ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

"เอี๊ยด ตำแหลก" แซ้บ...แซ่บ อาหารอีสาน

บรรยากาศโต๊ะนั่งด้านในห้องแอร์ของร้าน "เอี๊ยด ตำแหลก"
       เอี๊ยด.............!!!.............. เอี๊ยด................
       

       นี่ไม่ใช่เสียงเบรกรถแบบตัวโก่งอย่างเดียว แต่เป็นเสียงของเพื่อนสาวที่ตะโกนเสียงดังเสียลั่นรถ พร้อมกับรีบหักพวกมาลัยเลี้ยวรถตรงเข้ายังร้านอาหารที่มีชื่อว่า"เอี๊ยด ตำแหลก" ที่เธอคุยโวไว้ว่ามื้อนี้จะพา "ตระเวนกิน" มา ลองลิ้มอาหารอีสานรสเด็ดจัดจ้านยังร้านนี้ ที่แค่เห็นชื่อร้านก็พอจะบ่งบอกได้แล้วว่าที่นี่คงต้องมีอาหารอีสานรสดีให้ ได้แซ่บอีหลีปากกันอย่างแน่นอน
โต๊ะนั่งด้านนอกรับลมธรรมชาติ
       "เอี๊ยด ตำแหลก" มีจุดขายอยู่ที่ทางร้านมีส้มตำที่เป็นสูตรเด็ดของทางร้านที่คิดค้นขึ้นมา เองกว่า 425 อย่างให้คอส้มตำได้เลือกกินกันแบบไม่หวั่นไหว ส่วนอาหารอีสานจานเด่นอื่นๆ ก็มีให้ลิ้มรสมากมาย อย่างที่มื้อนี้พวกเราได้เลือกสั่งเมนูจานเด่นของที่นี่มาขึ้นโต๊ะกินก็มี อยู่หลายจาน
ตำแหลก
       เริ่มจากจานแรกเป็นส้มตำจานเด็ดประจำร้าน ตำแหลก (60 บาท) เห็นชื่อแล้วอย่าเพิ่งตกใจไปว่าหน้าตาส้มตำจะเป็นยังไง ที่จริงแล้วก็คือ การนำเอาผลไม้หลายอย่างมีทั้ง สับปะรด มะม่วง ฝรั่ง แอปเปิ้ล มาตำรวมกันกับมะเขือเทศ และกุ้งแห้ง ปรุงรสชาติตามสูตรเฉพาะ และเด็ดตรงที่โรยหน้ามาด้วยปลากรอบ ลิ้มรสตำแหลกสะใจปาก ตรงที่เคี้ยวผลไม้กรุบกรอบซึมรสชาติน้ำตำรสเผ็ดจัดจ้าน
ตำลืมไม่ลง
       ตามติดมาด้วยอีกหนึ่งเมนูตำๆ คือ ตำลืมไม่ลง (80 บาท) ชื่อเมนูน่าสนใจ หน้าตาอาหารก็น่ากิน เป็นส้มตำไทยนี่แหละ แต่เพิ่มความพิเศษตรงที่ใส่ปลาหมึก และกุ้งลงไป พร้อมกับใส่เส้นมาม่าลงไปด้วย ทำให้ได้ตำลืมไม่ลงที่กินแล้วได้รสชาติส้มตำไทยที่กลมกล่องลงตัวเข้ากันดี กับเส้นมาม่าและเครื่องทะเล
