ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

"ตะโกลา" อาณาจักรอาหารรสเลิศ

บรรยากาศภายในร้านตะโกลา
       "ตระเวนกิน" เพิ่งกลับมาจากเดินทางล่องใต้ไปกระบี่ งานนี้เราได้เที่ยวทะเลกระบี่ เที่ยวถ้ำสวยๆ และแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่ชวนเที่ยวอีกมากมาย เรียกว่าได้เที่ยวจนอิ่มใจ และการเที่ยวครั้งนี้เรายังได้อิ่มกาย อิ่มท้องด้วยอีกต่างหาก เพราะว่าที่กระบี่มีร้านอาหารเจ้าเด็ดเจ้าดังที่เรียกได้ว่า เป็นร้านเชิดหน้าชูตาของเมืองกระบี่ ที่ถ้าใครมาเที่ยวกระบี่แล้วไม่ควรพลาดมาลิ้มลองอาหารรสเลิศของร้านนี้กัน
      
       ร้านที่ว่านี้ชื่อว่า "ตะโกลา" มีโกจู๊ด หรือคุณอติพจน์ ศรีสุคนธ์ เป็นเจ้าของร้าน ซึ่งต้องการนำเสนอให้ร้านตะโกลา เป็นอาณาจักรแห่งอาหารอันเลิศรสให้ทุกคนได้ลิ้มรสชาติกัน
      
       สำหรับอาหารของที่นี่มีมากมายหลายหลาก ทางร้านบอกว่าอาหารที่มีขายเรียกว่าเป็น อาหารเอเชี่ยนแอนด์ยูโรเปี้ยน ที่รวบรวมอาหารนานาชนิดถึงขนาดที่ว่าอยากกินอาหารอะไรที่นี่มีบริการให้ได้ กินตามใจปาก
โกจู๊ด เจ้าของร้านตะโกลา
       ที่สำคัญอาหารของที่นี่ทุกจานไม่ใส่ผงชูรสทำลายสุขภาพ และเน้นเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบที่นำมาปรุงอาหาร โดยที่ทางด้านหลังร้านนั้นมีฟาร์มผัก ชื่อว่า "กระบี่ไฮโดรฟาร์ม" ซึ่งปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ เป็นผักปลอดสารพิษปลูกด้วยน้ำ กางมุ้งให้ผัก ไม่ฉีดยาฆ่าแมลง ซึ่งมีผักนานาชนิด อาทิ กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค บัตเตอร์เฮด กรีนคอรัล เรดคอรัล สลัดคอส ไอซ์เบิร์ก ฯลฯและมีผักร็อคเก็ตป่า หรือ วายร็อคเก็ตเป็นผักที่หากินได้ยาก
      
       ใครมาที่ร้านนี้จะได้เห็นแปลงผักจริงๆ อันน่ากินมากมาย ซึ่งทางร้านได้นำผักเหล่านี้ที่ปลูกเองมาเป็นวัตถุดิบ และนำมาผ่านกระบวนขั้นตอนการทำอาหารที่เน้นเรื่องความสะอาดเป็นหัวใจสำคัญ
      
