ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

"Katsu King" กรอบนอกนุ่มใน ทงคัตสึสไตล์ยุ่นแท้

บรรยากาศโต๊ะนั่งภายในร้าน Katsu King
       ซูชิ..ซาซิมิ..ราเมน..ชาบู ชาบู..เหล่านี้คือชื่อของเมนูอาหารญี่ปุ่นที่นักกินชาวไทยคุ้นลิ้นและเคยปากกันทั้งนั้น
      
       แต่ถ้าหากเอ่ยชื่อ "ทงคัตสึ" ขึ้นมา สำหรับคนที่ไม่ใช่คออาหารญี่ปุ่นอาจจะสงสัยว่านี่คือเมนูอะไรและหน้าตาเป็น อย่างไร แต่ถ้าใครเป็นคออาหารยุ่นตัวยงก็คงจะรู้กันดีว่า ทงคัตสึ นี้ก็คือ หมูทอด "ทง" หมายถึง เนื้อหมู "คัตสึ" หมายถึง ชิ้นเนื้อเป็นแผ่นโรยด้วยเกล็ดขนมปังทอดในน้ำมัน ในญี่ปุ่นบางทีอาจจะเรียกสั้นๆ ว่า "คัตสึ" ซึ่งก็หมายถึง ทงคัตสึ หรืออาหารที่ชุบเกล็ดขนมปังทอดนั่นเอง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอาหารยอดนิยมของชาวอาทิตย์อุทัยที่นิยมทำกินกันเองที่บ้าน
นั่งสบายภายในร้านKatsu King
       และที่พูดถึงทงคัตสึขึ้นมาก็เพราะว่าในมื้อนี้ "ตระเวนกิน" จะขอพามิตรรักนักกินโดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบทงคัตสึทั้งหลาย ได้ไปลิ้มรสชาติเมนูทงคัตสึรสดีสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ กันที่ร้าน "Katsu King" ซึ่งร้านนี้ขายแต่ทงคัตสึอย่างเดียวเท่านั้น และโดดเด่นในเรื่องของทงคัตสึสูตรเด็ดแบบต้นตำรับชาวญี่ปุ่นแท้ๆ ที่มีความพิเศษอยู่ที่ซอสทงคัตสึ ที่ทางร้านทำขึ้นเป็นพิเศษ โดยตัวซอสทำมาจากซอสเปรี้ยวญี่ปุ่น 3 ชนิด ผลไม้ 5 ชนิด (มีมะม่วงสุกเป็นหนึ่งในส่วนผสมพิเศษ) และมีธัญพืชอีก 2 ชนิด นำมาต้มเคี่ยวปรุงตามสูตรเด็ดจนได้ออกมาเป็นน้ำจิ้มทงคัตสึรสเด็ด แถมยังมีงาขาวให้บดเพิ่มความหอมลงไปในน้ำซอสด้วย
หมูม้วน
       อีกหนึ่งความพิเศษของทงคัตสึที่ร้านนี้ก็คือ ตัวเกล็ดขนมปังที่ใช้คลุกกับเนื้อสัตว์ต่างๆ นั้น ทางร้านเลือกใช้เกล็ดขนมปังที่เป็นเกล็ดขนมปังสด ที่มีความนุ่มและฟูกรอบไม่แข็งกระด้าง ดูดซึมน้ำซอสได้ดี และที่นี่ก็ใช้น้ำมันพืชผสมน้ำมันถั่วเหลืองใหม่ๆ ในการทอดอาหาร แล้วก็ยังมีน้ำสลัดสูตรงาขาวผสมกับหัวหอมเป็นน้ำสลัดรสชาติดีไว้ให้กินคู่ กับผักกะหล่ำปลีฝอยที่จะมีเสิร์ฟมาให้ในเมนูทงคัตสึต่างๆ
      
