ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

"ภัตตาคารวาแตล" อิ่มคุ้มค่า บุฟเฟต์นานาชาติ

บรรยากาศภายในห้องแวร์ซายภัตตาคารวาแตล
       ในสภาวะที่เศรษฐกิจย่ำแย่ ติดขัดและฝืดเขืองเช่นนี้ เชื่อว่าทุกคนคงต้องจัดสรรบริหารเรื่องการใช้จ่ายเงินทองกันให้ดี รู้จักอดออม และรัดเข็มขัดการใช้จ่ายเงินอย่างเต็มที่ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการกิน หากคิดที่จะเข้าภัตตาคารหรูๆ เพื่อกินอาหารสักมื้อ หลายคนอาจจะวางแผนกันให้ดีว่าอาจเสียเงินเยอะและอิ่มไม่คุ้มค่าหรือเปล่า
       แต่ขอบอกว่ามื้อนี้ "ตระเวนกิน" มีทางออกมานำเสนอ เพราะว่าเราสืบเสาะได้ข่าวมาจาก ผศ. ดร.สมพิศ ขัตติยพิกุล ผอ.วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร และสถาบันวาแตล ประเทศไทย ว่ามีภัตตาคารหรูหราที่มีชื่อว่า "ภัตตาคาคารวาแตล" ที่ตั้งอยู่ตรงตลิ่งชัน ซึ่งที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงภัตตาคารธรรมดาๆ แต่ยังเป็นสถานศึกษาที่ให้นักศึกษาได้มาฝึกปฏิบัติประสบการณ์ในการทำงานจริง จากการที่ทางวิทยาลัยฯ ได้ร่วมมือกับสถาบันวาแตล ประเทศสาธารณรัฐฝรั่งเศส เปิดเป็นสถานปฏิบัติการเรียนการสอนให้แก่นักศึกษา ทำให้ภัตตาคารวาแตลแห่งนี้เป็นขุมคลังแหล่งความรู้แก่นักศึกษา ที่จะทำให้นักศึกษาได้ฝึกประสบการณ์ปฏิบัติการทำงานงานจริง ไม่ว่าจะเป็นเชฟปรุงอาหาร และการทำงานบริการในทุกๆ ด้าน ในรูปแบบภัตตาคารจริงๆ ที่พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าทุกคน
อิ่มเอมกับบุฟเฟต์นานาชาติ
       ภัตตาคารวาแตลแห่งนี้ ให้บริหารอาหารเน้นหนักไปที่อาหารฝรั่งเศสเลิศรส อาหารอิตาเลี่ยนรสเลิศ และอาหารไทยชวนลิ้มลอง ที่ในมื้อนี้เราอยากจะพามิตรรักนักกินทุกคนโดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบความอิ่ม แบบไม่จำกัดมาที่นี่ ก็เพราะว่าจะชวนมากินบุฟเฟต์ ซึ่งตอนนี้ที่นี่กำลังจัด "โปรโมชั่นบุฟเฟต์นานาชาติมื้อกลางวัน" ที่ห้องอาหารแวร์ซาย โดย จะมีเมนูอาหารทั้งฝรั่งเศส อิตาเลี่ยน และไทย มากมายหลายสิบอย่าง จัดเป็นเมนูจานเด็ดออกมาให้ได้เลือกลองลิ้มรสชาติตามชอบใจ และก็จะมีเมนูใหม่ๆ หมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนกันไปในแต่ละวัน ให้ได้อิ่มหนำกันแบบเต็มที่
ซุปครีมข้นผักรวม
       สำหรับเมนูจานเด่นๆ ที่ชวนลิ้มรสก็มีมากมายเอาแบบที่โดนใจ และติดใจปากเราก็มีอยู่หลายเมนู อย่างซุปสไตล์ฝรั่งเศสก็ต้องตัวนี้เลย ซุปครีมข้นผักรวม สีเหลืองนวลชวนกิน เป็นซุปที่ทำมาจากผักหลายชนิด เนื้อซุปเนียนละมุนหอมนุ่มวิปปิ้งครีม ซดร้อนๆ คล่องคอ
ไก่ตุ๋นไวน์แดง
       หลังจากกินซุปหมดถ้วย เราต่อด้วย ไก่ตุ๋นไวน์แดง สไตล์ฝรั่งเศสที่เป็นชิ้นไก่เนื้อนุ่ม ชุ่มไปด้วยน้ำซอสไวน์แดงรสชาติกลมกล่อมลิ้น และหอมกลิ่นไวน์แดงอ่อนๆ
หมูชุปไข่ทอดราดซอสมะเขือเทศสด
       พอกินไก่แล้วเราก็เดินไปตักหมูมากินบ้าง เห็นเมนูอิตาเลียนอย่าง หมูชุบไข่ทอดราดซอสมะเขือเทศสด น่า กินดี เป็นหมูที่แล่มาเป็นชิ้นพอดีคำ ตัวหมูถูกคลุกด้วยแป้งและชุบไข่ทอดจนสุก แล้วก็มีน้ำซอสมะเขือเทศราดหน้ามา และมีเส้นสปาเก็ตตี้ผัดใส่น้ำมันมะกอก กระเทียมสับ หอมสับ มาให้กินคู่กับหมูด้วย ลิ้มรสหมูเนื้อนุ่มเข้ากันดีกับซอสมะเขือเทศเข้มข้นหวานอมเปรี้ยว และชวนให้อิ่มท้องไปกับเส้นสปาเก็ตตี้เหนียวนุ่ม
ข้าวตังหน้าตั้ง
       แต่ว่ายังเรายังไม่อิ่มง่ายๆ หรอก เพราะยังเดินไปตักอาหารไทยมากินกันต่อได้ อย่าง ข้าวตังหน้าตั้ง เป็นข้าวตังชิ้นเล็กขนาดพอดีคำทอดกรอบ แล้วก็มีหน้าที่ทำโดยเคี่ยวกะทิให้แตกมันแล้วนำกระเทียมพริกไทยมาผัดให้หอม ใส่หมูสับ กุ้งสับ และผัดต่อจนสุก จากนั้นใส่หอมแดงและถั่วลิงสงป่นลงไปผัดให้เข้ากันปรุงรสด้วยน้ำมะขาม น้ำปลา น้ำตาลปี๊บออกมาเป็นหน้าที่เอาไว้กินกับข้าวตัง เวลากินก็เอามาราดลงบนข้าวตังแล้วส่งเข้าปากทั้งคำเคี้ยวกร้วมข้าวตัง กรอบกรุบได้รสชาติอหวานมัน เคี้ยวเพลินถูกปากนักเชียว
ลาบปลากะพง
       ลาบปลากะพง เป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารไทยที่เลือกตักมาลองลิ้ม เพราะชอบกินปลาอยู่แล้ว ที่นี่เขาเอาเนื้อปลากะพงไปคลุกแป้งแล้วทอดจนเหลืองกรอบ แล้วก็ทำเครื่องลาบแบบครบเครื่องราดมาบนปลา ชิมลาบปลากะพงแล้วต้องบอกว่าโดนใจปาก ตรงที่ว่าเนื้อปลากะพงนุ่มไม่คาวซึมเครื่องลาบรสชาติจัดจ้านออกเปรี้ยว หวาน และเผ็ดกำลังดี
สารพัดเบเกอรี่สไตล์ฝรั่งเศส
       เห็นว่าเราก็ได้กินเมนูไปแบบหลากหลายเมนู และได้อิ่มกันแบบเต็มที่ แต่ขอบอกว่าเมนูจานเด็ดของบุฟเฟต์ที่นี่ยังไม่หมด เพราะว่ายังมีเมนูอื่นๆ ให้เลือกตักกินได้ตามชอบใจอีกมากมาย และแบบหลากหลาย อาทิ สลัดผัก รวมเสิร์ฟกับน้ำสลัดต่าง สลัดทูน่าใส่มะกอก ไข่ต้ม สลัดหน่อไม้ฝรั่ง ฟรุ๊ตสลัด น้ำพริกลงเรือ ยำหมูย่าง ยำวุ้นเส้น ต้มข่าไก่ ดอกกะหล่ำอบชีส ปลาโดรีผัดพริกไทยดำ หมูทอดกระเทียมพริกไทย ผัดผักรวม ฯลฯ
      
