ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

อร่อย แซ่บ อิ่มหนำ ที่ "ตำเทวดา"

บรรยากาศโต๊ะนั่งภายในร้านตำเทวดา
       พอถึงต้นเดือนเป็นไม่ได้เลย บรรดาผองเพื่อนนักกินของ "ตระเวนกิน" ชอบโทรศัพท์นัดรวมพลตามประสาคนชอบกิน เพื่อไปหาของกินอร่อยๆ ตามใจปาก ตามใจท้องกันอีกแล้ว เพราะยามต้นเดือนอย่างนี้ เงินมันเต็มกระเป๋าและมักจะสะพัดออกไปใช้จ่ายได้อย่างคล่องมือ
      
       มื้อนี้พวกเราเลยนัดแนะกันไปละลายทรัพย์ แบบอิ่มหนำกันให้สำราญปากกับอาหารรสดี กันที่ร้านอาหารน้องใหม่ที่เพิ่งจะเปิดบริการมาได้ไม่นานอยู่แถว ซ.มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่มีชื่อเก๋ไก๋ดึงดูดใจว่า "ตำเทวดา" เป็นร้านอาหารที่ขายอาหารอีสานรสจัดจ้านแบบมีการปรับรสชาติให้ถูกปากคนพื้น ภาคกลาง อีกทั้งยังมีอาหารตามสั่งอื่นๆ อีกหลายหลากที่ล้วนแล้วแต่ชวนกินทั้งนั้น ซึ่งพอขอเมนูมาเปิดดูรายการอาหารมีให้เลือกสั่งมากมายจนตาลาย แต่พอเห็นราคาอาหารแล้วก็ต้องบอกว่ายิ้มได้ เพราะราคาอาหารของที่นี่เขาย่อมเยาไม่หนักกระเป๋าชวนจ่ายไหวสมเหตุสมผล
ปีกไก่เทวดา
       งานนี้พวกเราเลยเลือกสั่งอาหารมากินกันแบบไม่ยั้งปาก โดยเน้นหนักไปที่อาหารอีสานรสแซบยั่วน้ำลาย เริ่มจากจานแรกเดินเครื่องแบบเบาๆ ท้องกันก่อนด้วย ปีกไก่เทวดา (59 บาท) ทางร้านตั้งชื่อเสียกิ๊บเก๋ ที่จริงแล้วก็คือ ปีกไก่กลางที่หมักกับเครื่องปรุงสูตรเด็ดของทางร้าน แล้วชุบแป้งทอดมาจนเหลืองกรอบชวนกิน กินไก่เทวดากรอบนอกเนื้อในนุ่ม จิ้มกินคู่กับน้ำจิ้มไก่หวานๆ เผ็ดๆ
ส้มตำเทวดา
       พอปีกไก่หมดจาน ส้มตำเทวดา (45 บาท) ก็ถูกเสิร์ฟมาแทนที่ เป็นส้มตำจานเด็ดขายดีของทางร้าน ที่หน้าตาไม่เหมือนส้มตำธรรมดาทั่วๆ ไป เพราะทางร้านนำเอาเส้นมะละกอและแครอทไปชุบแป้งที่ปรุงรสไว้แล้วทอดกรอบ มาพร้อมกับส้มตำไทยที่ตำแยกใส่ถ้วยมาต่างหาก เวลากินให้เอาน้ำส้มตำราดลงบนเส้นมะละกอให้ชุ่มตักกุ้งแห้งตัวโตๆ ติดมาด้วยแล้วก็ส่งเข้าปากเคี้ยวกร้วมเส้นมะละกอกรอบซึมรสชาติส้มตำไทยรสจัด เปรี้ยว หวาน เผ็ดกลมกล่อมถูกปาก
คอหมูเทวดา
       คอหมูเทวดา (59 บาท) เมนูนี้เพื่อนสาวไม่กลัวอ้วนสั่งมา เป็นคอหมูย่างที่หมักด้วยเครื่องปรุงสูตรเฉพาะของทางร้านจนเข้าเนื้อ นำไปย่างและนำมาทอดอีกที แล้วแล่คอหมูมาเป็นชิ้นพอดีคำ เคี้ยวเนื้อคอหมูแห้งกำลังดีเนื้อนุ่มติดมันหน่อยๆ ได้รสชาติเครื่องหมัก และมีน้ำจิ้มแจ่วรสเด็ดให้จิ้มเพิ่มรสชาติด้วย
