ซอกแซกไปสมุย...ลุยอร่อยกับกูรูนักชิม

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 พฤศจิกายน 2552 08:33 น.

ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ กูรูนักชิม
       
       
       สมุยเป็นหนึ่งในสถานที่เที่ยวในฝันของหลายๆ คนที่รักท้องทะเล เสน่ห์ของสมุยคือเกาะเล็กๆ ที่มีหาดทรายยาวขาวละเอียด น้ำทะเลใสแจ๋ว สามารถไปดำน้ำตามเกาะแก่งต่างๆ และถ้าใครมีแผนอยากจะไปเที่ยวสมุย แต่ไม่รู้จะพักที่ไหนและกินอะไรดี ลองไปทัวร์กับกูรูนักชิมดีกว่า
       

       ทัวร์กินครั้งนี้ ซิตี้แบงก์ ชวน ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ หรือ “ ปิ่นโตเถาเล็ก” กูรูนักชิมรุ่นใหม่ไฟแรง เป็นหัวหน้าแก๊งนำไปซอกแซกตามซอกซอย ตั้งแต่ร้านธรรมดาราคาถูก ไปจนถึง Find Dinning ให้ลิ้มลองเมนูอาหารของเกาะนี้ว่าเด็ดแค่ไหน ทริปนี้พวกเราใช้เวลาซอกแซกกิน 3 วัน 2 คืน
       

ไข่เจียวครัวชาวบ้านและแกงส้มปลายอดมะพร้าว
       ทันทีที่ล้อเครื่องบินของสายการบินบางกอกแอร์ เวย์ส แตะพื้นสนามบินนานาชาติอันสวยงามของเกาะสมุย เพื่อไม่ให้เสียเวลา ทัวร์ซอกแซกกินของพวกเราก็เริ่มมื้อกลางวันกันที่ “ครัวชาวบ้าน” ร้านอาหารชื่อดังริมหาดละไม ที่ถือเป็นไฟลต์บังคับที่ใครมาต้องแวะชิมอาหารพื้นเมือง เพื่อให้รู้ว่าคนสมุยเขามีรสปากอย่างไร
       

       จานแรกที่สั่งมาคือ แกงส้มปลายอดมะพร้าว (120บาท) รสแซบเหลือหลาย ต้องสั่งคู่กับไข่เจียวครัวชาวบ้าน (120 บาท) ที่ทอดกับเนื้อปูฟูเต็มจาน มาใต้แล้วอย่างไรก็ต้องขอชิม ผัดกะปิสะตอกุ้ง (100 บาท) แม้จะรู้ว่าสะตอจะทิ้งกลิ่นรุนแรงในตอนเช้าก็ตาม แต่ก็คุ้มเพราะเขาเลือกกะปิหอมอย่างดีมาผัด ทำให้รสชาติอร่อย ยิ่งเคี้ยวกับกุ้งสดรสและสะตอผัดสดๆ มันอร่อยมากๆ
       

ส้มตำเนื้อแกะ Lamb Shoulder
       ยำสาหร่ายข้อหอยเจาะ (120 บาท) จานนี้มีกินเฉพาะที่เกาะสมุยเท่านั้น เพราะทั้งข้อหอยเจาะและสาหร่าย เป็นของที่นี่ , ปลากะพงขาวทอด, วายคั่วหัวกะทิ เป็นต้น
       

       อิ่มกับมื้อกลางวันแล้วก็ต้องแวะไปชม “หินตา หินยาย” สัญลักษณ์ของเกาะสมุย ที่ธรรมชาติบรรจงสรรค์สร้างด้วยอารมณ์ขำ-ขำ ใครเห็นแล้วต้องออกปากเลยว่า “ทำไมเหมือนอย่างนี้ !” อ้อ! อย่ามัวเพลินกับหินตาหินยายจนลืมซื้อของฝากขึ้นชื่อของที่นี่คือ “กะละแม” ที่หวานมันอร่อยกว่าทุกที่
       

