ผักขลู่ ผักพื้นถิ่นน่าลิ้มลองนำมาปรุง 2 เมนูอร่อย

ผักขลู่ ผักพื้นถิ่นน่าลิ้มลองนำมาปรุง 2 เมนูอร่อย





เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก รายการภัตตาคารบ้านทุ่ง

          กลับ มาอีกครั้งหนึ่งแล้วกับการนำเสนอรายการ ภัตตาคารบ้านทุ่ง รายการดีมีสาระที่อุดมไปด้วยเมนูอาหารจากพืชผักพื้นบ้านชื่อแปลกหูจากทั่ว ถิ่นแดนไทยที่ใครหลายคนอาจไม่เคยลอง เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา ทาง รายการได้พาเราเดินทางไปยังหมู่บ้านจำรุง ตำบลเนินฆ้อ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีทั้งองค์ความรู้และความสามัคคี จนพัฒนาเป็นชุมชนต้นแบบที่สามารถสร้างมหาวิทยาลัยบ้านนอกขึ้นมาได้ โดยผักที่เราตามหาเป็นผักพื้นบ้านขึ้นตามริมรั้วที่ชื่อว่า ผักขลู่ นั้นเอง

          ผักขลู่ เป็นพืชวงศ์เดียวกับ เบญจมาศน้ำเค็ม สาบเสือ เก๊กฮวย ดาวเรือง ทานตะวัน และ บานชื่น เป็นผักที่ชอบขึ้นตามลำพังทั่วไป โดยเฉพาะที่มีน้ำเค็มขึ้น ตามพื้นที่ลุ่มชื้นแฉะ ริมห้วยหนอง ตามหาดทราย หรือ ป่าชายเลน พบได้ในเขตร้อนชื้น เช่น ประเทศอินเดีย ฟิลิปินส์ มาเลเซีย และประเทศไทย

          ถ้าดูเพียงผิวเผินผักขลู่จะดูคล้ายใบกระเพรา ซึ่งแน่นอนว่า ผัก ขลู่ ไม่ใช่ชื่อที่หลายคนเคยได้ยิน เพราะผักชนิดนี้ไม่ปรากฏที่มา แต่คนพื้นถิ่นจังหวัดจันทรบุรียืนยันว่า รู้จักและนำยอดผักขลู่มาใช้ตั้งแต่รุ่นปู่ย่าแล้ว

          สำหรับสารอาหารและคุณค่าทางโภชนาการของผักขลู่นั้นมีมากมาย ทั้งช่วยแก้กระหาย แก้เจ็บคอ แก้ท้องผูก และ อาหารเป็นพิษ ฆ่าเชื้อโรคในระบบทางเดินอาหารและลำไส้ นิยมนำใบมาทำเป็นชาต้มใช้ดื่มแทนน้ำ แก้โรคไต ท้องขึ้น ท้องอืด ขับลมในกระเพาะ แก้เส้นท้องตึง เหงื่อออกทางมือและเท้า โรคตาเหลือง ไม่มีแรง ลดความดัน รักษาโรคริดสีดวงและลดไขมัน ส่วนดอกขลู่ก็ยังนำมายำกับปลาย่าง หรือ เนื้อสัตว์อื่นได้ด้วย

          ส่วนการเก็บขลู่มาทำอาหารส่วนมากจะเก็บจากยอดอ่อน แต่ถ้ามีต้นอ่อนขึ้นอยู่แล้วล่ะก็เราก็เอามาทำอาหารได้ทั้งต้น โดยเมนูแรกที่ถูกนำเสนอผ่านรายการ เป็นอาหารพื้นถิ่นประจำบ้านจำรุง อันได้แก่ พล่ากุ้งใส่ใบขลู่



          ส่วนผสม

          ใบขลู่

          หอมแดง

          กุ้งข้าว

          มะนาว

          พริกขี้หนู

          ผักชี

          ต้นหอม

          น้ำปลา

          มะนาว

          ตะไคร้

          น้ำตาลทราย

          ขั้นตอนการทำก็ง่าย ๆ ตามนี้เลยจ้า







          1. เริ่มจากเด็ดพริกขี้หนูใส่จาน ตามด้วยการนำมะนาวมากดคลึงด้วยมีดให้ฉ่ำน้ำ แล้วนำหอมแดงมาปอกและอย่าลืมซอยต้นตะไคร้ด้วย ซึ่งในตอนนี้หากนำมะนาวที่คลึงแล้วไปล้างให้สะอาด พอนำมาบีบคั้นน้ำความขมของมะนาวจะหายไป