       รวมถึงบุฟเฟต์มื้อกลางวันนี้ไม่ได้มีอาหารคาวอย่างเดียว เพราะว่ายังมีมุมอาหารหวาน อย่างเบเกอรี่สไตล์ฝรั่งเศสแบบโฮมเมดที่ทำเองแบบสดใหม่ทุกวัน ให้ได้เลือกอิ่มหนำแบบตามชอบใจ ไม่ว่าจะเป็น ราสเบอร์รี่ทาร์ต ช็อคโกแลตทาร์ต เลมอนทาร์ต มิกซ์ฟรุตทาร์ต ทีรามุสุเค้ก ช็อคโกแลตมูส คาราเมลคัสตาร์ด และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ให้เราได้เลือกอิ่มแบบไม่จำกัดทั้งอาหารคาว-หวาน ในรูปแบบบุฟเฟต์มื้อกลางวันในราคาเพียง 250 บาทต่อคนเท่านั้น มื้อนี้ใครที่ชอบแบบกินอิ่มแบบคุ้มค่า เห็นทีว่าไม่ควรพลาดนะจะบอกให้
อีกหนึ่งมุมโต๊ะนั่งสบายๆ
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "ภัตตาคารวาแตล" (Vatel Restaurant) ตั้งอยู่ที่ 22 ถ. ถนนบรมราชนนี ตลิ่งชัน กทม. การเดินทางถ้ามาจากเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ให้วิ่งตรงมาที่ถ.บรมราชชนนี วิ่งตรงมาจนก่อนถึงทางกลับรถใต้สะพานลอยฟ้าบรมราชชนนี (ใกล้กับทางรถไฟบางขุนนนท์) หรือวิ่งออกเส้นคู่ขนานผ่านหน้าอาคารวัฏจักรเก่าซ้ายมือจะพบกับป้ายภัตตาคา รวาแตลอยู่ริมถนนทางซ้ายมือ ให้เลี้ยวเข้าไปยังที่จอดรถด้านในได้เลย สำหรับบุฟเฟต์นานาชาติมื้อกลางวัน เปิดบริการทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 11.00-14.00 น. และพิเศษเมื่อมา 5 ท่าน จ่ายเพียง 4 ท่าน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โทร. 0-2880-9684 ถึง 6