ลาบเป็ด
       แล้วมาแซ่บกันต่อที่เมนู ลาบเป็ด (80 บาท) เป็นเมนูลาบที่ขายดี เพราะทางร้านเลือกใช้เนื้อเป็ดส่วนอกนุ่มๆ มาปรุงกับเครื่องลาบแบบครบเครื่องใส่ข้าวคั่ว และพริกป่นที่ทางร้านทำเองแบบหอมๆ และโรยหน้าด้วยหอมเจียวและพริกทอด ให้กินแกล้มเข้ากันกับลาบเป็ดที่เนื้อนุ่มชุ่มน้ำลาบรสจัดจ้านเผ็ดถึง เครื่องลาบ
ไก่บ้านย่างคั่วเกลือ
       ลดดีกรีความเผ็ดลงสักหน่อย มาอร่อยกับ ไก่บ้านย่างคั่วเกลือ (100 บาท) เป็นไก่บ้านหมักเครื่องสมุนไพร แล้วย่างด้วยเตาถ่านก่อนจะนำมาสับเป็นชิ้นๆ และทอดคั่วกับเกลืออีกทีจนกรอบนอกนุ่มใน มีใบมะกรูดทอดกรอบโรยหน้ามาด้วย ฉีกชิ้นไก่กินเข้าปากสัมผัสได้ถึงเนื้อไก่ที่แห้งหนังกรอบ เนื้อแห้งนุ่มออกรสเค็มกลมกล่อม จิ้มกินกับน้ำจิ้มแจ่วรสเด็ดเพิ่มรสชาติความเผ็ด และมีน้ำจิ้มหวานสำหรับคนไม่กินเผ็ดมาก
เมี่ยงปลาทับทิมเผาเกลือ
       จากนั้นสั่งเมนูขึ้นชื่อจานนี้มากินกัน เมี่ยงปลาทับทิมเผาเกลือ (180 บาท) ปลาทับทิมสดๆ ถูกผ่าท้องและยัดไส้ด้วยตะไคร้ ใบมะกรูดเพื่อดับกลิ่นคาว และนำมาหมักด้วยเกลือ ย่างด้วยเตาถ่านจนปลาสุกหอมชวนกิน เสิร์ฟมาเป็นเซ็ทใหญ่ มีขนมจีน และผักเคียง อาทิ ผักกาดหอม ผักกาดขาว หักชีฝรั่ง สะระแหน่ ให้ห่อกินแบบเมี่ยง เวลากินก็เอาผักห่อขนมจีนและเนื้อปลาพร้อมกับราดด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ด 3 รส และมีน้ำจิ้มถั่วออกเปรี้ยว หวาน เคี้ยวกร้วมคำโตทั้งเนื้อปลาสดหวานรสชาติเข้ากับเส้นขนมจีนและผักผสานกับรส ชาติน้ำจิ้มที่กลมกล่อมถูกปาก
ต้มแซ่บกระดูกหมูอ่อน
       สุดท้ายขอปิดมื้อแซ่บด้วยเมนู ต้มแซ่บกระดูกหมูอ่อน (100 บาท) ให้ซดน้ำซุปร้อนๆ แซ่บโล่งคล่องคอ และได้กินซี่โครงแก้วที่ตุ๋นมาจนเนื้อเปื่อยนุ่ม กระดูกอ่อนเคี้ยวกรุบกรับปาก ซดน้ำต้มแซ่บเปรี้ยว เผ็ด แซ่บจัดจ้านถึงใจ
      
