ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

มะม่วงกวนชวนกิน

credit  ปลายแป้นพิมพ์ bloggang.com
มะม่วงกวนชวนกิน



บล็อกที่ 124

บ้าน ผมมีมะม่วง 3 ฤดูหลายต้น แต่ละต้นดกมาก ลูกห้อยเป็นพวงๆ ตอนเป็นผลอ่อนๆแม่ยายจะสอยมาทำเป็นมะม่วงดอง ซึ่งผมเคยทำบล็อกไปให้ดูนิดหนึ่งแล้ว



มะม่วงนี้ก็มี ไม่รู้พันธุ์อะไร รู้แต่ว่ากินสดไม่ได้เลย มันเปรี้ยวมากๆ

แต่ถ้าห่ามๆหน่อย จุ้มหรือจิ้มกับเกลือเคยภูเก็ต อร่อยยิ่งนัก



แบบนี้ไงครับ แต่นี่เป็นพันธุ์ศาลายานะ เพราะต้นที่เห็นข้างบนนั่น มันยังไม่แก่

มะม่วง 3 ฤดู จะแก่และสุกในเวลาไม่นาน เวลาสุกมันก็ร่วงลงมาจากต้น เหลืองไปทั้งโคน ไม่มีใครเก็บมากินเลย ปล่อยให้เน่าทุกๆปี



ปี้นี้ผมนึกอยากทำมะม่วงกวนกิน เลยเก็บเอามาล้างน้ำให้สะอาด แล้วใช้ที่ปอกผลไม้คมๆ ปอกทีละผล



อันนี้ผลงอมหน่อย เพราะเก็บใต้โคนที่มันร่วงหล่นลงมา



อันนี้สอยเอา ด้วยอาวุธคู่กายใช้มาหลายปีมากแล้ว



ปอกแล้ว เลยได้ลูกสดกว่า!!

ที่ ผมนึกทำมะม่วงกวนกินเอง ใช่ว่าผมจะเคยทำนะ แต่คิดว่ามันคงทำไม่ยาก เพราะอยู่บ้านนอกเคยช่วยแม่กวนทุเรียน กวนสับปะรดขาย ตอนเป็นเด็กหนุ่มๆเมื่อ 30 ปีก่อนโน้น



นี่เป็นภาพทุเรียนกวนนะ

ดูเหมือนขั้นตอนของการกวนสับปะรด และทุเรียน จะยุ่งยากกว่าอีก แถมนานกว่าด้วย

อีกประการ ซื้อมะม่วงกวนกินครั้งใด ไม่ได้ดั่งใจทุกที บางทีก็แข็งไปหน่อย หรือเหนียวไปนิด เคี้ยวทีฟันปลอมจะหลุด 555

หรือบางเจ้าหวานจนแสบไส้ สีก็ออกดำๆ ไม่น่ากิน หรือกินไม่ออกรสมะม่วงกวนเลย

ประการ สำคัญ ไม่รู้เขาจะทำสะอาดหรือเปล่านี่สิ ตอนตาก มีฝุ่นเยอะหรือเปล่า มีแมงวันหัวเขียวมาตอมหรือเปล่า อันนี้ผู้ซื้อกินอย่างเราไม่อาจทราบได้เลย

สู้กวนกินเองไม่ดีกว่าเรอะ

อ้อ..ไม่ใช่ว่านึกทำ แล้วสุ่มสี่สุ่มห้าทำเลยนะ มันต้องเคยเห็นมาบ้างแหละ

สมัย เรียนรามปี 1 ไปเที่ยวภาคอีสาน อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์ เห็นชาวบ้านปอกมะม่วงกวน ตอนเขากวนไปยืนดูแบบชิดใกล้ ได้เห็นหนอนด้วยนะ หนอนที่ปะปนในมะม่วง (ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ปั่น) แต่ใช้มือขยำเอาจนเละ แล้วเทใส่หม้อ ใช้ไม้พายกวนไปมาจนมันเริ่มเละขึ้นเรื่อยๆ พอร้อนหน่อย หนอนที่ปะปนอยู่ในผลมะม่วง ก็โผล่หน้ามาทักทายผมบนปากหม้อ 555

และก็ดูเขาแค่นั้น ดูเหมือนว่าตอนตาก เขาจะใช้ใบตองหรือแผ่นพลาสติกรองผมก็จำไม่ได้ซะแล้ว

ครูพักลักจำมาลองประยุกต์ทำในวันนี้!!



จากนั้นผมก็ใช้มีดคมๆ แล่เนื้อมะม่วงเป็นชิ้นๆ ไม่ต้องเอาเกลือทานะ 555

ก่อนจะขยำๆซักหน่อย พอเละๆ มีน้ำซึมออกมา เวลาปั่น จะได้ง่ายหน่อย



เมื่อนำไปใส่ในโถปั่น กดพรืดเดียว มะม่วงก็เละดังใจ



เทออกมาใส่หม้อ หน้าตาเละๆแบบนี้ แอบเอานิ้วจิ้มแล้วดูด เออ มันก็อร่อยดีนี่หว่า รสกำลังดี เปรี้ยวๆ หวานๆ



ยกขึ้นไปตั้งบนเตาเลย เปิดไฟปานกลาง กวนราว 15 นาที จนมันเดือดปุดๆ รับรองว่าเจ้านี้ ไม่มีหนอนโผล่มาทักทายแน่!!