"The Rich 1" อิ่มครบครัน มันเสียงเพลง

บรรยากาศโต๊ะนั่งโซนห้องรับแขกของร้าน "The Rich 1"
       แหม!! ช่วงนี้บรรยากาศบ้านเรามันช่างร้อนระอุเสียเหลือเกินว่าไหม?? ไหนจะลมฟ้าอากาศที่หอบเอาลมร้อนอบอ้าวมาเพิ่มอุณหภูมิความร้อนจนตับจะแตก ไหนจะเรื่องการบ้านการเมืองที่ร้อนแรงแสนจะวุ่นวายไปด้วยม็อบ เรียกว่าถ้าใครเกิดร้อนกายร้อนใจไปตามความอุณหภูมิร้อนของอากาศและสถานการณ์ การเมือง มีหวังได้เป็นโรคเครียดกันเป็นแน่
พีท และเพื่อนร่วมวง เล่นดนตรีสดให้ฟังอย่างเพลิดเพลิน
       แต่ถ้าใครไม่อยากเครียด "ตระเวนกิน" ขอแนะนำว่าให้ใช้ชีวิตแบบชิลล์ๆ สงบนิ่ง อย่าไปทุกข์ร้อนไปกับสิ่งรอบกายให้มากนัก จงเลือกทำในสิ่งที่ดี ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบจะดีกว่า อย่างที่ตระเวนกินชอบเรื่องกิน ในมื้อนี้เราจึงเลือกที่จะขอหลบความร้อน มาหาความเย็นกายและใจแบบสบายๆ กับการมานั่งสังสรรค์กินดื่มกับเพื่อนฝูงเหล่านักกินด้วยกัน ยังร้านอาหารสไตล์ผับแอนด์เรสเทอรองค์น้องใหม่ สุดแสนไฉไลนามเก๋ไก๋ว่า "The Rich 1" (เดอะ ริช วัน) ตั้งอยู่บน ถนนบางนา-ตราด เป็นร้านอาหารของนักร้องหนุ่มผมยาว เจ้าของเพลงคนรักคนที่สอง พีท-พีระ เทศวิศาล ได้ร่วมหุ้นกับน้องสาวและเพื่อน เปิดร้านนี้ขึ้นมาเพื่อตอบสนองกลุ่มคนที่ชอบสังสรรค์แบบอิ่มหนำ และได้สนุกสุขสันต์กับเสียงเพลง
ห้องซ้อมดนตรีที่นำอาหารเข้าไปกินได้
       เมื่อมาถึงที่ร้านนี้ทุกคนจะได้สัมผัสกับบรรยากาศร้านที่มีโซนโต๊ะ ให้เลือกนั่งอย่างหลากหลาย เริ่มจากชั้นล่างจัดเป็นโซนการ์เด้นเปิดโล่งรับลมธรรมชาติเย็นๆ นั่งสบายชิลล์ๆ แล้วที่พิเศษคือมีห้องซ้อมดนตรีบริการให้เช่าซ้อมดนตรีไปได้ด้วยแถมยังสั่ง อาหารเข้าไปกินภายในห้องได้อีกด้วย จากนั้นเดินขึ้นบันไดมาที่ชั้นบน จะพบกับโซนด้านนอกที่จัดเป็นโต๊ะนั่งสบายๆ เปิดโล่งรับลมเย็นๆ มีจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ มีโต๊ะพลูให้เล่น
เบียร์สดจากเบลเยี่ยม
       และเดินถัดอีกนิดจะมีมุมกาแฟ และไอศกรีม จากนั้นเดินมาด้านในเป็นโซนห้องรับแขกติดแอร์เย็นสบาย มีโต๊ะเก้าอี้โซฟาให้เลือกนั่งไม่ซ้ำแบบกัน ตกแต่งอย่างมีสไตล์ มีเคาน์เตอร์บาร์บริการเครื่องดื่มแบบหลากหลาย แต่มีเครื่องดื่มที่น่าสนใจคือ เบียร์สดรสนุ่มคอที่ทางร้านนำเข้ามาจากเบลเยี่ยม มี 3 รสชาติให้คอเบียร์ได้เลือกสั่งมาดื่มตามใจชอบ มีLeffe, Hoegaarden และStella Artois ราคาแก้วละ 200 บาท
      
