ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

อิ่ม อร่อย สไตล์แปซิฟิก ที่ "เทรเดอร์ วิคส์"

บรรยากาศภายในห้องอาหารเทรเดอร์ วิคส์
       อาหารไทย อาหารจีน อาหารอิตาเลียน อาหารญี่ปุ่น "ตระเวนกิน" ก็พาไปลิ้มลองกันอยู่บ่อยครั้ง ด้วยความกลัวว่าแฟนานุแฟนจะเบื่อกันเสียก่อน มาวันนี้จึงจะพาไปหาความแปลกใหม่ ลิ้มรสอาหารสไตล์แปซิฟิก ที่ห้องอาหาร "เทรเดอร์ วิคส์" ในโรงแรมแมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา กรุงเทพฯ
ห้องจัดเลี้ยงในบรรยากาศส่วนตัว
       สำหรับห้องอาหารเทรเดอร์ วิคส์ ต้นฉบับนั้นก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกใน พ.ศ.2475 ที่เมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา โดย มร.วิกเตอร์ เจ เบอร์เจอรอน และต่อมาก็ได้รับความนิยมจนสามารถขยายสาขาของร้านเทรเดอร์ วิกส์ออกไปทั่วโลก รวมถึงที่โรงแรมแมริออทฯประเทศไทยด้วยเช่นกัน ซึ่ง มร.วิกเตอร์คนนี้เองที่เป็นเจ้าของสูตรค็อกเทล "ไหมไท" ที่หลายๆคนเข้าใจผิดว่าเป็นค็อกเทลสัญชาติไทย แต่แท้จริงแล้วไหมไทนั้นมาจากภาษาฮาวายว่า "มาทาอีโร" (Maita’i roa) ที่แปลได้ว่า เยี่ยมมาก และต่อมาจึงเรียกเพี้ยนไปเป็นไหมไทในที่สุด
ไหมไท บาร์
       เมื่อก้าวเข้ามาภายในห้องอาหาร ก็ให้รู้สึกตื่นตาไปกับการตกแต่งในสไตล์แปซิฟิก ที่นำเอารูปปั้นไม้แกะสลักเป็นใบหน้าต่างๆ มาประดับไว้ มีสวนหย่อมเล็กๆ ภายในห้องอาหารที่จำลองเอากระโจมที่อยู่ของชาวโพลีนีเชียนไว้เพื่อให้ได้ บรรยากาศในขณะกินอาหาร โดยในห้องอาหารนี้จะแบ่งเป็น 2 โซนก็คือด้านในห้องปรับอากาศและด้านนอกรับลมแม่น้ำเย็นๆพร้อมกับชมทิวทัศน์ ของสะพานกรุงเทพฯ อีกทั้งยังมีห้องจัดเลี้ยงเพื่อความเป็นส่วนตัว และยังมีไหมไท บาร์ บริการเครื่องดื่มแบบฟูลบาร์อีกด้วย
ทูน่าคลุกงากับซอสวาซาบิ
       อีกหนึ่งความโดดเด่นของห้องอาหารเทรเดอร์ วิคส์ที่พลาดไม่ได้ต้องเอ่ยถึงก็คือเตาประกอบอาหารซึ่งจำลองมาจากเตาสมัย ราชวงศ์ฮั่น ซึ่งเป็นวิธีปรุงอาหารสมัยโบราณกว่า 2,000 ปี การปรุงอาหารในเตานี้เนื้อสัตว์จะไม่โดนเปลวไฟ เพราะเชื้อเพลิงนั้นจะอยู่ทางด้านหน้าเตา ใช้เพียงความร้อนที่หมุนเวียนอยู่ในเตา และควันจากถ่านไม้จากธรรมชาติทำให้อาหารสุกและหอมกรุ่น และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพด้วย
      