       แต่นอกจากอาหารอีสานรสจัดจ้านแซ่บอีหลีเหล่านี้แล้ว ที่นี่ก็ยังมีอาหารตามสั่งอื่นๆ ให้ลองสั่งมากินอีกมากหลาย อย่างที่อยากแนะนำก็มี ผัดไทกุ้งสด (90 บาท) หอยแมลงภู่จานร้อน (70 บาท) ราดหน้าทะเล (80 บาท) ปลาช่อนนึ่งจิ้มแจ่วรสเด็ด (180 บาท) ส่วนพวกส้มตำอย่างที่บอกว่ามีมากมายเท่าที่เห็นในรายการที่ชวนสั่งมากิน อาทิ ตำปูปลาร้า (50 บาท) ตำกุ้งสด-ทะเล (90 บาท) ตำไทยคอหมูย่าง (80 บาท) ตำสองฝั่งโขง (50 บาท) ตำป่า (40 บาท) ตำชาวนา (40 บาท) ตำลาวปลากรอบ (50 บาท) ตำหอยนา (40 บาท) ฯลฯ
ร้าน "เอี๊ยด ตำแหลก" เชิญชวนลิ้มรสอาหารอีสาน
       หากใครเป็นแฟนคออาหารอีสาน เราก็ขอแนะนำว่าเชิญมาม่วนแซ่บอีหลี กับเหล่าอาหารอีสานรสดีจัดจ้าน ที่ทางร้าน “เอี๊ยด ตำแหลก” นั้นมีมาบริการให้ลูกค้าได้อิ่มสำราญกันในบรรยากาศบ้านๆ สบายๆ แถมมีคาราโอเกะบริการตั้งแต่ 15.00 น. เป็นต้นไป ให้ผู้ที่ชื่นชอบการครวญเพลงได้มาโชว์ลูกคอเสียงใส และถ้าใครชอบเล่นอินเตอร์เน็ตเป็นชีวิตจิตใจที่นี่ก็ทันสมัยมีอินเตอร์เน็ต Wi-Fi บริการด้วย
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       