ผม เติมน้ำตาลเพียง 3 ช้อนกินข้าวพูนๆ และเกลือ 1 ช้อนโต๊ะ ชิมรสตามอำเภอใจ ไม่ให้หวานมาก เดี๋ยวจะอ้วน และความเค็มของเกลือ ใส่พอมีรสชาติป้าแล่ม-ป้าแล่ม (555 ปะแล่ม ปะแล่ม)

เสร็จแล้วก็ตั้งทิ้งไว้ให้เย็น

หมายเหตุ ผมเคยเอาขนมปังปิ้งมาทา โอ..พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก แยมสตรอเบอรี่ก็สตรอเถอะ มะม่วงกวนก็เข้าท่าเหมือนกันนะ จะบอกให้



มะม่วงกวนเย็นแล้ว เตรียมยกไปฝากแดดซักหนึ่งวันเต็มๆ



ตักใส่ถ้วยแบ่ง ณ.บัดนาว กลมๆขาวๆที่เห็น ตัดมาจากปากกล่องใส่บะหมี่สำเร็จรูป สำหรับทำเป็นวงหยอด อันนี้คิดเองอ่ะ ว่ามันน่าจะโอเคนะ



แล้วก็เริ่มตักมะม่วงหยอดเป็นวงๆ



1 ช้อนแกง ต่อหนึ่งวง



โดยใช้กระจกใสเป็นฐานรองรับ



อ้อ..อย่าลืมเกลี่ยให้เสมอด้วยนะ



กระจก ที่ใช้ตากมะม่วง จะวางบนโต๊ะสังกะสีอีกที เพื่อที่ความร้อนจะได้ระอุยิ่งขึ้น มะม่วงกวนแห้งเร็ว กินได้ภายในวันเดียว ไม่เหนียวให้เคี้ยวแล้วเสียอารมณ์



เริ่มตากตอน 9 โมงเช้า พอบ่าย 2 ก็พลิกกระจกกลับด้าน ไม่ต้องกลัวว่ามะม่วงกวนจะหล่นลงมา เพราะผิวด้านหน้าแห้งไปเรียบร้อยแล้ว

อ้อ..ที่เห็นแหว่งเว้านั่น เพราะโดนแซะไปชิมแล้ว 1 แผ่น ส่วนอีกแผ่นโดนเด็กมือคันเอานิ้วจิ้มดูดชิมดู 555



และตากต่ออีก 2-3 ชั่วโมง ก็ยกมาวางในร่ม เตรียมหามีดปลายแหลมมาแซะๆๆ



แซะกันเข้าไป



แล้วก็พับเป็นม้วนยาวๆ



หรือพับเป็นรูปสามเหลี่ยม



สรุป ผลงานการทำมะม่วงกวนครั้งแรก ใช้เนื้อมะม่วง 3 ฤดูล้วนๆ สีที่ได้ออกจะสวยมาก เนื้อเนียน รสชาติกลมกล่อม นุ่ม ไม่ติดฟัน กินอร่อยมากเลย



และ ในการกวนครั้งที่ 2 มีเพื่อนเอามะม่วงแก้วมาให้ถุงหนึ่ง เหลืออยู่ไม่มีคนกิน เลยผสมปนกับมะม่วง 3 ฤดู ผลปรากฏว่ามะม่วงกวนที่สำเร็จรูปแล้วค่อนข้างจะเหนียวไปนิด สีเข้ม ไม่อร่อยเหมือนการกวนรอบแรก



เป็นภาพเก็บตกจากการกวนมะม่วงครั้งที่ 2 ทำจำนวนมากกว่าเดิม



พลิกด้านกลับตอนบ่าย 2



เกิดเห็นแสงเงาตกกระทบ ดูสวยดี!!



วูบนั้นก็เกิดความคิด เอาเงานี้มาทายเพื่อนๆเล่นดีกว่า ว่าเป็นเงาของอะไร?

โดยได้ทายไปเรียบร้อยแล้วเมื่อบล็อกที่ผ่านมา



และผู้ทายถูกคนแรก มีของสมนาคุณให้เล็กน้อย แต่ไม่ใช่มะม่วงกวนนะ เพราะว่ามะม่วงกวน หมดไปแล้ว 555

ซึ่งผลของการทายในบล็อกก่อนหน้านี้ ปรากฏว่ามีผู้ทายมาถูกรวดเร็วมาก ในเม้นท์ลำดับที่ 2 เอง...



คือ คุณคนนี้ไงครับ เป็นสาวไทยในต่างแดนซะด้วย โอ้โฮ..งั้นรอรับรางวัลเล็กๆน้อยจากผมเร็วๆนี้ก็แล้วกันนะครับ (หลังไมค์ไป 4 วัน แล้ว ปรากฏว่าเขายังไม่ติดต่อมาเลย สงสัยสละสิทธิ์แฮะ งั้นผู้ทายถูกเป็นคนที่ 2 มีสิทธิ์ได้นะ 555)

หยิบมะม่วงกวนไปทานคนละแผ่นสองแผ่น แล้วอย่าลืมโหวตด้วยนะ ฮิ ฮิ

ขอบคุณ บีจี ญามี่

น้ำชาดอกซากุระ ค่ะ เทียบเขิญทานขนมหวาน กับน้ำชาร้อนๆ ด้วยกันค่ะ

credit  Katai_Akiko bloggang.com
น้ำชาดอกซากุระ ค่ะ เทียบเขิญทานขนมหวาน กับน้ำชาร้อนๆ ด้วยกันค่ะ

ดอกซากุระชุดแรกกลีบดอกชั้นเดียว ก็เริ่มกลีบดอกร่วงหล่นจนเกือบจะหมดต้นแล้ว เพราะโดนทั้งลมทั้งฝน ทำร้าย

ตอนนี้ซากุระชุดใหม่ ซากุระกลีบซ้อนสีเข้ม yai sakura ก็เริ่มออกดอกโผล่หน้ามาอวดโฉมให้ยลอีกรอบ

อากาศ ก็กำลังดี เลยมาชวนนั่งทานน้ำชาด้วยกันหน่อยนะคะ เป็นขนมที่มีขายทั่วๆไปไกล้บ้าน ไม่ใช่ขนมแปลกๆอะไรนัก แต่พอดีหน้านี้เป็นหน้าดอกซากุระ ขนมเกี่ยวกับดอกซากุระเลยดูเหมือนจะมีมากหน่อย แต่ก็อร่อยๆทั้งนี้น

