ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

ข้าวผัดผงกะหรี่




ส่วนผสม
ข้าวสวย 1 1/2 ถ้วย
เม็ดถั่วลันเตา 1/3 ถ้วย
ถั่วแดงหลวงต้มสุก 1/4 ถ้วย
กุ้งแชบ๊วย 6 ตัว
เนื้อปลากะพงขาว 150 กรัม
ปลาหมึกกล้วย 2 ตัว
มะเขือเทศหั่นชิ้นใหญ่ 1 ลูก
หอมใหญ่สับหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
น้ำตาลทรายแดง 1/2 ช้อนชา
ผงกะหรี่ 2 ช้อนชา
น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ1. ล้างกุ้ง แกะเปลือก เด็ดหัวไว้หาง ดึงเส้นดำออก
2. ปลาหมึกเอาส่วนที่รับประทานไม่ได้ออก ล้างแล้วหั่นเป็นแว่น
3. ล้างเนื้อปลา ซับให้แห้ง หั่นเป็นชิ้นใหญ่
4. ผัดหอมใหญ่กับน้ำมันให้สุกหอม ใส่เนื้อปลา กุ้ง ปลาหมึกพอสุก ใส่ข้าวสวย ผงกะหรี่ ผัดพอสุก
5. ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล ใส่เม็ดถั่วลันเตา ถั่วแดงหลวง มะเขือเทศ ผัดพอสุก
6. ตักใส่จาน เสิร์ฟ

เมี่ยงปลาทูน่า




ส่วนผสม
ปลาทูน่าในน้ำเกลือ (ใช้เฉพาะเนื้อ) 1 กระป๋อง
ถั่วลิสงคั่ว 1/4 ถ้วย
ขิงอ่อนหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก 1/4 ถ้วย
มะนาวหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก 2 ลูก
หอมเล็กหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก 1/4 ถ้วย
ตะไคร้ซอย 4 ต้น
ใบมะกรูดซอย 5-6 ใบ
ใบสะระแหน่ 1/2 ถ้วย
พริกขี้หนูแดงสับละเอียด 10 เม็ด
กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 1/4 ถ้วย
น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
ผักกาดแก้ว ผักกาดหอม หรือผักสลัด

วิธีทำ
1. ผสมน้ำมะนาว น้ำปลาและน้ำตาลทรายเข้าด้วยกัน คนจนน้ำตาลละลาย
2. เติมพริกขี้หนูและกระเทียมลงไป คนพอเข้ากัน
3. ใส่ปลาทูน่า ถั่วลิสง ขิง มะนาว หอมเล็ก ตะไคร้ ใบมะกรูด และใบสะระแหน่ลงในส่วนผสมที่เตรียมไว้ เคล้าเบาๆให้เข้ากัน
4. ตักปลาทูน่าใส่ถ้วย เสิร์ฟพร้อมผักกาดแก้ว ผักกาดหอมหรือผักสลัด

เคล็ดลับ
แช่ผักสดในตู้เย็นก่อนเสิร์ฟจะทำให้ผักกรอบและสด น่ารับประทานยิ่งขึ้น

ไข่สะใภ้ทรงเครื่อง




ส่วนผสม
ไข่ไก่ 4 ฟอง
น้ำมันพืชสำหรับทอด 1 ถ้วย
หอมแดงซอย 5 หัว
กระเทียมซอย 2 หัว
พริกขี้หนูแห้งทอด 4-5 เม้ด
พริกไทยเม็ด 9 เม็ด
รากผักชี 2 ราก
กระเทียม 3 กลีบ
หมูสับปนมันเล็กน้อย 1/2 ถ้วย
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืชสำหรับผัด 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืชสำหรับทอด 1 ถ้วย
ใบผักชีสำหรับตกแต่ง

วิธีทำ
1. ใส่น้ำมันในกระทะตั้งไฟกลาง จากนั้นใส่หอมแดง กระเทียมลงเจียวจนเหลืองทีละอย่าง ตักขึ้น จากนั้นใส่พริกขี้หนูแห้งลงทอดจนเม็ดพริกพอง ตักขึ้น
2. โขลกพริกไทยกับรากผักชีและกระเทียมเข้าด้วยกันให้ละเอียด ตักใส่ เคล้ากับเนื้อหมูในอ่างผสมใบเล็ก เติมซีอิ๊วขาว น้ำตาล ผสมให้เข้ากัน หมักนาน 10 นาที
3.  ใส่น้ำมันในกระทะตั้งไฟกลางพอร้อน ใส่เนื้อหมูสับที่หมักไว้ลงผัดจนนุ่ม ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก ผัดแล้วเคี่ยวจนน้ำใส ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย พักไว้
4. ใส่น้ำมันในกระทะตั้งไฟกลางพอร้อน ใส่ไข่ลงทอดเป็นไข่ดาวทีละฟอง ทอดจนหมด ตักใส่จาน ราดด้วยเครื่องที่ผัด โรยหอมเจียว กระเทียมเจียว พริกขี้หนูแห้งทอด ตกแต่งด้วยใบผักชี เสิร์ฟ

ข้าวผัดน้ำพริกกะปิ




ส่วนผสม
ข้าวสวย 2 ถ้วย
กุ้งชีแฮ้ 5-6 ตัว
ไข่ไก่ 2 ฟอง
น้ำมันพืช 1/4 ถ้วย
กุ้งแห้ง 1/4 ถ้วย
พริกขี้หนู 5 เม็ด
กระเทียมแกะเปลือก 5 กลีบ
กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนชา
น้ำปลา 1/2 ช้อนชา
น้ำมะนาว 2 ช้อนชา
กระเทียมโขลก 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืชสำหรับผัด 3 ช้อนโต๊ะ
หอมแดงซอย 1/4 ถ้วย
มะม่วงดิบสับ 1/4 ถ้วย
แตงร้านปอกเปลือกหั่นชิ้นพอคำ 2-3 ชิ้น
ใบผักชีสำหรับตกแต่ง

วิธีทำ
1. ล้างกุ้ง แกะเปลือก เด็ดหัวไว้หาง ผ่าหลังดึงเส้นดำออก พักไว้
2. ตีไข่ใส่ในถ้วยให้แตก ใส่น้ำมันเล็กน้อยลงในกระทะ ตั้งไฟอ่อนพอร้อน กลอกน้ำมันให้ทั่วกระทะ เทไข่ลงกรอกให้เป็นแผ่นกลมบาง พอไข่สุกตักขึ้น วางบนเขียง ม้วนไข่แล้วหั่นเป็นเส้นฝอย
3. ตั้งกระทะน้ำมันด้วยไฟกลางพอร้อน ทอดกุ้งแห้งให้กรอบ ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
4. ทำน้ำพริกกะปิโดย โขลกพริกขี้หนู กระเทียม กะปิให้ละเอียด ตักใส่ถ้วย ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำมะนาว และน้ำปลา คนให้เข้ากัน พักไว้
5. เจียวกระเทียมในกระทะน้ำมันด้วยไฟกลางจนเหลือง จากนั้นใส่กุ้งลงผัดให้สุก ตามด้วยข้าวสวย ผัดพอเข้ากัน ใส่น้ำพริกกะปิที่โขลกไว้ลงผัดพอทั่ว ปิดไฟ
6. ตักข้าวผัดใส่ชาม โรยหน้าด้วยกุ้งแห้งทอดและไข่เจียวฝอย ตกแต่งด้วยใบผักชี รับประทานกันหอมแดง มะม่วงดิบ แตงร้านและมะนาว

ไข่ตุ๋นฟักทอง




ส่วนผสม (สำหรับ 1 ที่)

ไข่ไก่   3  ฟอง
ฟักทอง หั่นเต๋า   3  ช้อนโต๊ะ
กุ้งหั่น เป็นชิ้นเต๋า   3  ช้อนโต๊ะ
เห็ดหอม สไลด์บาง   3  ช้อนโต๊ะ
ต้นหอม 1  ช้อนชา 
เห็ดเข็มทอง   3  ช้อนโต๊ะ 
เห็ดนางฟ้า 3  ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงอาหารตราแม็กกี้ 1/2  ช้อนโต๊ะ 
ซอสหอยนางรมตราแม็กกี้ 1/2  ช้อนโต๊ะ 
น้ำสต็อก 1  ถ้วย

วิธีทำ 1. ใส่เครื่องต่างๆ ที่หั่นเตรียมไว้ ลงในชามฟักทอง
2. ตีไข่ในชาม เติมน้ำสต็อก ปรุงรสด้วย ซอสปรุงอาหารตราแม็กกี้ และ ซอสหอยนางรมตราแม็กกี้
3. ตักใส่ชามฟักทอง นำไปนึ่งในลังถึง เมื่อสุกยกขึ้น โรยต้นหอมฝอย พร้อมเสิร์ฟ
ตามติดความอร่อยแบบมีสไตล์อย่างนี้ได้ที่ www.goodfoodgoodlife.in.th

ก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นมะระ




สำหรับ 3 ที่

ส่วนผสม (น้ำซุปก๋วยเตี๋ยว)
 

น่องไก่  3 ชิ้น
น้ำต้มกระดูกไก่   5 ถ้วยตวง 
ซอสปรุงอาหารตราแม็กกี้ 5 ช้อนโต๊ะ
ซอสหอยนางรมตราแม็กกี้ 5 ช้อนโต๊ะ
มะระแกะเมล็ดออกหั่นชิ้นขนาด 2 x2 นิ้ว 6 ชิ้น
อบเชยแท่งยาว 3 นิ้ว 1  แท่ง
โป๊ยกั๊ก   3 ดอก
รากผักชี ทุบพอแตก   1 ราก
เม็ดพริกไทยบุบพอแตก 5 เม็ด
เม็ดเก๋ากี้  1 ช้อนชา