       เรียกว่ามากินอาหารที่ร้านตะโกลาแล้ว จะได้รับทั้งความอิ่มอร่อยและสุขภาพที่ดีไปด้วย ถึงตรงนี้แล้วหลายคนคงชักจะอยากรู้แล้วว่าที่นี่มีเมนูอาหารอะไรที่ชวนกิน กันบ้าง เอาเป็นว่าตามมาชิมกันเลยดีกว่า
แกงส้มหน่อไม้ดอง
       "ตระเวนกิน"ขอประเดิมกันด้วยอาหารไทยแบบปักษ์ใต้ขนาดแท้ แกงส้มหน่อไม้ดอง (140 บาท) ที่ทางร้านโขลกเครื่องแกงส้มเองผสมกับกะปิ ใส่หน่อไม้ป่าดอง เนื้อปลากะพงขาวชิ้นใหญ่ เมื่อซดน้ำแกงส้มร้อนๆ เผ็ดเปรี้ยวจัดจ้านเด็ดขาดโดนใจปากจริงๆ ส่วนเนื้อปลานั้นนุ่มหวาน หน่อไม้ดองก็เคี้ยวกรุบถูกปาก ราดน้ำแกงกับข้าวสวยร้อนๆ ขอบอก หรอยอย่างแรง!!!
แกงกะทิปู
       เมนูต่อมาก็ยังเป็นอีกหนึ่งอาหารไทยภาคใต้ชื่อว่า แกงกะทิปู (380 บาท) เป็นแกงกะทิใส่เครื่องแกงกะทิเข้มข้นและใส่ขมิ้นเพิ่มสีสันสีเหลืองให้ดูชวน กิน แกงใส่ปูม้า เสิร์ฟเคียงคู่กับมาเส้นหมี่ขาวลวก ตักแกงกะทิราดบนเส้นหมี่กินแล้วได้รสชาติเครื่องแกงกะทิเข้มข้นออกรสเผ็ดนำ เข้ากับเส้นหมี่นุ่มๆ และเนื้อปูสดหวาน
ซีซาร์สลัด
       จากอาหารไทยสลับรสชาติมากินอาหารฝรั่งกันบ้างนำเสนอ ซีซาร์สลัด (150 บาท) ที่กินดีต่อสุขภาพ เพราะทางร้านใช้ผักไฮโดรโปนิกส์ตระกูลคอสที่ปลูกเองแบบไร้สารเคมี มาทำเป็นสลัดราดด้วยน้ำสลัดสูตรเด็ด โรยหน้าด้วยแฮมทอด ขนมปังกรอบ และพาเมซานชีส กินสลัดจานนี้ผักคอสเคี้ยวกรอบไม่ขมเข้ากับน้ำสลัดรสดี
ปาร์ม่าแฮมกับเมล่อน
       ปาร์ม่าแฮมกับเมล่อน (280 บาท) เมนูนี้ทางร้านภูมิใจนำเสนอมากๆ และหากินที่อื่นไม่ค่อยได้ เพราะทางร้านนำเอาเมล่อนที่ปลูกจากฟาร์มของโกจู๊ดเอง เป็นเมล่อนที่ปลูกแบบไร้ยาฆ่าแมลง ทางร้านเลือกใช้Rock Melon สายพันธุ์จากฮอลแลนด์ เนื้อสีส้ม และเนื้อจะแน่นหวานหอม นำมากินคู่กับปาร์ม่าแฮมที่สั่งมาเป็นพิเศษจากอิตาลี และมี่ผักวายร็อคเก็ต ราดด้วยน้ำซอสบาซามิคปรุงพิเศษ กินปาร์ม่าแฮมกับเมล่อนรสชาติกลมกลึงเข้ากันดีอย่างไม่น่าเชื่อ ปาร์ม่าแฮมออกเค็มนิดๆ พอมาเจอเมล่อนเนื้อนุ่มแน่นส่งให้เกิดรสชาติหวานนุ่มละมุนลิ้น และเคียงด้วยผักวายร็อคเก็ตที่หอมและออกรสซ่ากว่าร็อคเก็ตธรรมดา และได้รสชาติเปรี้ยวนิดๆ ของซอสบาซามิคเป็นอะไรที่ถูกปากดีแท้
หมูหันตะโกลา
       เมนูที่แนะนำถัดมาเป็นสไตล์อาหารจีนชื่อว่า หมูหันตะโกลา (350 บาท) เมนูนี้ทางร้านทำหมูหันได้รสชาติดี เลาะเอากระดูกออกมีแต่เนื้อแล้วเอามาย่าง ได้หมูหันหนังบางกรอบเนื้อในนุ่ม แล้วราดด้วยซอสฮ่องกงผสมงาขาวหอมหวาน และกินคู่กับหมั่นโถวแป้งนุ่ม อิ่มท้องไม่ใช่เล่น
กุ้งแม่น้ำผัดกระเพาะปลา
       และอีกหนึ่งเมนูอาหารจีนจานพิเศษที่โกจู๊ดได้ลงมือปรุงเอง และภูมิใจนำเสนอคือ กุ้งแม่น้ำผัดกระเพาะปลา (550 บาท) กุ้งแม่น้ำตัวโตนำมาผัดกับกระเพาะปลาแท้ๆ ปรุงรสชาติตามสูตรเด็ด และผัดจนแห้งไม่มีน้ำมันเยิ้ม กินแล้วสัมผัสได้ถึงรสชาติของกระเพาะปลาแท้ๆ ที่เคี้ยวนุ่มหยุ่นฟันและกลมกลื่นรสชาติเข้ากันกับกุ้งเนื้อแน่นหวาน
หลากหลายเมล่อนหอมหวานชวนกิน
       นอกจากนี้แล้วก็ยังมีเมนูจานเด็ดหลากหลายสัญชาติอีกมากหลายมีให้เลือกสั่งแบบละลานตา อาทิ หมูคั่วเกลือ (160 บาท) หอยจ้อ (150 บาท) ยำเป๋าฮื้อ (250 บาท) ต้มกะทิยอดมะพร้าวกับกุ้งแม่น้ำ (480 บาท) หอยหวานผัดน้ำพริกเผา (120 บาท) บะกุ๊ดเต๋ (100 บาท มีถึง 12.00 น.) ติ่มซำกว่า 50 รายการ (เข่งละ 15 บาท ขาย 06.30-11.00 น.) พิซซ่าเขียวหวานไก่ (190 บาท) สปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาซีฟู้ด (160 บาท) เนื้อย่างกับร็อคเก็ตสลัด (680 บาท) หมี่ฮ่องกงผัดซอสเอ็กซ์โอ (100 บาท) ปลาเต๋าเต้ยนึ่งซีอิ้ว(ราคาตามน้ำหนักปลา) ซุปหางวัว (250 บาท) กังป๋วยผัดแห้ง (750 บาท) มูสเมล่อน (95 บาท) ไอศกรีมเมล่อน (ถ้วยละ 50 บาท)
      