       สำหรับเครื่องดื่มอย่างอื่นก็มีบริการแบบครบครัน ราคามิกซ์เซอร์นั้นต้องบอกว่าไม่แพงอย่างที่คิด เรียกว่านั่งดริ้งค์กันได้อย่างสบายกระเป๋า ส่วนอาหารที่ชวนให้สั่งมากินควบคู่ไปกับเครื่องดื่มนั้นเป็นอาหารไทยที่เจ้า ของคิดค้นสูตรขึ้นมาโดยเฉพาะ มีเมนูเด่นๆ ที่ชวนลองลิ้มหลากหลาย
ไส้กรอก Rich 1
       โดยมีเมนูจานเด็ดที่อยากแนะนำมากมาย อย่าง ไส้กรอก Rich 1 (99 บาท) เมนูนี้เหมาะสั่งมากินเป็นกับแกล้มกับเครื่องดื่ม เป็นไส้กรอกหมูล้วนๆ ที่ทางร้านเลือกคัดสรรมาเป็นพิเศษแล้วนำมาทอด กินตอนร้อนๆ ไส้กรอกเคี้ยวกรึบมีน้ำพุ่งอยู่ในปาก สัมผัสได้ถึงรสชาติของเนื้อหมูที่เคี้ยวนุ่มหนึบอยู่ในปาก และมีซอสมะเขือเทศและซอสพริกให้จิ้มเพิ่มรสชาติ
กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา
       กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา (99 บาท) เป็นอีกหนึ่งเมนูกับแกล้มชั้นเลิศที่ดูเหมือนธรรรมดาๆ แต่ไม่ธรรมดาเอาเสียเลย เพราะผักกะหล่ำปลีอดน้ำปลาร้อนๆ เคี้ยวกรอบได้ความหวานของผักผสานกับรสชาติความเค็มที่กลมกล่อมถูกปากแบบต้อง ยกนิ้วให้
ปลาทูทอดน้ำปลา
       ปลาทูทอดน้ำปลา (99 บาท) เมนูนี้ใครที่ชอบกินปลาทูเห็นทีว่าไม่พลาดที่จะสั่งมากินกัน เพราะทางร้านนำปลาทูสดๆ มาบั้งกลางเอาไส้ออกทอดจนสุกกรอบ แล้วราดด้วยน้ำปลาที่ทางร้านปรุงขึ้นมาเป็นพิเศษ เมนูปลาทูทอดน้ำปลานี้กินได้ทั้งตัว มีเทคนิคการกินสักนิดคือควรกินด้วยมือ โดยกินส่วนหัวก่อนจะสัมผัสได้ถึงความมัน และก็กินหางเคี้ยวกรุบ แล้วจึงค่อยกินตัวที่เนื้อฟูนุ่มกรอบหอม เค็มเจือหวานรสโดนปาก
ปลาหมึกแดดเดียวล่องไพร
       กินปลาได้โอเมก้า 3 กันไปแล้วหันมากินหมึกกันบ้าง มีเมนูชื่อเก๋ๆ ว่า (ปลา)หมึกแดดเดียวล่องไพร (120 บาท) เป็นหมึกกล้วยนำไปทำแดดเดียวแล้วทอด แล้วก็มีพริกขี้หนู กระเทียม และใบกระเพราทอดกรอบ โรยหน้าใส่มา เวลากินก็กินใบกระเพรากรอบๆ หอมๆ พร้อมพริกเพิ่มความเผ็ด ตามด้วยกระเทียม แล้วก็หมึกที่เคี้ยวหนึบหนับปากออกรสเค็มนิดๆ กินแกล้มกับเครื่องดื่มเย็นๆ เข้ากันดีนักเชียว
ไก่นาทอดตะไคร้
       ไก่นาทอดตะไคร้ (120 บาท) เมนูแนะนำสำหรับผู้ที่ชอบกินไก่และเครื่องสมุนไพร เพราะทางร้านนำไก่นามาสับเป็นชิ้นและหมักเครื่องเทศ เกลือ พริกไทย และทอดจนสุกเหลือง แล้วก็มีเครื่องสมุนไพรไทยๆ อย่างตะไคร้ซอยทอดกรอบ ใบมะกรูดทอดกรอบ พริกไทยอ่อนทอด โรยมาบนไก่ ชิมไก่เนื้อนุ่มออกเค็มนิดๆ แกล้มกับเครื่องสมุนไพรเคี้ยวกรุบกรอบ
ต้มแซ่บพี่พีท
       อีกหนึ่งเมนูเด็ด ที่อยากให้ลองชิม คือ ต้มแซ่บพี่พีท (120 บาท) รับรองว่าไม่มีที่ไหนเหมือน เพราะเป็นต้มแซ่บที่เจ้าของร้านคิดสูตรขึ้นมาเองโดยเฉพาะ ตัวน้ำซุปเหมือนต้มแซ่บทุกประการ จะพิเศษแตกต่างก็ตรงที่ใส่เต้าหู้ไข่ กับหมูเด้งที่ทำเองลงไป เวลากินแนะนำว่าให้ซดน้ำต้มแซ่บร้อนๆ ก่อนจะสัมผัสได้ถึงรสชาติที่เปรี้ยว เผ็ด แซ่บสมชื่อ แล้วก็กินหมูเด้งเนื้อเด้งนุ่มปาก กินเต้าหู้ไข่ตามไปจะช่วยลดความเผ็ดลงไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ
บรรยากาศโต๊ะนั่งด้านล่าง
       และใช่ว่าจะมีเมนูจานเด็ดที่ชวนชิมแต่เพียงเท่านี้ เพราะว่ายังมีอีกหลายเมนูที่ชวนชิม อาทิ ข้าวผัดพี่พีท (89 บาท) ไก่อบพี่พีท (150 บาท) ยำขาน้องซัน (150 บาท) พี่ศักดิ์แช่เหล้า (150 บาท) คนรักคนที่สอง (144 บาท) ผักโขมอบชีส (99 บาท) สตูว์คุณแม่พี่พีท (130 บาท) ฯลฯ ที่ชวนให้ได้อิ่มกันแบบเต็มที่ พร้อมเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงที่พร้อมบรรเลงให้ฟังในทุกค่ำคืนตั้งแต่ 20.30 น.เป็นต้นไป โดยจะมีเวทีอยู่ที่ชั้น 2 ด้านอกร้าน ซึ่งในทุกวันจะมีนักดนตรีมาเล่นเพลงเพราะๆ ให้ฟังกัน และพิเศษทุกวันพุธ และวันเสาร์ คุณพีทจะมาร้อง เล่นดนตรีสดๆ กับบทเพลงเพราะๆให้ฟังกันอย่างสนุกเพลิดเพลิน อิ่มหนำสำราญใจ ที่ "The Rich 1"
       

บรรยากาศโซนโต๊ะนั่งรับลมด้านนอก
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "The Rich 1" (เดอะ ริช วัน) ตั้งอยู่ที่ 1706 ซ.บางนา 48 ถ.บางนา-ตราด แขวง/เขตบางนา กทม. การเดินทางจากสี่แยกบางนาวิ่งตรงมาตาม ถ.บางนา-ตราด ผ่านเซ็นทรัลบางนา ตรงมาเรื่อยๆ จนมาถึง Index Living Mall ให้เตรียมกลับรถ แล้วพอกลับรถแล้วก็วิ่งตรงมาจนถึงซ.บางนา 48 จะเห็นร้านเดอะ ริช วัน ตั้งอยู่ริมถนน จอดรถด้านหน้าร้าน และด้านข้างร้านที่เป็นสนามฟุตบอล เปิดทุกวัน เวลา 16.00-01.00 น. โทร. 0-2746-0808