       ทีนี้ก็ได้เวลาสำหรับอาหารจานแรกกันแล้ว เริ่มต้นด้วย ทูน่าคลุกงากับซอสวาซาบิ (420 บาท++) เมนูนี้เป็นเมนูออร์เดิร์ฟเพื่อสุขภาพ เพราะใช้เนื้อปลาทูน่าสดๆไม่มีมันแทรก สั่งมาเป็นพิเศษจากประเทศญี่ปุ่น นำมามาสไลด์เป็นชิ้นแล้วคลุกกับงาดำงาขาว เนื้อปลาข้างนอกจะสุกนิดๆ แต่ข้างในยังดิบอยู่ โรยหน้าด้วยไข่ปลาญี่ปุ่นและไข่ปลาคาเวียร์ วางรองด้วยหัวไชเท้าให้กลิ่นฉุน และทำให้ปลามีรสชาติออกเผ็ดนิดๆ มีผักไมโครใส่มาด้วย ส่งเนื้อปลาเข้าปากแล้วต้องยกนิ้วให้ในความสดของปลาทูน่า กินเข้ากันดีกับหัวไชเท้าและไข่ปลากรุบๆ ปาก
ไก่หมักสไตล์จาไมกัน
       ต่อกันจานที่สองกับ ไก่หมักสไตล์จาไมกัน (600 บาท++) เป็นไก่รุ่นๆ ที่นำมาหมักเข้ากับเครื่องเทศของทางยุโรปบดรวมกับซอสนานถึงหนึ่งวันให้ เครื่องปรุงซึมเข้าถึงเนื้อ จากนั้นนำมาย่างในเตาอบจีนจำลองสมัยราชวงศ์ฮั่น จนได้กลิ่นหอม เสิร์ฟชิ้นไก่มาบนมันฝรั่งบดและราดด้วยเกรวี่ชิกเก้นซอส มีฟรุ้ตสลัดมะม่วงและมะละกอสุกกรอบมาเป็นเครื่องเคียง ลิ้มรสไก่เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ ได้รสซอสเข้มข้นอมเปรี้ยวและเจือเผ็ดนิดๆ ถูกปาก
ปลาหิมะกับซอสมิโซ
       อย่ามัวรอช้า เสิร์ฟจานที่สามต่อมาด้วย ปลาหิมะกับซอสมิโซ (900 บาท++) เป็นอีกหนึ่งเมนูปลาเพื่อสุขภาพ ที่นำปลาหิมะมาจากอเมริกาใต้และญี่ปุ่น เป็นปลาหิมะเนื้อขาวราวกับหิมะ นำมาทำให้เนื้อปลาข้างนอกสุกเกรียม และนำไปอบอีกครั้งจนสุกทั่วทั้งชิ้น แล้วจึงนำมาวางบนมันฝรั่งบด ราดด้วยน้ำมันมะกอก ซอสสาเกและซอสมิโซผสมกัน ลองลิ้มเนื้อปลาหิมะขาวนุ่มเนียนหวานสดได้ใจ ซึมรสชาติซอสออกหวานละมุนกลมกล่อม
ซี่โครงหมูอบบาร์บีคิวสไตล์เทรเดอร์ วิคส์
       สำหรับจานต่อไปนี้เป็นเมนูเด็ดของทางร้าน ซี่โครงหมูอบบาร์บีคิวสไตล์เทรเดอร์ วิคส์ (ครึ่งตัว 400 บาท++ เต็มตัว 800 บาท++) เป็นซี่โครงหมูคัดสรรพิเศษที่ติดเนื้อเยอะๆ เอามาหมักด้วยสูตรเฉพาะนาน 1-2 วัน ก่อนจะนำมาย่างในเตาอบจีนจำลองสมัยราชวงศ์ฮั่น แล้วทาด้วยบาร์บีคิวซอสสไตล์เทรเดอร์ วิคส์ ทาแล้วย่าง ย่างแล้วทาสลับกันไปเรื่อยๆ จนซอสเข้าเนื้อ เวลากินให้ได้รสชาติต้องทิ้งส้อมและมีด ใช้สองมือจับให้มั่นแล้วลงมือแทะ จึงจะได้รสซี่โครงหมูเนื้อนุ่มหอมหวานได้รสชาติซอสบาร์บีคิวที่ถูกปาก
ช็อคโกแลตแท่งกับไอศกรีมชาเอิร์ลเกย์ เสิร์ฟพร้อมน้ำเสาวรสและตะไคร้
       อาหารคาวผ่านไปหลายจาน ขอล้างปากด้วยของหวานอย่าง ช็อคโกแลตแท่งกับไอศกรีมชาเอิร์ลเกรย์ เสิร์ฟพร้อมน้ำเสาวรสและตะไคร้ (250 บาท++) เป็นเมนูของหวานที่มีช็อคโกแลตแท่งวางพาดมาบนจาน และมีไอศกรีมชาเอิร์ลเกรย์ ที่ทำจากชาเอิร์ลเกรย์ผสมน้ำผึ้งแล้วปั่นจนกลายเป็นเกล็ดไอศกรีม ลอยมาในน้ำเสาวรสและตะไคร้ กินแล้วชื่นใจ ไอศกรีมรสชาเอิร์ลเกรย์หอมหวาน ผสานรสชาติเข้ากันกับน้ำเสาวรสและน้ำตะไคร้เปรี้ยวจี๊ดโดนใจ แถมเคี้ยวเพลินกับแท่งช็อคโกแลตหวานหอม
ไหมไท
       มาถึงที่เทรเดอร์ วิคส์แล้วจะพลาดไม่ยอมลิ้มรสค็อกเทลเลื่องชื่ออย่าง ไหมไท (290 บาท++) ซึ่งเป็น Signature Drink ของที่นี่ได้อย่างไร ลองชิมไหมไทสูตรต้นตำรับได้กลิ่นอัลมอนด์ผสมกับกับเหล้ารัม ผสานกับรสเปรี้ยวเล็กน้อยจากน้ำผลไม้ที่ผสมลงไป เป็นอันปิดท้ายมื้อนี้ได้อย่างสมบูรณ์
      
