ชวนคนรุ่นใหม่กิน “ผัก” ต้านไข้หวัด

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 สิงหาคม 2552 12:00 น.
      
       ตอนนี้คนไทยกำลังกลัวเรื่องไข้หวัด 2009 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ รวมไปถึงสารพัดโรคติดต่อที่มีข่าวอยู่ ทำให้หลายคนถึงกับวิตกกังวลจนชีวิตไม่เป็นสุข ต้องหายามากินป้องกันบ้าง สวมหน้ากากกันเชื้อโรคบ้าง
       แต่การป้องกันโรคระบาดต่าง ๆ ที่ยั่งยืนนั้นคือพยายามทำร่างกายให้แข็งแรงเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย รศ. ดร. พร้อมจิต ศรลัมพ์ เภสัชกร มหาวิทยาลัยมหิดล มีคำแนะนำว่าคุณแม่บ้านและหนุ่มสาววัยทำงานยุคปัจจุบันควรต้องหันมาให้ความ สำคัญในการเลือกสรรพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านที่มีอยู่แล้ว นำมาปรุงเป็นอาหารรับประทานเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง เพื่อต้านภัยไข้หวัด
       “คนไทยเราโชคดีที่สุดที่มีความหลากหลายทางทรัพยากร และภูมิปัญญาของเราเอง ซึ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ครั้งนี้ เป็นเพราะเราไม่รู้จักมาก่อน และร่างกายเราเองก็ไม่รู้จัก ในทางทฤษฏีการแพทย์แผนไทย เน้นการป้องกันก่อนเกิดโรค การบริโภคพืชผักและสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อโรค**(Antioccident)** เป็นการป้องกันจากภายในโดยเข้าไปช่วยการสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับเม็ด เลือดขาว”
       ความหลากหลายของผักและสมุนไพรพื้นบ้าน ซึ่งคนโบราณมีวิธีแยกความแตกต่างและคุณประโยชน์ จากสี กลิ่น และรสชาติ ทำให้สามารถนำมาใช้ได้ในวิถีชีวิตประจำวัน ทั้งในช่วงที่เป็นไข้หวัดและไม่เป็นไข้หวัด
       

       จะเห็นได้ว่าวัฒนธรรมการกินของคนไทยจะเลือก พืชผักที่มีสีสวยและกลิ่นหอม สีสดๆ อาทิ หอมแดง จะมีสารแอนตี้ออกซิเดนท์ ที่ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันโดยตรง ชนิดที่มีกลิ่นหอมเท่ากับน้ำมันหอมระเหย ส่วนผักที่มีรสเปรี้ยว ฝาด จะมีกรดวิตามินซีสูง เพิ่มความต้านทานไข้หวัด ในเชิงวิทยาศาสตร์มีสาร **ไพโทนิน** ในพืชผักซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่คนไทยในแต่ละท้องถิ่นเห็นถึงความแตกต่าง และเลือกนำมากินได้อย่างเหมาะสมและถูกวิธี
       สำหรับพืชผักที่ควรนำมาบริโภคในช่วงไข้หวัดระบาดนี้ ได้แก่กลุ่มผักมีสี อาทิ กระเจี๊ยบแดง มะเขือเทศ มะละกอ กลุ่มที่มีกลิ่นหอม อาทิ หอมแดง กระชาย มะตูม กลุ่มที่มี รสเปรี้ยว อาทิ สมอ มะขามป้อม ส่วนที่มีรสเผ็ดร้อน อาทิ ขิง ขมิ้น โหระพา กระเพรา กลุ่มรสฝาด อาทิ สมอไทย สมอพิเภก ชาเขียว สำหรับรสขม สะเดา เพกา(ลิ้นฟ้า) ซึ่งมีวิตามินซีสูงมาก
       ส่วนการรับประทานนั้น ควรจะนำมาปรุงเป็นอาหารเพื่อช่วยเพิ่มรสชาติและช่วยให้รับประทานได้ง่ายมีรส ชาติมากขึ้น เมนูที่ปรุงง่ายและได้ประโยชน์คงไม่พ้น “ยำผักสมุนไพร” หรือ “ผักสด-ผักลวดจิ้มน้ำพริก” ดูจะเป็นอาหารไทย ๆ ที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายแถมใช้เวลาในการปรุงไม่มากนัก และรสชาติที่ออกเปรี้ยว-เผ็ด-เค็ม-หวาน น่าจะถูกปากเวลาทาน และถ้าเป็นไปได้ควรพยายามรับประทานผักเหล่านี้ให้ได้ทุกวัน เพราะนอกจากจะมีวิตามินซีสูงต้านไข้หวัดแล้ว ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันลดมะเร็งซึ่งเป็น ผลดีในระยะยาว
      
       **ข้อมูลจาก งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 6 ระหว่างวันที่ 2-6 กันยายน 2552 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี
       

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น