       ถึงตรงนี้แล้วหลายคนคงชักอยากจะรู้แล้วว่าที่นี่มีเมนูทงคัตสึอะไร ที่น่ากินบ้าง เอาเป็นว่าตามมาชิมกันดีกว่า ซึ่งเมนูทงคัตซึของที่นี่มีให้เลือกกินแบบหลายหลากจริงๆ โดยมีเมนูเด่นๆ อยู่ด้วยกันหลายรายการ อย่างเมนูแรกมีชื่อว่า หมูม้วน (220 บาท เซ็ท 270 บาท) เป็นเนื้อหมูส่วนสันนอกสไลด์บางๆ แล้วห่อม้วนสอดไส้ที่มีให้เลือกถึง 3 ไส้ คือมีไส้บ๊วย ไส้กระเทียม และไส้ชีส 3 อย่างรวมกัน แล้วจึงนำไปชุบแป้ง ชุบไข่ และคลุกเกล็ดขนมปังทอดจนเหลืองกรอบชวนกิน ลิ้มรสหมูม้วนหมูเนื้อนิ่มกรอบนอกนุ่มใน ได้รสชาติของไส้ต่างๆ ที่ลงตัวเข้ากัน กินคู่กับน้ำจิ้มทงคัตสึที่หอมหวานกลมกล่อมโดนใจปาก
หมูสันในทอด
       และตามมาชิมกันต่อที่เมนู หมูสันในทอด (170 บาท เซ็ท 220 บาท) ทางร้านนำหมูสันในมาปรุงรสชาติตามสูตรเด็ด และก็มีให้เลือกทั้งแบบไม่มีไส้ หรือแบบมีไส้ข้างในด้วยก็มีให้เลือก 3 ไส้ คือไส้มอสซาเรลล่าชีส ไส้กระเทียม และไส้โมจิ แล้วจึงนำหมูไปชุบแป้ง ชุบไข่ พร้อมกับคลุกเกล็ดขนมปังแล้วทอดจนสุกกรอบ กินตอนร้อนๆ จะสัมผัสได้ถึงความกรอบของเกล็ดขนมปังที่ไม่อมน้ำมันและเนื้อหมูนิ่มเคี้ยว นุ่มได้รสชาติที่ดี
หมูดำ
       จากนั้นมากินกันต่อกับเมนู หมูดำ (270 บาท เซ็ท 320 บาท) ที่มีความพิเศษอยู่ตรงเนื้อหมู เป็นหมูสายพันธุ์ที่เรียกว่า หมูดำ ( Kurobuta) ที่ทางร้านสั่งตรงมาเป็นพิเศษจากฟาร์ม Kuroda ที่เลี้ยงอยู่ที่โคราช ทางร้านนำเนื้อหมูดำมาแล่เป็นชิ้นๆ แล้วปรุงรสชาติตามสูตรเด็ด ชุบแป้ง ไข่ และเกล็ดขนมปัง แล้วจึงนำไปทอดจนสุกเหลืองกรอบ ลิ้มรสชาติหมูดำกรอบนอกกรุบกรอบเกล็ดขนมปังส่วนเนื้อหมูดำนุ่มหวานฉ่ำปาก
กุ้งทอด
       กินเมนูหมูติดๆ กันหลายอย่างแล้ว หันมากินเมนูซีฟู้ดกันบ้าง ถ้าใครชอบกินกุ้งตัวโตๆ แนะนำว่าต้องสั่งเมนูนี้เลย กุ้งทอด (220 บาท เซ็ท 270 บาท) เป็นกุ้งลายเสือตัวโตสดๆ จากเขาตะเกียบที่หัวหินที่ทางร้านสั่งมาเป็นพิเศษ แล้วนำมาปรุงรสชาติ ชุบแป้ง ชุบไข่ และเกร็ดขนมปังเช่นกันก่อนจะนำไปทอดจนกุ้งสุกเหลืองกรอบน่ากิน ตัวกุ้งข้าวนอกเคี้ยวกรอบส่วยเนื้อในนุ่มหวานได้รสชาติกุ้งที่สดจริงๆ จิ้มกินกับน้ำจิ้มทงคัตสึเพิ่มรสชาติหอม หวานนุ่มละมุน