       และนอกจากอาหารจานเด็ดที่ได้เสิร์ฟมาแล้วนี้ หากใครยังไม่อิ่มท้องก็ยังมีเมนูอื่นๆที่น่าสนใจอย่าง กุ้งทอดสไตล์เทรเดอร์วิคส์ (320 บาท++) เกี๊ยวปูครีมชีสทอด (250 บาท++) เป็ดทอดกรอบห่อแพนเค้ก (520 บาท++) สเต็กเนื้อสันนอกมัสซึซากะ (4,500 บาท++) เครปซูเซ็ทสว์กับไอศกรีมวนิลลา (250 บาท++) เลือกอร่อยกันได้ตามใจชอบ

รสล้ำบาร์บีคิว & ชาบู ที่ “Yuu Restaurant”

อาหารญี่ปุ่นสไตล์บาร์บีคิว
       อาหารบางเมนูเหมาะแก่การกินหลายคนมากกว่าคนเดียว โดยเฉพาะเมนูประเภท บาร์บีคิว ชาบู หมูกระทะ หรือจิ้มจุ่ม ที่ต้องคีบปิ้ง คีบจุ่ม คีบป้อนเข้าปาก ซึ่งในมื้อนี้ “ตระเวนกิน” ได้ตระเวนมาพบกับร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์บาร์บีคิว ชาบู ชวนนั่ง ซึ่งเหมาะสำหรับการพาคนรัก คนรู้ใจ เพื่อนฝูง พ่อแม่ ญาติพี่น้อง มานั่งอิ่มอร่อยในบรรยากาศสบายๆ กลิ่นอายญี่ปุ่น (หรือใครจะมานั่งกินคนเดียวก็ได้อรรสรถไม่แพ้กัน เพียงแต่ว่าอาจจะดูเหงาไปบ้างเท่านั้นเอง)
บรรยากาศร้าน
       สำหรับร้านที่ว่านี้ก็คือ “Yuu Restaurant” บนถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา-เอกมัย ร้านนี้ชื่อร้านที่อ่านว่า Yuu(ยู) นั้น เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า “เพื่อน” ขายอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ แต่ว่ามีการปรับเปลี่ยนรสชาติสักนิดให้เข้ากับลิ้นคนไทยที่ชื่นชอบอาหารรส จัด และเน้นเรื่องความสดเป็นพิเศษที่ต้องสั่งตรงมาจากญี่ปุ่น
อาหารญี่ปุ่นสไตล์ชาบู ชาบู
       ร้านนี้มีอาหารญี่ปุ่นให้เลือกหม่ำ 2 สไตล์ด้วยกัน คือสไตล์บาร์บีคิว และสไตล์ชาบู ส่วนบรรยากาศของร้านตกแต่งด้วยไม้สไตล์โมเดิร์น มีความเป็นส่วนตัว มี 2 ชั้น ชั้นล่างบริการสไตล์บาร์บีคิว มีห้องส่วนตัวบริการอยู่ 2 ห้อง และมีห้องชาบู ชาบู แบบหม้อใครหม้อมันบริการอีก 1 ห้อง ส่วนชั้นบนบริการชาบู ชาบู แบบหม้อรวม
