ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

"The Lake" เอมอิ่ม ริมบึง

บรรยากาศริมน้ำของร้าน The Lake
       ยามเย็นหลังเลิกงานสำหรับ "ตระเวนกิน"คงไม่มีอะไรดีไม่กว่า การนัดพบปะเพื่อนฝูงสังสรรค์กันในร้านอาหารที่มีบรรยากาศดีๆสักร้านหนึ่ง และร้านที่ถูกเลือกสรรเป็นที่นั่งกิน ดื่ม ในครั้งนี้คือร้านอาหารแนวผับ แอนด์ เรสเตอรองก์ ที่มีชื่อว่า "The Lake" ที่ตั้งอยู่ริมบึงเมืองทองธานี 3
อีกหนึ่งมุมภายในร้าน The Lake
       The Lake ในที่นี้มีความหมายว่าทะเลสาบ เนื่องจากทางเจ้าของร้านเล็งเห็นว่า ที่ตั้งของร้านตั้งอยู่ริมบึงภายในเมืองทองธานี 3 จึงมีมุมที่นั่งบางส่วนติดริมน้ำรื่นรมย์
      
       The Lake เริ่มต้นขึ้นมาจากกลุ่มเพื่อนที่ชอบกิน ดื่ม จึงเกิดแนวคิดกันร่วมลงขันเปิดร้านขึ้นมา ที่นี่แบ่งออกเป็นทั้งหมดสามส่วนด้วยกัน ส่วนแรกตั้งอยู่ริมบึงมีที่นั่งทั้งหมด 22 โต๊ะ ที่มุมนี้จัดได้ว่าเป็นมุมยอดนิยมของทางร้านที่แนะนำว่าควรโทรจองไว้ก่อน เพราะนักกินทั้งหลายจะได้นั่งเอมอิ่มกินอาหารในบรรยากาศเย็นสบายริมบึงน้ำ ที่ดอกบัวบานสะพรั่ง พร้อมทั้งมีดนตรีเบาๆเคล้าคลอให้อาหารมื้อนี้กลายมื้อสุดพิเศษ
นั่งรับลมเย็นริมบึง
       ส่วนที่สองเป็นแบบโอเพ่นแอร์ นั่งกินข้าวในบรรยากาศโปร่งสบายด้วยเก้าอี้สีขาว สะอาดตา มีโต๊ะพูลไว้ให้เล่น รออาหารสำหรับคนขี้เบื่อ ส่วนสุดท้ายเป็นห้องแอร์ ภายในตกแต่งสไตล์ contemporary เน้นสีขาวดูสะอาด ที่นี่มีดนตรีสดเล่นทุกวัน ในสไตล์อะคูสติก เริ่มเวลา 21.30 -23.30น.
เนื้อตุ๋นหม้อไฟเดอะเลค
       ทางด้านอาหารที่นี่ก็มีดีไม่น้อยหน้าบรรยากาศเช่นกัน ที่ The Lake ได้คัดสรรเมนูอาหารกว่า 200 เมนู เน้นอาหารไทยเป็นหลัก มาไว้ให้ลูกค้าเลือกชม สั่ง ลิ้มรส
       "ตระเวนกิน"ขอประเดิมเมนูแรกด้วย เนื้อตุ๋นหม้อไฟเดอะเลค (150 บาท) ใช้เนื้ออย่างดีนำมาตุ๋นข้ามคืนจนเนื้อเปื่อยยุ่ย ปรุงรสด้วยเครื่องแกงสูตรพิเศษของทางร้านเสิร์ฟมาในหม้อไฟร้อนๆ ตักกินคู่กับข้าวสวยร้อนๆสักจานด้วยรสชาติ หวาน เค็มของเนื้อตุ๋นผสานกันอย่างลงตัวกับรสเผ็ดร้อนของน้ำแกงที่สกัดได้จาก เนื้อตุ๋น ช่วยเพิ่มความลงตัวในเมนูนี้ได้เป็นอย่างดี ยังไม่นับรวมสารพัดส่วนผสมทั้ง มันฝรั่ง มะเขือเทศ หอมหัวใหญ่ ที่ลงไปเสริมรสชาติให้โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ สไตล์เนื้อตุ๋นหม้อไฟเดอะเลคมากยิ่งขึ้น
ปลากะพงซอสมะขาม
       ต่อกันด้วย ปลากะพงซอสมะขาม (280 บาท)ปลากะพงสดๆตัวโตน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 7 ขีด ทอดจนกรอบทอดนุ่มในก่อนจะนำซอสมะขามสูตรเฉพาะตัวของเชฟ มาราดลงไป ด้วยความเปรี้ยวอมหวานของซอสมะขามเมื่อตักปลากะพงที่ชุ่มด้วยน้ำซอสมะขาม เข้าปากจะสัมผัสได้ทั้งความครบเครื่อง แบบเปรี้ยวหวานปนเผ็ดนิดๆจากสารพัดเครื่องโรยหน้า อย่างเม็ดมะม่วงหิมพานต์ พริกหยวก มะเขือเทศ และพริกแห้งทอดกรอบ
เนื้อเซอร์ลอยด์จิ้มแจ่ว