Hamburg
       พอกินกุ้งกันแล้วก็มากินเมนูเนื้อๆ อย่าง Hamburg (210 บาท เซ็ท 260 บาท) กันต่อ ถือว่าเป็นเมนูพิเศษที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอ เพราะได้นำเอาเนื้ออย่างดีมาบดผสมปรุงรสชาติตามสูตรเด็ดเฉพาะแล้วก็ปั้นเป็น ก้อนกลมๆ เหมือนแฮมเบอร์เกอร์ แล้วก็มีซอสDemi-Glace รสเด็ดราดมาบนชิ้นเนื้อ และเสิร์ฟมาบนกระทะร้อน ส่งกลิ่นหอมชวนกิน ลองลิ้มเนื้อเคี้ยวแน่นนุ่มปากชุ่มน้ำซอสรสกลมกล่อมถูกปาก
แกงกะหรี่
       ขอส่งท้ายด้วยเมนูข้าวชวนกินอย่าง แกงกะหรี่ (เริ่มต้น 210 บาท) เป็นข้าวแกงกะหรี่ที่ทางร้านพิถีพิถันในการปรุงเครื่องแกงกะหรี่เป็นอย่าง มาก จนได้แกงกะหรี่ที่เข้มข้น นำมาราดบนเนื้อสัตว์ที่มีให้เลือกกินตามใจชอบ มีทั้งเนื้อหมูสันใน หมูสันนอก กุ้ง และปลา และก็มีข้าวญี่ปุ่นเม็ดนุ่มๆ กินแกงกะหรี่รสชาติเข้มข้นถึงเครื่องแกงกะหรี่หอมๆ กับเนื้อหมูนุ่มๆ อิ่มท้อง และทั้งหมดที่กล่าวมานี้นี้ก็คือแค่บางส่วนของเมนูทงคัตสึอันชวนกินของร้าน "Katsu King" ที่หากใครอยากจะลองลิ้มชิมรสก็เชิญเดินทางมาพิสูจน์รสชาติกันได้ด้วยตัวเอง
ร้าน "Katsu King" (คัตสึ คิง)
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "Katsu King" (คัตสึ คิง) ตั้งอยู่ที่ @ the manor 39 arcade 32/1 สุขุมวิท ซอย 39 วัฒนา กรุงเทพฯ การเดินทางนั่งรถไฟฟ้าBTS มาลงที่สถานีพร้อมพงษ์ แล้วลงทางฝั่งซ.สุขุมวิท 39 ตรงเข้ามาในซ.สุขุมวิท 39 ประมาณ 500ม. จะเห็นตึกเดอะแมนเนอร์ทางขวามือ ร้านคัตสึ คิงจะตั้งอยู่ด้านใน มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน เปิดจันทร์-ศุกร์ 11.30-14.00 น. และ 17.30-22.00 น. เสาร์ – อาทิตย์ 11.30-22.00 น. โทร. 0-2260-0776
      