Toksen
        “ตระเวนกิน” ขอเริ่มจากสไตล์ บาร์บีคิว ก่อน ซึ่งบาร์บีคิวของที่นี่ เป็นแบบย่างด้วยเตาถ่าน พร้อมระบบดูดควันไม่ต้องกลัวว่ากินเสร็จจะต้องรีบสระผม ได้ที่นั่งแล้วก็เปิดเมนูสั่งอาหารมามากมาย ได้แก่ Yuu Super (380 บาท++) เป็นเนื้อวัวส่วนสันในมีไขมันน้อย คัดสรรมาเป็นพิเศษ นำมาหมักซอสและราดด้วยซอสสูตรเฉพาะของทางร้าน เนื้อสไลด์มาเป็นชิ้นๆ ย่างแล้วเนื้อหอมเคี้ยวนุ่มเหมือนจะละลายในปากเลยทีเดียว
      
       จานต่อมาคือ Yuu Tender (330 บาท++) เป็นเนื้อวัวส่วนสันในเหมือนกัน แต่มีไขมันเยอะกว่า เนื้อนุ่มกว่า หมักและราดด้วยซอสสูตรพิเศษของทางร้านที่ทำขึ้นมาโดยเฉพาะ เคี้ยวแล้วนุ่มปากเป็นที่สุด
ชุดหมูอารีดัง
       ตามมาติดๆด้วย Toksen (290 บาท++) เป็นเนื้อสันนอกอย่างดีที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ มีไขมันแทรกอยู่ในเนื้อด้วย เวลาย่างสุกแล้วเคี้ยวเนื้อจะกรอบนอกนุ่มใน
      
       ชุดหมูอารีดัง (180 บาท++) เป็นเนื้อหมูติดมันคัดมาอย่างดี นำมาหมักกับเกลือและพริกไทย หั่นมาเป็นชิ้นๆ แล้วเสิร์ฟมาพร้อมกับผักกาดหอม กระเทียม และน้ำจิ้มสูตรเด็ดที่ปรุงขึ้นมาเป็นพิเศษโดยเฉพาะ สำหรับชุดหมูอารีดังนี้เวลากินก็ย่างหมูให้สุก แล้วนำมาห่อกินคู่กับผักกาดหอม ใส่กระเทียม และใส่น้ำจิ้มลงไป เคี้ยวกร้วมๆ คำโต
ปีกไก่หมักซอส
       จานถัดมาคือ ปีกไก่หมักซอส (95 บาท++) เป็นปีกไก่ส่วนบนหมักซอสสูตรเด็ด นำมาย่างไก่นุ่มชุ่มน้ำซอสรสกลมกล่อมไม่ต้องจิ้มอะไรก็โดนใจโดนปาก หนวดปลาหมึก (100 บาท++) เป็นหนวดปลาหมึกกล้วยเอามาหมักกับซอส ที่มีให้เลือก 2 แบบ คือ ซอสพริกไทย กับซอสสูตรพิเศษสไตล์ญี่ปุ่น และปิดท้ายด้วย สลัดผักกาดแก้วน้ำใส (80 บาท++) สั่งมาอร่อยกันเลี่ยน
      