ไส้กรอกอีสาน
       ไส้กรอกอีสาน (59 บาท) จานนี้ทางร้านแนะนำว่าขายดี เพราะเป็นไส้กรอกอีสานแท้ๆ ที่สั่งตรงมาเป็นพิเศษจากอุบลราชธานี ตัวไส้กรอกจะเน้นเนื้อหมูมากกว่าข้าว กินแล้วถูกปากไส้กรอกเคี้ยวนุ่มสัมผัสได้ถึงรสชาติของเนื้อหมูที่อยู่ข้างใน ไม่ออกเปรี้ยวมาก
ลาบปลาหมึก
       ได้ลิ้มรสชาติไส้กรอกอีสานกันแล้ว มาต่อกันด้วยเมนูลาบกันดีกว่า เป็น ลาบปลาหมึก (59 บาท) ที่ทางร้านใช้ปลาหมึกกล้วยสดๆ ลวกสุกและนำมาคลุกเคล้ากับเครื่องลาบครบสูตรที่เน้นใส่ข้าวคั่วที่ทางร้านทำ เองแบบใหม่ๆ เคี้ยวชิ้นปลาหมึกเด้งหนึบหนับปากได้รสชาติเครื่องลาบจัดจ้านหอมกลิ่นข้าว คั่ว
ยำหมูยอ
       จากนั้นมากินเมนูยำๆ รสแซ่บกันบ้าง อย่าง ยำหมูยอ (59 บาท) เป็นยำจานเด็ดที่ไม่ควรพลาด เพราะทางร้านเลือกหมูยอพริกไทยดำที่สั่งตรงมาจากอุบลราชธานีโดยเฉพาะ นำมายำใส่หอมใหญ่ มะเขือเทศ และผักขึ้นฉ่าย ชิมรสชาติยำหมูยอเนื้อหมูยอเคี้ยวนุ่มปากรสชาติกลมกลืนเข้ากับน้ำยำออก 3 รส เปรี้ยว หวาน เค็ม เจือเผ็ดนิดๆ
ยำนางฟ้า
       ขอต่อด้วยอีกหนึ่งเมนูยำ คือ ยำนางฟ้า (59 บาท) ชื่อเพราะเสียไม่มี แท้ที่จริงก็คือเห็ดนางฟ้าที่ทางร้านนำไปชุบแป้งปรุงรสทอดกรอบ แล้วก็มีน้ำยำที่ปรุงรสมาด้วยหมูสับ ถั่วลิสง มะเขือเทศ หอมใหญ่ ขึ้นฉ่าย และใส่น้ำกระเทียมดองด้วย กินยำนางฟ้ากรอบนุ่ม ชุ่มด้วยน้ำยำออกรสเปรี้ยวนำถูกปากอีกหนึ่งจาน
ต้มแซ่บสามเกลอ
       ท้ายสุดขอปิดมื้อด้วยเมนูน้ำหนึ่งเดียว อย่าง ต้มแซ่บสามเกลอ (59 บาท) ทางร้านตั้งชื่อเสียกิ๊บเก๋ เป็นต้มแซ่บกระดูกหมูอ่อนนี่แหละ แต่สามเกลอที่ว่าคือ ทางร้านเขาเน้นใส่ข้าวคั่ว พริกขี้หนูป่น และใบโหระพา มาในต้มแซ่บ ทำให้ได้ต้มแซ่บที่ซดน้ำร้อนๆ แล้วแซ่บเข้มข้นจัดจ้านถึงใจ แถมหอมข้าวคั่วและใบโหระพาอ่อนๆ ส่วนกระดูกหมูก็เปื่อยนุ่มกำลังดี
นานาอาหารจานเดียวอันชวนกิน