       พิเศษ!! หากปริ๊นหน้าเว็บนี้แล้วถือมากินอาหาร ทางร้านยินดีมอบส่วนลดให้ 10% (ทุกวันจันทร์-ศุกร์) ตั้งแต่วันนี้ – 31 มี.ค. นี้

"สปาฟู้ดส์" อิ่มนี้เพื่อสุขภาพ

บรรยากาศร้านสปาฟู้ดส์ สาขาโกลเด้นเพลซ พระราม 9
       สมัยนี้ผู้คนให้ความสนใจ และใส่ใจกับเรื่องของการบริโภคอาหารกันมากขึ้น ต่างคำนึงถึงเรื่องโภชนากาและคุณค่าของสารอาหารที่ร่างกายจะได้รับ ดังจะเห็นได้จากการที่มีผู้คนจำนวนไม่น้อย หันมาให้ความสนใจในเรื่องของการกินอาหารที่เรียกว่า "มังสวิรัติ" กันมากขึ้น คำว่า มังสวิรัติ นั้นมาจากคำว่า มังสะ + วิรัติ มังสะ แปลว่า เนื้อ วิรัติ แปลว่า ปราศจากความยินดี ละเว้น
สะเต๊ะ
       ดังนั้นการกินอาหารมังสวิรัติ ก็คือการที่ไม่กินเนื้อสัตว์ และอาหารส่วนใหญ่ที่กินก็จะประกอบไปด้วย ข้าว ซึ่งรวมถึงข้าวทุกชนิดในลักษณะของข้าวกล้องหรือข้าวขัดสี และผลิตภัณฑ์จากข้าว ถั่ว ได้แก่ถั่วเมล็ดแห้งต่าง ๆ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วลิสง รวมถึงผลิตภัณฑ์จากถั่ว เช่น เต้าหู้ต่าง ๆ เมล็ด เช่น งา เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน และ ผักผลไม้ทุกชนิดดื่มตามฤดูกาล เรียกได้ว่าเป็นการกินแต่สารอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย
บล็อกโคลี่ผัดกุ้ง
       และหากว่ามิตรรักนักกินท่านไหน ที่เป็นคนหนึ่งที่รักสุขภาพ หรือว่ากินมังสวิรัติอยู่แล้ว ในมื้อนี้ "ตระเวนกิน" มีอีกหนึ่งร้านอาหารมังสวิรัติ เพื่อสุขภาพมาแนะนำ ร้านที่ว่านั้นก็คือ "สปาฟู้ดส์" (Spa Foods) สาขาโกลเด้นเพลซ พระราม 9 ที่ถือว่าเป็นร้านอาหารเพื่อสุขภาพสไตล์ Trendy ดูโปร่งโล่ง อบอุ่น ภายในร้านมีโต๊ะเก้าอี้สีขาวให้เลือกนั่งดูสะอาดตา แบบผ่อนคลาย ด้านในเป็นห้องแอร์ ส่วนด้านนอกเป็นโต๊ะนั่งใกล้ร่มเงาไม้รับลมเย็นๆ เหมาะที่จะมานั่งกินอาหารในมื้อง่ายๆ สบายๆ
      
       อาหารของที่สปาฟู้ดส์ ต้องบอกว่าเป็นอาหารที่ปราศจากเนื้อสัตว์อย่างแท้จริง เพราะทางร้านได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทางร้านได้คิดค้นพัฒนาขึ้นเอง ซึ่งเรียกว่าเป็นผลิตภัณฑ์โปรตีนถั่วเหลือง ที่ใช้ถั่วเหลืองคัดพิเศษ คุณภาพดี ที่ได้ผลิตและพัฒนาขึ้นมาให้เหมือนเนื้อสัตว์จริง ๆ และยังมีคุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่ากับเนื้อสัตว์จริงๆ และมีกรดอะมิโนจำเป็นครบตามความต้องการของร่างกาย แล้วที่สำคัญตัวโปรตีนถั่วเหลืองของที่นี่ไม่มีสารก่อมะเร็ง ไม่มีสารบอแร็กซ์ หรือส่วนผสมของผงชูรส และให้พลังงานจากโปรตีนที่สมบูรณ์ นอกจากนี้แล้วผลิตภัณฑ์บางตัวยังมีส่วนผสมจากบุก ซึ่งมีไฟเบอร์สูงช่วยการดูดซึมของไขมันออกจากร่างกาย ทำให้สาวๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องความอ้วนอีกด้วย
ส้มตำไก่ทอด
       สำหรับเมนูอาหารของที่นี่เป็นสไตล์อาหารไทยจานเดียว กินง่ายๆ และมีเมนูมากมายหลายหลากให้เลือกกินได้ตามใจชอบ แถมยังมีการบอกด้วยว่ากินเมนูนี้แล้วร่างกายจะได้รับพลังงานกี่กิโลแคลอรี่ และเมนูที่น่าลองชิมกันให้ได้ก็มีหลายเมนูด้วยกัน
      