       อีกหนึ่งเมนูเนื้อของที่นี่ ต้องยกให้ เนื้อเซอร์ลอยด์จิ้มแจ่ว (180 บาท) เนื้อเซอร์ลอยด์อย่างดี ย่างแบบมีเดียม คือตรงกลางยังพอมีเนื้อสีแดงๆอยู่หน่อย แล้วราดน้ำเกรวีสูตรของทางร้านที่ทำมาจากซอสหอย ใครที่ต้องการเนื้อแบบสุกๆก็สามารถสั่งกับทางร้านได้ เนื้อจะถูกหั่นชิ้นเสิร์ฟมาบนจานพร้อมด้วยกระเทียม พร้อมด้วยน้ำจิ้มแจ่ว ไว้กินคู่กัน เนื้อนุ่มไม่เหนียว เข้ากันได้ดีกับน้ำจิ้มแจ่ว
เห็ดออรินจิผัดพริกไทยดำ
       มาถึงเมนูผัดกันบ้าง เห็ดออรินจิผัดพริกไทยดำ (130 บาท) ใช้เห็ดออรินจิสดๆขนาดใหญ่ มาผัดรวมกับเครื่องปรุงแบบพริกไทยดำ พร้อมใส่ส่วนผสมสารพันอย่างพริกหยวก เม็ดพริกไทยอ่อน เพิ่มความเผ็ดร้อนกับพริกเหลือง ผัดพร้อมเสิร์ฟมาในกระทะร้อน จานนี้ได้ความหวานจานเนื้อเห็ดและความเผ็ดร้อนจากเครื่องปรุง
ไข่เจียวคอนโด
       อีกหนึ่งจานที่หากินกันได้ไม่บ่อยนักตามร้านอาหารคือ ไข่เจียวคอนโด (120 บาท) เมนูไข่ธรรมดา ที่ไม่ธรรมดาเพราะใช้ไข่ไก่ถึง 7 ฟอง ปรุงรสแบบสูตรลับประจำร้าน ทอดในบล็อกทอดแบบพิเศษ จนฟูกรอบนอกนุ่มใน แอบกระซิบถามเชฟได้ความว่า กลเม็ดเคล็ดลับของจานนี้ อยู่ที่การทอดต้องทอดด้วยน้ำมันท่วมตัวไข่
ทอดมันกุ้ง
       ตามติดด้วยเมนูทอดอีกหนึ่งเมนูกับ ทอดมันกุ้ง (130 บาท) กุ้งสดสับละเอียด ชุบแป้งคลุกเกล็ดขนมปัง ทอดจนเป็นแผ่นกุ้งก่อนเสิร์ฟใส่จานที่ตกแต่งด้วยมะนาวฝาดบางๆ กับพริกแดงแล้วราดด้วยมัสตาร์ดปรุงพิเศษ เป็นอีกหนึ่งจานที่กลมกล่อมน่ากิน
ไก่โหระพากรอบ
       เมนูปิดท้ายของ "ตระเวนกิน" คือ ไก่โหระพากรอบ (100 บาท) จานนี้โดดเด่นที่ความนุ่มของไก่ที่หมักจนถึงเครื่อง และความสดกรอบของใบโหระพา ที่ใส่มาแบบไม่หวงเครื่อง ปรุงรสจนเข้าที่แบบเผ็ดนิดๆ
The lake kamikaze
       ใครยังไม่จุใจกับหลายเมนูที่แนะนำขอเสนอเพิ่มเติมอีกด้วย หนวดปลาหมึกคั่วเกลือ (120 บาท),ผักบุ้งผัดกะปิไฟแดง (90 บาท),พล่าแซลมอน(180 บาท),ลาบหมูทอด(120 บาท),โป๊ะแตกใบกะเพรา (150 บาท) และนักดื่มพลาดไม่ได้กับมุมบาร์ค็อกเทลที่มีเครื่องดื่มอีกมากมายไว้รอ ยกตัวอย่างเช่น The lake kamikaze (179บาท) แก้วนี้เด่นทั้งสีสันแดง ฟ้า ส้ม และรสชาติ ที่มีส่วนผสมหลากหลายอย่าง เตกิล่า ทริปเปิลเซค น้ำมะนาว น้ำส้ม เป็นต้น รสหอมนุ่ม ไม่มีกลิ่นแรง เหมาะสำหรับสุภาพสตรี หลากอรรถรสการกินแบบนี้หาได้ที่ "The Lake"
มุมสบายภายในร้าน
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้านอาหาร "The Lake" ตั้งอยู่ที่ ริมบึง เมืองทอง3 59/35 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงคลองเกลือ เขตปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 การเดินทางมายังร้าน "The Lake" จากทางด่วนแจ้งวัฒนะลงแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางเข้า ม.สุโขทัยธรรมาธิราช ราว 200 เมตร สังเกตป้ายไฟทางขวามือ จะมีบึงตั้งอยู่เลี้ยวขวาเข้ามาร้านตรงกลางบึง ก็จะถึงร้าน ทางร้านรับจัดเลี้ยง สามารถจอดรถได้ในร้านและหน้าร้าน เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 17.00 -24.00 น.มีโปรโมชั่น มากินก่อน 2 ทุ่มลดค่าอาหาร 10% และโปรโมชั่นพิเศษเปิดเหล้า1ขวดฟรี!มิกซ์เซอร์ 1 ชุด โทร.0-2982-9081,08-5803-5843,08-1558-3341