ขนมดอกซากุระ กับน้ำชา ดอกซากุระค่ะ หลายท่านอาจจะยังไม่เคยทานน้ำชาดอกซากุระนะคะ มีกลิ่นหอมอ่อนๆค่ะ

ขนมทำจากถั่วเหลืองบด ใส่สีและกลิ่น แต่ก็อร่อยดีนะคะ ได้อารมณ์ตามฤดูดีด้วย



uiro sakuraกับลูกเกาลัดหวาน imo uiro ( อุยโร มันเทศ)

ขนม อุยโร เป็นแป้งสดนึ่ง ใส่ลูกเกาลัด และดอกซากุระ ส่วนอีกอันเป็นแป้งสดนึ่งใส่ มันเทศหวาน อร่อยทั้งคู่ เป็นขนมที่อยู่ได้แค่วันสองวันเท่านั้นค่ะ




ไข่ขาวตีฟูใส่ดอกซากุระ เบามาก พอเข้าปากก็ละลายตามลิ้นเลยค่ะ รสชาติกำซาบซ่านเหลือใจ ทั้งหวานทั้งหอม




อ๊ามมมม อร่อยใหมคะ







shira tama กับลูกเกาลัดเชื่อมและ ถั่วแดง




ขนม แป้ง ซากุระโมจิ แบบไม่มีใส้ คลุกน้ำตาล อร่อยมากเลยค่ะ เวลาเคี้ยวรู้สึกถึงความเหนียวนุ่มกำลังดี มีขายเฉพาะตอนหน้าซากุระเท่านั้นค่ะ ทำขายแค่ สองอาทิตย์เท่านั้นด้วย(เล่นตัวสุดๆเลย)




ซา กุระโมจิ ขนมนี้เป็นขนมที่ใครๆก็เคยเห็นหรือรู้จักข้าวเหนียวห่อด้วยใบซากุระอ่อนหมัก เกลือ ใส้ถั่วแดงบด เวลาทานจะมีรสเค็มๆหวานๆ อร่อยมาก ยิ่งตอนจิบน้ำชาขมๆตามเข้าไปยิ่งอร่อยกำซาบ ลิ้น มากขึ้น





aka fuku นี่ก็เป็นขนมหวานที่ใครๆก็รู้จักกันดี อร่อยค่ะแต่หวานแสบทรวง หลังๆมานี่เขาลดความหวานลงไปเยอะ ป้าต่ายเลยพอทานได้บ้าง



ถั่วแดงค่ะ ใส้ข้างในเป็นถั่วแดงบดละเอียด

น้อง สาวป้าต่ายเขาช่างสังเกตุ เธอบอกว่า พี่ ขนมญี่ปุ่นนี่ ไม่ถั่วแดงห่อแป้ง ก็เป็นแป้งห่อถั่วแดงนะพี่ อืมมม ลองดูขนมทั้งหลายเกือบทั้งหมดใช่อย่างที่น้องเขาว่าจริงๆนะคะ




kuri manju ใส้ลูกเกาลัดบดหวาน ทำเหมือนลูกเกาลัดตอนยังไม่ปลอกเปลือกเลยนะคะ











dan go ซากุระ และ มัจจา (ชาเขียว) มีเพลงชื่อ dango san kyodai (แป้งต้มปั้นกลม สาม พี่น้อง ) เป็นเพลง hit มากเหมือนกัน เด็กๆชอบร้องเพลงนี้กันด้วยนะ




yomogi manju (หญ้า yomogi ต้มสุก แล้วปั่นให้ละเอียด ผสมแป้งข้าวเหนียว ยัดใส้ถั่วแดงบดหยาบ)




ไม่ทราบว่าจะถูกปากหรือเปล่า ใครชอบทานอะไรก็เชิญเลือกทานได้ตามชอบนะคะ

ป้าต่ายชอบทานขนมหวานเป็นอย่างมาก ถึงได้ตัวกลมป่านนี้ไงล่ะ
พอตกบ่ายๆก็หาขนมหวานทานแล้วไม่ว่าจะเป็นขนมแบบยุ่นหรือขนมเค็กแบบฝาหรั่งได้ท๊างน๊าน อนาคตน่ากลัวโรคเบาหวานถามหาเหลือเกินนะ

ซากุระ ชา ค่ะ หน้าตาเป็นแบบนี้

เตกีลา Tequila เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดกลั่น ดีกรีแรง

credit  sirivinit bloggang.com
เตกีลา Tequila เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดกลั่น ดีกรีแรง






ขวดเตกีลาในแบบต่าง ๆ




เต กีลา (สเปน: Tequila) เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดกลั่น ดีกรีแรง เดิมนั้นผลิตกันในบริเวณเมืองเตกีลา (ในทางตะวันตกของรัฐฮาลิสโกของเม็กซิโก) โดยใช้วัตถุดิบคืออากาเบ (agave) เป็นพืชพื้นเมืองของเม็กซิโก

ซึ่งเป็นจำพวกเดียวกับป่านศรนารายณ์ ว่านหางจระเข้ หรือดอกโคม เป็นพืชอวบน้ำโดยมีชื่อเรียกเป็นภาษาท้องถิ่นว่า "มาเกย์" (Maguey) แต่เลือกเฉพาะพันธุ์สีฟ้าเท่านั้น

โดยลักษณะผลอา กาเบ จะมีลักษณะเหมือนผลสับปะรด ซึ่งผลหนึ่งจะมีน้ำหนัก 70 กิโลกรัม ภายในจะมีเนื้อและน้ำฉ่ำซึ่งเหมาะแก่การหมัก โดยจะนำเอาผลไปคั้นเอาน้ำเพื่อนำไปหมัก

