ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

สะโพกนางฟ้า, ข้าวกล้องอบผัก, ไก่ทอด พร้อมน้ำจิ้มไก่, น้ำพริกปลาร้า, ยำรวมถั่วบรอกโคลี, ทอดมันปลากราย

สะโพกนางฟ้า



ส่วนผสม
1. สะโพกเป็ด                                                                      3 ชิ้น
2. คิกโคแมน                                                                        3 ช้อนโต๊ะ
3. ซีอิ๊วดำ                                                                              1 ช้อนโต๊ะ
4. ซีอิ๊วขาว                                                                            2 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำตาลปี๊บ                                                                        1 ช้อนโต๊ะ
6. เกลือไทย                                                                          1 ช้อนโต๊ะ
7. อบเชย                                                                               1 ชิ้น
8. โป๊ยกั๊ก                                                                              3 ดอก
9. ข่าแก่                                                                                 1 แง่ง

เครื่องปรุงซอส
1. น้ำตาลปี๊บ                                                                        3 ช้อนโต๊ะ
2. น้ำมะขามเปียก                                                               3 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำปลา                                                                              2 ช้อนโต๊ะ
4. หอมเจียว                                                                          2 ช้อนโต๊ะ
5. กระเทียมเจียว                                                                 2 ช้อนโต๊ะ
6. พริกชี้ฟ้าแห้งทอด                                                          2 เม็ด
7. ผักชีไทย                                                                           2 ต้น
8. น้ำมันพืช                                                                         2 ถ้วย

วิธีทำ
1. ต้ม น้ำให้เดือด จากนั้นใส่ คิกโคแมน ซีอิ๊วดำ ซีอิ๊วขาว น้ำตาลปี๊บ เกลือไทย อบเชย โป๊ยกั๊ก และ ข่าแก่ เมื่อน้ำเดือดอีกครั้ง นำสะโพกเป็ดลงไปต้ม
2. เมื่อเนื้อเป็ดเปื่อย ตักขึ้นพักไว้ให้เย็น
3. นำกระทะมาตั้งเตาไฟ ใส่น้ำมันพืช
4. เมื่อน้ำมันร้อนนำสะโพกเป็ดลงไปทอดให้หนังกรอบ เสร็จแล้วตักขึ้นพักไว้ 

วิธีทำซอส
1. นำน้ำปลา น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บเคี่ยวไฟจนข้น
2. นำสะโพกเป็ดที่ทอดเตรียมไว้วางบนจาน โรยด้วยหอมเจียว กระเทียมเจียว และ ผักชี

Tee Off Café ชั้น 83 โรงแรมใบหยกสกาย โทร. 0 2656 3000 กด 4
credit  http://www.horapa.com/content.php?Category=Thai&No=964


ข้าวกล้องอบผัก



เครื่องปรุง
ข้าวกล้องหอมมะลิ 1 ถ้วยตวง
ก้านผักกาดเขียวลวกน้ำร้อน หั่น 1 ถ้วย
ถั่วแดงต้มสุกนุ่ม 1 ถ้วย
เผือกหั่นสี่เหลี่ยม 1/2 ถ้วย
เมล็ดบัวต้มสุกนุ่ม 1/2 ถ้วย
เห็ดหอมแช่น้ำ หั่น 1/4 ถ้วย
น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
กระเทียม พริกไทยตำละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
น้ำมันงา 1 ช้อนชา
น้ำซุป ประมาณ 3 ถ้วย
เนื้อปลากระพง 160 กรัม

วิธีทำ1. แช่ข้าวกล้องในน้ำ 3 ชั่วโมง แล้วเทใส่กระชอนให้สะเด็ดน้ำ
2. ผัดกระเทียมพริกไทยตำกับน้ำมันพืชจนหอม ใส่ข้าวกล้องลงผัดต่อสักครู่ ยกลง
3. ตักข้าวแบ่งใส่ชามทนความร้อน วางก้านผักกาดเขียว ถั่วแดง เผือก เมล็ดบัว เห็ดหอม ให้สวยงาม
4. ผสมน้ำซุป ซีอิ๊วขาว เกลือป่น น้ำตาล น้ำมันงา คนให้เข้ากัน
5. เทน้ำซุปที่ปรุงแล้วใส่ในชามข้าวพอท่วม นึ่งไฟแรงๆประมาณ 15-20 นาที จนข้าวสุก ยกลง รับประทานร้อนๆ


http://www.horapa.com/content.php?Category=Thai&No=958


ไก่ทอด พร้อมน้ำจิ้มไก่


ส่วนผสม
น่องไก่ 1 กิโลกรัม
ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
น้ำมันสำหรับทอด
วิธีทำ
1. ล้างไก่ สับเป็นท่อนๆชิ้นใหญ่ๆ ใส่ในกระชอน ทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ
2. ผสมซีอิ๊วขาว พริกไทยป่น เคล้าให้เข้ากันนำไก่ลงเคล้าให้ทั่ว หมักทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมง

ส่วนผสมแป้ง

แป้งสาลี 1 ถ้วยตวง
แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
แป้งมัน 1/4 ถ้วยตวง
หัวกะทิอย่างข้น 1 ถ้วยตวง
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
น้ำปูนใส 1 ถ้วยตวง
ไข่แดง 1 ฟอง
วิธีทำ1. นำแป้งทั้งสามชนิด เคล้าให้เข้ากัน แล้วตอกไข่เอาแต่ไข่แดงใส่ลงเติมหัวกะทิ นวดจนนิ่มมือ จึงละลายน้ำปูนใสเวลาเติมน้ำซุปใส ค่อยๆใส่จะได้ดูว่า แป้งข้นพอที่จะชุบไข่หรือยัง ถ้าข้นไปเติมน้ำได้อีกนิดหน่อย
2. นำกระทะตั้งไฟใส่น้ำมันมากๆ ใช้ไฟอ่อนพอร้อนนำไก่ลงชุบแป้ง ทอดให้สุกเหลืองจึงตักขึ้นซับน้ำมันบนกระดาษซับน้ำมัน รับประทานกับน้ำจิ้ม

น้ำจิ้มแบบที่ 1

พริกแดง 3 เม็ด
กระเทียมดอง 1 หัว
กระเทียมสด 4 กลีบ
น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
เกลือป่น 2 ช้อนชา

วิธีทำ
เคี่ยวน้ำตาลทรายกับน้ำส้มสายชู เกลือป่น ให้ข้น จึงเอาพริกแดงที่โขลกกับกระเทียมสด กระเทียมดองละลายกับน้ำส้มสายชู
น้ำจิ้มแบบที่ 2
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสดหั่น 1 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูหั่น 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 3 1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
ซอยพริกขี้หนู กระเทียม ใส่น้ำปลา บีบน้ำมะนาว ใส่ลงผสมให้เข้ากัน


http://www.horapa.com/content.php?Category=Thai&No=957


น้ำพริกปลาร้า


เครื่องปรุง
ปลาดุกอุย หนัก 200 กรัม 1 ตัว
น้ำปลาร้า 1 ถ้วย
พริกขี้หนูสด 10 เม็ด
หอมแดง 5 หัว
กระเทียม 1 หัว
น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
ผักชี 1 ต้น
ผักสด แตงกวา มะเขือ ถั่วผักยาว ยอดกระถิน

วิธีทำ
1. ต้มน้ำปลาร้าให้เดือด
2. ขูดเมือกปลาดุกออก ควักไส้และเหงือกทิ้ง ล้างให้สะอาด ใส่ในหม้อต้มกับน้ำปลาร้า ต้มจนปลาดุกสุก ยกลง
3. เผา หอม กระเทียม พริก แล้วปอกเปลือกหอม กระเทียม โขลกรวมกันกับพริก
4. แกะเนื้อปลาดุกอุยใส่ลงโขลกด้วย เติมน้ำปลาร้า 3 ช้อนโต๊ะ ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว รับประทานกับผักสด


http://www.horapa.com/content.php?Category=Thai&No=956




ยำรวมถั่วบรอกโคลี


เครื่องปรุง
ถั่วเขียวต้มสุก 2 ช้อนโต๊ะ
ถั่วเขียวแระเปลือกนึ่งสุก 2 ช้อนโต๊ะ
ถั่วแดงต้มสุก 2 ช้อนโต๊ะ
ถั่วแดงหลวงต้มสุก 2 ช้อนโต๊ะ
บรอกโคลีหั่นเป็นดอกเล็ก 1 ถ้วย
แครอทเกลาเป็นแท่งแล้วหั่นชิ้น 1/4 ถ้วย
หอมใหญ่หั่นเสี้ยวบาง 1/4 หัว
หอมใหญ่แดงหั่นเสี้ยวบาง 1/4 หัว
พริกหวานสีแดงหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก 2 ช้อนโต๊ะ
สะระแหน่เด็ดใบ 1/4 ถ้วย

เครื่องปรุงน้ำยำ
พริกขี้หนูโขลก 1  ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนชา
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. ผสมเครื่องปรุงน้ำยำทั้งหมดเข้าด้วยกัน
2. ต้มน้ำให้เดือดจัด ใส่แครอท บรอกโคลี ต้มให้สุก ตักขึ้นแช่ในน้ำเย็นจัด สงขึ้นให้สะเด็ดน้ำ
3. ใส่ถั่วทุกชนิดลงในอ่างผสม ใส่หอมใหญ่ทั้ง 2 ชนิด บรอกโคลี แครอท ราดด้วยน้ำยำ ใส่พริกหวาน ใบสะระแหน่ คลุกเคล้าให้เข้ากัน
4. ตักใส่จาน เสิร์ฟ


http://www.horapa.com/content.php?Category=Thai&No=947


ทอดมันปลากราย


เครื่องปรุง

เนื้อปลากรายที่ขูดแล้ว 2 ถ้วยตวง
ถั่วฝักยาวหรือถั่วพู หั่นบางๆ 1/4 ถ้วยตวง
น้ำตาลปีบ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันสำหรับทอด

เครื่องปรุงน้ำพริกแกง
พริกแห้ง 7 เม็ด
หอมแดงซอยบางๆ 1 ช้อนโต๊ะ
ผักชีหั่นทั้งต้น 1 ช้อนโต๊ะ
ตะไคร้หั่นบางๆ 1 ช้อนโต๊ะ
ผิวมะกรูดหั่นฝอย 1/2 ช้อนโต๊ะ
ข่าหั่นฝอย 1/2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1/2 ช้อนชา
พริกไทย 1 ช้อนโต๊ะ

เครื่องปรุงน้ำจิ้ม
น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วยตวง
พริกชี้ฟ้าแดง 1 เม็ด
กระเทียม 1 หัว
น้ำกระเทียมดอง 1 ช้อนโต๊ะ
แตงกวาหั่น 3 ผล
น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วยตวง