“เจ๊ติ๋ม เป็ดพะโล้บางคูลัด” เนื้อนุ่มหอมอร่อย รสแท้เป็ดพะโล้

บรรยากาศภายในร้าน
       เมื่อหลายวันก่อน “ผ่านมาแวะกิน” นัดเจอกับเพื่อนฝูงแล้วก็ว่าจะไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันเสียหน่อย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปร้านไหนดี จนเพื่อนสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาว่า มีเป็ดพะโล้เจ้าอร่อยอยู่ในซอยกันตนา แถวๆ บางใหญ่ จ.นนทบุรี อยากให้ไปลิ้มลองดู ในฐานะเพื่อนที่ดีก็ไม่ขัดศรัทธาพากันเคลื่อนขบวนไปที่ร้าน “เจ๊ติ๋ม เป็ดพะโล้บางคูลัด” ตามคำแนะนำ
เจ๊ติ๋ม ยุพิน อารยรุ่งโรจน์
       มาถึงที่ร้านแล้ว ก็สอบถามเจ้าของร้านกันเสียหน่อยว่าที่ไปที่มาของร้านเป็นอย่างไรบ้าง คุณยุพิน อารยรุ่งโรจน์ หรือ เจ๊ติ๋ม เล่าให้ฟังว่า ร้านนี้เปิดมาได้ 13 ปีแล้ว โดยใช้สูตรต้มพะโล้แบบไทยๆ ที่นำมาปรับปรุงรสชาติให้อร่อยถูกใจลูกค้า ซึ่งจะเลือกใช้ทั้งเป็ดเชอร์รี่ และเป็ดปักกิ่ง จากฟาร์มที่ได้ตามมาตรฐาน จึงมั่นใจได้ในเรื่องของคุณภาพวัตถุดิบ
เป็ดพะโล้สับ
       เมนูเป็ดพะโล้นั้นก็สั่งเป็น เป็ดพะโล้สับ (จานละ 120-150 บาท, ตัวละ 240-320 บาท) ที่จะนำเป็ดสดมาทำความสะอาด แล้วนำไปต้มกับเครื่องพะโล้ประมาณ 1 ชั่วโมง เวลาเสิร์ฟก็จะสับเป็ดใส่จาน แล้วราดด้วยน้ำพะโล้ที่ปรุงรสด้วยสูตรของทางร้าน เสิร์ฟมาพร้อมกับแตงกวาและขิงดอง กินคู่กับพริกน้ำส้มที่ปรุงมาแบบจัดจ้านเข้มข้น
ข้าวหน้าเป็ด
       หรือหากจะสิ่งกินกับข้าวก็ต้องเมนู ข้าวหน้าเป็ด (จาน ละ 30 บาท) ที่นอกจากจะมีเนื้อเป็ดสับมาให้แล้ว ก็ยังมีเลือดเป็ด และเครื่องในเป็ดใส่มาให้ด้วย จากนั้นก็ราดน้ำพะโล้ เสิร์ฟพร้อมขิงดองและแตงกวา จิ้มพริกน้ำส้มเล็กน้อย ก็ได้ลิ้มรสชาติความอร่อยของเป็ดที่เนื้อนุ่มแน่น รสชาติกลมกล่อม ไม่มีกลิ่นสาบ
ก๋วยเตี๋ยวเป็ด