ใช้ระยะเวลาการหมักประมาณ 2 วัน แล้วจึงนำไปกลั่นก็จะได้น้ำใสที่มีแอลอฮอล์ประมาณ 104-106 ปรูฟ โดยปรกติเตกีลาจะไม่มีการบ่มต่อ ซึ่งจะนำไปบรรจุขวดจำหน่ายได้เลย ซึ่งจะติดฉลากเป็นไวต์เตกีลา

ถ้าจะมีการหมักบ่มก็จะบ่มในถังไม้โอ๊ก ที่ใช้แบบเดียวกันกับวิสกี ซึ่งจะได้เตกีลาที่มีสีเหลืองอำพันที่จะมีชื่อเรียกว่า โกลด์เตกีลา ระยะเวลาการบ่มจะทำให้เตกีลามีชื่อเรียกตามอายุที่หมักบ่มว่า Anejo

สำ หรับเตกีลาที่บ่มอายุ 1 ปี และเรียก Muy Anejo สำหรับเตกีลาที่บ่มถึง 4 ปี เตกีลาจะมีแอลกอฮอล์ไม่ต่ำกว่า 80 ปรูฟ หรือ 40 ดีกรี สำหรับเหล้าเตกีลาที่มีการจำหน่ายและนักดื่มในบ้านเรารู้จักกันดี ได้แก่ Jose Cuervo และ Monttezuma


ขอขอบคุณ วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


สวัสดิ์สิริศนิวาร สิริมานรมณีย์นะคะ

ตะลิงปลิงตากแห้ง ง่ายๆ สไตล์คนเหนือ

credit  kanoon&aobaoon bloggang.com
ตะลิงปลิงตากแห้ง ง่ายๆ สไตล์คนเหนือ

ปีนี้ตะลิงปลิงออกลูกมาเต็มต้น ใครผ่านไปผ่านมาก็เป็นต้องถามว่านั่นมันต้นอะไร ทำไมเหมือนลูกมะดันจัง (คนเชียงใหม่ส่วนใหญ่ไม่รู้จักลูกตะลิงปลิง แถมยังกินไม่เป็นเอาซะเลย) พอเราเอาให้ชิม ทุกคนเป็นต้องทำหน้าเบี้ยว เพราะมันเปรี้ยวมาก แสนจะเสียดายอุตส่าห์ปลูกไว้แต่ใช้ประโยชน์อะไรก็ไม่ได้ เลยลองมั่วๆ ทำตะลิงปลิงตากแห้งดู

สูตรก็มีดังนี้
1. ตะลิงปลิง 2 กิโล
2. เกลือ 1 ถ้วยตวง
3. น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม
4. ปูนขาว

ขั้นแรกล้างตะลิงปลิงให้สะอาด ตัดหัวตัดท้ายออกให้สวยงาม ใส่ตะกร้าพักไว้



จากนั้นนำเกลือไปต้มในน้ำให้ละลาย ใส่น้ำกะพอท่วมตะลิงปลิง นำน้ำเกลือต้มที่เย็นแล้ว เทลงไปในตะลิงปลิง


ปิดหน้าด้วยใบตอง ทิ้งไว้ประมาณ 1 วัน



นำ ตะลิงปลิงที่ดองในน้ำเกลือมาล้างน้ำให้สะอาด บีบลูกตะลิงปลิงให้น้ำเกลือออกมาพอแบนๆ แต่อย่าให้เละ ถ้าใครขยันหน่อยจะเอาเมล็ดออกด้วยก็ยิ่งดีเลย



ขั้น ต่อมาแล้วเตรียมน้ำปูนใส โดยการนำเอาปูนใส (สีขาวหรือแดงก็ได้) 1-2 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำพอท่วมตะลิงปลิง ทิ้งไว้ให้น้ำปูนตะกอน รินเอาน้ำปูนมาเทลงไปในตะลิงปลิง แช่ไว้ประมาณ 1 ชม. เทน้ำปูนใสออก พักตะลิงปลิงให้สะเด็ดน้ำ ต่อจากนั้นนำน้ำตาลทรายเทลงไปในตะลิงปลิง คนพอเข้ากัน ใช้ใบตองหรือถุงพลาสติกคลุมปากไว้
รุ่งขึ้นเทน้ำตาลทรายที่ ละลายแล้ว เอามาต้ม พอเดือดยกลง พักไว้ให้เย็นแล้วนำมาเทลงในตะลิงปลิง คลุมปากไว้เช่นเดิม ทำแบบนี้ประมาณ 3-4 วัน ถ้าใครชอบหวานลองชิมน้ำที่ออกมาจากตะลิงปลิงดู ถ้าเปรี้ยวก็เติมน้ำตาลลงไปอีกได้



พอ ครบกำหนดแล้ว นำตะลิงปลิงที่แช่ในน้ำตาลออกมาตากบนตะแกรง หรือบนถาดที่ใช้ถุงพลาสติกรองก็ได้ นำไปตากแดดจัดๆ ประมาณ 2-3 แดด จากประสบการณ์ไม่ควรใช้ตะแกรงตากแบบของเรา เพราะว่าพอตะลิงปลิงแห้งแล้วจะมีรอยตะแกรงติดอยู่ ดูไม่ค่อยงามสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเราตากบนพลาสติกใสสีของตะลิงปลิงจะเสมอกันทั้งลูก ดูสวยงามน่ารับประทาน


แค่นี้เราก็จะได้ตะลิงปลิงเก็บไว้ทานได้เป็นเดือนๆ แล้วค่ะ


ลองทำดูนะค่ะ ของที่เราทำไว้กินเอง ปลอดภัย ไว้ใจได้ 100% ก็ทำเองกับมือนี่นา

อากาศร้อนๆ ถ้าได้ดื่มน้ำผลไม้แช่เย็นสักแก้วหรือสักขวดก็จะรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันตาเห็นแต่จะเลือกชนิดคั้นสด หรือชนิดใส่ขวดและกล่อง แบบไหนดีกว่ากัน