วิธีทำ
1. นำมะระใส่หม้อตามด้วยน้ำเปล่าและเกลือป่นเล็กน้อย ต้มพอสุกนิ่มแล้วรินน้ำออกพักไว้
2. ใส่น้ำต้มกระดูกไก่ลงหม้อ ตามด้วย รากผักชี  อบเชย โป๊ยกั๊ก เม็ดพริกไทย พอเริ่มเดือดเล็กน้อย
3. ปรุงรสด้วยซอสปรุงอาหารตราแม็กกี้ ซอสหอยนางรมตราแม็กกี้  คนพอเข้ากันแล้วใส่น่องไก่ มะระ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนประมาณ 45 นาที คอยตักฟองออก พอเนื้อไก่เริ่มเปื่อยนุ่ม ให้ใส่เม็ดเก๋ากี้ลงไปในขั้นตอนสุดท้าย พร้อมจัดรับประทานกับก๋วยเตี๋ยวเส้นต่างๆตามชอบ
4. การจัดรับประทาน ให้ลวกผักบุ้ง ถั่วงอกและ เส้นก๋วยเตี๋ยวหรือบะหมี่ลวกสุกเคล้าด้วยกระเทียมเจียว แล้วตักน่องไก่ตุ๋น และเนื้อมะระลงในชามก๋วยเตี๋ยวพร้อมกับน้ำซุปพอประมาณ โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว ปรุงรสตามชอบด้วยพริกน้ำส้ม และพริกป่น
เคล็ดลับควร เลือกมะระผลใหญ่แก่พอเหมาะ ผิวใส  ตึง นำมาผ่าเอาเมล็ดออก หั่นเป็นชิ้นตามขนาดที่ต้องการ แล้วให้ล้างและแช่ด้วยเกลือป่น ประมาณ 10 นาที ก่อนนำไปทำอาหาร เพราะเกลือจะช่วยดูดซับความขมออกมา และ เมื่อนำไปทำน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว ให้ลวกมะระในน้ำเดือด 1 ครั้งก่อนที่จะใส่ลงในน้ำต้มกระดูก เพื่อให้มั่นใจว่ามะระมีรสชาติที่ดี และทำให้น้ำซุปกลมกล่อม
ตามติดความอร่อยแบบมีสไตล์อย่างนี้ได้ที่ www.goodfoodgoodlife.in.th

กุ้งผัดพริกเกลือ




ส่วนผสม 

กุ้งสดแกะเปลือก ผ่าหลังดึงเส้นดำออก  300 กรัม
พริกชี้ฟ้าเขียว-แดง แกะเมล็ดออกซอยละเอียด  4 เม็ด
กระเทียมกลีบกลางๆแกะเปลือก ทุบพอแตกและ สับหยาบ  12-15 กลีบ
รากผักชีสับหยาบ  1-2 ราก
ต้นหอมซอยละเอียด  1-2 ต้น
ซอสปรุงอาหารตราแม็กกี้  1 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น   1/2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย    1 ช้อนชา
พริกไทยป่น  1/2 ช้อนชา
เหล้าจีน 1ช้อนชา
น้ำมันพืชสำหรับทอดและผัด 


วิธีการทำ1 ผสมซอสปรุงอาหารตราแม็กกี้ เกลือป่น น้ำตาลทราย พริกไทยป่นและเหล้าจีนในถ้วยและคนให้เข้ากันแล้วพักไว้ 
2 ใส่ น้ำมันพืชลงในกระทะ นำไปตั้งไฟปานกลาง พอร้อน นำกุ้งลงไปทอดพอสุกโดยใช้ไฟแรงสุด หรือพอเนื้อกุ้งเริ่มเป็นสีแดง เพื่อให้เนื้อกุ้งกรอบนอก-นุ่มเนื้อด้านใน  ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน 
3 ตัก น้ำมันออกจากกระทะให้เหลือประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ผัดกระเทียมและรากผักชีด้วยไฟกลาง พอกลิ่นหอม ตามด้วยพริกชี้ฟ้า ผัดพอเข้ากัน แล้วปรุงรสด้วย เครื่องปรุงที่ผสมไว้ ตามด้วยกุ้งทอดผัดให้เข้ากันพอแห้ง แล้วเติมเหล้าจีนที่เหลือเคล้าให้ทั่ว ยกลงจัดใส่จานโรยหน้าด้วยต้น  
ตามติดความอร่อยแบบมีสไตล์อย่างนี้ได้ที่ www.goodfoodgoodlife.in.th
โดย แม่สลิม

สุกี้ไก่เส้นบุก




ส่วนผสม

1.เส้นบุก 100 กรัม
2.เนื้อไก่ ซึ่งหมักด้วยซีอิ๊วขาวและแป้งข้าวโพดเล็กน้อย 50 กรัม
3.ไข่ไก่ 1 ฟอง
4.ผักบุ้ง 2 ต้น
5.ผักกาดขาว 1 ใบใหญ่
6.คื่นฉ่าย 2 ต้น
7.หัวหอมใหญ่ 1 หยิบมือ
8.น้ำซุป 1 ถ้วย
9.น้ำจิ้มสุกี้
 
 
วิธีการทำ
1.นำ น้ำซุปประมาณ 1 ถ้วยตั้งไฟ พอเดือดนำหัวหอมใหญ่ คื่นฉ่าย เด็ดผักบุ้งและผักกาดขาวใส่ลงไป พอเดือดอีกครั้งก็ใส่เส้นบุกที่เตรียมไว้
2.ตอก ไข่ใส่เนื้อไก่ตีให้เข้ากันเตรียมไว้ ใส่ลงในหม้อเป็นลำดับท้ายสุด รอจนเดือดสักครู่จึงค่อยคน พอเนื้อไก่สุกก็ตักใส่ชาม เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มสุกี้

ตามติดความอร่อยแบบมีสไตล์อย่างนี้ได้ที่ www.goodfoodgoodlife.in.th
โดยคุณณัฎฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา จากร้านแม่ที่ตั้ง ชั้น 1 อาคารเมืองไทยภัทรคอมเพล็กซ์ โทร. 0-2694-3114

ปูจ๋า




ส่วนผสม

กระดองปู (ซับให้แห้ง) 4 กระดอง
รากผักชี 2 ช้อนชา
เม็ดพริกไทยขาว 1/2 ช้อนชา
กระเทียม 2 ช้อนชา
เนื้อปู 350 กรัม
หมูสับ 100 กรัม
ไข่ไก่ 1 ฟอง
น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. โขลกรากผักชี เม็ดพริกไทยขาว กับกระเทียมให้เข้ากัน
2. นำส่วนผสมที่โขลกแล้วไปคลุกเค้าลกับเนื้อปู หมูสับ ไข่ไก่ และน้ำปลา นวดให้เข้ากัน ตักใส่กระดองปูที่เตรียมไว้
3. นำไปนึ่งประมาณ 10 นาทีให้สุก
ส่วนผสมซอสมะม่วง
เนื้อมะม่วงน้ำดอกไม้ 100 กรัม
น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล 30 กรัม
เกลือ 1 ช้อนชา
พริกไทยขาว เล็กน้อย

วิธีทำนำเนื้อมะม่วงน้ำดอกไม้ ปั่นกับน้ำส้มสายชู น้ำตาล 30 กรัม เกลือ และพริกไทยขาวเล็กน้อย นำไปเคี่ยด้วยไฟต่ำประมาณ 5 นาที วิธีทอด
1. ตีไข่ไก่ 2 ฟอง สำหรับนำชุบทอด
2. นำปูจ๋าที่นึ่งแล้วชุบไข่ แล้วนำลงทอดโดยให้ส่วนเนื้อลงน้ำมันก่อน พอสีสวยดีกลับด้านทอดให้สีเสมอกัน ตักขึ้นพัก
3. เมื่อทอดปูจ๋าจนหมดแล้ว นำไข่ที่เหลือเทผ่านกระชอบ สะบัดเป็นฝอยๆ ลงทอดในน้ำมัน พอสุกฟูสีสวยก็ตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำมัน

ขอบคุณ นิตยสารแพรว

แกงเลียงผักรวม




ส่วนผสม

1.พริกไทย   9 – 10 เม็ด
2.กะปิ 1 1/2 ช้อนชา
3.หัวหอมแดง 4 หัว
4.กุ้งแห้ง 1/2 ถ้วยตวง
5.น้ำซุป 4 ถ้วยตวง
6.ซอสปรุงรสตราแม๊กกี้ 2 ช้อนโต๊ะ
7.ฟักทองหั่นชิ้นพอคำ 10-12 ชิ้น
8.บวบเหลี่ยมหั่นเป็นชิ้นขนาดพอคำ 12-15 ชิ้น
9.ข้าวโพดอ่อนหั่นแฉลบ 4 ฝัก
10.กระชาย ทุบเบาๆ แล้วหั่นเป็น ท่อนๆ ยาวประมาณ 1 นิ้ว  2 หัว
11.ตำลึงยอดงามๆ เด็ดเอาแต่ใบอ่อน  10 ยอด
12.แมงลักเด็ดเอาแต่ใบหรือยอดดอกอ่อนๆ 3-4 กิ่ง
 