       แต่ถ้าหากเบื่อข้าวก็ต้องมาลองเมนู ก๋วยเตี๋ยวเป็ด (ชามละ 25 บาท พิเศษ 30 บาท) ที่มีให้เลือกทั้งเส้นเล็ก เส้นใหญ่ เส้นหมี่ และบะหมี่ ซึ่งจะเสิร์ฟมาในชามหม้อดินที่จะทำให้คงความร้อนได้นานกว่า โดยจะใส่เนื้อเป็ดสับ เลือด และเครื่องในเป็ดมาอย่างครบครัน ส่วนน้ำซุปก็มาจากน้ำต้มพะโล้เป็ดที่นำมาปรุงรสอีกเล็กน้อย ลองชิมแล้วน้ำซุปหวานเค็มกลมกล่อมกำลังดี หรือจะสั่ง เกาเหลาเป็ด (ชามละ 30 บาท) มาชิมก็จะได้กินแบบเต็มน้ำเต็มเนื้อ
อะไหล่เป็ด
       และสำหรับจานนี้ก็อร่อยเพลิดเพลินไม่แพ้กัน กับ อะไหล่เป็ด (จาน ละ 30 บาท) ฟังชื่อแล้วอาจจะงงว่ามันคืออะไร แต่เมื่อยกจานมาเสิร์ฟก็จะเห็นว่าเป็นปากเป็ด ปีกเป็ด คอเป็ด และขาเป็ด มารวมกันอยู่ในจานเดียว ซึ่งอะไหล่ทั้งหมดนั้นก็ต้มกับเครื่องพะโล้มาพร้อมๆ กับตัวเป็ด ซึ่งออกมาแล้วหอมนุ่ม ไม่มีกลิ่นสาบ กินได้หมดจานโดยไม่รู้ตัว
      
       ถ้าใครคิดถึงเป็ดพะโล้อร่อยๆ แบบนี้ อยากจะมาลองชิม หรือซื้อติดไม้ติดมือกลับไปฝากคนที่บ้าน ก็แวะเวียนมากันได้ที่ร้าน “เจ๊ติ๋ม เป็ดพะโล้บางคูลัด”
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “เจ๊ติ๋ม เป็ดพะโล้บางคูลัด” ตั้ง อยู่ในซอยกันตนา (ซอยโรงพยาบาลบางใหญ่) อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี การเดินทางจากถนนบรมราชชนนี ให้เลี้ยวเข้าสู่ถนนกาญจนาภิเษก (ขาออก) แล้ววิ่งตรงมาเรื่อยๆ ผ่านเทสโก้ โลตัส สาขาบางใหญ่ จากนั้นให้ชิดซ้าย สังเกตป้ายบอกทางโรงพยาบาลบางใหญ่ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยตามป้าย จากนั้นวิ่งตรงไปเรื่อยๆ ประมาณ 6 กิโลเมตร จะเจอสามแยก ให้เลี้ยวขวา จะเห็นร้านตั้งอยู่ทางขวามือ ตรงข้ามกับเซเว่นอีเลฟเว่น ร้านเปิดวันเสาร์-วันพฤหัสบดี (หยุดวันศุกร์) เวลา 08.30-15.30 น. โทร. 0-2927-7927, 08-6908-1554

"นิวย่งฮั้วโภชนา"รสเด็ด ข้าวหน้าเป็ดเยี่ยม

บรรยากาศภายในร้านนิวย่งฮั้วโภชนา
       "เซ็งเป็ด"
      
       คำที่เคยฮอตฮิตในหมู่วัยรุ่น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาถึงเซ็งเป็ดกัน แต่สำหรับ "ผ่านมาแวะกิน" นอกจากจะไม่เซ็งเป็ดแล้ว ยังนิยมชมชอบการกินเป็ดอยู่ไม่น้อย
      