       ถึงแม้ว่าพวกเราจะจัดการปิดมื้ออิ่มกันแต่เพียงเท่านี้ แต่ว่าขอบอกว่าทางร้านเขายังมีผลไม้มาเสิร์ฟให้กินล้างปากแบบฟรีไม่เสียเงิน เลยด้วย แต่ขอบอกเลยว่าเมนูเหล่านี้ถือว่าเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของเมนูเด็ดๆ ที่ชวนกิน เพราะว่าในเมนูอาหารยังมีอาหารอีสานและอาหารตามสั่งอีกหลายอย่างที่น่ากิน มากมาย อาทิ ยำซอสไก่ทอด (59 บาท) ลาบวุ้นเส้น (55 บาท) หมูแดดเทวดา (59 บาท) ข้าวผัดเทวดา (45 บาท) ข้าวไข่ข้นกุ้ง (45 บาท) ข้าวราดหมื่นลี้ทะเล (45 บาท) ข้าวราดนมสดทะเล (45 บาท) กุ้งแช่น้ำปลา (59 บาท) ฯลฯ รวมถึงยังมีเค้กโฮมเมด และไอศกรีมบริการด้วย เรียกว่ามาที่ร้าน “ตำเทวดา” เป็นต้องได้อิ่มกับอาหารพร้อมกับเดินพุงกางกลับออกนอกร้านไป
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน "ตำเทวดา" ตั้งอยู่ที่ 122/41 วิภาวดี ซ.2 (ซอย ม. หอการค้าไทย) เขตดินแดง แขวงดินแดง กทม. การเดินทางถ้าขับรถมาจากถ.วิภาวดี วิ่งตรงมายังม.จักรพงษภูวนารถ ขับรถเข้ามาในมหาลัยฯ แล้วบอกกับรปภ.ว่ามากินอาหารที่ร้านตำเทวดา จากนั้นก็เดินออกมาแล้วเดินตรงมาที่วิภาวดีซ. 2 (ซอย ม. หอการค้าไทย) ตรงเข้ามานิดเดียวจะเห็นร้านตำเทวดาอยู่ริมถนนขวามือ จุดสังเกตอยู่ติดกับธ.ไทยพาณิชย์ เปิดจันทร์-เสาร์ 10.30-21.30 น. (แต่ครัวปิด 21.00 น.) ทางร้านมีบริการจัดส่งนอกสถานที่ด้วย โทร. 0-2275-7129

"นั่งสบาย หายหิว" เหมือนอยู่บ้านอาหารชวนกิน

บรรยากาศโต๊ะนั่งภายในร้านนั่งสบาย หายหิว
       ต้องบอกก่อนเลยว่ามื้อนี้ของการออกมาตระเวนกินอาหารนอกบ้านของ "ตระเวนกิน" เรา มีความรู้สึกเหมือนกับว่าไม่ได้ออกมากินข้าวนอกบ้านที่ร้านอาหารเลยสักนิด เพราะอะไรน่ะหรือ?? ก็เพราะว่าตั้งแต่เปิดประตูบานกระจกใบใหญ่เข้ามาในร้าน เราก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกของบรรยากาศร้านอาหารที่ทาสีฟ้าและสีขาวดูโล่ง โปร่งตา แฝงไว้ด้วยความสดชื่น น่ารัก น่านั่ง น่าสบาย สมกับชื่อร้านที่ว่า "นั่งสบาย หายหิว"
มาที่ร้าน "นั่งสบาย หายหิว" จะได้อิ่มกับอาหารนานาชนิด
       ทางร้านตกแต่งร้านได้อารมณ์เหมือนกับว่าเรากำลังมานั่งกินข้าวอยู่ ที่บ้านตัวเอง หรือบ้านเพื่อนยังไงยังงั้น เพราะมีโต๊ะนั่งในมุมสบายๆ หลายมุมให้เลือกนั่ง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟาเหมือนห้องนั่งเล่น มุมโต๊ะเก้าอี้เหมือนนั่งกินข้าวอยู่ในห้องอาหารที่บ้าน มุมโต๊ะนั่งโซฟาที่ติดกระจกยาวมีหมอนอิงนุ่มๆ ให้นั่งพิง