       ตกค่ำไปอุ่นเครื่องกันก่อนที่ Dining on the Rock @ Sixsense Hideaway Samui มองดูพระอาทิตย์ตกดิน พร้อมกับจิบค็อกเทลไปกับคานาเป้คำน้อยแต่อร่อยมากๆ อย่าง ส้มตำเนื้อแกะ , Hot dog, คานาเป้แซลมอน, ฮามาจิ ซูชิ ฯลฯ
       

เมนูขึ้นชื่อ อกเป็ดอบราดซอสไวน์แดงร้าน Red Snapper Bar & Grill
       ส่วนดินเนอร์มื้อค่ำเป็นอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน เคล้าเสียงเพลงจากวงไลฟ์แบนด์สไตล์ละติน ที่ Red Snapper Bar & Grill เริ่มเรียกน้ำย่อยกับไก่สะเต๊ะโมร็อกโก (260บาท) ที่เสิร์ฟเก๋ๆ มาบนกระบอกไม้ไผ่กลิ่นเครื่องเทศหอมกรุ่น ตามด้วยทูน่าสลัด (290บาท) ส่วนเมนคอร์สควรกินอกเป็ดราดซอสไวน์แดง (590 บาท) อันเลื่องชื่อของที่ร้าน เป็นอกเป็ดเนื้อนุ่มชุ่มด้วยซอสไวน์แดงกลิ่นหอมอบอวล
       

       คืนแรกพักกันที่ Melati Beach Resort & Spa โรงแรมหรูติดทะเลระดับ 5 ดาว ที่ตกแต่งด้วยศิลปะแบบไทยตามแบบฉบับของภาคใต้ บรรยากาศสบายจนทุกคนไม่อยากจะตื่นเช้าเพื่อมาทำกิจกรรมกันเลย
       

ห้องพักที่ Melati Beach Resort & Spa
       เช้าวันที่สอง หลังจากเช็กเอาต์จากโรงแรมแล้ว ก็มุ่งไปไหว้พระที่วัดพระใหญ่ อันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธโคดม พระพุทธรูปปางมารวิชัย สูง 12 เมตร ตั้งอยู่ปลายสุดด้านเหนือของเกาะใกล้กับหาดบ่อผุด เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดของภาคใต้ ที่ประดิษฐานอยู่กลางแจ้งบนยอดเขา สามารถมองเห็นองค์พระได้ในระยะไกล
อาหารที่ร้านSamui Seafood Restaurant
       รอบๆ วัดนี้จะมีร้านขายเสื้อผ้าลายบาติกที่เป็นฝีมือของคนสมุย แต่ขอแนะนำให้เลือกกันดีๆ เพราะบางแบบก็มีขายแถวกรุงเทพฯ เหมือนกัน
       

       ไหว้พระขอพรอิ่มบุญกันแล้ว ก็ไปหาของอร่อยอิ่มท้องกันบ้าง กูรูปิ่นโตเถาเล็กอาสาพาไปกินอาหารไทยที่ร้าน Samui Seafood Restaurant แม้จะไม่ใช่ร้านอาหารติดทะเล แต่ก็ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านไปทั่วบริเวณ ทำให้ได้บรรยากาศเหมือนอยู่ในสวน อาหารที่นี่มีทั้งอาหารไทยและฝรั่ง โดยตำรับอาหารไทยนั้น ได้ที่ปรึกษาคือ อ.อมินตรา ศุกรสุวรรณ ทายาทผู้สืบทอดอาหารไทยตำรับชาววังจาก ม.ล.พวง ทินกร ณ อยุธยา นางข้าหลวงในพระองค์เจ้าหญิงจุฑารัตน์ราชกุมารี พระราชธิดาในรัชกาลที่ 5
       