       อย่างเมนูแรกเป็นเมนูเบาๆ ท้อง อย่าง สะเต๊ะ (59 บาท) หน้าตาเหมือนหมูสะเต๊ะเอามาก ตัวสะเต๊ะเนื้อนุ่มทำมาจากโปรตีนถั่วเหลือง คัดพิเศษหมักด้วยเครื่องเทศชั้นดี ผสมกับนมสดจนเข้ากับเนื้อสะเต๊ะ เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มสะเต๊ะสูตรเด็ดของทางร้าน และมีขนมปังปิ้งกับอาจาดด้วย ชิมรสชาติสะเต๊ะเนื้อนุ่มรสดี จิ้มกินกับน้ำจิ้มสะเต๊ะเพิ่มรสชาติหอม หวาน มัน ครบรส ให้พลังงาน 520 กิโลแคลอรี่
ข้าวซอยอกไก่
       แล้วมากินเมนูนี้กันต่อ ส้มตำไก่ทอด(69 บาท) หน้าตาดีชวนกิน มีส้มตำไทยรสชาติครบรสถูกปากตามสไตล์ส้มตำไทยแท้ เคียงข้างมาด้วยไก่ทอดที่ได้จากไก่โปรตีนถั่วเหลือง ที่นำไปชุบเกล็ดขนมปังทอดกรอบ เคี้ยวกรอบนอกนุ่มใน กินเข้าคู่กับส้มตำเป็นอย่างดี เมนูนี้ให้พลังงาน 420 กิโลแคลอรี่
      
       ต่อด้วยเมนูผักๆ อย่าง บล็อคโคลี่ผัดกุ้ง (69 บาท) เป็นบล็อคโคลี่สีเขียวสดผัดปรุงรสเข้ากับกุ้งตัวโตที่ทำมาจากบุกผสมโปรตีน ถั่วเหลืองให้ไฟเบอร์สูง ย่อยง่ายให้สารอาหารมากมาย กินแล้วได้พลังงาน150 กิโลแคลอรี่
ก๋วยเตี๋ยวเรือ
       จากนั้นหันมากินเมนูเส้นๆ กันบ้างกับเมนูนี้ ข้าวซอยอกไก่ (69 บาท) อาหารแนวเหนือรสชาติดี ตรงที่น้ำข้าวซอยรสชาติเข้มข้นกลมกล่อมถูกลิ้น แล้วอกไก่ที่ว่าก็เนื้อนุ่ม เพราะเป็นอกไก่ที่ทำจากโปรตีนถั่วเหลืองคัดพิเศษ กินข้าวซอยชามนี้แล้วได้พลังงานถึง 590 กิโลแคลอรี่
      
       และขอส่งท้ายด้วยอีกหนึ่งเมนูเส้นๆ ซดน้ำร้อนๆ อย่าง ก๋วยเตี๋ยวเรือ (59 บาท) ที่กินแล้วได้รสชาติก๋วยเตี๋ยวเรือร้อนๆ น้ำซุปรสกลมกล่อม ในชามเต็มไปด้วยเครื่องหลายยอย่าง มีทั้งตับ เนื้อ ทำจากโปรตีนถั่วเหลือง ส่วนลูกชิ้นทำจากบุกผสมโปรตีนถั่วเหลือง กินก๋วยเตี๋ยวเรือชามนี้ได้พลังงาน 275 กิโลแคลอรี่
โต๊ะนั่งด้านนอกรับลมธรรมชาติ
       แต่ก็ใช่ว่าจะมีแค่เมนูเหล่านี้เท่านั้นที่ชวนกิน เพราะว่าหากได้เห็นเมนูอาหารของที่ร้านจะรู้ว่ายังมีอีกหลายเมนูสุขภาพที่ น่าลิ้มลองมากมาย อาทิ บะหมี่เป็ดปักกิ่ง (59 บาท) ผัดพริกไทยดำเนื้อสัน (79 บาท) สามชั้นผัดพริกแกง (79 บาท) น้ำพริกทูน่า ( 79 บาท) ปลาหิมะนึ่งมะนาว (79 บาท) ข้าวมันอกไก่/ไก่ทอด (69 บาท) เห็นทีว่าหากใครเป็นผู้ที่กินอาหารมังสวิรัติอยู่แล้ว หรือหากใครอยากจะกินอาหารเพื่อดูแลสุขภาพของตัวเองดู ก็ลองแวะเวียนมาสัมผัสกับอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี แถมไม่มีเนื้อสัตว์เลยกันได้ที่ร้าน "สปาฟู้ดส์"
       