และแถมยังมีชั้นวางหนังสือที่มีหนังสือหลากหลายสไตล์ให้ได้หยิบมาอ่านอย่าง สบายอารมณ์ และยังมีอินเตอร์เน็ต wi–fi ให้เล่นกันฟรีๆ ด้วยอีกต่างหาก แล้วถ้าใครอยากจะมาจัดเลี้ยงจัดสัมมนา ที่ร้านนี้ก็มีห้องประชุมจัดเลี้ยงบริการด้วย 1 ห้องอยู่ด้านบน ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แถมยังมีคาราโอเกะให้ร้องด้วยอีกต่างหาก
อีกหนึ่งมุมโต๊ะนั่งสบายๆ
       และนอกเหนือจากความสบายที่เราได้รับจากบรรยากาศของร้านแล้ว ก็ต้องบอกว่ายังหายหิวตามชื่อร้านด้วย เพราะว่าที่นี่มีอาหารไทยสไตล์ฟิวชั่น ที่นำเอาอาหารอร่อย ๆ หลากหลายชาติเข้ามารวมไว้ในเมนูหายหิวของร้านมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชาติญี่ปุ่น จีน ไทย ยุโรป ที่มีให้เลือกลองลิ้มมากมาย
ฟรุ้ตสลัด (สลัดผลไม้)
       ในมื้อนี้ "ตระเวนกิน" ก็เลยสั่งเมนูที่ชวนกินของทางร้านมาเสียมากมายเต็มโต๊ะไปหมด เริ่มจากจานแรกสตาร์เครื่องด้วยเมนูเบาๆ อย่าง ฟรุ้ตสลัด หรือ สลัดผลไม้(79 บาท) ทางร้านนำเอาผลไม้หลายอย่างอาทิ สาลี่ แอปเปิ้ล ฝรั่ง สับปะรด หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ แล้วก็โรยหน้าด้วยผักมีกะหล่ำปลีสีม่วง แครรอท และพริกแดง พริกเหลือง แล้วก็ราดด้วยน้ำสลัดข้นๆ และที่พิเศษคือเสิร์ฟมาในตะกร้าที่ทำมาจากเผือกสานเป็นตะกร้าทอดกรอบ กินสลัดผลไม้กุบกรอบเข้ากับน้ำสลัดรสกลมกล่อม แถมยังได้กินเผือกทอดกรอบๆ ด้วย
สลัดปลากะพงกรอบ
       ต่อด้วยเมนูเบาท้องอีกหนึ่งอย่าง คือ สลัดปลากะพงกรอบ (89 บาท) เป็นปลากะพงแล่บางๆ หมักเครื่องเทศสูตรแล้วชุบแป้ง คลุกโรยเกล็ดขนมปังทอดจนเหลืองกรอบนอกนุ่มใน แล้วก็ราดหน้าด้วยน้ำสลัด เสิร์ฟพร้อมสลัดผักสด ชิมสลัดปลากะพงแล้วต้องยกนิ้วให้ เพราะเนื้อปลาเคี้ยวกรอบนอกนุ่มในเบาปากไม่คาว กลมกลืนรสชาติเข้ากันน้ำสลัดรสดี
ชุดสลัดกุ้งกรอบ
       ยังขอต่อด้วยเมนูที่น้ำสลัดกันอีกสัก 1 เมนูที่ออกสไตล์ญี่ปุ่นนิดๆ นั่นคือ ชุดสลัดกุ้งกรอบ (89 บาท) ตัวกุ้งนั้นทำคล้ายกุ้งเทมปุระ คือนำมากุ้งมาชุบแป้งและชุบเกล็ดขนมปังทอดจนเหลืองกรอบ เสิร์ฟมากับสลัดผัก และน้ำสลัดครีมข้นที่ทางร้านปรุงขึ้นมาเป็นพิเศษ และโรยหน้าด้วยงาขาวคั่วเพิ่มความหอม
ไก่กรอบซอสมะนาว