น้ำผลไม้แช่เย็นๆ ที่ดื่มปุ๊บแล้วสดชื่นปั๊บ ก็เพราะในน้ำผลไม้มีน้ำตาลฟรุคโตสที่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้รวดเร็วทันทีกว่าผลไม้ที่หั่นเป็นชิ้นๆ แถมความเย็นก็จะไปช่วยคลายร้อนในร่างกายให้รู้สึกสดชื่นขึ้น อันเป็นการทำงานของความหวานบวกกับความเย็นและถ้าจะให้ดีควรเป็นชนิดคั้นสดหรือสกัดเย็น

น้ำผลไม้สกัดเย็น
ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นคำว่า “สกัดเย็น” ซึ่งเป็นกรรมวิธีการผลิตที่การันตีถึงของดีมีประโยชน์ โดยที่วิตามินต่างๆ ไม่ถูกทำลายไป คุณจึงเห็น
น้ำมันมะกอก น้ำมันงา น้ำมันมะพร้าว ผลิตด้วยวิธีสกัดเย็นเต็มท้องตลาด รวมทั้งน้ำผลไม้สกัดเย็น เพราะความร้อนไม่ไปทำลายวิตามินต่างๆ
แต่ในทางกลับกันความร้อนก็สามารถไปฆ่าเชื้อโรคทำให้อาหารสะอาดและเก็บได้นานขึ้น น้ำผลไม้สกัดเย็น คือน้ำผลไม้คั้นสดที่ไม่ผ่าน
ความร้อน จึงควรดื่มทันทีที่คั้นเสร็จ หรือไม่ก็แช่เย็นไว้ เพื่อไม่ให้เชื้อโรคเติบโตได้เร็ว ปัจจุบันเทรนด์การดื่ม น้ำผลไม้สกัดเย็นเพื่อสุขภาพ เช่น เสริมวิตามินซี ช่วยบู๊ตอัพร่างกาย ดีท็อกซ์ ขับสารพิษ กำลังมาแรง

ดังจะเห็นได้จากในซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ หรือทาง อินเทอร์เน็ต และไม่ใช่น้ำผลไม้ชนิดเดียวอย่างน้ำส้มคั้นที่มีขายทั่วไปตามริมถนน แต่จะมีน้ำหลากหลายขึ้น เพราะเชื่อว่าน้ำผลไม้ชนิดเดียวหวานเกินไปจึงผสมน้ำผักรวมไปด้วยเพื่อให้ได้วิตามินครบถ้วน เช่น น้ำแอปเปิ้ลเขียวผสมเซเลอรี น้ำต้นข้าวสาลีอ่อน ผสมน้ำแอปเปิ้ลเขียวและน้ำฝรั่ง เป็นต้น

น้ำผลไม้สดเหล่านี้มักจะใส่ขวดแก้วหรือพลาสติกใสเนื้อแข็งคุณภาพดีเพื่อไม่ให้กรดในน้ำผลไม้ไปทำปฏิกิริยากับพลาสติก และยังเพิ่มลูกเล่นด้วยการใส่ขวดสี่เหลี่ยม ขวดอ้วนกลมให้เหมือนกับยาเป็นต้น บางแบรนด์พิถีพิถันเรื่องอุปกรณ์การคั้น เพราะปัจจุบันมีหลากหลายแบบให้เลือก เครื่องที่ใหญ่เกินไปและคั้นได้จำนวนมาก ในขณะทำงานเครื่องจะเกิดความร้อนและทำให้น้ำผลไม้สูญเสียวิตามินได้ ดังนั้นบางแบรนด์จึงเลือกเครื่องคั้นหรือสกัดน้ำผลไม้ซึ่งมีส่วนที่เป็นตัวคั้น (ที่ต้องใช้ไฟฟ้า) ไม่ใหญ่เกินไป และยังแยกใช้เครื่องที่สกัดพืชหัว เช่น แครอต บีตรูต กับผลไม้อย่างส้มที่มีน้ำมาก คนละเครื่อง และมีเทคนิควิธีคั้นเพื่อเพิ่มเนื้อบีตรูต หรือแครอตลงไปด้วยนิดหน่อย เพื่อช่วยเพิ่มกากใย
ให้ร่างกายเป็นต้น

น้ำผลไม้ เหล่านี้เรียกได้ว่าเป็นระดับพรีเมียมราคาสูง ไม่มีขายทั่วไปให้เห็นแต่จะขายเฉพาะในซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ หรือร้านอาหาร ร้านกาแฟ
ในย่านหรู และขายทางอินเทอร์เน็ตตามออเดอร์ ราคาขั้นต่ำประมาณขวดละ 100 บาท จึงไม่ใช่น้ำผลไม้ภาพลักษณ์เดิมๆ อย่างที่เคยเห็น ส่วนคุณภาพก็ตามราคาและพอมั่นใจได้ว่าจะเก็บแช่เย็นไว้อย่างดี

น้ำผลไม้ 100 เปอร์เซ็นต์มีจริงไหม
นอกจาก น้ำผลไม้สกัดเย็น แล้ว น้ำผลไม้พร้อมดื่มที่คุณคุ้นเคยซึ่งวางขายอยู่ในร้านสะดวกซื้อ ทั้งชนิดขวดและชนิดกล่อง ทั้งผลิตในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศยี่ห้อแตกต่างกันไป จะมีฉลากที่เขียนกำกับไว้ ซึ่งบางคนอ่านแล้วจะงงๆ เช่น “น้ำผลไม้ 100%” (100% Juice) หมายถึงทำจากผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งล้วนๆ ไม่มีผลไม้อย่างอื่นปะปน “น้ำผลไม้ 100% จากน้ำผลไม้เข้มข้น” (100% Juice from Concentrate) หมายถึงทำจากน้ำผลไม้เข้มข้นมาเจือจางด้วยน้ำตามอัตราส่วน เพื่อให้มีคุณภาพเหมือนกับน้ำผลไม้ 100%