อีกหนึ่งมุมโต๊ะนั่งสบายๆ
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "สปาฟู้ดส์" (Spa Foods) สาขาโกลเด้นเพลซ พระราม 9 ตั้งอยู่ที่ 181 ( หลัง 94 coffee บริเวณสวนการ์เด้นข้างอาคาร โกลเด้นเพลซ ) ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วนรามอินทรา - อาจณรงค์) แขวง/เขต วังทองหลาง กทม. เปิดบริการทุกวัน เวลา 07.00- 21.00 น. โทร. 0-2934-6530 และยังมีสาขาอื่นๆ อีก คือ สปาฟู้ดส์ สาขากระท่อมมังสวิรัติ โทร.0-2691-5083, สปาฟู้ดส์ สาขาสลิมโบ อาร์ซีเอ โทร. 0-2203-0916-7 , 0-2203-0326, สปาฟู้ดส์ สาขาโกลเด้นเพลซ สะพานสูง โทร. 0-2372-2175 , 0-2372-2154

เชิญชวน "ญวนญี" รสดีอาหารเวียดนาม

บรรยากาศโต๊ะนั่งสบายๆของร้านญวนญี
       "ตระเวนกิน" ขับรถผ่านมาแถวเส้นถนนนครอินทร์ หรือ ถนนพระราม 5 ตัดใหม่ทีไร ทั้งจิตใจและร่างกายมันปั่นป่วนเสียทุกที เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก ก็เพราะว่าตลอดเส้นทางถนนสายนี้นั้นมีร้านอาหารยั่วน้ำลาย ให้ปากท้องมันร้องอยากจะกินอาหารเสียเหลือเกิน
อยากกินอาหารเวียดนาม อีสาน และอื่นๆ เชิญได้ที่ร้าน "ญวนญี"
       เหมือนที่ในมื้อนี้ เราก็ได้แวะเวียนเอากระเพาะน้อยๆ มาฝากท้องอิ่มกับร้านอาหารเวียดนามที่มีชื่อเก๋ๆ สะดุดตาว่า "ญวนญี" ที่ เห็นแค่ชื่อร้าน ก็ทำให้เรารีบตรงรี่เข้าร้านนี้ เพื่อเข้าไปลองลิ้มกินอาหารเวียดนามของที่นี่ว่าจะมีรสชาติเป็นเช่นไร จะถูกปากโดนใจแค่ไหน
มีวงดนตรีมาเล่นเพลงเพราะๆ ให้ฟัง
       พอเดินเมื่อเข้ามายังตัวร้านด้านในก็สัมผัสได้ถึงความร่มรื่นของ บรรยากาศร้าน ที่มีโต๊ะเก้าอี้ไม้ให้เลือกนั่งในมุมสบายๆ รับลมธรรมชาติ แล้วก็มีส่วนของห้องแอร์บริการด้วย หรือถ้าใครอยากร้องเพลงที่นี่ก็มีห้องคาราโอเกะ และห้องจัดเลี้ยงบริการอีกต่างหาก แต่ถ้าใครไม่ถนัดร้องถนัดแต่ฟัง ที่นี่ก็ยังมีนักดนตรีมาเล่นเพลงเพราะๆ ให้ฟังทุกวันตั้งแต่ 19.00 น. เป็นต้นไป เป็นการเพิ่มอรรถรสให้กับการกินอาหาร
      