       ยิ่งร้านไหนขายเป็ดรสชาติเยี่ยม ก็ยิ่งต้องตามไปแวะกินให้มันหนำใจ อย่างกับที่ร้าน "นิวย่งฮั้วโภชนา" แถวท่าพระจันทร์ ที่โด่งดังในเรื่องข้าวหน้าเป็ดและเปิดขายมานานกว่า 45 ปี จนวันนี้เข้าสู่การสืบทอดของทายาทรุ่นที่ 3 แล้ว
เฮียวิรัชเจ้าของร้านกำลังวุ่นอยู่กับบรรดาเป็ดๆ
       สำหรับข้าวหน้าเป็ด (ธรรมดา30บาท,พิเศษ 40 บาท) ของร้านนี้เป็นสูตรกวางตุ้ง มีความโดดเด่นที่ใช้เป็ดเชอรี่ตัวโต แล้วนำไปหมักด้วยสูตรเฉพาะของทางร้านซึ่งมีเครื่องเทศพิเศษใช้ดับกลิ่นคาว ของเป็ด ทำให้เป็ดไม่เหม็นสาบ ก่อนจะนำไปย่างจนเป็ดเนื้อนุ่มแน่น ส่วนน้ำราดนั้นใช้น้ำสต็อกอันเข้มข้นสูตรกวางตุ้ง เมื่อกินคู่กับข้าวสวยร้อนๆพร้อมผักเคียง มีทั้งครบรสหวาน เค็ม ก็สุดยอด ตามแบบฉบับข้าวหน้าเป็ด นิวย่งฮั้วโภชนา ที่เป็นเลิศในวงการนี้มาช้านาน
      
       ภายในร้านขนาด 2 คูหานี้ นอกจากจะเห็นเฮียวิรัช เจ้าของร้านกำลังง่วนอยู่กับบรรดาเป็ดๆแล้วก็ยังมีเมนูรองรับอีกหลายเมนู ด้วยกัน อย่าง เกี๊ยวน้ำหมูแดง (30บาท)เสิร์ฟมาเป็นชามโดดเด่นที่น้ำซุปที่ใช้น้ำกระดูกเป็ดผสมกระดูกหมู เคี่ยวนานกว่า 3 ชั่วโมง ด้วยเครื่องปรุงลับประจำร้านส่วนตัวเกี๊ยวก็มีดีไม่แพ้กัน เพราะหมูบดถูกหมักจนเนื้อนุ่มก่อนเอามาทำเกี๊ยวหมู รสชาติชามนี้จึงกลมกล่อมยิ่ง
ข้าวหน้าเป็ด(ด้านหน้า)บะหมี่แห้งเป็ดย่าง(ขวาหลัง)และข้าวหน้าเป็ด+หมูย่าง(ซ้ายหลัง)
       อีกหนึ่งเมนูสำหรับผู้ที่โหยหาเป็ด มานิวย่งฮั้วโภชนาต้องสั่ง บะหมี่แห้งเป็ดย่าง (30บาท) ที่นำเอาบะหมี่ไข่เส้นกลมเล็กสีเหลืองนวลน่ากินมาลวกจนเหนียวนุ่ม เสิร์ฟมาในชามพร้อมกับเป็ดย่างที่ราดด้วยน้ำสต็อกเป็ดจนฉ่ำ เวลากินคลุกเคล้าให้เข้ากันรสดีแบบไม่ต้องปรุงทีเดียว
      
       นอกจากเมนูที่กล่าวมาแล้ว นิวย่งฮั้วโภชนา ยังมีอีกสารพัดเมนูให้เลือกกินกันทั้ง เป็ดย่าง (จานละ 100-150 บาท) เครื่องในเป็ด (40 บาท) ข้าวหน้าเป็ด+หมูย่าง(40 บาท) ข้าวหมูย่าง (30 บาท) เกาเหลาหมูแดง (40 บาท) บะหมี่เกี๊ยวเป็ดตุ๋น (40 บาท) ก๋วยเตี๋ยวหมูแดง (30 บาท)และ ก๋วยเตี๋ยวเป็ดย่าง (30 บาท) ที่เมื่อได้ลองลิ้มชิมรสแล้วจะติดใจไปอีกหลายมื้อ
      