วิธีทำน้ำจิ้ม
1. โขลกพริกกับกระเทียมให้ละเอียด
2. นำน้ำส้ม น้ำกระเทียมดองและน้ำตาลทราย ตั้งไฟพอเดือด ใส่พริกกระเทียมที่โขลกไว้ละลายให้เข้ากัน ยกลงทิ้งไว้ให้เย็น
3. เติมแตงกวาหั่น

วิธีทำทอดมัน
1. โขลกเครื่องปรุงน้ำพริกแกงให้ละเอียด
2. นำเนื้อปลาลงโขลกในเครื่องปรุงน้ำพริกแกงจนกระทั่งเหนียวได้ที่ แล้วปรุงรสด้วยน้ำตาลปีบ และน้ำปลา แล้วโขลกต่ออีกครั้ง ตักออกใส่อ่างผสม
3. นำถั่วฝักยาวหรือถั่วพูลงไปนวดในอ่างผสมกับเนื้อปลากรายให้เข้ากัน
4. นำทอดมันไปทอดในน้ำมันปริมาณมากๆ ไฟปานกลาง ให้เหลืองสุกทั่วกัน ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน


http://www.horapa.com/content.php?Category=Thai&No=946

ยำผลไม้, ห่อหมกปลาแมคเคอเรล, ข้าวหมกสมุนไพร, ไข่ตุ๋นผักโขม

ยำผลไม้

ส่วนผสม
- ชมพู่ 1/4 ถ้วย
- มะเฟือง 1/4 ถ้วย
- มะละกอ 1/4 ถ้วย
- สตรอเบอร์รี่ 1/4 ถ้วย
- ส้มเขียวหวาน 1/4 ถ้วย
- ฝรั่ง 1/4 ถ้วย
- น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะขาม 1 ช้อนโต๊ะ
- กุ้งแห้งป่น 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำ

นำผลไม้ทุกอย่างมาปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้น
ทำน้ำราด ผสมน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำมะขาม เคี่ยวให้เหนียวแล้วใส่พริกป่นและกุ้งแห้งลงไป ใช้ราดผลไม้
http://www.horapa.com/content.php?Category=Thai&No=984
ที่มา : หนังสือกินไม่อ้วน



ห่อหมกปลาแมคเคอเรล
เครื่องปรุง
- ปลาแมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศ 1 กระป๋อง
- น้ำพริกแกงคั่ว 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนชา
- หัวกะทิ 5 ช้อนโต๊ะ
- ไข่ไก่ 1 ลูก
- ใบโหระพา 1 ถ้วยตวง
- ใบมะกรูดซอยละเอียด 1 ช้อนชา
- หัวกะทิสำหรับราด 1 ช้อนโต๊ะ
- กระทงใบตอง            ตามต้องการ
- พริกชี้ฟ้าแดงหั่นยาว 1 เม็ด

วิธีทำ

1.เปิดกระป๋องปลาแมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศ ตราโรซ่า เทปลาออกจากกระป๋องใส่ในชามกรองแยกน้ำซอส และเนื้อปลาออกจากกัน 
2.เอาน้ำซอสปลาแมคเคอเรลใส่ลงในชามผสม เอาพริกแกงคั่ว น้ำปลา หัวกะทิ ไข่ไก่ ใส่ลงไปคนให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน

3.เอาเนื้อปลาแมคเคอเรลที่กรองแล้วใส่ลงในชามผสมคนกับเครื่องแกงที่ผสมไว้ให้เข้ากัน

4.เอา ใบโหระพาใส่รองก้นในกระทงใบตอง แล้วตักเนื้อปลาแมคเคอเรลที่ผสมกับเครื่องแกงแล้วลงไปในกระทง ราดหน้าด้วยหัวกะทิ และโรยหน้าด้วยใบมะกรูดซอย

5.เปิดเตาไมโครเวฟ ตั้งความร้อนระดับกลาง นำกระทงที่ใส่ห่อหมกเตรียมไว้เรียงลงในภาชนะสำหรับเข้าไมโครเวฟ ปิดด้วยพลาสติกถนอมอาหาร นำเข้าเวฟให้สุก ใช้เวลาประมาณ 5 นาที

6.ยกออกจากเตาไมโครเวฟ โรยหน้าด้วยพริชี้ฟ้าแดงหั่นยาว จัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟ 

Cooking Tips :- การใช้ไข่ไก่ผสมกับตัวซอส เพื่อให้ไข่ไก่เป็นตัวประสานระหว่างซอสและปลาแมคเคอเรลให้เป็นเนื้อเดียวกัน.


http://www.horapa.com/content.php?Category=Thai&No=982


ข้าวหมกสมุนไพร


เครื่องปรุง

- เนยจืด 2 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมสับ 15 กรัม
- ปีกไก่ท่อนบน 200 กรัม
- หอมหัวใหญ่หั่นเต๋าเล็ก 50 กรัม
- ถั่วลันเตาแช่แข็ง 50 กรัม
- แครอทหั่นเต๋า 50 กรัม
- เมล็ดข้าวโพดหวาน 50 กรัม
- ข้าวสารดำพันธุ์สุโขทัย 1 ถ้วยตวง
- รสดี รสไก่ 1 ช้อนโต๊ะ - เกลือ 1 ช้อนชา
- พริกไทย 1 ช้อนชา
- ใบกระวาน 2 ใบ
- น้ำเปล่า 2 1/2 ถ้วยตวง
- ใบพาสลี่ย์สับ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. นำกระทะตั้งไฟใส่เนยจืดให้ร้อน ใส่กระเทียมสับผัดพอหอม 
2. ใส่ปีกไก่ผัดให้หนังข้างนอกตึงตัว แล้วใส่หอมหัวใหญ่หั่นเต๋าเล็ก ถั่วลันเตาแช่แข็ง แครอท หั่นเต๋า เมล็ดข้าวโพดหวาน ลงไปผัดให้ผักสลด  3. เติมข้าวสารดำพันธุ์สุโขทัยลงไปผัดให้เข้ากัน พอเป็นตากบ 
4. ปรุงรสด้วย รสดีรสไก่ เกลือ พริกไทย ใบกระวาน ผัดให้เข้ากัน
5. นำหม้อหุงข้าวโตชิบามา เทส่วนผสมที่ผัดไว้ลงในหม้อหุงข้าว เติมน้ำเปล่าลงไป คนให้เข้ากัน
6. เสียบปลั๊กหม้อหุงข้าว หุงให้ข้าวสุกหอม ตักใส่จาน โรยหน้าด้วยพาสลี่ย์สับ เสิร์ฟกับปีกไก่


http://www.horapa.com/content.php?Category=Thai&No=981


ไข่ตุ๋นผักโขม

เครื่องปรุง
- ไข่ไก่ 3 ฟอง
- ผักโขมลวกสับ 130 กรัม
- เนื้อหมูสับ 1/4 ถ้วยตวง
- รสดีรสหมู 1/2 ช้อนชา - เกลือ 1/2 ช้อนชา
- กุ้งแห้งสับ 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 1/2 ถ้วยตวง

วิธีทำ
1.ตอกไข่ใส่ชามผสม เติมน้ำเปล่า แล้วตีพอแตก

2.ใส่ผักโขมลวกสับ เนื้อหมูสับ ลงไปคนให้เข้ากัน

3.ปรุงรสด้วย รสดีรสหมู เกลือ คนให้เข้ากัน ชิมให้ออกรสเค็มเล็กน้อย

4.ตักส่วนผสมที่ได้ลงในถ้วยนึ่ง โรยหน้าด้วยกุ้งแห้งสับ ปิดด้วยพลาสติกถนอมอาหาร

5.นำ เข้าเตาไมโครเวฟ เลือกโปรแกรมทำอาหารอัตโนมัติที่ 26 คือไข่ตุ๋น กดปุ่มสตาร์ตเริ่มการทำงาน เมื่อไข่ตุ๋นสุกการนึ่งจะหยุดโดยอัตโนมัติ

http://www.horapa.com/content.php?Category=Thai&No=980

ซุปตำลึง ทำง่ายๆได้สุขภาพ

ตำลึง ผักที่พบเห็นขึ้นทั่วไปตามริมทางหรือตามรั้วนั้น แท้จริงแล้วอุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีน ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งและหัวใจขาดเลือด แคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน และยังมีฟอสฟอรัส เหล็ก ในอาซิน วิตามินซีและอื่นๆอีกมากมาย นอกจากอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารแล้ว ตำลึงยังถือเป็นยาเย็นช่วยขับพิษร้อนถอนพิษไข้ได้ดีอีกด้วย เมื่อรู้คุณค่ามหาศาลอย่างนี้แล้ว ก็รีบลงมือทำ “ซุปตำลึง” กันเลย

ส่วนผสม
- ตำลึงเด็ดใบ 2 ถ้วย
- มันเทศหั่น 1/2 ถ้วย
- หอมแขกสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
- เนยสดชนิดเค็ม 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำ 1 1/4 ถ้วย
- เกลือสมุทร 1/2 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
- ใบตำลึงลวกสำหรับตกแต่ง

วิธีทำ
- เริ่มจากใส่เนยลงในกระทะ ตั้งไฟปานกลาง พอเนยละลาย ใส่หอมแขกลงผัดจนสุกนุ่มมีกลิ่นหอม จากนั้นใส่มันเทศผัดจนมันเทศสุก ตามด้วยใบตำลึงผัดพอเข้ากัน เติมน้ำปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย คลุกเคล้าพอทั่วและทุกอย่าสุกนุ่ม
- จากนั้นนำส่วนผสมที่ผัดเข้าด้วยกันเสร็จเรียบร้อยแล้วมาปั่นจนละเอียด ตักใส่ถ้วยซุป ตกแต่งด้วยใบตำลึงพร้อมเสิร์ฟได้เลย อ้อ...สำหรับเมนูนี้ขอบอกว่าต้องกินร้อนๆนะถึงจะอร่อยได้คุณค่า

หลนปูเค็ม

เครื่องปรุง
มะพร้าวขูด 300 กรัม
เนื้อหมูสับละเอียด 1/4ถ้วย
น้ำปลา 1ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา
หอมแดงซอย 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล 2 ช้อนชา
น้ำมะขามเปียก 4 ช้อนโต๊ะ
 ใบมะกรูดฉีก 1-2ใบ
พริกชี้ฟ้าหั่นแว่น 1เม็ด
ผักชีเด็ดใบ
ปูนาดองเค็ม 2 ตัว
ผักสด
      