       นั่นคือส่วนของบรรรยากาศ วกกลับมาเข้าเรื่องตรงประเด็นเรื่องปากท้องกับอาหารการกินดีกว่า เราขอเมนูอาหารมาเปิดดูก็ต้องร้องอู้หู ว่ามีเมนูเยอะแยะมากมายจนเลือกไม่ถูก แถมไม่ได้มีแค่อาหารเวียดนามอย่างเดียวเท่านั้นที่เน้นและชูเป็นอาหารเด่น แต่กลับยังมีอาหารอีสาน อาหารไทย และพวกยำๆ ให้สั่งมากินมากมาย
แหนมเนือง
       เอาล่ะท้องมันชักร้องหาอาหารเสียงดังขึ้นมาแล้ว อย่าให้เสียเวลารีบสั่งอาหารจานเด็ดมากินกันดีกว่า เราเลือกสั่งอาหารเวียดนาม อย่าง แหนมเนือง (139 บาท) มากินเป็นจานแรก แหนมเนืองถูกเสิร์ฟมาครบเซ็ท มีความโดดเด่นอยู่ตรงหมูแหนมเนือง ที่เป็นหมูย่างสูตรพิเศษของทางร้าน ห่อผักสดๆ กับแผ่นแป้งนุ่มๆ ใส่หมูย่างลงไป ใส่กล้วยดิบ แตงกวา กระเทียม มะม่วง พริกกะเหรี่ยง แล้วก็ราดด้วยน้ำจิ้มแหนมเนืองสูตรพิเศษเฉพาะของทางร้านที่ใส่ถั่วและพริกตำ ห่อม้วนเป็นคำ เคี้ยวกร้วมคำโตเต็มปากเต็มคำรสชาติแหนมเนืองรสดี แกล้มด้วยผักสดๆ สารพัดอย่างถูกปากโดนใจ
ขนมเบื้องญวน
       จากแหนมเนืองตามมาติดๆ ด้วย ขนมเบื้องญวน (100 บาท) ขนมเบื้องญวนของที่นี่สีเหลืองนวลแผ่นใหญ่ชวนกิน แผ่นแป้งนั้นบางกรอบกินเข้ากันกับไส้ข้างใน ที่เป็นไส้หมูกับกุ้งผัดกับหัวไชโป้ ถั่วงอก และโรยหน้าด้วยแครอท กับถั่วลิสง กินขนมเบื้องญวนแป้งบางกรอบมากๆ รสชาติกลมกลึงเข้ากับไส้ขนมเบื้องรสกลมกล่อม และมีน้ำจิ้มแดงโรยถั่ว และน้ำจิ้มอาจาดมาให้กินคู่ช่วยเพิ่มรสชาติ
กุ้งพันอ้อย
       กุ้งพันอ้อย (120 บาท) เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ถ้ากินอาหารเวียดนามแล้วไม่สั่งมากินเห็นจะไม่ได้ แถมกุ้งพันอ้อยที่นี่ชิ้นโตน่ากิน ทางร้านเน้นเนื้อกุ้งขาวนำมาปรุงรสชาติตามสูตรเด็ด แล้วก็นำมาห่อม้วนกับอ้อยสด แล้วเอาไปนึ่งจนกุ้งสุกและความหวานของอ้อยออกมา กินแล้วต้องบอกว่ากุ้งเนื้อนุ่มได้รสชาติที่ดีเจือความหวานจากอ้อย แล้วก็ยังมีเส้นหมี่ที่ปรุงรสชาติมาให้ให้กินแนมกับกุ้งพันอ้อย พร้อมมีน้ำจิ้มแดงโรยถั่วและอาจาดเป็นน้ำจิ้ม
ปีกไก่ทอดน้ำปลา
       หลังจากได้อิ่มกับอาหารเวียดนามไปหลายจาน เราก็ขอสลับรสชาติมากินเมนูจานเด่นอื่นๆ กันบ้าง อย่าง ปีกไก่ทอดน้ำปลา (65 บาท) เป็นเมนูกินเล่นที่ขายดี เพราะทางร้านเลือกปีกไก่กลางมาหมักตามสูตรเด็ด แล้วก็ทอดจนไก่สุกเหลืองชวนกิน ฉีกปีกไก่หนังบางกรอบเนื้อในนุ่มออกรสเค็มกำลังดี แถมยังมีน้ำจิ้มแจ่วรสเด็ดมาให้จิ้มกินเพิ่มรสชาติอีกด้วย
จิ้มจุ่ม
       แล้วต่อด้วยเมนูอีสานแบบซดน้ำร้อนๆ อย่าง จิ้มจุ่ม (250 บาท) มาเป็นชุดใหญ่ครบเซ็ท มีทั้งเนื้อหมู ตับ กุ้ง วุ้นเส้น ไข่ไก่ และผักสดสารพัด ทีเด็ดจิ้มจุ่มของที่นี่อยู่ที่น้ำซุปจิ้มจุ่มนี่แหละ เป็นน้ำซุปกระดูกหมูต้มรวมมากับเครื่องสมุนไพรไทย กินจิ้มจุ่มใส่เนื้อสัตว์ ใส่ผักลงไปจุ่ม อร่อยถูกปาก โดยเฉพาะตอนได้ซดน้ำซุปร้อนๆ ที่หอมหวานเครื่องสมุนไพร มันช่างชุ่มชื่นโล่งคอได้ใจ อ้อเกือบลืมไปน้ำจิ้มที่เอาไว้กินกับจิ้มจุ่มของที่นี่ก็รสเด็ด เป็นน้ำจิ้มแจ่ว ใส่หอมแดง ข้าวคั่ว และผักชีฝรั่งหอมๆ
      