วิธีการทำ
1.โขลกพริกไทย กะปิ หัวหอมแดง กุ้งแห้งให้ละเอียด แล้วพักไว้
2.ต้ม น้ำซุปให้เดือด ใส่เครื่องที่โขลกไว้ คนให้เครื่องแกงละลาย เคี่ยวจนเดือดประมาณ 7 -8 นาที ใส่ผักต่างๆ ลงไปยกเว้นตำลึงกับแมงลัก
3.พอ น้ำแกงเดือดอีกครั้งจึงใส่ตำลึงกับแมงลัก ปรุงรสด้วยซอสปรุงรสตราแม๊กกี้ พอเคี่ยวจนน้ำแกงเดือด  ยกลงจากเตา ใส่ใบแมงลัก ตักเสิร์ฟ ร้อนๆ

ตามติดความอร่อยแบบมีสไตล์อย่างนี้ได้ที่ www.goodfoodgoodlife.in.th

ต้มจืดสับปะรดซี่โครงอ่อน




เครื่องปรุง


สับปะรด 400 กรัม
กระดูกหมูซี่โครงอ่อน 200 กรัม
แครอท ¼ ถ้วยตวง
กุ้งแห้ง 2 ช้อนโต๊ะ
ตั้งฉ่าย 1 ช้อนโต๊ะ
ต้นหอม ¼ ถ้วยตวง
เกลือ 1 ช้อนชา
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ
1. ต้มน้ำพอเดือด ใส่ซี่โครงอ่อน ไฟปานกลาง ตามด้วยเกลือ
2. ใส่กุ้งแห้ง ตั้งฉ่าย ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว
3. ใส่สับปะรดหั่นชิ้นพอคำ ตามด้วยแครอท รอจนเดือดอีกครั้ง
4. โรยหน้าด้วยต้นหอมหั่นหยาบ
5. ตักเสิร์ฟ พร้อมข้าวสวยร้อนๆ

เกร็ดน่ารู้ สับปะรดมีเอ็นไซม์ที่ช่วยให้เนื้อสัตว์เปื่อยนุ่ม อาหารตำรับนี้ย่อยง่ายจึงเหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ภาควิชาคหกรรมศาสตร์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

กุ้งอบวุ้นเส้นเจ




ส่วนผสม
 

1. วุ้นเส้นแห้ง  160  กรัม 
2. หมี่กึ๋นหั่นชิ้นพอคำ   1/2  ถ้วยตวง
3. เห็ดหอมแห้งแช่น้ำหั่นชิ้นพอคำ  1/2  ถ้วยตวง 
4. พริกไทยดำโขลกหยาบๆ  1  ช้อนชา
5. คึ่นช่ายซอยหยาบๆ   1/2  ถ้วยตวง 
6. ขิงแก่ซอยละเอียด  1/2  ถ้วยตวง
7. ซอสปรุงอาหารตราแม็กกี้  5  ช้อนโต๊ะ 
8. น้ำตาลทราย  1  ช้อนโต๊ะ 
9. น้ำเปล่าหรือน้ำซุป   1  ถ้วยตวง
10. น้ำมันพืช   4  ช้อนโต๊ะ
11. คึ่นช่ายหั่นท่อน ขนาด 1 นิ้ว  1/2  ถ้วยตวง
12. คึ่นช่าย สำหรับใส่พร้อมรับประทาน   2  ต้น 
  วิธีทำ1. สูตรอาหารเมนูเจนี้เริ่มจากการผสมขิงกับ ซอสปรุงอาหารตราแม็กกี้ ตามด้วยน้ำเปล่า คึ่นช่ายซอย น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ และคนให้เข้ากันนำวุ้นเส้นผสมเคล้าให้เข้ากัน
2. ใส่น้ำมันพืชลงในหม้อ ตามด้วยคึ่นช่ายหั่นท่อนและหมี่กึ๋น เห็ดหอม วางเรียงในหม้อตามด้วยส่วนผสมของวุ้นเส้น ปิดฝานำไปตั้งไฟอบประมาณ 15 นาที สูตรอาหารเมนูเจนี้ก็จะสุกพร้อมจัดรับประทาน
ตามติดความอร่อยแบบมีสไตล์อย่างนี้ได้ที่ www.goodfoodgoodlife.in.th

ราดหน้ารวมมิตรเจ




ส่วนผสม



1.น้ำมันพืช  3  ช้อนโต๊ะ 
2.เส้นหมี่แช่น้ำ หั่นยาวพอประมาณ   2  ถ้วยตวง 
3.ซอสปรุงอาหารตราแม็กกี้   5  ช้อนโต๊ะ 
4.น้ำมันพืชสำหรับผัด  3  ช้อนโต๊ะ 
5.ฟองเต้าหู้แช่น้ำ หั่นชิ้นพอคำ  1/4  ถ้วยตวง 
6.เต้าหู้แข็ง หั่นชิ้นพอคำ  1/4  ถ้วยตวง 
7.เห็ดหอมแช่น้ำ หั่นเป็นเส้นๆ   1/4  ถ้วยตวง 
8.ดอกข้าวโพดอ่อน ผ่าซีก  5  ดอก 
9.ถั่วลันเตา  10  ฝัก 
10.กะหล่ำปลี หั่นชิ้นพอคำ  1/4  ถ้วยตวง 
11.แครอท หั่นชิ้นพอคำ  1/4  ถ้วยตวง 
12.ดอกกะหล่ำ หั่นชิ้นพอคำ  1/4  ถ้วยตวง 
13.แป้งข้าวโพด  2  ช้อนโต๊ะ 
14.น้ำเปล่า  1/4  ถ้วยตวง 
15.น้ำตาลปึก  1  ช้อนโต๊ะ 
วิธีทำ
1. สูตรอาหารราดหน้ารวมมิตรเจนั้น เริ่มจากการผัดเส้นหมี่กับน้ำมันพืช ปรุงรสด้วยซอสปรุงอาหารตราแม็กกี้ 2 ช้อนโต๊ะ ผัดให้เข้ากัน ตักขึ้นใส่จานพักไว้
2. ขั้นตอนต่อมาก็ใส่น้ำมันพืชลงกระทะ ตามด้วยเต้าหู้ เห็ดหอม ฟองเต้าหู้ ผัดจนสุก แล้วใส่ดอกข้าวโพด แครอท ถั่วลันเตา ดอกกะหล่ำ และกะหล่ำปลี ผัดจนสุก
3. ปรุงรสด้วย ซอสปรุงอาหารตราแม็กกี้ ที่เหลืออีก 3 ช้อนโต๊ะ ใส่น้ำตาลปึก ชิมรสตามชอบ แล้วผสมแป้งข้าวโพดกับน้ำเปล่า ใส่ลงไปในส่วนผสมคนให้เข้ากันจนแป้งสุก ยกลงราดบนเส้นหมี่ที่เตรียมไว้ แค่นี้คุณก็จะได้สูตรอาหารเมนูเจรสเลิศไปรับประทานกันแล้ว
ตามติดความอร่อยแบบมีสไตล์อย่างนี้ได้ที่ www.goodfoodgoodlife.in.th

ปลาอินทรีย์ทอดซอสเปรี้ยวหวาน


ส่วนผสม
1.ปลาอินทรีย์ 1  ขีดครึ่ง
2.หัวหอมหั่นเป็นลูกเต๋า 2  ช้อนโต๊ะ
3.กระเทียมสับ 1  ช้อนโต๊ะ  
4.มะเขือเทศหั่นเป็นลูกเต๋า  1/3  ถ้วยตวง  
5.น้ำซุป 1/2  ถ้วยตวง
6.ต้นหอมซอย 1  ช้อนโต๊ะ  
7.สับปะรด 1/2  ขีด  
8.น้ำมันพืช 2  ช้อนโต๊ะ
9.เกลือ น้ำตาลทรายขาว พริกไทยดำ  ตามใจชอบ

วิธีการทำ
1.ใส่น้ำมันลงในกระทะ ตั้งไฟพอร้อนแล้วนำปลาไปทอดจนสุกเหลืองทั้งสองด้าน ตักพักให้สะเด็ดน้ำมัน
2.ใส่หัวหอม กระเทียม ลงไปผัดกับน้ำมันประมาณ 2 ข้อนโต๊ะ พอกลิ่นหอม ตามด้วยมะเขือเทศ สับปะรดและน้ำซุป เคี่ยวไฟอ่อนๆประมาณ 10 นาทีจนน้ำงวด
3.ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย น้ำตาลทราย โดยให้ครบ 3 รสทั้งรสเปรี้ยว หวาน และเค็ม แล้วตักราดบนชิ้นปลาทอด ตกแต่งด้วยต้นหอมให้สวยงาม
ตามติดความอร่อยแบบมีสไตล์อย่างนี้ได้ที่ www.goodfoodgoodlife.in.th

"ข้าวมากิ / ข้าวห่อสาหร่ายไส้ปลาดุกย่าง น้ำปลาหวาน"




ส่วนผสมปลาดุกเลาะก้างออกและทำความสะอาด 4 ตัว
น้ำมะขามเปียก 1/2 ถ้วยตวง
น้ำปลา 1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วยตวง
น้ำเปล่า 1/2 ถ้วยตวง
หอมแดงซอยเจียวพอประมาณ
กระเทียมซอยเจียวพอประมาณ
พริกขี้หนูแห้งทอดพอประมาณ
ผักชีเด็ดใบ
ดอกสะเดาลวก
ข้าวญี่ปุ่นหุงสุก
สาหร่ายทะเล