       แค่นี้ยังไม่พอ “ตระเวนกิน” ซะอย่าง ก็ต้องกินใครครบทั้ง 2 สไตล์ของร้าน ซึ่งสำหรับ สไตล์ชาบู ชาบู เป็นการกินแบบแกว่งเนื้อหรือจุ่มเนื้อ โดยก่อนจะกินทางร้านก็มีน้ำซุปให้เลือกอยู่ 2 แบบ คือ มีน้ำซุปสาหร่ายที่ได้จากน้ำต้มกระดูกหมูผสมกับสาหร่าย และอีกชนิดคือน้ำซุปกิมจิ เป็นน้ำต้มกระดูกหมูผสมกับกิมจิที่ทางร้านทำเอง
ชุดเนื้อพิเศษพร้อมสารพัดผัก
       นอกจากนี้ยังมีน้ำจิ้มสำหรับชาบู ให้ได้เลือกจิ้มเลือกจุ่มถึง 5 แบบ ได้แก่ น้ำจิ้ม Yuu รสกลมกล่อม, น้ำจิ้มงา รสหวานมัน, น้ำจิ้มพอนสึ รสเปรี้ยวกำลังดี, น้ำจิ้มสุกี้ รสชาติที่คุ้นเคย และน้ำจิ้มรสกลมกล่อม รสไม่จัดเหมาะสำหรับเด็ก
      
       สำหรับเมนูชาบู ชาบู เมานูแรกได้แก่ ชุดเนื้อพิเศษ (650 บาท++) ในชุดประกอบไปด้วยเนื้อ 3 แบบที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีคือ เนื้อสันนอกออสเตรเลีย เนื้อริบอาย และTender Beef เป็นเนื้อนุ่ม เสิร์ฟมาพร้อมกับผักสารพัด อาทิ ต้มหอมญี่ปุ่น ผักกาดขาว เห็ดเข็มทอง เห็ดหอม ผักบุ้ง ข้าวโพดอ่อน ฯลฯ
ขนมหวาน Yukiya
       ตามมาด้วย ลูกชิ้นกุ้งมังกร (65 บาท++) เป็นลูกชิ้นที่มีเนื้อกุ้งมังกรผสมอยู่ด้วยซึ่งเป็นเมนูที่ทางร้านทำเอง เต้าหู้ปลา (45 บาท++) ชิ้นนุ่ม และเกี๊ยวปลา (45 บาท++) เคี้ยวหนึบหนับปาก
      
       และสุดท้ายท้ายสุด “ตระเวนกิน” ปิดท้ายมื้ออิ่มอร่อยนี้ด้วย ขนมหวาน Yukiya (149 บาท++) เป็นเกล็ดน้ำแข็งใสรสสตรอเบอรี แล้วราดด้วยแยมสตรอเบอรี วิปครีม นมข้น และมีสตรอเบอรีสดและขนมไดฟูกิเป็นขนมญี่ปุ่นใส่มาด้วย รับรองว่าใครได้ลิ้มชิมรสจะต้องติดใจในความนุ่มของเกล็ดน้ำแข็งสตรอเบอร์รี่ และรสชาติของสตรอเบอร์รี่เป็นแน่แท้
เคาน์เตอร์อาหารญี่ปุ่น
       นอกจากนี้ยังมีเมนูบาร์บีคิว ชาบู ชาบู และอาหารญี่ปุ่นอีกมากมาย เช่น Rainbow Roll (230 บาท++), Set-Chu-Toro (630 บาท++), Sashimi-B (250 บาท++), California Roll (230 บาท++), Dragon Roll (230 บาท++) เป็นต้น
      