บรรยากาศ The Library
       มื้อนี้เสิร์ฟอาหารไทยทั้งหมด 9 เมนู แต่ละเมนูล้วนประดิดประดอยสวยงาม ให้สมกับเป็นต้นรับชาววังจริงๆ อย่าง ไก่สะเต๊ะ (180 บาท) เสียบไม้ย่างบนเตาช้างน้อยน่ารัก ทอดมันกุ้ง (180บาท) ปั้นเป็นรูปกลมแบนชิ้นหนาคลุกเกล็ดขนมปังเพิ่มความกรอบ เสียบอยู่ในก้านตะไคร้ ที่รองข้างใต้ด้วยเผือกซอยเป็นเส้นทอดกรอบ กุ้งลายเสือซอสมะขาม (320บาท) ปูนิ่มทอดกระเทียม (150บาท) ,รวมมิตรทะเลผัดมะม่วงหิมพานต์(320 บาท) , ต้มโคล้งปลาแซลมอนและปลากะพง(250 บาท ) ,ยอดมะพร้าวอ่อนผัดบร็อคโคลี่ (150 บาท ) เริ่มต้นจากอาหารไทย แต่ตบท้ายด้วยขนมหวานอิตาเลี่ยน Coconut Panna Cotta in Pandan Leaf Shirt (140 บาท )
       อิ่มจากมื้อกลางวัน ก็ไปผ่อนคลายยามบ่ายกับอาหารว่างเบาๆ ก่อนจะรับศึกหนักมื้อเย็น แค่รถเลี้ยวเข้าไปจอดที่ The Library โรงแรมสุดฮิปบนถนนเลียบหาดเฉวง พวกเราก็ตื่นเต้นกับคอนเซ็ปต์เก๋ไก๋ โดยได้ไอเดียมาจากนักท่องเที่ยวที่มาสมุย จะชอบนั่งนอนอ่านหนังสือตามชายหาด จึงพยายามทำโรงแรมให้เหมือนห้องสมุด ชื่อห้องก็เรียก Page แล้วตามด้วยเลขที่ห้อง ห้องพักแต่ละห้องเป็นอาคาร 2 ชั้น โปร่งโล่งสบาย ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ที่เจ้าของโรงแรมบอกว่าเป็นต้นไม้เดิมๆ ที่ไม่ยอมตัดทิ้งเลย ตามมุมต้นไม้จะมีรูปปั้นคนในโทนสีขาว นั่งบ้าง นอนบ้าง อ่านหนังสืออย่างสบายอารมณ์ ที่นี่มีห้องพัก 26 ห้อง ในราคา 3 วัน 2 คืน 19,900 บาท++