วิธีทำ1.นำปลาดุกที่ล้างเตรียมไว้ ย่างให้สุกหอมแล้วพักไว้
2.นำ หม้อตั้งไฟ ใส่น้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำเปล่า เคี่ยวให้เป็นน้ำปลาหวานพอเหนียว จากนั้นก็ชิมรสชาติให้ออกหวาน เค็ม และเปรี้ยว และพักไว้
3.นำเสื่อญี่ปุ่นมาวางบนเสื่อ วางทับด้วยสาหร่ายทะเล 1 แผ่น จากนั้นนำข้าวญี่ปุ่นมาเกลี่ยให้เต็มแผ่นเท่าๆ กัน นำปลาดุกมาวางแล้วโรยดอกสะเดาให้ทั่ว จากนั้นม้วนเสื่อให้เป็นแท่นกลมแล้วค่อยแยกเสื่อออก ตัดข้าวห่อสาหร่ายให้ได้ 8-10 ชิ้น แล้วนำมาวางเป็นชิ้นบนจานเสิร์ฟ โรงหน้าด้วยพริกขี้หนูแห้งทอด หอมแดงซอยเจียว และตกแต่งด้วยใบผักชี ราดด้วยน้ำปลาหวาน เป็นอันเสร็จพิธี

บาบีคิวทะเลเดือด


 
ส่วนผสม
เห็ดออรินจิ หั่นชิ้นขนาด 2 ซม.  300  กรัม  กุ้งขาวแกะเปลือก  500  กรัม  ปลาหมึกกล้วยหั่นแว่นขนาดพอคำ  200  กรัม 
ส่วนผสมน้ำซุป     
มะเขือเทศสีดา  500  กรัม  ตะไคร้ซอย  1  ถ้วยตวง  ข่าหั่นเป็นแว่น  1/2  ถ้วยตวง  พริกขี้หนูแดง  20  เม็ด  ใบแมงลักสับละเอียด  1/2  ถ้วยตวง  ใบมะกรูดฉีก  5  ใบ  น้ำเปล่า  8  ถ้วยตวง  ซอสหอยนางรมตราแม็กกี้  8  ช้อนโต๊ะ  ซอสปรุงอาหารตราแม็กกี้  5  ช้อนโต๊ะ 
วิธีทำ
1. นำมะเขือเทศสีดา ตะไคร้ซอย ข่าหั่นเป็นแว่น พริกขี้หนูแดงและน้ำเปล่า 2 ถ้วยตวงใส่ลงในเครื่องปั่น ปั่นให้ละเอียด
2. เติมน้ำเปล่า 6 ถ้วยตวงลงหม้อต้ม พอเดือด นำส่วนผสมเครื่องที่ปั่นไว้ ใส่ลงไป ตามด้วยใบมะกรูดฉีก
3. ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรมตราแม็กกี้และซอสปรุงอาหารตราแม็กกี้ พอเดือดใส่ใบแมงลักลงไป นำบาบีคิวที่เสียบไม้จุ่มลงหม้อไฟพอเนื้อสุก พร้อมรับประทานขณะร้อน 

ตามติดความอร่อยแบบมีสไตล์อย่างนี้ได้ที่ www.goodfoodgoodlife.in.th

ปลารากกล้วยทอดใบมะกรูด




ส่วนผสม   (สำหรับ 4 ที่)
1.ปลารากกล้วย 300กรัม
2.กระเทียมสับ 20 กรัม
3.ใบมะกรูดฉีก10-15 ใบ
4.เกลือ 2 ช้อนชา
5.น้ำมันพืชสำหรับทอด

วิธีการทำ
1. คลุกเกลือ 1 ช้อนชากับปลา แล้วนำไปล้างน้ำเพื่อให้หมดกลิ่นคาว
2. นำปลาที่สะเด็ดน้ำแล้วเคล้าด้วยเกลือที่เหลืออีกครั้ง นำไปตากแดดพอแห้ง
3. ทอดใบมะกรูด โดยใส่ใบมะกรูดลงไปในน้ำมันที่ร้อนจัดแล้วตักขึ้นเลยให้สะเด็ดน้ำมัน แล้วเจียวกระเทียมพอหอม หรือได้สีเหลืองทอง ตักขึ้นพักไว้
4. ทอดปลาในน้ำมันด้วยไฟปานกลาง จนเหลืองกรอบ ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน
5. โรยกระเทียมและใบมะกรูดบนปลาทอด พร้อมรับประทาน

Tips
เพื่อ ให้ได้ปลาที่มีกลิ่นหอมน่ารับประทาน ให้เคล้าปลากับซอสปรุงอาหารตราแม็กกี้ ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ แทนการใช้เกลือ แล้วนำไปผึงหรือตากแดดพอแห้งก็นำไปทอดได้เช่นกัน สำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น โรคไต หรือความดันโลหิตสูง ควรงดหรือหลีกเลี่ยงการบริโภคเกลือในอาหาร
ตามติดความอร่อยแบบมีสไตล์อย่างนี้ได้ที่ www.goodfoodgoodlife.in.th

พล่า 3 ทัพ




ส่วนผสม

หอยแมลงภู่ลวก แกะเนื้อ 1/2 ชิ้น
หอยแครงลวก แกะเนื้อ 1/2 ถ้วย
หอยนางรมสด แกะเนื้อ 1/2 ถ้วย
หอมแดงซอย ตะไคร้ซอย (อย่างละ) 1/4 ถ้วย
ใบมะกรูดซอย 1 ช้อนชา
พริกขี้หนูซอย 1 ช้อนโต๊ะ
มะม่วงเปรี้ยวสับ 1/4 ถ้วย
น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว น้ำปลา (อย่างละ) 4 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสพริกโรซ่า 2 ช้อนโต๊ะ
หอมแดงเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
ยอดกระถิน 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ1. ผสมน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาล และพริกขี้หนูเข้าด้วยกัน พักไว้
2. เคล้าผสมหอยแมลงภู่ หอมแดงซอย ตะไคร้ซอย อย่างละครึ่ง และเติมน้ำปรุงรสข้อ 1 ประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ ให้เข้ากัน
3. เคล้าผสมหอยแครง หอมแดงซอย ตะไคร้ซอยที่เหลือ ใบมะกรูด มะม่วงสับและน้ำปรุงรสประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ ให้เข้ากัน
4. เคล้าหอยนางรม ยอดกระถิน น้ำพริกเผาและน้ำปรุงรส ประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ ให้เข้ากัน โรยหน้าด้วยหอมแดงเจียว
5. จัดเสิร์ฟขณะเย็น

credit  http://www.horapa.com/content.php?Category=Thai&No=1110 

ผัดขนมจีน




ส่วนผสม
ขนมจีน 2 จับ
หมูยอหั่น 1/2 ถ้วย
กุนเชียงหั่น 1/2 ถ้วย
แครอทซอย 1/4 ถ้วย
ต้นหอมหั่นท่อน 1/4 ถ้วย
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสผัด 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
หมูหยอง 1/2 ถ้วย
พริกไทยเล็กน้อย ผักกาดหอมซอย

วิธีทำ1. ผัดหมูยอกับกุนเชียงให้เหลือง
2. เติมเส้นขนมจีน และน้ำเล็กน้อย ปรุงรสด้วยซอสผัด น้ำพริกเผา น้ำตาลทรายและพริกไทย ผัดให้เข้ากัน
3. เติมแครอทซอยและต้นหอมหั่นท่อน ผัดให้เข้ากัน จัดใส่จาน
4. โรยด้วยหมูหยอง เสิร์ฟพร้อมผักกาดหอมซอย

แซนวิชเต้าหู้ทอด




ส่วนผสม
เต้าหู้ขาว  2 แผ่น
แห้วดิบสับหยาบ 1/4 ถ้วย
เห็ดหอมแช่น้ำสับหยาบ 1/4 ถ้วย
แครอบสับหยาบ 1/4 ถ้วย
ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมบุบ 3 กลีบ
ซุปผงรสหมู 1 ช้อนชา
พริกไทยขาวป่น 1/2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งชุบทอด
น้ำมันพืช


วิธีทำ1. ล้างเต้าหู้ พักให้สะเด็ดน้ำ ผ่าให้เป็นแผ่นหนาตามแผ่นของเต้าหู้ให้ได้แผ่นละ 4 แผ่น
2. เจียวกระเทียมในน้ำมันพืชให้หอม ใส่แห้วดิบ แครอท เห็ดหอม ต้นหอม ลงไปผัดรวมกัน ปรุงรสด้วยซุปผงรสหมู น้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน
3. พอผักเริ่มสุกเติมแป้งข้าวโพดละลายน้ำพอมีลักษณะข้น ตักราดบนผักที่ผัด พักไว้
4. ตักส่วนผสมในข้อ 2 วางแผ่ลงบนแผ่นเต้าหู้ด้านหนึ่งให้ทั่ว วางทับด้วยเต้าหู้อีกแผ่น ตักส่วนผสมวางแผ่ลงบนแผ่นเต้าหู้อีกครั้ง ทำให้ได้ 4 ชั้นเป็นแซนวิช ทำเช่นนี้จนเต้าหู้หมด
5. นำแซนด์วิชเต้าหู้ที่ได้ลงชุบแป้งให้ติดทั่ว นำไปทอดจนสุกเหลือง ตักขึ้น พออุ่นหั่นทแยงมุมเป็น 4 ชิ้น รับประทานกับซอสมะเขือเทศ