       สำหรับผู้ชื่นชอบในอาหารญี่ปุ่นสไตล์ชาบู บาร์บีคิว เห็นอย่างนี้แล้วมื้อหน้าอย่าลืมชวนก๊วนเพื่อน ครอบครัว หรือคนรัก จูงมือกันไปปิ้งๆ ย่างๆ หรือจิ้มๆ จุ่มๆ กันได้ที่ “Yuu Restaurant”
       

บรรยากาศร้านห้องพิเศษ
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "Yuu Restaurant" ตั้งอยู่ชั้น 2 ในคริสตัล พาร์ท บนถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา-เอกมัย การเดินทาง จากทางถนนพระราม 9 เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา-เอกมัย ตรงไปเรื่อยๆ ข้ามสะพานข้ามถนนลาดพร้าว ตรงไปเจอเทสโก้โลตัสแล้วชิดซ้าย จะเห็น คริสตัล พาร์ท อยู่ทางซ้ายมื้อ ร้านตั้งอยู่บนชั้น 2 เปิดทุกวัน เวลา 11.00-22.00 น. สอบถามและสำรองโต๊ะได้ที่ 0-2515-0682

แซบหลาย สไตล์อุบล ที่"ครัวคุณยายพวงแก้ว"

บรรยากาศร้านครัวคุณยายพวงแก้ว
       ช่วงนี้ฟ้ารั่ว ฝนตกเฉอะแฉะน้ำเจิ่งนองไปทั่วทุกหย่อมหญ้า เพราะหน้าฝนเริ่มย่างกรายเข้ามาเยือนแล้วไม่ว่าจะเดินทางไปไหนก็ต้องพกร่ม ติดตัวกันเปียกฝนกันไว้ ไม่อย่างนั้นเกิดไม่สบายขึ้นมาจะเสียการเสียงานกันไปได้ แต่คนแข็งแรงและรักสุขภาพอย่าง "ตระเวนกิน" เราไม่ขอเจ็บป่วยง่ายๆ เพราะเราพกร่มติดกายเป็นประจำ แถมยังชอบสรรหาอาหารดีเพื่อสุขภาพมาบำรุงร่างกาย อย่างการไปหาอาหารเวียดนามที่มีแต่พืชผักสมุนไพรเพื่อสุขภาพกินกันดีกว่า
คุณเพ็ชร สุทธินานนท์ โชว์ลีลาการตำส้มตำ
       สำหรับมื้อเพื่อสุขภาพที่ดีในมื้อนี้"ตระเวนกิน" เลือกที่จะมาเติมเต็มความอิ่มกับสุขภาพที่ดีกับอาหารเวียดนามกันที่ร้าน "ครัวคุณยายพวงแก้ว" เป็นร้านอาหารไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมาย แต่กลับมีความน่าสนใจอยู่หลายอย่าง อันดับแรกแน่นอนว่าที่นี่มีอาหารเวียดนามที่เราอยากกินเป็นอาหารเด่นชูโรง แถมยังเป็นอาหารเวียดนามสไตล์เมืองอุบลราชธานี และอย่างที่สองที่นี่ยังมีเมนูอาหารอีสานรสแซบสไตล์อุบลเหมือนกัน ยังไม่หมดอย่างที่สามคอหารไทยมาที่นี่ก็ไม่ผิดหวัง เพราะว่ามีอาหารไทยจานเด็ดอยู่หลายอย่างให้เลือกกินกันได้ตามใจปรารถนา
      