       แล้วที่ขาดไม่ได้คือเมื่อมากินอาหารที่ร้านตะโกลาแล้ว อย่าลืมซื้อ "เมล่อน" (ขายกิโลละ 120, 130, 180 บาท) แสนอร่อย สดๆ จากฟาร์มของโกจู๊ดที่ปลูกเอง โดยคัดเมล็ดพันธุ์อย่างดีจากต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นจากฮาวาย ญี่ปุ่น หรือฮอลแลนด์ แล้วปลูกโดยการกางมุ้ง ไม่ฉีดยาฆ่าแมลง ได้เมล่อนที่ดีมีคุณภาพมาจำหน่าย และมีหลายพันธุ์ให้เลือกซื้อหาไปกินกัน มีเมล่อนกลุ่มเนื้อสีส้ม Golden Lady Melon กลุ่มเนื้อสีเขียว Honeydew melon และกลุ่มเนื้อสีขาวคน Honey
อีกหนึ่งมุมบรรยากาศของร้านตะโกลา
       เอาเป็นว่าหากใครได้มาเที่ยวกระบี่แล้วอยากกินอาหารรสเลิศบรรยากาศดี มีร้าน"ตะโกลา"ที่โกจู๊ดยินดีต้อนรับ รอทุกคนอยู่
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       

