"กาลิค" ยั่วใจ รสไทยถึงเครื่อง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 กันยายน 2551 12:57 น.
บรรยากาศร้านโทนสีอบอุ่นของกาลิค
       (เขาหิวครั้งใด) ฉันเดินเข้าครัว (เขาหิวเขาทำ) ฉันนั้นทำเอง (เขาหิวเขาทำ) ทำเป็นอย่างเดียว ไข่เจียวนั้นง่ายทำบ่อย (แค่เพียงน้ำมันวางลงบนเตารอไฟให้ร้อน) เหลืองไข่เหลืองและหอมกรุ่น ฟู...ฟู ดูน่ากิน
      
       "ผู้จัดการตระเวนกิน"กำลังเคลิ้มกับเพลง "นายไข่เจียว" ของ วงเฉลียง เพลงอะไรก็ไม่รู้ ช่างยั่วต่อมน้ำลายเสียจริงเชียว คิดแล้วก็อยากกินไข่เจียวอาหารง่ายๆใครๆก็ทำได้ แต่ถ้าจะทำให้อร่อยแน่นอนว่าก็คงมีเคล็ดลับของใครของมัน ฟังเพลงจบ แต่อารมณ์หิวยังไม่ไม่ได้ดับ ทำไข่เจียวกินเองก็ทำได้ แต่ไม่อยากกินไข่เจียวธรรมดา เกิดอยากกินไข่เจียวปูขึ้นมา เลยต้องเสาะหาร้านไข่เจียวปูรสดี และก็มาพบเป้าหมายที่ร้านอาหารที่มีชื่อว่า "กาลิค"แห่งย่านประชาชื่น
ไข่เจียวปู
       ร้านกาลิค จัดเป็นร้านเก่าแก่ของย่านนี้ เปิดให้บริการมานานกว่า 27 ปี เน้นอาหารไทยแท้ เป็นส่วนใหญ่ ภายในร้านมี 2 ชั้น การตกแต่งเน้นบรรยากาศให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นเหมือนนั่งกินอาหารอยู่ที่ บ้าน ทำให้ไม่รู้สึกตัวเกร็งจนทำอะไรไม่ถูกเวลาเดินเข้าร้าน แนวคิดของร้านนี้เจ้าของร้านเล่าว่าได้แนวคิดมาจากเมืองเล็กๆชายทะเลอังกฤษ ทั้งร้านสามารถจุคนได้ 90-100 คน
      
       ได้ที่นั่งแล้วก็เลือกเปิดเมนูที่มีให้เลือกกว่า 200 รายการ อย่างแรกที่สั่งโดยไม่คิดเลย คือ ไข่เจียวปู (120บาท) อาหารขึ้นชื่อของทางร้าน ที่ใครมาเป็นต้องสั่งทุกรายไป ไข่เจียวปูของที่นี่เขาไม่ได้ทำออกมาเป็นไข่เจียวแผ่นๆแบนๆแบบเต็มจาน แต่ทางร้านเขามีวิธีการทำไข่เจียวปูเป็นของตัวเอง คือ การทอดไข่เจียวในบล็อกกลมสำหรับเจียวไข่ ไข่เจียวของเขาจึงขึ้นฟูแบบขนมเค้ก ปูที่ใช้เป็นปูม้าแกะเอาแต่เนื้อกรรเชียงปู
กุ้งนางทอดพริกเกลือ
       แอบถามเคล็ดลับจากทางร้านว่าทำไมไข่เจียวปูที่นี่จึงได้รับความนิยม จากลูกค้า เขากระซิบบอกว่ามีเคล็ดลับอยู่ที่อุณหภูมิของน้ำมันรวมไปถึง ความสดของไข่ ส่วนผสมที่เหลือก็ไม่ได้พลิกแพลงอะไรยังเติมน้ำปลา พริกไทย ตามปกติ เวลากินจะกินคู่ข้าวสวยร้อนๆและซอสพริกแสนเข้ากัน ด้วยรสชาติของไข่เจียวที่มีรูปร่างก้อนกลมหนา กรอบ นุ่ม ตักดูข้างในจะพบเนื้อปูเป็นก้อนเป๋งๆ ช่วยให้กินเพลินหมดในเวลาอันรวดเร็ว
      
       นอกจากไข่เจียวทางร้านก็ยังมีเมนูเด็ดๆอีกมากมายให้ลองลิ้มชิมรส เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา "ผู้จัดการตระเวนกิน"จึงขอสั่งตามใจอยากเลยดีกว่า ประเดิมด้วย กุ้งนางทอดพริกเกลือ (ขนาดเล็กตัวละ 85บาท,ขนาดใหญ่ตัวละ 90บาท) กุ้งแม่น้ำตัวโต ถูกนำมาผ่าหลังควักกระเพาะกุ้งออก เพราะอาจจะทำให้ท้องเสียได้
      
