อร่อย ร่มรื่น ที่ "all senses"

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 สิงหาคม 2551 15:55 น.
บรรยากาศโต๊ะนั่งด้านในร้าน all senses ดูอบอุ่นชวนนั่ง
       บ่อยครั้งอยู่เหมือนกันเวลาที่ "ผู้จัดการตระเวนกิน" ได้เดินทางไปกินข้าวนอกบ้าน แต่เมื่อไปถึงร้านอาหารแล้ว กลับรู้สึกเหมือนเรากำลังนั่งกินข้าวอยู่ที่บ้าน เพราะบรรยากาศของร้านอาหารที่เรามานั่งกินนั้น สร้างความรู้สึกเหมือนเป็นบ้านมากกว่าที่จะเป็นร้านอาหารอันอึกทึกครึกโครม และจอแจไปด้วยผู้คนที่มานั่งกินข้าวกัน
      
       และความรู้สึกเช่นนี้ก็เกิดขึ้นมาอีกแล้ว เมื่อ "ผู้จัดการตระเวนกิน" ได้ออกมากินข้าวนอกบ้านในมื้อนี้กันที่ร้าน "all senses" (ออล เซนเซส) ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 51 ที่เพียงแค่เมื่อเรามาถึงยังร้านอาหาร ภาพของบ้านไม้หลังงามอายุกว่าแก่ 70 ปี ที่ดูสงบเงียบ ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่เป็นสวนอันร่มรื่น และมีสระน้ำที่ดูสดชื่นอยู่ด้านหน้า
มุมโต๊ะนั่งเล็กๆ ริมสระน้ำอันร่มรื่น
       ยิ่งพอได้เดินเข้ามายังตัวบ้านด้านใน เรายิ่งสัมผัสได้กับความเป็นบ้านมากกว่าร้านอาหาร เพราะภายในบ้านถูกจัดสรรพื้นที่ให้มีโต๊ะนั่งกินอาหาร ที่ให้อารมณ์เหมือนว่าเรากำลังเลือกว่าจะอยากนั่งกินข้าวในมุมไหนของบ้านดี ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะโซฟาเก๋ๆ หน้าบ้าน มุมโต๊ะนั่งเก้าอี้ไม้ด้านในที่อยู่ใกล้กับเคาน์เตอร์บาร์ ห้องส่วนตัวเล็กๆ ด้านใน ที่จัดโต๊ะนั่งแบบสบายๆ ไว้ให้เลือกนั่ง
โต๊ะนั่งสบายๆ ในมุมสวนหลังร้าน
       แต่ถ้าอยากสัมผัสกับธรรมชาติและอยากปล่อยอารมณ์ชิลล์ ชิลล์ ก็มีมุมเก้าอี้ไม้เล็กๆ ที่ตั้งอยู่ริมสระน้ำให้ได้เลือกนั่งกัน และเมื่อเดินมายังอีกส่วนของบ้านที่ติดเชื่อมกัน ก็จะพบกับส่วนของบ้านที่อยู่กลางน้ำ ภายในมีโต๊ะโซฟาเตี้ยๆ ให้นั่ง และมีส่วนของห้องด้านในที่จัดเป็นโต๊ะนั่งแบบโล่งโปร่งสบายดูอบอุ่นในตัว แถมยังมีส่วนระเบียงที่ยื่นออกไปมีโต๊ะจัดไว้ให้นั่งกินข้าวแบบได้ชมวิวสระ น้ำสบายตา หรือถ้าอยากจะนั่งกินข้าวท่ามกลางบรรยากาศสวนสวยๆ อันร่มครึ้มไปด้วยแมกไม้ ก็เดินมาด้านหลังบ้านจะเจอกับโต๊ะนั่งเก้าอี้ไม้สีขาว และมุมโต๊ะนั่งน่ารักๆ อีกหลายมุม ที่ชวนให้นั่งสัมผัสกับสายลมเย็นๆ จากธรรมชาติอันรื่นรมย์
ไก่คาราเกะ
       นี่แค่ได้สัมผัสกับบรรยากาศร้านก็พาใจให้รู้สึกอิ่มเอิบ แต่ว่าคงจะไม่อิ่มท้องเป็นแน่ถ้าเราไม่ได้สั่งอาหารของที่นี่มานั่งกินควบ คู่ไปกับบรรยากาศเช่นนี้ สำหรับอาหารของที่นี่มีทั้งอาหารไทย และอาหารนานาชาติอันหลากหลาย ที่ล้วนแล้วแต่เป็นเมนูที่ทางร้านคิดค้นขึ้นมาเองให้เราได้ลองสั่งมาลิ้มรส ชาติกัน
      