รวมฮิต รวมมิตร "ของกิน" คลายร้อน

ข้าวแช่เมนูโบราณกินคลายร้อน
       คงจะยังไม่ช้าเกินไปที่ "ตระเวนกิน"จะเอื้อนเอ่ย "สวัสดีปีใหม่ไทย" หลายคนคงจะได้ไปเที่ยวเล่นสาดน้ำสงกรานต์กันมาอย่างสนุกสนานให้หายคลายร้อน กันไปอย่างชื่นฉ่ำอุราในช่วงหน้าร้อนนี้ แต่ถ้าใครไม่ชอบออกไปเล่นน้ำให้ตัวเปียก แต่กลับชอบเรื่องกิน ชอบสรรหาของกินใส่กระเพาะให้อิ่มท้องเสียมากกว่า
      
       ขอบอกว่ามื้อนี้จะได้สมใจปาก เพราะเราได้ทำการวบรวมเอาของกินน่าสนใจที่เหมาะแก่การกินในหน้าร้อน เพื่อให้เย็นกายพร้อมเย็นใจ แถมอิ่มสบายท้องมานำเสนอให้ทุกคนได้เลือกไปลองลิ้มรสชาติกันแบบตามใจชอบ
      
       "ข้าวแช่" เมนูโบราณกินคู่หน้าร้อน
      
       อันที่จริงช่วงหน้าร้อนแบบนี้ ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การกิน "ข้าวแช่" เป็นอย่างยิ่ง ที่กินแล้วช่วยให้ชื่นฉ่ำคอ เย็นกาย สบายท้อง ชื่นใจกับกลิ่นหอมๆ ของดอกมะลิลอย กินกับเครื่องเคียงสารพัดอย่าง ที่กินแล้วช่วยให้อิ่มท้องแถมกินแล้วช่วยคลายร้อนได้ระดับหนึ่งเลยทีเดียว
      
       ว่ากันว่าข้าวแช่เป็นอาหารโบราณ ที่มาจากชาวมอญที่ทำกันในวันสงกรานต์เพื่อถวายพระและนำไปให้ผู้เฒ่าผู้แก่ ที่เคารพนับถือ และต่อมาข้าวแช่ได้เข้าไปเป็นอาหารในวัง เป็นที่นิยมกันสืบทอดมาตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ 5 จึงเรียกกันว่า "ข้าวแช่ชาววัง" และนิยมกินกันในช่วงหน้าร้อนมาจนถึงปัจจุบันนี้
ลิ้มรสข้าวแช่เย็นๆ กับเครื่องเคียงสารพัดอย่าง
       และการกินข้าวแช่ก็มีข้อแนะนำกันสักนิด คือ อย่าตักกับข้าวที่เป็นเครื่องเคียงต่างๆ มาใส่ในชามข้าวแช่ ควรตักเครื่องเคียงกินเป็นคำเสียก่อนแล้วค่อยตักข้าวกินตาม เพราะไม่อย่างนั้นไขมันจากเครื่องเคียงจะลอยเป็นแผ่นอยู่บนข้าว ดูไม่น่ากิน ถึงตรงนี้ถ้าใครสนใจอยากจะคลายร้อน แบบอิ่มๆ ด้วยข้าวแช่ เราก็มีร้านที่ขายข้าวแช่มานำเสนออยู่ร้าน เชิญเลือกกันได้เลยว่าอยากจะไปกินที่ร้านไหน"ร้านท่านผู้หญิงสุลัภฯ" ตั้งอยู่ที่ หน้าโรงภาพยนตร์ศรีย่านรามา ถ.นครไชยศรี อ.ดุสิต กทม. (มีเฉพาะฤดูร้อน) โทร. 0-2241-4441 เมนู "ท่านหญิง" ตั้งอยู่ที่ 10 ถ.ประมวญ บางรัก กทม. อยู่ตรงข้าม ร.ร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เปิดทุกวัน 11.30-22.00 น.โทร. 0-2236-4361, 0-2235-0371 "ตำหนักแม่สาย" ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 32/13-15 ซ.สุขุมวิท 21 (ซอยวีรทศ) ถ.อโศก แขวงคลองเตย เขตวัฒนา กทม. เปิดทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์ 11:00 - 22:00 โทร. 0-2258-3700, 0-2259-2232 "ร้านสงวนศรี" ตั้งอยู่ที่ 59/1 ถ.วิทยุ อ.ปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิด 09.00-17.00น. โทร. 0-2251-9378
      
       "ร้านหลายรส" ตั้งอยู่ที่ 122 ถ.พระราม 6 คลองประปา สามเสน กรุงเทพฯ เปิด 10.00 - 22.00 น. โทร. 0-2279-2895 "ห้องอาหารดรรชนี" ตั้งอยู่ที่ 18/2-4 เชิงสะพานวันชาติ ถ.ประชาธิปไตย อ.พระนคร กทม. เปิด 11.00-19.00น. โทร. 0-2281-9332 และ "ร้านเซเว่น สไปเซส" ตั้งอยู่ที่ ชั้น2 เวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ ถ.ราชดำริ กทม. เปิด 10.00-21.00 น. โทร.0-2255-9669 เรียกว่าสะดวกที่ไหนก็เลือกไปกินกันได้ตามสบาย
หอมหวานมันกับข้าวเหนียวมะม่วง
       หอมหวานมันกับ "ข้าวเหนียวมะม่วง"
       