       ร้าน "เอี๊ยด ตำแหลก" ตั้งอยู่ที่ 25/35 ถ. รัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี การเดินทางถ้าจากเดอะมอลล์งามวงศ์วาน วิ่งตรงมาตามถ.รัตนาธิเบศร์ ผ่านแยกแคราย สังเกตด้านซ้ายเห็นคาร์ฟูร์แล้วชิดซ้ายออกทางขนานขึ้นสะพานกลับรถ ลงสะพานแล้วชิดซ้าย ร้านเอี๊ยดตำแหลกจะอยู่ติดกับแกรนด์โฮมมาร์ท มีป้ายให้เห็นชัดเจน มีที่จอดรถในร้าน เปิดทุกวัน 10.00-21.00 น. ทางร้านรับจัดงานเลี้ยง และมีบริการส่งถึงที่ในบริเวณ 10 กม. จากร้าน (คิดราคาส่งต่างหาก) โทร. 0-2969-9966, 08-4131-7492

"Paulaner Garden" เบียร์ยอด อาหารเยี่ยม

บรรยากาศโต๊ะนั่งเย็นสบายภายในบ้านของร้าน Paulaner Garden
       ตามหลักหยินหยาง ร้อนต้องแก้ด้วยเย็น
      
       เพราะฉะนั้นหน้าร้อนนี้ที่อากาศร้อนระยับ การดื่มเบียร์เย็นๆในบรรยากาศสบายๆถือเป็นหนึ่งในการคลายร้อนของ "ตระเวนกิน"ที่ช่วยได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ยิ่งถ้าเป็นเบียร์ "Paulaner" (พอลลาเนอร์) เบียร์เยอรมันชื่อดังจากเมืองมิวนิกด้วยแล้ว ก็ยิ่งช่วยเพิ่มอรรสรถในการดื่มกินให้รื่นรมย์มากขึ้น
      
       และแน่นอนว่าถ้าคิดจะดื่มเบียร์ Paulaner สถานที่อย่างร้าน "Paulaner Garden" นั้นถือเป็นตัวเลือกในระดับหัวแถวที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งของเหล่ามิตรรักนักดื่ม
บ้านเก่าถูกเนรมิตให้เป็นร้านอาหารในบรรยากาศลานเบียร์
       คุณต๋อย กานต์พิชชา คงสมบัติ เจ้าของร้านผู้รุ่มรวยรอยยิ้มและอัธยาศัยไมตรี ที่นิยมชมชอบออกมาเทกแคร์ลูกค้าที่มาดื่ม-กินในร้าน กล่าวถึงที่มาที่ไปของร้าน Paulaner Garden ว่า เธอได้เป็นตัวแทนนำเข้าเบียร์ Paulaner จากเยอรมันมานานกว่า 10 ปีแล้ว แล้ววันหนึ่งจึงเกิดความคิดว่าน่าจะเปิดร้านอาหารเล็กๆ ขายเบียร์ที่ตัวเองนำเข้ามา แต่เมื่อทำไปทำมากลับกลายมาเป็นร้านค่อนข้างใหญ่โตอย่างที่เห็น
บรรยากาศร้านด้านนอก
       Paulaner Garden เป็นร้านเก๋มีสไตล์ โดดเด่นด้วยการนำเอาบ้านเก่าสไตล์โคโลเนียนสมัย ร.5 มาจัดแต่งเป็นร้านอาหาร โดยจัดพื้นที่ชั้นล่างเป็นส่วนดื่มกินในบรรยากาศสบายๆเป็นกันเอง มีเคาเตอร์บาร์บริการเครื่องดื่มแบบครบครัน จัดชั้น 2 เป็นห้องจัดเลี้ยง ส่วนพื้นที่ด้านนอกจัดเป็นสวนเท่ๆ บรรยากาศโปร่งโล่ง มีโต๊ะเก้าอี้ม้านั่งยาวที่อิมพอร์ตมาเป็นพิเศษจากเยอรมันมาให้นั่งดื่มกิน กันตามใจชอบ พร้อมด้วยส่วนของครัวเปิดโชว์การทำอาหารให้เห็นกันจะจะ และมีมุมบาร์บริการเครื่องดื่มกันอย่างเต็มที่
      