วิธีทำการ ทำหลนไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด เริ่มจากการนำปูที่ดองเค็มมาล้างให้สะอาด เพื่อชำระความเค็มบางส่วน ออกจากตัวปูไม่ให้เค็มเกินไป จากนั้นนำปูมาหั่นแล้วลวกพอสะดุ้ง แล้วหันมาคั้นมะพร้าวให้ได้ทั้งหัวกะทิและหางกะทิ จากนั้นตั้งกระทะให้ได้ไฟปานกลาง แล้วจึงเทหัวกะทิลงไปหมั่นคนอยู่ตลอดเวลา อย่าให้น้ำกะทิแตกมัน
      
เมื่อน้ำกะทิเริ่มเดือดจึงใส่หอมแดงซอย ลงไป คนให้เข้ากันเมื่อได้ที่แล้ว จึงใส่เนื้อหมูสับละเอียดลงไปคั่วจนหมูสุกได้ที่ เติมหางกะทิลงไปพร้อมปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล เกลือและน้ำมะขามเปียก เคี่ยวจนเดือดใส่ปูเค็มลงไปต้มพอสุกแล้วตักขึ้นใส่ถ้วย จากนั้นโรยหน้าด้วยพริกชี้ฟ้า ใบมะกรูดผักชีฉีกกินคู่กับผักสดตามใจชอบ ยิ่งถ้าได้ข้าวสวยร้อน ๆสักจาน รับรองคนที่ได้ชิมรสมือคุณจะติดใจ



ไก่ย่างวิเชียรบุรี ร้านบัวตอง

วันที่ 27 กรกฎาคม 2554 07:00








กกำลัง 2








หมูหวานพร้อมเพื่อนกินชาวแมงโก้ทีวี บึ่งรถจากกรุงเทพ ตั้งแต่ 8 โมงเช้าเพื่อไปกินมื้อเที่ยงที่อำเภอวิเชียรบุรี
 ดอก บัวตองนั้นบานอยู่บนยอดดอย....ดอกเอื้องสามปอยบ่เกยเบ่งบานบนลานพื้นดิน ....หมูหวานได้ยินชื่อร้านนี้ทีไร ต้องนึกถึงเพลงล่องแม่ปิง ทุกครั้ง ก็เลยต้องถามคุณ นิวเคลียร์ - พงศักดิ์ กันเดิน เจ้าของร้านว่า ทำไมจึงตั้งชื่อร้านว่า ไก่ย่างบัวตอง เขาตอบว่าอยากให้คนจดจำชื่อร้านได้ง่ายๆ อีกอย่างเป็นชื่อของพี่สาวคนที่ 5 ... มีเท่านั้น
 หมูหวานพร้อมเพื่อนกินชาวแมงโก้ทีวี (www.mangotv.tv) กว่า 5 ชีวิต บึ่งรถจากกรุงเทพ ตั้งแต่ 8 โมงเช้าเพื่อไปกินมื้อเที่ยงที่อำเภอวิเชียรบุรี แต่ครั้นจะสั่งไก่ย่างคนละ 1 ตัว ให้หายอยากก็กลัวจะรับผิดชอบกันไม่ไหว เพราะมีอาหารอร่อย อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น ส้มตำทอด ที่ใครมาก็ต้องสั่งกลับบ้าน ยิ่งเก็บใส่ตู้เย็นไว้รับประทานตอนเย็น ๆ ก็ยิ่งอร่อยหมูหวานลองมาแล้ว
 ส่วนคุณนิวเคลียร์เจ้าของร้านบอกว่า ใครผ่านมาแถวนี้ก็ถึงเวลาอาหารเที่ยง ทุกคนเลยแวะมา Lunch กันที่นี่ ไก่ย่างวิเชียรบุรีอยู่ดี ๆ ก็เลยดัง ซึ่งไก่ย่างวิเชียรบุรีนั้นมีทั้งไก่พันธุ์ และไก่ไทย สารพัดสายพันธุ์ ขนกันมาย่างขายสบายอุรา กลายเป็นของดีเมืองเพชรบูรณ์ไปอีกอย่าง
 “ร้านบัวตอง เปิดมาเกือบ 27 ปี แล้วครับ ไก่ย่างร้านเราเนื้อนุ่มหนังกรอบรสชาติเข้มข้น ความพิเศษอยู่ที่การเลี้ยงไก่โดยสมุนไพร  เราเลี้ยงระบบฟาร์มปิด ผสมสูตรสมุนไพรลงไปในอาหารไก่ มีขมิ้นชัน ฟ้าทลายโจร ไพล ทำให้ไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ พอจะย่างขายเราก็หมักเครื่องปรุงด้วยสมุนไพรเช่น ตะไคร้ หอม กระเทียม เมล็ดผักชี พริกไทย”
 หมูหวานว่า ไก่ย่าง เขารสชาติเข้มข้นถูกใจ ไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มก็ยังไหว ทว่าจิ้มก็จะยิ่งอร่อย เพราะน้ำจิ้มสูตรพิเศษเข้มข้นด้วยน้ำมะขามหวานเมืองเพชรบูรณ์ กลมกล่อมหาใดเหมือน นึกแล้วอยากขับรถไปวิเชียรบุรีเสียตอนนี้เลย (อีกครั้ง)
 เมนูที่หมูหวานชอบยังมี ลาบเป็ด คลุกมาแบบแห้ง โรยด้วยหอมเจียว รสแซบไม่เผ็ดโดด จิ้มกับข้าวเหนียวหยินหยาง ความคิดเด็ดเจ้าของร้านที่นำข้าวเหนียวขาว กับข้าวเหนียวแดงมาห่อใบตองแล้วนึ่งรวมกันอีกครั้ง ทำให้ข้าวหอมใบตอง
 เมนูอื่น ๆ เช่น แกงลาวผักรวม หม่ำแล้วรู้สึกดีต่อสุขภาพ ในถ้วยน้ำซุปสีดำจากใบย่านางนั้น มีบวบ เห็ดหูหนู เห็ดเผาะ ฟักทอง ข้าวโพด ฯลฯ ประมาณแกงเลียงภาคอีสาน ถ้าใครชอบไก่บ้าน อีกเมนูที่แนะนำก็คือ ต้มยำไก่บ้านใบมะขามอ่อน ปรุงรสความเปรี้ยวหวานด้วยน้ำมะขามหวานเมืองเพชรบูรณ์ ซดแล้วสดชื่นคล่องคอดีนักแล
 แกงเปรอะหน่อไม้สด มองเผิน ๆ คล้ายแกงลาว ทว่าแกงเปรอะเขาใส่น้ำข้าวเหนียวลงไปในแกง ทำให้น้ำแกงมีความเหนียวข้น
 สำหรับหน่อไม้สดนั้นเจ้าของร้านเผยเคล็ดลับการทำหน่อไม้ให้อร่อยว่า ต้องเอาไปเผาไฟก่อน แล้วนำมาหั่นเป็นแว่น คั้นกับเกลือ แล้วค่อยนำไปต้ม หน่อไม้จะไม่เหม็นหืน เขาจะเอาไปแกงใส่ใบย่านาง น้ำปลาร้า ซีอิ๊วขาว น้ำปลานิดหน่อย ใส่ใบชะอมเพิ่มรสชาติและกลิ่นหอมอีกด้วย
 ส่วนส้มตำนั้นถือว่าเป็นเมนูพื้นฐานสั่งได้เลยอร่อยทุกครก ไม่ว่าจะเป็นส้มตำไทย ส้มตำปู ส้มตำปูปลาร้า แต่ถ้าใครชอบเมนูปลา เขามี ปลาทับทิมทอดกระเทียม ที่ได้ไอเดียจากการไปดูงานที่พม่า (ฮา) ใครจะสั่งปลาทับทิมแบบน้ำตก ราดพริก หรือนึ่งมะนาวแบบไร้ก้างก็ไม่ว่ากัน
 ส่วนที่มาของเมนู ‘ส้มตำทอด’ นั้นเจ้าของร้านว่าเมื่อปี 2547 ไข้หวัดนกระบาด เจ้าของร้านเครียดขายไก่ไม่ออก ก็เลยนั่งดื่มเบียร์แล้วสั่งลูกน้องให้ไปทำเมนูแปลก ๆ ลูกน้องก็เลยเอาส้มตำไปผัด (แปลกจริงแต่กินไม่ได้) แม่ครัวก็เลยเกิดไอเดียต่อยอดด้วยการนำเส้นมะละกอไปทอด บรรเจิดแท้ ก็เลยลองทำเมนูนี้เสิร์ฟฟรีให้ลูกค้าติชม หมดเส้นมะละกอไปราวกว่า 100 กิโล ผลลัพธ์เกินคุ้มจนได้เมนูขึ้นชื่อเพิ่มอีก 1 รายการ
 เมนูหวานเป็นขนมถ้วย หวานมันกำลังดี มีทั้งแบบกะทิ และใบเตย บางวันมีอัญชัน กับแก้วมังกรด้วย ผ่านไปแถวนั้นขอให้ลอง หมูหวานคอนเฟิร์มว่าอร่อยจริง  ร้านเปิด 07.00-17.00 น. ทุกวันไม่มีวันหยุด (หลังเทศกาลแห่งความเหนื่อยเพราะขายดี อาจจะหยุดบ้าง ให้พนักงานได้พักเหนื่อย)
 ส่วนทางไปร้านไก่ย่างบัวตอง ถ้าออกจากกรุงเทพฯ ใช้ถนนสาย 21 ใช้เวลา 3 ชั่วโมง ผ่านสระบุรี ลพบุรี ขับตรงอย่างเดียวมาที่ กม.ที่ 125 จะเห็นไก่อัดลมสีส้มๆ โบกมืออยู่หน้าร้าน โทร. 056-928-042 , 08-5920 -9316  www.buatong.com