       เมื่อฤดูร้อนมาถึง อีกหนึ่งของกินไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ "ข้าวเหนียวมะม่วง" ซึ่งกลายเป็นของกินคู่หน้าร้อนที่ชวนกินไปเสียแล้ว เพราะเมื่อยามที่ได้กินมะม่วงสุกหอม กับข้าวเหนียวมูนนุ่มๆ ราดน้ำกะทิหอมหวานมัน เป็นอะไรที่เลิศลิ้นเสียเหลือเกิน
      
       แล้วการกินข้าวเหนียวมะม่วงให้อร่อยนั้น นอกจากจะต้องมีข้าวเหนียวมูนที่อร่อยหอมหวานมุนนุ่มลิ้นแล้ว การเลือกมะม่วงที่นำมากินคู่กับข้าวเหนียวนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งมะม่วงที่นิยมนำมากินนั้นก็มีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ "มะม่วงอกร่อง" ลักษณะ มีขนาดผลค่อนข้างเล็ก รูปทรงผลค่อนข้างแบน ตรงส่วนท้องเป็นทางยาวจนเห็นได้ชัด มีเสี้ยนน้อย เมื่อแก่จัดผลสุกเต็มที่ จะมีผิวของเปลือกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง มีกลิ่นหอม เนื้อมะม่วงจะสีเหลืองเนียนละเอียด รสหวานจัด และอีกพันธุ์คือ "มะม่วงน้ำดอกไม้" มี ลักษณะผลขนาดใหญ่ ผลอ้วนเกือบกลม หัวใหญ่ปลายแหลม ผลค่อนข้างยาว เนื้อมาก เมล็ดเล็ก มีผิวบาง เมื่อผลสุกจะมีผิวสีเหลือง มีกลิ่นหอม เนื้อละเอียดมีเสี้ยนน้อย รสหวานนุ่มกินอร่อยลิ้น
      
       เรียกว่าหน้าร้อนที่มาถึงนี้หากใครกำลังมองหาร้านขายข้าวเหนียว มะม่วงรสเลิศลิ้มลองอยู่ล่ะก็ เรามีร้านเจ้าเด็ดเจ้าดังมาแนะนำให้ไปชิมกันอยู่หลายร้าน ดังนี้ "ร้านข้าวเหนียว นายแว่น" ตั้งอยู่ที่ 9/14 ปากทางเข้าบางขุนนนท์ ถ.บางกอกน้อย-ตลิ่งชัน กทม. เปิดขายตั้งแต่เดือนก.พ. ไปจนถึงประมาณต้นเดือน ก.ค. ขายจันทร์-ศุกร์ 08.30-21.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 08.00-21.00 น. โทร. 0-2433-2011
ข้าวเหนียวมะม่วงสักจานไหม
       "ร้านลูกสาว ก.พานิช" ที่ตั้ง เลขที่ 250/5 ถ.สามเสน แขวงเทเวศร์ เขตบางขุนพรหม กทม. เปิดทุกวัน เวลา 10.00 18.00 โทร. 0-2281-7838 "ข้าวเหนียวมูนร้านหนึ่ง" ตั้งอยู่ที่ 191/307 ซ.โชคชัย 4 ถ.ลาดพร้าว กทม. โทร. 0-2539-9166, 0-2538-8152, 0-2538-8189 "ร้านข้าวเหนียวมะม่วง ช.ศรแก้ว" ตั้งอยู่ที่ 23/500 ถ.โชคชัย4 ซ. 54 ทางเข้าหมู่บ้าน ต.รวมโชค ลาดพร้าว กทม. โทร.0-2931-0000, 0-2931-0005
      
       "ร้านข้าวเหนียวมะม่วงบุญทรัพย์" ตั้งอยู่ที่ ปากซอยตลาดหลวง บางรัก ริมถนนเจริญกรุง เปิดทุกวัน 08.00-20.00 น. โทร. 0-2234-4086 "ร้านแม่วารี" ที่ ตั้ง เลขที่ 1 ซ.ทองหล่อ (สุขุมวิท 55 ) ถ.สุขุมวิท เขตคลองเตย กทม. เปิดขายทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง โทร. 0-2392-4804, 0-2714-0419 "ร้านข้าวเหนียวมะม่วงแม่เก่ง" ตั้งอยู่ในร้านรุ่งสินพานิช ปากซอยทางเข้าหมู่บ้านรวมโชค ซอยโชคชัย4 /54 ถ.ลาดพร้าว ติดกับร้านถ่ายรูปโกดัก เปิดทุกวัน 05.30-21.00 น. โทร 0-9881-2349, 0-2538-3331
      