       จากส่วนของบรรยากาศร้านอันชวนเพลินเพลิด มาถึงเบียร์ Paulaner เครื่องดื่มชูโรงของร้าน ที่มีทั้งเบียร์สดและเบียร์ขวดให้เลือกดื่มด่ำกัน
เบียร์สดพอลลาเนอร์ 4 ชนิดที่ชวนดื่ม
       สำหรับเบียร์สดของที่นี่ มี 4 ชนิดเด่นๆด้วยกัน คือ ไวเซ่นเบียร์ เป็นเบียร์ที่ไม่ได้ผ่านการกลั่น น้ำเบียร์มีสีเหลืองขุ่น ให้รสนุ่ม มีกลิ่นหอม ฟองนุ่ม ออริจินัลเบียร์ เป็นเบียร์สดที่ผ่านการกลั่น ได้เบียร์ที่เหลืองใสสีอำพัน รสนุ่มคอ ชนิดที่สามคือ ดุนเคิลเบียร์ เป็นเบียร์ดำ เกิดจากการเอามอลล์ไปคั่วให้ดำ และไม่ได้กลั่น เบียร์จึงมีสีขุ่น แต่กลิ่มหอมนัก ให้รสกลมกล่อม และชนิดสุดท้ายคือ ออริจินัล ดุนเคิลเบียร์ เป็นเบียร์ดำที่เอามากลั่น ทำให้ได้เบียร์ที่มีกลิ่นหอมมาก และรสก็เข้มข้นมากขึ้น (ราคาเบียร์ทั้ง 4 ชนิด คือ 3 ลิตร หรือ 1 ทาวเวอร์ 1,100 บาท, 0.5 ลิตร 190 บาท, 0.3 ลิตร 140 บาท, 0.25 ลิตร 100 บาท)
      
       นอกจากเบียร์สดแล้วที่นี่ยังมีเบียร์ขวดพอลลาเนอร์ชวนดื่มอย่าง ซัลวาเตอร์ (160 บาท) ออริจินัล ลาเกอร์ (150 บาท) พิลส (150 บาท) และก็มีเบียร์ขวดตระกูล Hacker-Pschorr สเทินไวส์ มุนเชอร์เนอร์ โกลด์ และ อันโน 1417 (แต่ละชนิดราคาขวดละ 230 บาท)
ขนมปังเพรสเซล
       ครั้นจะดื่มแต่เบียร์อย่างเดียวก็กระไรอยู่ เพราะถ้าจะให้ได้อรรถรสแห่งการดื่ม-กินอย่างเต็มที่ ก็ต้องดื่มเบียร์แกล้มกับอาหารรสเลิศควบคู่กันด้วย ซึ่งที่นี่มีอาหารนานาชนิดไว้บริการ แต่ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่อาหารเยอมัน แจมด้วยอาหารไทย อิตาเลียน สเปน และอาหารแนวฟิวชั่นที่ทางร้านคิดค้นสูตรเด็ดขึ้นมาเอง
      
