บะหมี่ต้มยำกุ้ง ซองไหนเด็ดสุด

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 มิถุนายน 2547 19:15 น. 
       รู้ทั้งรู้ว่าบะหมี่สำเร็จรูปน่ะกินมาก ๆ มันไม่ดี มันให้แต่ความอิ่มท้อง หาสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายไม่ได้ แต่เพราะราคาที่แสนถูก แค่ซองละ 5 บาท ทำก็ง่าย กินก็สะดวก รสชาติใช้ได้ และแก้หิวได้ทันใจ ใครต่อใครเลยไม่สามารถตัดบะหมี่ซองออกไปจากชีวิตประจำวันได้
      
       แถมตอนนี้มีให้เลือกกินหลายต่อยี่ห้อหลากรสชาติเหลือเกิน ถูกใจคนชอบลองของใหม่นักล่ะ อย่างนี้จะต้องมีการTest กันแล้วเพื่อเฟ้นหาสุดยอดบะหมี่ซองรสต้มยำกุ้ง อันเป็นรสที่คุ้นหูคุ้นลิ้นที่สุด
      
       ใครเป็นแฟนใครระหว่าง มาม่า ยำยำ ไวไวและเอฟเอฟ ก็ตามลุ้นกันได้เลย
       

       3 ยี่ห้อแรกมีต้องแนะนำตัวกันให้มาก ใครไม่รู้จักก็เชยแหลก แต่ยี่ห้อเอฟเอฟนี่สิ ทำเอาหลายคนงุนงงเพราะไม่เคยเห็น จนมีคนสะกิดให้นึกถึงโฆษณานักเรียนสอบตกได้เอฟ 2 ตัว แล้วมีคนเอาบะหมี่มาปลอบไง นั้นแหละ ถึงได้ร้องอ๋อกัน
       เทียบราคาและปริมาณ ซองต่อซอง
      
       ในราคา 5 บาท สนามนี้ต้องยกให้ยำยำ เพราะมีแต่ไซส์จัมโบ้ขนาด 70 กรัม หาซื้อไซส์ปกติไม่ได้เลย ส่วนยี่ห้ออื่นเทียบกับแล้ว ไวไวและเอฟเอฟ ขนาด 60 กรัมเท่ากัน ดังนั้น มาม่า พี่เบิ้มแห่งตลาดบะหมี่ซองเลยมีค่าตัวสูงกว่าเพื่อน เพราะมีเพียง 55 กรัม ถือว่าน้อยที่สุด
       เทียบสีสันและหน้าตาแล้ว ไวไวหลุดกระเด็นออกจากลุ่ม ซองออกโทนสีฟ้าจัด ขณะที่รายอื่นออกสีส้ม ๆ แดง ๆ สื่อถึงความเผ็ดร้อนของรสต้มยำกุ้ง
      
       มองดูจุดดึงดูด มาม่าเป็นเจ้าเดียวที่ชื่อยี่ห้อเด่นหราอยู่กลางซอง มีแถบข้อความตัวอักษรเล็กจิ๋วบอกว่ามีธาตุไอโอดีน เหล็ก และวิตามินเอ อย่างกับกลัวใครอ่านเห็น ส่วนยี่ห้ออื่น ๆ พากันแปะชื่อไว้ที่มุมบน เอ หรือว่าเป็นหลักฮวงจุ้ย
      