แกลเลอรี ใต้ต้นไม้ใหญ่ในซอยราชครู

Life Style : กรุงเทพชวนชิม

http://www.bangkokbiznews.com

















ร้านในบ้านสองชั้นที่มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นในซอยราชครู
 ร้านอาหารหลายแห่งตกแต่งร้านให้ดูหรูหรา สวยงาม และยิ่งใหญ่ เมื่อเดินเข้าไปจะสัมผัสได้ถึงความพิเศษช่วยเพิ่มบรรยากาศให้กับมื้ออาหารหรือการสังสรรค์ ขณะเดียวกันผมมีโอกาสเจอเจ้าของร้านอาหารอีก หลายคนที่ตั้งใจตกแต่งร้านให้มีบรรยากาศสบายๆ เหมือน 'บ้าน' อาจเป็นเพราะบ้านคือสถานที่ซึ่งทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้มากที่สุด ใครชอบความอบอุ่นสบายเป็นส่วนตัวแนะนำให้ไปที่ แกลเลอรี (GALLERY COFFEE BAR)
 แกลเลอรี เปิดบริการมาประมาณ 7 เดือน เจ้าของร้านมีความชอบในงานบริการจึงใช้เวลาว่างจากธุรกิจส่วนตัวมาเปิดร้าน ในบ้านสองชั้นที่มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นในซอยราชครู แรกเริ่มอยากเปิดเป็นร้านกาแฟแต่ด้วยร้านกาแฟมีรายละเอียดในการทำจึงเริ่มต้นด้วยการเปิดเป็นร้านอาหารและบาร์โดยใช้ประสบการณ์จากที่เคยช่วยงานในร้านย่านทองหล่อของรุ่นพี่
 ลานกว้างหน้าตัวบ้านเป็นสวนใต้เงาต้นไม้ใหญ่ยกพื้นขึ้นเป็นระเบียงไม้ ล้อมรอบด้วยรั้วต้นไม้ให้ความรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย หันมองไปทางตัวบ้านดูสดใสด้วยสีสันจากโคมไฟสีส้ม โต๊ะเก้าอี้สไตล์เฟอร์นิเจอร์ในสวนช่วยเพิ่มบรรยากาศในการพักผ่อน
 ภายในบ้านยังคงเป็นบรรยากาศสบายๆ แต่เติมความหรูหราด้วยโต๊ะไม้เรียบเก๋ เก้าอี้หุ้มหนัง และโซฟาหนัง บาร์เครื่องดื่มอยู่ในห้องเล็กๆ มีโต๊ะสำหรับนักดื่มอยู่ข้างชั้นไวน์ ส่วนตัวผมว่าบรรยากาศทางด้านนอกเหมาะกับการนั่งดื่มไวน์คุยกันเพลินๆ ส่วนด้านในเหมาะสำหรับกินข้าว หรือดื่มค็อกเทลสังสรรค์แบบสนุกสนาน
 อาหารของแกลเลอรีเป็นอาหารกึ่ง ฟิวชั่นเอารสชาติแบบเม็กซิกันมาผสมผสานหลายเมนู เช่น เม็กซิกันเพลท พิซซ่ารูปแบบใหม่ใช้แผ่นแป้งตอติลาแผ่นบางที่มีทั้งความกรอบและความนุ่ม โปเตโต้สกิน มันฝรั่งทั้งเปลือกคว้านเนื้อตรงกลางออกทอดจนสุกกรอบเสิร์ฟกับซาวน์ครีม
 เมนูจานเด่นอื่นๆ เช่น สปาเกตตีฮาวายเอี้ยน แกลเลอรีริป สเต๊กแฮมเบิร์ก อาหารไทย เมนูพิเศษ เช่น ข้าวปูนิ่มน้ำดำ หมูสามชั้นทอดน้ำปลา และมีเมนูใหม่ๆ ให้เปลี่ยนรสชาติทุก 2-3 เดือน บาร์เครื่องดื่มเป็น Full Bar มีเครื่องดื่มทุกประเภท
 ดนตรีมีวงอะคูสติกมาบรรเลงสัปดาห์ละ 4 วัน เริ่มจากวันพุธเป็นเพลงยอดนิยมสมัยใหม่ วันพฤหัสบดีเน้นเพลงสากลย้อนยุค วันศุกร์เป็นดนตรีพ็อพแจ๊ส และวันเสาร์ครื้นเครงด้วยเพลงพ็อพร็อค เทศกาลต่างๆ มีกิจกรรมสนุกๆ อย่างเช่นวันแห่งความรักที่ผ่านมาช่วงต้นปี แกลเลอรีจัดเป็น Black Valentine สำหรับคนโสด ถ้าต้องการจัดงานเลี้ยงส่วนตัวทางร้านสามารถจัดอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ให้ได้
 แกลเลอรี อยู่ในซอยพหลโยธิน 5 เปิดบริการ 17.30 - 24.00 น. โทรศัพท์ 0 2619 5514 ติดตามกิจกรรมของทางร้านได้จากเฟซบุ๊ค Gallerycoffeebar At Rajakru

ตำรับอาหารเลื่องชื่อกับ 4 ผู้สืบทอด





แม่สมาน-สมาน กลิ่นนาคธนกร

เครื่องเคียง 'ข้าวแช่ช้อนทองเสวย ตำรับแม่เล็ก สกิดใจ' (บนซ้าย) ไชโป๊วเค็มผัดหวาน หมูหวานฝอย เนื้อปลายี่สนผัดหวาน ลูกกะปิ

เอกพจน์ สกิดใจ ลูกชายแม่เล็ก
 
ทิพย์สุวรรณา จิตต์ไพศาล และทุเรียนทอด

ชัยนันต์ เยาวพัฒน์ แนะนำ 'ข้าวแต๋นน้ำแตงโม แม่บัวจันทร์' รูปหัวใจ

ขนมหม้อแกง-ข้าวแช่เจ้าเด็ดเมืองเพชร ทุเรียนทอดกรอบ-ของทะเลแห้งจังหวัดระยอง ข้าวแต๋นน้ำแตงโม แม่บัวจันทร์ จังหวัดลำปาง
       แต่ละภูมิภาคของไทย ล้วนมีอาหารขึ้นชื่อที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นอาหารรสเด็ด หรือเป็นอาหารที่สร้างชื่อเสียงด้วยคุณภาพและรสชาติ บ้างก็มีตำนานเรื่องเล่า จนกลายเป็นอาหารขึ้นชื่อประจำท้องถิ่น ใครไปเยือนถึงถิ่นก็มักเสาะแสวงหาโอกาสให้ได้ลิ้มลอง เหมือนกับว่าถ้าไปถึงที่นั่นแล้วไม่ได้ชิม ก็น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง
ขนมหม้อแกงแม่สมาน
       แต่ละจังหวัดมีอาหารขึ้นชื่อซุกซ่อนอยู่มากมาย สำหรับจังหวัดเพชรบุรีครั้งนี้ขอกล่าวถึง ขนมหม้อแกงแม่สมาน อย่างที่รู้กันจังหวัดนี้มีขนมหม้อแกงหลายแม่ โดยเฉพาะบรรดาแม่ๆ ที่เป็นเจ้าของป้ายขนาดใหญ่ตามจุดขายของฝากเมืองเพชรริมถนนล่องเข้า-ออก กรุงเทพฯ ขนมหม้อแกงในร้านของฝากเมืองเพชรเหล่านั้นส่วนหนึ่งรับไปจากเตาขนมของ แม่สมาน หรือ สมาน กลิ่นนาคธนกร เจ้าของสูตรผู้อยู่เบื้องหลังความอร่อยภายใต้ชื่อ 'ขนมหม้อแกงแม่สมาน' ขนมหม้อแกงเมืองเพชร รับประกันคุณภาพและรสชาติด้วยรางวัลโอท็อป 5 ดาวประจำจังหวัด
       เส้นทางสู่ความเป็นขนมหม้อแกงอันดับหนึ่งเมืองเพชรของ 'แม่สมาน' นั้นต้องฟันฝ่า
       "ในชีวิตไม่มีอะไรเลยสักอย่างเดียว เป็นลูกจ้างเขาวันละห้าบาทสิบบาทตลอด มีเงินให้ลูกไปโรงเรียนสามคนวันละหกบาท ก็เลยดิ้นรนทำขนม" แม่สมานกล่าวกับ @taste ด้วยสำเนียงน่าฟังของคนเมืองเพชร
       พ.ศ. 2518 จากชีวิตชาวนา แม่สมานออกจากถิ่นเกิดตำบลห้วยโรง (อ.เขาย้อย) เดินทางเข้าเพชรบุรีไปอยู่กับญาติ เป็นลูกมือทำ 'ข้าวมันส้มตำ' และเร่หาบขายเจ็ดวันเจ็ดที่ ได้ค่าจ้างวันละห้าสิบบาท มีเสื้อตัวเดียว เช้าใส่เย็นซัก ขาดหมด
       "ต่อมาเขาก็เลิก ให้ทำเองต่อไป แม่ค้าในตลาดก็บอกว่าทำไมไม่ทำขนมบ้างล่ะ" แม่สมานเล่า
        จากจุดนี้เองแม่สมานจึงเริ่มทำขนม ซึ่งพอจะทำเป็นมาบ้างแล้วคือ ข้าวต้มมัด ขนมใส่ไส้ พอถึง พ.ศ. 2534 ก็เริ่มทำข้าวเหนียวตัดและขนมหม้อแกงส่งบรรดา 'แม่ๆ' ประสบความสำเร็จด้านยอดขายและคุณภาพมากระทั่งทุกวันนี้ นอกจากส่งให้ 'แม่ๆ' แล้ว ยังมีตัวแทนมารับซื้อขนมส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศสหรัฐอเมริกา
       ถามแม่สมานว่า ได้สูตรทำขนมหม้อแกงนี้มาจากใคร แม่สมานเล่าให้ฟังว่า "หม้อแกงนี่ก็หัดเอง" แม่สมานเรียกขนมหม้อแกงสั้นๆ ว่า "หม้อแกง" 
       "ทดลองเองหมด แข็งไปก็ทิ้ง ยังไม่มัน ก็เติมกะทิลงไป แจกเขาชิมประจำ ฉันมีประสบการณ์อย่างหนึ่งคือ ของทุกอย่างที่เราไม่เป็น ฉันชั่งหมดเลย อย่างละกิโล (กิโลกรัม) ใส่แล้วชิมดูว่าพอใจไหม แล้วเราถอนของนั้นออก เราใช้ไปเท่าไหร่ แล้วจดไว้ เพราะเราไม่เป็น เราฟังคนรอบข้างเยอะๆ ยี่สิบคนไม่ชอบห้าคน เราก็ทำตามสิบห้าคน"
       แม่สมานเล่าว่าการทำ 'หม้อแกง' ยากทุกขั้นตอน เริ่มจากตอกไข่ไก่โม่กับน้ำตาลโตนดให้เรียบร้อยแล้วนำมากรอง จากนั้นคั้นกะทิ เลือกเฉพาะมะพร้าวคุณภาพดี (มะพร้าวที่มีกลิ่นหืนแม้แต่นิดเดียวก็ทำให้ขนมเสียรสชาติ) คั้นกะทิด้วยเครื่องคั้น (ราคาแสนกว่าบาท) คั้นโดยไม่ต้องใส่น้ำ ได้เป็นหัวกะทิ ใช้หัวกะทิล้วนๆ ก่อน (ถ้าไม่พอค่อยคั้นอีกครั้งโดยไม่ผสมน้ำเหมือนเดิม) กรองกะทิ แล้วเอามารวมกัน แล้วโม่เผือกใส่ แล้วกรองอีกที ส่งเข้าเตา
       นอกจากสูตรหม้อแกงที่ลองผิดลองถูกจนอร่อย วิธีอบขนมให้สุก ไม่ง่ายยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เป็นงาน 'ทำมือ' ที่ต้องอาศัยประสบการณ์ ความชำนาญ จะฝาก 'หม้อแกง' ไว้กับเตาสมัยใหม่ยังไม่ได้
       "หม้อแกงยิ่งกว่าลูกอ่อน พอหน้าเหลืองปุ๊บต้องรีบเปิดฝา ผึ่งไว้ก่อน แล้วปิด เปิดปิดอย่างนี้ตลอด สิบหกเตา ถ้าไม่ทำแบบนี้หน้ามันจะไม่สวย มันจะปูดขึ้นมา เมื่อฉันไปเที่ยวงานไทยเฟ็กซ์ (Thaifex -งานแสดงสินค้าและอาหารโลก) ไปดูเตาอบไฟฟ้า ฉันบอกคนขายว่า ถ้ามีใครซื้อไปแล้ว ตามฉันไปดูด้วยนะ มันหลายแสน เพราะฉันต้องดูตรงนั้นก่อนว่ามันอบได้ไหม เขาบอกว่าอบแล้วความร้อนจะอยู่คงที่ ถ้าอยู่คงที่ หน้าขนมก็จะไม่ปูด ก็จะสวยงาม แต่ถ้านานไปหน้าข้างบนก็จะไหม้ แต่ข้างล่างยังไม่สุก ที่ต้องเปิดปิดฝาก็เพื่อระบายความร้อนออกบ้างเพื่อให้ข้างล่างสุกและหน้า ข้างบนไม่ไหม้ เตาสมัยใหม่ที่ควบคุมอุณหภูมิได้ส่วนใหญ่เป็นเบเกอรี่มากกว่า แต่สำหรับขนมไทย มีใครเคยทดลองใช้หรือยัง เขายังตอบเราไม่ได้เลย"
       ทุกวันนี้แม่สมานยังคงตื่นแต่ตีสอง ลุกขึ้นมาดูแลลูกมือในการทำขนมไทยทุกขั้นตอน นอกจาก 'หม้อแกง' แล้วยังมีข้าวต้มมัด ข้าวเหนียวตัด ใส่ไส้ ขนมกล้วย ขนมมัน ข้าวเหนียวสังขยา ข้าวเหนียวหน้าปลา ขนมชั้น เผือกกวน ขนมผิง ลูกอมกะทิ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง
       จากวันที่มีเงินให้ลูกไปโรงเรียนวันละหกบาท แม่สมานพลิกชีวิตตนเองมาเป็นเจ้าของธุรกิจขนมที่มียอดขายทั้งในและต่าง ประเทศ ช่วงฟองสบู่แตกพ.ศ. 2540 แม่สมานยังคงเก็บเงินจากการทำขนมได้เดือนละเก้าหมื่นบาท มาถึงพ.ศ.นี้วันธรรมดาแม่สมานอบ 'หม้อแกง' วันละ 1,000 ถาด วันเสาร์-อาทิตย์เพิ่มเป็น 2,000-3,000 ถาด
       "ต้องดิ้นรน เราเป็นคนที่ว่า เขามีอะไร เราไม่ใฝ่สูง เห็นเขามีอะไร ถ้าเราไม่มีเงิน ก็ไม่ซื้อ ถ้าเรามี เราถึงจะซื้อ การพนันไม่เล่น แทงหวยก็ไม่เคยเล่น ในบ้านก็เหมือนกันหมด เพราะว่าเราไม่ได้นำ เราค้าขายให้มีคุณธรรมประจำใจ ถึงเราเป็นบ้านนอก เราก็ไม่ได้โกหกหลอกลวงเขา อย่างน้ำตาลเราก็ใช้น้ำตาลโตนดแท้ๆ ใช้ไข่สดใหม่ มะพร้าวทำเอง ทำให้วันนี้พบความสำเร็จ" แม่สมานเล่า
       ใครอยากชิม 'หม้อแกง' ฝีมือแม่สมาน นอกจากติดตามข่าวสารการจัดงานเทศกาลอาหารอร่อยซึ่ง 'แม่สมาน' มักได้รับเชิญให้ร่วมออกร้าน สามารถเดินทางไปได้ที่จังหวัดเพชรบุรี ต.ห้วยโรง อ.เขาย้อย มองหาป้ายร้าน ขนมหม้อแกง ร้านเพ็ชรสมาน และยังมีหน้าร้านอยู่ที่ 'ตลาดทรัพย์สิน' ริมแม่น้ำเพชรบุรี