       ไก่กรอบซอสมะนาว (119 บาท) เมนูนี้ทางร้านบอกว่าเป็นสไตล์ไทย+ยุโรปเป็นเมนูขายดี มีความเป็นไทยอยู่ที่ไก่ที่ทางร้านเลือกใช้เนื้อไก่ส่วนอกที่ติดหนังด้วย และมีความพิเศษอยู่ตรงที่จะนำเนื้อไก่สับ มันหมู และกุ้งสับที่ผสมรวมกันนำมาโปะอยู่บนหนังไก่ ก่อนที่จะนำชิ้นเนื้อไก่ไปชุบแป้ง คลุกเกล็ดขนมปังทอดจนไก่สุกกรอบ และความเป็นยุโรปก็อยู่ที่ตัวซอสมะนาวสูตรเด็ดของทางร้านที่นำมาราดบนชิ้น ไก่ กินไก่เนื้อแน่นกรอบนอกนุ่มลิ้น ผสานรสชาติเข้ากับซอสมะนาวโรยงาขาวที่ออกรสอมเปรี้ยว อมหวานนิดๆ แถมยังมีเส้นหมี่ขาวทอดกรอบมาให้กินแนมเครื่องเคียงแก้เลี่ยนด้วย
ยำสลัดทูน่า
       กินเมนูที่มีน้ำสลัดมาหลายจานแล้ว เกรงจะเลี่ยนกันไป มาสลับรสชาติกินเมนูยำๆ เพิ่มความจัดจ้านด้วยด้วย ยำสลัดทูน่า (79 บาท) ทางร้านนำทูน่ามายำด้วยน้ำยำแบบไทยๆ กับผัดหลากสีสัน และใส่น้ำสลัดสูตรเด็ดลงไปคลุกเคล้าด้วย ทำให้สลัดทูน่าจานนี้ ได้รสชาติเปรี้ยวจากน้ำยำและความหวานจากน้ำสลัดที่ลงตัวเข้ากันกับทูน่า
ยำหมูทอดแดดเดียว
       ตามมาด้วย ยำหมูทอดแดดเดียว (75 บาท) ถือเป็นอีกหนึ่งจานเด็ดที่ไม่ควรพลาด เพราะทางร้านนำหมูทอดแดดเดียวที่หมักเครื่องเทศรสกลมกล่อม นำมายำใส่ผักและน้ำยำสูตรเด็ด ทำให้หมูทอดแดดเดียวจานนี้กินแล้วเนื้อหมูทอดเคี้ยวหนึบปากออกหวานนิดๆ ผสานรสชาติเข้ากับน้ำยำที่ออกเปรี้ยวจี๊ดจ้านโดนใจ
กุ้งผัดซอสมะขาม
       จากนั้นขอปิดท้ายด้วยเมนู กุ้งผัดซอสมะขาม (129 บาท) เป็นกุ้งแม่น้ำคลุกแป้งทอดเหลืองกรอบพอดี แล้วก็ราดด้วยซอสมะขามสูตรเด็ด โรยหน้าด้วยหอมเจียวทอดกับพริกทอด กินกุ้งตัวโตซึมรสชาติน้ำซอสมะขามเข้มข้นออกรสเปรี้ยวนิด หวานหน่อยกลมกล่อมลิ้น
โต๊ะมุมนี้ก็ชวนนั่ง
       แต่เท่าที่ "ตระเวนกิน" ได้เห็นรายการอาหารของที่นี่ต้องบอกว่ายังมีเมนูอื่นๆ อีกหลายอย่างที่ชวนกิน อาทิ ทอดมันกุ้ง (79 บาท) ปลากะพงทอดกระเทียม (179 บาท) เซ็ทแกงเขียวหวานไก่+ทอดมันปลา+ข้าว (99 บาท) เซ็ทส้มตำไทย+ไก่ทอดสมุนไพร+ต้มแซบกระดูกอ่อน+ข้าวเหนียว (99 บาท) และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย ที่ชวนให้มาอิ่มกันแบบสำราญตามสไตล์ของร้าน "นั่งสบาย หายหิว"
บรรยากาศของห้องประชุมจัดเลี้ยง