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
       

      
       การเดินทางมายังร้าน "นิงย่งฮั้วโภชนา" สามารถ นั่งรถมายังสนามหลวง ก่อนจะเลี้ยวขวา เข้าสู่ถนนท่าพระจันทร์จะพบร้านตั้งอยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฝั่งประตูท่าพระจันทร์ ร้านเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-18.00น. ไม่รับจัดเลี้ยง สามารถจอดรถได้ที่ลานจอดรถของวัดมหาธาตุฯท่าพระจันทร์ หรือ แถวบริเวณท่ามหาราช โทร.08-1330-3223

“มะยอดผัก ราดหน้า ราชวัตร” ฝีมือเจนจัด รสชวนกิน

บรรยากาศภายในร้าน "มะยอดผัก ราดหน้า ราชวัตร"
       เป็นที่รู้กันดีในหมู่นักกินด้วยกันว่า “ย่านราชวัตร” ได้ชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งย่านอาหารการกินในเมืองกรุง ที่มีอาหารการกินสารพัดสารเพที่ขึ้นชื่อลือชารสให้เลือกกินกันอย่างหลากหลาย ที่ตอบสนองความต้องการของนักกินทั้งหลายได้อย่างตามใจปาก
      
        “ผ่านมาแวะกิน” เองเมื่อในมื้อนี้มีโอกาสแวะเวียนมาที่ย่านราชวัตรแล้วนึกอยากกินราดหน้า ร้อนๆ ขึ้นมา เราก็นึกออกทันทีว่าที่นี่มีร้านราดหน้าเจ้าเก่าแก่ที่เปิดขายมานานนมแล้ว 50 กว่าปี ที่มีชื่อว่า “มะยอดผัก ราดหน้า ราชวัตร” ชวนให้ลิ้มลอง
มะยอดผัด ราดหน้า ราชวัตร เจ้าเก่าแก่
       เมื่อก่อนมะยอดผักฯ มีนายมะ กุลพัฒน์ เพียรไพศาลลิขิต รุ่นพ่อเป็นผู้บุกเบิกสูตรจนเดี๋ยวนี้ตกถอดมาถึงรุ่นลูก คือคุณกลม มนตรี เพียรไพศาลลิขิต ที่ยังคงสืบทอดสูตรการทำราดหน้าอันเลิศรส โดยไม่ใช้ผงชูรสเด็ดขาดและพิถีพิถันในเรื่องการคัดสรรวัตถุดิบที่ดีมาทำราด หน้า โดยเฉพาะการเลือกสรรผักคะน้าที่ยอดอ่อนๆ และก้านอวบอิ่มมาล้างทำความสะอาดด้วยน้ำขี้เถ้าสูตรโบราณ ได้ผักคะน้าทั้งใบและก้านที่ปอกเซี้ยนออกอย่างดีใส่ในราดหน้า เป็นราดหน้ายอดผักที่ถ้าใครไม่ชอบกินผัก แต่ถ้าได้มาลองลิ้มรสชาติผักคะน้าของที่ร้านนี้แล้วเป็นต้องติดใจ หันกลับมาชอบกินผักกันเป็นแน่
หมี่กรอบราดหน้า
       สำหรับราดหน้าของที่ร้านนี้จะทำแบบกระทะใหญ่ แล้วทำโดยใช้เตาถ่านที่จะให้ความร้อนที่ร้อนนาน และเตาถ่านจะช่วยเพิ่มกลิ่นหอมให้กับราดหน้า อีกทั้งราดหน้าที่นี่มีแต่หมูอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งทางร้านจะใช้เนื้อหมูส่วนสะโพกมาหมักกับเครื่องหมักสูตรพิเศษของทางร้าน จนเข้าเนื้อ และทางร้านจะหมักหมูแบบวันต่อวัน
      