          2. ซอยหอมแดง แล้วผ่ามะนาวบีบเอาแต่น้ำ จากนั้นก็แกะเปลือกกุ้ง ผ่าเอาเส้นกลางหลังออก เอาใบขลู่กับผักชีมาเด็ดเตรียมไว้







          3. นำกุ้งใส่กะละมัง ราดน้ำมะนาว แล้วคลุกให้เนื้อเด็ดดับคาว ตามด้วยการเทพริกลงครก ตำทั้งหมดให้แหลกก่อนจะใส่น้ำมะนาว น้ำปลา เกลือ ตะไคร้ซอย





          4. นำพริกที่ตำแล้วใส่ลงบนกุ้ง ตามด้วยหอมแดง ใบขลู่ ผักชี นำมาคลุกรวมกันแล้วก็ชิมเป็นอันเสร็จพิธี

          แค่เห็นเมนูแรกก็เปรี้ยวปากอยากชิมขึ้นมาเหลือเกิน แต่การยั่วต่อมความหิวยังไม่จบแค่เมนูแรก ยังมีเมนูที่สอง เป็นเมนูดัดแปลงที่นำชาขลู่มาเป็นส่วนผสม โดยเมนูนี้มีชื่อว่า เมนูต้มจืดไส้อ่อนยัดไส้ผักขลู่นั่นเอง



          ส่วนผสม

          ใบขลู่

          พริกไทยเม็ด

          ซีอิ๊วขาว

          ชาใบขลู่

          ดอกไม้จีน

          ซอสปรุงรส

          หมูสับ

          เห็ดหอม

          เกลือป่น

          ไส้อ่อน

          เก๋ากี้

          ส่วนขั้นตอนการทำเมนูประยุกต์นี้ ก็มีดังต่อไปนี้เอง



          1. ขั้นตอนแรกก็ก่อไฟจากนั้นก็เด็ดผักขลู่ใส่กะละมัง แล้วล้างใบผักขลู่ก่อนจะขยุ้มสะเด็ดน้ำแล้ววางใส่จาน



          2. นำน้ำใส่กะละมังเพื่อเห็ดหอมให้นิ่ม ก่อนจะนำดอกไม้จีนลงแช่ต่อ ตามด้วยเก๋ากี้







          3. นำครกมาโขลกกระเทียม ตามด้วยการซอยเห็ดหอม ต่อจากนั้นก็นำไส้อ่อนมาหั่นเป็นชิ้น ๆ นำกระเทียมที่โขลกเสร็จตักขึ้น แล้วใส่พริกไทดำ ก่อนจะหันมาซอยใบขลู่



          4. หยิบกระทะมาวางลงบนเตา เทน้ำมันใส่ หยิบเห็ดหอมซอยมาผัดจนหอม แล้วเอาดอกไม้จีนมาผูกเป็นปมเตรียมไว้



          5. จากนั้นก็มาหมักหมูกัน โดยโรยพริกไทดำ ซีอิ๊ว กระเทียมโขลกใส่ลงไปขลุก แล้วนำทั้งหมดมายัดใส่ไส้อ่อน







          6. นำน้ำใส่หม้อมาวางบนเตา ปิดฝารอให้เดือด พอน้ำเดือดก็เอาใบผักขลู่แห้งใส่น้ำร้อน ปิดฝารอให้เดือด ใส่ดอกไม้จีนลงไปต้มพร้อมเก๋ากี้ ปิดฝารอให้เดือดอีกครั้ง ถึงหยิบเอาไส้อ่อนที่ยัดไส้ใส่เทลงแล้วปิดฝา ใส่เกลือแกงและซีอิ๊ว ก่อนตักใส่ถ้วยชิมเป็นอันเสร็จ

          เสร็จ สิ้นไปแล้วสำหรับเมนูอาหารแสนโอชะจากผักพื้นถิ่นที่หากินได้ง่ายเพียงแค่ เด็ดจากริมรั้ว อยากรู้ว่าอร่อยแค่ไหนก็ลองทำหรือไปหาทานดูจะได้รู้ว่า รสชาติอร่อยแค่ไหน หรือจะเอามาผักขลู่ที่มีหน้าตาเหมือนใบกะเพรามาผัดแทนกะเพราก็คงเป็นเมนูน่า ลิ้มลองอีกเมนูหนึ่ง

ที่มา กระปุกดอทคอม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น