ข้าวแช่ช้อนทองเสวย
ตำรับแม่เล็ก สกิดใจ
       อาหารขึ้นชื่อเมืองเพชรอีกอย่างหนึ่งคือ ข้าวแช่ช้อนทองเสวย ตำรับแม่เล็ก สกิดใจ ทำไมข้าวแช่จึงมาโด่งดังที่จังหวัดเพชรบุรี เอกพจน์ สกิดใจ ลูกชายของแม่เล็ก เล่าให้ฟังว่า แน่นอนว่าข้าวแช่ดั้งเดิมเป็นอาหารของชาวมอญ แต่เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จแปรพระราชฐาน ณ พระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรี ทรงโปรดเสวยข้าวแช่มาก ทรงมีรับสั่งให้จัดทำถวาย คนเพชรบุรีก็ทำไม่เป็น ห้องเครื่องต้องเกณฑ์ผู้หญิงไปวันละหมู่บ้านสอนทำข้าวแช่เพื่อปรุงเป็น เครื่องเสวย ทำให้เป็นอาชีพติดตัวคนเพชรบุรีมาจนทุกวันนี้ ข้าวแช่ชาววังเมืองเพชรก็เริ่มจากนั้นเป็นต้นมา
       แม่เล็ก สกิดใจ ก็เป็นครอบครัวชาวเมืองเพชรอีกครอบครัวหนึ่งที่ได้รับมรดกการทำข้าวแช่ เครื่องเสวยในแผ่นดินรัชกาล 4 จากรุ่นปู่ย่าตายาย
       เครื่องเคียงข้าวแช่มอญดั้งเดิมมีประมาณ 5 หรือ 7 อย่าง แล้วแต่ท้องถิ่น ส่วนใหญ่มักประกอบด้วยปลาแห้งป่น เนื้อเค็มฉีกฝอย หัวไชโป๊วเค็มผัดไข่ ไข่เค็ม กระเทียมดอง แต่สำหรับข้าวแช่เมืองเพชรมีเครื่องเคียงแค่ 3 อย่างเท่านั้น คือ เนื้อปลาผัดหวาน ลูกกะปิทอด ไชโป๊วเค็มผัดหวาน
       โดยเฉพาะ "ปลาผัดหวาน เป็นเอกลักษณ์ความอร่อยของเราคือ ปลายี่สน ใช้เนื้อปลายี่สนล้วนๆ ไม่ใส่หนังปลาไม่ใส่ก้างปลา ไม่ใส่มะพร้าวปนเพื่อให้เนื้อมากขึ้น เดิมชาวมอญนิยมใช้ปลาช่อน แต่เมื่อมาอยู่เพชรบุรีเมืองติดทะเล จึงเปลี่ยนมาใช้ปลายี่สน ซึ่งเป็นปลาทะเล แกะเอาแต่เนื้อ เอามาตำจนเนื้อฟู ไม่ใช้วิธีฉีกที่ง่ายกว่า ถ้าไม่ตำ เนื้อปลาจะไม่ฟูละเอียด แล้วเอามาผัดกับน้ำตาลโตนด ส่วนไชโป๊วก็คั้นน้ำเอาความเค็มออก แล้วจึงเคี่ยวกับน้ำตาลโตนด" เอกพจน์ กล่าว
       เนื้อปลาผัดหวาน 'ข้าวแช่ช้อนทองเสวย' ของแม่เล็ก สกิดใจ มองไม่เห็นเค้าว่าคือเนื้อปลา เนื้อสัมผัสชวนชิม มีความนุ่มและละเอียดเนียนอยู่ในปาก เดาไม่ออกว่าเป็นเนื้อปลาถ้าไม่บอกก่อน ส่วนไชโป๊วเค็มผัดหวานยังคงมีเสน่ห์ของความเป็นเนื้อไชโป๊วขณะเคี้ยว รสชาติหวานพอเหมาะ ไม่เค็มจัด มันเลี่ยน และหวานเยิ้มราวไชโป๊วเชื่อม
       ในส่วนของ ข้าว แม่เล็ก สกิดใจ ยังคงรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมข้าวแช่ คือนำเมล็ดข้าวหลังหุงสุกแล้วมา ขัดสี เพื่อให้เมล็ดข้าวกลมใสขึ้นเงา เวลาใส่น้ำ ข้าวยังใสเหมือนเดิม
       "ผมคิดว่าเป็นกุศโลบายคนโบราณ ข้าวหุงสุกแล้ว เอามาขัดสีให้เมือกข้าวออกให้หมด แล้วนำไปนึ่งอีกที ผมถือว่าเป็นการพาสเจอร์ไรซ์ของคนโบราณ ทำให้อายุในการเก็บอยู่ได้นานขึ้น ทำให้อาหารไม่เสีย เป็นการถนอมอาหาร เพราะว่าเป็นเครื่องเสวย ใช้ระยะเวลานาน ทุกอย่างต้องมีการทดสอบก่อน เช่น จะเสวยเที่ยง ของต้องเสร็จตั้งแต่แปดโมงเช้าแล้ว ถ้าอายุในการเก็บสั้น อาหารก็อยู่ไม่ได้ เพื่อถนอมอาหารให้ยาวนาน เครื่องข้าวแช่เมืองเพชรจึงเอาไปผัดกับน้ำตาลโตนด ทั้งเนื้อปลา ไชโป๊ว กะปิทอด ก็เอาไปผัดหวานเก็บไว้ เนื้อฉีกฝอยก็เช่นกัน พอเช้ามาก็มาขัดข้าวกับอบน้ำ นำขึ้นถวาย" เอกพจน์ให้ความเห็น
       น้ำที่ใช้กินกับข้าวแช่ก็อบด้วยดอกไม้หอม 3 ชนิด คือ กระดังงา ชมนาด มะลิ และอบเทียนด้วยการใส่กะลาลอยน้ำอีก 7 ครั้ง และหมั่นกวนน้ำให้ควันเทียนนำความหอมลงไปผสมกับน้ำมากที่สุด ได้น้ำข้าวแช่ที่หอมเย็นชื่นใจตลอดเวลาของการกิน
       ส่วนข้าวแช่ชาววังที่มีเครื่องเคียงพริกหยวกยัดไส้ หอมแดงยัดไส้ มะม่วงจัก เกิดหลังรัชกาลที่สี่ เมื่อรัชกาลที่ห้าทรงนำข้าวแช่กลับเข้ากรุงเทพฯ พระองค์ทรงโปรดเสวยมะม่วง ข้าวแช่จึงมีมะม่วงจัก และเพิ่มเครื่องเคียงตามธรรมเนียมจำนวนนิยม คือ สาม ห้า เจ็ด เก้า
       หลังจากประกวดข้าวแช่ได้รางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่งของเพชรบุรี เมื่อปีพ.ศ. 2540 ข้าวแช่ช้อนทองเสวย ตำรับแม่เล็ก สกิดใจ ก็ได้รับการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบรมวงศานุวงศ์ 5 พระองค์แล้วเมื่อท่านผู้หญิงประสานสุข ตันติเวชกุล นำเข้าถวาย ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน เมื่อปีพ.ศ. 2541
       เอกพจน์ กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้ 'ข้าวแช่ช้อนทองเสวย' เป็นที่ยอมรับ เพราะครอบครัวเขายังคงรักษาตำรับดั้งเดิมไว้ตั้งแต่รุ่นก่อนคุณยาย ใช้วัตถุดิบของเพชรบุรี คงคุณภาพไว้เหมือนเดิม แม้ต้นทุนสูง ก็ไม่นำอย่างอื่นมาปนเพื่อประหยัดต้นทุน
       นักชิมหา 'ข้าวแช่ช้อนทองเสวย ตำรับแม่เล็ก สกิดใจ' ได้ที่ ร้านข้าวแช่ช้อนทองเสวย เยื้องศาลเจ้าพ่อกวนอู ตลาดท่ายาง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี และที่ โกลเด้น เพลส หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
ทุเรียนทอด-ของทะเลแห้ง
ร้านคุณส้ม ระยอง
       ของกินขึ้นชื่อของจังหวัดระยองมีมากมาย ถ้าต้องการของอร่อยจำพวกทุเรียนทอด ทุเรียนกวน สละลอยแก้ว ของทะเลแห้ง เช่น ปลาเค็ม หมึกแห้ง ปลาข้าวสาร ลองมองหา ร้านคุณส้ม ร้านนี้เน้นสินค้าคุณภาพมากกว่าปริมาณ
       โดยเฉพาะ "ปลาอินทรีกับปลาหมึก เป็นของปากน้ำระยอง มีความนุ่ม อร่อยไม่เหมือนที่อื่น เนื่องจากทะเลปากน้ำระยองพื้นเป็นทราย ต่างจากที่อื่นที่เป็นโคลน เนื้อปลาหมึกจะสวยและหวาน" คุณ ส้ม-ทิพย์สุวรรณา จิตต์ไพศาล เจ้าของ 'ร้านคุณส้ม' แนะนำ
       ส่วน ปลาอินทรี มีจุดเด่นตรงเรือที่ออกหาปลาอินทรี เป็นเรือแบบอวนลอย หาปลาอินทรีโดยเฉพาะ เมื่อได้ปลาแล้วก็กลับเข้าฝั่งทันที ไม่ดองเกลือ เมื่อขึ้นฝั่งแล้วจึงจะเริ่มดองเกลือ เนื้อปลาจึงไม่เละ-ไม่แข็ง นิยมนำไปทอด โรยหอมซอย พริกขี้หนูซอย บีบมะนาว กินกับข้าวสวยหรือข้าวต้ม หรือจะกินโดยผัดกับคะน้าหรือใส่ในแกงเทโพก็ได้ ส่วน หมึกเค็ม ตัวละประมาณ 2-3 นิ้ว ปรุงด้วยการทอดแล้วกินกับแกงเผ็ดหรือข้าวต้ม ถ้าตัวใหญ่กว่านี้เอาไปผัดกะเพราหรือทอดกระเทียมพริกไทยก็อร่อย
       สำหรับ ทุเรียนทอด คุณส้มเลือกใช้เฉพาะ ทุเรียนหมอนทอง คัดอย่างดี เลือกมาเฉพาะลูกที่มีคุณภาพ แก่จัด แต่ต้องไม่สุกเกินไป ถ้าสุกเกินไป เวลานำมาทอด เนื้อจะไม่สวยไม่เป็นแผ่น ถ้าใช้ทุเรียนอ่อน เนื้อจะไม่มีความหวานมันของทุเรียน มีแต่ความมันอย่างเดียวคือแป้ง ทุเรียนแก่จัดเวลากิน จะมีความหวานของเนื้อทุเรียนและความเค็มนิดๆ ที่ใส่เข้าไป
 คุณส้มบอกว่า ทุเรียนชนิดอื่นเนื้อไม่สวยไม่อร่อยเหมือนหมอนทอง แต่โดยธรรมชาติเนื้อทุเรียนสีไม่เสมอกันทุกลูก คุณส้มจึงใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านด้วยการเพิ่มขมิ้นเข้าไปเล็กน้อย เพื่อให้เนื้อทุเรียนทอดสีสวยเสมอกัน
       เทคนิคการทอดก็ต้องกะเวลาให้เหมาะสม สุกกำลังดี เนื้อทุเรียนจึงจะเป็นแผ่น ถ้าทอดสุกเกินไป เนื้อจะไม่สวย หลังจากทอดแล้วก็นำมาอบเพื่อไล่ความมันจากการทอด ทุเรียนจะกรอบมากยิ่งขึ้น เก็บได้นานขึ้นโดยไม่เหม็นหืน นานสอง-สามอาทิตย์โดยไม่ต้องแช่เย็น ความกรอบยังมีอยู่ แต่ถ้าเกินสามอาทิตย์ ความหอมและความกรอบก็ลดลงเล็กน้อย
       แม้ฤดูทุเรียนจะอยู่ในช่วงเมษายน-สิงหาคม แต่คุณส้มก็มีทุเรียนทอดขายได้ทั้งปี เพราะจะทอดเก็บไว้ แล้วทยอยนำออกมาอบขาย เพียงพอสำหรับชนฤดูทุเรียนใหม่ในปีหน้า
       ส่วน ทุเรียนกวน ก็ใช้ทุเรียนสุกที่ทอดไม่ได้ แต่ไม่ถึงกับสุกงอม เพราะเนื้อจะไม่สวย นำมาทำทุเรียนกวน กวนด้วยเนื้อทุเรียนล้วนๆ ไม่ผสมน้ำตาลและแป้ง เป็นทุเรียนกวนเนื้อหมอนทองล้วนๆ
 อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของร้านคือ สละลอยแก้ว ร้านนี้ใช้สละพันธุ์สุมาลี เนื้อสละมีความหวานกว่าสละพันธุ์อื่น ทรงผลสวย ขนาดกำลังดี อมเปรี้ยวนิดหนึ่ง นำมาล้างด้วยเกลือเพื่อลดความเปรี้ยวลงอีกหน่อยก่อนแช่อิ่มเป็นลอยแก้ว การล้างด้วยเกลือยังทำให้เนื้อผลไม้สวยสีไม่คล้ำ
       'ร้านคุณส้ม' ตั้งอยู่ที่บ้านเพ อ.เมือง จ.ระยอง เลี้ยวขวาตรงป้ายทางเข้าบ้านเพ (สามแยกตลาดสดบ้านเพ) ขับรถเข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร  ร้านเป็นห้องแถวเลยอนามัยบ้านเพไปหน่อยเดียว เสาร์-อาทิตย์และวันหยุดเทศกาล เปิด 07.30-18.30 น. วันธรรมดาหยุด