       ราดหน้าของที่นี่มีทั้งเส้นใหญ่ ที่ทางร้านจะสั่งเส้นใหญ่มาเป็นพิเศษนำมาผัดใส่ซีอิ๊ว มีเส้นหมี่ และมีหมี่กรอบที่จะนำเส้นหมี่ขาวมาทอดจนฟูกรอบ แล้วกินกับราดหน้าน้ำเหนียวหนืดรสกลมกล่อมหวานนุ่มลิ้นกำลังดี เพราะทางร้านเลือกใช้น้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวทิ้งไว้ 6-7 ซม. มาปรุง ใส่เต้าเจี้ยว ใส่หมูหมักเนื้อนุ่มหวาน และผักคะน้านุ่มกรอบไม่ขมปาก
กระเพาะปลา
       นอกเสียจากราดหน้า (ธรรมดา 40 บาท พิเศษ 60 บาท หมี่กรอบ 60 บาท) ที่เป็นเมนูเด่นชูโรงแล้วยังมีเมนูอื่นๆ ที่ชวนลิ้มรสอีกไม่ว่าจะเป็น กระเพาะปลา (50 บาท) ที่ใช้กระเพาะปลาแท้ๆ มาต้มกับน้ำซุปไก่ที่เคี่ยวไว้ แล้วใส่เลือดไก่ หน่อไม้ ไก่ต้ม ตับ และกึ๋น กระเพาะปลารสกลมกล่อมเนื้อนุ่มลื่นคอ
ผัดพริกคะน้าราดข้าว
       แล้วก็ยังมี ผัดพริกคะน้าราดข้าว (50 บาท) เป็นผัดพริกเหลืองสดใส่หมูและใส่ผักคะน้าก้านอวบให้เคี้ยวกรุบกรอบอิ่มท้องกันไป แต่ถ้ายังไม่จุใจก็ยังมี ผัดซีอิ๊วที่จะมีแต่เส้นใหญ่เท่านั้น (40 บาท ใส่ไข่ 50 บาท) ข้าวผัดหมู (50 บาท) หมูกระเทียมราดข้าว (40 บาท พิเศษ 50 บาท) และอีกหลากหลายเมนูจานด่วนที่ชวนกินให้อิ่มท้องเมื่อแวะมาที่ร้าน มะยอดผัก ราดหน้า ราชวัตร”
ผัดซีอิ้วเส้นใหญ่
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “มะยอดผัก ราดหน้า ราชวัตร” ตั้งอยู่ที่ 775 ถ.นครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. การเดินทางถ้ามาจากสี่แยกราชวัตร วิ่งตรงมาที่ถนนนครไชยศรี (มุ่งหน้าทางรถไฟ) ร้านเป็นตึกแถวตั้งอยู่ซ้ายมือริมถนน เยื้องกับธนาคารกรุงเทพ ร้านเปิดจันทร์-ศุกร์ 11.00-14.00 น., 17.00-24.30 น. และจันทร์-อาทิตย์ 17.00-24.30 น. โทร.0-2241-1860

เจริญอาหารที่ร้าน "มิสเตอร์ภาส"