เฟตตูชินีโฮมเมด
       เป็นยามบ่ายที่ชวนให้ตื่นเต้นไม่เพียงกับสถานที่นั้น แต่อาหารว่างที่เสิร์ฟในห้อง The Page อันเป็นห้องสมุดสีขาวสะอาดตาเพื่อให้แขกสามารถยืมหนังสือ ซีดี ได้นั้น ถูกแปลงเป็นห้องจัดเลี้ยงที่มีอาหารว่างและขนมเรียงรายสีสันสดใส ตกแต่งอย่างน่ารักจนไม่กล้าทำลายความงดงามเลย **ชมภาพสวย ๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่**
มุมสวยๆ ที่ Le Bayburi The Sea Samui
       อำลาห้องสมุดที่แสนประทับใจ เพื่อมุ่งไปดินเนอร์มื้อค่ำที่ Olivio Italian beachside Restaurant ร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดังของเกาะนี้ด้วยฝีมือ ลุยจิ แฟดด้า เจ้าของรางวัลเดอะวินเนอร์ ประจำปี 2007 ของ Vouge Entertaining+Travel Produce Awards เป็นเชฟชาวอิตาเลียนตัวกลมป๊อกพูดภาษาไทยเก่ง เพราะอยู่เมืองไทยมาหลายปีแล้ว มื้อนี้เชฟเตรียมจานเด็ด Chef Antipasto (1,200 บาท) เป็นสไตล์ Mixed Starter รวมเมนูเด็ดแบบอิตาเลียนจ๋าของเชฟเอาไว้ มี ตับห่านราดด้วยบัลซามิคน้ำผึ้ง, มัสซาเรลาชีสกับมะเขือเทศ, สโมคแซลมอนกับรอคเกตสลัด ฯลฯ ส่วนเมนูอื่นๆ ที่น่าลิ้มลองคือ เฟตตูชินีโฮมเมดที่นุ่มอร่อยผัดกับปลาแซลมอนและหอยเชลล์ตัวโต, ปลาหิมะอบโรสแมรี่, Rack Lamb, ข้าวอิตาเลียนที่ใช้หมึกดำผัดมีกุ้งลายเสือตัวโตโปะอยู่ด้านบน
มุมสบายๆ ที่ร้านThe Pier สมุย
       คืนที่สองของทัวร์ตะลุยกินกับปิ่นโตเถาเล็กครั้งนี้ พวกเราพักกันที่โรงแรม Le Bayburi The Sea Samui ซึ่งเป็นโรงแรมใหม่เอี่ยมเปิดรับพวกเราเป็นกลุ่มแรก บริหารโรงแรมโดยAstudo Hotel & Resort Group ตกแต่งในสไตล์ Tropical Fusion ผสมผสานระหว่างตะวันตกกับตะวันออก ห้องพักกว้างขวางสะอาดเอี่ยม เปิดโล่งเห็นวิวทะเลใต้ฟ้าสีครามอันเงียบสงบ **ชมภาพสวย ๆเพิ่มเติม ได้ที่นี่ **
       

       เช้าวันใหม่รองท้องกับเมนูข้าวต้มธรรมดา แต่รสชาติอร่อยไม่แพ้อเมริกันเบรกฟาสต์ กับการต้อนรับอันแสนอบอุ่นของพนักงานทุกคนของโรงแรม ทำเอาพวกเราอิ่มใจก่อนอำลามุ่งหน้าไปทำภารกิจตะลุยชิมกันต่อไป
       

       จุดหมายปลายทางของมื้อกลางวันอยู่ที่หมู่บ้านชาวประมง เลาะไปตามซอกซอยแคบๆ หน่อย พอถึงท่าเรือจะมีร้านเก๋ๆ เป็นอาคารสองชั้นชื่อ The Pier ภายในร้านตกแต่งแบบเรียบแต่เก๋ในโทนสีดำ-ขาว จากฝีมือ ดวงฤทธิ์ บุนนาค ด้านหลังของร้านเปิดโล่งออกไปเห็นเด็กเล็กๆ 5-6 คนวิ่งซุกซนกระโดดเล่นน้ำดำผุดดำว่ายกันอย่างเพลินใจ
ไอซ์ลาเต้ กับ บลูเบอร์รี่ ชีสเค้กที่ร้านบาคูบุง
       อาหารของร้านนี้มีให้เลือกอร่อยทั้งอาหารไทยปรุงโดยแม่ครัวไทย ส่วนอาหารฝรั่งฝีมือเชฟ Yannick Tirbois  ซึ่งคุณLise Dumont เจ้าของร้านเตรียมทั้ง 2 ชาติมาต้อนรับ อย่างเมนูอาหารไทย มี ลาบไก่เสิร์ฟในกะหล่ำใบใหญ่สีม่วง กระดูกหมูสมุนไพรใช้กระดูกอ่อนหมักกับเครื่องสมุนไพรนำไปทอดให้กลิ่นหอมรสชาติอร่อย ผัดไทย แกงเผ็ดเป็ดย่าง ปูนิ่มผัดผงกะหรี่และซีฟู้ดรวมมิตร อาหารไทยของร้านนี้รับรองว่ารสแซบถึงใจจริงๆ ตบท้ายด้วยขนมหวานยุโรปที่จัดมา 4 อย่างใน 1 จานใหญ่ มี Panna Cotta Tiramisu Chocolate Mousse และ Mango Turron
       