ข้าวแต๋นน้ำแตงโม แม่บัวจันทร์
       เด่นดังอยู่ในจังหวัดลำปาง ของอร่อยรายการนี้ชื่อ ข้าวแต๋นน้ำแตงโม แม่บัวจันทร์ เริ่มจากการรวมตัวของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านทุ่งม่านเหนือ ต.บ้านเป้า อ.เมือง จ.ลำปาง ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2538 ปัจจุบันจัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ผลิตเพื่อการจำหน่ายในประเทศภายใต้ชื่อยี่ห้อของตัวเอง ผลิตให้กับหลายบริษัทที่นำไปติดตราสินค้าอื่นๆ รวมทั้งส่งออกไปหลายประเทศในเอเชีย สหรัฐอเมริกา และเยอรมนี
       ความจริงข้าวแต๋นมีมานานกว่า 200 ปี คนภาคกลางเรียกนางเล็ด คนใต้เรียกข้าวพอง คนเหนือเรียกข้าวแทน แต่ออกเสียงสูงเป็น 'ข้าวแต๋น'
       "ข้าวแต๋นน้ำแตงโม แม่บัวจันทร์ เป็นธัญพืชสำหรับคนรักสุขภาพ ตั้งชื่อตามคุณป้า พี่สาวคุณแม่ ซึ่งเป็นคนลำปาง" ชัยนันต์ เยาวพัฒน์ ทายาทธุรกิจ กล่าว โดยมีคุณพ่อคือ อ.สุธาณี เยาวพัฒน์ อดีตผู้ช่วยผู้จัดการหมวดกังหันไอน้ำ ฝ่ายวิศวกรรมเครื่องยนต์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นผู้พัฒนาสูตรและการผลิต โดยนำความทันสมัยของการสร้างโรงเรือนอบพลังแสงอาทิตย์มาใช้แทนวิธีการตากให้ แห้งกลางแจ้ง ย่นระยะเวลาการตาก หมดปัญหาเรื่องฝุ่นละอองปนเปื้อน-แมลงรบกวน ลดความชื้นได้แน่นอนซึ่งส่งผลดีกับการทอด ต่อด้วยการอบไล่น้ำมัน และเข้าเครื่องเหวี่ยงอีกทีเพื่อไล่น้ำมันออกให้หมด
       ตัวข้าวแต๋นทำจากข้าวเหนียวคุณภาพดีจากจังหวัดแพร่ เมล็ดสวย อ้วน มีความนุ่มเหนียว แต่ถ้าเอาข้าวเหนียวมาทอดอย่างเดียวจะกระด้าง จึงต้องมีวิธีการปรุงเพื่อให้มีความกรอบ ไม่แข็งกระด้าง ลดการระคายคอเมื่อรับประทาน พัฒนารูปทรงให้หลากหลายขึ้น เช่น รูปสามเหลี่ยม รูปหัวใจ ทรงโดนัท เพิ่มคุณค่าทางอาหารด้วยการใช้ข้าวเหนียวข้าวกล้อง และหน้าต่างๆ ที่มีให้เลือกขณะนี้ 36 หน้า เช่น หน้าธัญพืชสำหรับคนกินเจ หน้าสาหร่าย หน้างา หน้าสไปซี่ หน้าวาซาบิ ฯลฯ สินค้าใหม่ล่าสุดคือ ดิ๊ปข้าวกล้อง ข้าวแต๋นข้าวกล้องที่ใช้รับประทานกับทูน่า ใส่รวมกับอาหารเช้าประเภทคอนเฟล็ค
       'ข้าวแต๋นน้ำแตงโม แม่บัวจันทร์' ไม่มีหน้าร้าน นักชิมหาซื้อได้ที่แม็คโคร เดอะมอลล์ เซ็นทรัล ร้านบ้านสุขภาพ และตามงานเทศกาลอาหาร
หมายเหตุ : ร้านเพ็ชรสมาน ขนมหม้อแกงแม่สมาน โทร.032 447 032
                ร้านข้าวแช่ช้อนทองเสวย ตำรับแม่เล็ก สกิดใจ โทร.032 461 307
                ร้านคุณส้ม บ้านเพ  โทร.08 1617 7998
                ข้าวแต๋นน้ำแตงโม แม่บัวจันทร์ เว็บไซต์ khaotanthmaebuachan.bangkoksync.com
             