       "ร้านก. พานิช" ตั้งอยู่ที่ 431-433 เยื้องปากซอยแพร่งภูธร ถ.บ้านตะนาว กทม. ร้านอยู่ริมถนน เปิดทุกวัน 07.30-19.30 น. โทร. 0-2221-3554 และ"ร้านข้าวเหนียวมูนแม่ประไพศรี" มีหลายสาขาด้วยกัน จ. นนทบุรี ตั้งอยู่ที่ 80/200 หมู่ 4 ซ.ศรีพรสวรรค์ สวนใหญ่ จ.นนทบุรี เปิดทุกวัน 04.00-20.00 น. โทร. 0-2527-1407 ตลาดอตก. (จตุจักร) เป็นแผงร้านตั้งอยู่ตรงทางขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน เปิดทุกวัน 08.00-19.00 น. โทร. 0-2271-3315 เมืองทองธานี ตั้งอยู่ที่ตลาดรวมใจ เมืองทองธานี เปิดทุกวัน 08.00-19.00 น. โทร. 0-1913-0656 นอกจากนี้ก็ยังมีขายที่ห้างบิ๊กซีทั้ง 8 สาขา คือ สาขาติวานนท์, รัตนาธิเบศร์, แจ้งวัฒนะ, ลาดพร้าว, สะพานความ, งามวงศ์วาน, ราชดำริ, หัวหมาก เปิดทุกวัน ปิดเปิดตามเวลาของห้างฯ
อร่อยชื่นใจกับไอศกรีมหวานเย็น
       "ไอศกรีม" หวานเย็น คลายร้อนชื่นใจ
      
       "ไอศกรีม" หรือ "ไอติม" เป็นของกินเย็นๆ หน้าร้อน ที่ไม่ว่าเด็กหรือว่าผู้ใหญ่ หากเห็นไอศกรีมเป็นไม่ได้ต้องวิ่งเข้าหาไอศกรีมกินกันให้อร่อยคลายร้อนเป็น ทุกรายไป หลายคนที่ชอบกินไอศกรีมจะรู้กันบ้างหรือเปล่าว่าไอศกรีมนั้นมีที่มาที่ไป อย่างไร?? เราไปสืบเสาะหาข้อมูลได้ความมาว่า
      
       "ไอศกรีม" (Ice Cream) คนทั่วไปมักคิดว่ามีถิ่นกำเนิดมาจากตะวันตก แต่จริง ๆ แล้วกำเนิดในประเทศจีนนี่เอง เกิดจากการนำหิมะบนยอดเขามาผสมกับนํ้าผลไม้ และกินในขณะที่หิมะยังไม่ทันละลายดี จนปลายศตวรรษที่ 13 มาร์โคโปโลเดินทางไปจีนและชื่นชอบ จึงนำสูตรกลับไปอิตาลีและมีการเติมนมลงไปกลายเป็นสูตรของเขาโดยเฉพาะ และแพร่หลายไปในอิตาลี ฝรั่งเศสและข้ามไปอังกฤษ คนอิตาลีถือว่าตนเองเป็นต้นตำรับไอศกรีมแบบที่นำมาปั่นให้เย็นจนแข็ง เรียกว่าเจลาติน (Gelatin) แล้วแพร่หลายไปในฝรั่งเศสช่วงศตวรรษที่ 16 ข้ามไปอเมริกา ในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 กลายเป็นที่ชื่นชอบของคนอเมริกันมาก
ไอศกรีมเย็นๆ หลากรสชาติ
       สำหรับในเมืองไทยไอศกรีมเข้ามาช่วงไหนไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่คาดว่าคงมาหลังสมัย ร.5 ซึ่งมีการผลิตนํ้าแข็งกินเอง ไอศกรีมตอนนั้น ทำจากนํ้าหวานหรือนํ้าผลไม้นำไปปั่นเย็นจนแข็ง ไม่มีนมหรือครีมผสมด้วย เรียกว่า "ไอติม" ใช้แรงคนในการปั่น
      
       นั่นคือความเป็นมาของไอศกรีมพอสังเขป ส่วนถ้าใครเกิดอยากกกินไอศกรีมหวานๆ เย็นๆ ขึ้นมตอนนี้ เราก็มีร้านไอศกรีมเจ้าเด็ดมาแนะนำให้เลือกไปลิ้มรสกัน ใครสะดวกที่ไหนก็เลือกไปกันได้ตามชอบ ไม่ว่าจะเป็นไอศกรีมแบบไทยๆ หลากรสชาติ ที่ร้าน "ไอส์เบิร์ก" ตั้งอยู่ที่1/9 ถ.เทศา ซอย 2 ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม เปิดทุกวันคู่ เวลา 14.00 – 21.00 น. เบอร์โทร. 0-3424-1607, 08-9122-5162
      
       มากินไอศกรีมโอมเมดที่ "Scoop Me" ตั้งอยู่ที่ 309/5 ถ.จันทร์ วัดพระยาไกร บางคอแหลม กทม. เปิดทุกวัน เวลา 09.00-20.00 น. โทร.0-2211-4535 หรือแวะมากินไอติมโบราณแบบไทยๆ ที่ร้าน “ไอติมโบราณ” ตั้งอยู่ตรงข้ามตลาดน้ำคลองลัดมะยม ถ.บางระมาด แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม. เปิดทุกวันเวลา 08.00-17.00 น. โทร.08-9215-2659 (ตลาดน้ำคลองลัดมะยมเปิดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) และมากินไอศกรีมโฮมเมดไทยๆ เน้นคุณภาพที่ร้าน "ทิพย์รส" ตั้งอยู่ที่ ถ.มหาไชย ซ.สำราญราษฎร กทม. ตรงประตูผี อยู่ถัดจากร้านผัดไททิพย์สมัย เปิดทุกวัน 19.00-01.00 น. และมีอีกหนึ่งสาขาอยู่ที่เตาปูน โทร. 08-1985-2970
      