       “ตะโกลา” ตั้งอยู่ที่ 350/3 ถ.อุตรกิจ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ การเดินทางถ้ามาจากสนามบินกระบี่ เลี้ยวขวาขับมุ่งหน้ามาทางตัวเมืองกระบี่ เจอสามแยกไฟแดงตลาดเก่า เลี้ยวซ้ายเข้าเมืองกระบี่ประมาณ 3 กม. จะเจอร้านตะโกลาอยู่ริมถนนทางซ้ายมือตรงแยกปานุราช อยู่ก่อนถึงรพ.กระบี่ 1 กม. มีที่จอดรถในร้าน เปิดทุกวัน 06.30-23.00 น. โทร. 0-7562-0872, 08-5610-7507

อิ่มสุขรสอิตาเลียนต้นตำรับ ที่ "FUZIO"

บรรยากาศภายในร้าน FUZIO
       การออกไปกินอาหารรสเลิศนอกบ้าน ท่ามกลางบรรยากาศร้านอันเพลินเพลิดกับคนรู้ใจ สำหรับใครหลายๆคนแล้วมันคือความสุขอย่างหนึ่ง
      
       หากว่ามิตรรักนักกินคนไหนอยากมีความสุขเหมือนกับ "ตระเวนกิน" ในมื้อนี้ เพียงแค่ควงแขนคนที่รู้ใจเดินทางมายังร้าน "FUZIO"(ฟูซิโอ) บนชั้น 6 ของอาคาร MINI Square ก็จะได้รับความเพลิดเพลิน อิ่มหนำ สำราญ กลับไป
บรรยากาศโต๊ะนั่งด้านนอกรับลมเย็นๆ
       สำหรับร้าน "FUZIO" ตกแต่งด้วยบรรยากาศแบบโมเดิร์นคลาสสิค ดูโล่งโปร่งสบายด้วยเพดานสูง ชวนนั่งกินอาหารในอารมณ์สบายๆ สามารถชมวิวมุมสูงของกรุงเทพฯแบบพาโนรามาผ่านกระจกใสรอบร้าน อีกทั้งยังมีบรรยากาศให้เลือกนั่งใน 3 โซนด้วยกัน มีส่วน Public Zone ที่สามารถนั่งกินอาหารในบรรยากาศชิลล์ๆ ได้ตามใจชอบ มีโต๊ะไม้และเก้าอี้หนังให้นั่งสบายๆ มีมุมโต๊ะนั่งโซฟานุ่มๆ ให้เอนกาย มีโซน Private Room สำหรับผู้ที่ชอบความเป็นส่วนตัว หรือจะมาปาร์ตี้สังสรรค์ก็สามารถจุที่นั่งได้มากถึง 15-20 ที่นั่ง และโซนสุดท้ายเหมาะที่จะมานั่งดื่มด่ำในยามค่ำคืน รับสายลมเย็นๆ เคล้าวิวสวยๆ ชมดาวพราวฟากฟ้า
บุฟเฟต์อาหารอิตาเลียนมีให้เลือกอิ่มหลากหลาย
       นอกจากนี้ภายในห้องอาหารยังมีเคาน์เตอร์บาร์อยู่ตรงกลางที่คอยบริการ เครื่องดื่มแบบฟลูบาร์ ทางด้านหน้าก่อนถึงโต๊ะอาหารยังจะได้เห็นครัวเปิดโชว์การทำอาหารของเชฟแบบ สดๆ และก็ยังมีห้องเก็บไวน์อย่างดีที่มีไวน์จากหลากหลายชาติให้คอนักดื่มไวน์ได้ สั่งมาดื่มควบคู่กับอาหารรสเลิศ
บุฟเฟต์อาหารอิตาเลียนมีให้เลือกอิ่มหลากหลาย