ภาพ : ประมวล พันธเสน

Life Style : กรุงเทพชวนชิม

ลาบเป็ดทอด


เครื่องปรุง
- เนื้อเป็ดสับ (ส่วนอก)
- แป้งโกกิ
- ข่าสับ
- หอมแดงซอย
- ผักชีฝรั่งซอย
- ต้นหอมซอย
- ใบมะกรูดซอย
- ข้าวคั่ว
-  พริกป่น น้ำมะนาว น้ำปลา พริกแห้งสำหรับโรยหน้า
- น้ำมัน

ลงมือเข้าครัว
1. นำเป็ดสับไปรวนในกระทะให้สุก จากนั้นนำขึ้นพักไว้
2. นำข่าสับ หอมแดงซอย ผักชีฝรั่งซอย ต้นหอมซอย ใบมะกรูดซอย ข้าวคั่ว พริกป่น น้ำมะนาว น้ำปลา มาผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำเป็ดที่รวนไว้ลงไปคลุกเคล้าจนเข้ากัน (สูตรสำเร็จก็คือลาบนั่นเอง) จากนั้นใส่แป้งโกกิตามลงไป
3. นำน้ำมันตั้งในกระทะให้ร้อนจัด จากนั้นตักเนื้อลาบเป็ดที่ผสมแป้งแล้วลงไปทอด พอให้มีสีเหลืองกรอบ นำขึ้น พักให้สะเด็ดน้ำมัน รับประทานคู่กับผักต่าง ๆ

เพียงแค่นี้คุณก็จะได้ ‘ลาบเป็ดทอด’  ไว้รับประทานแล้วค่ะ
หมายเหตุ
ขอขอบคุณห้องอาหาร เดอะ บัลโคนี่ โรงแรมเดอะกรีนเนอรี รีสอร์ท เขาใหญ่

Dailynews

หมูปิ้ง - น้ำจิ้มงา



ส่วนผสม
เนื้อหมู 1/2 กิโลกรัม
น้ำปลา 2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
แม๊กกี้ 2 ช้อนชา
เกลือป่น www.horapa.com 1 ช้อนชา
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
หัวกะทิ 1/4 ถ้วย
พริกไทยเม็ด 2 ช้อนโต๊ะ
รากผักชี 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมปอก หั่นหยาบๆ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำส้มสายชู 1/2 ช้อนชา
น้ำมันงา 1/4 ถ้วย
www.horapa.com
วิธีทำ
1. หั่นหมูให้เป็นชิ้นหนาพอสมควร
2. นำเครื่องที่โขลกแล้ว (พริกไทยเม็ด รากผักชี และกระเทียม) ผสมกับส่วนผสมอื่นๆ รวมกัน ใส่หมูลงเคล้า หมักไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง
3. เมื่อหมูได้ที่แล้วนำไปเสียบไม้ นำไปปิ้งโดยใช้น้ำมันงาพรมตลอดจนกระทั่งสุก
4. จัดใส่จานเสิร์ฟกับน้ำจิ้ม

ส่วนผสมน้ำจิ้ม
หอมแดงเผา 1/4 ถ้วย
กระเทียมเผา 3 ช้อนโต๊ะ
พริกชี้ฟ้าเผา 10 เม็ด
น้ำปลา 1/4 ถ้วย
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
งาคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
www.horapa.com
วิธีทำน้ำจิ้ม
1. โขลกหอมแดงเผา กระเทียมเผา พริกชี้ฟ้าเผาและงาคั่วให้ละเอียด
2. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทรายและน้ำมะนาว ชิมรสตามชอบ
http://www.horapa.com/content.php?Category=Thai&No=1001

แกงเลียง




ส่วนผสม & เครื่องปรุง :
น้ำซุปโพแทสเซียม, หอมแดง, กระชาย, พริกไทยป่น, สาหร่าย,
(แผ่นกลมๆ ที่ใช้ใส่แกงจืด) ผักสดแล้วแต่ชอบ เช่น บวบ, ตำลึง ใบแมงลัก, ฟักทอง, ข้าวโพดอ่อน, น้ำเต้า, ผักแม้ว, เป็นต้น ซีอิ๊วขาว
 
วิธีทำ :  ตำหอมแดง กระชาย พริกไทยป่น สาหร่ายเข้าด้วยกัน หรือจะปั่นก็ได้ (ปั่นต้องใส่น้ำซุปลงไปด้วย) นำน้ำซุปโพแทสเซียมใส่หม้อละลายเครื่องแกงที่ตำไว้ ปิดฝา ตั้งไฟให้เดือด เมื่อได้ที่แล้วใส่ผักสุกยากลงไปก่อน เช่น ฟักทอง ข้าวโพดอ่อน ผักที่เป็นใบใส่ทีหลัง ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ชิมรส

น้ำซุปโพแทสเซียม
สำหรับใช้เป็นน้ำแกงปรุงอาหาร


ส่วนผสม & เครื่องปรุง :
 
น้ำสะอาด 20 ลิตร
หอมใหญ่ 1/2 กก.
แครอทขนาดกลาง 1/2 กก.
มันฝรั่ง 1/2 กก.
หัวไชเท้า 1/2 กก. (จะใส่หรือไม่ก็ได้ บางคนบอกว่าจะไปล้างยา)

วิธีทำ : ต้ม น้ำให้เดือด นำผักที่เตรียมไว้ใส่ลงไปในหม้อต้มให้เดือด 15 นาที จากนั้นเคี่ยวไปประมาณ 2 ชั่วโมง ไฟกลางๆ เมื่อได้ที่แล้วทิ้งให้เย็น กรองเอากากออก นำน้ำซุปที่ได้แบ่งใส่ถุง แช่ช่องแข็งไว้ใช้ทำอาหารต่อไป

ที่มา Woman Plus

แกงส้มผักรวม





ส่วนผสม & เครื่องปรุง : น้ำซุปโพแทสเซียม, เครื่องแกงส้ม (ต้องไม่ใส่กะปิ), น้ำมะขาม, ซีอิ๊วขาว,
น้ำตาลโตนด, ผักสดแล้วแต่ชอบ เช่น ยอดมะพร้าว, ผักบุ้งไทย, กะหล่ำปลี, ดอกกระหล่ำ ฯลฯ

วิธีทำ : นำ น้ำซุปโพแทสเซียมใส่หม้อ ละลายเครื่องแกงก่อนที่จะตั้งเตา (ถ้าละลายในน้ำเดือดจะจับตัวเป็นก้อน) ตั้งไฟให้เดือด ปรุงรสตามชอบ (ควรลดเค็มและหวาน) ใส่ผักลงไป ชิมรสอีกครั้ง เพราะน้ำในผักจะทำให้รสชาติเปลี่ยนไปเล็กน้อย


น้ำซุปโพแทสเซียม
สำหรับใช้เป็นน้ำแกงปรุงอาหาร
ส่วนผสม & เครื่องปรุง : 
น้ำสะอาด 20 ลิตร
หอมใหญ่ 1/2 กก.
แครอทขนาดกลาง 1/2 กก.
มันฝรั่ง 1/2 กก.
หัวไชเท้า 1/2 กก. (จะใส่หรือไม่ก็ได้ บางคนบอกว่าจะไปล้างยา)

วิธีทำ : ต้ม น้ำให้เดือด นำผักที่เตรียมไว้ใส่ลงไปในหม้อต้มให้เดือด 15 นาที จากนั้นเคี่ยวไปประมาณ 2 ชั่วโมง ไฟกลางๆ เมื่อได้ที่แล้วทิ้งให้เย็น กรองเอากากออก นำน้ำซุปที่ได้แบ่งใส่ถุง แช่ช่องแข็งไว้ใช้ทำอาหารต่อไป

น้ำพริกมะม่วงเปรี้ยว





ส่วนผสม
มะม่วงดิบเปรี้ยว 1 ผล
น้ำปลา 2 ช้อนชา
พริกขี้หนู 10 เม็ด (หรือตามชอบ)
กุ้งแห้ง 2 ช้อนโต๊ะ
กะปิเผา 1 ช้อนชา
หอมแดงซอยบางๆ 1 หัว
น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ
1. ล้างมะม่วง ปอกเปลือก และสับให้ละเอียดฝานเป็นเส้นเล็กๆ
2. โขลกพริกขี้หนูพอแตก ใส่หอมแดง น้ำตาลทราย และกะปิ โขลกให้เข้ากัน
3. ใส่มะม่วง กุ้งแห้ง น้ำปลา โขลกพอเข้ากัน ตักใส่ถ้วย เสริฟกับผักสด เช่น แตงกวา ถั่วฝักยาว มะเขือ สะตอ
credit http://www.horapa.com/content.php?Category=Thai&No=1012

ผัดผักรวมมิตร

ผัดผักรวมมิตร


ส่วนผสม
ฟักทอง 1/4 ถ้วย
แครอต 1/4 ถ้วย
คะน้า 1/4 ถ้วย
มะเขือเทศ 1 ผล
กระเทียมโขลกละเอียด 2 ช้อนชา
น้ำมันพืช 2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนชา
กุ้งสด 50 กรัม
ปลาหมึก 50 กรัม

