระเทียมโทนดอง ตกแต่งด้วยต้นหอมซอยท่อนเล็กและแครอทสลักดอกไม้ที่มีเกสรเป็นดอกกุยช่าย
7. เสิร์ฟกับน้ำจิ้มซีฟุ้ด

ปลาหมึกยัดไส้ทอดกระเทียมพริกไทย

credit สมาชิก Internet Boy bloggang.com

ส่วนประกอบ
1. ปลาหมึก ตัวขนาดกลาง
2. ไก่สับ หรือหมูสับ
3. วุ้นเส้น
4. รากผักชี กระเทียม และพริกไทย
5. ซีอิ๊วขาว

วิธีทำ
1. นำปลาหมึก ที่ลอกหนังออกเรียบร้อยแล้ว มาล้างให้สะอาด ควักไส้ออกให้เรียบร้อย
2. จากนั้นนำไก่สับ(หรือหมูสับ)ไปคลุกกับรากผักชี กระเทียม พริกไทยที่โขลกแล้ว ตามด้วยวุ้นเส้นที่ลวกแล้ว ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวเล็กน้อย
3. เมื่อส่วนผสมของไส้เข้ากันดีแล้ว ก็นำส่วนผสมยัดไปในตัวปลาหมึก
4. ตั้งกระทะให้ร้อน ก่อนจะใส่รากผักชี กระเทียม พริกไทยที่โขลกจนเข้ากัน(ในการโขลกครั้งที่ 2 นี้ ควรใส่กระเทียมหลังสุด เพราะเนื้อกระเทียมจะได้ไม่เละจนเกินไป) และตามด้วยปลาหมึก ใช้ไฟอ่อน(มิฉะนั้น อาจะทำให้กระเทียมของคุณไหม้ก่อนที่ปลาหมึกจะสุกได้) เพื่อให้เนื้อในของไส้สุกอย่างทั่วถึง ที่สำคัญ ควรใช้ไม้จิ้มฟัน เจาะลงไปตามตัวของปลาหมึก เพื่อให้ความร้อนกระจาย ไส้ภายในปลาหมึกจะได้สุกอย่างทั่วถึง
5. ลองนำไม้จิ้มฟันจิ้มดูอีกครั้ง ถ้าไม่มีน้ำในตัวปลาหมึก หรือเนื้อไก่ที่เป็นไส้ด้านในติดขึ้นมา แสดงว่าใช้ได้แล้ว ก่อนที่จะจัดใส่จาน เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อน ๆ
credit สมาชิก Internet Boy bloggang.com

กุ้งทอดราดครีมชีส


เครื่องปรุง
กุ้งนาง 1/2 กิโลกรัม
กุ้งขาวกลาง 150 กรัม
แป้งทอดกรอบ 100 กรัม
ไข่ไก่ 2 ฟอง
แป้งมัน 30 กรัม
น้ำมันสลัด 100 มิลลิลิตร
นมข้นหวาน 50 กรัม
พริกไทยและเกลือ
ผักสลัดตามชอบ เช่น ผักกาดแก้ว มะเขือเทศ พริกยักษ์เขียวและกะหล่ำปลีม่วง

วิธีทำ

1. นำกุ้งผ่าหลัง ปรุงรสชาติให้หอมด้วยพริกไทยและเกลือเล็กน้อย
2. นำไปเสียบไม้ให้ตัวยืดตรง
3. ผสมแป้งทอดกรอบกับน้ำตามสัดส่วน จากนั้นนำกุ้งที่เสียบไว้มาชุบแป้ง นำไปทอดในน้ำมันร้อนให้กุ้งเหลืองพองามแล้วตักขึ้น
4. เตรียมครีมชีสด้วยการตีไข่แดงกับน้ำมันสลัดให้ขึ้น แล้วใส่นมข้นหวานลงไปให้ได้รสชาติหวานมัน
5. เสิร์ฟด้วยการเรียงไว้ในตะกร้าหมดทุกอย่างทั้งผักสด กุ้งและครีมชีส
credit สมาชิกcookingwater  bloggang.com