ข้าวห่อไข่




ส่วนผสม
ข้าวสวย 2 ถ้วยตวง
หอมใหญ่ซอย ½ ห้ว
แครอทหั่นเป็นสี่เหลี่ยมเล็ก1/4 ถ้วยตวง
ถั่วลันเตา ¼ ถ้วยตวง
ไก่หั่นเป็นชิ้น1 ถ้วย
ซอสปรุงอาหารตราแม็กกี้ 2 ช้อนชา
พริกไทย ½ ช้อนชา
ซอสมะเขือเทศ 2 ½ ช้อนโต๊ะ
ไข่ 2 ฟอง
น้ำมันพืช  2 ช้อนโต๊ะ


วิธีการทำ
1.ใส่ น้ำมันพืชลงในกระทะตั้งไฟจนร้อน นำหอมใหญ่ลงผัด ตามด้วยแครอท ถั่วลันเตา ไก่ เติมซอสปรุงอาหารตราแม็กกี้ พริกไทย แล้วใส่ซอสมะเขือเทศ
2.นำข้าวสวยลงไปผัดให้เข้ากัน ตักออกจากกระทะใส่จานพักไว้
3.ตอก ไข่ลงในชาม เหยาะซอสปรุงอาหารตราแม็กกี้เล็กน้อย ตีไข่ แล้วตั้งไฟใส่น้ำมันจนร้อน จากนั้นเทไข่เจียวลงกระทะ กลิ้งกระทะให้ไข่กระจายทั่วกระทะจนเป็นแผ่น ใช้ตะหลิวหรือส้อมเกลี่ยให้ทั่วกระทะเพื่อให้ไข่หนาเท่าๆ กัน
4.เมื่อ ไข่เริ่มสุกปานกลาง นำข้าวที่ผัดพักไว้ เทลงไปในไข่ ให้ข้าวผัดอยู่ด้านใดด้านหนึ่งของไข่แล้วพลิกขอบของไข่อีกด้านมาปิด แล้วม้วนให้สวยงาม ตักใส่จาน


ตามติดความอร่อยแบบมีสไตล์อย่างนี้ได้ที่ www.goodfoodgoodlife.in.th

สลัดส้มโอ




ส่วนผสม
ส้มโอ ¼  ลูก
มายองเนส 2 ช้อนชา
โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 2 ช้อนโต๊ะ
กุ้งแช่บ๊วยล้างให้สะอาดแล้วลวก  3 ตัว
ต้นหอมซอยเป็นเส้นยาว 1 นิ้ว  ¼  ถ้วย
พริกหวานหั่นเป็นชิ้นพอคำ ½  ลูก
ใบสะระแหน่ 6 ใบ

วิธีการทำ
1. ปอกเปลือกส้มโอแล้วลอกเอาเยื่อขาวๆ ออกให้สะอาด
2. นำส้มโอ กุ้ง ต้นหอม พริกหวาน มาเทรวมกันในอ่างคลุกพอให้เข้ากัน
3. ผสมมายองเนสกับโยเกิร์ต คนให้ส่วนผมเข้ากันแล้วเทคลุกลงในส่วนผสมทั้งหมด
4. ตกแต่งด้วยใบสะระแหน่


ตามติดความอร่อยแบบมีสไตล์อย่างนี้ได้ที่ www.goodfoodgoodlife.in.th

ยำใบบัวบก





ส่วนผสมยำใบบัวบก

ใบบัวบก 20 ใบ
กุ้งเสียบ 15 ตัว
น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ
มะพร้าวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 3/4 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลเล็กน้อย

วิธีทำยำใบบัวบก- ล้างใบบัวบกให้สะอาด หั่นเป็นท่อนพอดีคำ พักไว้
- ผสมน้ำพริกเผา มะพร้าวคั่ว น้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาลทรายเข้าด้วยกันเป็นน้ำยำ
- นำใบบัวบกมาคลุกเคล้ากับน้ำยำให้เข้ากัน จากนั้นตักใส่จานและโรยหน้าด้วยกุ้งเสียบ จัดแต่งให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟ
- นำปลากะพงที่ปั้นได้รูปแล้วเขาอบในเตา ก่อนที่จะนำไปทอดบนกระทะเทฟลอน ใส่น้ำสต๊อกผักลงไปเล็กน้อย
- แต่งหน้าด้วยมะเขือเทศหั่นขวาง ผักชี และใบสะระแหน่ พร้อมเสิร์ฟกับน้ำจิ้มรสเด็ด

หมายเหตุ : ใบบัวบก ช่วยควบคุมความดันโลหิตให้เป็นปกติ ชะลอความแก่ กระตุ้นการสมานแผลให้เร็วขึ้น เป็นต้น

ขอบคุณนิตยสารชีวจิต

สูตรอาหาร : ซุปครีมข้าวโพด

ซุปข้าวโพด
ส่วนผสม
  1. เนย 1/2 ถ้วยตวง
  2. หอมใหญ่สับ 1/2 หัวใหญ่
  3. เซเลอรี่สับ 1/4 ถ้วยตวง
  4. แครอทสับ 1/4 ถ้วยตวง
  5. เมล็ดข้าวโพดดิบ ฝานเอาแต่เม็ด 3-4 ถ้วยตวง
  6. ข้าวสารของคำหอม 1 ถ้วยตวง
  7. น้ำเปล่า 2 ลิตร
  8. รสดี รสไก่ 2 ช้อนโต๊ะ
  9. วิปปิ้งครีม 1 ถ้วยตวง
  10. เกลือ / พริกไทย / ซอสพริกทาบาสโก้ 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
  1. นำหม้อตั้งไฟ ใส่เนยลงไปให้ร้อน ผัดหอมใหญ่สับ เซเลอรี่สับ แครอทสับ ให้หอม
  2. ใส่ข้าวโพด และข้าวสารคำหอมลงไป ผัดให้ข้าวโพด และข้าวสารเป็นตากบ
  3. ใส่น้ำ และรสดีรสไก่ลงไปต้มให้ข้าวโพด และข้าวสวยสุกนุ่ม ยกออกพักไว้ให้หายร้อน
  4. ตักซุปข้าวโพดใส่ในเครื่องปั่น ปั่นให้ละเอียด แล้วกรองเอากากออก
  5. นำซุปที่ได้มาปรุงรสด้วย ครีม ทาบาสโก้ เกลือ พริกไทย คนให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ
  6. ตักเสิร์ฟร้อน ๆ
บทความจาก : เว็บไซท์ mcdang.com

สูตรอาหาร : โรซ่าผัดหนวดมังกร

โรซ่าผัดหนวดมังกร
ส่วนผสม

  1. ผักกาดดองตราโรซ่าซอย 1 ซอง
  2. ถั่วงอก 1 ถ้วย
  3. เต้าหู้เหลือง 1 ก้อน
  4. ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำของผักกาดดองพอประมาณ
  6. พริกไทยพอประมาณ
  7. พริกชี้ฟ้าแดงซอยพอประมาณ
วิธีทำ
  1. ถั่วงอกเด็ดหางล้างให้สะอาด ผักกาดดองซอย เต้าหู้เหลืองหั่นบางๆ
  2. กระทะตั้งไฟใส่น้ำมันให้ร้อน ใส่กระเทียมเจียวให้พอหอม ใส่เต้าหู้ลงผัดพอเหลือง ใส่ผักกาดดอง ถั่วงอก แล้วเติมน้ำผักกาดดองลงไปนิดหน่อย ผัดให้เข้ากันจนสุก ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว โรยหน้าด้วยพริกไทยนิดหน่อย และพริกชี้ฟ้าแดงซอย ยกเสริ์ฟร้อนๆ
เพียงเท่านี้ก็จะได้โรซ่าผัดหนวดมังกรเรียบร้อยแล้วล่ะครับ
บทความจาก : เว็บไซท์ mcdang.com

สูตรอาหาร : สลัดหมูแฮม

Ham_salad
ส่วนผสม
  1. หมูแฮม 200 กรัม
  2. เนื้ออกไก่ 100 กรัม
  3. หอมใหญ่หั่นเป็นแว่น 1 หัว
  4. มะเขือเทศลูกใหญ่ (หั่นเป็นแว่นแล้วผ่าครึ่ง) 2 ลูก
  5. แตงหวาหั่นเป็นแว่น 2 ลูก
  6. ผักกาดหอม 1–2 ต้น
  7. น้ำสลัดมายองเนส 3 ถ้วย
วิธีทำ
  1. นำผักทุกอย่างมาล้างให้สะอาด แช่ตู้เย็นเอาไว้ก่อนนำมาหั่น
  2. หมูแฮม หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า
  3. เนื้อไก่ ต้มหรือนึ่งจนสุก หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า
  4. วิธีจัดเสิร์ฟ นำผักทุกอย่างที่หั่นเตรียมไว้จัดลงจานที่รองก้นจานด้วยผักกาดหอม วางเนื้อไก่และหมูแฮม เสิร์ฟพร้อมน้ำสลัด หรือจะราดน้ำสลัดลงไปเลยก็ได้เช่นเดียวกัน
credit  http://www.hilunch.com/category/recipes/western-food

สูตรอาหาร : กระเพาะปลารสเด็ด

Kraporpla
ส่วนผสม
1. กระเพาะปลาแห้งที่ผ่านการทอดแล้วประมาณ 100 กรัม
2. เนื้อไก่ ประมาณ 200 กรัม
3. เลือกไก่ 1 ก้อน
4. เห็ดหอม 5 ดอก
5. หน่อไม้ไผ่ตรง 300 กรัม
6. ซีอิ้วขาว 1/2 ถ้วยตวง
7. ซีอิ้วดำ 2 ช้อนโต๊ะ
8. พริกไทย 1 ช้อนโต๊ะ
9. แป้งข้าวโพด 1 ถ้วยตวง
10. น้ำซุปกระดูกไก่ 10 ถ้วยตวง
วิธีทำ1. นำน้ำซุปใส่หม้อตั้งไหให้เดือด ใส่กระเพาะปลาต้มให้นุ่ม ใส่หน่อไม้ เห็ดหอม เลือดไก่
ไข่นกกระทาต้มปอกเปลือก
2. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ พริกไทย
3. ละลายแป้งข้าวโพดกับน้ำ แล้วนำมาผสมลงในหม้อ รีบคนให้ทั่ว รอให้เดือดอีกครั้ง ยกลง
ตักใส่ชามโรยต้นหอมผักชี พริกไทย พริกดองน้ำส้ม
บทความจาก : McDang.com