       เห็นหรือยังว่าที่ร้าน "ครัวคุณยายพวงแก้ว" มีอาหารนานาให้ได้อิ่มหนำ เอาเป็นว่าตามมาชิมและลิ้มรสกันดีกว่าว่าเมนูเด่นๆ ของที่นี่มีอะไรที่น่ากินบ้าง โดยในมื้อนี้เราขอเน้นที่อาหารเวียดนามเป็นหลัก ประเดิมเมนูแรกกันด้วย
แหนมเนือง
       แหนมเนือง (80 / 120 บาท) ที่มีความโดดเด่นตรงหมูที่ทางร้านทำเองปั้นเองนึ่งและย่างด้วยเตาอบ และมาพร้อมเครื่องเคียงสารพัดทั้งเส้นขนมจีน มะม่วง แตงกวา กระเทียม กล้วยน้ำว้า พริกขี้หนู และที่ขาดไม่ได้น้ำจิ้มแหนมเนืองรสเด็ดที่ทางร้านปรุงเองแบบเข้มข้นและใส่งา ขาวบดแทนการใส่ถั่วซึ่งเป็นสูตรเด็ดเฉพาะของอุบล ห่อแผ่นแป้งกับผักใส่หมูใส่เครื่องเคียงแล้วห่อเป็นคำ ส่งเคี้ยวเข้าปากเคี้ยวกร้วมคำโตหมูนุ่มรสกลมกล่อมเข้ากับเครื่องและผสาน เข้ากับรสชาติน้ำจิ้มที่กลมกล่อมลิ้ม กินแนมกับผักสดมีทั้งผักแพว สะระแหน่ ผักกาดหอม และผักสดอื่นๆ อีกมากมายล้างสะอาดมาอย่างดี
ปอเปี๊ยะสด
       หลังจากห่อแหนมเนืองกินไปหลายคำหันมากิน ปอเปี๊ยะสด (60 บาท) กันบ้าง เมนูนี้คือแผ่นแป้งปอเปี๊ยะสดห่อผักแพว ผักติ้ว ผักชีฝรั่ง ใบโหระพา ใส่ข่าอ่อน ใส่เส้นหมี่ เส้นขนมจีน และข้างในมีไส้ให้เลือกอยู่ 2 ไส้ คือมีไส้ปอเปี๊ยะเวียดนาม ที่จะใส่หนังหมู และหมูทอดสับละเอียดลงไป กับอีกไส้เป็นไส้กุ้งสดลวก ห่อม้วนแล้วหั่นมาเป็นคำๆ จิ้มกินกับน้ำจิ้มแครอทใส่ถั่วเคี้ยวปอเปี๊ยะเต็มปากเต็มคำแป้งนุ่มได้รส ชาติผักสมุนไพรเต็มที่ หอมกลิ่นโหระพาอยู่ในปากและได้รสชาติซ่านิดๆ จากข่าอ่อน
ข้าวเกรียบอ่อน
       จากนั้นมาต่อกันที่เมนูขายดีเมนูนี้ ข้าวเกรียบอ่อน (60 บาท) เป็นแป้งข้าวเจ้านุ่มๆ ข้างในสอดไส้ต้นหอมและหมูสับปรุงรส ไส้อัดแน่นห่อม้วนมาเป็นตัวๆ แล้วโรยหน้าด้วยหอมเจียวทอดหอมๆ และหมูยอเนื้อ กินกับน้ำจิ้มน้ำเชื่อม แป้งนุ่มนิ่มเนียนไส้รสกลมกล่อมเข้มข้น กินกับน้ำจิ้มน้ำเชื่อมเพิ่มรสหวาน เปรี้ยว เจือเผ็ดนิดๆ
เส้นหมี่หมูทอด
       แล้วมาเพลินปากกันต่อกับ เส้นหมี่หมูทอด (75 / 110 บาท) ตัวหมูเป็นหมูสามชั้นหมักเครื่องเทศหลายอย่างมีขมิ้นและผงกะหรี่ด้วย หมักนานกว่า 1 คืนจนเข้าเนื้อหมูแล้วจึงนำมาทอดจนสุก และสะเด็ดน้ำมันจนแห้ง เสิร์ฟมาพร้อมกับเส้นหมี่ขาวที่นำไปลวกจนสุกและนึ่งมาอีกที เคี้ยวหมูทอดนุ่มปากหอมกลิ่นผงกะหรี่อ่อนๆ กินคู่กับเส้นหมี่และราดด้วยน้ำจิ้มแครอทหวานๆ อมเปรี้ยวถูกปากดีนักเชียว
ส้มตำอุบล
       ได้กินเมนูเวียดนามจานเด็ดไปหลายจานแล้ว หันมากินเมนูอีสานจานเด่นที่มาแล้วไม่ควรพลาดสั่งมาลองลิ้มเด็ดขาดนั่นคือ ส้มตำอุบล (45 บาท) เป็นส้มตำปูปลาร้าสไตล์อุบลแท้ๆ ที่ทางร้านใช้ปลาร้าเคี่ยวอย่างดี กลิ่นหอมได้ที่ และทีเด็ดอยู่ตรงที่จะมีกุ้งฝอยต้ม และเม็ดกระถินให้กินแนมเคี้ยวมันปากเป็นเครื่องเคียงกับส้มตำปูปลาร้ารสชาติ จัดจ้าน
แกงเขียวหวานไก่โรตี
       สุดท้ายขอปิดมื้ออิ่มกันที่อาหารไทยด้วย แกงเขียวหวานไก่โรตี (80 บาท) ที่เข้มข้นเครื่องแกงเขียวหวานเอามากๆ น้ำแกงหอม หวาน มัน ถึงเครื่องแกงเขียวหวานรสเผ็ดเข้ากันกับไก่เนื้อนุ่ม และกินคู่กับโรตีทอดกรอบเนื้อนุ่ม ขอบอกว่าช่างเข้ากันดีแท้
      