       แต่ถ้าชอบกินไอศกรีมสไตล์อิตาเลียนเจลาโตโฮมเมดต้องมาที่ "คอฟฟี่ แอนด์ โคนส์" (Coffee & Cones) ตั้งอยู่ที่ 23 ซ.อารีย์ ถ.พหลโยธิน 7 สามเสนใน พญาไท กทม. เปิดทุกวัน เวลา 08.00-21.00 น. โทร. 0-2279-0872, 08-9486-3806 หรือมาชิมไอศกรีมค็อกเทล ที่ "Amaltery" ตั้งอยู่ที่Central World ชั้น 7 โทร. 0-2613-1710 และ ที่ Erawan Bangkok โทร. 0-2252-0232 เปิดปิดตามเวลาของห้าง และมากินไอศกรีมผัดที่ "ไอซ์สโตน" ตั้งอยู่ที่ บริเวณชั้น G อาคารยูไนเต็ด เซ็นเตอร์ เปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00-19.30 น. วันเสาร์เปิด 10.00-17.00 น. โทร. 0-2233-3344
ลอดช่องสิงคโปร์
       "ลอดช่อง" ลองแล้วจะรัก
      
       ของหวานที่มีชื่อเสียงและเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกอย่างหนึ่งต้อง "ลอดช่อง"งานนี้เราไม่เกี่ยงร้านว่าจะเป็นลอดช่องไทยหรือลอดช่องสิงคโปร์ขอเพียงอร่อยดับร้อนเป็นใช้ได้
      
       ก่อนอื่นขอพาไปรู้จักความแตกต่างของลอดช่องสองประเภทนี้ก่อน ลอดช่องสิงคโปร์นั้น แท้จริงแล้วต้นกำเนิดไม่ได้มาจากประเทศสิงคโปร์ แต่ต้นกำเนิดอยู่ในประเทศไทยนี่เอง แตกต่างจากลอดช่องไทยตรงที่ ใช้แป้งมันสำปะหลังมาปั้น และนวดให้เหนียว รับประทานกับกะทิสด และน้ำเชื่อม น้ำแข็งป่น คำว่า สิงคโปร์ มาจาก บริเวณที่ตั้งร้านนี้ ที่เป็นเจ้าแรก ในการทำ "ลอดช่องสิงคโปร์"
       

       เพราะเมื่อประมาณ 60 ปีก่อน ร้านนี้บังเอิญไปตั้งอยู่บริเวณ หน้าโรงภาพยนต์สิงคโปร์ (เดิม) หรือโรงหนังเฉลิมบุรี บนถนนเยาวราช และเมื่อลูกค้าจะไปทาน ก็มักจะเรียกว่า "ไปทานลอดช่องหน้าโรงหนังสิงคโปร์" สุดท้ายก็เรียกให้สั้นลงว่า "ลอดช่องสิงคโปร์" แทน
      
       ส่วนลอดช่องไทยเก่าแก่ขนาดพบข้อความปรากฏอยู่บนศิลาจารึก เอ่ยถึงชื่อขนมไทยไว้ 4 ชนิดนั่นก็คือ เม็ดแมงลัก ลอดช่อง ข้าวตอกและข้าวเหนียว ซึ่งจะตักใส่มาในถ้วยโดยมีน้ำกะทิแยกมาไว้เติมต่างหาก ใครอยากกินอะไรก็เลือกตักตามนั้น
ลอดช่องไทย
       บางตำราสันนิษฐานว่าอาจเกิดในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประมาณปี พ.ศ.2215-2220เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว หลังจากนวดข้าวหรือช่วยกันทำงานต่างๆ เสร็จแล้วพวกผู้หญิงจะเตรียมขนมทั้ง 4 ชนิดนี้ไว้เลี้ยงหลังเลิกงานอยู่เสมอ จนเรียกการเลี้ยงขนมแบบนี้ว่า ประเพณี 4 ถ้วย ขนมไทย ทั้ง 4 ชนิดนี้จะมีส่วนผสมหลักอยู่เพียง 3 อย่าง คือ แป้งข้าวเจ้า กะทิและน้ำตาลเท่านั้น ขนมของคนไทยในยุคต่อๆ มาก็ยังคงมีส่วนผสมทั้ง 3 ส่วนนี้ประกอบอยู่ด้วยเสมอ
      
       ร่ายยาวถึงประวัติลอดช่อแล้วก็ต้องพาไปรู้จักร้านลอดช่อง ขอเริ่มที่ร้าน "ลอดช่องสิงคโปร์" ตั้งอยู่ที่ 680-682 ถ.เจริญกรุง สามแยกหมอมี แขวง/เขต สัมพันธวงศ์ กทม. เจ้าแรกตำนานความอร่อยที่มีมายาวนานกว่า 60 ปี บนถนนเยาวราช สูตรของขนมลอดช่องสิงคโปร์ที่ไม่เปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะการใช้กะทิ แบบเข้มข้น เพื่อให้ได้ความหอม มัน ที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด เทศกาลสงกรานต์จะหยุดร้านวันที่ 11 – 20 เม.ย. นี้ โทร. 0-2221-5794, 08-1651-4444 และมีอีก 1 สาขาตรงสี่แยกสะพานควาย ใกล้ห้างบิ๊กซี โทร. 0-2278-1299เปิดทุกวันไม่เว้นวันหยุด สนใจติดต่อโทร. 0-2221-5794
      
       ลอดช่องร้านต่อมาที่จะพาไปรู้จัก คือ "ลอดช่องโบราณ" ย่านบางลำพูขายมาเกือบสิบปีการันตีคุณภาพ พิเศษที่อบน้ำกะทิด้วยควันเทียนเพิ่มความหอม ร้านตั้งอยู่ข้างเคเอฟซีบางลำพู เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ตั้งแต่เวลา10.00-16.30 น.โทร.0-2280-7111,0-2629-5744-5