สูตรอาหาร : ต้มยำสปาเก็ตตี้

สูตรอาหาร : ต้มยำสปาเก็ตตี้

ต้มยำสปาเก็ตตี้*
ส่วนผสม
  1. สปาเก็ตตี้ 150 กรัม
  2. เห็ดฟาง 150 กรัม
  3. เนื้อไก่หั่น 1/2 ถ้วย
  4. หอมเผา 3–4 หัว
  5. กระเทียมเผา 1 หัว
  6. พริกชี้ฟ้าเผา 4–5 เม็ด
  7. ตะไคร้ 1 ต้น
  8. ใบมะกรูด 4–5 ใบ
  9. น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
  10. น้ำปลา 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
  1. ต้มสปาเก็ตตี้ให้นุ่มประมาณ 10–15 นาที
  2. ตั้งน้ำให้เดือด ใส่ตะไคร้ทุบ ใบมะกรูด หอมเผา กระเทียมเผา และใส่ไก่ เห็ดฟาง ต้มให้สุก ใส่เส้นสปาเก็ตตี้
  3. ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา ถ้าชอบเผ็ดก็เติมพริกขี้หนูบุบลงไปด้วยก็ได้ หรือถ้าชอบน้ำพริกเผาก็สามารถเติมลงไปได้สัก 1 ช้อนชา
บทความจาก : หนังสือกินไม่อ้วน
*รูปภาพอาจไม่สัมพันธ์กับเนื้อหา

สูตรอาหาร : หมูนุ่มมะนาวแผ่น

หมูมะนาว
เพียงแค่ได้ยินชื่อ ‘หมูนุ่มมะนาวแผ่น’ น้ำย่อยของหลายคนก็อาจเริ่มทำงานกันแล้วนะครับ ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ ช่างประจวบพอเหมาะพอดี กระผมได้หนังสือ เคล็ดลับคู่ครัวคุณหรีด มาจากเพื่อนครับ เลยได้แสดงฝีมือ ทำให้คนที่บ้านทานกัน อร่อยเหาะ ไปเลยครับ แหม่ นึกถึงแล้วยังน้ำลายไหลเลยครับ วิธีทำก็ไม่ยากครับ เพราะคุณหรีด อธิบายได้เข้าใจ แจ่มแจ้ง เห็นภาพกันซะขนาดนั้นเลยนี่ครับ พร้อมกันหรือยัง ถ้าพร้อมแล้ว ลุยกันเลยครับ
  1. เริ่มจากหาซื้อเนื้อหมูวงจรคุณภาพ ที่ปราศจากสารเร่งเนื้อแดง สารกันบูด และยาปฏิชีวนะ คุณหรีด ยังแอบกระซิบว่าต้องเลือกเนื้อส่วนสันด้านหลังจะอร่อยมาก เพราะนุ่ม และมีมันเกาะน้อยครับ
  2. จากนั้น ล้างเนื้อหมูด้วยน้ำเกลือ แล้วแช่ประมาณ 15 นาที เช็ดให้แห้งแล้วนำมาแล่ แล้วก็นำไปลวกอย่างเร็วในน้ำร้อนเดือดจัด ที่เราใส่ เกลือและขิง ไว้ เพื่อให้เนื้อหมูมีทั้งกลิ่นหอมขิง และมีรสเค็มนิดๆ จากเกลือ
  3. ต่อไปทำน้ำยำครับ เริ่มจากบีบน้ำมะนาว ตามด้วย น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ และน้ำตาลกรวด ที่ขาดไม่ได้คือ พริกขี้หนูสวนจากนั้นปรุงต่อให้ครบรสด้วยน้ำปลา ครับ
  4. สุดท้ายเพื่อความแตกต่างของเมนูนี้ คุณหรีดฝากว่า ต้องมีผิวมะนาวผสมลงไปในน้ำยำจะอร่อยขึ้นทันทีครับผม
บทความจาก : เคล็ดลับคู่ครัวคุณหรีด 2

สูตรอาหาร : ไก่กลางทอดพริกเกลือ

ไก่ทอดพริกเกลือ
ส่วนผสม
  1. ไก่วงจรคุณภาพ
  2. กระเทียมสด
  3. ขิงบด
  4. ซีอิ้วเกาหลี หรือ ซอสคิกโคมาน ซีอิ้วขาว
  5. เหล้าเกาหลี 
  6. น้ำส้มสายชู
  7. น้ำผึ้ง
  8. แป้งอเนกประสงค์
  9. แป้งมัน
  10. กระเทียมแว่นทอดกรอบ
  11. พริกชี้ฟ้าสีเหลืองหรือแดงไร้เมล็ดทอดกรอบ
วิธีทำ
  1. ล้างไก่ให้สะอาด จากนั้นสะเด็ดน้ำให้แห้ง
  2. นำมาหมักด้วยกระเทียมและขิงบด ซีอิ้วเกาหลี หรือ ซอสคิกโคมาน หรือซีอิ้วขาว ใช้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ สำหรับทาน 2 คน
  3. ใส่เหล้าเกาหลี หรือใช้มิลินแทนก็ได้ ตามด้วยเหยาะน้ำส้มสายชูนิดหนึ่ง
  4. สุดท้ายตักน้ำผึ้ง 2 ช้อนชา เพื่อเอาสีสันและกลิ่นหอม อีกทั้งเวลาทอดจะมีความเหนียวและเยิ้ม นำเข้าตู้เย็นประมาณ 15–20 นาที เพื่อให้ไก่ดูดซึมเครื่องปรุงรส
  5. เมื่อต้องการรับประทาน เอาออกมาคลุกแป้งอเนกประสงค์บวกแป้งมัน ในอัตราแป้งอเนกประสงค์มากกว่า ประมาณ 1/4 ส่วน แล้วนำมาห่มผ้าไก่ที่หมักในตู้เย็น เพราะไม่อย่างนั้นเมื่อน้ำมันเจอผิวไก่เลยจะไม่สวย
  6. นำลงทอดในน้ำมัน ที่ร้อนปานกลาง พอไก่ทอดสุกได้ที่แล้วก็ตักขึ้น จัดใส่จาน แต่งหน้าด้วยกระเทียมแว่นทอดกรอบและ พริกชี้ฟ้าสีเหลืองหรือแดงไร้เมล็ดทอดกรอบเช่นกัน
บทความจาก : หนังสือเคล็ดลับคู่ครัวคุณหรีด 2

สูตรอาหาร : ขนมปังปิ้งสังขยานมข้าวโพด

ขนมปังสังขยา
ส่วนผสม
  1. น้ำตาลทราย 250 กรัม
  2. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  3. แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
  4. แป้งสาลีทำเค้ก 3 ช้อนโต๊ะ
  5. นมข้าวโพด 500 ซีซี
  6. ไข่แดง 3 ฟอง
  7. ขนมปังกะโหลกหั่นเป็นแผ่น 2 แผ่น
  8. มาร์การีน สำหรับทาขนมปัง
วิธีทำ
  1. ผสมน้ำตาลทราย เกลือป่น แป้งข้าวโพด แป้งสาลี นมข้าวโพด และไข่แดง ผสมให้เข้ากันลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟฟ ใช้ตะกร้อมือคนตลอดเวลา
  2. ปิ้งขนมปังจนเหลือง ทามาร์การีน หั่นเป็นชิ้นขนาดพอคำ จัดใส่จานพร้อมรับประทานกับสังขยา
บทความจาก : เว็บไซท์ อ.ยิ่งศักดิ์

สูตรอาหาร : ไข่ลูกเขยดาว

ไข่ลูกเขยดาว
ส่วนผสม
  1. น้ำมันพืช
  2. ไข่เป็ด 3 ฟอง
  3. ซอสเปรี้ยวหวาน 2 ช้อนโต๊ะ
  4. ซอสมะเขือเทศสูตรเผ็ด
  5. น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ
  6. หอมแดงเจียวสำหรับโรยหน้า
  7. พริกขึ้หนูแห้งทอดกรอบสำหรับโรยหน้า
  8. ผักชีซอยสำหรับโรยหน้า
วิธีทำ
  1. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะตั้งไฟพอร้อน ดาวไข่จนสุก ตักใส่จานเตรียมไว้
  2. ใส่ซอสเปรี้ยวหวาน ซอสมะเขือเทศสูตรเผ็ด และน้ำ ผัดจนเดือด ตักราด โรยหน้าด้วยหอมแดงเจียว พริกขี้หนูแห้งทอดกรอบ และผักชีซอย พร้อมรับประทาน
บทความจาก : เว็บไซต์ yingsakfood.com