       เมื่อพูดถึงอาหารอิตาเลียนของที่นี่ ทางร้านเน้นความเป็นอิตาเลียนสูตรต้นตำรับ ที่ใส่ใจในเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบที่เลือกสรรนำมาปรุงบางอย่างต้องสั่งมา เป็นพิเศษจากต่างประเทศ และผ่านขั้นตอนการปรุงโดยเชฟฝีมือเยี่ยมที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ในการปรุง อาหารอิตาเลียน ซึ่งอาหารอิตาเลียนของที่นี่กินแล้วไม่เลี่ยนช่างที่คิดตามชื่อ เพราะทางร้านเล็งเห็นว่าเมื่อนำมาขายที่เมืองไทย จึงได้ให้เชฟคิดค้นปรับแต่งรสชาติอาหารให้มีความเข้มข้นถูกปากและลิ้นคนไทย ด้วย
บรรยากาศโต๊ะนั่งด้านนอกรับลมเย็นๆ
       อย่างเมนูจานเด่นที่ชวนลองลิ้มก็มี Insalata Fuzio (320 บาท++) จานนี้สาวๆ ที่กลัวเรื่องน้ำหนักไม่ต้องห่วง เพราะไขมันน้อย ในจานแต่พืชผักอย่างอโวคาโดสั่งจากออสเตรเลีย ส้มซันควิกมาจากฮอนแลนด์ มะเขือเทศเชอร์รี่ และมีปลาแซลมอนรมควันคัดพิเศษจากออสเตรเลีย โรยหน้าด้วยพาเมซานชีสอย่างดี แล้วราดด้วยซอสบาซามิคฮันนี่และเลมอนมัสตารด์ กินแล้วดีต่อสุขภาพ ปลาแซลมอนเนื้อนุ่ม ซอสออกเปรี้ยวนิดๆ หวานหอมน้ำผึ้ง
Insalata Fuzio
       เมนูถัดมาเป็นอาหารจานเส้นชื่อว่า Spaghetti Alla Polpa Di Granchio, Olio, Aglio E Peperoncino (550 บาท++) เป็นเส้นสปาเก็ตตี้ (แต่ลูกค้าสามารถเลือกเป็นเส้นพาสต้าอย่างอื่นได้) นำมาผัดกับเนื้อปูทะเลล้วนๆ ใส่กระเทียม พริกแห้งในน้ำมัน ปรุงรสชาติตามสูตรเด็ดและใส่ไวท์ไวน์ด้วย ผัดมาแบบแห้งๆ ชิมรสชาติม้วนเส้นสปาเก็ตตี้เข้าปากเคี้ยวเด้งนุ่มปากผสานรสชาติที่กลมกล่อม ลงตัวเข้ากับเนื้อปูสดหวาน
Spaghetti Alla Polpa Di Granchio, Olio, Aglio E Peperoncino
       อีกเมนูเอาใจคนชอบกินเนื้อ เป็น Costolette D'Agnello Wagyu Alla Griglia Al Battuto D'Erbe Fresche (1,600 บาท++) ทางร้านนำซี่โครงแกะสั่งพิเศษจากออสเตรเลียนำมาหมักกับเครื่องเทศฝรั่ง และใส่เรดไวน์ แล้วนำมากริลล์ (เลือกความสุกได้) จนเนื้อสุกได้ที่ แล้วราดด้วยน้ำเกรวี่จากเนื้อแกะและซอสมัสตาร์ดฮันนี่ มีผักย่างและมันฝรั่งเคียงมาด้วย แล่เนื้อแกะลิ้มรสชาติเนื้อแกะนุ่มเคี้ยวหนึบปาก ไม่เหม็นสาบได้รสชาติเครื่องหมักกำลังดี กินกับซอสเข้ากันดีถูกปาก
บุฟเฟต์อาหารอิตาเลียนมีให้เลือกอิ่มหลากหลาย
       นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูอื่นๆ ที่ชวนกินอีก อาทิ Fegato Grasso D'Anatra Spadellato, Riduzione Ai Frutti Di Bosco E Marmellata Di Fichi (590 บาท++) Cappesante Alla Spadellato (520 บาท++) Branzino Cileno All'Acqua Pazza (320 บาท++)
      