ส่วนน้ำผลไม้ที่ไม่ได้มาจากผลไม้ล้วนๆ ในฉลากต้องบอกตัวเลขกำกับด้วยว่าทำจากผลไม้กี่เปอร์เซ็นต์ เช่น น้ำส้ม 40% อีก 60% อาจเป็นน้ำแต่งสีแต่งกลิ่น ให้เหมือนน้ำส้มจริงๆ หรือมีส่วนผสมอื่น เช่น วุ้นน้ำมะพร้าว เกล็ดส้ม ซึ่งกฎหมายกำหนดว่าต้องระบุให้ชัดเจน แต่อย่างไรก็ต้องมีส่วนผสมที่เป็นผลไม้ไม่ต่ำกว่า 20% จึงจะใช้คำว่า “น้ำผลไม้” ได้จากข้อกำหนดเหล่านี้จึงไม่ได้หมายความว่าไม่มีส่วนผสมอื่นๆ นอกจากน้ำผลไม้ เพราะฉะนั้นน้ำผลไม้จึงสามารถใส่สี กลิ่น รส เติมให้ถูกใจผู้บริโภคได้ แต่ต้องมีการระบุไว้ในฉลากให้ชัดเจน ถ้าคุณอ่านดีๆ จะเห็นว่าเขียนเป็นเปอร์เซ็นต์ (แต่ตัวเล็กมาก) บางแบรนด์ใช้คำว่า ไม่เติมน้ำตาล (No Sugar Added) แปลว่าไม่มีการเติมน้ำตาลลงไป เพื่อปรุงรสให้หวานกว่าธรรมชาติของผลไม้นั้น

น้ำผลไม้ต่างประเทศที่ระบุว่า “ทำจากน้ำผลไม้ 100%” (Made with 100% Juice) ก็คือมีน้ำผลไม้ 100% เป็นส่วนผสม อาจเป็นน้ำผลไม้หลายชนิดผสมกัน หรือเป็นน้ำผลไม้ 100% ผสมกับส่วนผสมอื่นๆ ก็ได้ ส่วนน้ำผลไม้ที่ใส่ขวดหรือกล่องแบบใด จะดีกว่านั้นขึ้นอยู่กับระบบการฆ่าเชื้อโรค โดยทั่วไป ต้องฆ่าเชื้อด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งก่อน จึงเก็บได้นานเป็นน้ำผลไม้พร้อมดื่มโดยไม่ต้องใส่ตู้เย็น เช่น ถ้าเป็นการพาสเจอไรซ์โดยให้ความร้อนด้วยอุณหภูมิ ที่ไม่สูงนัก พอๆ กับการต้มเดือด แล้วจึงนำน้ำผลไม้ ไปใส่ขวด/กล่อง วิธีนี้ไม่ได้ฆ่าเชื้อโรคทั้งหมดจึงเก็บไว้ในตู้เย็นได้นาน 2-3 สัปดาห์ แต่ถ้าไว้นอกตู้เย็นก็จะเสียเร็วขึ้น ถ้าเป็นระบบสเตอริไรซ์จะบรรจุน้ำผลไม้ในขวด/กล่องหรือกระป๋องแล้วให้ความร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 100 องศาเซลเซียสและทำให้เย็นทันที ส่วนกระบวนการ ยูเอชที คือให้ความร้อนน้ำผลไม้ที่อุณหภูมิสูงกว่า 121 องศาเซลเซียสอย่างน้อย 0.1 วินาทีแล้วทำให้เย็นทันที ก่อนที่จะบรรจุลงในกล่องยูเอชทีที่ปลอดเชื้อ
ด้วยความร้อนที่สูงมากเช่นนี้ เชื้อโรคจึงตายหมด ไม่จำเป็นต้องเติมสารกันบูด น้ำผลไม้เหล่านี้จึงเขียนบนฉลากว่า “ไม่ใช้วัตถุกันเสีย” (No Preservatives) ทำให้คนซื้อที่ไม่อ่านละเอียดเข้าใจสับสนว่าน่าจะเป็นน้ำผลไม้บริสุทธิ์ (ที่มีวิตามินด้วย) และแน่นอนว่าความร้อนสูงขนาดนี้ย่อมทำลายวิตามินต่างๆ ไปโดยปริยาย น้ำผลไม้เหล่านี้จึงต้องเติมวิตามินต่างๆ กลับเข้าไปเพื่อให้นน้ำผลไม้กลับมามีวิตามินและคุณค่าทางอาหารอีกครั้ง ซึ่งจะเติมมากเติมน้อยเป็นประโยชน์ต่อร่างกายหรือเท่ากับน้ำผลไม้คั้นสดหรือไม่ คุณก็ต้องอ่านฉลากให้ละเอียด

เรื่องของน้ำผลไม้ถ้าจะดื่มให้คลายร้อน มี วิตามิน และคุณค่าอาหารเต็มเปี่ยมก็ดูจะยุ่งยากใช้ได้อยู่ คล้ายจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ไม่ง่าย หน้าร้อนนี้ ก่อนหยิบน้ำผลไม้พร้อมดื่มรสที่คุณชอบก็ควรอ่านฉลากให้ละเอียด ถ้ากลัวยุ่งยากและไม่ซีเรียสก็ดื่มสลับๆ กันไปทั้งชนิดพร้อมดื่มและคั้นสด เพราะถ้ามัวแต่คิดไปคิดมาอาจทำให้ ความร้อน ในร่างกายเพิ่มขึ้น น้ำผลไม้เลยไม่ได้ช่วยให้คลายร้อนกันพอดี

สาวไฮโซ นามว่า "จารเม็ดขาว"

credit tangkay bloggang.com
สาวไฮโซ นามว่า "จารเม็ดขาว"