วิธีทำ
1. ล้างฟักทอง ปอกเปลือกหั่นชิ้นบางสมควร
2. ล้างแครอต ปอกเปลือกหั่นเป็นแว่นบางๆ
3. ล้างคะน้าหั่นเป็นท่อน
4. ล้างมะเขือเทศ หั่นตามยาว
5. ล้างกุ้ง ปอกเปลือก ดึงหัวผ่าหลังดึงไส้ดำออก
6. ล้างปลาหมึก ขูดสีดำๆออก บั้งหั่นสี่เหลี่ยม
7. นำกระทะตั้งไฟใส่น้ำมันพืช พอร้อนใส่กระเทียมพอหอม ใส่แครอต ฟักทอง พอสุกปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย ใส่กุ้ง ปลาหมึก ผักคะน้า และมะเขือเทศ ผัดให้เข้ากัน พอสุกตักขึ้น
  

ปลากระพงขาวนึ่งพริกมะนาว




ส่วนผสม

ปลากะพงขาว 1 ตัว
พริกขี้หนูเขียวแดงหั่นฝอย 10 เม็ด
กระเทียม 20 กลับ
ต้นหอมหั่นท่อนยาวประมาณ 1 1/2 นิ้ว 2 ต้น
น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนชา
น้ำซุป 3/4 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
เกลือป่น เกลือป่น
มะนาวหั่นแว่นบางสำหรับตกแต่ง 2 ผล
กระเทียมสำหรับโรยหน้า 1/4 ถ้วย

วิธีทำ
1. ล้างปลา ขอดเกล็ดปลา ควักเหงือกและไส้ออก ตัดปลายหางปลาออก ล้างให้สะอาด บั้งตัวปลาทั้งสองด้าน จัดใส่จานสำหรับนึ่ง
2. โขลกพริกขี้หนูกระเทียมให้ละเอียด ใส่ในน้ำซุป ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย เกลือป่น ซีอิ๊วขาวและน้ำมะนาว ชิมรส เมื่อรสดี นำไปราดบนตัวปลา
3. นำไปนึ่งในน้ำเดือด ไฟแรง นานประมาณ 15-20 นาที จนสุก ยกลงตกแต่งด้วยมะนาวหั่นเป็นแว่น และพริกขี้หนูหั่น

credit  http://www.horapa.com/content.php?Category=Thai&No=1014

ยำปลาดุกฟู




ส่วนผสม

ปลาดุกอุยย่าง 2 ตัว
น้ำมันพืชสำหรับทอด 2 ถ้วย
มะม่วงดิบซอย 1/2 ถ้วย
หอมแดงซอยบางๆ 1/4 ถ้วย
ถั่วลิสงทอด 1/2 ถ้วย
ผักชีเด็ดเป็นใบๆ 1 ต้น

วิธีทำ
1. ย่างปลาดุกให้สุกเหลือง เอาหนังออกใช้ส้อมตะกุยเนื้อปลาให้ขึ้นฟู
2. นำไปทอดในน้ำมันร้อนจนสุกเหลือง ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน วางบนกระดาษซับมัน
3. จัดปลาดุกใส่จาน โรยด้วยมะม่วงซอย หอมแดงซอย ถั่วลิสง ผักชีเด็ดใบ และราดด้วยน้ำยำ

ส่วนผสมน้ำยำ
พริกขี้หนูหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม 2 ช้อนโต๊ะ
รากผักชี 2 ราก
น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำยำ
โขลกรากผัดชี กระเทียมให้ละเอียด ตักขึ้นผสมกับน้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตาลทรายให้เข้ากันใส่พริกขี้หนู

http://www.horapa.com/content.php?Category=Thai&No=1015

ลาบปลาดุก





ส่วนผสม
ปลาดุกหนัก 300 กรัม 1 ตัว
ข้าวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
พริกป่น 1 ช้อนชา
ข่าโขลกละเอียด 1 ช้อนชา
หอมแดงซอย 1 ช้อนโต๊ะ
ใบมะกรูดหั่นฝอย 2 ช้อนชา
ต้นหอมซอย 2 ต้น
ใบสะระแหน่ 1/2 ถ้วย
น้ำมะนาว 2-3 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
ผักสด กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว ใบโหระพา

วิธีทำ
1. ขูดเมือกบนผิวปลาดุกออก นำไปย่างไฟพอสุก แกะเอาแต่เนื้อ สับหยาบๆ
2. เคล้าเนื้อปลาดุกกับข้าวคั่ว พริกป่น ข่าหั่นฝอย หอมแดงซอย ใบมะกรูดหั่นฝอย
3. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว โรยใบสะระแหน่ ต้นหอมซอย ชิมรสตามชอบ รับประทานกับผักสด กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว
http://www.horapa.com/content.php?Category=Thai&No=1034

น้ำพริกเผากากหมู




ส่วนผสม
กากหมูเจียวใหม่ๆ 1 ถ้วยตวง
พริกขี้หนูแห้งคั่ว 100 กรัม
หอมแดงเผา 10 หัว
กระเทียมเผา 10 หัว
น้ำส้มสายชูหรือน้ำมะนาว 5 ช้อนโต๊ะ (เพิ่มหรือลดตามชอบ)
น้ำมันหมูหรือน้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. โขลกพริกขี้หนูแดงแห้งคั่วให้ละเอียด ถ้าต้องการให้ละเอียดเร็วขึ้นให้ใส่เกลือโขลกพร้อมกัน
2. ใส่หอมเผา กระเทียมเผา โขลกให้เข้ากัน
3. ใส่กากหมูเจียวใหม่ๆ ลงโขลกรวมกันจนเข้ากันดี
4. ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย น้ำปลา น้ำส้มสายชู หรือจะใส่น้ำมะนาวแทนก็ได้
5. นำกระทะตั้งไฟใส่น้ำมันหมู ถ้ากลัวอ้วนใส่น้ำมันพืชแทน หรือไม่ใส่ก็ได้ เพราะในกากหมูก็มีน้ำมันอยู่แล้ว นำส่วนผสมทั้งหมดลงผัดให้หอม ชิมดู ให้เปรี้ยวนำเล็กน้อย

ใช้คลุกข้าวร้อนๆ รับประทานกับผักต่างๆ จะเป็นผักสดหรือผักต้มก็ได้ นอกจากรับประทานกับข้าวแล้วยังใช้ผัดกับผักต่างๆ หรือเก็บใส่ขวดโหลปิดให้สนิดไว้รับประทานได้นานหรือเก็บในตู้เย็นก็ได้
  

เมี่ยงแซลมอนถ้วยขนมปัง




ส่วนผสมเมี่ยงแซลมอน

เนื้อปลาแซลมอนหั่นลูกเต๋า ลวก 400 กรัม
ขิงอ่อนหั่นลูกเต๋า 1/2 ถ้วย
หอมแดงหั่นลูกเต๋า 1/2 ถ้วย
พริกขี้หนูซอย 1/4 ถ้วย
ตะไคร้ซอย 1/2 ถ้วย
มะนาวหั่นลูกเต๋า 1/2 ถ้วย
น้ำเมี่ยง 1

ส่วนผสมตัวแป้ง
ขนมปังแผ่นสำหรับทำแซนวิช 10 แผ่น
เนยสดชนิดจืดเล็กน้อย

วิธีทำ
1. ทำตัวแป้งด้วยการตัดขนมปังแซนวิชเป็นชิ้น วงกลมขนาด 2 นิ้ว รีดขนมปังให้แบนเล็กน้อยด้วยไม้คลึงแป้ง
2. กรุลงในพิมพ์มัฟฟินที่ทาเนยบางๆ อบไฟ 180 องศาเซลเซียสประมาณ 10-15 นาที หรือจนขนมปังกรอบเป็นสีเหลืองทอง
3. ทำน้ำเมี่ยงโดยเคี่ยวน้ำตาลปี๊บ 1/2 ถ้วย ผสมกับ น้ำปลา 1/2 ถ้วยให้ข้น พักไว้ให้เย็น
4. วิธีรับประทาน ใส่เครื่องเมี่ยงทีละน้อยลงในถ้วยขนมปังอบ ใส่น้ำเมี่ยง แล้วรับประทานเป็นคำ

http://www.horapa.com/content.php?Category=Thai&No=1037

ต้มกะทิสายบัวกับปลาทู




เครื่องปรุง

ปลาทู 1/2 กิโลกรัม
น้ำมะขามเปียก (หรือมะดัน) 1/4 ถ้วยตวง
กะทิ 2 ถ้วยตวง
หอมแดง 3-5 หัว
สายบัว 1/2 กิโลกรัม
น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำสุก 1 ถ้วยตวง


วิธีทำ
1. ปลาทูสดหรือปลาทูนึ่งก็ได้ ล้างทำความสะอาด หักหัวออกหรือไม่ก็ได้
2. สายบัว ลอกเปลือกหักเป็นท่อนยาวประมาณพอคำ หัวหอมแดงบุบพอแตก
3. ตั้งกะทิพอเดือดอย่าให้แตกมัน ใส่หัวหอม ปลาทู สายบัว
4. ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาล ให้รสชาติ ออกเปรี้ยว เค็ม หวาน

หมายเหตุ
- การตั้งกะทิอย่าให้แตกมันมากเพราะจะทำให้แกงมีรสชาติไม่อร่อย
- น้ำมะขามเปียกควรใช้มะขามเปียกค่อนข้างใหม่เพราะแกงจะได้มีสีสวยไม่ดำ
- ถ้าใช้มะดันควรจะห่อด้วยผ้าขาวบาง รสเปรี้ยวของมะดัน จะออกมาจากผ้าที่ห่อ และทำให้แกงกะทิสายบัวมีสีสวยไม่ดำ รสชาติดี กลมกล่อม

http://www.horapa.com/content.php?Category=Thai&No=1039

ยำไข่ดาว




เครื่องปรุง
ไข่ดาวทอดกรอบ 5 ฟอง
หอมใหญ่ซอย 1/2 ถ้วยตวง
พริกขี้หนู 10 เม็ด
มะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
แครอทหั่นฝอย 1/2 ถ้วยตวง
ใบขึ้นฉ่ายหั่นท่อน 2 ต้น

วิธีทำ
1. ไข่ดาวทอดกรอบหั่นเป็นชิ้นพอคำ
2. เตรียมน้ำยำ พริกขี้หนูบุบพอแตก ผสมน้ำปลา น้ำตาลทราย มะนาว
3. นำของทุกอย่างผสมรวม คลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสชาติ เพิ่มเติมได้ตามชอบ
4. เวลาจัดเสิร์ฟ รองด้วยผักกาดหอม หรือรับประทานกับข้าวสวยก็ได้