สูตรอาหาร : ทอดมันหมูแดง

ทอดมันหมูแดง
ส่วนผสม
  1. เนื้อหมูบดละเอียด 500 กรัม
  2. ผงทำหมูแดง 1 ซอง
  3. ถั่วพูหั่นบาง 100 กรัม
  4. ใบมะกรูดหั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ
  5. พริกชี้ฟ้าเขียว-แดงหั่นหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
  6. แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
  7. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  8. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  9. ผักสดตามชอบ
  10. น้ำจิ้มอาจาดและเส้นหมี่ลวกสุกคลุกน้ำมันกระเทียมเจียว
  11. น้ำมันพืชสำหรับทอด
วิธีทำ
  1. นวดเนื้อหมูบดกับผงทำหมูแดง เกลือป่น ไข่ไก่และแป้งข้าวโพดจนเหนียว
  2. เติมถั่วพู ใบมะกรูดและพริกชี้ฟ้าเขียว-แดง เคล้าผสมจนเข้ากันดี
  3. ทอดในน้ำมันพืชที่ร้อนจัด ใช้ไฟปานกลางจนสุกเหลือง ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
  4. จัดลงจานสำหรับเสิร์ฟ รับประทานคู่กับน้ำจิ้มอาจาด ผักสดและเส้นหมี่ลวกสุกที่คลุกกับน้ำมันกระเทียมเจียวเตรียมไว้แล้ว
บทความจาก : เว็บไซท์ yingsakfood.com

สูตรอาหาร : ขนมจีนน้ำยากะทิ

ขนมจีนน้ำยากะทิ
ส่วนผสม
  1. พริกแห้ง 50 กรัม
  2. มะพร้าวขูด 1 กิโลกรัม
  3. กระเทียม 100 กรัม
  4. คั้นหัวกะทิ 2 ถ้วย หาง 8 ถ้วย
  5. ตะไคร้ 50 กรัม
  6. น้ำปลา 1/2 ถ้วยตวง
  7. ปลาช่อน 1 กิโลกรัม
  8. น้ำปลาร้าหรือ 1/2 ถ้วยตวง
  9. หัวหอม 100 กรัม
  10. ปลาอินทรีย์เค็ม 1/4 ถ้วยตวง
  11. ข่า 2 ช้อนโต๊ะ
  12. ขนมจีน 2 กิโลกรัม
  13. กระชาย 500 กรัม
  14. น้ำสำหรับต้มปลา 6 ถ้วยตวง
วิธีทำ
  1. เตรียมเครื่องน้ำพริกทั้งหมดลงต้มพร้อมน้ำเปล่า พอเดือดใส่ปลาที่ล้างสะอาดแล้วลงต้มให้สุก
  2. ตักเครื่องน้ำพริกและปลาขึ้น แกะก้างและหนัง โขลกเนื้อปลาให้ละเอียดพักไว้
  3. โขลกเครื่องน้ำพริกที่ตักขึ้นพักไว้ให้ละเอียด
  4. ใส่น้ำต้มปลาละลายเครื่องน้ำพริก กรองเอาแต่น้ำพริกข้น ๆ ไม่ใช้กาก ทำเช่นนี้ 2-3 ครั้งจนน้ำพริกสีจาง
  5. ใส่น้ำพริกผสมกับหัวกะทิตั้งไฟพอเดือด ใส่เนื้อปลา เติมหางกะทิ น้ำปลา น้ำปลาร้า เคี่ยวไฟอ่อน จนน้ำยาเริ่มข้น ชิมรส
  6. รับประทานกับผักเหมือด เช่น ถั่วงอก ผักกาดดอง ถั่วฝักยาว ผักกระเฉด พริกป่น ไข่ต้ม ฯลฯ
บทความจาก : เว็บไซท์อาจารย์ยิ่งศักดิ์



ชวนชิม"ต้มเลือดหมู"รสเด็ด หวานอร่อยนํ้าซุปใสไร้กลิ่นคาว


ดาห์ ที่แล้วผมได้พาเพื่อน ๆ ไปกินอาหารเช้าที่จังหวัดนครสวรรค์มา 2 ร้านแล้วนะครับ สัปดาห์นี้ผมก็จะพาไปที่จังหวัดนครสวรรค์อีก เพราะยังไม่จบครับ ยังมีอีกร้านหนึ่งที่ผมอยากเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง เพราะวันนั้นผมไปกินอาหารเช้าประมาณ 4-5 ร้านเลยครับ ทำให้ยังมีร้านอาหารในจังหวัดนครสวรรค์มาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังต่ออีก
   
อาทิตย์นี้ผมจะเขียนถึงร้านต้มเลือดหมูที่จังหวัดนครสวรรค์ครับ โดยมีเฮียฮ้อเจ้าเก่าเป็นคนพาผมไปกินชื่อว่า ร้านซุ้ยเครื่องในหมู เป็นร้านที่มีชื่อเสียงในตัวเมืองนครสวรรค์เลยนะครับ เป็นร้าน 2 คูหาใหญ่ ๆ คนแน่นตลอดเวลาเลย ร้านไม่ได้อยู่ติดถนนใหญ่ ต้องเดินเข้าไปในซอยเล็กน้อยแล้วก็จะเจอร้านนี้ซึ่งอยู่ติดกับตลาดเลยครับ
   
เมื่อพวกผมเดินเข้าไปแล้ว บรรยากาศเหมือนร้านอาหารจีนมีผู้คนเดินเข้าเดินออก พูดส่งเสียงสั่งอาหารกัน เป็นร้านอาหารที่คนกินข้าวเช้ากันแบบสบาย ๆ โดยมีต้มเลือดหมูเป็นเอกลักษณ์ของร้าน การที่เราจะรู้ว่าต้มเลือดหมูของเขาอร่อยหรือไม่อร่อยนั้น อยู่ที่วิธีการทำเครื่องและทำน้ำซุปให้มีรสชาติกลมกล่อมและอร่อย รวมทั้งมีวิธีการเตรียมวัตถุดิบได้ดีหรือไม่
   
แต่อย่างไรก็ตาม ต้มเลือดหมูที่อร่อย ต้องมีน้ำซุปที่ดี ลูกชิ้นหรือหมูบะฉ่อที่ดี ไม่แห้งผาดในลักษณะที่ว่าเด้งในปากยังได้เลยนะครับ แบบนั้นถือว่าวัตถุดิบไม่ดีครับ ส่วนเครื่องใน ต้องเป็นเครื่องในที่ลวกได้พอดี และสะอาดไม่มีกลิ่นคาว หรือมีกลิ่นเหม็น
   
ฉะนั้น ต้มเลือดหมูไม่ได้ทำได้ง่าย ๆ นะครับ นอกเหนือจากส่วนประกอบที่ผมกล่าวมาแล้วนั้น ยังมีเรื่องผักและอะไรต่าง ๆ ที่ใส่ในน้ำซุป เพื่อทำให้น้ำซุปหอมและเข้ากับตัวเลือดหมู เครื่องในหมู ที่จะใส่เข้าไปด้วย เพราะฉะนั้นจึงอยากบอกเพื่อน ๆ ว่า การทำต้มเลือดหมูที่ถูกต้องจริง ๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ คนทำต้องรู้และเข้าใจ รวมทั้งต้องทำเป็นจริง ๆ ด้วยครับ
   
เมื่อผมได้ชิม ปรากฏว่า ต้มเลือดหมูก็มีหลายแบบด้วยกันครับ สามารถเลือกกินได้ครับ ผมเลือกสั่ง ต้มเลือดหมูใส่หมูบะฉ่ออย่างเดียว ซึ่งหมูบะฉ่อของเขาจะคล้าย ๆ ลูกชิ้นหมูเลยครับ ที่นี่เขาทำเก่งมากเลยครับ เพราะว่าหมูบะฉ่อของเขาเป็นก้อน ๆ มาเลยครับ
   
เมื่อสมัยก่อน เวลาจะทำหมูบะฉ่อ เขาจะเอาตวักมาวางแล้วเอาหมูบดมาผสมกับเครื่องเทศ ซีอิ๊ว และมีมันหมูติดอยู่ในนั้นด้วย แล้วก็เอาไปป้ายข้างในขอบ ๆ ของตวัก แล้วเอาไปลวกในน้ำโดยจะสับ ๆ หมูบะฉ่อให้ละเอียดแล้วเอาไปใส่ในชามก๋วยเตี๋ยว ตอนนี้คงทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะคนยืนรอกันเป็นจำนวนมาก ก็เลยต้องเอาหมูทำเป็นก้อน ๆ เลย แต่ว่าถ้าทำเป็นก้อนไม่ดี แล้วใช้แต่เนื้อหมู ไม่มีมันหมูที่ดีใส่เข้าไปด้วยก็จะทำให้หมูบะฉ่อนั้นกระด้างและแห้งผาด แต่ที่ร้านนี้เขาใส่มันหมูเข้าไปในหมูบดเพียงพอที่จะทำให้มีความหอม ความมัน ความอร่อยและลื่นปาก ไม่ทำให้แห้งผาดเหมือนกับเนื้อที่เอาไปรวนและไม่อร่อยเลย
   
แต่ที่นี่อร่อยมาก และทำเป็นก้อน ๆ และเอาไปลวกช้า ๆ มีหม้อน้ำซุปที่ลวกหม้อหนึ่งเลย และมีหม้อน้ำซุปอีกหม้อหนึ่งที่เขาใช้เป็นน้ำซุปที่ทำจากกระดูกหมู เวลาเอาหมูบะฉ่อไปลวกหรือเอาลูกชิ้นไปลวกในหม้อมันจะเพิ่มความเข้มข้นและรส ชาติที่กลมกล่อมให้มากขึ้น
   