       ที่เห็นๆ ว่ากินเมนูเด็ดไปก็หลายอย่างแล้ว แต่ขอบอกว่าในเมนูอาหารยังมีอาหารจานเด่นอีกมากมายที่ชวนสั่งให้มากินกันอีก อาทิ ยำไก่กรอบ (70 บาท) ลาบเห็ดออเรนจิ (70 บาท) ลาบทอด (70 บาท) หลนเค็มสับปะรดอุบล (70 บาท) ขนมเบื้อง (65 บาท) ขนมหวานก็มีวุ้นน้ำมะพร้าวอ่อน (5 ชิ้น 40 บาท 9 ชิ้น 70 บาท) และอีกสารพัดอาหารเวียดนาม-ไทย-อีสาน ที่สงสัยว่าต้องได้กลับมากินที่ร้าน "ครัวคุณยายพวงแก้ว"กันอีกในคราวหน้า
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "ครัวคุณยายพวงแก้ว" ตั้งอยู่ที่ 91/2 ถ.ร่วมจิตต์ (ใกล้อาคารพีเอ็ม กรุ๊ป) แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. การเดินทางจากสี่แยกราชวัตร วิ่งตรงมาตามถ.นครไชยศรี ตรงมาจนถึงสี่แยกที่สองจะเห็นไปรษณีย์ดุสิตอยู่ซ้ายมือ ให้เลี้ยวขวาเข้าถ.ร่วมจิตต์ วิ่งตรงมาก็จะเห็นร้านครัวคุณยายพวงแก้ว อยู่ซ้ายมือริมถนน เปิดทุกวัน เวลา 09.30-20.00 น. มีบริการส่งถึงบ้าน (คิดค่าส่งตามระยะทาง) โทร. 0-2669-6016, 08-1620-4949, 08-1496-0499