       ถึงแม้จะกินอาหารคาวไปเสียจนเกือบจะแน่นท้องแล้ว แต่เราก็ยังพอที่จะมีพื้นที่ว่างในกระเพาะให้กับของหวานที่ชวนกินของที่นี่ คือ กล้วยหอมทอด (85 บาท) เป็นกล้วยหอมชุบแป้งที่ทางร้านปรุงขึ้นมาเป็นพิเศษทอดจนเหลืองกรอบ โรยด้วยน้ำตาลไอซิ่ง กินตอนร้อนๆ แป้งข้างนอกกรอบแต่เนื้อในนุ่มหวานกล้วยหอม และมีน้ำผึ้งมาให้ราดกินคู่เพิ่มความหวาน แถมยังมีวิปปิ้งครีมราดช็อคโกแลต และผลไม้อย่างกีวี แอปเปิ้ล และองุ่นแดงนอกเสิร์ฟมาให้กินเคียงกันด้วย
กล้วยหอมทอด
       มื้อนี้เล่นเอา “ตระเวนกิน” อิ่มแน่นท้องหายหิวไปเลย แต่เราก็ยังไม่วายที่จะขอเมนูมาเปิดดูว่าที่นี่ยังมีอะไรที่น่ากินอีกซึ่ง ทางร้านก็แนะนำว่ายังมีเมนูจานเด็ดที่ชวนลิ้มลองอีก อาทิ ปากหม้อญวน (75 บาท) ปอเปี๊ยะสด (85 บาท) หมูหมักตะไคร้ (75 บาท) ขาหมูยอ (85 บาท) ข้าวผัดปูห่อไข่ (95 บาท) ฯลฯ และยังมีน้ำสมุนไพรที่ทางร้านทำเองอย่าง น้ำตะไคร้ น้ำเก็กฮวย (แก้ว ละ 29 บาท) ฯลฯ ที่ชวนดื่ม แต่เห็นทีว่าเราคงต้องขอติดเอาไว้ก่อน เพราะอิ่มแน่นท้องแล้วจริงๆ เอาเป็นว่าวันหน้าค่อยกลับมาจัดการกับเมนูเหล่านี้ที่ร้าน “ญวนญี” กันอีกก็แล้วกัน
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “ญวนญี” ตั้งอยู่ที่ 26/14 ม. 4 ถ.นครอินทร์ ต. ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี การเดินทางถ้ามาจากทางบิ๊กซีวงศ์สว่างให้ขับมาตรงแยกติวานนท์ พอถึงทางแยกให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ถ.นครอินทร์ (ถ.พระราม 5 ตัดใหม่) ขับตรงมาจะเห็นร้านญวนญีอยู่ขวามือ ให้ไปกลับรถที่ใต้สะพาน แล้ววิ่งตรงมาก็จะเห็นร้านอยู่ริมถนนทางซ้ายมือ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน เปิดทุกวัน 11.00-24.00 น. ถ้ามาศุกร์-อาทิตย์ ควรโทร.มาจองโต๊ะก่อนจะดี และที่นี่รับจัดงานเลี้ยงด้วย โทร. 0-2966-7133, 08-6671-2358 และยังมีอีก 1 สาขาที่ราชพฤกษ์ (สโมสรหมู่บ้านเบญญาภา) โทร. 0-2459-4616