       สำหรับอาหารจานเด่นที่ชวนกินของที่นี่นั้นมีมากหลายกว่า 100 รายการ แต่ในมื้อนี้เราขอเลือกนำเสนอเมนูจานเด็ดที่ขายดี มากินคู่กับเบียร์เย็นๆ อย่าง ขนมปังเพรสเซล ( 160 บาท) เป็นเมนูทานเล่น ตัวขนมปังกรอบนอกนุ่มใน กินคู่กับตับหมูบดผสมเครื่องเทศรสเด็ดถูกปากไม่ใช่น้อย
ไส้กรอกบาวาเรียนรวม
       จากนั้นมาอร่อยกับเมนูเยอรมัน ไส้กรอกบาวาเรียนรวม (280 บาท) มีไส้กรอก 3 แบบมาในจาน อย่างแรกเป็นไส้กรอกทูริงเจอร์ ไส้กรอกหมูผสมเครื่องเทศ กินแล้วสัมผัสได้ถึงเนื้อหมูล้วนนุ่มปากออกรสชาติเครื่องเทศกำลังดี อีกตัวเป็นไส้กรอกหมูผสมชีสกินแล้วถูกปากดี สุดท้ายเป็นไส้กรอกบราทเวิร์ส เป็นไส้กกรอกหมูรสเข้มข้นเต็มปากเต็มคำ
ขาหมูเยอรมัน
       ตามมาด้วย ขาหมูเยอรมัน (450 บาท) เป็นเมนูเด่นดังที่ไม่ควรพลาดสั่ง และสาวๆ ที่กลัวมัน กลัวอ้วนไม่ต้องกลัว เพราะเป็นขาหมูเยอรมันที่ไม่ได้ผ่านการทอด แต่ทำให้สุกหนังแห้งกรอบเนื้อในนุ่มด้วยการใส่เตาหมุนขาหมูจึงนุ่มชุ่มเนื้อ หนังกรอบไม่มันมาก ถูกปากจริงๆ
พอลลาเนอร์ บาร์บีคิวซี่โครงหมู
       พอลลาเนอร์ บาร์บีคิวซี่โครงหมู (280 บาท) เมนูนี้ทางร้านคิดขึ้นมาเอง เป็นซี่โครงหมูหมักกับเครื่องเทศสูตรพิเศษและกริลล์มาจนสุก ลิ้มรสซี่โครงหมูเนื้อนุ่มหวานออกรสชาติเครื่องหมักถูกลิ้น
สปาเก็ตตี้หมึกดำซีฟู้ด
       แล้วมากิน สปาเก็ตตี้หมึกดำซีฟู้ด (150 บาท) เส้นสปาเก็ตตี้เส้นดำผัดน้ำมันมะกอกใส่เครื่องทะเลปลาหมึก กุ้ง หอลแมลงภู่นิวซีแลนด์ ใส่เครื่องเทศอิตาเลียน และพิเศษตรงที่ใส่เบียร์ดำลงไปหน่อย ชูรสชาติให้สปาเก็ตตี้เส้นดำเหนียวนุ่ม รสละมุนกลมกล่อม
พิซซ่าเยอรมันหน้าเซลามี
       ยังไม่หมดเพียงเท่านี้สำหรับเมนูจานเด็ดที่น่ากินยังมีอีกเพียบ อาทิ พิซซ่าเยอรมันหน้าเซลามี (280 บาท) ที่ไม่มีที่ไหนเหมือน เพราะแป้งบางกรอบอย่างกับขนมปังแคร็กเกอร์หน้าเซลามีรสดีออกเผ็ดนิดๆ แล้วก็มี เนื้อทอดกระเพรากรอบ (150 บาท) ปลาหมึกทรายทอง (150 บาท) ซีฟู้ดทะเลนึ่งมะนาว (290 บาท) ปูนิ่มผัดกับพริกไทยดำ v.s.o.p. ซอส (320 บาท)
ดื่มเบียร์เย็นๆ สักแก้ว
       และอีกสารพัดเมนูมากมาย แล้วในแต่ละเดือนก็จะมีเมนูใหม่ๆ ที่ทางร้านคิดค้นขึ้นมาให้ได้ชิมรสชาติกันแบบไม่จำเจ งานนี้เรียกว่าหากมิตรรักนักดื่มและนักกินท่านใด กำลังเมียงมองหาร้านน่านั่งกิน-ดื่มอยู่ล่ะก็ "Paulaner Garden" ถือเป็นตัวเลือกระดับหัวแถวที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
ครัวเปิดด้านนอกร้าน
       "Paulaner Garden" (พอลลาเนอร์ การ์เด้น) ตั้งอยู่ที่ 42/99 หมู่ 7 ถ.สามัคคีใหม่ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี การเดินทางถ้ามาจากแยกหลักสี่ วิ่งมาตามถ.แจ้งวัฒนะ วิ่งผ่านเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ แล้วเตรียมชิดซ้ายเลี้ยวเข้าถ.สามัคคีใหม่ วิ่งตรงไปแล้วกลับรถมา ร้านพอลลาเนอร์ การ์เด้นจะอยู่ริมถนนทางซ้ายมือ มีที่จอดรถกว้างขวาง เปิดทุกวัน เวลา 17.00-24.00 น.โดยทุกวันศุกร์ 20.00-22.00 น. จะมีดนตรีสดมาเล่นให้ฟังกันเพลินๆ ควรโทร.มาจองโต๊ะล่วงหน้า และทางร้านรับจัดงานเลี้ยงต่างๆ โทร. 0-2584-4831 หรือเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.paulaner-garden.com