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน"นั่งสบาย หายหิว" ตั้งอยู่ที่หน้า Tops RCA ร้านเปิดจันทร์-ศุกร์ 11.00-22.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 11.30-22.00 น. ทางร้านมีบริการเดลิเวอร์รี่ส่งฟรีไม่เกิน 5 กม. โทร. 08-5550-9009 หรือเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่www.nungsabai.com

"Delicatezza" ละเมียดละไม ในรสอิตาเลียน

บรรยากาศโต๊ะนั่งชั้นล่างของร้าน "Delicatezza"
       การเดินทางมายังซอยทองหล่อของ "ตระเวนกิน" ในหลายๆครั้ง ส่วนใหญ่จุดมุ่งหมายมักจะอยู่ที่ร้านอาหารจานเด็ด เพราะซอยนี้เรียกได้ว่าเป็นแห่งรวมอาหารที่ถูกปากถูกใจเรามากมาย
อีกหนึ่งมุมโต๊ะนั่งชั้นล่าง
       เฉกเช่นมื้อนี้เมื่อเราได้เดินทางมาเยือนซอยทองหล่อกันอีกแล้ว และไม่ได้มาเพียงลำพังแต่มาพร้อมกับเพื่อนคอเดียวกันที่ชื่นชอบกินอาหาร อิตาเลียนเอามากๆ ซึ่งในมื้อนี้พวกเรามีจุดมุ่งหมายตรงดิ่งมาที่ซ.ทองหล่อ 10 เพื่อมายังร้าน "Delicatezza" (เดลิคาเตซซ่า) เป็นภาษาอิตาเลียน แปลว่า ละเมียดละไม
บรรยากาศโต๊ะนั่งชั้นบน
       พวกเรามีมูลเหตุจูงใจที่ทำให้อยากมากินอาหารอิตาเลียนที่ร้านนี้ ก็เพราะสืบทราบรู้ว่าจากพรรคพวกนักกินด้วยกันว่าที่นี่เขาบริการอาหารแบบ อิตาเลียนระดับพรี่เมี่ยมแบบโฮมเมดขนานแท้อันเลิศรส โดยมีคุณ ศริยา พอลลา เจริญผล หรือ พี่แป๊ว ซึ่งเป็นแฟนพันธมิตรกู้ชาติ ผู้เป็นทั้งเจ้าของร้านและเป็นเชฟฝีมือเอกเข้าครัวปรุงอาหารเองด้วย
Grilled vegetable
       อาหารอิตาเลียนที่นี่มีความหลากหลายให้เลือกสั่งมากินมากมายหลายเมนู มื้อนี้"ตระเวนกิน"จึงขอเลือกที่จะสั่งเมนูไฮไลท์จานเด่นของที่นี่มากินแบบ ตามใจปาก โดยเริ่มกันที่ Grilled vegetable (380 บาท++) เป็นผักย่างหลายอย่างสีสันชวนกิน มีทั้งพริกหวานสีแดง-สีเหลือง เห็ดออเรนจิ มะเขือม่วง ซูกินี่ แอสพารากัส ที่นำไปกริลล์ในกระทะจนผักสุกกำลังดี แล้วราดด้วยน้ำสลัดบาซามิคโก้กับโอลีฟออย ผักย่างแต่ละอย่างล้วนมีรสชาติของผักย่างที่หอมหวาน ผสานกับรสชาติเปรี้ยวๆ ของน้ำสลัดเข้ากันถูกปากดีนักเชียว
Smoked salmon Carpaccio
       แล้วจานต่อมาก็ถูกเสิร์ฟมาเป็น Smoked salmon Carpaccio (490 บาท++) แซลมอนญี่ปุ่นรมควันสไลด์เป็นชิ้น ราดด้วยบาซามิคโก้ และมีผักร็อคเก็ตสลัด กับพาเมซานชีส ใส่มาด้วย กินเนื้อปลาแซลมอนเนื้อนิ่มหอมกลิ่นรมควัน รสหวานนุ่มลิ้นซึมรสชาติน้ำบาซามิคโก้ออกเปรี้ยวๆ เจือหวาน เป็นอะไรที่กลมกลืนรสชาติเข้ากันดี