       สำหรับเมนูจานเด็ดที่เราเลือกสั่งมากินในมื้อนี้ก็มีอยู่หลายเมนูด้วยกัน เริ่มจากสั่งเมนูกินเล่นเบาๆ ท้องอย่าง ไก่คาราเกะ (125 บาท) มากินกันก่อน เป็นเนื้อไก่ล้วนๆ ที่ทางร้านนำมาหมักกับเครื่องปรุงรส ก่อนจะนำไปชุบแป้งทอดมาจนเหลืองกรอบ เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มซอสญี่ปุ่น หั่นชิ้นไก่ส่งเข้าปากเคี้ยวกรอบนอกเนื้อในนิ่ม ออกรสชาติเครื่องปรุงรส จิ้มซอสญี่ปุ่นเพิ่มรสชาติหอม หวานเจือเค็มนิดๆ
ยำหน่อไม้ฝรั่ง
       จานต่อมาเป็นเมนูยำแบบไทยๆ คือ ยำหน่อไม้ฝรั่ง (185 บาท) เป็นหน่อไม้ฝรั่งสดๆ ก้านอวบๆ ลวกสุก แล้วก็มีน้ำยำแบบไทยๆ สูตรเด็ดของทางร้าน มาให้กินแกล้มเข้ากับหน่อไม้ฝรั่งที่ก้านสดเคี้ยวกรุบกรอบเข้ากับน้ำยำออก 3 รส เปรี้ยว เค็ม เผ็ด แถมยังมีกุ้งสดลวกสุกเนื้อหวานแนมมาให้กินเข้าคู่กันด้วย
สลัดมะม่วงสมุนไพรกับปลาแซลมอนย่าง
       จากนั้นต่อด้วยเมนูสลัดจานเด็ดที่มีชื่อว่า สลัดมะม่วงสมุนไพรกับปลาแซลมอนย่าง (185 บาท) เป็นสลัดจานโต ที่มีทั้งเนื้อปลาแซลมอนย่างมาหอมๆ มีสลัดที่ประกอบไปด้วยผักสมุนไพรไทยอย่างโหระพา สะระแหน่ และผักสลัดสดๆ อย่างเรดโอ๊ค กรีนโอ๊ค มะเขือเทศ และมีมะม่วงน้ำดอกไม้ใส่มาด้วย และราดด้วยน้ำสลัดสูตรเด็ดของทางร้าน กินสลัดจานนี้แนะนำว่าควรกินควบคู่กันไปทั้งเนื้อปลาแซลมอน สลัดผักและมะม่วง เพราะจะได้สัมผัสถึงรสชาติที่กลมกล่อมเข้ากันของปลาแซลมอนเนื้อนุ่มหวาน ผสานกับน้ำสลัดหอมหวาน และได้กลิ่นหอมๆ เวลาเคี้ยวโหระพาและใบสะระแหน่อยู่ในปาก และได้รสชาติอมเปรี้ยวนิดๆ จากมะม่วงน้ำดอกไม้
ต้มยำปูนิ่ม
       เมนูต่อมาเราเลือกสั่งเมนูซดน้ำเผ็ดร้อน อย่างต้มยำปูนิ่ม (245 บาท) เป็นปูนิ่มชุปแป้งทอด แล้วก็นำมาใส่ในต้มยำน้ำใสที่ปรุงรสชาติแบบครบเครื่องต้มยำไทยๆ ลิ้มรสชาติปูนิ่มออกเค็มในตัวกินเข้ากันได้อย่างลงตัวกับต้มยำที่ออกรสเข้ม ข้นถึงใจ
Just Apple Pie (บน) Cherry Choc Pie(ล่าง)
       และนอกจากเมนูเหล่านี้ที่เราได้เลือกสั่งมาลิ้มรสกันแล้ว ในเมนูก็ยังมีอาหารจานเด็ดอื่นๆ ที่ชวนกินอีก อาทิ อกเป็ดรมควันกับซอสบลูเบอร์รี่ (345 บาท) พาสต้าเส้นดำทะเล (245 บาท) ปลากะพงกรอบซอสเสาวรส (245 บาท) และยังมีเบเกอรี่โฮมเมดที่ชวนกินด้วย ไม่ว่าจะเป็น Just Apple Pie (85 บาท) Cherry Choc Pie (85 บาท) รวมถึงเครื่องดื่มที่ชวนสั่งมาดื่มคู่กับอาหารอย่าง all senses Punch (105 บาท) และMixed Berry Smoothie (105 บาท) เรียกว่าหากใครกำลังมองหาร้านอาหารที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้มานั่งกิน ข้าวอยู่ที่บ้านท่ามกลางความร่มรื่นของธรรมชาติ ต้นไม้ สวนสวย และสายน้ำเย็นสบาย ร้าน "all senses" เป็นอีกหนึ่งร้านตัวเลือกที่ความน่าสนใจให้ลองมาสัมผัสกันไม่น้อยเลย
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "all senses" (ออล เซนเซส) ตั้งอยู่ที่ 70/1 ซ.สุขุมวิท 51 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. การเดินทางถ้าขับรถมาให้วิ่งมาตามถ.สุขุมวิท แล้วเลี้ยวเข้าซ.สุขุมวิท 51 ตรงเข้ามาจนสุดซอยแล้วเลี้ยวขวา ตรงมาก็จะเห็นป้ายร้านall senses สามารถจอดรถได้ในร้าน หรือถ้านั่งรถไฟฟ้ามาก็ลงที่สถานีทองหล่อ แล้วเดินมาที่ซ.สุขุมวิท 53 เดินตรงเข้ามาประมาณ 500 ม. จะเห็นป้ายร้านอยู่ทางซ้ายมือเดินเข้ามาทางหลังร้าน เปิดทุกวัน เวลา12.00-15.00 น. และ 18.00-24.00 น. แนะนำว่าควรโทร.มาจองโต๊ะล่วงหน้าก่อนจะดีที่เบอร์ 0-2662-6330-1 , 08-4216-7771

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น