       สีของเส้น ก่อนถูกต้ม
       เปลือยก้อนบะหมี่ออกจากซอง จุดสังเกตแรกคือสีของเส้น ไวไวจะเข้มสุด มาม่าและยำยำสูสีใกล้เคียง ส่วนเอฟเอฟเป็นน้องจืดไปเลย
       ความแตกต่างอีกอย่างคือ เครื่องปรุง ดูเหมือนไวไวจะถนัดเรื่องสร้างความแปลกใจให้แงนักชิม เพราะมีเครื่องปรุงซองเดียวแต่ที่แปลกไม่แพ้กันคือ เอฟเอฟ ที่ซองเครื่องปรุงมาพร้อมซองน้ำมันเจียว น้ำพริกเผาหายไปไหน หรือว่าเอามาผิดรส พลิกหน้าซองกันให้วุ่น ส่วนมาม่ากับยำยำ มีครบเครื่องปรุงและพริกเผา
       เช็คสภาพหลังแช่น้ำเดือด
       กติกาคือ ชงน้ำเดือด 1 ถ้วยครึ่ง จับเวลา 3 นาที ดูหน้าตา สีสัน และความน่ากิน ก่อนจะใช้ตะเกียบตะกุยเส้นและเครื่องให้เข้ากันอีกสัก 1 นาที ค่อยเริ่มชิมทีละชาม
      
       ประเดิมกันที่เอฟเอฟโทษฐานที่นักชิมไม่คุ้นหน้า ข้อสำคัญคือไม่เคยกินกันเลย หลังเปิดฝาออก หน้าตาจืดสนิท ไม่ชวนโซ้ยเลย แต่กลิ่นเป็นต้มยำใช้ได้ โชยกลิ่นเปรี้ยวของมะนาวชัดเจน เมื่อใช้ตะเกียบพุ้ย เส้นกระจายเร็ว ขนาดของเส้นเรียวเล็ก
       คีบเส้นขึ้นมากินขณะร้อน เส้นไม่แข็งอย่างที่คาด ไม่เหนียวเกินไป มีกลิ่นกุ้ง น้ำซึปอร่อยกลมกล่อม ได้รสต้มยำแบบไม่เผ็ดจัดจ้าน มีความหวานติดปลายลิ้น เหมาะกับคนกินเผ็ดไม่เก่ง
       
       มาม่าและยำยำ 3 นาทีไม่สุกพอ
       
ชามที่สอง ยำยำ เส้นกลมใหญ่อย่างเห็นได้ชัด สีน่ากินเชียว มีน้ำพริกเผาสีแดงลอยคอ แต่พอใช้ตะเกียบขยุ้มเส้นมันยังเกาะกันเป็นก้อนแฮะ ยังไม่นิ่มเท่าไหร่ ลองสุดกลิ่นใกล้ ๆ ก็คล้ายก๋วยเตี๋ยวแกง รสชาติน้ำซุปออกเค็มนำ เข้มข้นสมเป็นต้มยำกุ้ง แต่เส้นนี่สิ ชวนผิดหวังมาก ยังกรอบอยู่ บางส่วนก็แข็ง และมีความเป็นแป้งมาก เราย้อนกลับไปกินเส้นเอฟเอฟที่ตอนนี้นอนแช่เกือบ 10 นาที เส้นยังอร่อยกว่าแบบเทียบไม่ได้
       มาต่อกันที่มาม่า สีสันใช้ได้ เส้นกลมเล็ก หอมกลิ่นต้มยำกุ้งที่คุ้นเคย แต่พอลงตะเกียบก็ต้องอึ้ง เพราะเส้นยังจับกันเป็นแพ ไม่นิ่มอย่างที่ควรเป็น ทอทดลองเคี้ยวก็ต้องร้องอี๋ เส้นยังไม่สุกเลย เหนียวและแข็ง ให้ความรู้สึกหยาบในลำคอ แต่ก็ไม่เป็นแป้งเหมือนยำยำ ส่วนน้ำซุปนั้นเค็ม เปรี้ยว และเผ็ดครบรสต้มยำ อร่อยไม่ผิดหวัง เป็นความได้เปรียบเพราะกินบ่อยกว่ายี่ห้ออื่น รสชาติเลยติดลิ้นแต่เส้นต้องปรับปรุงอย่างแรง
      
       
       