       จากนั้นนำกุ้งมาทอดพอสุกก่อนลงผัดกับส่วนผสมอื่น อาทิ กระเทียมเจียว เม็ดมะม่วงหิมพานต์ พริกไทยอ่อน ปรุงรสด้วยสูตรพิเศษของทางร้าน จานนี้หอมกลิ่นกระเทียมเจียวมาแต่ไกล ได้รสชาติเผ็ดๆ เค็มๆ
ปลากะพงทอดน้ำปลา
       ต่อกันเลยด้วยเมนู ปลากะพงทอดน้ำปลา (280บาท) ปลากะพงตัวโตที่ผ่านกรรมวิธีการแล่เอาก้างออกทั้งสองข้าง จากนั้นนำมาทอดในน้ำมันเดือดจัด จนกรอบนอกนุ่มใน แล้วราดด้วยน้ำปลาแท้ เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ช่างเย้ายวนกระเพาะด้วยรสชาติแบบธรรมชาติ ที่คงความหวานของเนื้อปลาและรสเค็มเล็กน้อยจากน้ำปลาแท้ที่ราดจะซึมผ่านเข้า ไปถึงเนื้อในของปลากะพงที่กรอบนอกนุ่มในชวนกินยิ่งนัก
แกงป่าลูกชิ้นปลากราย
       เปลี่ยนแนวมาซดน้ำแกงร้อนๆกันบ้างกับเมนู แกงป่าลูกชิ้นปลากราย (95บาท) เนื้อปลากรายแท้ถูกนำมาขูด ผสมด้วยสูตรลับเฉพาะมีมีมานานกว่า27 ปี ตีให้เหนียวจนเป็นเนื้อเดียวกัน ปั้นเป็นลูกลวกในน้ำเดือดที่มีน้ำพริกแกงที่กำลังละลาย เมนูนี้อุดมด้วยพืชผักสมุนไพร อย่างมะเขือเปราะ มะเขือพวง ถั่วฝักยาว ข้าวโพดอ่อน กะชายซอย พริกไทยอ่อน ใบมะกรูด ใบกะเพรา เป็นต้น ซดตอนร้อนจะได้รสชาติเผ็ดจัดจ้านถึงใจ
ถั่วหวานผัดเนื้อปู
       แต่ถ้าใครไม่ชอบกินเผ็ดขอแนะนำให้สั่ง ถั่วหวานผัดเนื้อปู (120บาท)เป็นเมนูง่ายๆที่นำเอาถั่วลันเตาจีน มาผัดกับเนื้อปูปรุงรสชาติด้วยน้ำมันหอย ผัดให้เข้ากันก็สามารถขึ้นโต๊ะพร้อมเสิร์ฟได้แล้ว
      
       ขอปิดท้ายกันด้วยเมนูชาววังอย่าง กุ้งแสร้งว่า (ขนาดเล็กตัวละ35,ขนาดใหญ่ตัวละ 50บาท)ที่หน้าตาดูเผินๆคล้ายกุ้งพล่าแต่ไม่ใส่น้ำมันเผา กุ้งแสร้งว่าของที่นี่เขา ใช้วิธีลวกกุ้ง คลุกเคล้าด้วยน้ำยำ ที่มีเครื่องอย่าง ตะไคร้ซอย หอมแดงซอย พริกขี้หนู กินคู่กับเครื่องเคียงอย่างผักต่างๆ ถั่วฝักยาว แตงกวา โรยหน้าด้วยใบสาระแหน่ จานนี้ออก 3 รส เปรี้ยว เผ็ด หวาน
กุ้งแสร้งว่า
       อ้อ...ได้อาหารครบทุกรายการแล้วก็อย่าลืมสั่งข้าวสวยร้อนๆควบคู่กันด้วย ที่ต้องเตือนเพราะว่าทีเด็ดของข้าวสวยที่นี่เขามี บุฟเฟต์ข้าว (12 บาท) ข้าวหมดเติมได้ไม่อั้น แต่ถ้ากินกับข้าวหมดก่อนข้าว จะสั่งอาหารเพิ่มก็ยังมีเมนูดีๆให้เลือกสรรกันอีกหลากหลายอย่าง ปลาแรดย่างเกลือ( 200-220 บาท),ขาหมูทอด( 270 บาท),หอยลายอบเนยกระเทียม (95 บาท),ไส้หมูทอด( 85 บาท)ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน.
บรรยากาศร้านบริเวณชั้น 2 ของกาลิค
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       การเดินทางไปยังร้าน"กาลิค"เริ่ม จากแยกประชานุกูล ขับเลียบคลองประปามาเรื่อยๆ ตรงไปข้ามทางรถไฟจนถึงซอยประชาชื่น16 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสะพาน99(อยู่ตรงข้ามซ.16) เลี้ยวข้ามสะพานตรงไปไม่ถึง100 เมตร จะเจอร้านอยู่ขวามือ ร้านเปิดบริการตั้งแต่เวลา 10.30-14.30 น.และ16.30-22.30น. ทุกวัน หยุดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ 3 ของเดือน มีที่จอดรถด้านหลังร้านสามารถจอดรถได้ 20 คัน ทางร้านยินดีรับบัตรเครดิต โทร.0-2585-1932

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น