       แต่ถ้าใครชอบแบบอิ่มหนำคุ้มราคา ขอนำเสนอว่าให้มาลองบุฟเฟต์อาหารอิตาเลียนมื้อกลางวันของที่นี่ ที่ละลานไปด้วยเมนูอาหารอิตาเลียนอันเลิศรส ซึ่งในแต่ละวันจะมีเมนูกว่า 19 รายการมาให้เลือกกินกัน มีทั้งAppetizer ร้อนและเย็น ที่จะหมุนเวียนเปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆ มีพิซซ่า นานาผักย่าง สลัดผักกับน้ำสลัดรสดี มีขนมปังนานาชนิดสลับสับเปลี่ยนไม่ให้จำเจ ซุปร้อนๆ มีขนมหวานและเค้กมากมาย ผลไม้หลากหลาย และรวมเครื่องดื่มชา กาแฟแล้วด้วยให้เลือกอิ่มกันได้แบบจุใจ แบบไม่อั้น
Costolette D'Agnello Wagyu Alla Griglia Al Battuto D'Erbe Fresche
       สำหรับราคาบุฟเฟต์มื้อกลางวัน จันทร์-เสาร์ Antipasto Buffet พร้อมเมนูเค้ก ขนมหวาน ราคาเริ่มต้น 280บาท ++ หรือจะเพิ่มพิกัดความอร่อยกับ เซ็ท Pizza, Pasta Set 380 บาท++ หรือ Meat Set 450 บาท++ พิเศษสุดคุ้มกับโปรโมชั่น "มา 4 จ่าย 3" และยังมีมื้อค่ำ เซ็ทเมนู 7 course 1,200 บาทถ้วน พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับ 2 เซ็ท รับไวน์ฟรี 1 ขวด
      
       หากว่าใครอยากมีความสุขกับการอิ่มหนำอาหารอิตาเลียนรสดีแบบต้นตำรับ เหมือน "ตระเวนกิน" บ้าง ก็ไม่ยากแค่มาที่ "FUIZO" ก็จะได้สัมผัสกับความอิ่มสุขได้ทันที
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       
"FUIZO" (ฟูซิโอ) ตั้งอยู่ที่ ชั้น 6 อาคาร MINI Square เลขที่ 99/99 สุขุมวิท 63 (เอกมัย) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. การเดินทางจากถ.สุขุมวิทวิ่งตรงมายังซ.เอกมัย เลี้ยวเข้ามาในซ.เอกมัย แล้วขับตรงเข้ามาเรื่อยๆ จะเห็นอาคาร MINI Square (ทาตึกสีดำ มีโชว์รูมรถมินิอยู่ข้างล่าง) อยู่ริมถนนซ้ายมือ ระหว่างเอกมัย ซ. 5 และ ซ. 7 ให้เลี้ยวเข้ามาในอาคารและจอดรถ แล้วขึ้นลิฟต์มาที่ชั้น 6 จะเจอร้าน FUZIO เปิดทุกวัน 11.00-14.30 น. และ 18.00 – 24.00 น. ทางร้านรับจัดงานเลี้ยงโทร :0-2711-6999 และทางร้านได้เข้ากับร่วมบัตร KTC มอบส่วนลด 10% สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม ตั้งแต่วันนี้- 31 ธ.ค.นี้
       คลิก!! อ่ารายละเอียดและแผนที่การเดินทางไปยังร้าน "FUIZO" (ฟูซิโอ)

"สวนอาหารบางบัว" จัดจ้านอาหารไทย

บรรยากาศร้านสวนอาหารบางบัว
       สำหรับผู้หลักผู้ใหญ่หลายๆคนคงจะจำร้านอาหารที่มีชื่อ "สวนอาหารบางบัว" กันได้ เพราะสมัยหนึ่งที่ธุรกิจร้านอาหารยังไม่เฟื่อง(และเฝือ)เหมือนสมัยนี้ สวนอาหารบางบัวคือหนึ่งในร้านดังที่รู้จักกันดี
      