ฉะนั้น ไปกินสาย ๆ จะยิ่งดีนะครับ น้ำซุปของเขาจะเข้มข้นขึ้น สำหรับเลือดของเขาก็ดีนะครับ แต่ที่ผมจะพูดถึงก็คือ เครื่องใน เพราะเครื่องในเขาทำเป็น และทำความสะอาดเครื่องในได้ดีมาก โดยเขาจะแยกลวกเครื่องในแต่ละอย่างไว้ หมายความว่า หมูสด ไส้หมู ปอด ตับ ทุกสิ่งทุกอย่างจะลวกอีกกระทะหนึ่งแล้วถึงจะเอาไปใส่ในชาม เวลาที่มีคนสั่ง เพราะคนสั่งบางคนก็จะไม่เอาโน่น ไม่เอานี่ จะได้เลือกใส่ลงในชามได้ถูกอย่างไรครับ
   
สำหรับผม ใส่ทุกอย่างครับ และก็จะมีผักใส่ด้วย รสชาติอาจจะขม ๆ นิด ๆ แต่ช่วยตัดความเลี่ยนได้ดีนะครับ ในน้ำซุปของเขามีตังฉ่ายและกระเทียมเจียวด้วย ถึงได้มีกลิ่นหอม และใส่พริกไทยขาวลงไปในแต่ละชามก่อนเสิร์ฟด้วยครับ อยากบอกว่า ร้านนี้เขาทำได้สุดยอดจริง ๆ ครับ
   
ใครที่ชอบกินแบบมีน้ำจิ้ม ที่นี่เขาก็มีน้ำจิ้มให้จิ้มกินกับข้าวด้วย บางครั้งผมก็เอาข้าวเทลงไปในชามต้มเลือดหมูกลายเป็นข้าวต้มเลือดหมูเลย ถ้าใครอยากจะกินแบบเกาเหลาและจิ้มน้ำจิ้มกินเปรี้ยว ๆ เผ็ด ๆ ก็มีให้เลือกกินนะครับ
   
ส่วนทุกสิ่งทุกอย่างที่ร้านเป็นการกินแบบสบาย ๆ เรียบง่าย มีเครื่องดื่มเป็น โอเลี้ยง ชาดำเย็น ใส่แก้วมา ใหญ่พอสมควรครับ รสชาติดี
กินแล้วชื่นใจดีครับ บรรยากาศก็ดี เป็นกันเอง ทุกคนก็หันมามองพวกผมว่ามากินที่นี่ได้อย่างไร มีอะไรอร่อย ผมอยากบอกว่าผมก็กินที่นั่นได้เหมือนกันครับถึงจะเป็นร้านเพื่อขายคนใน จังหวัดแต่คนต่างถิ่นอย่างผมก็อยากมาชิมบ้างว่าอร่อยแค่ไหน และที่สำคัญเหมาะสำหรับครอบครัวมากครับ มานั่งกินข้าวพร้อม ๆ กัน
   
ร้านนี้เขาทำมานาน ตั้งแต่สมัยพ่อของพ่อแล้ว ตอนนี้ครอบครัวของเขาก็มาช่วยกันทำ ผมคิดว่าถ้าใครอยากมากินต้องไปแต่เช้านะครับ พอสาย ๆ บ่าย ๆ ก็จะหมดแล้ว
   
โดยส่วนตัว ผมชอบบรรยากาศแบบนั้น ซึ่งตอนนี้ที่กรุงเทพฯ ไม่ค่อยมีให้เห็นแล้ว เพราะทุกคนรีบเร่งจะไปโน่นไปนี่กัน ไม่มีเวลามานั่งกินข้าวเช้ากัน แม้ร้านนี้จะไม่มีห้องแอร์แต่น่านั่งครับ บรรยากาศโดยรวมทำให้รู้สึกว่าร้านนี้น่ากิน เลยทำให้ผมคิดว่าเจ้าของร้านจะต้องเป็นคนโบราณแน่ ๆ เพราะไม่ชอบอะไรที่วุ่นวาย ไม่มีการตกแต่งจัดร้านแบบเดิม ๆ ติดดินดีครับ ทำให้อาหารยิ่งอร่อยใหญ่เลยครับ เพราะไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมากมาย
   
เพราะฉะนั้นใครที่ไปร้านซุ้ยเครื่องในหมู ต้องไปชิมทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมพูดถึงนะครับ เพราะว่ารสชาติของเขาเข้มข้น น้ำซุปใสไม่มีความคาวเลย และเขารู้วิธีการจัดการเครื่องในหมูนะครับ.

การชิมต้มเลือดหมู

อาทิตย์นี้ผมจะขอพูดถึงเรื่องการชิม ต้มเลือดหมู ครับ การที่เราจะไปชิมต้มเลือดหมูนั้น เราต้องรู้ว่าเราอยากจะชิมอะไรและองค์ประกอบของต้มเลือดหมูนั้นประกอบด้วย อะไรบ้าง

   
ความจริงแล้ว ต้มเลือดหมูประกอบด้วย น้ำซุปที่เข้มข้น ต้องไม่ข้น สีน้ำจะใส ๆ แต่รสกลมกล่อมแล้วก็มีกลิ่นของกระดูกหมู  กลิ่นของเนื้อหมู  กลิ่นของตังฉ่าย กลิ่นของผักต่าง ๆ และมีหอมเจียว
   
ต่อมา คือ ต้องถามตัวเองว่า องค์ประกอบ คือ ลูกชิ้นหมูบะฉ่อ หรือเครื่องในลวกได้ดีหรือไม่ อย่าง ตับ ลวกมาเมื่อกินเข้าไปแล้วมีรสขมหรือไม่ ถ้าตับขมและแข็ง นั้นหมายความว่า เขาลวกตับหมูไม่เป็น การลวกตับที่ดีและถูกต้อง คือ ต้องลวกให้ตับยังไม่สุกดีนักถึงจะได้ตับที่กรอบและหวานครับ แล้วก็จะทำให้ตับไม่มีรสชาติขม
   
ในส่วนของไส้หมูก็ต้องสังเกตดูว่า เมื่อกินเข้าไปแล้วมีกลิ่นเหม็นหรือไม่ ถ้ามีกลิ่นเหม็น นั้นแสดงว่าเขาทำไม่เป็นอีกเช่นกัน เพราะไส้หมูที่ดีจะต้องล้างให้สะอาด โดยจะต้องล้างหลาย ๆ น้ำ เพื่อให้ความคาวและกลิ่นต่าง ๆ หมดไป เมื่อเอามาลวกใส่ในต้มเลือดหมูก็จะได้ไส้หมูที่ดีและสะอาด ไม่มีกลิ่นเหม็น ซึ่งที่ร้านนี้ทำได้ดีครับ เครื่องในแต่ละชนิดสะอาดและผ่านการลวกที่ดีถึงได้ต้มเลือดหมูที่อร่อย นั่นเป็นเพราะว่าเขาทำเป็นและเขาก็รู้จักวิธีการจัดการเครื่องในของหมูได้ เป็นอย่างดีนั่นเองครับ.

ผัดเปรี้ยวหวานแบบจีน


เครื่องปรุงหมักหมู

-    ซี่โครงหมูย่าง    300    กรัม
-    ขิงสับ    1    ช้อนโต๊ะ
-    นํ้ามันหอย    1    ช้อนโต๊ะ
-    ซีอิ๊วขาว    1    ช้อนโต๊ะ
-    แป้งมัน    1    ช้อนโต๊ะ
-    นํ้ามันงา    1    ช้อนชา
-    แป้งชุบทอด    30    กรัม
-    นํ้าเย็น    1    ถ้วยตวง
-    นํ้ามันพืช    1,000    มิลลิลิตร
วิธีทำ
   
1. ในชามผสม ใส่ซี่โครงหมูอ่อน ขิงสับ น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว แป้งมัน น้ำมันงา ลงไปผสมให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที หรือค้างคืนก็ได้
   
2. นำหมูที่หมักแล้วลงไปคลุกกับแป้งชุบทอด และนำลงไปชุบแป้งที่ผสมน้ำแล้ว นำลงทอดให้สุกเหลือง
   
3. ตักออกพักไว้
เครื่องปรุงผัดเปรี้ยวหวาน
-    นํ้ามันพืช    2    ช้อนโต๊ะ
-    กระเทียมสับ    1    ช้อนโต๊ะ
-    หอมหัวใหญ่หั่นเสี้ยว    1/2    ลูก
-    พริกตุ้มสามสีหั่นเต๋า     1/2     ลูก
    อย่างละ   
-    สับปะรดหั่นเต๋า    1/2    ถ้วยตวง
-    ซอสเปรี้ยวหวาน    70    กรัม
-    น้ำตาลทราย    1    ช้อนชา
-    น้ำส้มสายชู    2    ช้อนโต๊ะ
-    ซอสมะเขือเทศ    4    ช้อนโต๊ะ
-    ซีอิ๊วขาว    2    ช้อนโต๊ะ
-    ซี่โครงหมูทอดแล้ว    300    กรัม
วิธีทำ
   
1. นำกระทะตั้งไฟใส่น้ำมันลงไป พอร้อนใส่กระเทียมสับ ผัดให้หอม
   
2. ใส่หอมหัวใหญ่หั่นเสี้ยว พริกตุ้มสามสีหั่นเต๋า สับปะรดหั่นเต๋า ลงไปผัดให้เข้ากัน ใส่ซอสเปรี้ยวหวาน และซี่โครงหมูทอดลงไปผัดให้เข้ากัน
   
3. ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายแดง น้ำส้มสายชู ซอสมะเขือเทศ และซีอิ๊วขาว ผัดให้เข้ากัน

4.    ตักใส่จานเสิร์ฟร้อน ๆ

หมึกแดง
www.mcdangguide.com