อิ่ม อร่อย สไตล์แปซิฟิก ที่ "เทรเดอร์ วิคส์"

บรรยากาศภายในห้องอาหารเทรเดอร์ วิคส์
       อาหารไทย อาหารจีน อาหารอิตาเลียน อาหารญี่ปุ่น "ตระเวนกิน" ก็พาไปลิ้มลองกันอยู่บ่อยครั้ง ด้วยความกลัวว่าแฟนานุแฟนจะเบื่อกันเสียก่อน มาวันนี้จึงจะพาไปหาความแปลกใหม่ ลิ้มรสอาหารสไตล์แปซิฟิก ที่ห้องอาหาร "เทรเดอร์ วิคส์" ในโรงแรมแมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา กรุงเทพฯ
ห้องจัดเลี้ยงในบรรยากาศส่วนตัว
       สำหรับห้องอาหารเทรเดอร์ วิคส์ ต้นฉบับนั้นก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกใน พ.ศ.2475 ที่เมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา โดย มร.วิกเตอร์ เจ เบอร์เจอรอน และต่อมาก็ได้รับความนิยมจนสามารถขยายสาขาของร้านเทรเดอร์ วิกส์ออกไปทั่วโลก รวมถึงที่โรงแรมแมริออทฯประเทศไทยด้วยเช่นกัน ซึ่ง มร.วิกเตอร์คนนี้เองที่เป็นเจ้าของสูตรค็อกเทล "ไหมไท" ที่หลายๆคนเข้าใจผิดว่าเป็นค็อกเทลสัญชาติไทย แต่แท้จริงแล้วไหมไทนั้นมาจากภาษาฮาวายว่า "มาทาอีโร" (Maita’i roa) ที่แปลได้ว่า เยี่ยมมาก และต่อมาจึงเรียกเพี้ยนไปเป็นไหมไทในที่สุด
ไหมไท บาร์
       เมื่อก้าวเข้ามาภายในห้องอาหาร ก็ให้รู้สึกตื่นตาไปกับการตกแต่งในสไตล์แปซิฟิก ที่นำเอารูปปั้นไม้แกะสลักเป็นใบหน้าต่างๆ มาประดับไว้ มีสวนหย่อมเล็กๆ ภายในห้องอาหารที่จำลองเอากระโจมที่อยู่ของชาวโพลีนีเชียนไว้เพื่อให้ได้ บรรยากาศในขณะกินอาหาร โดยในห้องอาหารนี้จะแบ่งเป็น 2 โซนก็คือด้านในห้องปรับอากาศและด้านนอกรับลมแม่น้ำเย็นๆพร้อมกับชมทิวทัศน์ ของสะพานกรุงเทพฯ อีกทั้งยังมีห้องจัดเลี้ยงเพื่อความเป็นส่วนตัว และยังมีไหมไท บาร์ บริการเครื่องดื่มแบบฟูลบาร์อีกด้วย
ทูน่าคลุกงากับซอสวาซาบิ
       อีกหนึ่งความโดดเด่นของห้องอาหารเทรเดอร์ วิคส์ที่พลาดไม่ได้ต้องเอ่ยถึงก็คือเตาประกอบอาหารซึ่งจำลองมาจากเตาสมัย ราชวงศ์ฮั่น ซึ่งเป็นวิธีปรุงอาหารสมัยโบราณกว่า 2,000 ปี การปรุงอาหารในเตานี้เนื้อสัตว์จะไม่โดนเปลวไฟ เพราะเชื้อเพลิงนั้นจะอยู่ทางด้านหน้าเตา ใช้เพียงความร้อนที่หมุนเวียนอยู่ในเตา และควันจากถ่านไม้จากธรรมชาติทำให้อาหารสุกและหอมกรุ่น และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพด้วย
      