บรรยากาศโต๊ะนั่งภายในร้าน "มิสเตอร์ภาส"
       การได้ออกมากินข้าวนอกบ้านกับคนรู้ใจ เป็นการได้มาเปลี่ยนบรรยากาศ ทำให้การกินข้าวนอกบ้านในแต่ละมื้อของ "ผ่านมาแวะกิน" นั้นทำให้เรากินข้าวได้มากกว่าปกติ เพราะว่าเวลาคนเรามันอิ่มอกอิ่มใจ ได้มานั่งกินอาหารถูกปากกับคนคู่กาย ในสถานที่ถูกใจ มันก็พลอยทำให้เจริญอาหารมื้อนั้นไปได้โดยปริยาย
       เหมือนที่มื้อนี้เราก็ได้ควงแขนคนรู้ใจออกมากินข้าวนอกบ้านกันอีกแล้วยังร้านอาหารที่มีชื่อว่า "มิสเตอร์ภาส" (Mister Pas) เป็นร้านอาหารเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนถ.พระอาทิตย์ ตรงข้ามกับป้อมพระสุเมรุ ภายในร้านไม่ได้มีโต๊ะนั่งมากมายนัก แต่กลับแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแห่งความอบอุ่น ความน่ารัก มีศิลปะเล็กๆ ผสมอยู่ในร้าน มีครัวเปิดโชว์การทำอาหาร บวกกับสิ่งสำคัญคือเมื่อเข้ามาในร้านลูกค้าจะสัมผัสได้ถึงอัธยาศัยมิตรไมตรี ที่ยิ้มแย้มน่ารักของเจ้าของร้านทั้ง 3 คน คือ คุณอี๊ด คุณภาส และคุณแต้ว ที่เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้ชวนอยากนั่งกินอาหารที่ร้านนี้ เพราะเจ้าของร้านจะช่วยแนะนำเมนูเด็ดของที่นี่ให้ได้ลองลิ้มกัน
Quesadilla with spinach, cheese & tomato salsa
       อาหารของที่นี่เป็นอาหารสไตล์ยุโรป อิตาเลียน ฟิวชั่นแบบโฮมเมด เพราะว่าเจ้าของร้านจะเข้าครัวลงมือทำเอง มีการปรับแต่งรสชาติให้เข้มข้นลูกลิ้นทั้งคนไทยและคนต่างชาติ โดยมีเมนูมากหลายที่ชวนกิน อย่างที่อยากแนะนำให้ลองลิ้มก็มี Quesadilla with spinach, cheese & tomato salsa (130 บาท) เป็นอาหารสไตล์เม็กซิกัน คือเป็นแผ่นแป้งข้าวโพดบางๆ ข้างในสอดไส้ผักโขมและมอลซาเรลล่าชีสกริลล์จนกรอบนอกนุ่มใน กินคู่กับซอสมะเขือเทศสดซัลซ่าที่ทางร้านทำเอง ลิ้มรสแผ่นแป้งบางนุ่มหนืดชีส กินกับซอสมะเขือเทศออกรสหวานอมเปรี้ยวของมะเขือเทศสดๆ รสโดนใจ
Prawns, avocado & crispy bacon salad with spicy nam dok-mai mango dressing
       Prawns, avocado & crispy bacon salad with spicy nam dok-mai mango dressing (220 บาท) จานนี้เป็นสลัดกุ้ง อโวคาโดและเบคอนทอดกรอบราดซอสสไปซี่มะม่วงน้ำดอกไม้ ที่กินแล้วไม่ต้องกลัวอ้วน เพราะอุดมไปด้วยผักไฮโดรโพนิกส์สดๆ หลากชนิดที่ดีต่อสุขภาพ ส่วนน้ำสลัดเป็นสูตรเด็ดเฉพาะที่ทางร้านทำเองออกรสหวานนุ่มออกเผ็ดนิดๆ ไม่เลี่ยน กินคู่กับกุ้งเนื้อหวานและเบคอนทอดเค็มๆ หอมๆ
Spaghetti with crispy bacon, chilli & basil
       ต่อมาเป็นอาหารจานเส้น Spaghetti with crispy bacon, chilli & basil (150, 220 บาท) เป็นสปาเก็ตตี้ผัดกับน้ำมันมะกอก และใส่เบคอนทอด ใส่พริกและใบกะเพรา โรยหน้าด้วยพาเมซานชีส ม้วนเส้นสปาเก็ตตี้เข้าปากเส้นเหนียวนุ่มเคี้ยวเด้ง รสละมุนออกเผ็ดนิดๆ หอมกรุ่นกลิ่นใบกะเพรา
       ของหวานมี Chocolate whisky cake with hazelnut truffle and vanilla ice cream (165 บาท) เป็นเค้กช็อกโกแลตวิสกี้ พร้อมชิ้นช็อกโกแลตทรัฟเฟิล เนื้อเค้กเบานุ่มได้รสช็อคโกแลตเข้มข้น กินคู่กับไอศกรีมวานิลลาหวานเย็นชื่นใจ
      
       นอกจากนี้แล้วก็ยังมีเมนูอื่นๆ ที่น่าลองลิ้มอีก อาทิ สลัดปู (285 บาท) ซี่โครงเนื้อสันในแกะออสเตรเลียย่างและอบ (985 บาท) ปลากะพงหมักเคจันสไปซ์และซอสอโวคาโดซอลซ่า (365 บาท) หมูสันในกระเทียมและเสจห่อเบคอนอบราดซอสแครนเบอร์รี่ (385 บาท) และอีกหลายจานเด็ดที่เจ้าของร้านพร้อมจะหยิบยื่นความอร่อย และมิตรไมตรีให้กับทุกคนที่มากินอาหารที่ร้าน "มิสเตอร์ภาส"
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

      
       "มิสเตอร์ภาส" (Mister Pas) ตั้งอยู่ที่ 140 ถ.พระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กทม. การเดินทางถ้ามาจากสี่แยกบางลำพู ตรงมาที่ถ.พระอาทิตย์มาถึงป้อมพระสุเมรุ จะเห็นร้านมิสเตอร์ภาสตั้งอยู่ริมถ.ซ้ายมือตรงข้ามป้อม มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน เปิดอังคาร-อาทิตย์ (หยุดทุกวันจันทร์) เวลา 12.00-22.30 น. โทร. 0-2629-3207, 08-1921-1920, 08-1456-3260