Seafood Soup
       จากนั้นพวกเราสั่งซุปมากินกัน เป็น Seafood Soup ( 499 บาท++) ซุปถ้วยนี้ชามโตไม่ใช่เล่น และอุดมไปด้วยของทะเลนานา มีกุ้งแชบ๊วยตัวใหญ่ ปลาหมึก หอยลาย หอยตลับ หอยแมลงภู่ ที่ล้วนแล้วแต่เนื้อหวานสดทั้งนั้น กินเข้ากันกับซุปซอสมะเขือเทศหอมหวานรสละมุนกลมกล่อม เจือรสเผ็ดปลายลิ้นนิดๆ
Penne smoked salmon cream sauce
       หลังจากได้ซดซุปร้อนๆ พอให้ได้คล่องคอ พวกเราก็สั่งเมนูพาสต้ามากินกันต่อ ที่นี่มีเมนูพาสต้าให้เลือกสั่งมากมาย แต่ถ้าถามถึงเมนูขึ้นหน้าขึ้นตาที่ว่ามาแล้วต้องสั่งมากินให้ได้ต้องเมนูนี้ เลย Penne smoked salmon cream sauce (390 บาท++) แต่ก็ต้องบอกก่อนว่าเหมาะสำหรับคนชอบกินพาสต้าแบบครีมซอส เพราะทางร้านจะนำซอสมะเขือเทศผสมกับครีมซอสสูตรพิเศษใส่พาเมซานชีสและปรุง เคี่ยวอยู่นานจนได้เป็นซอสครีมข้นออกสีส้มๆ นำมาผัดกับพาสต้าเพนเน่และแซลมอนจากเดนมาร์ค ชิมพาสต้าจานนี้แล้วโดนใจปากมากๆ ตัวครีมซอสมะเขือเทศจะสอดแทรกซึมเข้าไปในตัวพาสต้าเพนเน่เนื้อนิ่ม รสหวานนุ่มเนียนละมุนละไมจริงๆ
Spaghetti with Rock Lobster and white wine
       แต่ถ้าไม่ชอบกินพาสต้าแบบครีมซอส ขอเสนอเมนูนี้ Spaghetti with Rock Lobster and white wine (650 บาท++) เป็นสปาเก็ตตี้เส้นเล็กเอามาผัดกับน้ำมันมะกอก ใส่กระเทียม ไวน์ขาว และใส่เนื้อล็อบสเตอร์ลงไป พร้อมกับใส่พริกนิดหน่อยเพื่อเพิ่มความเผ็ด ม้วนเส้นสปาเก็ตตี้เข้าปากเคี้ยวเส้นเหนียวนุ่มได้รสชาติความหอมของน้ำมัน มะกอกและไวน์ขาว กลมกล่อมรสชาติเข้ากับเนื้อล็อบสเตอร์หวานนุ่มลิ้น
Lamb chop
       พอได้กินเมนูพาสต้าไปแล้วถึง 2 จาน คราวนี้มากินเมนคอร์สกันต่อเป็น Lamb chop (499 บาท++) ที่ถ้าใครชอบกินเนื้อแกะไม่ควรพลาดลิ้มรสเด็ดขาด เพราะที่นี่คัดสรรส่วนของเนื้อแกะที่ดีมาทำ โดยจะนำมาชิ้นเนื้อแกะมาหมักกับเครื่องเทศหลายอย่างและหมักทิ้งไว้ข้ามวันจน เครื่องเทศซึมถึงเนื้อในแกะ แล้วนำมากริลล์ให้สุกเสิร์ฟมาร้อนๆ มีกระเทียมกับโรสแมรี่โรยหน้ามาด้วย ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายจนต้องรีบหั่นชิ้นเนื้อแกะแล้วส่งเข้าปากเคี้ยวเนื้อ แกะหอมนุ่มเหนียวหนึบหนับ ได้รสชาติเครื่องหมักที่เข้มข้นซึมถึงเนื้อในแกะ โดยไม่ต้องมีน้ำเกรวี่หรือน้ำซอสอะไรจิ้มเพิ่มรสชาติ และที่สำคัญไม่มีกลิ่นสาปแกะเลย