✯ ✯ ✯ ✯ ✯ ✯ ✯ ✯ ✯



อารายกานจ๊ะ มาเรียกฉันว่าสาวไฮโซได้ไง ไหนลองบอก
เหตุผลมาให้ทราบหน่อยเถอะ ดูซิว่าจะพอรับตำแหน่งนี้ได้ไม๊ ฮิๆๆๆๆ
ก่อนอื่นฉันขอแนะนำตัวก่อนนะจ๊ะ ฉันน่ะชื่อจารเม็ดขาวจ้า รูปร่างหน้าตา
ฉันก็เหมือนในรูปนี่แหละ ขอบคุณคนที่ถ่ายรูปนี้นะจ๊ะ ถ่ายรูปฉันสวยมาก
แต่.....ทำไมไปถ่ายตอนฉันขึ้นเขียงล่ะ ไม่อาวนา....ฉันอายยย น่ะ
ลักษณะตัวฉันจะแบน สีผิว่จะเป็นสีเงินวาวระยับ เกร็ดฉันละเอียดจนเธอ
ไม่ต้องสนใจขอดทิ้งก็ได้หากไม่รังเกียจ เดิมฉันก็อาศัยอยู่ในทะเลทั้ง
ทะเลชายฝั่งหรือทะเลน้ำลึก ปัจจุบันทะเลชายฝั่งไม่ค่อยได้พบเห็นฉัน
แล้ว ก็เธอเล่นจับฉันจนแทบจะสูญพันธุ์ที่เดียว เนื้อฉันจะนุ่มหวาน ครีบ
ฉันเมื่อนำไปทอดกรอบกินอร่อยเชียวนะ ก้างฉันก็ไม่แข็งมากพอไปวัด
ไปวากับเขาได้ ก้างฉันจะแข็งตรงกระดูกกลางเท่านั้นเอง ฉันเป็นปลา
น่ารัก ฉันไม่ทำร้ายใครหรอก ทำไมเธอไม่จับฉันมาใส่ตู้ปลาบ้างล่ะ
ฉันว่ายสวยเชียวนา อ๋อ....รู้แล้วไม่กล้าแตะฉันใช่ไม๊ ก็ฉันเพียบพร้อม
ขนาดนี้ไง ราคาฉันถึงได้สูงลิ่ว คนที่กระเป๋าไม่หนักจริงไม่อาจพบฉัน
ในจานหรอกนะขอบอก เดี๋ยวนี้จะเห็นฉันก็จากทะเลต่างชาติซะมากกว่า
นี่ฉันเป็นปลาต่างชาติไปแล้วเหรอเนี่ยะ เรือประมงใหญ่ๆๆที่ออกจับปลา
ในน่านน้ำทะเลเขมร พม่า อินโดนีเซีย จะพบฉันมากและในน่านน้ำ
เหล่านั้น ตัวฉันใหญ่มาก บางตัวพวกฉันใหญ่หลายกิโลเชียวนะ ไม่
ต้องแปลกใจหรอก ก็ประเทศเหล่านั้นเครื่องมือจับสัตว์น้ำของเขายังไม่
พัฒนาเหมือนบ้านเราไง ส่วนมากเขาก็ทำแค่ประมงชายฝั่งกัน พวก
ฉันจึงมีโอกาสขยายพันธุ์ได้มาก อย่าไปสงสัยนะว่าทำไมเรือประมงไทย
ถึงได้เข้าไปจับสัตว์น้ำทะเลจากประเทศเพื่อนบ้านได้ เขามีสนธิสัญญา
ระหว่างประเทศกันน่ะแต่ต้องขออนุญาตนะ ไอ้ที่ไม่ขอน่ะฉันเห็นมามาก
แล้วโดนจับติดคุกหัวโต แถมเรือประมงยังถูกยึดหมด หัวโตหรือไม่เห็น
พอถูกปล่อยออกมาน่ะพูดภาษาต่างชาติปร๋อเชียวละ ฮ่าๆๆๆ สมหน้า....
เอาละๆๆๆมาพูดถึงฉันกันดีกว่า เนื่องจากในปัจจุบันนี้นอกจากฉันจะรสชาด
ที่อร่อยแล้ว ฉันยังหายากอีกด้วย และราคาก็แพง ดังนั้นร้านอาหารที่
ไม่หรู หรือไม่มี่ชื่อเสียงติดอันดับแล้ว ไม่ค่อยกล้าเอาฉันใส่ลงเมนูหรอกนะ
ภัตตาคารจีนน่ะชอบฉันมากเลย เพราะไม่ว่าจะเอาฉันไปทำอะไรฉันก็จะ
แสดงรสชาดเยี่ยมยอดจนลูกค้าติดอกติดใจกันไม่รู้ลืมเชียวละ นี่ละมัง
ที่เธอจัดให้ฉันอยู่ในประเภท "สาวไฮโซ" เพราะถ้าไม่มีเงินจริงๆๆแล้ว
ไม่อาจได้ลิ้มรสฉันแน่นอน อันนี้ยกเว้นชาวประมงที่จับฉันได้เองนะจ๊ะ
ขนาดตัวฉันที่เขานิยมกินกันก็ประมาณตัวละ 5 - 8 ขีดเท่านั้น เพราะ
เมื่อทอดฉันจะเต็มจานพอดี นิสัยของฉันน่ะชอบอยู่เป็นฝูงนะแต่ฝูงไม่
ใหญ่มากนักหรอก พอปกครองกันเองได้ เวลาโดนจับก็โดนหมดฝูงเลย
เขาเรียกว่า พร้อมใจกันตายไง ฮ่าๆๆๆ อาหารฉันก็ลูกปลา ลูกหมึก ไง
เวลาโดนจับจึงมักอยู่ใกล้ๆๆฝูงปลาเล็กนี่แหละ อ้อ!!!!ฉันมีพี่น้องอีกสาย
พันธุ์หนึ่งนะเธอชื่อปลาจารเม็ดดำน่ะ แต่เธอน่ะห่างจากฉันหลายขุมเชียว
ทั้งรสชาด ทั้งราคา เทียบฉันไม่ได้หรอก เธอถึงได้ปรากฎโฉมอยู่ใน
แผงปลาในตลาดดาดดื่นไง หาซื้อมากินกันได้ราคาไม่แพงหรอก