       จนวันนี้บนเนื้อที่กว้างขวางกว่า 4 ไร่ บางบัวเปิดให้บริการมาได้ 21 ปีแล้ว ในบรรยากาศสวนอาหารที่มีทั้งส่วนของสวนลานน้ำพุและส่วนของห้องแอร์ อีกทั้งยังมีส่วนของห้องจัดเลี้ยงที่สามารถเพิ่มเติมบริการคาราโอเกะได้ด้วย โดยอาหารของที่นี่จะเน้นอาหารไทยเป็นหลัก แต่ก็มีอาหารจีน และอาหารทะเลให้เลือกด้วยเช่นกัน
ซี่โครงหมูสับผัดกะเพรา
       สำหรับอาหารจานแรกที่ "ตระเวนกิน" สั่งมาลิ้มลองก็คือ ซี่โครงหมูสับผัดกะเพรา (100 บาท) เสิร์ฟมาหน้าตาเหมือนหมูสับทั่วไป แต่เมื่อได้เข้าปากเคี้ยวจะได้ความกรุบๆของซี่โครงหมูกระดูกอ่อนที่สับมา อย่างละเอียดเคี้ยวกินได้ทั้งหมดไร้ซึ่งกระดูก ผัดกับใบกระเพรา พริก กระเทียม หอยฉุยเผ็ดจัดจ้านอาหารไทย
      
       ตามมาด้วย ปลาคังทอดกระเทียมพริกไทย (180 บาท) ปลาคังที่ใช้เป็นปลาคังสดๆ นำมาล้างทำความสะอาดเอาไส้ออกเรียบร้อย แล้วนำเครื่องผัดเช่นกระเทียม พริกขี้หนู และส่วนผสมของทางร้านลงไปผัดก่อน จากนั้นนำเนื้อปลาคังที่หันเป็นชิ้นๆไปทอดพอสุกแล้วนำไปผัดคลุกเคล้ารวมกับ เครื่องให้เข้าถึงเนื้อปลา เมื่อกินแล้วเนื้อปลาจึงกรอบนอกนุ่มใน เคี้ยวหอมกลิ่มกระเทียม
ปลาคังทอดกระเทียมพริกไทย
       จานถัดมาเป็น ห่อหมกทะเลผัดเผ็ด (100 บาท) ใช้เนื้อห่อหมกที่ทำจากปลากราย และเครื่องแกงสูตรพิเศษของทานร้าน นำมาผัดใส่ปลาหมึก เนื้อปลากะพง กุ้ง รองจานด้วยใบยอและกะหล่ำซอย ออกมาในรูปแบบผัดรสชาติเหมือนห่อหมกแต่จะออกแห้งๆมันๆ เล็กน้อยและไม่เผ็ดมาก
ห่อหมกทะเลผัดเผ็ด
       อาหารจานต่อมาได้แก่ ลาบปลาตะเพียน (100 บาท) ทางร้านนำปลาตะเพียนทั้งเนื้อและก้างมาสับละเอียดผสมเนื้อหมูสามชั้นที่หั่น เป็นชิ้นเล็กๆ ส่วนพริกทำลาบสั่งตรงมาจากเชียงใหม่รสชาติไม่เผ็ดมาก เคี้ยวกรุบกรอบด้วยหมู 3 ชั้น เสิร์ฟมาพร้อมน้ำซุปไข่ปลาตะเพียนที่ล้างทำความสะอาดมาอย่างดี ไม่คาว ใส่ตะไคร้ใบมะกรูดคล้ายเครื่องต้มยำน้ำใส รสชาติออกเปรี้ยวเล็กน้อย เนื้อไข่ปลานุ่มไม่เหนียวเคี้ยวหนับปาก และมีผักทานเคียงเช่น ถั่วฝักยาว ผักกาดขาว ใบโหระพา กะหล่ำ
ลาบปลาตะเพียน
       พุงปลาช่อนผัดกะเพรา (150 บาท) เป็นอาหารไทยอีกหนึ่งเมนูที่น่าลิ้มลอง พุงปลาช่อนที่นี่ทางร้านล้างทำความสะอาดหลายครั้งเพื่อให้สะอาดจริงๆ จากนั้นก็นำมาผัดคล้ายกับผัดกะเพรา แต่เน้นให้รสออกเผ็ดและจัดจ้านเป็นพิเศษเพื่อดับความคาว แต่ขอบอกว่าเคี้ยวจะหนึบหนับมันปากนัก
      