       ทีนี้ก็ได้เวลาสำหรับอาหารจานแรกกันแล้ว เริ่มต้นด้วย ทูน่าคลุกงากับซอสวาซาบิ (420 บาท++) เมนูนี้เป็นเมนูออร์เดิร์ฟเพื่อสุขภาพ เพราะใช้เนื้อปลาทูน่าสดๆไม่มีมันแทรก สั่งมาเป็นพิเศษจากประเทศญี่ปุ่น นำมามาสไลด์เป็นชิ้นแล้วคลุกกับงาดำงาขาว เนื้อปลาข้างนอกจะสุกนิดๆ แต่ข้างในยังดิบอยู่ โรยหน้าด้วยไข่ปลาญี่ปุ่นและไข่ปลาคาเวียร์ วางรองด้วยหัวไชเท้าให้กลิ่นฉุน และทำให้ปลามีรสชาติออกเผ็ดนิดๆ มีผักไมโครใส่มาด้วย ส่งเนื้อปลาเข้าปากแล้วต้องยกนิ้วให้ในความสดของปลาทูน่า กินเข้ากันดีกับหัวไชเท้าและไข่ปลากรุบๆ ปาก
ไก่หมักสไตล์จาไมกัน
       ต่อกันจานที่สองกับ ไก่หมักสไตล์จาไมกัน (600 บาท++) เป็นไก่รุ่นๆ ที่นำมาหมักเข้ากับเครื่องเทศของทางยุโรปบดรวมกับซอสนานถึงหนึ่งวันให้ เครื่องปรุงซึมเข้าถึงเนื้อ จากนั้นนำมาย่างในเตาอบจีนจำลองสมัยราชวงศ์ฮั่น จนได้กลิ่นหอม เสิร์ฟชิ้นไก่มาบนมันฝรั่งบดและราดด้วยเกรวี่ชิกเก้นซอส มีฟรุ้ตสลัดมะม่วงและมะละกอสุกกรอบมาเป็นเครื่องเคียง ลิ้มรสไก่เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ ได้รสซอสเข้มข้นอมเปรี้ยวและเจือเผ็ดนิดๆ ถูกปาก
ปลาหิมะกับซอสมิโซ
       อย่ามัวรอช้า เสิร์ฟจานที่สามต่อมาด้วย ปลาหิมะกับซอสมิโซ (900 บาท++) เป็นอีกหนึ่งเมนูปลาเพื่อสุขภาพ ที่นำปลาหิมะมาจากอเมริกาใต้และญี่ปุ่น เป็นปลาหิมะเนื้อขาวราวกับหิมะ นำมาทำให้เนื้อปลาข้างนอกสุกเกรียม และนำไปอบอีกครั้งจนสุกทั่วทั้งชิ้น แล้วจึงนำมาวางบนมันฝรั่งบด ราดด้วยน้ำมันมะกอก ซอสสาเกและซอสมิโซผสมกัน ลองลิ้มเนื้อปลาหิมะขาวนุ่มเนียนหวานสดได้ใจ ซึมรสชาติซอสออกหวานละมุนกลมกล่อม
ซี่โครงหมูอบบาร์บีคิวสไตล์เทรเดอร์ วิคส์
       สำหรับจานต่อไปนี้เป็นเมนูเด็ดของทางร้าน ซี่โครงหมูอบบาร์บีคิวสไตล์เทรเดอร์ วิคส์ (ครึ่งตัว 400 บาท++ เต็มตัว 800 บาท++) เป็นซี่โครงหมูคัดสรรพิเศษที่ติดเนื้อเยอะๆ เอามาหมักด้วยสูตรเฉพาะนาน 1-2 วัน ก่อนจะนำมาย่างในเตาอบจีนจำลองสมัยราชวงศ์ฮั่น แล้วทาด้วยบาร์บีคิวซอสสไตล์เทรเดอร์ วิคส์ ทาแล้วย่าง ย่างแล้วทาสลับกันไปเรื่อยๆ จนซอสเข้าเนื้อ เวลากินให้ได้รสชาติต้องทิ้งส้อมและมีด ใช้สองมือจับให้มั่นแล้วลงมือแทะ จึงจะได้รสซี่โครงหมูเนื้อนุ่มหอมหวานได้รสชาติซอสบาร์บีคิวที่ถูกปาก
ช็อคโกแลตแท่งกับไอศกรีมชาเอิร์ลเกย์ เสิร์ฟพร้อมน้ำเสาวรสและตะไคร้
       อาหารคาวผ่านไปหลายจาน ขอล้างปากด้วยของหวานอย่าง ช็อคโกแลตแท่งกับไอศกรีมชาเอิร์ลเกรย์ เสิร์ฟพร้อมน้ำเสาวรสและตะไคร้ (250 บาท++) เป็นเมนูของหวานที่มีช็อคโกแลตแท่งวางพาดมาบนจาน และมีไอศกรีมชาเอิร์ลเกรย์ ที่ทำจากชาเอิร์ลเกรย์ผสมน้ำผึ้งแล้วปั่นจนกลายเป็นเกล็ดไอศกรีม ลอยมาในน้ำเสาวรสและตะไคร้ กินแล้วชื่นใจ ไอศกรีมรสชาเอิร์ลเกรย์หอมหวาน ผสานรสชาติเข้ากันกับน้ำเสาวรสและน้ำตะไคร้เปรี้ยวจี๊ดโดนใจ แถมเคี้ยวเพลินกับแท่งช็อคโกแลตหวานหอม
ไหมไท
       มาถึงที่เทรเดอร์ วิคส์แล้วจะพลาดไม่ยอมลิ้มรสค็อกเทลเลื่องชื่ออย่าง ไหมไท (290 บาท++) ซึ่งเป็น Signature Drink ของที่นี่ได้อย่างไร ลองชิมไหมไทสูตรต้นตำรับได้กลิ่นอัลมอนด์ผสมกับกับเหล้ารัม ผสานกับรสเปรี้ยวเล็กน้อยจากน้ำผลไม้ที่ผสมลงไป เป็นอันปิดท้ายมื้อนี้ได้อย่างสมบูรณ์
      
       และนอกจากอาหารจานเด็ดที่ได้เสิร์ฟมาแล้วนี้ หากใครยังไม่อิ่มท้องก็ยังมีเมนูอื่นๆที่น่าสนใจอย่าง กุ้งทอดสไตล์เทรเดอร์วิคส์ (320 บาท++) เกี๊ยวปูครีมชีสทอด (250 บาท++) เป็ดทอดกรอบห่อแพนเค้ก (520 บาท++) สเต็กเนื้อสันนอกมัสซึซากะ (4,500 บาท++) เครปซูเซ็ทสว์กับไอศกรีมวนิลลา (250 บาท++) เลือกอร่อยกันได้ตามใจชอบ