เอาละๆ มารู้จักวิธีดูฉันว่าสดหรือไม่ สดอย่างไรดีกว่านะ
ถ้าฉันสดนะ ตาฉันจะวาวเป็นประกาย ตัวฉันจะระยับไปด้วยสีเงินพราว
เหงือกฉันจะเป็นสีเแดง ไม่คล้ำ เนื้อฉันเมื่อนำมาปรุงอาหาร จะมีรสชาด
หวานมัน นุ่มลิ้น เชียว และที่แน่ๆๆผิวฉันจะลื่นเล็กน้อย เกร็ดจะกอดแน่น
กับตัว และผิวหนังไม่ถลอก


วิธีทำปลาอย่างฉันก็ไม่ยาก เอานิ้วเปิดแก้มเหงือกแล้วแยง
ลงไปจับเหงือกฉันดึงออกมา เท่านีั้เหงือกก็หลุดแล้ว จากนั้นก็เอามีด
กรีดท้องฉันไม่ต้องลงแรงมากหรอกเพราะหนังฉันบอบบางไม่เหนียว กรีด
ยาวสักประมาณนิ้วครึ่งถึงสองนิ้วก็พอแล้วควักใส้พุงฉันทิ้งไปนะ จากนั้น
ถ้าไม่ชอบเกร็ดฉันก็แค่เอามีดขูดเบาๆๆก็หลุดแล้ว เสร็จแล้วละ ถ้าจะเอา
ฉันไปทอด หรือนึ่ง (สารพันเมนูนึ่งน่ะ) ก็บั๊งตามตัวฉันหน่อยนะบั้งสวยๆๆ
ล่ะ ฉันชอบความงามน่ะ แต่ถ้าจะเอาฉันไปต้มละก็หั่นฉันทั้งตัวออกเป็น
ชิ้่นๆนะ จะเห็นได้ว่าฉันน่ะสมราคาเชียวนา รับประทานได้ทั้งตัวไม่ต้อง
ห่วงเพราะหัวฉันก็นิ่ม ครีบฉันก็นุ่ม เนื่้อฉันก็หวานมัน อร่อยไม่รู้ลืมแน่
อ้อ!..... โปรดระมัดระวังเวลาไปซื้อฉันจากตลาดหน่อยนะ เพราะฉันอาจ
จะถูกคนเห็นแก่ตัวนำฉันไปชุบน้ำยา ฟอร์มารีน เพื่อรักษาความสดฉันไว้
ก่อนนำมาขายน่ะ การกระทำเช่นนี้จะทำมาจากเรื่อทีเดียวแม่ค้าน่ะไม่ค่อย
รู้หรอก ถ้าฉันถูกชุบน้ำยานี้ถึงฉันจะสดอย่างไร รสชาดฉันก็เปลี่ยนแปลง
ไปแน่นอน เนือฉันจะแข็งและคล้ำ หาความอร่อยไม่เจอเชียวละ ดังนั้น
ปลาทุกชนิดถ้าจะให้สดจริงๆๆต้องแช่น้ำแข็งและต้องให้ถึงน้ำแข็งด้วยถึงจะ
สด หากนำมาแช่ตู้แช่แข็งเนื้อก็จะเปลี่ยนไปเช่นกัน จำไว้น้ำแข็งผสม
เกลือเม็ดน่ะจะทำให้น้ำแข็งละลายช้า ชาวประมงที่หาปลาไกลฝั่งเขาก็
ทำการแบบนี้แหละ ยกเว้นพวกเห็นแก่ตัวที่ใช้น้ำยาดองศพ (ขอแช่งๆๆ)



✰ ✰ ✰ ✰ ✰ ✰ ✰ ✰ ✰ ✰

o ขนมมะพร้าวแก้ว o

 credit  พิรุณร่ำ  bloggang.com
o ขนมมะพร้าวแก้ว o




เครื่องปรุง + ส่วนผสม

* มะพร้าวขูดเป็นเส้นๆ 3 ถ้วยตวง

* น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง

* น้ำลอยดอกมะลิ 1/2 ถ้วยตวง (หรือน้ำเปล่า)

* เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

* สีผสมอาหาร (แล้วแต่สีที่ชอบ)

วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน

1. ผสมน้ำเปล่าและน้ำตาลทรายลงในกระทะทองเหลือง นำไปตั้งบนไฟอ่อนจนละลาย ใส่เกลือลงไป เคี่ยวต่อจนเหนียวเป็นยางมะตูม แล้วจึงเติมสีผสมอาหารลงไป (ถ้าต้องการหลายสี ให้แบ่งน้ำเชื่อมออกมาเป็นส่วนๆ ตามจำนวนสีที่ต้องการ)

2. เมื่อเตรียมน้ำเชื่อมเสร็จแล้ว ใส่มะพร้าวขูดลงไปเชื่อม คนให้ทั่วเพื่อให้น้ำตาลจับมะพร้าวให้ทั่วทั้งเส้น เชื่อมจนน้ำงวดลงจึงปิดไฟ

3. ตักมะพร้าวเชื่อมออกมาวางบนถาด ใช้ช้อนจัดแต่งรูปทรงให้เป็นลักษณะก้อนกลมขนาดพอๆกัน (ต้องทำให้เสร็จก่อนน้ำเชื่อมแห้ง) เมื่อทำเสร็จ ให้นำไปผึ่งแดดจนแห้ง

4. จัดใส่จานเสริฟหรือใส่ภาชนะมิดชิดเพื่อเก็บไว้รับประทานภายหลังได้




ข้อมูลจาก:Ezy thaicooking