       สลับอารมณ์จากเมนูแห้งๆมามาเป็น เกาเหลาลูกชิ้นเอ็นหมู (120 บาท) ที่เสิร์ฟมาในลักษณะของหม้อไฟ ทางร้านคัดสรรลูกชิ้นเอ็นหมูคุณภาพดีใช้เนื้อหมูล้วนๆ มาลวกใส่ถั่วงอก หมูสับ กระเทียม ผักบุ้ง และน้ำซุปที่ใช้ซุปกระดูกหมูจึงหวานน้ำซุป เคี้ยวกรึบกรุบลูกชิ้นเอ็น
พุงปลาช่อนผัดกะเพรา
       เมนูสุดท้ายคือ ซี่โครงหมูตุ๋นเยื่อไผ่ (180 บาท) ใช้ซี่โครงหมูเนื้อๆ เยื่อไผ่แท้ๆคัดคุณภาพ เห็ดหอมอย่างดี มาตุ๋นกับเครื่องยาจีนในน้ำซุปกระดูกหมูที่ปรุงรสโดยใส่ซีอิ้วขาว ตุ๋นทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงเป็นใช้ได้ รสชาติน้ำซุปหอมเข้มข้น เนื้อหมูเปื่อยนุ่มเคี้ยวง่าย เยื่อไผ่เคี้ยวนุ่มกำลังดี
      
       ไม่เพียงเท่านั้นสวนอาหารบางบัว ยังมีอีกหลายเมนูรสเด็ดให้ลองลิ้มกันทั้งอาหารไทยและจีน เช่น ยำไก่บ้าน (90 บาท), หน่อไม้ทะเลผัดน้ำมันหอย (250 บาท), แกงคั่วหอยขม (80 บาท), ปูหลน (80 บาท) เป็นต้น และต้องขอบอกไว้อีกอย่างว่าใครที่มาจัดเลี้ยงหรือจะมานั่งกินอาหารเฉยๆหากนำเหล้ามาดื่มทางร้านไม่คิดค่าเปิดขวด
เกาเหลาลูกชิ้นเอ็นหมู
       ส่วนในทุกวันศุกร์-เสาร์ บริเวณลานน้ำพุจะมีดนตรีคาราโอเกะเปิดฟรีให้ร้องเพลงกันอย่างเพลิดเพลิน เรียกว่าใครสนใจอาหารและบรรยากาศแบบนี้ สามารถเดินทางไปรับอรรถรสด้วยตัวเองได้ที่ "สวนอาหารบางบัว"
ซี่โครงหมูตุ๋นเยื่อไผ่
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       สวนอาหารบางบัว สาขาบางเขน ตั้งอยู่ที่13 ถนนพหลโยธิน บางเขน กทม. การเดินทาง หากมาทางแยกมหาวิทยาลัยเกษตรฯ ตรงมาทางเส้นถนนพหลโยธิน ผ่านมหาวิทยาลัยศรีปทุมทางฝั่งขวา ผ่านกรมทางหลวงชนบท แล้วข้ามสะพานข้ามคลองแล้วชิดซ้าย สวนอาหารบางบัวจะอยู่ทางซ้ายมือ ตรงข้ามกับกรมทหารราบที่ 11 รอ. เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.30-22.30 น. โทร . 0-2551-1793, 0-2552-6088 และสวนอาหารบางบัว สาขาปทุมธานี ตั้งอยู่ที่ ถนนติวานนท์ ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี โทร.0-2979-6970-1