       ก่อนขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ พวกเรายังพอมีเวลาเหลืออีก 3 ชั่วโมง จึงแวะ “บาคูบุง” ร้านกาแฟที่เพิ่งเปิดมาได้ปีกว่าเท่านั้น คนตั้งชื่อบาคูบุงอันหมายถึงฮิปโปในภาษาแอฟริกันคือ ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ เภสัชกรหญิงไทยที่ไปอุทิศตัวให้กับการรักษาโรคเอดส์ที่แอฟริกาจนได้รับรางวัลแมกไซไซ
       

วิวสวยๆ ของร้าน บาคูบุง สมุย
       คุณภูติ เกตุมุนินทร์ ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับ ดร.กฤษณา และเป็นหุ้นส่วนของร้าน ยอมลาออกจากงานประจำพร้อมภรรยา เพื่อมาเปิดร้านกาแฟในฝันของเขา และเชื่อว่าน่าจะเป็นร้านกาแฟในฝันของคนรักกาแฟทั้งหลายด้วย เพราะเป็นร้านกาแฟเล็กๆ บนพื้นที่กว้างขวางด้านหลังติดทะเล  เนื่องจากเจ้าของร้านเป็นเจ้าของที่เอง  จึงเก็บพื้นที่ทำเลทองติดทะเลนี้ให้เป็นเพียงร้านกาแฟเล็ก  ที่สงบร่มรื่นบนเกาะสมุย
       ที่นี่มีกาแฟเคนย่าที่มาเบลนด์กับกาแฟดอยช้าง ของไทยให้กลิ่นหอมอร่อย จิบกาแฟพร้อมบลูเบอรี่ชีสเค้ก ฝีมือภรรยาภูติ ที่ไม่หวานแต่เข้มด้วยมันเนย หรือใครชอบของคาวทานเล่น ต้องสั่งปีกไก่ทอดรสเด็ดแห้งกรอบอร่อย
       ร้านกาแฟมีหลายมุมให้เลือกเสพกับบรรยากาศถูกใจคอกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นม้านั่งให้นอนเอกเขนกฟังเสียงคลื่น หรือมุมให้ต้นไม้มีม่านบาหลีห้อยระลงมาในบรรยากาศโรแมนติก
** ชมภาพสวย ๆเพิ่มเติมได้ที่นี่**
       ทัวร์ซอกแซกกินครั้งนี้อำลาสมุยด้วยความประทับใจแถมน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นแบบห้ามใจตัวเองไม่ได้
       

                           ********************
      
       ข้อมูลเพิ่มเติม
      
       ร้านอาหาร ครัวชาวบ้าน ( Krao Chao Baan Restaurant )
       Tel.077-418589, มือถือ 089-0095560, 087-2672481
       อีเมล์. Becoolkate4@yahoo.com
      
       ร้านอาหาร Sixsenses Hideaway Samui
       โทร. 077 – 245678
       www.sixsenses.com, reservations-samui@sixsenses.com
      
       ร้านอาหาร The Library
       14/1 Moo2 Chaweng Beach
       Bo Phut Ko Samui
       Suratthani 84320
       โทร 077-422767-8 www.thelibrary.name
      
       เรด สแนปเปอร์ บาร์ แอนด์ กริล
       
( Red Snapper Bar & Grill )
       โทร. 077-422008
      
       ร้านอาหาร บาคูบุง ( Bakubung )
       
Tel. 084-6369090
       อีเมล์ : bakubung@hotmail.com
      
       ร้านอาหาร สมุย ซีฟู้ด ( Samui Seafood Restaurant )
       โทร. 077-429700 ต่อ 5100
       www.muangsamui.com
      
       Olivio Italian Beachside Restaurant
       
โทร. 077-231500-8
       www.baanhaadngam.com
      
       ร้าน The Pier
       50 Moo 1 Fisherman’s Village Bophud
       Koh Samui Suratthani84320
       Tel.077-430 681-2

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น