Ice Cream และ Tiramisu
       กินเมนูของคาวไปจนจะอิ่มท้อง แต่แน่นอนว่าพวกเราก็ไม่ลืมที่จะเหลือพื้นที่ในท้องไว้กินของหวานด้วย เพราะที่นี่มีไอศกรีมโฮมเมดที่ทางร้านทำเองให้เลือกสั่งมากินเป็นเมนูล้าง ปากแบบเย็นชื่นฉ่ำลิ้นอย่างหลากรสชาติ รสที่ขอแนะนำมี Sunkist Sorbet (210 บาท++) จะได้สัมผัสถึงรสชาติไอศกรีมที่มีเนื้อส้มล้วนๆ เปรี้ยวๆ หวานๆ กินแล้วเย็นสดชื่นฉ่ำปาก แถมมีเปลือกส้มต้มกับไวน์ขาวราดมาเป็นท็อปปิ้งด้วย
มุมห้องเก็บไวน์
       ส่วนอีกหนึ่งรสชาติที่ไม่ควรพลาดแถมหากินได้ยากคือ Chestnut Ice Cream (210 บาท++) เป็นไอศกรีมเกาลัดเนื้อเนียน ที่ทำมาจากเกาลัดเชื่อมของฝรั่งเศส มีเนื้อเกาลัดให้เคี้ยวนุ่มละมุนไปกับเนื้อไอศกรีมรสหวานกำลังดี และราดด้วยท็อปปิ้งเกาลัดหวานหอม แล้วก็ขอปิดท้ายด้วยอีกหนึ่งเมนูของหวานประจำร้านที่ขายดี นั่นคือ Tiramisu (210 บาท++) เนื้อแน่นเนียนนุ่มเข้มข้นไปด้วยรสชาติของกาแฟเย็นฉ่ำปาก
ครัวเปิดของร้านที่เห็นขั้นตอนการปรุงอาหารของเชฟ
       เหล่านี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวของเมนูจานเด็ด ที่ “ตระเวนกิน” และเพื่อนได้ลองลิ้มและติดใจในรสชาติ จนต้องขอนำมาเสนอให้มิตรรักรักนักกินได้ลองตามไปชิมกันบ้าง แต่ว่านอกจากนี้แล้วก็ยังมีเมนูอื่นๆ อีกมากในรายการที่ชวนกินไม่แพ้กัน อาทิ Mixed Salad (240 บาท++) Spaghetti alla Carbonara (340 บาท++) Seabass with green sauce (499 บาท++) Grilled Devil Chicken (490 บาท++) และเมนูอื่นๆ อีกสารพัดที่ชวนให้ได้มานั่งละเมียดละไมไปกับการกินอาหารอิตาเลียนที่ “Delicatezza”
       

       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "Delicatezza" (เดลิคาเตซซ่า) ตั้งอยู่ที่ 145 ซ.ทองหล่อ 10 ถ. สุขุมวิท คลองตันเหนือ วัฒนา กทม. การเดินทางนั่งรถไฟฟ้าBTS มาลงที่สถานีทองหล่อ แล้วตรงเข้ามาที่ทองหล่อซ.10 เข้ามาในซอยนิดเดียวจะเห็นร้านเดลิคาเตซซ่าตั้งอยู่ทางซ้ายมือ ภายในร้านมีที่จอดรถ เปิดอังคาร-อาทิตย์ เวลา 11.30-14.30 และ 17.30-23.00 น. โทร. 0-2392-4977 ถึง 8, 08-1989-8947