       ไวไว เธอคือต้มยำสมุนไพร
       ชามสุดท้ายไวไว ยังรักษาความแปลกไว้เหนียวแน่น เพราะกลิ่นโชยหนักไปทางเครื่องเทศ ตะไคร้ ใบมะกรูดแห้ง หน้าตาก็ใส๊ใส เป็นน้องจืดรองจากเอฟเอฟ พอถูกตะเกียบขยุ้มเท่านั้นแหละ เส้นที่เล็กได้รูปก็เริ่มขาด แสดงถึงความเปื่อย เมื่อนำเข้าปากจึงรู้ว่าเพราะเส้นสุกเร็วนั่นเองสมชื่อ แต่เค็มไปด้วยกลิ่นแป้ง
       น้ำซุป รสและกลิ่นประหลาด ออกหวาน ส่วนรสเปรี้ยวก็แหลมแปลก ๆ ไม่เหมือนรสของมะนาว ไม่น่าตะใช่ต้มยำกุ้งนะ หลายคนยกมือขอบาย ไม่อยากชิมต่อ
       อร่อยเด็ด เส้นเอฟเอฟผสมน้ำซุปยำยำ
       เวลาผ่านไปหลายสิบนาที การชิมก็มาถึงบทสรุป ตอนนี้บะหมี่แต่ละชามคลายความร้อนจนหมด เส้นก็เริ่มเปลี่ยนสภาพ แงนักชิมกลั้นใจชิมบะหมี่แต่ละชามเป็นครั้งสุดท้าย อยากรู้ว่าเมื่อกินตอนเย็นชืดมันจะเป็นอย่างไร
      
       เส้นของเอฟเอฟไม่คืนตัว ยังเรียวเล็กได้รูป มีเพียงความนิ่มที่เพิ่มขึ้น ส่วนน้ำซุปมีกลิ่นกุ้งชัดมาก เส้นยำยำทั้งอืดทั้งพอง บานเต็มชาม ไม่ต้องถามถึงสภาพเส้น มันเละ มันเหลว และเป็นแป้งสุด ๆ บอกได้แค่ว่าถ้าอยากกินบะหมี่ซองให้อิ่มสุด ๆ อยู่ท้องได้นาน ก็ต้องเลือกยำยำนี่เลย เพราะมันจะลงไปนอนพองเต็มกระเพาะ แต่มีข้อดีตรงน้ำซุปได้กลิ่นมันกุ้ง ได้ฟิลลิ่งของต้มยำกุ้งรสเด็ด
      
       ส่วนมาม่า แม้เส้นไม่อืดเท่ายำยำ แต่ความนิ่มสูสี สามารถไปพองต่อในท้องคุณเช่นกัน น้ำซุปเค็มและเปรี้ยว รสจัดเชียวล่ะ แต่ไม่มีความเป็นต้มยำกุ้งเท่าใด เพราะไร้กลิ่นกุ้ง ชามสุดท้าย ไวไว กลิ่นยังคงทะแม่งแปร่งจมูก พอเย็นลงกลิ่นใบมะกรูดก็นำหน้ามาเลย ส่วนเส้นยังคงความเป็นเส้นอยู่
      
       สรุปแล้ว ถ้ามองหาบะหมี่ต้มยำกุ้งที่อร่อยคุ้นลิ้น ให้มองข้ามไวไวไปได้เลย เว้นแต่ว่าคุณอยากรู้สึกแปลกลิ้นทุกครั้งที่ตักใส่ปาก แฟนมาม่าก็ภักดีกับมาม่ากันต่อไป เพราะมันเป็นฟิลลิ่งของบะหมี่ต้มยำกุ้งสมัยเมื่อยังเด็ก
       

       แต่ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศต้องเลือก เอฟเอฟ แต่แนะนำให้ลองใส่น้ำแต่น้อยเพื่อให้ได้รสชาติที่จัดขึ้นหน่อย แต่เราก็มีวิธีง่าย ๆ ถ้าเอาเส้นเอฟเอฟมาชงกับเครื่องปรุงยำยำ รับรองต้องตะโกนว่าถูกใจใช่เลยเป็นแน่
       สูตรอร่อยเด็ด เราไม่สงวนอยู่อยู่แล้ว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น